Howto-Prevent-Car-Theft

กว่าจะได้เป็นเจ้าของรถยนต์สักคันนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉะนั้น เราก็ต้องดูแลรถยนต์อย่างใส่ใจ เพื่อให้รถมีสภาพที่ดี พร้อมใช้งาน และอยู่กับเราไปนาน ๆ

ไม่เพียงแค่เรื่องของอุบัติเหตุที่สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์เท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงเรื่อง “รถยนต์หาย” ที่จะสร้างปัญหาและผลกระทบทางการเงินให้ไม่น้อยเลย เพราะฉะนั้น กันไว้ดีกว่าแก้ ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้เลย

เคล็ดลับการดูแลรถยนต์ เพื่อป้องกันรถหาย

Howto-Prevent-Car-Theft

จอดรถยนต์ในพื้นที่สว่าง มองเห็นง่าย

เมื่อคุณต้องจอดรถยนต์ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย อย่างเช่นห้างสรรพสินค้า หรือลานจอดรถสาธารณะ แนะนำให้เลือกจอดในพื้นที่ที่มีแสงสว่างส่องทั่วบริเวณ และผู้คนที่สัญจรไปมาสามารถมองเห็นได้ง่าย ไม่อยู่ในที่ลับตาคน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เหล่ามิจฉาชีพใช้ความมืดในการแอบขโมยรถหรืองัดรถของคุณ

ลำดับถัดมาก็คือ เมื่อมีแสงสว่างแล้ว ก็ควรมีกล้องวงจรปิดที่จับภาพบริเวณลานจอดรถเอาไว้ด้วย เพื่อช่วยในการสอดส่องดูแล หากเกิดเหตุใดๆ ขึ้นมาจริง ๆ จะได้ใช้ภาพที่ถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องวงจรปิดมาใช้เป็นหลักฐานในการจับตัวคนร้ายได้

อย่าลืมล็อกรถให้เรียบร้อย

เป็นวิธีป้องกันรถยนต์หายแบบง่ายๆ ที่ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองเลย กับการล็อกรถยนต์ ซึ่งเป็นด่านแรกในการป้องกัน หากเจ้าของรถยนต์ไม่รอบคอบ แล้วเผลอจอดรถทิ้งไว้โดยไม่ได้ล็อกให้เรียบร้อย ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เหล่ามิจฉาชีพดีๆ นี่เอง เพราะฉะนั้น สิ่งที่ควรทำก่อนเดินออกจากตัวรถยนต์ก็คือการเช็กให้เรียบร้อยว่าได้ทำการล็อกรถยนต์แน่นสนิทแล้ว

โดยคุณสามารถซื้อที่ล็อกพวงมาลัยรถยนต์มาใช้เพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงในการลักลอบขับรถยนต์ออกไป ต่อให้เหล่ามิจฉาชีพจะสะเดาะกลอนประตูเข้ามาในรถของเราได้ แต่ก็ไม่สามารถขับออกไปได้ และอาจจะเสียเวลากับการปลดล็อกกลอนพวงมาลัยเป็นเวลานาน ซึ่งในขณะนั้นก็จะมีคนสังเกตเห็นความผิดปกติได้ก่อน

ใช้ระบบป้องกันการสตาร์ทเครื่องยนต์

ลองใช้เทคโนโลยีมาช่วยก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ระบบป้องกันการสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ว่าก็คือ Engine Immobilizer System ที่จะคอยตรวจสอบในตอนที่เราเสียบกุญแจรถเพื่อสตาร์ทรถ โดยทั้งลูกกุญแจและแม่กุญแจจะทำการส่งสัญญาณสื่อสารโค้ดเฉพาะ หากว่าการเข้ารหัสมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ระบบจะตัดสัญญาณการสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที จึงไม่สามารถสตาร์ทรถยนต์ได้อีก วิธีนี้เหมาะกับรถยนต์ที่ขับมือเดียว มีกุญแจชุดเดียว เพราะกุญแจปั๊มจะไม่สามารถนำมาใช้เข้ารหัสกับระบบป้องกันนี้ได้

Howto-Prevent-Car-Theft

เช็กการทำงานของสัญญาณกันขโมยเสมอ

หากว่ากันตามความเป็นจริง สัญญาณกันขโมยในรถยนต์นั้นอาจเป็นระบบที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มที่เท่าใดนัก เราจะรู้ก็ต่อเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับรถยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครอยากให้เกิดนัก แล้วถ้าการทำงานของสัญญาณกันขโมยผิดปกติล่ะ เราจะรู้ได้อย่างไร?

ดังนั้น การเช็กการทำงานของสัญญาณกันขโมยรถยนต์จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก จึงไม่อยากให้ผู้ใช้รถยนต์ทุกคนมองข้ามไป เราจึงควรตรวจสอบให้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบการทำงานของมันยังคงอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้เสมอ จะได้อุ่นใจมากขึ้นด้วย

เลือกความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์

การทำประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองครอบคลุมกรณีที่รถยนต์หาย เป็นการวางแผนเพื่อรองรับความเสี่ยงได้อีกทางหนึ่ง เพราะถ้าเกิดรถหายขึ้นมาจริง ๆ คุณสามารถแจ้งกับทางบริษัทประกันภัย เพื่อให้ทางประกันฯ มาตรวจสอบสถานที่ วันเวลาที่รถหาย และช่วยดำเนินการเรื่องการเคลมประกันและจ่ายเงินค่าชดเชยกับบริษัทประกันภัยตามข้อตกลงที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทั้งนี้ ความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ยังช่วยดูแลในกรณีอื่น ๆ ที่รถยนต์ได้รับความเสียหายอีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับในการดูแลป้องกันไม่ให้รถยนต์หาย ที่ rabbit finance นำมาแบ่งปันเหล่าคนรักรถทุกท่าน เพราะรถยนต์เป็นสินทรัพย์ชิ้นใหญ่ที่มีราคาสูง จึงอยากให้ทุกคนรักษาให้ดี เพื่อให้รถยนต์คันโปรดอยู่กับคุณไปนานๆ

Carro-Roojai-5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

หากพื้นที่จอดรถไม่มีหลังคาที่จอดรถ หลายคนมักจะคิดว่าขอจอดรถใต้ต้นไม้เพราะได้จอดรถในร่ม ยังไงก็ดีกว่า แต่นั่นอาจไม่จริงเสมอไปเพราะมันอาจมีภัยที่ทำร้ายกับรถของคุณมากกว่าข้อดีที่แค่ช่วยให้รถไม่ต้องตากแดดร้อน ๆ

Roojai.com จึงอยากพาผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนได้ “เบิกเนตร” เห็นความจริงของภัยร้ายข้อเสียเมื่อคุณเลือกจอดรถใต้ต้นไม้ ยิ่งจอดทิ้งไว้นาน ๆ ก็จะยิ่งส่งผลเสียกับรถของคุณโดยเฉพาะเรื่องของความเงางามของสีรถ และมากกว่านั้น ต่อไปนี้คือ 5 เหตุผลที่เราไม่อยากให้คุณนำรถไปทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ ไม่ว่าจะต้นไหนที่ไหน จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

เมื่อจอดรถใต้ต้นไม้ ไม่ได้ปกป้องสีรถของคุณ

จะเรียกว่าเป็น “ความเชื่อ การทำตาม หรือสัญชาตญาณ” ของผู้ใช้รถที่มักนิยมว่าการจอดรถใต้ต้นไม้นั้นเหมือนเป็นการช่วยปกป้องรถ ทั้งสีรถก็ดี ชิ้นส่วนภายในของรถก็ดีที่ไม่ต้องจอดกลางแดดร้อน ๆ จอดใต้ต้นไม้ยังไงก็ดีกว่า จอดรถตากแดด ปล่อยให้ต้องร้อน ข้อนั้นดีแน่นอนถ้ารถได้จอดไว้ในที่จอดซึ่งมีหลังคาที่จอดรถคลุมเป็นกิจจะลักษณะ นั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับรถของคุณ แต่การที่อาศัย จอดรถในร่ม ด้วยร่มไม้จากต้นไม้อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีในการช่วยรักษารถของคุณได้มากเท่าไร

ข้อเสียมากมายของร่มไม้ที่เมื่อคุณจอดรถ หลายคนอาจไม่รู้หรือลืมสังเกต มารู้อีกทีร่มไม้ที่คุณว่าช่วยให้รถของคุณไม่ต้องทนกับการตากแดดร้อน ๆ ก็กลับทำร้ายรถของคุณให้เสียหายจนเกินเยียวยาอย่างไม่คาดคิดแล้ว และต่อไปนี้คือเหตุผลที่เราไม่อยากให้คุณจอดรถไว้ใต้ต้นไม้

1. ยางต้นไม้ ทำลายสีรถของคุณมากกว่าที่คิด

เมื่อคุณหวังให้ต้นไม้บังแดดสำหรับการจอดรถของคุณ แน่นอนว่าทุกคนคงไม่เดินไปดูหรอกใช่มั้ยว่าต้นไม้ที่รถไปจอดนั้นเป็นต้นอะไร จะมียางต้นไม้ มีอะไรจะหยดใส่รถหรือเปล่า และนี่คือความจริงที่ต้องรู้ว่าภัยจากยางไม้คือศัตรูร้ายตัวฉกาจของสีรถ หยดใส่รถทีถ้าไม่ล้างให้ดีให้สะอาดแล้วปล่อยทิ้งไว้พาแต่จะกลายเป็นคราบฝังลึกขัดออกยาก หรือแย่กว่านั้น! คือขัดไม่ออก จนกลายเป็นตราบาปที่ติดรถของคุณไปตลอด และวิธีขัดสีรถ วิธีเดียวที่จะทำให้รถดูดีได้เหมือนเดิมก็คือการทำสีเป็นทางออกสุดท้าย

5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

2. ขี้นกก็ร้ายต่อสีรถไม่น้อย

“นี่ก็ร้าย” พอกัน สำหรับคราบขี้นก หยดใส่หัวยังล้างได้ แต่ถ้าใส่สีรถแล้วคุณไม่รีบล้าง มันคือฝันร้ายของสีรถอย่างแท้จริง นี่ยังเป็นกรณีที่คุณสังเกตเห็นนะ ถ้าดันมาหยดมาขี้ใส่ในส่วนที่คุณไม่ทันสังเกตแล้วปล่อยทิ้งไว้นาน มันก็อาจทำให้คุณต้องกุมขมับกันได้เลยถ้าจะขัดให้ออกที

5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

3. เศษกิ่งไม้ หล่นใส่รถจนกลายเป็นลักยิ้ม

นี่เราไม่ได้หมายถึงกิ่งใหญ่ ๆ นะ เป็นแค่เศษกิ่งเล็ก ๆ หรือตัวเมล็ด แค่นี้ก็ร้ายพอที่จะทำให้รถของคุณ “บุบ” เป็นริ้วรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะส่วนของหลังคา ส่วนของฝากระโปรงซึ่งเป็นพื้นที่รองรับแรงตกกระแทกเต็ม ๆ เมื่อนำรถไปจอด ซึ่งมันอาจทำให้รถของคุณเป็นรอยบุบลักยิ้มเล็ก ๆ ที่แก้ได้ยาก วิธีขัดสีรถต่าง ๆ ก็อาจช่วยไม่ได้และอาจเป็น “งานใหญ่” จนถึงขั้นทำสีรถในส่วนนั้น ๆ ใหม่ได้เลย

4. น้ำฝน ที่นำมาสู่คราบฝังลึก

เรารู้ว่าพื้นที่จอดรถอย่าง ต้นไม้ หรือ ลานจอดรถ ไม่สามารถช่วยบังน้ำฝันได้เต็ม ๆ ยังไงรถก็เปียกอยู่ดี แต่ข่าวร้ายก็คือการจอดรถใต้ต้นไม้ในตอนที่ฝนตก น้ำฝนจะชะล้างคราบยางของต้นไม้ลงมาโดนสีรถคุณด้วย จนกลายเป็นคราบเมื่อรถแห้งและล้างออกยาก ซึ่งจะว่าไปจอดรถที่โล่ง ๆ กลางฝนยังดีกว่าซะอีก

5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

5. สัตว์เลื้อยคลาน

จอดรถใต้ต้นไม้นาน ๆ คุณกลับมาใช้รถทีอาจมีเพื่อนร่วมทางไม่รู้ตัว พวกสัตว์เลื้อยคลานอาจอาศัยรถของคุณเป็นที่พักหลบฝน จะงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตะขาบ หนู หรือแม้กระทั่ง มด อาจนัดกันไปรวมตัวทำรังอยู่ที่รถคุณก็เป็นได้ มีต้นไม้ก็ต้องมีดินอยู่รอบ ๆ และพื้นที่เป็นดินซึ่งคุณใช้เป็นที่จอดรถ ก็คือเส้นทางให้พวกสัตว์เหล่านั้นไปหารถคุณ

พื้นที่จอดรถ และวิธีที่จะช่วยดูแลรถคุณได้อย่างแท้จริง

  • จอดรถในร่ม ในที่สำหรับจอดซึ่งเป็นหลังคาที่จอดรถที่บังแดด ไม่ใช่ร่มไม้
  • เลี่ยงการจอดรถบนพื้นที่เป็นดิน เพื่อช่วยป้องกันรถเป็นที่พักอาศัยของพวกสัตว์ทั้งหลาย
  • ถ้าต้องจอดรถตากแดดนาน ๆ ใช้ม่านบังแดดเพื่อลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร
  • ถ้าสังเกตเจอคราบยางไม้หรือขี้นกให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
  • ถ้าต้องจอดรถกลางแดดเป็นประจำ ควรเลือกใช้ฟิล์มกันแดดที่มีคุณภาพ สามารถกันความร้อนได้จริง

เพียงเท่านี้การใช้รถของคุณเมื่อต้องจอดรถที่ไหนก็จะเหมือนเป็นการดูแลรถได้ ด้วยเทคนิคและสิ่งที่ควรเลี่ยงที่เรานำมาฝาก จะช่วยป้องกันการทำร้ายรถของคุณในทางอ้อมได้เป็นอย่างดี และถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่รักรถ ก็ย่อมต้องการการคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์คุณภาพใช่มั้ยล่ะ? เลือกประกันรถยนต์ออนไลน์จาก Roojai.com ที่มาพร้อมกับตัวเลือกในการคุ้มครองมากมายซึ่งคุณสามารถปรับแต่งแผนได้เอง เลือกได้ตามที่เหมาะกับการใช้งานรถของคุณ รู้ใจกว่า ประหยัดกว่า ที่สำคัญผ่อนได้ ไม่ง้อบัตรเครดิต ถูกใจคนรักรถทุกคนอย่างแน่นอน คลิกเช็คราคาประกันรถยนต์ออนไลน์ที่นี่ได้เลย

Carro-Roojai-The-Keys-To-Driving-Safety

ถ้าคุณคิดว่าการไปสอบใบขับขี่รถยนต์ ทั้งข้อเขียนและปฎิบัติ จะช่วยให้คุณรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้รถบนท้องถนนอย่างปลอดภัยแล้วล่ะก็… คุณกำลังคิดผิด เพราะในความจริงการใช้รถมันมีอะไรมากกว่านั้น คุณจึงไม่ควรพลาดเนื้อหาเหล่านี้ที่เรากำลังจะบอก เพื่อให้คุณขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น

วันนี้ Roojai.com จะพาคุณไปดูสิ่งที่มากกว่าแค่เรื่อง กฎจราจร หรือสิ่งที่ได้รู้จากตอน อบรมใบขับขี่ แต่เป็นความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับใครที่ต้องใช้รถในเมือง ความหนาแน่นในการจราจรมีสูง ทำให้ความเสี่ยงแปรผกผันตาม ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

The-Keys-To-Driving-Safety

1. จอดรถให้ปลอดภัย

การจอดรถใช่ว่ามีที่ว่างตรงไหนก็จอดได้ เพราะมันอาจส่งผลต่อเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถของคุณด้วย โดยเฉพาะคุณผู้หญิงควรเลี่ยงจอดรถในที่เปลี่ยว หรือถ้าต้องจอดรถค้างคืนในที่ที่ไม่เคยจอด ควรเลือกจอดให้อยู่ใน “สายตา” ของกล่องวงจรปิดสักหน่อย ที่เดี๋ยวนี้มีติดอยู่ทั่วไปตามหน้าบ้านหรือร้านค้า

จอดรถในที่ปลอดภัยแล้ว เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงว่ารถของคุณจะอยู่ในอันตราย ก็ไม่ควรเก็บทรัพย์สินมีค่าใด ๆ ไว้ในรถด้วย ขโมยขโจรมันเยอะ บางทีสิ่งที่คุณคิดว่าไม่ได้มีค่าอะไรมากมาย เกิดหายไปก็ไม่เสียดาย แต่ก็ต้องอย่าลืมนึกด้วยล่ะ ว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อมหลังจากรถถูกงัดหรือโดนทุบไปแล้วอยู่ที่ราคาเท่าไร หลายคนก็คงไม่อยากต้องมาเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้โดยไม่จำเป็นหรอก

2. ใช้ไฟสัญญาณรถให้เป็นนิสัย

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากสัญญาณไฟมีอยู่ไม่น้อย และเรารู้ว่าตอน อบรมใบขับขี่ เขาให้ใช้ แต่คุณให้ความสำคัญกับมันมากน้อยแค่ไหน? ทั้งการเปิดไฟส่องสว่างบ้าง ไฟสัญญาณบ้าง หรือไฟเบรกที่เสีย คุณใช้มันเป็นนิสัยแล้วหรือยัง?

ควรใช้เป็นประจำไม่ว่าในซอยเล็กๆ หรือถนนใหญ่ เพราะอย่าลืมว่า คุณไม่ใช่คนเดียวที่ใช้รถใช้ถนน คนอื่น ๆ ที่เขาใช้ร่วม เขาไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณจะเลี้ยวหรือเบรก หรือจะขับรถไปทางไหน และมันคงไม่แฟร์กับพวกเขาถ้าต้องมาสูญเสียจากอุบัติเพราะความมักง่ายไม่ใช้ไฟสัญญาณ ดังนั้นใช้ไฟสัญญาณให้เป็นนิสัยไว้ดีที่สุด

The-Keys-To-Driving-Safety

3. ถ้ารถพร้อม การขับขี่ก็ปลอดภัยกว่า

ในตอนที่ สอบใบขับขี่ หลายคนน่าจะเน้นจำในเรื่องของ กฎจราจร เป็นสำคัญ ในตอนอบรมก็มีแทรกให้ความรู้เรื่องการดูแลรถอยู่บ้าง แต่ความจริงการดูแลรถมันมีอะไรมากกว่านั้น การเป็นเจ้าของรถจริง ๆ มันก็เหมือนเป็นภาระอันใหญ่ยิ่ง และถ้ารู้จักรถที่ตัวเองใช้ให้มากกว่าแค่ทั่วไป มันจะไม่ใช่เรื่องยากเลย

ขอแนะนำให้คุณหมั่นตรวจเช็ครถในส่วนของพื้นฐานการใช้งาน ตั้งแต่ในส่วนของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ระบบหล่อเย็น เบรก ยาง และอื่น ๆ มากไปกว่านั้น คุณควรหาความรู้เกี่ยวกับรถที่ตัวเองใช้ไว้บ้างด้วย ว่าถ้ามีปัญหาจากการใช้งานตรงไหนต้องซ่อมยังไง คอยหมั่นสังเกตความผิดปกติของตัวรถ รถมีปัญหาอะไรก็รีบแก้ อย่าปล่อยให้ลุกลามไปเสียที่จุดอื่นๆ จนเสียหายใหญ่ ซ่อมแพง หรือพาให้การใช้รถของคุณต้องปลอดภัยน้อยลงจากเดิม

4. โทรศัพท์ต้องพร้อมอยู่เสมอ

จริง ๆ เราไม่แนะนำให้ใช้โทรศัพท์บนรถหรอกนะ เพราะมันจะเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งนี้ “มันก็ต้องมี” และจำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อคุณใช้รถ รถดับ รถพังกลางทาง หรือเกิดอุบัติเหตุ โทรศัพท์นี่แหละคือตัวช่วยที่ดีที่สุดแล้ว

โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนที่มีอินเทอร์เน็ต ควรมีติดตัวไว้เสมอในตอนที่ใช้รถ เมมเบอร์ฉุกเฉินไว้ด้วยทั้งเบอร์ประกันรถของคุณ เบอร์ช่าง เบอร์อู่ หรือแม้แต่เบอร์รถยก เพื่อให้ตอนที่จะใช้จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาหา และควรมีพวกสายชาร์จไว้สำหรับชาร์จไฟโทรศัพท์ในรถด้วย

The-Keys-To-Driving-Safety

5. ออกจากซอย ระวังซ้ายมากขึ้นอีกนิด

หลายคนน่าจะเจอบ่อยเวลาที่ออกจากซอย เราก็มองขวาแล้วอย่างดี แต่มักจะมีรถมอเตอร์ไซค์ประเภท “ชอบแทรก” ขอไปก่อนเพราะเห็นว่ารถตัวเองเล็กกว่า แทรกแซงไปทางซ้าย บางคนไม่ระวังหรือไม่เห็นแล้วหักเลี้ยวมากไป ก็จะไปเบียดกับรถมอเตอร์ไซค์ แนะนำคือเวลาที่จะออกจากซอยให้ระวังซ้ายสักหน่อย มองขวาเห็นแล้วว่ารถไม่มีมีก็เหลียวระวังทางซ้ายไว้เพื่อเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

6. ไม่ชัวร์ก็อย่าเปลี่ยนเลน

โดยเฉพาะสายซิ่งยิ่งต้องห้ามใจไว้สักหน่อย ทางแคบ ๆ ที่คิดว่าแซงได้หรือเคยแซงได้มันอาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป ตอนสอบใบขับขี่ก็บอกอยู่ว่าถ้าจะเปลี่ยนเลนให้มั่นใจว่ารถที่ตามมาต้องอยู่ในระยะห่างพอสมควร เห็นช่องเล็ก ๆ คิดจะแซง เปลี่ยนเลน ต้องให้ชัวร์ก่อนว่ารถคันหลังขับตามมาอยู่ไกลพอให้ไป อย่ามั่นใจในตัวเองมากเกินไปเพราะ “ถ้าไม่พ้น” ขึ้นมาจงจำไว้ว่ามันไม่ใช่แค่คุณหรอกนะที่จะต้องสูญเสีย

The-Keys-To-Driving-Safety

7. ใจกว้างขึ้นบนถนนก็ปลอดภัยขึ้น

ดูจากคลิปมากมายของพวก “หัวร้อน” ในการใช้รถ และคิดว่าตัวเองคงไม่ทำเรื่องแบบนั้น แต่พออยู่ในสถานการณ์จริงกลับทำไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยที่มากกว่า เราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนใจกว้างในการใช้รถสักหน่อย เข้าใจว่าทุกคนมีพฤติกรรมในการใช้รถไม่เหมือนกัน บางคนนิสัยไม่ดีขี่แซงในจังหวะที่ไม่ควร แทรกรถเข้าไปทั้งที่แทรกไม่ได้

ทุกพฤติกรรมทำให้การใช้รถมีความสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น แต่ถ้าทุกคนขับขี่ด้วยน้ำใจ อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย ไม่เก็บมาคิดเล็กคิดน้อยจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าบนท้องถนนจะปลอดภัย มากขึ้นอีกเยอะ

และทั้งหมดน่าจะช่วยให้ทุกคนใช้รถกันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น รู้ว่า ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย  เริ่มนับที่หนึ่งจากคุณและอีกหลาย ๆ คน บนท้องถนนก็จะเป็นที่ที่มีความสุขมากขึ้นได้แล้ว ปลอดภัยมากขึ้น อุบัติเหตุที่เกิดจากรถก็จะน้อยลง และที่สำคัญรถทุกคันต้องทำประกันรถยนต์เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ เรามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้คุณอีกด้วยนะ สามารถเช็คราคาออนไลน์ พร้อมทั้งซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ซื้อง่าย ไม่ซับซ้อน ราคาดี และเชื่อใจได้ ต้อง Roojai.com รู้ใจกว่า ประหยัดกว่า คลิกเลย

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ปัญหาการหาที่จอดรถไม่ได้สักที ยอมรับเลยว่าเป็นปัญหาที่คอยกวนใจให้กับเราได้ตลอดเวลาเลย จนบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะพึ่งพาไสยศาสตร์ให้ช่วยเราหาที่จอดรถให้ได้สักที แต่ก็ใช่ว่าทุกที่จอดรถที่เราจะเจอจะสร้างความสบายใจให้แก่เรา บางทีรถป้ายแดง หรือรถมือสอง ก็ต้องการความปลอดภัย หากเจอที่ที่ดูไม่เหมาะกับการจอดรถ ก็ขอเลือกไม่จอดดีกว่า รวมไปถึงอันตราย และการเสี่ยงต่อรถหายด้วย

ดังนั้นวันนี้ masii เลยมีเคล็ดลับมาบอกว่าที่จอดรถแบบไหนที่เราควรหลีกเลี่ยงบ้าง

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ใต้ต้นไม้ใหญ่

หากอากาศร้อนระอุ หลายคนมักจะมองหาที่จอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะต้นไม้สามารถให้ร่มเงากับรถของเราได้ แต่เพื่อนๆ ทราบกันไหมครับว่า การจอดรถใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่นั้น ต้องแลกกับความเสี่ยงที่กิ่งไม้ต่างๆ จะโค่นหักใส่รถของเราได้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ และในช่วงหน้าฝนแบบนี้ หากเลี่ยงได้ทาง มาสิ แนะนำให้เลี่ยงไปก่อนเลยครับ

ที่มืดและเปลี่ยว

การเลือกจอดรถในที่มืดและเปลี่ยวนั้น รวมไปถึงการจอดรถห่างไกล และลับสายตานั้น ปฎิเสธไม่ได้ว่าเลยว่าการกระทำนี้เป็นการง่ายต่อการที่รถของเราจะหายจากการถูกโจรกรรมแน่ๆ และสิ่งของในรถอาจจะโดนขโมย หรืออาจจะโดนทุบกระจกก็เป็นไปได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่ในการเลือกจอดรถ ควรหาที่จอดที่เหมาะสม มีแสงสว่างพอเพียง อีกทั้งยังมีผู้คนพลุกพล่าน

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ทางลาดชัน

มือใหม่ต้องฟังเลย เวลาเดินทางออกต่างจังหวัด อาจจะเห็นว่าไม่ค่อยจะมีรถวิ่งสักเท่าไรนั้น และมีเหตุจำเป็นต้องจอดข้างทาง สิ่งที่เพื่อนๆ ควรหลีกเลี่ยงไปก่อน คือ การจอดรถบนลาดชัด หรือบนเนินเขา ครับ เพราะว่านอกจากจะส่งผลต่อระบบเบรกรถของเราแล้ว ยังเสี่ยงต่อการรถไหลอีกด้วย สร้างความเสียหายให้กับรถของเรา และคนอื่นด้วย

และเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้งมีคู่กรณี หรือไม่มีคู่กรณี การเลือกทำประกันรถยนต์ไว้จะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่าย และค่ารักษาพยาบาลให้เราได้ เรียกได้ว่าสร้างความอุ่นใจ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ หากใครสนใจประกันรถยนต์ คลิกที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ทันที มีข้อมูลสงสัยโทร 02 710 3100 เรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำครับ

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Carro-Roojai-How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

ช่วงที่ ไวรัส โคโรนา (COVID-19) กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว ทุกคนต้องปรับตัวเองกับคำว่า “Social Distancing” เว้นระยะห่างจากบุคคลทั่วไป หลายคนก็ต้องทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) อยู่แต่บ้านไม่ค่อยได้ไปไหน ซึ่งรถของคุณก็จะไม่ค่อยได้ใช้งานไปโดยปริยาย ต้องจอดรถไว้นานควรทำอย่างไร ต้องดูแลยังไงให้รถพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

Roojai.com ไม่ได้เป็นห่วงรถคุณแค่เรื่องประกันภัยเพียงอย่างเดียว เราก็อยากให้คุณไม่เกิดปัญหาในการใช้งานรถด้วย ยิ่งในสภาวะเช่นนี้ รถไม่ค่อยได้ใช้งาน ต้องจอดรถทิ้งไว้นาน ๆ ย่อมส่งผลให้ตัวรถเกิดปัญหา แล้วพอจะใช้ทีก็ต้องมานั่งซ่อมที แบบนี้ไม่ดีแน่! ควรทำอย่างไรไปดูกันเลย

จอดรถไว้นานควรทําอย่างไร ในช่วงที่ โคโรนา เป็นภัย

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

1. หมั่นดูแลรถให้สะอาดอยู่เสมอ

ไม่ได้ใช้รถนานๆ บางทีคราบขี้นก ยางต้นไม้หยดใส่รถแต่ว่าคุณไม่รู้ ต้องหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ ถ้ามีคราบมีรอยเมื่อเห็นให้ล้างออกโดยทันทีก่อนที่ตัวคราบนั้น ๆ จะเข้าไปทำลายสีรถของคุณ ล้างไม่ออก ขัดยังไงก็ไม่หลุด เป็นเหมือน “ตราบาป” ติดรถของคุณไปตลอด

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

2. หาที่จอดรถที่เหมาะสม

คำว่า “เหมาะสม” ในที่นี้บริบทของมันใช่เพียงแค่ว่าจอดรถในที่ร่มไม่โดนแดดไม่โดนฝนเท่านั้น แต่พื้นที่โดยรอบของที่จอดรถและตำแหน่งการจอดนั้น ไม่ควรเป็นพื้นที่รกร้างที่อาจมีสัตว์นานาชนิดแอบใช้รถของคุณเป็นที่พักผ่อนได้ เช่น หนูหรืองู จอดรถนาน ๆ ไม่ได้ใช้ทุกวันตรงจุดนี้ต้องระวังให้ดี

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

3. หมั่นเปิดฝากระโปรงบ่อยๆ

ใต้ฝากระโปรงอาจเป็นแหล่ง “มั่วสุม” ของพวกหนูซึ่งมันอาจนำความพินาศมาสู่รถคุณได้ เข้าไปกัดสายไฟจนขาด นำอาหารไปกินแล้วทิ้งไว้ในห้องเครื่องเป็นขยะ ซึ่งถ้าไม่คอยเปิดเช็กฝากระโปรง ปิดสนิททิ้งไว้เป็นอาทิตย์บอกเลยว่า “บันเทิงแน่นอน” เปิดมาดูที รถของคุณอาจจะสตาร์ทไม่ติดหรือเห็นเศษขยะสะสมมากมายที่พวกมันมาแทะกัดแล้วทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า การเปิดฝากระโปรงทิ้งไว้หรือคอยเปิดบ่อย ๆ สามารถช่วยได้ เพื่อไม่ให้พวกสัตว์ต่าง ๆ เห็นว่าในห้องเครื่องของรถคุณเป็นที่หลบภัยของมันนั่นเอง

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car-4

4. 3-4 วัน สตาร์ทรถสักที

บางคนอาจแนะนำว่าให้สตาร์ทรถสัปดาห์ละครั้งก็ได้ แต่เราอยากให้ความถี่ในการสตาร์ทรถของคุณมากขึ้นสักหน่อย เป็นสัก 3-4 วันให้เครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ ของตัวรถได้ทำงาน ทั้งระบบไฟ ระบบแอร์ และอื่น ๆ รอบคัน สตาร์ททิ้งไว้สัก 10-15 นาทีให้ไฟได้ชาร์ทเข้าแบตฯ ไว้บ้าง หรือจะให้ดีกว่านั้นสตาร์ททั้งทีก็ขับวนรอบหมู่บ้านสักรอบสองรอบ ก็จะยิ่งช่วยให้ระบบช่วงล่างของรถได้ทำงานบ้างได้ด้วยอีกต่างหาก

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

5. เติมลมให้ “แข็งขึ้น” สักเล็กน้อย

รถไม่ค่อยได้ขับ จอดทิ้งไว้นาน ๆ ขับอุ่นเครื่องแต่ในหมู่บ้านไม่ได้เอาออกไปไหน เพื่อรักษาสภาพยางรถยนต์ของคุณให้ยังดีอยู่เสมอก็ควรเติมลมยางให้แข็งกว่าปกติสักหน่อย เพิ่มขึ้นสัก 5 ปอนด์จากมาตรฐานก็สามารถช่วยให้ตอนที่น้ำหนักเมื่อกดทับยางตอนจอดนิ่งนาน ๆ ไม่เสียรูป ใช้งานได้อีกยาวๆ

สำคัญไปกว่านั้นต้องหมั่นตรวจเช็กแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอด้วย ไม่ควรปล่อยให้ลมยางอ่อนจนยางแบนล้อเกือบติดพื้น นอกจากมันจะไม่ดีกับสภาพยางของรถคุณแล้ว ตอนจะขับใช้งานทีก็อาจต้องถอดล้อไปเติมลมยาง เสียเวลาซ่อมอีกต่างหาก วัดลมยางบ่อย ๆ พอเห็นว่าเริ่มอ่อนก็ขับไปเติมไว้นี่แหละดีที่สุด

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

6. อย่ามองข้ามของเหลวของเครื่องยนต์

แม้ว่าคุณจะไม่ค่อยได้ใช้รถบ่อย ๆ ก็ตาม แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครปลื้มหลอกถ้าจะขับทีต้องซ่อมที ดังนั้นเรื่องของเหลวในส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์คือสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ควรหมั่นตรวจเช็กให้อยู่ในระดับที่ตัวรถต้องการอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นระบบหล่อเย็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก ฯลฯ ต้องเช็กให้ดีทุกส่วน

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

7. ถอดขั้วแบตเตอรี่

ถ้ารู้ว่าจะไม่ค่อยได้สตาร์ทรถนาน ๆ หลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ถอดขั้วแบตฯ ไปเลยน่าจะดีกว่า เพราะต้องไม่ลืมว่าแม้รถจะไม่ได้สตาร์ทแต่ระบบต่าง ๆ ของรถที่ต้องใช้ไฟยังทำงานอยู่ ซึ่งหมายความว่าตัวแบตฯ ก็ต้องจ่ายไฟ แล้วถ้าไม่ได้สตาร์ทรถชาร์จไฟก็อาจทำให้แบตฯ “เกลี้ยง” ได้ พอตอนจะสตาร์ทก็สตาร์ทไม่ติด ทางที่ดีถ้ารู้ว่าจะไม่ได้ใช้รถนาน ๆ ให้ถอดขั้วแบตฯ ออกเลยดีที่สุด

โคโรนา ไวรัสอาจทำให้หลาย ๆ คนต้องปรับตัว ซึ่งคนใช้รถ จอดรถไว้นานควรทำอย่างไร ทั้งหมดน่าจะเป็นคำตอบให้กับทุกคนแล้ว และถึงแม้รถจะจอดไว้ไม่ได้ใช้นาน ๆ เรื่องประกันภัยรถยนต์ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี เพื่อให้ตอนที่ใช้รถก็จะสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นกับทุกคนได้ อันตรายไม่น้อยกว่า ไวรัส โคโรนา (COVID-19) ซึ่งสามารถซื้อประกันโควิดออนไลน์ เบี้ยต่ำ คุ้มครองสูง กับเราได้แล้ววันนี้ เลือกทำประกันไว้อุ่นใจกว่า

Carro-How-To-Prep-Your-Car-For-Long-Term-Storage

ในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดในบ้านเราและในทั่วโลก ซึ่งก่อให้เกิดผลร้ายมหาศาลทั้งทรัพย์สินและชีวิต เศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากประชากรทั่วโลกไม่ได้ไปมาหาสู่กัน ทำให้การเดินทางนั้นหยุดชะงัก

ในแง่ดีของเวลานี้คือ ราคาน้ำมันโลกมีราคาถูกลงมาก เนื่องจากความต้องการน้อยลง อีกทั้งในบ้านเรายังมีนโยบาย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางไหน นอกจากอยู่บ้าน Work From Home หรือดูหนังฟังเพลง รถยนต์จากที่เคยใช้งานประจำ ก็ต้องจอดรถทิ้งไว้นานนับสัปดาห์ หรือนานเป็นเดือน

ขึ้นชื่อว่าเครื่องจักรแล้ว ถ้าไม่ได้ใช้งานๆ ไม่เป็นผลดีแน่นอน MR.CARRO จะมาเสนอ 5 วิธี ดูแลรถจอดไว้นาน ช่วง “อยู่บ้านเพื่อชาติ” ครับ.

1. ดูแลแบตเตอรี่ สตาร์ทรถบ้าง

การจอดรถทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานๆ นับสัปดาห์หรือนับเดือน โดยไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์เลย ส่งผลให้แบตรถยนต์เสื่อมภาพและแบตเตอรี่รถหมดได้ อย่าลืมว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในรถ เช่น วิทยุ, กันขโมย วิทยุ ยังต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่หล่อเลี้ยงการทำงานอยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่ได้สตาร์ทรถก็ตาม

เพื่อป้องกันรถแบตหมด ควรสตาร์ทรถบ้าง อย่างน้อยๆ ทุกๆ 2 วัน หรือทุกอาทิตย์ ติดเครื่องทิ้งไว้ครั้งละประมาณ 10-15 นาที หรือเอารถออกไปขับให้ได้ระยะทางหลายๆ กิโลเมตรสักหน่อย เพื่อชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ เพื่อให้ชิ้นส่วนต่างๆ ภายในรถได้เคลื่อนไหวบ้าง ไม่งั้นพอจะใช้งาน แบตรถยนต์หมด ต้องเสียเวลามาจัมพ์แบตเตอรี่อีก

How-To-Prep-Your-Car-For-Long-Term-Storage

2. เติมลมยาง

รถที่ถูกจอดทิ้งไว้นานๆ น้ำหนักของรถจะกดให้ยางจุดที่รับน้ำหนักนั้นแบนลง และอาจจะเสียรูปได้ ถ้ารถไม่ได้ขับ ก็เติมลมยางให้แข็งไว้ก่อน ถ้าสงสัยว่ารถคุณแรงดันลมยางกี่ปอนด์ ให้ดูได้จากสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่ตรงเสาประตูข้างคนขับ หรือในคู่มือการใช้รถ ตรวจเช็คลมยางอาทิตย์ละครั้ง เพื่อรักษาลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

หมั่นเติมลมยางรถยนต์ และเติมลมยางกระบะอยู่เสมอ ให้พร้อมใช้งาน แต่ถ้าคิดว่าไม่ได้ใช้รถนานจริงๆ ก็หาแม่แรง หรือสามขามายกรถไว้เลยก็ได้ ป้องกันยางเสียสภาพ

3. จอดรถในที่เหมาะสม และล้างรถบ้าง

เมืองไทยขึ้นชื่อว่าแดดร้อนสุดๆ นี่ล่ะที่จะทำให้ส่วนที่เป็นยาง หนัง และพลาสติกต่างๆ รอบคันรถ กรอบแตกเสื่อมสภาพได้ และยังทำลายสีรถ แลกเกอร์ที่เคลือบไว้ลอก หรือสีซีดได้ จึงควรเก็บรถไว้ในที่ร่ม ถ้ามีผ้าคลุมรถก็คลุมซะ แล้วหาโอกาสล้างรถบ้าง เพื่อรักษาสีรถ

และควรหลีกเลี่ยงการจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นมะม่วง ต้นจามจุรี หรือต้นหูกวาง ฯลฯ เนื่องจากกิ่งไม้ ฝัก เมล็ด หรือยางไม้อาจหักหรือหล่นมาโดนรถ และการจอดในบริเวณพงหญ้าและจุดทิ้งขยะ เพราะมีโอกาส ที่มด แมลงสาบ หรือหนู บุกยึดส่วนต่างๆ ของรถคุณได้

How-To-Prep-Your-Car-For-Long-Term-Storage

4. อย่าดึงเบรกมือ

รถที่จอดนานๆ ไม่ควรดึงเบรกมือค้างไว้ เพราะเบรคอาจติดได้ และอาจเจอปัญหาขยับรถไม่ได้ หากต้องการไม่ให้รถไหล ใช้บล็อก หรือวัสดุอื่นที่ไม่ทำความเสียหายกับยางรถยนต์วางไว้แทน

5. ถ่ายน้ำมันเครื่อง เติมน้ำมันให้เต็มถัง

น้ำมันเครื่องที่ใช้งานมาแล้ว มักมีสิ่งปนเปื้อน เศษเหล็กเศษผงต่างๆ ในอ่างน้ำมันเครื่อง และมีสภาพเป็นกรด อาจทำลายชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ได้ ถ้าจอดรถนานนับเดือนขึ้นไป ลงทุนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ดีกว่า

และช่วงนี้น้ำมันถูกมาก หาโอกาสเติมน้ำมันให้เต็มถังไว้ เพราะป้องกันความชื้นที่จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้ และช่วยป้องกันการเกิดสนิมภายในถังน้ำมัน (กรณีรถรุ่นเก่าๆ ที่ถังน้ำมันเป็นแบบโลหะ)

และนี่ก็คือ “เคล็ดไม่ลับ” ในการดูแลรถยนต์ช่วง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” นะครับ!

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้ในช่วงโควิด-19 ระบาด CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Carro-Not-Forget-If-Double-Parking

อะไรเอ่ย หายากกว่าค่าผ่อนรถ คำตอบก็คือ “ที่จอดรถ” นั่นเองครับ ค่าผ่อนรถถ้าเรามีการวางแผนการเงินที่ดี ไม่สุรุ่ยสุร่าย ยังไงก็มีเงินผ่อนรถแน่ๆ

แต่ที่จอดรถนี่สิครับ บางทีวนแล้ววนอีก วนจนตาลาย ก็ยังหาที่จอดรถไม่เจอซักที ทางเลือกที่เหลืออยู่ก็คือต้อง “จอดซ้อนคัน” แต่การจอดรถซ้อนคันนั้นมีอะไรต้องคำนึงและห้ามลืมบ้าง วันนี้เพนกวิน Frank ได้นำมาเสนอคุณแล้ว

Not-Forget-If-Double-Parking

1. คำนึงถึงระยะห่าง

ถ้าเราจอดรถในซองที่มีเส้นแบ่งชัดเจนก็คงไม่เป็นปัญหา แต่การจอดซ้อนคันมันไม่มีเส้นแบ่งเป็นสัญลักษณ์ให้เรา แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าใครกังวล แฟรงค์ขอแนะนำให้คุณ “เว้นระยะห่างให้มากกว่าปกติ” โดยแฟรงค์แนะนำให้มีพื้นที่ว่างอย่างน้อยหนึ่งช่วงรถ ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกกรณีต้องมีการเคลื่อนย้ายรถด้วย

2. ดูทำเลที่จอดรถซ้อนคันของเราด้วย

การจอดรถซ้อนคัน ใช่ว่าจะจอดที่ไหนก็ได้นะครับ เพราะถ้าเราจอดไม่ดูทำเลอาจกลายเป็นว่าไปขวางทางเข้าออกของคนอื่น หรือดันไปจอดในที่ที่มีความลาดชันมากจนอาจเกิดอุบัติเหตุรถไหลไปชนคันอื่นได้ ดังนั้น เราต้องดูทำเลที่จอดให้ดีๆ นะครับ ห้ามลาดชัน ห้ามขวางทาง จำให้มั่น

Not-Forget-If-Double-Parking

3. จอดรถให้สามารถเคลื่อนย้ายได้

เพราะการจอดรถซ้อนคัน เราต้องคำนึงถึงรถคันที่เราไปซ้อนด้วยครับ ดังนั้น เราต้องจอดรถให้ดี เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายรถได้สะดวก โดยแฟรงค์แนะนำให้คุณทำตามดังนี้ครับ

1. ตั้งล้อให้เป็นแนวตรง ก่อนที่จะดับเครื่องและลงจากรถ ให้เราหมุนพวงมาลัยให้เป็นแนวตรงก่อนครับ เพื่อที่เวลาคนจะมาเคลื่อนย้ายรถเราจะได้เข็นเป็นเส้นตรง ไม่เบี้ยวไปชนรถคันอืนๆ
2. เข้าเกียร์ N หรือเกียร์ว่าง เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนย้ายได้ ห้ามใส่เกียร์ P เด็ดขาดนะครับ
3. เอาเบรกมือลง หลายคนเคยชินกับการจอดรถโดยยกเบรกมือขึ้น แต่ถ้าเราจอดรถซ้อนคัน ต้องห้ามเอาเบรกมือขึ้นเด็ดขาดครับ

4. ทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ซักหน่อย

สุดท้ายแล้วเผื่อไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน ให้เราลองเขียนข้อความชื่อ พร้อมเบอร์ติดต่อแนบไว้หน้ากระจกรถของคุณ หากเกิดปัญหาอะไรขึ้น ก็จะมีคนติดต่อคุณได้นั่นเองครับ

และนี่ก็คือสิ่งที่ห้ามลืมเมื่อจอดรถซ้อนคัน ที่จะช่วยให้การจอดรถซ้อนคันของคุณปลอดภัยขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่ไม่ว่าจะปลอดภัยแค่ไหน เปอร์เซนต์การเกิดอุบัติเหตุก็ยังคงไม่เป็นศูนย์อยู่ดี ดังนั้น อย่าลืมทำประกันรถยนต์จาก www.frank.co.th ไว้ดูแลคุณนะครับ

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

หลายต่อหลายครั้ง ที่คนเรามักจะมีเรื่องให้ขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตัวอย่างเช่น  ต้นไม้รุกล้ำ เสียงดัง รวมไปถึงการจอดรถขวางหน้าบ้าน ทำให้เกิดความหงุดหงิด กวนใจ ทั้งที่ต้องตักเตือนกันอยู่บ่อยครั้ง และอาจก่อให้กลายเรื่องใหญ่ถึงขั้นฟ้องร้องกัน 

แต่ถ้าคุณมีรถหลายคัน จนไม่อยากเอาไปจอดเกะกะเพื่อนบ้าน มาขายรถกับ CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

CARRO จึงรวบรวมข้อพิพาทการจอดรถขวางหน้าบ้าน ที่กฏหมายจะช่วยคลายปมนี้ได้ ดังนี้

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

ถ้าใครคิดว่า ถนนเป็นที่สาธารณะ กำลังเข้าใจผิด !!

ถนน คือ ทางสัญจร
ทาง หมายความรวมถึง ทางเดินรถ ทางเท้า สะพาน ลานการจราจร

สัญจร คือ การผ่านไปมา
ดังนั้น ถนน คือ ทางสำหรับการผ่านไปมา ไม่ใช่ที่จอดรถ สามารถหยุดรถเพื่อรับส่งคน หรือสัมภาระได้ แต่ไม่ใช่ใช้เป็นลานจอดรถ ถึงแม้ว่าจะจอดรถไว้หน้าบ้านของตัวเองก็ตาม คุณเองก็ผิดถ้าผูใช้รถใช้ถนนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

การจอดรถขวางประตูเข้าออกบ้านของผู้อื่น เป็นการกระทําให้ผู้อื่นเดือดร้อน รําคาญ เพราะไม่สามารถนํารถเข้าหรือออกจากบ้าน จะมาอ้างว่าถนนหน้าบ้านเป็นที่สาธารณะนั้นทําไม่ได้ เนื่องจากหากเจ้าของรถใช้สิทธิไปก่อความเดือดร้อนของผู้อื่นทั้งที่รู้แก่ใจถึงความเสียหาย จะถือว่า กระทําความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรําคาญใจตามมาตรา 397 หมวดลหุโทษ

สรุปว่า การจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น (ประตูทางเข้าออก) เป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 พันบาท

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

วิธีการแก้ปัญหา คือ

1. เขียนป้ายเตือนไว้
2. ถ้ายังมีรถมาจอดขวางทาง แนะนำให้คุยกันก่อน
3. แต่ถ้าตกลงไม่ได้ก็ต้องพึ่งคนกลางอย่าง ตำรวจ, นิติบุคคล

ทั้งนี้ เมื่อเป็นความผิดกฎหมายอาญาแล้ว ตํารวจจะปัดไม่รับแจ้งความร้องทุกข์ไม่ได้ ถ้าปฏิเสธ อาจมีโทษฐานละเว้นหน้าที่โดยทุจริต เพราะความผิดฐานนี้ไม่จําเป็นต้องมีความเสียหายเกิดขึ้น แค่เกิดพฤติกรรมที่ทําให้ผู้อื่นเดือดร้อนรําคาญใจ ก็เป็นความผิดอาญาฐานนี้แล้ว

เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าตัวเจ้าของบ้าน และเพื่อนบ้านสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้นะคะ

ที่มา : TerraBKK

จอดรถ, รถยนต์, ดูแลรถยนต์, วิธี

“จอดรถทิ้งไว้” “รถไม่ค่อยได้ใช้งาน”
ต้องดูแลรถยนต์อย่างไรบ้าง?

สงกรานต์ใกล้เข้ามาทุกที ผู้อ่านหลายๆ คนก็คงจะมีแพลนเตรียมตัวกลับบ้านในวันหยุดยาวที่จะมาถึง ซึ่งหลายๆคนที่มีครอบครัวใหญ่หน่อยก็มักจะขับรถกลับบ้าน และแน่นอนว่าก่อนการเดินทางครั้งนี้ คุณจะต้องตรวจเช็คสภาพและความพร้อมของเครื่องยนต์ก่อนออกเดินทางอยู่แล้ว เพื่อการขับขี่ที่ราบรื่นของคุณเอง และการถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

สำหรับรถยนต์ที่ใช้งานทุกวันก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะคุณจะรู้เสมอหากรถมีปัญหา คุณจึงสามารถส่งรถไปซ่อมบำรุงได้ทัน ก่อนจะนำมาขับอีกครั้ง แต่สำหรับรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หากรถมีปัญหา หรือมีอะไรสักอย่างเสีย เราก็คงจะไม่ทราบว่ารถเป็นอะไร ตรงไหน เพราะแทบจะไม่ได้แตะรถ ฉะนั้น สิ่งที่เราจะต้องเช็คเสมอ สำหรับรถใช้งานน้อยๆ รถที่จอดทิ้งไว้ หรือแทบไม่ใช้งาน จะมีอยู่ 6 เรื่อง นั่นก็คือ

 

1. แบตเตอรี่

จอดรถ, รถยนต์, ดูแลรถยนต์, วิธี

หลายคนเจอปัญหารถไม่ค่อยได้ใช้ แต่แบตหมด, แบตเสื่อม ทำไมถึงเสื่อม?เหตุผลก็คือ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ แต่แบตเตอรี่ก็ยังคงมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปเลี้ยงระบบในรถยนต์อยู่ เช่น ระบบกันขโมย ซึ่งหากจอดไว้โดยไม่มีการติดเครื่องยนต์เป็นเวลานาน ก็ทำให้แบตเตอรี่หมดประจุได้ ซึ่งวิธีแก้ไขก็คือ ควรสตาร์ทเครื่องยนต์ไว้ 10 นาทีหรือมากกว่านั้น อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือทำทุกวันก็ได้ค่ะ

2. ของเหลวในรถยนต์จอดรถ, รถยนต์, ดูแลรถยนต์, วิธี

หากรถไม่ค่อยได้ใช้ เมื่อกลับมาใช้งานอีกครั้ง ควรเช็คของเหลวต่างๆ ในรถว่าพร้อมใช้งานแค่ไหน เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ เพื่อหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ให้เกิดสนิม สำหรับน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน หรือตามที่คู่มือรถกำหนด เพราะน้ำมันเครื่องมีวันหมดอายุ และเสื่อมสภาพ

3. ลมยาง, ยางรถยนต์จอดรถ, รถยนต์, ดูแลรถยนต์, วิธี

หากเราจะต้องจอดรถเอาไว้เป็นระยะเวลานานๆ แนะนำให้เติมลมยางมากกว่าปกติประมาณ 5 – 10 ปอนด์/ตารางนิ้ว หรือ นำรถไปขับเพื่อให้ยางได้หมุนบ้าง เพราะการจอดรถอยู่กับที่นานๆ จะทำให้เกิดอาการยางไม่คืนตัว โดยเกิดการยุบตัวของโครงยางส่วนหน้าที่สัมผัสกับพื้นได้ ทำให้โครงยางเสียรูป ไม่กลม วิธีที่ดีที่สุด หากต้องต้องจอดรถทิ้งไว้นานเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป คือ ให้ยกรถตั้งบนแท่นวางทั้ง 4 ล้อ ซึ่งทำให้น้ำหนักรถไม่กดทับลงบนยาง ซึ่งเป็นการรักษารูปร่างของยางได้ดีที่สุด

4. สตาร์ทเครื่องยนต์จอดรถ, รถยนต์, ดูแลรถยนต์, วิธี

แม้จะไม่ค่อยใช้รถ แต่คุณก็ควรนำรถออกไปขับบ้าง เป็นระยะทางสั้นไก็ได้ เพราะการสตาร์ทเครื่องยนต์ จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานและชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ และในรถยนต์นั้นมีชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เป็นจุดหมุน เช่น ระบบช่วงล่าง ลูกหมากต่างๆ ซึ่งหากปล่อยให้อยู่กับที่นานๆ อาจทำให้เกิดการสึกหรอได้ง่าย

5. การทำความสะอาดจอดรถ, รถยนต์, ดูแลรถยนต์, วิธี

เพื่อไม่ให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกเกาะอยู่ที่สีรถนานเกินไป จนยากที่จะล้างออก ควรมีการทำความสะอาดหรือล้างรถก่อน จึงค่อยใช้ผ้าคลุมรถ เพื่อป้องกันฝุ่น และรักษาสีของรถยนต์ ให้ดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ

6. สถานที่จอดรถ

ควรจอดในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ สถานที่เปียกชื้น ใกล้ถังขยะ เพราะอาจมีโอกาสที่หนูเข้ามาอาศัยหรือทำรังใต้กระโปรงรถได้ หากจอดรถใต้ต้นไม้จะต้องระวัง หากไม่ได้มีการคลุมรถ เนื่องจากต้นไม้จะมียางของต้นไม้ที่หล่นลงมา ทำให้สีรถด่างได้ รวมถึงกิ่งไม้ที่ตกลงมาตามแรงลม หรืออื่นๆ ซึ่งอาจทำให้รถของเราเกิดรอยขีดข่วนได้

สุดท้ายถ้าคุณมีรถที่ไม่ได้ใช้งาน หรือนานๆครั้งจะขับ อาจด้วยเพราะชีวิตประจำวันของคุณไม่ได้จำเป็นจะต้องใช้รถบ่อยๆ แนะนำให้นำรถมาขายด่วนกับคาร์โร (คลิก) จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาตรวจเช็คหรือคอยดูแล อีกทั้งถ้าคุณปล่อยรถเอาไว้นานๆ มีแต่ผลเสีย คือราคาตกลงเรื่อยๆทุกปี นอกจากนี้ถ้าคุณมาขายกับเรา คุณจะได้รับเงินสด ทันที! คุณจะยังได้เงินกลับไปทำประโยชน์อื่นๆได้อีกด้วยค่ะ

การนำรถยนต์เข้าจอดตามสถานที่ต่างๆ เช่น อาคารชุด, สำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า, โรงพยาบาล ฯลฯ ซึ่งในทางปฏิบัติ ทางฝ่ายอาคารสถานที่ มักมีบัตรจอดไว้ให้เสมอ และในบัตรฯ ก็มักมีข้อความที่สะดุดตาว่า “บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในความเสียหาย สูญหายของทรัพย์สิน”

ข้อสงสัยที่เกิดกับเจ้าของรถยนต์ คือ หากทรัพย์สินและรถยนต์ที่จอดในอาคารสถานที่นั้นๆ เกิดสูญหายหรือเสียหาย จะสามารถเรียกร้องให้ทางฝ่ายอาคารสถานที่ ซึ่งให้บริการพื้นที่จอดรถยนต์แก่ผู้มาติดต่อธุระ รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ ในเมื่อมีการปฏิเสธเป็นข้อความชัดเจนไว้แล้วในบัตร

ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ คงทำให้ผู้อ่านสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ หากประสบเหตุการณ์ด้วยตนเอง

Car-Lost-In-Car-Park

เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงาน วิรัชมีนัดทานอาหารมื้อค่ำกับเพื่อนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง และนำรถยนต์เข้าจอดในสถานที่ซึ่งทางโรงแรมจัดไว้ให้ โดยพนักงานโรงแรมได้จดหมายเลขทะเบียนลงในบัตรจอดรถยนต์ของโรงแรม และได้ส่งมอบบัตรนั้นให้วิรัชเก็บไว้

ในทางปฏิบัติ โรงแรมนี้มีพนักงานตรวจหมายเลขทะเบียนรถยนต์ในบัตรจอด ให้ตรงกับรถยนต์ที่จะออกจากโรงแรม และมีป้ายติดไว้ในบริเวณที่จอด มีข้อความชัดเจนว่า “บริการจอดรถยนต์ฟรี แต่ทางโรงแรมจะไม่รับผิดในทรัพย์สินของผู้มาใช้บริการที่สูญหาย” ซึ่งวิรัชเองก็เห็นข้อความนี้แล้ว ขณะนำรถยนต์เข้าจอด

หลังจากเสร็จสิ้นอาหารมื้อค่ำ เขากลับมาที่รถยนต์เพื่อกลับบ้าน ปรากฎว่ารถยนต์หาย! สอบถามจากพนักงานโรงแรมพบว่า ผู้ตรวจสอบบัตรตอนขาออกบกพร่องในหน้าที่ ไม่ตรวจบัตรของคนร้ายที่ขับรถยนต์ของวิรัชออกไปจากโรงแรม

Car-Lost-In-Car-Park

กรณีนี้ศาลได้พิจารณาคดีแล้วได้ความว่า การที่โรงแรมเพียงแต่ยอมอนุญาตให้ผู้มาใช้บริการ นำรถยนต์เข้าจอดในที่จัดไว้ โดยมีพนักงานมอบบัตรตอนขาเข้าและตรวจบัตรตอนขาออก เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้ผู้มาใช้บริการเข้าจอดรถยนต์ดังกล่าว ไม่มีลักษณะเป็นการมอบการครอบครองรถยนต์ให้แก่ทางโรงแรม จึงไม่ใช่สัญญาฝากทรัพย์

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 ที่วิรัชจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย อันเนื่องจากผู้รับฝากไม่ใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินซึ่งฝากนั้น ตามมาตรา 359 ดังนั้นวิรัชจึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโรงแรม ฐานผิดสัญญาฝากทรัพย์ได้

แต่การที่ทางโรงแรมจัดที่จอดรถยนต์ให้แก่ผู้มาใช้บริการ โดยมีพนักงานจดหมายเลขทะเบียนรถยนต์ลงในบัตรจอด มอบให้ผู้มาใช้บริการที่นำรถยนต์เข้ามาจอด และมีพนักงานตรวจหมายเลขทะเบียนในบัตรจอดให้ตรงกันตอนขาออก เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยแก่ผู้มาใช้บริการ

ถือว่าโรงแรมมีหน้าที่ต้องระมัดระวังในการตรวจสอบผู้นำรถยนต์ออกจากที่จอดด้วย แม้ว่าบริเวณที่จอดของโรงแรมจะมีการปิดป้ายประกาศไว้ว่า “ไม่รับผิดชอบในทรัพย์สินของผู้มาใช้บริการที่สูญหาย” ก็ตาม ถือว่าไม่ใช่ข้อความที่ผู้มาใช้บริการซึ่งในที่นี้คือวิรัช ได้ตกลงด้วย โรงแรมจึงไม่ได้รับการยกเว้นให้พ้นความรับผิดชอบ

Car-Lost-In-Car-Park

เมื่อพนักงานโรงแรมได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตรวจหมายเลขทะเบียนบนบัตรจอดของผู้มาใช้บริการตอนขาออก แต่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง โดยงดเว้นไม่ตรวจบัตรตอนคนร้ายขับรถยนต์ของวิรัชออกไป อันเป็นการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันการโจรกรรมรถยนต์ เป็นผลโดยตรงทำให้รถยนต์ของวิรัชถูกลักไป และเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้วิรัชได้รับความเสียหายแก่ทรัพย์สิน

จึงเป็นการทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 และการที่พนักงานโรงแรมทำละเมิดต่อวิรัช ถือว่าพนักงานโรงแรมได้กระทำไปในทางการที่จ้างของโรงแรม

ดังนั้นโรงแรมในฐานะนายจ้าง จึงต้องร่วมรับผิดกับพนักงานโรงแรมซึ่งเป็นลูกจ้าง ในผลแห่งละเมิดนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425

เจ้าของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายหรือสูญหาย ต้องฟ้องเรื่องการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงจะมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้

แหล่งที่มาจาก:

  • คุณ ศราวุธ สายเชื้อ จากนิตยสารไทยไดรฟ์เวอร์