Classic-Car-Scrapped-Project

“ซากรถ” ถ้าจะให้พูดถึงโดยภาพรวม ก็จะหมายความว่า รถยนต์ที่หมดสภาพ หรือหมดประโยชน์ในการใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุหนักๆ ที่ซ่อมแล้วไม่คุ้มกับมูลค่าตัวรถ หรือคืนทุนประกันแล้ว ถ้าเป็นไปได้ ขายซากรถยนต์ ทิ้งซะดีกว่า

หรือถ้าจะซ่อม ก็คงไม่เหมือนเดิม เพราะโครงสร้างตัวถังที่เสียรูปไปแล้ว จะทั้งดึงทั้งดัด ก็คงไม่เหมือนเดิม 100% หรือรถที่พังจนใช้งานไม่ได้ เช่น โดนน้ำท่วมมา เป็นต้น

แต่ซากรถในอีกประเภทหนึ่ง อาจจะไม่ได้เคยเกิดอุบัติเหตุอะไร เช่น เป็นรถที่จอดทิ้งไว้เฉยๆ จนผุพังไปตามกาลเวลา หรือเป็นรถแปลกๆ หายากๆ ที่นำเข้ามาใช้งานตั้งแต่ในอดีต แล้วหาอะไหล่ หรือซ่อมไม่ได้ จนเจ้าของหมดปัญญาจะใช้

พอเวลาผ่านไป ด้วยความที่รถเหล่าอาจจะมีน้อย รถรุ่นนั้นเกิดเป็น “เทรนด์ฮิต” ขึ้นมาอีกครั้ง เช่น ซากรถอเมริกันบางรุ่น หรือ ซากรถยุโรปในอดีต อย่าง “โฟล์คเต่า” หรือ “โฟล์คตู้” ที่จัดอยู่ในระดับรถคลาสสิค หายาก และที่เป็นต้องการของตลาด ราคาที่เคยตกต่ำกลับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้ใครต่อใครหลายคน เริ่มมองหาซากรถเก่า เพื่อขึ้นมาปั้นใหม่อีกครั้ง!

Mr.Carro จะมาพูดถึงซากรถประเภทนี้ ต้องเตรียมตัวอย่างไร? เตรียมงบกันเท่าไหร่? เอาข้อมูลต่างๆ มาเล่าให้ฟังกัน

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก Victer Ounlum

เล่มทะเบียน สัญญาซื้อขาย สำคัญ!

หากคุณจะซื้อ ซากรถยนต์มาทำใหม่ แล้วนำมาจดทะเบียน ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลตัวรถให้ดีก่อนว่า เล่มทะเบียน เอกสารชุดโอนของเจ้าของเดิม สัญญาซื้อขาย มีครบถ้วนหรือไม่? ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็ไม่น่าไว้วางใจนัก เพราะบางทีอาจจะเป็น ซากรถที่ถูกขโมยมา โดนสวมทะเบียนจากรถคันอื่น หรือรถที่ผ่านการก่อคดี หรือทำผิดกฏหมายมา แล้วอำพรางเป็นซากมานานก็เป็นได้

เรื่องภาษีรถยนต์ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ! ซากรถหลายคัน ถูกทิ้งมานานมาก ตั้งแต่ภาษีประจำปีรถยนต์ ยังมีค่าปรับในการเสียภาษีล่าช้า ในอัตราร้อยละ 20

ต่อมาในวันที่ 28 กรกฎาคม 2546 ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ปรับลดอัตราค่าปรับของการไม่เสียเสียภาษีรถยนต์ประจำปีใหม่ ตาม พรบ. รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 จากเดิมร้อยละยี่สิบ เหลือเพียงร้อยละหนึ่ง

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก Na Boyd และ โต้งคลาสสิค ผู้ชนะสิบทิศ

และหากรถขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถนั้นจะถูกระงับทันที (ซึ่งถ้าเกิดไปจ่ายภาษี คุณจะเสียค่าปรับย้อนหลังแค่ 3 ปี + และสามารถจดทะเบียนรถใหม่ พร้อมกับจ่ายภาษีรถยนต์ปีปัจจุบันเพียงอย่างเดียว)

ดังนั้น ควรเช็คดูด้วยว่าซากรถที่คุณจะเอามาปั้นนั้น เสียภาษีปีล่าสุดตั้งแต่เมื่อไหร่ (ถ้าไม่ได้แจ้งจอดไว้แต่แรก) เพราะถ้าหากภาษีรถคุณขาดตั้งแต่ก่อนปี 2547 คุณอาจต้องจ่ายภาษีย้อนหลังก่อนหน้านั้นทุกปี! และค่าปรับในอัตราร้อยละ 20!

แล้วอีกหนึ่งข้อควรจำนั่นก็คือ หลังจากวันที่ 5 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป “รถที่ยกเลิกการใช้รถในกรณีซากรถ ไม่สามารถจดทะเบียนใหม่” ได้แล้วครับ

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก YP Garage

งบประมาณในการปั้น

ถ้าจะให้กะงบประมาณในการปั้น ก็ต้องดูพื้นฐานของซากรถที่คุณได้มาก่อนว่า เป็นรถรุ่นไหนแบบไหน สภาพแย่น้อยหรือแย่มาก อะไหล่หายากหรือไม่ ในต่างประเทศ ยังมีการผลิตอะไหล่รถแบบ Reproduction (อะไหล่ของใหม่ แต่ทำเลียนแบบของเก่า) อยู่หรือไม่?

เพราะในวงการรถคลาสสิค รถโบราณ มีคนปั้นซากรถหลายคัน หมดเงินในการเสาะแสวงหาอะไหล่ต่างๆ ในการฟื้นฟูรถ จะทำรถให้เดิมๆ หมด หรือจะเป็นแนว Custom ก็ตาม บางคนหมดเงินไปหลายแสน หรือหมดเงินไปหลักล้านบาทเลยก็มี

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก YP Garage

เวลาในการปั้น

รถคลาสสิคที่ปั้นจากซากรถบางรุ่น อาจจะต้องใช้ชิ้นส่วนหรืออะไหล่ที่หายากเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะหาซื้อในบ้านเราไม่ได้ หรือต้องใช้เวลาสั่งจากเมืองนอกนาน ทำให้เวลาในการทำรถนั้น อาจจะนานตั้งแต่หลายเดือน ไปจนถึงหลายปี ซึ่งหลายคนงบหมด เวลาไม่มี ก็ต้องล้มโปรเจค ขายรถให้คนอื่นไปปั้นต่อแทน

สุดท้ายนี้ก็ขอนำ Quote เด็ดๆ จาก “ปั้นจากซาก” มาเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังทำรถของตัวเองกันครับ

“ความสุขของคนเก็บรถโบราณอย่างผม ไม่ได้อยู่ที่ราคาหรือความสวยงามของตัวรถ แต่อยู่ที่ความภาคภูมิใจที่สามารถซ่อมจากซากรถจนกลับมาเป็นสภาพเดิมที่มันเคยเป็น มันทำให้ผมมีความพยายามและความอดทนครับ” – ศิริพงษ์ บูรณะพันธุ์

สำหรับใครที่มีซากรถครอบครองอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะขายทิ้ง หรือเอาซากรถไปทำอะไรต่อดี เชิญมาขายได้ที่ Carro ง่ายนิดเดียว เพียงแค่กรอกรายละเอียดใน Link นี้ —> https://th.carro.co/sell-car/express/scrapcar

หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

กับ Add Line มาสอบถามรายละเอียดก็ได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

ปัจจุบันแท็กซี่บ้านเรา ภาครัฐกำหนดอายุการใช้งานไว้ที่ 9 ปี นับตั้งแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก หากป้ายทะเบียนหมดอายุเมื่อไหร่ รถก็หมดสภาพหาเงินได้ไปโดยปริยาย ไม่สามารถนำมาใช้เป็นรถสาธารณะต่อได้อีก แล้วก็ต่อภาษีประจำปีไม่ได้

แต่ที่ผ่านมาก็เคยมีข่าว แท็กซี่หมดอายุ ออกมาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร แล้วก่อเรื่อง จนกรมการขนส่งทางบกก็ต้องออกมาเชือดที แล้วก็หายไปในสายลม … ซึ่งส่วนมากแล้ว รถแท็กซี่ที่หมดอายุ เรามักจะเห็นออกมาวิ่งในช่วงเวลากลางคืน (เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ขนส่งฯ ออกทำงานหรือตั้งด่านตรวจ) และจอดตามห้างสรรพสินค้าบางแห่ง

MR.CARRO ขอแนะนำวิธีปลดป้ายแท็กซี่ เพื่อเอาไปทำเป็นรถบ้าน เดินเรื่องได้ด้วยตัวเอง ไม่เสียเวลามากอย่างที่คิดครับ.

รถแท็กซี่เขียว-เหลือง ควรทำสีให้เสร็จ (ซึ่งจะทำเป็นแบบสีแท็กซี่เดิมก็ได้) ถอดอุปกรณ์ติดตั้งที่แสดงว่าเป็นรถแท็กซี่ออกทั้งหมดก่อน เพราะต้องนำรถไปตรวจสภาพด้วย (แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะปลดป้ายแท็กซี่ เขาจะจัดเอกสารมาให้)

อ่านเพิ่มเติม : อยากซื้อ “รถแท็กซี่ปลดป้าย” คุ้มค่าหรือไม่ ต้องอ่าน!

กรณีที่ใบคู่มือจดทะเบียนรถ เป็นชื่อสหกรณ์ สหกรณ์ต้องมีหนังสือมอบให้คุณดำเนินการเท่านั้น (คนซื้อรถ ต้องไปสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ แล้วก็ไปเปลี่ยนสัญญากับสหกรณ์จากเจ้าเดิม เป็นเจ้าของใหม่) แต่ถ้าสมุดคู่มือจดทะเบียนเป็นชื่อของคุณ สามารถดำเนินการได้เลย

Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

ใบคู่มือจดทะเบียน ของ รถแท็กซี่ปลดป้ายแล้ว (กรณีที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเล่มใหม่) สังเกตได้จากทะเบียนที่เปลี่ยนใหม่ และเมื่อเปิดดูรายการจดทะเบียน จะมีประทับตรา “ครบกำหนด 9 ปี หมดสภาพเป็นรถรับจ้าง”

หลักฐานที่ใช้ ปลดป้ายรถแท็กซี่

1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
2. สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล ใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
3. แผ่นป้ายทะเบียนรถ
4. แบบคำขอแจ้งไม่ใช้รถ ซึ่งกรอกรายการและลงลายมือชื่อเจ้าของรถเรียบร้อยแล้ว
5. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจมาแสดงด้วย
6. ใบตรวจสภาพระบบแก๊ส LPG หรือ NGV

อ่านเพิ่มเติม : Review : วิธีโอนรถติดแก๊ส รวดเร็ว ง่าย ภายในวันเดียวเสร็จ

Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

รถแท็กซี่ปลดป้ายแล้ว จะมีสลักหลังระบุไว้ในเล่ม ต้องสังเกตให้ดี

กรณีมาเดินเรื่องที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร

  • ไปยกเลิกประกอบการ ที่อาคาร 3 ชั้น 3
  • ไปที่อาคาร 2 ชั้น 5 ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ตรวจเอกสาร รอเอกสาร (ใบเสร็จทำสีรถ ต้องมีจด VAT 7% ด้วย ยื่นที่นี่)
  • ลงไปชั้น 1 ซื้อ พรบ. (600 บาท) แล้วขึ้นไปชั้น 2 ยื่นเอกสารให้ประชาสัมพันธ์ เซ็นเอกสาร รับบัตรคิว นั่งรอชั้นเดียวกัน
  • จ่ายเงินค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรถใหม่ 315 บาท ค่าป้ายทะเบียนใหม่ (ป้ายดำ) ป้ายละ 100 บาท ค่าธรรมเนียมอัตราภาษีประจำปีของรถแต่ละประเภท และค่าตรวจสภาพ รถยนต์ 50 บาท
  • เอาใบเสร็จลงไปรับป้ายทะเบียนใหม่ที่ชั้น 1 (ด้านซ้ายสุด) พร้อมคืนป้ายทะเบียนเก่า (ป้ายเหลือง) ที่นี่ เสร็จเรียบร้อย

Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

โดยป้ายทะเบียนรถแท็กซี่ กรณีรถแท็กซี่นิติบุคคล หมวดที่ครบอายุการใช้งานแล้ว (ในปี 2563) ประกอบด้วย ทฉ, ทต, ทท, ทธ, ทน, ทพ, ทม, ทย, ทร, ทล, ทว และ ทศ 1 – 6498 กรณีรถแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลือง หมวดที่ครบอายุการใช้งานแล้ว ประกอบด้วย ทจ, มก, มข, มค, มง, มจ และ มฉ 1 – 9439

จะเห็นได้ว่า มีขั้นตอนไม่มาก เสียเวลาอย่างมากประมาณครึ่งวัน ก็สามารถจดทะเบียนรถปลดป้ายแท็กซี่ ให้คุณเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ได้แล้วครับ

Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

ส่วนอันนี้ถ้าใครอยากขายรถ เพื่อรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียด (เฉพาะการขายรถเท่านั้น) ได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก:

  • กรมการขนส่งทางบก
  • กลุ่ม Facebook ซื้อขายแท็กซี่เท่านั้น
  • กลุ่ม Facebook แท็กซี่ปลดป้ายราคาถูกๆ
  • กลุ่ม Facebook ซื้อขายรถแท็กซี่ปลดป้ายรุ่นอัสติส04-08ราคาไม่แพง
Purchase-Old-Taxi-Meter

“รถแท็กซี่” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นรถที่ไว้รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ไปยังจุดต่างๆ ที่ต้องการ เป็นรถที่ไว้ใช้หาเงิน ก็ย่อมถูกใช้งานหนักมากในแต่ละวัน ปัจจุบันแท็กซี่บ้านเรา ภาครัฐกำหนดอายุการใช้งานไว้ที่ 9 ปี โดยรถแท็กซี่วันๆ หนึ่ง วิ่งกันอย่างน้อย 200-300 กิโลเมตรได้ ต่อให้มีการดูแลรักษาที่ดีขนาดไหน ทุกส่วนของรถ ก็ย่อมเสื่อมสภาพเร็วกว่ารถบ้าน

รถแท็กซี่ที่ปลดระวางแล้ว โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง Toyota Limo (โตโยต้า ลิโม่) หรือ Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) ที่มีออกมาขายกันเป็นจำนวนมาก มีทั้งแบบยังไม่ปลดป้ายทะเบียน สภาพรถเดิมๆ และแบบปลดป้ายทะเบียนแล้ว ทำสี ตกแต่งภายในใหม่หมด ซึ่งรถทั้งหมดวิ่งกันมานับล้านกิโลเมตร จนไมล์กลับรอบมาแล้ว ราคามือสองที่ค่อนข้างถูก โดยเฉลี่ยคันละ 2-7 หมื่นบาท ก็มีให้เลือกมากมายนับไม่ถ้วน

MR.CARRO ขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อ “รถแท็กซี่ปลดป้าย” ให้คุ้มค่าเงินในกระเป๋าคุณครับ.

Purchase-Old-Taxi-Meter

แน่นอนว่า ซื้อรถแพง ก็ซ่อมถูก ซื้อรถถูก ก็ซ่อมแพง มันเป็นเรื่องธรรมดาโลก ซึ่งคนที่ขาย ก็มีทั้งรถที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว กับรถที่ต้องไปปลดป้ายทะเบียนแท็กซี่เอง (ซึ่งจะยุ่งยากหน่อย และต้องเสียค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาทได้) …

หากคุณมีความรู้ด้านเชิงช่าง รถแท็กซี่ปลดป้าย ก็น่าเล่นครับ ได้รถปีไม่เก่ามาก (แต่สภาพช้ำเยอะ) เราขอแนะนำให้เลือกรถแท็กซี่เขียว-เหลือง มากกว่ารถแท็กซี่สหกรณ์ครับ เพราะรถแท็กซี่ส่วนบุคคล หลายคันเป็นรถบ้าน เจ้าของขับเองคนเดียวหรือสองคน มีการบำรุงรักษาที่พอจะเช็คจากเจ้าของรถได้

ต่างจากรถสหกรณ์ สารพัดสีลูกกวาด ซึ่งขับกันไม่รู้กี่มือ แต่ละคนก็ขับรถไม่เหมือนกัน บางคันก็ยำมาจนเละ หรือขับจนพังคาเท้าก็มี

Purchase-Old-Taxi-Meter

หากเลือกรถปลดป้าย เราขอแนะนำให้เลือกรถที่หาอะไหล่ได้ง่าย และซ่อมได้ง่าย เช่น Toyota Altis (โตโยต้า อัลติส) ซึ่งต่างจากรถปลดป้ายรุ่นอื่นๆ ที่มักจะขายไม่ได้ราคา หรือซ่อมปรับสภาพไม่คุ้มค่าทำ จนต้องแยกชิ้นส่วนขายกันเป็นอะไหล่กันมากกว่า เลือกอัลติสมือสองมาใช้งาน คุ้มค่าสุดในเวลานี้

กรณีซื้อรถมาทำเอง ต้องลงทุนจ่าย “ค่าแรกเข้า” หนักหน่อย (หลายหมื่นบาทได้ อาจจะมากกว่าราคาตัวรถด้วยซ้ำไป) แต่ได้รถใช้งานไปได้อีกหลายปี ราคาถูกกว่ารถบ้านมือสองปีเดียวกัน ก็ถือว่าคุ้ม

อ่านเพิ่มเติม : ขั้นตอนปลดป้ายแท็กซี่ ง่ายๆ ที่คุณก็ทำเองได้! (Update ล่าสุด ปี 2563)

การดูสภาพรถ ก็หลักการเดียวกับดูรถมือสองทั่วไป อาทิเช่น ดูตามรอยตะเข็บต่างๆ เม็ดอาร์ค เส้นสายรอบคัน โครงสร้างตัวรถ มีชนหนักเบาหรือไม่ ดูหลังคามีน้ำรั่วหรือเปล่า ช่วงล่าง ใต้ท้องรถ ฯลฯ แต่เชื่อเถอะ รถแท็กซี่ ต้องมีรอยเฉี่ยวชนมาบ้างทุกคันอยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย หลายคันที่ขาย “ถ้า” วางเครื่องใหม่ เกียร์ใหม่ ทำช่วงล่างมาใหม่ ตีอาบทำสีมาใหม่ ตกแต่งภายในใหม่ เปลี่ยนยางใหม่ โครงรถยังดี ก็ถือว่าน่าสนใจ

Purchase-Old-Taxi-Meter

ส่วนสีไม่ต้องพูดถึง ต้องทำใหม่อยู่แล้ว เลขไมล์ หมุนจนกลับรอบมาแล้วมั้ง สภาพเครื่องยนต์ หลวมหรือมีเสียงวาล์วเขก รั่ว เดินไม่เต็มสูบหรือยัง ซีลตามจุดต่างๆ ท่อยางต่างๆ มีรั่วซึมหรือไม่ แต่เชื่อเถอะครับ แท็กซี่หลายคัน ใช้งานยังไม่ทันหมดอายุ เครื่องยนต์หมดอายุไปซะก่อน เพราะใช้งานกันโหมกระหน่ำทั้งนั้น

สภาพถังแก๊ส LPG/NGV หมดอายุหรือยัง ห้องโดยสารภายใน สภาพเบาะ เพดาน สายเข็มขัดนิรภัย เปื่อยมากน้อยแค่ไหน

Purchase-Old-Taxi-Meter

ขั้นตอนต่อไปก็คือการทดลองขับ ฟังเสียงดู ตรงไหนมีเอี้ยดอ๊าด กุกกักหรือเปล่า สภาพช่วงล่าง ขับไปแล้วมีส่าย สะบัด เป๋ กินไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือพวงมาลัยสั่นหรือเปล่า เพราะรถแท็กซี่ ส่วนใหญ่ก็ซ่อมแบบให้พอใช้งานได้ ไม่ได้เน้นความสมบูรณ์นัก

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณแล้วล่ะครับ ว่าอยากได้หรือไม่ คำนวณงบประมาณที่มีแล้วคุ้มค่าแค่ไหน เพราะบางคัน ทำแล้วจบ เก็บงานน้อย ก็ถือว่าดีไป แต่บางคัน เก็บแล้วไม่จบ ต้องซ่อมนู่นนี่นั่นอยู่เรื่อยๆ จนบางทีอดคิดไม่ได้ว่า เพิ่มเงินอีกหน่อย แล้วไปซื้อรถบ้านดีกว่า …

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ได้ รับรองราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Sale-Purchase-Scrapped-Car

“ซากรถ” ถ้าจะว่ากันตามตรง ก็คือ รถที่หมดสภาพการใช้งานแล้ว นั่นเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น รถเกิดอุบัติเหตุมา ชนจนยับ แบบว่าโครงสร้างหลักๆ ตัวรถบิดงอไป ถ้าหากซ่อมแล้วคงไม่เหมือนเดิม ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย หรือเป็นรถที่เก่ามากๆ อะไหล่หายากมากๆ เสียหรือจอดทิ้งไว้นานจนใช้การไม่ได้ หรือรถที่ถูกน้ำท่วมมา เป็นต้น

Scrapped-Car

คนอยากขายซากรถ ก็เพราะรถใช้งานไม่ได้แล้ว เก็บไว้ก็รกสถานที่ กับการที่บริษัทประมูล บริษัทประกันภัย ได้ซากรถมาจากผู้เอาประกันภัยอีกที (กฎหมายมีว่า ถ้าทุนประกันเกินกว่า 80% ของราคารถ ซากรถจะเป็นของบริษัทประกันภัย) ส่วนคนซื้อ ก็ต้องการเศษชิ้นส่วนจากซากรถที่ยังพอใช้การได้ นำไปเป็นอะไหล่ใส่ให้รถของตัวเอง แกะชิ้นส่วนขาย หรือนำเศษเหล็กไปหลอมใหม่ ก็มีจะบรรดาอู่หรือป่าช้ารถต่างๆ ติดต่อขอซื้อไปทำอะไหล่กันในราคาถูกๆ

CARRO ขอแนะนำเกร็ดความรู้ต่างๆ สำหรับคนที่อยากซื้อ หรืออยากขายซากรถ ครับ.

Scrapped-Car

อยากซื้อซากรถ

ถ้าเป็นไปได้ หากต้องการซื้อซากรถไปปั้นใหม่ ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ควรเลือกซากรถที่ยังมีทะเบียนอยู่ แต่อาจจะหายากหน่อย (แต่บางกรณี ที่ผู้ขายก็อยากเก็บทะเบียนไว้ เพื่อป้องกันผู้ซื้อไปแล้วนำไปสวมใส่กับรถคันอื่น ในกรณีที่เป็นซากรถจากการเกิดอุบัติเหตุมา หรือป้องกันผู้ซื้อไปแล้ว ไม่ยอมไปโอนทะเบียนรถเป็นของตัวเอง และนำไปทะเบียนไปสวมรถคันอื่นใช้ก่อเรื่องก่อราว)

ที่สำคัญ แม้ว่าจะเป็นซากรถ ก็ต้องทำ “สัญญาซื้อขาย” เฉกเช่นเดียวกับการซื้อขายรถมือสอง ครับ

ถ้าหากอยากซื้อซากรถมาปั้นใหม่ ก็ต้องทำให้จบ ซ่อมแซมให้รถสภาพสมบูรณ์ วิ่งได้ เพราะถ้าสภาพเป็นซากรถ การตรวจสภาพตอนต่อภาษีประจำปี จดทะเบียนรถใหม่ แจ้งเปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนสี ไม่ผ่านแน่ๆ หรือการนำซากรถหัวตัด หรือท้ายตัด มาต่อกันใหม่ ก็ต้องมีวิศวกรระดับสามัญ เป็นผู้รับรองอีก ถึงจะสามารถนำรถไปตรวจสภาพ จดทะเบียนได้

ระวังซื้อรถแถมคดีมา ซากรถบางคันเป็นรถสวมทะเบียน รถขโมยมา หรือรถติดจำนำที่บ่อน ไม่มีเงินมาไถ่รถคืน รถไม่มีทะเบียน บางคัน ต่อทะเบียนได้แต่ไม่มีเล่ม สวมเล่มทะเบียน รถยำมา อาจจะโดนคดีทั้งคนซื้อเเละคนขาย

Scrapped-Car

อยากขายซากรถ

การขายซากรถ (แบบเป็นรถที่จอดทิ้งจนพัง หรือซ่อมไม่คุ้ม) ควรขายพร้อมกับเล่มทะเบียนรถไปด้วย เพราะจะได้ราคาที่ดีกว่าซากรถที่ไม่มีเล่มทะเบียน เพราะหลังจากวันที่ 5 ม.ค. 2558 รถที่ยกเลิกการใช้รถในกรณีซากรถ ไม่สามารถจดทะเบียนใหม่ได้ครับ

ส่วนในกรณีที่จะขายซากรถ (แบบที่อุบัติเหตุมา ชนจนยับ ซ่อมไปก็ไม่เหมือนเดิม) ให้ระวังเรื่องทะเบียนรถอย่างเดียว หรือก่อนจะขาย (ถ้าภาษีประจำปียังไม่หมดอายุ) จะไปแจ้งยกเลิกใช้งานรถตลอดไปที่กรมการขนส่งทางบกเลยก็ได้ หรือไม่ก็ตัดเพลทเลขตัวถัง กับเก็บตัวเล่มทะเบียน ไว้ครับ กันพวกไม่หวังดี ซื้อซากไปแล้ว นำรถไปสวมทะเบียน แล้วไปต่อเรื่องก่อราว

ส่วนการขาย ก็เหมือนกับการขายรถมือสอง กรณีต้องการโอนลอย ก็เตรียมเล่มทะเบียนและหลักฐานให้พร้อม ก็สามารถขายได้แล้วครับ

Scrapped-Car

สำหรับใครที่มีซากรถครอบครองอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะขายทิ้ง หรือเอาซากรถไปทำอะไรต่อดี เชิญมาขายได้ที่ CARRO ง่ายนิดเดียว เพียงแค่กรอกรายละเอียดใน Link นี้ —> https://th.carro.co/sell-car/express/scrapcar

หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

กับ Add Line มาสอบถามรายละเอียดก็ได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Toyota-Sports-800-GR-Concept

เมื่อ Toyota Gazoo Racing ปลุกปั้น Toyota Sports 800 GR Concept ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง …

หากย้อนกลับไปในช่วงหลาย 50 กว่าปีที่แล้ว หลายคนยังคงจำเจ้า Toyota Sports 800 รถสปอร์ตขนาดเล็กของโตโยต้า ที่เคยมีโลดแล่นบนท้องถนนไทยอยู่หลายคัน (ซึ่งปัจจุบัน กลายเป็นรถที่หายากมากๆ และมีราคาที่สูงลิ่ว)

Toyota-Publica-Sports-Concept

หลังจากที่ Toyota ได้ผลิตและจำหน่ายรถรุ่น Publica ในหลายหลายรูปแบบตัวถังแล้ว จึงอยากคิดโครงการใหม่ ที่ผลิตรถในรูปแบบ Sports 2 ประตู แบบ 2 ที่นั่ง ขึ้นมา เป็นรถต้นแบบในชื่อ “Toyota Publica Sports” และเผยโฉมสู่สาธารณชนในงาน Tokyo Motor Show ปี 1962 ก่อนจะเปิดตัว Toyota Sports 800 ในอีก 3 ปีผ่านมา …

Toyota-Sports-800

Toyota เริ่มพัฒนา Sports 800 โดยฝีมือของนักออกแบบชื่อ Shozo Sato ร่วมกับวิศวกร Toyota ชื่อ Tatsuo Hasegawa อดีตวิศวกร ผู้ออกแบบเครื่องบินรบในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะออกสู่ตลาดในวันที่ 1 เมษายน 1965 โดยทำตลาดในญี่ปุ่นผ่านโชว์รูมเครือข่ายจำหน่ายที่ชื่อ Publica (ต่อมาคือเครือข่ายจำหน่าย Corolla) ในราคา 595,000 เยน มียอดขายตลอด 5 ปี (1965-1969) รวม 3,131 คัน

Toyota-Sports-800

รถรุ่นนี้ มีชื่อเล่น เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า “Yota-Hachi” (ヨタハチ) โดยคำว่า Yota มาจากคำว่า Toyota ส่วน Hachi หมายถึง เลข 8 รวมกันเป็น Toyota 8 นั่นเอง

โดยรถที่เรานำเสนอในวันนี้ อดีต เคยเข้าเป็นร่วมการแข่งขัน Suzuka 500km เมื่อปี 1966 และถูกทิ้งเป็นซากรถ อยู่ในโกดังมานาน โดยรถที่ได้รับการบูรณะใหม่ มีเลขตัวถังหมายเลข 10007 ที่ขับโดยนักแข่งชาวญี่ปุ่น Mitsuo Tamura เข้าอันดับ 2 ในสนามซูซูกะมาแล้ว

Toyota-Sports-800-GR-Concept

ถึงแม้จะมีแรงม้าเพียง 45 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 6.8 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบ/นาที จากเครื่องยนต์รหัส 2U-B แบบ Boxer 2 สูบ OHV ขนาด 790 ซีซี ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 4 สปีด ก็ยังสามารถต่อกรกับรถแข่งรุ่นใหญ่ได้ ด้วยน้ำหนักตัวถังที่เบา ลู่ลม ตัวถังแบบเหล็กกล้าผสมอลูมิเนียม (น้ำหนักรถเพียง 580 กก.) และความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์

Toyota-Sports-800-GR-Concept

Toyota-Sports-800-GR-Concept

ตลอดการแข่งขัน 84 รอบ รถแข่งรุ่นนี้เป็นรุ่นเดียวในสนาม ที่ไม่ต้องเติมน้ำมันตลอดการแข่งขัน และถึงแม้จะผ่านธงตราหมากรุกแล้ว ก็ยังมีน้ำมันเหลือกว่า 30% ของน้ำมันในถัง

Toyota-Sports-800-GR-ConceptToyota-Sports-800-GR-Concept

ซึ่งการบูรณะครั้งนี้ ต้องยกให้ Toyota Gazoo Racing ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยต้องผลิตชิ้นส่วนใหม่มาใช้เป็นจำนวนมาก และช่วงล่างกับเครื่องยนต์ ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด พร้อมกับติดสติ้กเกอร์ที่มีลวดลายตามแบบฉบับ Gazoo สมัยใหม่

Toyota-Sports-800-GR-Concept

Toyota-Sports-800-GR-Concept