Classic-Car-Scrapped-Project

“ซากรถ” ถ้าจะให้พูดถึงโดยภาพรวม ก็จะหมายความว่า รถยนต์ที่หมดสภาพ หรือหมดประโยชน์ในการใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุหนักๆ ที่ซ่อมแล้วไม่คุ้มกับมูลค่าตัวรถ หรือคืนทุนประกันแล้ว ถ้าเป็นไปได้ ขายซากรถยนต์ ทิ้งซะดีกว่า

หรือถ้าจะซ่อม ก็คงไม่เหมือนเดิม เพราะโครงสร้างตัวถังที่เสียรูปไปแล้ว จะทั้งดึงทั้งดัด ก็คงไม่เหมือนเดิม 100% หรือรถที่พังจนใช้งานไม่ได้ เช่น โดนน้ำท่วมมา เป็นต้น

แต่ซากรถในอีกประเภทหนึ่ง อาจจะไม่ได้เคยเกิดอุบัติเหตุอะไร เช่น เป็นรถที่จอดทิ้งไว้เฉยๆ จนผุพังไปตามกาลเวลา หรือเป็นรถแปลกๆ หายากๆ ที่นำเข้ามาใช้งานตั้งแต่ในอดีต แล้วหาอะไหล่ หรือซ่อมไม่ได้ จนเจ้าของหมดปัญญาจะใช้

พอเวลาผ่านไป ด้วยความที่รถเหล่าอาจจะมีน้อย รถรุ่นนั้นเกิดเป็น “เทรนด์ฮิต” ขึ้นมาอีกครั้ง เช่น ซากรถอเมริกันบางรุ่น หรือ ซากรถยุโรปในอดีต อย่าง “โฟล์คเต่า” หรือ “โฟล์คตู้” ที่จัดอยู่ในระดับรถคลาสสิค หายาก และที่เป็นต้องการของตลาด ราคาที่เคยตกต่ำกลับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้ใครต่อใครหลายคน เริ่มมองหาซากรถเก่า เพื่อขึ้นมาปั้นใหม่อีกครั้ง!

Mr.Carro จะมาพูดถึงซากรถประเภทนี้ ต้องเตรียมตัวอย่างไร? เตรียมงบกันเท่าไหร่? เอาข้อมูลต่างๆ มาเล่าให้ฟังกัน

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก Victer Ounlum

เล่มทะเบียน สัญญาซื้อขาย สำคัญ!

หากคุณจะซื้อ ซากรถยนต์มาทำใหม่ แล้วนำมาจดทะเบียน ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลตัวรถให้ดีก่อนว่า เล่มทะเบียน เอกสารชุดโอนของเจ้าของเดิม สัญญาซื้อขาย มีครบถ้วนหรือไม่? ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็ไม่น่าไว้วางใจนัก เพราะบางทีอาจจะเป็น ซากรถที่ถูกขโมยมา โดนสวมทะเบียนจากรถคันอื่น หรือรถที่ผ่านการก่อคดี หรือทำผิดกฏหมายมา แล้วอำพรางเป็นซากมานานก็เป็นได้

เรื่องภาษีรถยนต์ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ! ซากรถหลายคัน ถูกทิ้งมานานมาก ตั้งแต่ภาษีประจำปีรถยนต์ ยังมีค่าปรับในการเสียภาษีล่าช้า ในอัตราร้อยละ 20

ต่อมาในวันที่ 28 กรกฎาคม 2546 ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ปรับลดอัตราค่าปรับของการไม่เสียเสียภาษีรถยนต์ประจำปีใหม่ ตาม พรบ. รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 จากเดิมร้อยละยี่สิบ เหลือเพียงร้อยละหนึ่ง

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก Na Boyd และ โต้งคลาสสิค ผู้ชนะสิบทิศ

และหากรถขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถนั้นจะถูกระงับทันที (ซึ่งถ้าเกิดไปจ่ายภาษี คุณจะเสียค่าปรับย้อนหลังแค่ 3 ปี + และสามารถจดทะเบียนรถใหม่ พร้อมกับจ่ายภาษีรถยนต์ปีปัจจุบันเพียงอย่างเดียว)

ดังนั้น ควรเช็คดูด้วยว่าซากรถที่คุณจะเอามาปั้นนั้น เสียภาษีปีล่าสุดตั้งแต่เมื่อไหร่ (ถ้าไม่ได้แจ้งจอดไว้แต่แรก) เพราะถ้าหากภาษีรถคุณขาดตั้งแต่ก่อนปี 2547 คุณอาจต้องจ่ายภาษีย้อนหลังก่อนหน้านั้นทุกปี! และค่าปรับในอัตราร้อยละ 20!

แล้วอีกหนึ่งข้อควรจำนั่นก็คือ หลังจากวันที่ 5 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป “รถที่ยกเลิกการใช้รถในกรณีซากรถ ไม่สามารถจดทะเบียนใหม่” ได้แล้วครับ

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก YP Garage

งบประมาณในการปั้น

ถ้าจะให้กะงบประมาณในการปั้น ก็ต้องดูพื้นฐานของซากรถที่คุณได้มาก่อนว่า เป็นรถรุ่นไหนแบบไหน สภาพแย่น้อยหรือแย่มาก อะไหล่หายากหรือไม่ ในต่างประเทศ ยังมีการผลิตอะไหล่รถแบบ Reproduction (อะไหล่ของใหม่ แต่ทำเลียนแบบของเก่า) อยู่หรือไม่?

เพราะในวงการรถคลาสสิค รถโบราณ มีคนปั้นซากรถหลายคัน หมดเงินในการเสาะแสวงหาอะไหล่ต่างๆ ในการฟื้นฟูรถ จะทำรถให้เดิมๆ หมด หรือจะเป็นแนว Custom ก็ตาม บางคนหมดเงินไปหลายแสน หรือหมดเงินไปหลักล้านบาทเลยก็มี

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก YP Garage

เวลาในการปั้น

รถคลาสสิคที่ปั้นจากซากรถบางรุ่น อาจจะต้องใช้ชิ้นส่วนหรืออะไหล่ที่หายากเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะหาซื้อในบ้านเราไม่ได้ หรือต้องใช้เวลาสั่งจากเมืองนอกนาน ทำให้เวลาในการทำรถนั้น อาจจะนานตั้งแต่หลายเดือน ไปจนถึงหลายปี ซึ่งหลายคนงบหมด เวลาไม่มี ก็ต้องล้มโปรเจค ขายรถให้คนอื่นไปปั้นต่อแทน

สุดท้ายนี้ก็ขอนำ Quote เด็ดๆ จาก “ปั้นจากซาก” มาเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังทำรถของตัวเองกันครับ

“ความสุขของคนเก็บรถโบราณอย่างผม ไม่ได้อยู่ที่ราคาหรือความสวยงามของตัวรถ แต่อยู่ที่ความภาคภูมิใจที่สามารถซ่อมจากซากรถจนกลับมาเป็นสภาพเดิมที่มันเคยเป็น มันทำให้ผมมีความพยายามและความอดทนครับ” – ศิริพงษ์ บูรณะพันธุ์

สำหรับใครที่มีซากรถครอบครองอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะขายทิ้ง หรือเอาซากรถไปทำอะไรต่อดี เชิญมาขายได้ที่ Carro ง่ายนิดเดียว เพียงแค่กรอกรายละเอียดใน Link นี้ —> https://th.carro.co/sell-car/express/scrapcar

หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

กับ Add Line มาสอบถามรายละเอียดก็ได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*