10 อันดับ รถอเนกประสงค์ SUV - PPV และ Crossover ถูกสุดในไทย ปี 2021

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ SUV” (Sport Utility Vehicle) แล้ว ในบ้านเราก็มีอยู่หลากหลายประเภท เริ่มต้นตั้งแต่แบบ Crossover ซึ่งมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันทั้งคัน ดูคล้ายกับรถเก๋งยกสูง รูปร่างหน้าตาสวย เน้นความอเนกประสงค์ ตัวรถไม่ใหญ่มากนัก เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรืออาจจะลุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับแบบ SUV แท้ๆ

สำหรับรถ SUV นั้น ก็ยังมีอีก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SUV แบบที่มีลักษณะเดียวกันกับรถแนว Crossover แต่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ดูลุยกว่า มีที่นั่งทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

และรถ SUV ที่มีพื้นฐานตัวรถเป็นแชสซีส์ แบบเดียวกับรถกระบะ หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า “รถ PPV” หรือ Pick-up Passenger Vehicle แต่ปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ด้วยการใช้คอยล์สปริง ตัวรถมีขนาดใหญ่ นั่งได้ 7 ที่นั่ง สามารถวิ่งในเมือง หรือลุยในทางฝุ่น เข้าป่าฝ่าดงได้

ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลากหลาย ขับไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว ฝนตกก็พอลุยน้ำท่วมได้ หรือเข้าทางลูกรังก็พอลุยได้ มีให้เลือกกันทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งยังแบ่งออกไปได้อีกเป็นแบบ Part-Time หรือแบบ Full-Time เป็นต้น

CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ SUV – PPV และ Crossover ราคาถูกสุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

New-MG-ZS-2020

1. MG ZS 1.5 C ราคา 689,000 บาท

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) เป็นรถที่พวกลื้ออาจจะถามว่า กี่ล้านนนนน แต่ตอนพวกลื้อจะขาย ก็อาจจะถามว่า เหลือกี่แสนนนนน …..

โดย MG ZS จัดเป็นรถในระดับ B-SUV รุ่นไมเนอรเชนจ์ล่าสุด ตามประสารถใหม่ 2020 เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยความเป็น Smart SUV ที่ชูจุดเด่นอย่างระบบ i-Smart ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และยังดูสถานะและสั่งงานระบบต่างๆ ของตัวรถผ่านแอพพลิเคชั่น MG iSMART บนโทรศัพท์มือถือ ได้อีกทั้งยังตั้งราคาในแบบที่ว่า “จับต้องได้” จนหลายต่อหลายคนต้องลองซื้อไปใช้กัน ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง หรูหรา ใช้งานได้อเนกประสงค์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ตัวเดียวกับที่ใช้ใน MG3 และ MG5 แต่ปรับแรงม้าให้มากขึ้นมาเป็น 114 แรงม้า พร้อมกับปรับปรุงชิ้นส่วนภายใน และช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension ส่งกำลังผ่านระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT ใหม่

Honda-BR-V-2019

2. Honda BR-V 1.5 V ราคา 765,000 บาท

Honda BR-V (ฮอนด้า บีอาร์วี) เป็นรถแนว Active Sport Crossover มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่และไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟตัดหมอกใหม่ เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว แถมยังสีภายนอกเพิ่มสีใหม่ แดงมุก Passion Red

ชูจุดเด่นด้วยภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ-แดงสไตล์สปอร์ต มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 หรือพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) ปรับเลื่อนหน้า-หลัง เพื่อให้ผู้โดยสาร แถวที่ 3 เข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น และพนักพิงปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ โดยเบาะนั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง พนักพิงสามารถพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย และแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับใน Honda City (รุ่นเก่า) ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT โดยทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85

Mazda-CX-3-2021-Collection

3. Mazda CX-3 2.0 Base 2021 Collection ราคา 769,000 บาท

Mazda CX-3 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-3) ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์โฉมใหม่ 2021 Collection ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถอเนกประสงค์ Compact SUV โดยเปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ตัวรถดูเรียบหรู ภายใต้ Concept “Less is More”

ใส่อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเข้าไปจนล้นคัน อาทิ ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ กล้องมองหลังไฟ รองรับระบบ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบ Android Auto ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start Button) เป็นต้น

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ให้กำลังเครื่องยนต์มากที่สุดและประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.4 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Nissan-Kicks-e-Power-Motor-Expo-2020

4. Nissan Kicks e-POWER S ราคา 889,000 บาท

Nissan Kicks e-POWER (นิสสัน คิกส์) เป็นรถครอสโอเวอร์ไฮบริด ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าให้ขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เหมาะกับการขับรถทางไกล

ขุมพลังหลักคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ขนาด 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 79 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) หากรวมพลังทั้งหมด ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า

DFSK Glory i-Auto

5. DFSK Glory i-Auto ราคา 899,000 บาท

การกลับมาใหม่อีกครั้ง สำหร้บ DFSK (ดีเอฟเอสเค) ที่เคยผลิตและนำเข้ารถบรรทุกเล็กกับรถตู้มาขายในไทย ก่อนจะเลิกไป งวดนี้ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ ได้นำเข้า DFSK Glory i-Auto (ดีเอฟเอสเค กลอรี่ ไอ-ออโต้) รถ Crossover SUV สัญชาติจีนแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งในตลาดจีนเองใช้ชื่อว่า Dongfeng Fengguang 580 (ตงฟง เฟิงกวง 580) เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงปี 2016 มาขายในไทย

ภายนอกมาพร้อมกระจังหน้าแบบ Infinite Starlight Design ชุดไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ส่วนไฟท้ายแบบ Full LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential, หลังคาแบบ Panoramic Sunroof ที่สั่งการเปิดได้ด้วยเสียง, ประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์เท้า, กล้อง 360 องศารอบคัน และล้อแม็กแบบสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว

ส่วนภายในห้องโดยสาร ตกแต่งหรูหราพร้อมลายไม้ มาพร้อมหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว กับปุ่มสั่งงานบริเวณแผงคอนโซล, ระบบสั่งการด้วยเสียง i-Talk, เบาะหนังแท้ 7 ที่นั่ง พร้อมกล้องบันทึกภาพขณะรถวิ่ง และระบบความปลอดภัยมากมาย

ขุมพลังมีขนาด 1.5 ลิตร ที่เสริมความแรงไว้ด้วย Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT บนน้ำหนักตัวรถ 1,510 กิโลกรัม

New-MG-HS-2019

6. MG HS 1.5 T 2WD C ราคา 919,000 บาท

New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้โค้งมนโอบรับสรีระ พร้อมเล่นระดับ และตกแต่งด้วยวัสดุภายในให้สัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ทั้งบริเวณคอนโซลหน้า แผงประตูหน้า-หลัง และเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara พร้อมหน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function Display ขนาด 7 นิ้ว ส่วนหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

Honda-HR-V-2019

7. Honda HR-V E ราคา 949,000 บาท

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) จัดว่าเป็นรถ Crossover ที่ขายดีมากเมื่อหลายปีก่อน ช่วงตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2556 กวาดยอดขายไปกว่า 83,000 คัน (ยอดขายถึงเดือนมิถุนายน 2562) ด้วยตัวรถที่โดดเด่น ภายในห้องโดยสารอเนกประสงค์ โดนเด่นด้วยออพชั่นต่างๆ เช่น เบรกมือไฟฟ้า หรือระบบ Honda LaneWatch และเบาะหลังปรับพับได้ 3 รูปแบบ Long Mode, Tall Mode และ Utility Mode

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 141 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams และยังรองรับน้ำมัน E85 อีกด้วย

Mazda-CX-30-2020

8. Mazda CX-30 2.0 C ราคา 979,000 บาท

Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion เป็นรถที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mazda3 เพิ่มทางเลือกระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 โดย CX-30 ยังเป็นรถที่ได้รางวัล 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกปี 2020 มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและการชับขี่ ภายในนั่งกันได้ 4 คนสบายๆ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง หรือชอบที่ชื่นชอบรถ SUV แนวสปอร์ต

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร และสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

Toyota-Corolla-Cross-2020

9. Toyota Corolla Cross 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท

Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) นับได้ว่าเป็นรถ SUV Crossover ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue)

ตัวรถภายนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว หรูหราแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ส่วนห้องโดยสารภายในใช้โทนสีแดงใหม่ Terra Rossa มีจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

เครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่นเบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

Subaru-Forester-2019

10. Subaru Forester 2.0 i-L AWD ราคา 1,030,000 บาท

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ SUV ที่ประกอบในไทย ด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกับญี่ปุ่น มีราคาเริ่มต้นเร้าใจมากๆ ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด นั่นคือ Subaru Global Platform เพิ่มการดูดซับแรงกระแทกมากขึ้นถึง 40% ลดการสั่นโคลงได้มากขึ้น 50% อีกทั้งตัวรถ ยังมีหน้าตาที่ดูทะมัดทะแมง บึกบึนขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ห้องโดยสารสไตล์รถครอบครัว นั่งสบายทั้ง 5 ที่นั่ง ส่วนในรุ่น Top สุด ยังมีระบบ Eyesight กล้องคู่ ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน, ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน, ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่, ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนและเมื่อรถส่าย ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกด้วย และพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นในห้องโดยสารด้านหลัง พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ใหญ่ขึ้น ช่องเปิดท้ายรถที่กว้างขึ้น มีประตูพาวเวอร์ด้านหลัง ช่วยให้เปิด-ปิด และล็อคประตูทุกด้านของรถ ได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ Boxer DOHC 16 วาล์ว Di 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic แบบแปรผันอัตราทดต่อเนื่อง CVT 7 สปีด บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive ส่งพลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่แบบตลอดเวลา ช่วยให้รถเกาะถนน และช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยสูงสุด และฟังก์ชั่น X-MODE ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย

อันนี้แถมให้ …

All-New-Isuzu-MU-X-2020

10. Isuzu MU-X 4X2 1.9 Ddi Active A/T ราคา 1,109,000 บาท

“All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์)” ใหม่ เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมดระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power 190 แรงม้า และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 150 แรงม้า พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L

New Toyota C-HR 2021

10. Toyota C-HR HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) โฉมไมเนอร์เชนจ์ ชื่อรุ่น C-HR นั้นย่อมาจากคำว่า Coupe High Rider จัดเป็นรถประเภท Compact SUV เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 กับดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด บนโครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) และปลอดภัยสูงสุดกับ Toyota Safety Sense

มีเครื่องยนต์ ช่วงก่อนหน้านี้มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า แต่ตอนนี้เลิกผลิตไปแล้ว

เหลือเพียงแต่ในรุ่น Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังขับรวมมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า ที่พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ SUV – PPV และ Crossover ถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี!

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนกันยายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ หากเป็นรถ SUV รุ่นที่มีราคาเท่ากันในหลายยี่ห้อนั้น ทางเราจะจัดอันดับเรียงตามการเปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุด หรือการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ขึ้นเป็นอันดับแรก

ตลาดรถยนต์ไทยครึ่งแรกปี 2564 ทำได้ 373,191 คัน

Toyota (โตโยต้า) เผยสถิติการจำหน่ายรถยนต์ครึ่งแรกของปี 2564 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2564 ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ระบาดในระลอกล่าสุดที่มีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมาก แต่บรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลาย ก็พยายามจัดแคมเปญ และโปรโมชั่นส่งเสริมการขายต่างๆ ในเชิงรุก เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายรถยนต์จากงาน Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021) ที่ผ่านมา ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ

ซึ่งช่วยให้ตัวเลขยอดขายรถในช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ 373,191 คัน เพิ่มขึ้น 13.6% จากยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

Toyota Alphard / โตโยต้า อัลฟาร์ด

สถิติการขายรถยนต์ในประเทศ

 ม.ค. – มิ.ย. 2564

ยอดขายปี 2564 เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2563
 ปริมาณการขายรวม 373,191 คัน     +13.6 %
 รถยนต์นั่ง 120,351 คัน     + 0.5 %
 รถเพื่อการพาณิชย์ 252,840 คัน     + 21.0 %
 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 196,934 คัน     + 18.3 %
 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 168,993 คัน    + 13.1%

สำหรับผลการดำเนินงานของ Toyota ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 มียอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 24.4% หรือ คิดเป็นจำนวน 117,185 คัน ซึ่งถือได้ว่าดีกว่าอัตราการฟื้นตัวของตลาด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Toyota จะเผชิญกับความยากลำบากมากมายในปีที่ผ่านมา แต่ยังคงส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือเท่ากับ 31.4% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวเลข 28.7% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สืบเนื่องจากกลยุทธ์การขายแบบใหม่ ช่วงโควิด-19 เน้นขายรถบนช่องทางออนไลน์ และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ในช่วงแรกของปี 2564

แต่ในส่วนของรถยนต์นั่ง มี Honda (ฮอนด้า) สามารถทำยอดขายขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง และในส่วนของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ ที่มี Isuzu (อีซูซุ) ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้า

 ม.ค. – มิ.ย. 2564

ยอดขายปี 2564 เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2563 ส่วนแบ่งตลาด
 ปริมาณการขายรวม 117,185 คัน    + 24.4 % 31.4 %
 รถยนต์นั่ง 29,703 คัน    – 0.7 % 24.7 %
 รถเพื่อการพาณิชย์ 87,482 คัน    + 36.1 % 34.6 %
 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 74,141 คัน    + 31.8 % 37.6 %
 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 61,833 คัน    + 24.6 % 36.6 %

สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2564 คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะสามารถฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เราจึงคาดการณ์ว่ายอดขายจะอยู่ที่ 800,000 คัน เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยยังมีหลายปัจจัย ที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดรถยนต์ในปีนี้ อาทิ ระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุด การเข้าถึงวัคซีนของประชาชน รวมถึงแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ และองค์กรเอกชนที่ผนึกกำลังกันร่วมคลี่คลายสถานการณ์

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2564 ยอดขาย
ประมาณการปี 2564
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2563
 ปริมาณการขายรวม 800,000 คัน     +  1 %
 รถยนต์นั่ง 271,000 คัน     – 1.4 %
 รถเพื่อการพาณิชย์ 529,000 คัน     + 2.3 %

สำหรับโตโยต้า มีเป้าหมายการขายในปี 2564 อยู่ที่ 260,000 คัน หรือคิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น 6.4% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 32.5% แม้ว่าเราจะเผชิญปัญหาจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ Toyota เชื่อมั่นว่า จากความพยายามของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขายบนช่องทางออนไลน์ แพ็คเกจการให้บริการที่ทำให้ลูกค้าสามารถ “เป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น” 

และมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าในเรื่องการดูแลสุขอนามัย ทั้งในโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งการให้บริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในรถยนต์ ตลอดจนความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ จะช่วยให้เราได้รับความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากลูกค้า เพื่อบรรลุสู่เป้าหมายได้เป็นผลสำเร็จ”

ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2564 ยอดขาย
ประมาณการปี 2564
เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2563 ส่วนแบ่งตลาด
 ปริมาณการขายรวม 260,000 คัน      + 6.4 % 32.5 %
 รถยนต์นั่ง   67,000 คัน      -1.7% % 24.7 %
 รถเพื่อการพาณิชย์ 193,000 คัน      + 9.6 % 36.5 %
 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 166,800 คัน      + 11.5 % 40.2 %
 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 142,000 คัน      + 9.3 % 39.6 %

สำหรับปริมาณการส่งออกของโตโยต้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 บริษัทฯ ได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 141,909 คัน เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมียอดการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศ และการส่งออก จำนวนรวมทั้งสิ้น 258,365 คัน เพิ่มขึ้น 50% จากปีที่แล้ว

ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

และการผลิตของโตโยต้า ม.ค. – มิ.ย. ปี 2564

ปริมาณปี 2564 เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2563
 ปริมาณการส่งออก 141,909 คัน     + 46%
 ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ 258,365 คัน + 50%

ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 322,000 คัน เพิ่มขึ้น 50% จากปีที่แล้ว จากสัญญาณการฟื้นตัวในตลาดต่างประเทศ ด้วยปัจจัยต่างๆ อาทิ เช่น อัตราการลดลงของผู้ป่วยโควิด-19 ความคืบหน้าของแผนการฉีดวัคซีน และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในประเทศต่างๆ

ส่วนในด้านการผลิตนั้น มองว่ามีแนวโน้มดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า จากความต้องการของลูกค้าในตลาดต่างประเทศซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น ดังนั้นปริมาณการผลิตรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 580,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 31% จากปีที่แล้ว ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการขายของทั้งในประเทศและส่งออก

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

และการผลิตของโตโยต้าปี 2564

ปริมาณปี 2564  เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2563
 ปริมาณการส่งออก 322,000 คัน      + 50 %
 ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ 580,000 คัน + 31 %

All-New Toyota Land Cruiser 2022

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมิถุนายน 2564

  1.   ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 64,974 คัน เพิ่มขึ้น 11.9%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 22,337 คัน เพิ่มขึ้น 67.1% ส่วนแบ่งตลาด 34.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,098 คัน ลดลง 15.4% ส่วนแบ่งตลาด 21.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 7,339 คัน เพิ่มขึ้น 26.1% ส่วนแบ่งตลาด 11.3%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 22,538 คัน เพิ่มขึ้น 8.3%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 6,422 คัน เพิ่มขึ้น 33.3% ส่วนแบ่งตลาด 28.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 5,414 คัน ลดลง 12.7% ส่วนแบ่งตลาด 24.0%
อันดับที่ 3 มาสด้า 1,821 คัน เพิ่มขึ้น 30.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.1%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 42,436 คัน เพิ่มขึ้น 13.8%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 16,923 คัน เพิ่มขึ้น 97.6% ส่วนแบ่งตลาด 39.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,098 คัน ลดลง 15.4% ส่วนแบ่งตลาด 33.2%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,721 คัน เพิ่มขึ้น 57.6% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 33,169 คัน เพิ่มขึ้น 12.1%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 14,472 คัน เพิ่มขึ้น 96.2% ส่วนแบ่งตลาด 43.6%
อันดับที่ 2 อีซูซุ  12,564 คัน ลดลง 18.2% ส่วนแบ่งตลาด 37.9%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,721 คัน เพิ่มขึ้น 57.6% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 3,811 คัน
โตโยต้า 1,768 คัน, อีซูซุ 1,142 คัน, มิตซูบิชิ 453 คัน, ฟอร์ด 391 คัน, นิสสัน 57 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 29,358 คัน เพิ่มขึ้น 10.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,704 คัน เพิ่มขึ้น 107.8% ส่วนแบ่งตลาด 43.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 11,422 คัน ลดลง 23.2% ส่วนแบ่งตลาด 38.9%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,330 คัน เพิ่มขึ้น 64.8% ส่วนแบ่งตลาด 7.9%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – มิถุนายน 2564

  1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 373,191 คัน เพิ่มขึ้น 13.6%
อันดับที่ 1 โตโยต้า
117,185 คัน เพิ่มขึ้น 24.4% ส่วนแบ่งตลาด 31.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 93,165 คัน เพิ่มขึ้น 22.5% ส่วนแบ่งตลาด 25.0%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
42,715 คัน เพิ่มขึ้น 3.4% ส่วนแบ่งตลาด 11.4%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 120,351 คัน เพิ่มขึ้น 0.5%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 36,586 คัน เพิ่มขึ้น 6.0% ส่วนแบ่งตลาด 30.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
29,703 คัน ลดลง 0.7% ส่วนแบ่งตลาด 24.7%
อันดับที่ 3 นิสสัน 11,294 คัน ลดลง 10.7% ส่วนแบ่งตลาด 9.4%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 252,840 คัน เพิ่มขึ้น 21.0%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 93,165 คัน เพิ่มขึ้น 22.5% ส่วนแบ่งตลาด 36.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
87,482 คัน เพิ่มขึ้น 36.1% ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 16,296 คัน เพิ่มขึ้น 41.5% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 196,934 คัน เพิ่มขึ้น 18.3%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
85,021 คัน เพิ่มขึ้น 20.5% ส่วนแบ่งตลาด 43.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
74,141 คัน เพิ่มขึ้น 31.8% ส่วนแบ่งตลาด 37.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 16,296 คัน เพิ่มขึ้น 41.5% ส่วนแบ่งตลาด 8.3%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน : 27,941 คัน
โตโยต้า 12,308 คัน, อีซูซุ 9,392 คัน, มิตซูบิชิ 3,532 คัน, ฟอร์ด 2,536 คัน, นิสสัน 173 คัน 

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 168,993 คัน เพิ่มขึ้น 13.1%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
75,629 คัน เพิ่มขึ้น 11.8% ส่วนแบ่งตลาด 44.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
61,833 คัน เพิ่มขึ้น 24.6% ส่วนแบ่งตลาด 36.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 13,760 คัน เพิ่มขึ้น 46.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.1%

All-New Toyota Land Cruiser 2022

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาจาก:

Isuzu-New-Car-Promotion-2020

รวม Promotion รถใหม่ 2021 Isuzu (อีซูซุ) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ประจำเดือนสิงหาคม 2564

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถ Isuzu คันใหม่ มาขายรถคันเก่ากับ CARRO เพราะเรารับซื้อรถมือสอง ลงขายรถฟรี ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามข้อมูล หรือตีราคารถก่อนก็ได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Banner Image

ดีลแรงเต็มแมคซ์ ขับฟรี 90 วัน

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

*ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ

หมายเหตุ: สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ส.ค. 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระได้สูงสุด 96 เดือน / ตัวอย่างเงื่อนไขไฟแนนซ์ ดาวน์เริ่มต้น 5% หรือ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 2.25% (คำนวณจากเงินดาวน์ 25% และผ่อนชำระ 48 เดือน) หรือเลือกรับเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค ดีลแรงเต็มแมคซ์

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ส.ค. 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระได้สูงสุด 96 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(2) ดาวน์เริ่มต้น 27,350 บาท คำนวณจากรุ่นสปาร์ค บี 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.85%

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ ดีลแรงเต็มแมคซ์

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ส.ค. 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระได้สูงสุด 96 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(2) ดาวน์เริ่มต้น 30,250 บาท คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.85%

(3) ลูกค้าที่เป็นสมาชิกอีซูซุเอ็กเซลเลนซี่คลับและมีสถานะเป็น “เจ้าของรถ” ตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรม “อีซูซุเอ็กเซลเลนซี่คลับ” ณ วันเซ็นสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด จะได้รับความคุ้มครองขยายการรับประกันเป็น 7 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อนสำหรับลูกค้าทั่วไปจะได้รับความคุ้มครองเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิ์รับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น”

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู ดีลแรงเต็มแมคซ์

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ส.ค. 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระได้สูงสุด 96 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(2) ดาวน์เริ่มต้น 36,150 บาท คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ LDA 2 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.85%

(3) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 6,724 บาท ต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 7,524 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ LDA 2 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือน ส.ค. 2564 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกภายใน 30 วัน หลังจากวันที่รับรถ โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ ดีลแรงเต็มแมคซ์

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ส.ค. 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระได้สูงสุด 96 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(2) ดาวน์เริ่มต้น 34,300 บาท คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.85%

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู ดีลแรงเต็มแมคซ์

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ส.ค. 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระได้สูงสุด 96 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(2) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 7,682 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 8,482 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ L DA 4 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือน ส.ค. 2564 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกภายใน 30 วัน หลังจากวันที่รับรถ โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(3) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือน ส.ค. 2564 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

อีซูซุวีครอส 4×4 ดีลแรงเต็มแมคซ์

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ส.ค. 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระได้สูงสุด 96 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือน ส.ค. 2564 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ ดีลแรงเต็มแมคซ์

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ส.ค. 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระได้สูงสุด 96 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(2) ดาวน์เริ่มต้น 36,150 บาท คำนวณจากรุ่นเอ็กซ์-ซีรี่ส์ สปีด 2 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.85%

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

อีซูซุดีแมคซ์ เกียร์ออโต้ ดีลแรงเต็มแมคซ์

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ส.ค. 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระได้สูงสุด 96 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(2) ดาวน์เริ่มต้น 30,350 บาท คำนวณจากรุ่นสปาร์ค เอส 1,900 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.85%

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

ออลนิว มิว-เอ็กซ์ ผ่อนเริ่มต้น 11,xxx บาท/เดือน พร้อมราคาพิเศษช่วงแนะนำ เริ่มต้นเพียง 1.109 ล้านบาท

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ผ่อนเริ่มต้น 11,600 บาทต่อเดือน คำนวณจากรุ่น Active 1,900 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 2.45% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือน ส.ค. 2564

(2) คำนวณจากรุ่น Active 1,900 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ / เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

(3) ลูกค้าที่เป็นสมาชิกอีซูซุเอ็กเซลเลนซี่คลับและมีสถานะเป็น “เจ้าของรถ” ตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรม “อีซูซุเอ็กเซลเลนซี่คลับ” ณ วันเซ็นสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด จะได้รับความคุ้มครองขยายการรับประกันเป็น 7 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน สำหรับลูกค้าทั่วไปจะได้รับความคุ้มครองเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิ์รับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น”

*อุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น Ultimate

ดู Promotion Isuzu เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.isuzu-tis.com/specialoffer/campaign/

Pickup-In-Motorshow-2021

รถกระบะ ถือเป็นรถที่ยอดนิยมอย่างยิ่งของชาวไทยมานานนับหลายสิบปี ในปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ที่สมรรถนะดีมากกว่าในอดีตมาก และออพชั่นติดรถสุดทันสมัย ไม่แพ้รถยนต์นั่งเลยทีเดียว ซึ่งคาวมนิยมในบ้านเรากับความเป็นรถสารพัดประโยชน์ ทั้งในเชิงพาณิชย์ การใช้งานที่อเนกประสงค์ ขนของได้ ลุยน้ำได้ ไปกันได้หลายคน ใช้ทำเป็นรถรับจ้างหาเงินได้อีกด้วย

ในงาน Motor Show 2021 นี้ ผู้ผลิตรถกระบะหลายเจ้าอย่าง โตโยต้า, อีซูซุ, นิสสัน, มิตซูบิชิ, ฟอร์ด หรือ เอ็มจี ต่างส่งรถกระบะโฉมใหม่ หรือรุ่นพิเศษของตัวเองออกมาเพื่อกระตุ้นตลาด ช่วงชิงยอดจองและยอดขาย โดนใจผู้บริโภคที่อยากเปลี่ยนรถกระบะคันใหม่

โดยในงาน Motor Show 2021 จะมีรถกระบะรุ่นใดที่น่าซื้อนั้น CARRO ขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกท่านดูกันครับ …

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition-2021

Toyota Hilux Revo

Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) แม้ว่ากระแสจะดูไม่เปรี้ยงปร้างเลย นับตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อปีที่แล้ว ในงาน Motor Show 2021 ครั้งนี้ ยังชูจุดขายอย่างรุ่น Z-Edition Wild Body กระบะตัวเตี้ย “หน้าหล่อแต่งซิ่ง กระบะตัวจริงที่ใครก็มอง” ปรับดีไซน์ภายนอกใหม่ ให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น และแนะนำชุดแต่งพิเศษ สำหรับกระบะรุ่นตัวเตี้ย “Razer Package” ที่ปรับโป่งล้อดีไซน์ใหม่ และล้ออัลลอย 16 นิ้ว สามารถตกแต่งเพิ่มได้ตามความต้องการจากร้านประดับยนต์หรือร้านรถแต่งชั้นนำ

และชุดแต่งสำหรับกระบะรุ่นยกสูง “Modellista Black Prime” ด้วยสปอยเลอร์หน้า ชุดตกแต่งกระจังหน้า แต่งไฟตัดหมอกและคิ้วซุ้มล้อ ด้วยสไตล์เรียบหรูแต่ดุดัน

และสำหรับรุ่นพิเศษ Rocco นอกจากจะมีชุดตกแต่งพิเศษ อาทิ สปอร์ตบาร์ ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ พร้อมยางแบบ White Letters และยังเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense อีกด้วย

ส่วนภายในห้องโดยสาร มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay พ่วงด้วย T-Connect และมาตรวัดดีไซน์ใหม่ ปรับปรุงสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ในรุ่น 2.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดถึง 204 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดที่ 500 นิวตันเมตร (Nm) ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่กว้างตั้งแต่ 1,600-2,800 รอบ/นาที

และสำหรับรุ่น Off-Road เครื่องยนต์ได้ปรับลดความเร็วรอบเดินเบา (จาก 850 รอบ/นาที เป็น 680 รอบ/นาที) เพื่อให้ลุยเส้นทาง Off-Road ได้อย่างมั่นคง

ราคาของ Toyota Hilux Revo มีดังนี้

  • Hilux Revo Z-Edition มี 12 รุ่น ราคา 609,000 – 809,000 บาท
  • Hilux Revo ยกสูง แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ Pre-Runner มี 12 รุ่น ราคา 707,000 – 1,009,000 บาท
  • Hilux Revo แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มี 5 รุ่น ราคา 862,000 – 1,159,000 บาท
  • Hilux Revo Rocco มี 4 รุ่น ราคา 949,000 – 1,239,000 บาท

Isuzu-D-Max-V-Cross-2021

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแมคซ์) โฉมใหม่! ครั้งแรกของโลก! ผลงานความสมบูรณ์แบบล่าสุดจาก DNA ของ Isuzu ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติ ทั้งภายนอกภายใน มิติตัวรถใหญ่ บึกบึนยิ่งขึ้น ดูทรงพลัง และแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ยังมีเส้นสายพริ้วไหว ช่วยให้ตัวรถดูปราดเปรียว และสปอร์ต แรงสะใจ กับแพลตฟอร์มใหม่ ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่น

ห้องโดยสารภายใน เน้นเส้นสายที่เฉียบคม คอนโซลหน้าเล่นระดับแบบ Sharp Horizontal Layers ใช้วัสดุพรีเมี่ยมหลากหลาย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ใช้งานง่ายตามหลัก Usability Design พร้อมระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว คมชัดระดับ HD รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเสียงรอบทิศทาง Dynamic Surround Sound 8 ลำโพง

มีให้เลือกครอบคลุมทั้งรุ่น 4 ประตู และ 2 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร 150 แรงม้า และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 190 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีดพัฒนาใหม่สไตล์สปอร์ต ขับสนุก แม่นยำยิ่งขึ้น และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล พร้อมโหมดขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic

ราคาของ Isuzu D-Max อยู่ที่ 510,000 – 1,157,000 บาท

Nissan-Navara-PRO-4X-2021

Nissan Navara

Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) รถกระบะที่ กล้า… เพื่อคนแกร่ง ดีไซน์คอนเซ็ปต์ “Unbreakable Design” คำนึงถึงการใช้งาน และความชื่นชอบของลูกค้า โดดเด่นด้วยด้วยดีไซน์ใหม่ดุดัน และเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะเต็มรูปแบบจาก Nissan Intelligent Mobility

นาวารา ใหม่ มีเครื่องยนต์ 3 แบบได้แก่

  • เครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ Twin Turbo เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร
  • เครื่องยนต์ YS23DDT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผันแบบ VGS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร
  • เครื่องยนต์ YD25DDTTi ขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันแบบ VGS ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร

นอกจากนี้ ยังคงความสมบูรณ์แบบที่สามารถลุยได้ทุกที่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และเทคโนโลยีที่เสริมความมั่นใจในทุกสภาวะของเส้นทาง อาทิ ระบบป้องกันการลื่นไถล (Brake Limited Slip Differential: B-LSD) และ ระบบล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (Electronic Rear Locking Differential)  รวมถึงเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) ที่เสริมฟังก์ชัน Off-Road Meter เมื่ออยู่ในโหมด 4L

นอกจากนี้ นาวารา ใหม่ ยังนำรุ่นพิเศษ PRO-4X และ PRO-2X ใหม่ ถ่ายทอดดีเอ็นเอมาจาก Nissan Titan สำหรับลูกค้าที่ชอบการเดินทางแบบผจญภัยพร้อมลุยไปในเส้นทางแปลกใหม่ ที่เสริมความดุดันของดีไซน์ภายนอก จากกระจังหน้า และอุปกรณ์ตกแต่งโทนสีดำ ปรับแต่งช่วงล่างใหม่ให้สามารถลุยไปได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ ด้วยล้ออัลลอยพร้อมยางแบบ All-Terrain

โดยทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมสีพิเศษ สเตลท์ เกรย์ (Stealth Gray) เสริมด้วยชุดแต่งที่มีแอคเซนท์สีส้มแดง ภายในห้องโดยสารเสริมด้วยเบาะนั่งสีดำดีไซน์สปอร์ต ในราคาเริ่มต้นที่ 999,000 บาท สำหรับรุ่น PRO-2X และ 1,149,000 บาท สำหรับรุ่น PRO-4X

ราคาของ Nissan Navara อยู่ที่ 599,000 – 1,149,000 บาท

Mitsubishi-Triton-Double-Cab-2021

Mitsubishi Triton

Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) โฉมไมเนอร์เชนจ์ มาในแนวคิด “Engineered Beyond Tough” หน้าตาภายนอกใช้ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น และกระจังหน้าแบบ Dynamic Shield มาพร้อมไฟท้ายแบบ LED Tube กับกันชนดีไซน์ใหม่ ลงตัวกับล้อแม็กลาย 6 ก้านคู่ และด้วยระยะความสูงจากพื้นถึง 700 มม. ช่วยลดความเสี่ยงที่ไฟหน้าและไฟตัดหมอกจะได้รับความเสียหายขับรถลุยน้ำท่วม หรือถูกหินกระเด็นใส่ตัวรถ

ส่วนออพชั่นภายใน และดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ปรับเปลี่ยนเยอะพอสมควร ช่องแอร์แบบใหม่ ใช้วัสดุภายในดูโดดเด่นขึ้น และยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบครันที่สุดในระดับเดียวกัน รวมไปถึงกล้องมองภาพรอบคัน ที่ใช้กล้อง 4 ตัวจับภาพรอบคันพร้อมภาพมุมสูงที่แสดงสิ่งกีดขวางรอบคัน และเซ็นเซอร์กะระยะจอด เพื่ออำนวยความสะดวกในการจอดรถ

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 4N15 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VG Turbo Clean Diesel ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด แบบใหม่พร้อม Sport Mode

ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II พร้อมฝ่าอุปสรรคในทุกสภาพเส้นทาง ด้วย 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และโหมด 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control พ่วงด้วยโหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง

ราคาของ Mitsubishi Triton อยู่ที่ 659,000 – 1,109,000 บาท

Mazda-BT-50-2021

Mazda BT-50

All-New Mazda BT-50 (มาสด้า บีที-50) เจเนอเรชั่นใหม่ ผนวกคุณสมบัติของรถปิกอัพที่ดีที่สุดในโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ดีไซน์ที่ถูกออกแบบอย่างสง่างามที่สุดในโลก คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม ประหยัดน้ำมันมากที่สุด มีความทนทานสูงสุด รวมทั้งค่าดูแลรักษาต่ำสุด

การออกแบบที่สง่างาม สไตล์ปิกอัพยุคใหม่ การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ให้ความสะดวกสบายเทียบเท่ารถเอสยูวี ยังตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกโอกาส หรือ “Built for Dress and Jeans” ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าที่ออกแบบด้วย Signature Wing ขนาดใหญ่ รูปทรงด้านหน้าที่สง่างามในสไตล์รถเอสยูวี ดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้ายทรงสปอร์ต โฉบเฉี่ยว

ภายในห้องโดยสาร ประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด ใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูง คอนโซลหน้าถูกตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เสาภายในและเพดานเลือกใช้โทนสีดำตัดกับหนังสีน้ำตาลเข้มของเบาะนั่ง ให้นั่งสบายในทุกตำแหน่ง และแผงประตูดูหรูหรา ด้วยการตกแต่งสไตล์เดียวกับรถ SUV

การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์โดยให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางตามหลักการ Human Machine Interface ทุกฟังก์ชันง่ายต่อการใช้งาน การรับรู้ข้อมูลการขับขี่รวมถึงสายเรียกเข้าหรือชื่อเพลงบนหน้าจอแบบสี MID (Multi-Information Display) ขนาด 4.2 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลได้หลายรูปแบบ อ่านง่าย มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบ TFT (Thin-film Transistor Technology)

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ซึ่งประหยัดน้ำมันมากที่สุดในคลาส กับตัวเลข 16.1 กม./ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร มีทั้งแบบส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แถมรองรับน้ำมันดีเซลได้ถึง B20

ราคาของ Mazda BT-50 อยู่ที่ 569,000 – 1,153,000 บาท

Ford-Ranger-FX4-Max-2021

Ford Ranger FX4 Max / Ranger Raptor

Ford Ranger FX4 Max (ฟอร์ด เรนเจอร์ เอฟเอ็กซ์ 4 แม็กซ์) ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2021 มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่เหนือไปอีกขั้น อัดแน่นด้วยฟีเจอร์อันโดดเด่น ตั้งแต่ระบบช่วงล่างและโช๊คอัพของ FOX Shocks และยาง All-Terrain รวมทั้งการออกแบบภายในที่รองรับทุกการรูปแบบเดินทาง ไปจนถึงช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด Upfitter Switch ที่มีช่องต่อ AUX 6 ตำแหน่ง

ได้รับแรงบันดาลใจในด้านความโดดเด่น และดีไซน์ภายนอกจาก Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์) รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ทั้งกระจังหน้าสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ F-O-R-D บันไดข้างโลหะผิวกันลื่นสีดำ ล้ออัลลอยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ และโรลบาร์ขนาดเต็ม

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turbo ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 981 กก. และลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กก.

พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ภาษาไทย รองรับ Apple CarPlay ให้ผู้ขับขี่ก้าวข้ามทุกความท้าทาย ออกไปใช้ชีวิตให้สนุกพิชิตทุกเป้าหมายอย่างมีความสุข ตามนิยามการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ “Live The Ranger Life”

มาในราคา 1,189,000 บาท!

Ford-Ranger-Raptor-2021

Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเตอร์ แรพเตอร์) ถูกสร้างมาไม่ซ้ำใคร เพราะนี่คือรถกระบะออฟโรดคันแรกของเอเชีย ที่ตั้งใจสร้างมาแบบไร้ข้อจำกัด สร้างและพัฒนายนตรกรรมออฟโรดทั้งคัน ทำใหม่หมด! ส่งตรงจากโรงงานของฟอร์ด นี่แหละกระบะพันธุ์โหดออฟโรดตัวจริงที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

โครงสร้างทั้งหมดประกอบไปด้วยเหล็ก High-strength Low-alloy (HSLA) หลายเกรด เพื่อให้พร้อมรับทุกความโหด และเข้าถึงสมรรถนะขั้นสุด แชสซีส์ถูกปรับโครงสร้างใหม่หมด มาพร้อมโช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Racing Shox ที่มาพร้อมระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass) และระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และคอยล์โอเวอร์ช็อค ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่บนทางออฟโรดเป็นพิเศษ

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร (1,996 ซีซี) Twin Turbo (ทำงานร่วมกันระหว่าง High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ควบคุมด้วยวาล์ว Bypass) ให้แรงม้าสูงสุด 213 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift มาพร้อมระบบ Terrain Management System (TMS) สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 6 แบบ รวมถึงโหมดการขับขี่บาฮาสำหรับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง

ราคาของ Ford Ranger ทั้งหมด อยู่ที่ 569,000 – 1,295,000 บาท

ราคาของ Ford Ranger Raptor อยู่ที่ 1,699,000 บาท

MG-Extender-2021

MG Extender

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) เปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ล่าสุดในงาน Motor Show 2021 นี้ ใน Concept “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าใหม่ ตั้งแต่การจัดวาง Daytime Running Light ไว้ด้านบน

พร้อมชุดไฟส่องสว่างเป็นแบบ LED Projector จัดวางเรียงเป็น 3 ระดับ ตามแนวตั้งด้านข้างของกันชนหน้า โดยไฟส่องสว่างลดระดับต่ำลงกว่าเดิม ทำให้ไม่รบกวนรถที่สวนทางมา พร้อมล้ออัลลอยด์แบบ Bi-Colour ขนาด 18 นิ้ว

ห้องโดยสารภายใน เสริมความพรีเมี่ยมด้วยสีทูโทน สีน้ำตาลสลับสีดำ คอนโซล และแผงประตูตกแต่งพิเศษ ด้วยวัสดุแบบ Soft Touch พร้อมเบาะนั่งคู่หน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้าเอนได้ถึง 150 องศา และตกแต่งเบาะด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์

ตอกย้ำความเป็นสมาร์ทปิกอัพ ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปที่ครบครันถึง 9 ระบบ มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมมอบความคุ้มค่าที่เหนือกว่า

วางสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซล Commonrail Turbo ขนาด 2.0 ลิตร 161 แรงม้า ให้ทั้งพละกำลังโดดเด่น การประหยัดน้ำมัน และมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ มั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อในเกือบทุกรุ่น พร้อม Option ต่างๆ ที่ให้มากกว่ารถทุกรุ่นเมื่อเทียบในระดับราคาเดียวกัน

สำหรับ MG Extender ใหม่ ราคาอยูที่ 559,000 – 1,039,000 บาท

… ถูกใจรุ่นไหน ไปสัมผัสตัวจริงได้ที่งาน Motor Show 2021 กันได้เลยนะครับ …

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Isuzu-MU-X-2020

Isuzu (อีซูซุ) เปิดตัว “All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์)” ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมดระดับ Masterpiece รุ่นล่าสุด ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด

พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสุดล้ำ Isuzu Matrix Safety Intelligence ที่ครบครัน และเหนือกว่าด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่มาพร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่อัจฉริยะ รวมทั้งพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้นุ่มนวล มั่นคง ปลอดภัยยิ่งขึ้น ความโดดเด่นที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์

All-New-Isuzu-MU-X-2020

ซึ่ง All-New Isuzu MU-X พร้อมแล้วกับการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย เพื่อเป็นรถธงคันใหม่ของ “อีซูซุ” ที่พร้อมจะสร้างปรากฏการณ์ “Next Normal” ให้กับวงการรถอเนกประสงค์ของไทย นอกจากนี้อีซูซุยังภูมิใจที่จะประกาศให้ทราบว่า มียอดการผลิตรถอีซูซุทุกรุ่นในประเทศไทยครบ 5 ล้านคันแล้วในเดือนตุลาคม

โดดเด่นที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ สะท้อนตัวตนของ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ประกอบด้วยหลักใหญ่ ๆ ดังนี้

All-New-Isuzu-MU-X-2020

REFLECT YOUR UNIQUE SUCCESS นิยามใหม่แห่งดีไซน์สมบูรณ์แบบ เพื่อความโดดเด่นที่แตกต่าง

อีกระดับแห่งภาพลักษณ์หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน อาทิ กระจังหน้าแบบ World Cross Flow, ไฟหน้า Bi-LED Projector ดีไซน์แบบ Arrow Signature สอดรับกับเส้นสายด้านข้างอันเป็นเอกลักษณ์ ทอดยาวสู่ไฟท้าย LED ดีไซน์แบบ Winglet Signature เพิ่มมิติมุมมองให้โดดเด่นด้วยโคมไฟ 3-Line LED

ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ Dynamic Design คมเข้ม ดุดัน ขนาด 20″ ในรุ่น Ultimate ขนาด 18″ ในรุ่น Elegant และ Luxury และขนาด 17″ ในรุ่น Active

All-New-Isuzu-MU-X-2020

EMBRACE YOUR EXQUISITE LUXURY เดินทางไปกับนิยามใหม่แห่งความหรูหราของห้องโดยสาร

กว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู พร้อมเบรกมือไฟฟ้า และระบบ Auto Brake Hold ระบบช่วยหยุดอยู่กับที่โดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ และปลดเบรกอัตโนมัติเมื่อแตะคันเร่ง

All-New-Isuzu-MU-X-2020

เบาะนั่งดีไซน์หรูสี Saddle Brown ตัดเย็บด้วยวัสดุพิเศษ เดินด้ายแบบเครื่องหนังชั้นหรู พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน พร้อม Sequential Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

All-New-Isuzu-MU-X-2020

All-New-Isuzu-MU-X-2020

ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า Power Tailgate ปลอดภัยด้วยระบบ Jam Protection พร้อมเทคโนโลยีความบันเทิงและความสะดวกสบายครบครัน โดยมี Ambient Light และ Dome Light ช่วยให้บรรยากาศหรูมีระดับ

All-New-Isuzu-MU-X-2020

PROTECT YOUR EXCLUSIVE SERENITY ก้าวล้ำสู่อีกขั้นแห่งความมั่นใจที่ครบครันกว่า

ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำหน้าล่าสุด Isuzu Matrix Safety Intelligence พัฒนาให้ระบบเพื่อความปลอดภัยทุกระบบทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ ล้ำหน้าไปอีกขั้นกับเทคโนโลยี ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ช่วยสอดส่อง เฝ้าระวัง ด้วยนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera แม่นยำกว่ากล้องเดี่ยวแบบ Mono Camera ทั่วไป ช่วยตรวจจับเส้นถนนและวัตถุด้านหน้ารถแบบ Real Time ด้วยมิติที่ชัดเจน พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน

ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครันทุกรุ่น อาทิ ABS, EBD, BA, BOS, ESC, TCS, HSA, HDC และ TSC เพื่อส่งมอบความมั่นใจและอุ่นใจเหนือระดับยามขับขี่

All-New-Isuzu-MU-X-2020

เทคโนโลยี ADAS ที่รวมไว้ใน “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ได้แก่

  • ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go
  • FCW (Forward Collision Warning) ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า
  • AEB (Autonomous Emergency Braking) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • LDW (Lane Departure Warning) ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน
  • AHB (Automatic High Beam) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมติ
  • PMM (Pedal Misapplication Mitigation) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด
  • MSL (Manual Speed Limiter) ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง
  • BSM (Blind Spot Monitoring) ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา
  • RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถยนต์
  • Parking Aid System ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์
  • MCB (Multi-Collision Brake) ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

All-New-Isuzu-MU-X-2020

DEFY YOUR ENDLESS POSSIBILITY ดุลยภาพแห่งความเร้าใจ เสถียรภาพใหม่แห่งการขับขี่

โครงสร้างแพลทฟอร์มใหม่ ช่วงล่างใหม่ ออกแบบตามแนวคิด ISUZU Symmetric Mobility ให้โครงสร้างตัวถัง แชสซีส์ การวางตำแหน่งเครื่องยนต์ และช่วงล่างทำงานร่วมกันได้ลงตัว ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone ออกแบบจุดยึดปีกนกด้านบนใหม่ พร้อมคอยล์สปริง โช้คอัพแก๊สและเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ ช่วงล่างด้านหลังแบบ 5-Link Suspension อันเลื่องชื่อที่พัฒนาไปอีกขั้น ออกแบบจุดยึดคานใหม่และเหล็กกันโคลงให้ยาวขึ้น พร้อมคอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊ส

All-New-Isuzu-MU-X-2020

เพื่อสร้างประสบการณ์ และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดแบบ 3S ได้แก่

  • ความนิ่งและมั่นคง (Stability)
  • ความนุ่มนวลนั่งสบาย (Softness)
  • ความปลอดภัยและการเกาะถนน (Safety and Road Holding)

All-New-Isuzu-MU-X-2020

CRAFT YOUR ULTIMATE PLEASURE สัมผัสใหม่แห่งความสะดวกสบายที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสุดล้ำทั้งคัน ด้วยเบาะนั่งสามแถว ออกแบบให้นั่งสบายทั้ง 7 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment หน้าจอ Infotainment Display ขนาดใหญ่ 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto พร้อมลำโพง 8 จุด ให้มิติเสียงรอบทิศทาง

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมฟิลเตอร์กรองฝุ่น PM 2.5 Charging Station รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลาย ทั้ง USB Fast Charger ช่องต่อ AC Power Socket 220V และช่องต่อ DC 12V

และกุญแจ ISUZU Genius Entry สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วย Remote Engine Start ใช้เปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าได้ด้วย

All-New-Isuzu-MU-X-2020

FULFIL YOUR DISTINCTIVE DESIRE เลือกตัวตนที่บ่งบอกตัวคุณ

“ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active
เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L

อีกทั้งมีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ น้ำตาลมาราเกซ (Marrakesh Brown) ขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite Pearl White) แดงเอทนา (Etna Red) ดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) เงินไอซ์เบิร์ก (Iceberg Silver) และเงินโบฮีเมียน เมทัลลิค (Bohemian Silver Metallic)

All-New-Isuzu-MU-X-2020

All-New Isuzu MU-X 2021 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 7 รุ่น ดังนี้

  • 1.9 Ddi Active A/T ราคา 1,121,000 บาท (ราคาช่วงแนะนำ 1,109,000 บาท)
  • 1.9 Ddi Luxury M/T ราคา 1,266,000 บาท (ราคาช่วงแนะนำ 1,254,000 บาท)
  • 1.9 Ddi Luxury A/T ราคา 1,304,000 บาท
  • 1.9 Ddi Elegant A/T ราคา 1,349,000 บาท
  • 1.9 Ddi Ultimate A/T ราคา 1,434,000 บาท
  • 3.0 Ddi Ultimate A/T ราคา 1,479,000 บาท
  • 3.0 Ddi 4X4 Ultimate A/T ราคา 1,579,000 บาท

Promotion All-New Isuzu MU-X ดูได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/isuzu-car-price-list/

เชิญพบกับรถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมด “All-New Isuzu MU-X” ได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน ศกนี้

ส่วนใครที่อยากได้ All-New Isuzu MU-X ใหม่ แต่เงินสดมีไม่เพียงพอ ถ้าใช้รถคันเดิมอยู่ สามารถนำมาขายกับทาง CARRO ได้ แม้ว่ารถจะติดไฟแนนซ์ เราก็พร้อมปิดไฟแนนซ์ให้ และยินดีรับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Isuzu (อีซูซุ) เปิดตัวไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นล่าสุด “All-New Isuzu X-Series” (ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์) พร้อมนิยามใหม่ “ท้าทายทุกลิมิต…สุดขีดสไตล์เอ็กซ์” (Infinite X-Life) ยนตรกรรมดีไซน์เท่เหนือชั้น จัดเต็มด้วยชุดแต่ง X-Stylish Package ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน ทั้งแนวสปอร์ตเรซซิ่งในรุ่น Speed และสปอร์ตพรีเมียมในรุ่น Hi-Lander

ในปีนี้ รถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” ได้เปิดจำหน่ายครบทุกรุ่น รวมทั้งเพิ่มเกียร์อัตโนมัติในรุ่นความสูงมาตรฐานให้เลือก โดยมีกระแสตอบรับที่ดีมาก แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยก็ตาม และด้วยเทรนด์ผู้ใช้รถปิกอัพรุ่นใหม่ๆ มีความชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ตและรถแต่งแนวเรซซิ่ง อีซูซุ จึงได้เปิดตัว “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ไลฟ์สไตล์ปิกอัพดีไซน์เท่ ภายในโทนสีแดง-ดำ เอกลักษณ์แห่งจิตวิญญาณสายพันธุ์สปอร์ต ตอบรับนิยาม “ท้าทายทุกลิมิต…สุดขีดสไตล์เอ็กซ์” ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน

มาพร้อมชุดแต่ง X-Stylish Package แบบจัดเต็ม ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในความเร็ว แรง เร้าใจ ฉีกทุกข้อจำกัดไปกับสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร เท่เป็นตัวเองอย่างที่ใจต้องการ โดยมีให้เลือก 2 รุ่นต่างสไตล์อย่างชัดเจน ได้แก่ “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น Speed” สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตสนุก ๆ แนวสปอร์ตเรซซิ่ง และ “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น Hi-Lander” ที่สื่อความเป็นตัวตนในแบบสปอร์ต พรีเมียม และมีไลฟ์สไตล์ทันสมัยเหนือระดับ

พร้อมทะยานแรงเต็มขั้นด้วยขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ GEN 2 ตอบสนองฉับไว ทนทาน รองรับการขับขี่ที่สปอร์ตเร้าใจ ที่สุดแห่งความประหยัดน้ำมัน สมบูรณ์แบบด้วยระบบความบันเทิง ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยสูงสุดตามแบบฉบับอีซูซุ โดยทั้ง 2 รุ่นจะออกจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ศกนี้”

All-New-Isuzu-D-Max-X-Series-2020

All-New Isuzu X-Series “SPEED”

ยนตรกรรมสุดสปอร์ตที่เร้าอารมณ์และจิตวิญญาณ โฉบเฉี่ยวทุกองศา สะกดทุกสายตา ด้วยแนวคิดการออกแบบ BOLD but EMOTIONAL บึกบึน เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่ปราดเปรียว คล่องตัวตามหลักอากาศพลศาสตร์ พร้อมเปิดประสบการณ์สปอร์ตเต็มรูปแบบ ด้วยชุดแต่ง X-Stylish Package ภายในห้องโดยสาร ที่จะเปลี่ยนทุกวินาทีหลังพวงมาลัยให้กลายเป็นความตื่นเต้นกับดีไซน์ภายในสีดำ-แดงที่โดดเด่นเร้าใจ เต็มไปด้วยอารมณ์เรซซิ่งในทุกรายละเอียด

All-New-Isuzu-D-Max-X-Series-2020

The Infinite Sporty Style

  • ใหม่! กระจังหน้าสีดำ Glossy Black พร้อมสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวทุกองศา
  • ใหม่! ชุดแต่งสเกิร์ตรอบคัน พร้อมกันชนหน้า-หลัง ลายเคฟลาร์ โดดเด่นด้วยเส้นขอบล่างสีแดง ดีไซน์ลู่ลม เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตให้ตัวรถ
  • ใหม่! สติกเกอร์ดีไซน์เท่ สีเทาขอบแดง คาดหน้า-หลัง พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้า สะกดทุกสายตา
  • ใหม่! สัญลักษณ์ X ด้านข้างตัวรถ สีแดง โดดเด่นสะดุดตา เสริมอารมณ์สปอร์ต
  • ใหม่! ล้ออัลลอย 16 นิ้ว สีดำ Glossy Black เข้ากับตัวรถ โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง เท่ สปอร์ตเต็มอารมณ์
  • ไฟหน้าหล่อเข้ม ISUZU Vision Bi-LED เพิ่มความสว่าง ส่องได้ไกลและกว้างขึ้น ปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ ได้ 4 ระดับ พร้อม Auto Lights Off และไฟท้าย Dual-Sonic LED โดดเด่นมีสไตล์ แบบ Clear Lens ให้ความสว่างชัดเจน

All-New-Isuzu-D-Max-X-Series-2020

All-New-Isuzu-D-Max-X-Series-2020

The Infinite Comfort Style

  • ใหม่! ชุดแต่งคอนโซลหน้า ไล่เฉดสีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X
  • ใหม่! ชุดแต่งแผงข้างประตูสีดำ Piano Black และสีแดง โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยขอบที่เปิดประตูสีแดง
  • ใหม่! เบาะนั่งทูโทนสีดำแดง ทรงสปอร์ต โอบกระชับ นั่งสบาย พร้อมสัญลักษณ์ X สีแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า
  • สัญลักษณ์ X ที่หน้าปัดแสดงความเร็ว
  • พวงมาลัยเพาเวอร์มัลติฟังก์ชั่น พร้อมสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง (Tilt & Telescopic)
  • ชุดคันเกียร์พร้อมเบรกมือ ดีไซน์หุ้มหนัง เสริมอารมณ์สปอร์ตด้วยด้ายแดง
  • ระบบกรองอากาศเข้าห้องโดยสาร High Efficiency Filter ช่วยดักฝุ่นขนาดเล็กได้ถึงระดับ PM 2.5

All-New-Isuzu-D-Max-X-Series-2020

All-New Isuzu X-Series “Hi-Lander”

ยนตรกรรมสปอร์ตหรู มาพร้อมชุดแต่งสปอร์ตพรีเมียมรอบคัน เพิ่มความโดดเด่น และสร้างไดนามิคให้กับตัวรถ ตามแนวคิดการออกแบบ BOLD but EMOTIONAL แข็งแกร่ง บึกบึน เส้นสายคมชัด โฉบเฉี่ยวปราดเปรียว ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เอกลักษณ์เฉพาะอีซูซุ พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับ ไปกับดีไซน์ภายในสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยชุดแต่ง X-Stylish Package วัสดุพรีเมียม เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตให้เต็มสไตล์ตลอดการเดินทาง

All-New-Isuzu-D-Max-X-Series-2020

The Infinite Superior Style

  • ใหม่! กระจังหน้าสีดำ Glossy Black พร้อมสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง คมเข้ม ดุดัน สะท้อนจิตวิญญาณสปอร์ต
  • ใหม่! สเกิร์ตกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ พร้อมขอบล่างสีเงิน
  • ใหม่! สติกเกอร์คาดหน้า-หลัง พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้า ตกแต่งขอบด้วยสีเงิน Silver-Grey ในรุ่นสีขาว / ตกแต่งขอบด้วยสีทอง Light Gold-Silver ในรุ่นสีดำ
  • ใหม่! สัญลักษณ์ X ด้านข้างตัวรถ สีแดง โดดเด่นสะดุดตา เสริมอารมณ์สปอร์ต
  • ใหม่! บันไดข้างแบบชิ้นเดียว เรียบหรู มีสไตล์ ตกแต่งด้วยสีเงิน Silver Grey ในรุ่นสีขาว / ตกแต่งด้วยสีเทาเข้ม Dark Grey ในรุ่นสีดำ
  • ใหม่! สปอร์ตบาร์สีเดียวกับตัวรถ ดีไซน์ลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์
  • ใหม่! ล้ออัลลอย สีดำ Glossy Black เท่ ดุดัน โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง เข้มเต็มอารมณ์สปอร์ต ขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น 4 ประตู / ขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น 2 ประตู
  • ไฟหน้าหล่อเข้ม ISUZU Vison Bi-LED เพิ่มความสว่าง ส่องได้ไกลและกว้างขึ้น ปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ ได้ 4 ระดับ พร้อม Auto Lights Off ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์และเปิดประตูรถ พร้อม Multifunctional Daylight แบบ Built-in ส่องสว่างในเวลากลางวัน และเป็นไฟหรี่ในเวลากลางคืน และไฟท้าย Dual-Sonic LED โดดเด่นมีสไตล์แบบ Clear Lens ให้ความสว่างชัดเจน
  • กันชนท้าย Integrated Bumper ดีไซน์สปอร์ตเท่ สีเดียวกับตัวรถ ออกแบบให้ขึ้น-ลงง่าย

All-New-Isuzu-D-Max-X-Series-2020

The Infinite Superior Comfort

  • ใหม่! ชุดแต่งคอนโซลหน้าสีดำ Piano Black พร้อมสัญลักษณ์ X เติมความเร้าใจด้วยปุ่มควบคุมและสวิตช์ต่าง ๆ
  • ใหม่! ชุดแต่งแผงข้างประตูสีดำ Piano Black
  • ใหม่! เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ ทรงสปอร์ต โอบกระชับ นั่งสบาย พร้อมสัญลักษณ์ X ปักด้ายแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า
  • พวงมาลัยเพาเวอร์มัลติฟังก์ชั่น ดีไซน์หุ้มหนังเดินด้ายแดง พร้อมสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง (Tile & Telescopic)
  • ชุดคันเกียร์พร้อมเบรกมือ หุ้มหนังเดินด้ายแดง
  • ระบบกรองอากาศเข้าห้องโดยสาร High Efficiency Filter ช่วยดักฝุ่นขนาดเล็กได้ถึงระดับ PM 2.5
  • หน้าจอ Smart MID ขนาดใหญ่ 4.2 นิ้ว จอแสดงข้อมูลอัจฉริยะ สวยงาม โดดเด่น อ่านข้อมูลง่าย และชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบ TFT (Thin-film Transistor Technology) แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ
  • สัญลักษณ์ X ที่หน้าปัดแสดงความเร็ว
  • Push Start ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ สตาร์ทเครื่องยนต์เพียงปลายนิ้ว พร้อม Isuzu Genius Entry

All-New Isuzu X-Series ทั้ง 2 รุ่น มีให้เลือกสีขาวและสีดำ ทั้งแบบ 2 ประตู และ 4 ประตู โดยมีรายละเอียดและราคา ดังนี้

  • รุ่น Speed มีสีขาวไซบีเรียน (Siberian White) และดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) ราคา 723,000 – 821,000 บาท
  • รุ่น Hi-Lander มีสีขาวมุกเอเวอเรสต์ (Everest Pearl White) และดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) นอกจากนี้ในรุ่น 4 ประตู ยังมีเกียร์อัตโนมัติให้เลือกอีกด้วย ราคา 838,000 – 974,000 บาท

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express ก็พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง รับเงินสดทันที! หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Isuzu-Dmax-Automatic-2020

Isuzu (อีซูซุ) เอาใจคนชอบความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ เพิ่มรถรุ่นเกียร์อัตโนมัติที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครันในรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” (The “All-New Isuzu D-Max…Infinite Potential”) ครบทุกรุ่น เป็นทางเลือกใหม่ ตอกย้ำในความเป็นรถที่คุ้มค่าเงินสูงสุด

All-New-Isuzu-Dmax-Spark-Automatic

ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับวิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบให้ยอดขายในตลาดรถยนต์เมืองไทย 8 เดือนแรกของปีนี้หดตัวลงไปมากเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ในทุกวิกฤติ รถปิกอัพจะเป็นที่ต้องการมาก เพราะสามารถนำมาใช้งานได้อเนกประสงค์ และลูกค้าจะคิดถึงรถที่คุ้มค่าเงินเป็นหลัก

All-New-Isuzu-Dmax-Spacecab-Automatic

ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถ และเพิ่มทางเลือกแห่งความสะดวกสบายในการขับขี่ อีซูซุ จึงได้เพิ่มรุ่นรถที่มีเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic ซึ่งสามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้แบบเกียร์ธรรมดา ใน “All-New Isuzu D-Max” จนครบทุกรุ่น

All-New-Isuzu-Dmax-Cab4-Automatic

ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้นในรถปิกอัพความสูงมาตรฐาน ได้แก่ รุ่น Spark, รุ่น Space Cab และรุ่น Cab4 ขับเคลื่อน 2 ล้อ พร้อมส่งมอบกลางเดือนตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป

All-New-Isuzu-Dmax-Cab4-Automatic-Interior

รถปิกอัพ All-New Isuzu D-Max เครื่องยนต์ 1.9 Ddi Blue Power ที่มีการเพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติให้เลือก มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ช่วยในการควบคุมรถได้ง่ายทุกสถานการณ์อย่างครบครัน ได้แก่

  • ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESC (Electronic Stability Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist) และ
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control)

All-New-Isuzu-Dmax-Spark-Automatic-Interior

โดยมีรายละเอียดและราคา ดังนี้

  • ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บ/แชสซีส์ ราคา 545,000 บาท
  • ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4×2 ซึ่งปรับโฉมห้องโดยสารใหม่ เพิ่มที่วางแขนพร้อมช่องเก็บของระหว่างที่นั่งคนขับและผู้โดยสาร ราคา 607,000 บาท (สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท)
  • ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ รุ่น S ราคา 640,000 บาท (สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท)
  • ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ รุ่น S ราคา 721,000 บาท (สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท)

All-New-Isuzu-Dmax-Automatic-Price

สำหรับใครมีแพลนจะเปลี่ยนรถใหม่ และอยากขายรถคันเดิม สามารถขายรถกับทาง CARRO ได้ง่ายๆ เพียงแค่ลงประกาศขายรถฟรี เราพร้อมรับซื้อรถมือสอง โดยให้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

10 อันดับ รถเมล์ใช้งานมานานที่สุด ของ ขสมก.

ในปัจจุบัน ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในประเทศไทยทุกปี กำลังเป็นที่วิตกของหลายๆ ฝ่าย เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งอีกหนึ่งในแนวทางที่ภาครัฐ ขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันปฏิบัติตาม ได้แก่ “การออกมาใช้ระบบขนส่งมวลชน” เพื่อลดปัญหาฝุ่นและมลพิษ

แต่ทว่า … ระบบขนส่งมวลชนบ้านเราอยู่ในสถานะที่ย่ำแย่ ไม่สามารถจูงใจให้คนมาใช้บริการได้ เมื่อรถเมล์มีสภาพเก่ามาก ควันดำ สกปรก กะเวลารอไม่ค่อยได้ บริการไม่ค่อยดีในบางคัน และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่

อีกทั้งรถไฟฟ้าก็ค่าโดยสารแพง และคนแน่น หลายคนที่บ้านอยู่ไกล เข้าซอยลึก หรือต้องไปติดต่อธุระ ส่งของหลายที่ต่อวัน จึงเป็นเหตุผลใหญ่ที่คนไทย สมัครใจและจำเป็นต้องซื้อรถยนต์ส่วนตัวมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสองก็ตาม ทำให้ในกรุงเทพฯ มีการจราจรที่ติดหนักทุกวัน

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า รถเมล์ ขสมก. หลายคันที่คุณๆ เห็นวิ่งกันอยู่ บางคันมีอายุมากกว่าเด็กเพิ่งเรียนจบ เพิ่งทำงานใหม่ๆ ซะอีก! MR.CARRO ขอนำเสนอข้อมูลของ รถเมล์ ขสมก. ที่มีอายุการใช้งานมากที่สุด 10 อันดับ ให้ทุกคนได้ตะลึงกันครับ!

Hino-AK176

ภาพจาก Ian Fuller

1. Hino AK176 (2 สิงหาคม 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino AK176 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 2,840 คัน ได้แก่ รถเมล์ครีมแดง 4 รุ่น (Hino, Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รุ่นประตูกลาง 12 เมตร) และรถปรับอากาศ Mercedes-Benz ครีมน้ำเงิน จำนวน 800 คัน และมีพิธีรับมอบกันในวันที่ 2 สิงหาคม 2534

โดย Hino AK176 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส EH700 ขนาด 6.4 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 168 แรงม้า

สำหรับ Hino AK176 จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 540 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 40XXX (40001 – 40540) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 3, 4 และ 5

Isuzu-MT111QB

ภาพจาก Ian Fuller

2. Isuzu MT111QB (2 สิงหาคม 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu MT111QB นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 2,840 คัน ได้แก่ รถเมล์ครีมแดง 4 รุ่น (Hino, Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รุ่นประตูกลาง 12 เมตร) และรถปรับอากาศ Mercedes-Benz ครีมน้ำเงิน จำนวน 800 คัน และมีพิธีรับมอบกันในวันที่ 2 สิงหาคม 2534

โดย Isuzu MT111QB ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6BD1 ขนาด 5.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แบบ MLH5B น้ำหนักรถ 9,140 กิโลกรัม

สำหรับ Isuzu MT111QB จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 540 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 50XXX (50001 – 50540) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 6, 7 และ 8

Mitsubishi-Fuso-RP118

ภาพจาก 

3. Mitsubishi Fuso RP118 (2 สิงหาคม 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Mitsubishi Fuso RP118 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 2,840 คัน ได้แก่ รถเมล์ครีมแดง 4 รุ่น (Hino, Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รุ่นประตูกลาง 12 เมตร) และรถปรับอากาศ Mercedes-Benz ครีมน้ำเงิน จำนวน 800 คัน และมีพิธีรับมอบกันในวันที่ 2 สิงหาคม 2534

และรุ่นนี้ ยังเป็นรุ่นที่มีราคาต่อคันแพงที่สุด เพราะเครื่องยนต์วางท้ายรถ แบบรถเมล์โดยสารที่นิยมใช้รถทั่วโลก รวมถึงตัวรถด้านหน้า ถอดแบบมาจากรถเมล์ Mitsubishi Fuso ของญี่ปุ่น ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6D22-1A ขนาด 11.1 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 225 แรงม้า

สำหรับ Mitsubishi Fuso RP118 จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 510 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 80XXX (80001 – 80510) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 2, 4 และ 8

Isuzu-LT112P

ภาพจาก Noltawat Rattanawan‎

4. Isuzu LT112P (2537 – 2564)

รถเมล์ Isuzu LT112P คันนี้ จัดว่าเป็นรถ Rare Item ของ ขสมก. เพราะมีไว้ใช้ในฐานะรถสแปร์ ซึ่งเป็นของบริษัท ออโต้เทคนิค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือของ ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ให้สำหรับไว้ยืมใช้ในระหว่างการนำรถเมล์คันใดคันหนึ่งเข้าศูนย์บริการ จัดได้ว่าเป็นรถเมล์ที่หายาก (เพราะมีทำออกมาแค่คันเดียว) และวนเวียนไปในหลายสาย หลายเขตที่มีรถเมล์ Isuzu ใช้งานอยู่

สำหรับความพิเศษของรถคันนี้คือ เครื่องยนต์วางด้านท้าย ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6HE1 ขนาด 5.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 195 แรงม้า และใช้เกียร์อัตโนมัติ ของ Allison MTB643 ภายในเบาะนั่งขนาดใหญ่ กว้างขวาง น้ำหนักรถ 9,000 กิโลกรัม

สำหรับ Isuzu LT112P มีเลขข้างรถ 7-50542 ในอดีตเคยใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 6, 7 และ 8 ซึ่งล่าสุดทางบริษัท ออโต้เทคนิค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เป็นเจ้าของรถเมล์คันนี้ ได้ประกาศขายจนเป็นข่าวดังในเดือนพฤษภาคม 2564

Hino-HU3KSKL

5. Hino HU3KSKL (6 มีนาคม 2538 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino HU3KSKL นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อไว้ด้วยกัน 80 คัน เพื่อใช้งานในเขตการเดินรถที่ 11 (เขตรถปรับอากาศ) ในสาย ปอ.2 มีนบุรี-สีลม , ปอ.12 จตุจักร-ปากคลองตลาด และ ปอ.18 จตุจักร-ลาดกระบัง

ต่อมาภายหลังจากการยุบเขตการเดินรถที่ 11 จึงเปลี่ยนเขตการเดินรถ เป็นเขตการเดินรถที่ 2 และย้ายไปใช้งานในเขตการเดินรถที่ 4 จนถึงปัจจุบัน โดย Hino HU3KSKL ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส K13U ขนาด 13.2 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 260 แรงม้า

สำหรับ Hino HU3KSKL มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 40XX (4001 – 4080) (และรถสำรองอีก 1 คัน 4081) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 4

Isuzu-CQA650

6. Isuzu CQA650 (2538 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu CQA650 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อไว้ด้วยกัน 100 คัน เพื่อใช้งานในเขตการเดินรถที่ 11 (เขตรถปรับอากาศ) ต่อมาภายหลังจากการยุบเขตการเดินรถที่ 11 จึงเปลี่ยนเขตการเดินรถ ไปใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1 และ 7 จนถึงปัจจุบัน

โดย Isuzu CQA650 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6RB2 ขนาด 13.7 ลิตร แบบ 6 สูบ Boxer ให้แรงม้าสูงสุด 275 แรงม้า

สำหรับ Isuzu CQA650 มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 30XX (3001 – 3100)

Hino-RU1JSSL

ภาพจาก Express502

7. Hino RU1JSSL (15 พฤษภาคม 2541 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino RU1JSSL นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 797 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino, Isuzu, Mercedes-Benz และ Daewoo ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู) มีพิธีรับมอบกันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ค่าโดยสารเริ่มแรกคิด 12 บาทตลอดสาย

โดย Hino RU1JSSL ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส J08C-TK ขนาด 8.0 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 250 แรงม้า ภายหลังจึงได้ดัดแปลงติดตั้งก๊าซ NGV เข้าไป

สำหรับ Hino RU1JSSL จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 200 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 44XXX (44001 – 44200) ผลิตที่อู่ธนบุรีบัสบอดี้ ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 2, 3 และ 5

แต่ต่อมาในปี 2545 จึงได้จัดซื้อรถเมล์รุ่นเดียวกันนี้เพิ่มเติม อีก 125 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 45XXX (45001 – 45125)

Isuzu-LV223S

ภาพจาก Wikipedia

8. Isuzu LV223S (15 พฤษภาคม 2541 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu LV223S นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 797 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino, Isuzu, Mercedes-Benz และ Daewoo ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู) มีพิธีรับมอบกันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ค่าโดยสารเริ่มแรกคิด 12 บาทตลอดสาย

โดย Isuzu LV223S ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6SD1-TC ขนาด 9.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 270 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติของ ZF 4HP500 น้ำหนักรถ 11,600 กิโลกรัม

สำหรับ Isuzu LV223S จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 200 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 55XXX (55001 – 55200) ผลิตที่อู่เชิดชัย ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 6, 7 และ 8

Mercedes-Benz-OH1829-63

ภาพจาก Sira Sripairojkul

9. Mercedes-Benz OH1829/63 (15 พฤษภาคม 2541 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Mercedes-Benz OH1829/63 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 797 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino, Isuzu, Mercedes-Benz และ Daewoo ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู) มีพิธีรับมอบกันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ค่าโดยสารเริ่มแรกคิด 12 บาทตลอดสาย

สำหรับ Mercedes-Benz OH1829/63 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส OM441LA ขนาด 11.0 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 285 แรงม้า

สำหรับ Mercedes-Benz OH1829/63 จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 397 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 66XXX (66001 – 66397) ผลิตที่อู่ธนบุรีบัสบอดี้ ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 6, 7 และ 8

แต่ทว่ารถเมล์รุ่นนี้ มีปัญหาในเรื่องของควันดำมาก และในเรื่องของการจัดหาอะไหล่ซ่อมแซม ทำให้ต้องถูกปลดระวางไปจนหมดในปี 2561 ในตอนนี้จึงเหลือใช้งานอยู่แค่เพียงคันเดียว นั่นคือ 8-66249 ซึ่งเป็นรถที่ปรับสภาพใหม่ และซ่อมแซมโดยช่างของ ขสมก.

Daewoo-BH115

ภาพจาก Wikipedia

10. Daewoo BH115 (2544 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Daewoo BH115 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. จัดซื้อรถเมล์แบบ Euro II รอบสอง จำนวน 250 คัน เริ่มออกให้บริการตั้งแต่ช่วงปลายปี 2544 มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 67XXX (67001 – 67250) ผลิตที่อู่ธนบุรีบัสบอดี้ เหลือใช้งานในเขตการเดินรถที่ 8 เพียงเขตเดียว

สำหรับ Daewoo BH115 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส DE12 ขนาด 11.0 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 235 แรงม้า

แต่ทว่ารถเมล์รุ่นนี้ เคยมีปัญหาในเรื่องของควันดำมาก และถุงลมช่วงล่างที่ชอบแตก จนต้องปลดระวางรถที่มีปัญหาไปเกือบๆ 200 คัน แต่รถเมล์ที่เหลือภายหลังได้รับการแก้ไขซ่อมแซมแล้ว

Isuzu-LV423R

ภาพจาก nighteye

อันนี้แถมให้ … Isuzu LV423R (2545 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu LV423R นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์แบบ Euro II อีกครั้ง ในปี 2545 จำนวน 250 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino และ Isuzu ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู)

โดย Isuzu LV423R ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6SD1 ขนาด 9.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 270 แรงม้า

สำหรับ Isuzu LV423R จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 125 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 56XXX (56001 – 56125) ผลิตที่อู่เชิดชัย ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 6, 7 และ 8

*หมายเหตุ 10 อันดับ รถเมล์ใช้งานมานานที่สุด ของ ขสมก. เป็นข้อมูล ณ เดือนฤษภาคม 2564

ถ้าเบื่อรอรถเมล์แล้ว อยากซื้อรถใหม่ แต่มีงบไม่พอ หรืออยากขายรถเก่าออกแบบไวที่สุด ได้เงินเร็วที่สุด เพื่อนำเงินไปโปะรถคันใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

Pickup-In-Motorshow-2020

รถกระบะ ถือเป็นรถที่ยอดนิยมอย่างยิ่งของชาวไทยมานานนับหลายสิบปี ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ออพชั่น และกำลังเครื่องยนต์ที่มากขึ้นเรื่อยๆ และยอดขายยังเป็นปัจจัยที่แสดงให้เห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง เป็นรถสารพัดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ใช้งานได้ทั้งในเมือง ในที่ทุรกันดาร ขนของ ขนสัตว์ ใช้รับจ้างหาเงิน ทำเป็นรถสองแถวก็ได้ หรือใช้งานส่วนตัวก็ดี ฯลฯ

ในงาน Motor Show 2020 นี้ ผู้ผลิตรถกระบะหลายเจ้าอย่าง โตโยต้า, อีซูซุ, นิสสัน, มิตซูบิชิ, ฟอร์ด หรือ เชฟโรเลต ต่างส่งรถกระบะโฉมใหม่ หรือรุ่นพิเศษของตัวเองออกมาเพื่อกระตุ้นตลาด ช่วงชิงยอดจองและยอดขาย โดนใจผู้บริโภคที่อยากเปลี่ยนรถกระบะคันใหม่

โดยในงาน Motor Show 2020 จะมีรถกระบะรุ่นใดที่น่าซื้อนั้น CARRO ขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกท่านดูกันได้เลยครับ …

Toyota-Hilux-Revo-Rocco-2020

Toyota Hilux Revo

Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) ปรับโฉมใหญ่ต้อนรับปี 2020 เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา เริ่มต้นด้วยหน้าตาภายนอก ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-Beam + ไฟ LED Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED Light Guiding

และสำหรับรุ่นพิเศษ Rocco นอกจากจะมีชุดตกแต่งพิเศษ อาทิ สปอร์ตบาร์ ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ พร้อมยางแบบ White Letters และยังเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense อีกด้วย

ส่วนภายในห้องโดยสาร มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay พ่วงด้วย T-Connect และมาตรวัดดีไซน์ใหม่ ปรับปรุงสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ในรุ่น 2.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดถึง 204 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดที่ 500 นิวตันเมตร (Nm) ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่กว้างตั้งแต่ 1,600-2,800 รอบ/นาที

และสำหรับรุ่น Off-Road เครื่องยนต์ได้ปรับลดความเร็วรอบเดินเบา (จาก 850 รอบ/นาที เป็น 680 รอบ/นาที) เพื่อให้ลุยเส้นทาง Off-Road ได้อย่างมั่นคง

ราคาของ Toyota Hilux Revo มีดังนี้

  • Hilux Revo Z-Edition มี 12 รุ่น ราคา 609,000 – 809,000 บาท
  • Hilux Revo ยกสูง แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ Pre-Runner มี 12 รุ่น ราคา 707,000 – 1,009,000 บาท
  • Hilux Revo แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มี 5 รุ่น ราคา 862,000 – 1,159,000 บาท
  • Hilux Revo Rocco มี 4 รุ่น ราคา 949,000 – 1,239,000 บาท

Isuzu-D-Max-2020

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max Stealth (อีซูซุ ดีแมคซ์) โฉมใหม่! ครั้งแรกของโลก! ผลงานความสมบูรณ์แบบล่าสุดจาก DNA ของ Isuzu ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติ ทั้งภายนอกภายใน มิติตัวรถใหญ่ บึกบึนยิ่งขึ้น ดูทรงพลัง และแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ยังมีเส้นสายพริ้วไหว ช่วยให้ตัวรถดูปราดเปรียว และสปอร์ต แรงสะใจ กับแพลตฟอร์มใหม่ ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่น

ห้องโดยสารภายใน เน้นเส้นสายที่เฉียบคม คอนโซลหน้าเล่นระดับแบบ Sharp Horizontal Layers ใช้วัสดุพรีเมี่ยมหลากหลาย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ใช้งานง่ายตามหลัก Usability Design พร้อมระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว คมชัดระดับ HD รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเสียงรอบทิศทาง Dynamic Surround Sound 8 ลำโพง

มีให้เลือกครอบคลุมทั้งรุ่น 4 ประตู และ 2 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร 150 แรงม้า และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 190 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีดพัฒนาใหม่สไตล์สปอร์ต ขับสนุก แม่นยำยิ่งขึ้น และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล พร้อมโหมดขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic

ราคาของ Isuzu D-Max อยู่ที่ 510,000 – 1,157,000 บาท

Nissan-Navara-2020

Nissan Navara

Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) ที่ผ่านมาก็มีข่าวว่า Nissan จะปรับโฉมใหญ่ให้กับ Navara โฉมนี้ที่ขายในไทยมานับตั้งแต่ปี 2014 แต่ก็ยังคงต้องติดตามรอข่าวกันต่อไป

ในส่วนของ Navara มาพร้อมกับรูปทรงที่บึกบึน มีเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Around View Monitor (AVM) ที่ช่วยให้สามารถมองเห็นตัวรถและสิ่งรอบข้างผ่านกล้องที่ถูกติดตั้งรอบคัน ซึ่งรวมถึง ระบบเบรค ABS ถุงลมนิรภัย กุญแจรีโมท ปุ่มสตาร์ท และ ช่องแอร์ปรับอากาศด้านหลังอีกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์ให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ขนาด 2.5 ลิตร รหัส YD25DDTi ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า ส่วนในรุ่น 4WD รหัส YD25DDTi VGS Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า

ราคาของ Nissan Navara อยู่ที่ 559,500 – 1,096,000 บาท

Mitsubishi-Triton-2020

Mitsubishi Triton

Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) โฉมไมเนอร์เชนจ์ มาในแนวคิด “Engineered Beyond Tough” หน้าตาภายนอกใช้ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น และกระจังหน้าแบบ Dynamic Shield มาพร้อมไฟท้ายแบบ LED Tube กับกันชนดีไซน์ใหม่ ลงตัวกับล้อแม็กลาย 6 ก้านคู่ และด้วยระยะความสูงจากพื้นถึง 700 มม. ช่วยลดความเสี่ยงที่ไฟหน้าและไฟตัดหมอกจะได้รับความเสียหายขับรถลุยน้ำท่วม หรือถูกหินกระเด็นใส่ตัวรถ

ส่วนออพชั่นภายใน และดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ปรับเปลี่ยนเยอะพอสมควร ช่องแอร์แบบใหม่ ใช้วัสดุภายในดูโดดเด่นขึ้น และยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบครันที่สุดในระดับเดียวกัน รวมไปถึงกล้องมองภาพรอบคัน ที่ใช้กล้อง 4 ตัวจับภาพรอบคันพร้อมภาพมุมสูงที่แสดงสิ่งกีดขวางรอบคัน และเซ็นเซอร์กะระยะจอด เพื่ออำนวยความสะดวกในการจอดรถ

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 4N15 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VG Turbo Clean Diesel ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด แบบใหม่พร้อม Sport Mode

ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II พร้อมฝ่าอุปสรรคในทุกสภาพเส้นทาง ด้วย 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และโหมด 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control พ่วงด้วยโหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง

ราคาของ Mitsubishi Triton อยู่ที่ 654,000 – 1,099,000 บาท

Ford-Ranger-Raptor-2020

Ford Ranger Raptor

Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเตอร์ แรพเตอร์) ถูกสร้างมาไม่ซ้ำใคร เพราะนี่คือรถกระบะออฟโรดคันแรกของเอเชีย ที่ตั้งใจสร้างมาแบบไร้ข้อจำกัด สร้างและพัฒนายนตรกรรมออฟโรดทั้งคัน ทำใหม่หมด! ส่งตรงจากโรงงานของฟอร์ด นี่แหละกระบะพันธุ์โหดออฟโรดตัวจริงที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

โครงสร้างทั้งหมดประกอบไปด้วยเหล็ก High-strength Low-alloy (HSLA) หลายเกรด เพื่อให้พร้อมรับทุกความโหด และเข้าถึงสมรรถนะขั้นสุด แชสซีส์ถูกปรับโครงสร้างใหม่หมด มาพร้อมโช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Racing Shox ที่มาพร้อมระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass) และระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และคอยล์โอเวอร์ช็อค ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่บนทางออฟโรดเป็นพิเศษ

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร (1,996 ซีซี) Twin Turbo (ทำงานร่วมกันระหว่าง High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ควบคุมด้วยวาล์ว Bypass) ให้แรงม้าสูงสุด 213 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift มาพร้อมระบบ Terrain Management System (TMS) สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 6 แบบ รวมถึงโหมดการขับขี่บาฮาสำหรับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง

ราคาของ Ford Ranger อยู่ที่ 569,000 – 1,265,000 บาท

ราคาของ Ford Ranger Raptor อยู่ที่ 1,699,000 บาท

MG-Extender-2020

MG Extender

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) มาพร้อมรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเหมือน “พี่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” พรีเซ็นเตอร์ของรถรุ่นนี้ ด้วยกระจังหน้าแบบ Modern Design ที่เป็นเอกลักษณ์ของ MG พร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่ รวมถึงกระบะท้ายใหญ่กว่า ช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น ช่วงล่าง แบบ Euro Tuning Suspension พร้อมโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและสร้างด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System

ภายในรถ มาพร้อมความอัจฉริยะด้วยระบบปฏิบัติการ i–SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์ MG

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ขนาด 2.0 ลิตร Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันดีเซล B10 ครอบคลุมทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD)

ราคาของ MG Extender อยู่ที่ 549,000 – 1,029,000 บาท

… ถูกใจรุ่นไหน ไปสัมผัสตัวจริงได้ที่งาน Motor Show 2020 กันได้เลยนะครับ …

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก:

New-Car-Promotion-Motorshow-2020