10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดง ราคาถูกสุด ปี 2021

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ มักเจอปัญหารถติดกันทุกวัน การจะขับรถเกียร์ธรรมดาขณะรถติดทุกวันนั้น สุขภาพเข่าซ้ายก็คงไม่สู้ดีนัก ต้องเหยียบคลัทช์กันจนขาล้าเลย และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ก็ขับรถเกียร์ธรรมดากันไม่ค่อยเป็นแล้ว …

รถเกียร์ออโต้ (หรือรถเกียร์อัตโนมัติ) ในอดีต มักจะเป็นรถราคาแพง หรือรถรุ่น Top ของรุ่นนั้นๆ … มาจนถึงยุคปัจจุบัน รถป้ายแดงเกียร์ออโต้ กลายเป็นของธรรมดาสามัญมาก มีให้เลือกในทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่รถราคาถูก ก็มีให้คนออกรถใหม่เลือกซื้อกัน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุด ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio GL CVT ราคา 408,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan-March

2. Nissan March 1.2E CVT ราคา 495,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, ไฟท้าย LED, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan Almera Sportech

3. Nissan Almera Turbo E CVT ราคา 509,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็น Eco-Car ขนาด 4 ประตูรุ่นแรกของไทยที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน มาในรูปแบบ “เรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof)

เครื่องยนต์สมรรถนะดี เร่งแซงได้ทันใจ ในรหัส รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร และให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ระบบเครื่องเสียง วิทยุ พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth/USB/AUX-IN, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC), เทคโนโลยีออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA), ระบบกุญแจ Immobilizer และล้อกะทะเหล็ก 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

New-Mitsubishi-Mirage-2020

4. Mitsubishi Mirage GLX CVT ราคา 509,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

MG3

5. MG3 1.5C ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี3) จัดเป็นรถซิตี้คาร์ที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่น มารูปทรงสไตล์สปอร์ต ภายใต้แนวคิด Brit Dynamic น่าใช้ พร้อมออพชั่นที่ให้มากมายเกินคาด ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ, กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, ไฟตัดหมอกหลัง, กุญแจรีโมท, ระบบ Bluetooth + ช่อง USB, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR, Follow Me Home Light, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

6. Mitsubishi Attrage GLX CVT ราคา 529,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา กว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

Nissan Note 2020

7. Nissan Note 1.2 E CVT ราคา 530,000 บาท

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) จัดเป็น “Eco-Car” เฟส 2 ที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2560 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ให้แรงบิดสูงในรอบเครื่องยนต์ต่ำ ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร เกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้าแบบฮาโลเจน โปรเจกเตอร์, กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้ายแบบ Signature Light พร้อมไฟเบรกแบบ LED, คอนโซลกลาง ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ Piano Black, พวงมาลัยยูรีเทนทรงสปอร์ตปรับสูง-ต่ำได้ ตกแต่งวัสดุสีเงิน, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, มาตรวัด Analog แบบเรืองแสง Fine Vision Meter, มาตรวัดอัจฉริยะ Multi-Information Display (MID) แสดงผลข้อมูลการขับขี่, กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบด้านคนขับ, ระบบเครื่องเสียง วิทยุ CD/MP3 แบบ 1 แผ่น หน้าจอสี 5 นิ้ว พร้อม Aux-In/USB, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ VDC, ระบบออกตัวบนทางลาดชัน HSA, กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Intelligent Key พร้อม Immobilizer, ถุงลม SRS คู่หน้า และล้อแม็ก 15 นิ้ว

New-Toyota-Yaris-ATIV-2020

8. Toyota Yaris ATIV Entry ราคา 539,000 บาท

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูขนาดเล็ก โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : วิทยุ พร้อม USB และ AUX, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ บนพวงมาลัย, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD/ฺBA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Mazda2 Sedan Sports 2021

9. Mazda2 Sedan / Sports 1.3 E 2021 Collection ราคา 546,000 บาท

Mazda2 (มาสด้า2) แม้ว่าจะเปิดตัวขายกันมาหลายปีแล้ว แต่ Mazda ก็ยังคงปรับโฉม มาสด้า2 ให้สดใหม่อย่างต่อเนื่องทุกปี ราคาเดียวกันทั้งในรูปแบบ 5 ประตู Hatchback และ 4 ประตู Sedan ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา น่าขับ มาพร้อมเครื่องยนต์ Skyactiv-G ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้า LED, ไฟหน้าปรับอัตโนมัติ, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, วิทยุ FM/AM/MP3/USB/AUX, ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC, ระบบช่วยออกตัวของรถบนทางลาดชัน HLA และระบบไฟสัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS

New-Toyota-Yaris-2020

10. Toyota Yaris Entry ราคา 549,000 บาท

Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส แฮทช์แบค) รถยนต์อีโคคาร์ 5 ประตูแฮทช์แบค โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : วิทยุ พร้อม USB และ AUX, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ บนพวงมาลัย, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD/ฺBA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

New-Suzuki-Swift-2021

11. Suzuki Swift GA CVT ราคา 557,000 บาท

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) รถ Eco-Car รุ่นใหม่จากค่ายซูซูกิ ที่นำพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มที่ ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยมาตรวัดแบบสปอร์ต เบาะนั่งแบบสปอร์ต ช่องเก็บของมากมาย พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังที่มากถึง 265 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control, ระบบ Idling Stop, เครื่องเล่นวิทยุ CD MP3/WMA/USB/AUX และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุดที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check การันตีคุณภาพ รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมิถุนายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

10 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2020 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 4,598,615 คัน ซึ่งยอดขายตกลงมาจากปี 2019 หลายแสนคัน จากผลกระทบของโควิด-19) แต่เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

สำหรับของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ K-Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถ K-Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020 (ซึ่งรถทุกรุ่น ยังมีขายเป็นรถใหม่ 2021 ในญี่ปุ่นอยู่ด้วย) ไปอ่านกันได้เลย …

Honda N-Box 2021

1. Honda N-Box จำนวน 195,984 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ K-Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 (253,500 คัน) และในปี 2020 อีกด้วย นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 ด้วยการเสริมระบบ Honda Sensing เข้าไป พร้อมปรับชุดกระจังหน้าใหม่ และล้อแม็กลายใหม่ ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน!

โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV แบบประตูบานเลื่อนด้านข้าง นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

2. Suzuki Spacia จำนวน 139,851 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ K-Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดี ที่ปี 2020 สามารถพาตัวเองขึ้นมาในอันดับที่ 2 ได้ ซึ่งนับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu Tanto 2021

3. Daihatsu Tanto จำนวน 129,680 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ K-Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

4. Daihatsu Move จำนวน 104,133 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ K-Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan Dayz 2021

5. Nissan Dayz จำนวน 87,029 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK Wagon และ eK X อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki Hustler 2021

6. Suzuki Hustler จำนวน 80,114 คัน

Suzuki Hustler (ซูซูกิ ฮัตสเลอร์) เป็นรถแนว Crossover SUV แบบ K-Car ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแดนปลาดิบอีกหนึ่งรุ่น โดยรุ่นนี้นับว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 แล้ว มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ นั่นคือ Hustler และ Hustler Style เปิดตัวในวันที่ 20 มกราคม 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งยังแบ่งปันตัวรถให้กับทาง Mazda นำไปแปะขายในแบรนด์ตัวเองด้วยในชื่อ Flair Crossover เช่นเคย

ห้องโดยสารภายในมี 4 ที่นั่ง ใช้เบาะนั่งคู่หน้าแบบสีทูโทน แปลกตาด้วยการแบ่งคอนโซลหน้าออกเป็น 3 ส่วน ด้วยวัสดุตกแต่ง พร้อมผังหน้าจอ Infotainment ขนาด 9 นิ้ว เอาไว้บริเวณกึ่งกลาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน พร้อมจอ MID ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ รวมถึงแอร์อัตโนมัติ เป็นต้น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid 3 สูบ ขนาด 657 ซีซี รหัส R06D ให้แรงม้าสูงสุด 49 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 58 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เพิ่มตัวฉีดน้ำมันเกียร์เป็น 2 ตัว พร้อมปรับปรุงชุดสายพาน และระบบ Cooled EGR กับระบบฉีดหัวคู่

และเครื่องยนต์ 3 สูบ Turbo Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A มอบแรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ขุมพลังทั้งสองทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid กับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator (ISG) ซึ่งเก็บพลังงานที่เหลือใช้จากการขับขี่ เช่น การเบรก มาปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ใช้ในแบตเตอรี่ได้ รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย Suzuki Safety Support ที่มีคุณสมบัติอีกเพียบ

Daihatsu Mira E:S 2021

7. Daihatsu Mira จำนวน 73,462 คัน

Daihatsu Mira e:S (ไดฮัทสุ มิร่า อีเอส) รถ Eco-Car แบบฉบับญี่ปุ่นเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่ได้รับการเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2017 ซึ่งยังคงขายได้เรื่อยๆ ในตลาดญี่ปุ่น แถมเป็นคู่แฝดกันกับ Toyota Pixis Epoch และ Subaru Pleo Plus รวมถึงยังเป็นรุ่นที่มาทดแทน Mira รุ่นดั้งเดิม นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 อีกด้วย

ความพิเศษของรถรุ่นนี้คือการแนะนำ “e:S technology” ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 32.2 – 35.2 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐานโหมด JC08) ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งและน้ำหนักเบาจากเทคโนโลยี D Monocoque และวัสดุเรซิ่นที่นำกลับมาใช้ใหม่ และติดตั้งระบบ Smart Assist III ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยในการหลีกเลี่ยงการชน

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 49 แรงม้าที่ 6,800 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 57 นิวตันเมตรที่ 5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรุ่น 4WD ให้เลือก

Nissan Roox 2021

8. Nissan Roox จำนวน 72,820 คัน

Nissan Roox (นิสสัน รู๊ค) รถทรงกล่องสุดน่ารัก แบบประตูบานเลื่อนด้านข้าง โฉมใหม่เจเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2020 ที่ผ่านมา โดยรถรุ่นนี้พัฒนาร่วมกันระหว่าง Nissan กับ Mitsubishi eK Space และ eK X Space สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม NMKV มีให้เลือกถึง 2 แบบ ได้แก่ Roox และ Roox Highway Star

ห้องโดยสารภายในชูจุดเด่นด้วยความกว้าง สูง พื้นที่นั่งโดยสารด้านหลังให้ความกว้างถึง 770 มม. และความสูงภายในรถที่มากถึง 139 ซม. และพื้นที่เก็บสัมภาระตามจุดต่างๆ มากมาย สามารถเข้า-ออกง่าย ด้วยประตูบานข้างแบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เปิด-ปิดอัตโนมัติ ได้กว้างถึง 650 มม.

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Honda N-WGN 2021

9. Honda N-WGN จำนวน 69,353 คัน

Honda N-WGN (ฮอนด้า เอ็น-แวกอน) ถือเป็นรถ K-Car แบบอเนกประสงค์เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวมาตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2019 ด้วยรูปทรงสุดน่ารัก ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายสำหรับ 4 คน มีให้เลือกทั้งแบบ N-WGN และ N-WGN Custom พร้อมระบบความปลอดภัย Honda Sensing ที่ช่วยให้คุณขับรถได้อย่างมั่นใจ

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki Wagon R 2021

10. Suzuki Wagon R จำนวน 66,061 คัน

Suzuki Wagon R (ซูซูกิ แวกอนอาร์) นับเป็นรถเจเนอเรชั่นที่ 6 แล้วสำหรับรถแวกอน K-Car ทรงสูงของ Suzuki รุ่นนี้ที่ออกมาในปี 1993 โดยในโฉมนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 บนแพลทฟอร์มใหม่ล่าสุดอย่าง HEARTECT ที่น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น

มีให้เลือก 2 แบบ นั่นคือ Wagon R เอาใจคุณผู้หญิง หรือพ่อบ้านที่มีครอบครัวแล้ว และ Wagon R Stingray เน้นเอาใจวัยรุ่น หรือคนเพิ่งเริ่มต้นทำงาน มาพร้อมการตกแต่งภายในที่ดูอบอุ่นในรุ่น Wagon R และดูเร้าใจ สปอร์ต สนุกสนาน ในรุ่น Wagon R Stingray

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid 3 สูบ ขนาด 657 ซีซี รหัส R06D ให้แรงม้าสูงสุด 49 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 58 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เพิ่มตัวฉีดน้ำมันเกียร์เป็น 2 ตัว พร้อมปรับปรุงชุดสายพาน และระบบ Cooled EGR กับระบบฉีดหัวคู่

และเครื่องยนต์ 3 สูบ Turbo Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A มอบแรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ขุมพลังทั้งสองทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid กับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator (ISG) ซึ่งเก็บพลังงานที่เหลือใช้จากการขับขี่ เช่น การเบรก มาปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ใช้ในแบตเตอรี่ได้ รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย Suzuki Safety Support ที่มีคุณสมบัติเหมือนในรุ่น Hutsler จ้า

Suzuki Wagon R Stingray 2021

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ K-Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ K-Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

สำหรับใครที่อยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ K-Car 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

10 อันดับ รถขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

“ญี่ปุ่น” นับเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก และมีแบรนด์รถยนต์ที่ขายรถยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งยอดขายภายในประเทศตัวเอง ก็ขายได้มากถึงหลายล้านคันต่อปี

แม้ว่าในปี 2020 เป็นต้นมา เจอโควิด-19 ที่ระบาดและส่งผลกระทบไปทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรดาค่ายรถญี่ปุ่นก็ได้ผลกระทบไปอย่างมากเช่นกัน ในปี 2020 ที่ผ่านมา มียอดขาย และยอดจดทะเบียนรถในประเทศญี่ปุ่น ตกลงมาเหลือ 4,598,615 คัน ลดลง 11.5% เมื่อเทียบกับยอดขายรถในปี 2019 ที่ผ่านมาที่ทำได้มากถึง 5,234,166 คัน

ในรอบหนึ่งทศวรรษ นี่นับเป็นครั้งที่สาม ตั้งแต่ที่ในญี่ปุ่นเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ คลื่นสึนามิถล่มในเดือนมีนาคม 2011 และในปี 2016 ที่ส่งผลให้ยอดขายรถตกลงมาต่ำกว่า 5 ล้านคัน

โชว์รูมโตโยต้าในญี่ปุ่น

ตัวเลขยอดขาย แยกย่อยออกเป็นรถยนต์ทั่วไป 2,478,832 คัน (-12.2% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถ K-Car 1,331,149 คัน (-10% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถเชิงพาณิชย์ 392,361 คัน (-12.7% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถ K-Car เชิงพาณิชย์ 386,939 คัน (-10.3% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว) และรถบัส 9,334 คัน (-31.3% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว)

ซึ่งยอดขายรถบางส่วนนี้ รวมไปถึงรถยนต์ที่ผู้จำหน่ายอิสระซื้อ และสั่งเข้ามาขายในไทยด้วยนะครับ

สำหรับรถยนต์ในญี่ปุ่นนั้น มีอายุการใช้งานที่ไม่มากนัก เพียงไม่กี่ปี จากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุรถและค่าซ่อมรถที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้มีการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ไปในตัวตลอด แล้วรถใหม่ก็มีราคาจำหน่ายที่ไม่แพงมาก ผนวกกับค่าครองชีพของคนญี่ปุ่น ที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ได้ไม่ยาก ยอดขายรถจึงค่อนข้างสูงหลายแสนคันต่อเดือน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น (ตามการจัดอันดับของสมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น JADA (Japan Automobile Dealers Association) ซึ่งรถยนต์แบบ K-Car จะถูกจับแยกออกไปต่างหาก) ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Toyota-Yaris-2020

1. Toyota Yaris ยอดขาย 151,766 คัน

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) น้องเล็กของ Toyota ที่เป็น Yaris ในตลาดโลก (แต่ในบ้านเรา กลับได้ Yaris เวอร์ชั่นจีนมาแทน) เพิ่งปรับโฉมโมเดลเชนจ์ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา สามารถไต่ยอดขายได้เป็นไปอันดับ 1 ได้ นับว่าไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด

โดยโฉมนี้ใช้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง TNGA-B มาในรูปแบบสปอร์ต ภายในขับขี่ง่าย ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย พร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง Toyota Safety Sense ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

แบบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์รหัส 1NR-FE มี ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตัน-เมตร

ส่วนขุมพลัง Hybrid มีขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

อีกทั้งยังมีรุ่นพลังแรงให้เลือก (ที่มีขายในบ้านเราด้วย!) นั่นคือ Toyota GR Yaris ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส G16E-GTS แบบแถวเรียง 3 สูบ เทอร์โบ DOHC 12 วาล์ว ขุมพลังใหม่ล่าสุด พละกำลังสูง ด้วยความแรงระดับ 261 แรงม้า  พร้อมแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด iMT (Intelligent Manual Transmission)

สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 230 กม./ชม. โดยพละกำลังทั้งหมดจากเครื่องยนต์ จะถูกถ่ายทอดผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า “GR-FOUR”

Toyota Raize

2. Toyota Raize ยอดขาย 126,038 คัน

Toyota Raize (โตโยต้า ไรซ์) รถ Crossover ขนาดเล็กยอดนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ที่มีคู่แฝดร่วมกันกับ Daihatsu Rocky (ไดฮัทสุ ร็อคกี้) ซึ่งมีการดีไซน์ที่คล้ายกับ Toyota RAV4 รุ่นใหม่อยู่ไม่น้อย พร้อมกันชนหน้าทรงสปอร์ตขนาดใหญ่ และไฟตัดหมอก กับไฟ Daytime Running Light ทรงแนวนอน พร้อมไฟท้ายแบบ LED กับห้องโดยสารภายใน ที่นั่งกันได้สบายๆ 5 คน พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีมากถึง 369 ลิตร

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรหัส 1KR-VET แบบ 3 สูบ DOHC Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 140 นิวตันเมตร ที่ 2,400 – 4,000 รอบ/นาที

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Dynamic Torque Control 4WD ให้เลือก

Toyota Corolla 2020

3. Toyota Corolla ยอดขาย 118,276 คัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ต้องบอกได้ว่าลุคของ Corolla ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 12 นี้ ฉีกความอนุรักษ์นิยมเดิมๆ เรียบๆ เรื่อยๆ ของ Corolla Axio ทิ้งไปได้หมดจริงๆ สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ดูเปรี้ยวสุดๆ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และยังมีรุ่น 5 ประตู Sport Hatchback กับรุ่นแวกอนอย่าง Touring ออกมาขายเช่นเคย

ขุมพลังของทั้งรุ่น Sedan, Sport และ Tourubg มีให้เลือก 2 รุ่นเครื่องยนต์ ตั้งแต่เบนซินขนาด 1.2 ลิตร Turbo รหัส 8AR-FTS ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT และเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่สามารถล็อคอัตราทดได้ 10 สปีด

แบบเบนซินเพียวๆ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 3,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนขุมพลัง Hybrid ยกมาจาก Prius ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 72 แรงม้า ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบอยู่ที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Honda Fit 2020

4. Honda Fit ยอดขาย 98,210 คัน

Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) รถ Sub-Compact ท้ายตัดยอดนิยมมากสุดของ Honda นับตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2001 จนเป็นที่รู้จักไปในทั่วในโลก ทั้งในชื่อ Honda Fit และ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ซึ่งในญี่ปุ่นยังคงขายดี ที่แม้ว่าจะไม่ทำตลาดในไทยด้วยโฉมนี้แล้วก็ตาม

สำหรับ Honda Fit รหัส GR มาด้วยรูปโฉมภายนอกที่ดูน่ารักสะดุดตา มีให้เลือกด้วยกันหลายสไตล์ เช่น Basic, Home, Ness, Luxe แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เริ่มเอาใจคนชอบรถสายสุยอย่าง Crosstar ร่วมกับรุ่นไฮบริดอย่าง Honda Fit e:HEV ให้เลือกเช่นเคย

โดยตัวรถยังคงติดตั้งถังน้ำมันบริเวณใต้เบาะคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถ Honda รุ่นนี้ไปแล้ว สำหรับห้องโดยสารภายใน ออกแบบให้แลดูเรียบง่ายขึ้น เน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น และติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT มาให้เป็นครั้งแรก

ขุมพลังรุ่นพื้นฐานมีขนาด 1.5 ลิตร รหัส L13B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที

ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส LEB ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

Toyota Alphard 2020

5. Toyota Alphard ยอดขาย 90,748 คัน

Toyota Alphard (โตโยต้า อัลฟาร์ด) ยังคงเป็นรถแวนขนาดหรู ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในญี่ปุ่นและในไทย แถมในปี 2020 ยังมาพร้อมตัวเลขยอดขายสูงที่สุดในรอบ 10 ปี!

มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายด้วยชุดเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายแบบ Kick activated เพิ่มสุนทรียภาพในทุกการเดินทางด้วยเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 10.5 นิ้ว และด้านหลังขนาด 13.3 นิ้ว ที่สามารถรองรับ Apple car play ตลอดจนลำโพง JBL 17 ตัว

นอกจากนี้ยังมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) กล้องวิดีโอบันทึกภาพติดรถยนต์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (Digital Video Recorder) และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้ารุ่นล่าสุด อย่าง Toyota Safety Sense เจเนอเรชั่นที่ 2

ขุมพลังพื้นฐานมีเป็นแบบเบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 235 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100 รอบ/นาที

ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 206 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 – 4,800 รอบ/นาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวหน้าให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า และตัวหลัง 68 แรงม้า โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

และขุมพลังเบนซินขนาด 3.5 ลิตร รหัส 3GR-FKS แบบ V6 DOHC Chain Drive VVT-iW และ D-4S ให้แรงม้าสูงสุด 296 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 361 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 – 4,700 รอบ/นาที

Toyota Roomy 2020-2021

6. Toyota Roomy ยอดขาย 87,242 คัน

Toyota Roomy (โตโยต้า รูมมี่) รถยอดนิยม รูปทรงแบบ Tall Boy ที่มาแทน Toyota bB (โตโยต้า บีบี) รุ่นก่อนหน้า ที่ยังมีคู่แฝด ในชื่อ Daihatsu Thor อีกด้วย เพิ่งปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อเดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมา เป็นรถที่นั่งได้ 5 ที่นั่ง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ซึ่งให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที

และในรุ่น Turbo Intercooler รหัส 1KR-VET ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที แรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ไม่มี Turbo

Honda Freed 2020

7. Honda Freed ยอดขาย 76,283 คัน

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) แม้ว่าจะเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ไปตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา แต่กระแสตอบรับยังแรงต่อเนื่อง หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ติดโผขายดีเป็นอันดับ 9 ในปี 2019 ที่ผ่านมา นับเป็นรถ Minivan MPV ขนาดเล็กที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda Fit และ Grace (หรือ Honda Jazz กับ City ในไทย) มีจำหน่ายทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเบนซินและ Hybrid เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC + ระบบ Hybrid แบบ Sport Hybrid i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 29.5 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด

Toyota Sienta 2020

8. Toyota Sienta ยอดขาย 72,689 คัน

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถยอดนิยมของคุณแม่บ้าน และคนเพิ่งมีครอบครัว สำหรับเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ญี่ปุ่นเปิดตัวไปในปี 2018 ปรับปรุงรูปโฉมใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และมีสีทูโทนให้เลือก พร้อมกับเพิ่มรุ่นเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่น 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง กับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Nissan Note 2020-2021

9. Nissan Note – ยอดขาย 72,205 คัน

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) รถ Sub-Compact โฉมใหม่ล่าสุดจาก Nissan ถึงแม้ว่าจะเป็นการเปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2020 ก็ตาม แต่ก็สามารถสร้างยอดขายแบบพุ่งกระฉูดได้แบบไม่ยาก

โดย Nissan Note โฉมล่าสุดนี้ถูกออกแบบใหม่หมด มาพร้อมความคล้าย Nissan Leaf หน่อยๆ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรง V-Motion ไฟหน้าแบบ LED แบบ 4 ดวงในแต่ละข้าง ส่วนไฟท้ายเป็นรูปทรงแนวนอน พร้อมล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว มีสีตัวถังให้เลือกเยอะถึง 13 สี และสามารถเลือกหลังคาแบบสีดำได้

ส่วนภายในห้องโดยสารหรูหราขึ้นมาก แผงคอนโซลแบบสองชั้น ส่วนคอนโซลกลางมาพร้อมคันเกียร์ไฟฟ้า ติดตั้งเบาะนั่ง Zero Gravity พร้อมที่วางแขนขนาดใหญ่ เสริมด้วยจอ Infotainment ขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล ติดตั้งระบบ ProPILOT with Navi-link สามารถปรับความเร็วตามป้ายจำกัดความเร็วได้อัตโนมัติ รวมถึงลดความเร็วก่อนเข้าโค้งได้

ขุมพลัง e-Power พัฒนาให้มีกำลังเพิ่มขึ้น 6% และแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้น 10% เป็นแบบเบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 82 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร (รุ่น 4WD มีมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลัง ขนาด 68 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร เพิ่มมาให้ด้วย) มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

Toyota Voxy 2020-2021

10. Toyota Voxy – ยอดขาย 69,517 คัน

Toyota Voxy (โตโยต้า วอกซี่) สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถ MPV ขายดีฝั่ง Toyota อย่าง Voxy นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2017 ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2017 และยังมีคู่แฝดร่วมรุ่นอย่าง Noah และ Esquire ที่ในบ้านเราก็มีคนนำเข้ามาขายกันหลายคัน พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยล่าสุดอย่าง Toyota Safety Sense C

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 193 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนนะครับ ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

To-Do-List-When-Buying-New-Car

ว่าด้วยการ ซื้อรถใหม่ รถใหม่ราคาถูก ที่จัด “โปรฯ แรง” ราคารถใหม่ที่เงินดาวน์รถต่ำ ผ่อนรถถูก จะซื้อรถด้วยเหตุผลแค่นี้อาจยังไม่พอ เพราะก่อนคุณเป็นเจ้าของรถสักคันอาจต้องทำการบ้านสักหน่อย เมื่อรถไม่ใช่ราคาบาทสองบาท ถ้าจ่ายเงินเป็นหลักแสนหลักล้านแต่ได้รถที่ไม่คุ้มค่าคุ้มราคา จะเอาไปเปลี่ยนเหมือนเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้ก็คงไม่ใช่ คุณว่าจริงมั้ย ?

To-Do-List-When-Buying-New-Car

ดังนั้น Roojai.com จึงอยากพาคุณไปดูกันกับ “สิ่งที่ต้องทำ” To Do List ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อรถใหม่สักคัน ไม่ยาก เพียงตอบคำถามง่าย ๆ คุณก็จะได้มาซึ่งรถคันที่ถูกใจตอบโจทย์ในการใช้งานมากที่สุดแล้ว ซื้อรถใหม่ ต้องดูอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว

ซื้อรถใหม่ ต้องไม่ลืมทำเช็คลิสต์ต่อไปนี้

สิ่งแรกใน ขั้นตอนการซื้อรถใหม่ ป้ายแดงทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณต้องตอบคำถามของตัวเองเกี่ยวกับรถคันที่กำลังสนใจซื้อตามเช็คลิสต์ต่อไปนี้ ดูว่าทำแล้วหรือยัง ซึ่งคำถามที่สำคัญจะมีดังต่อไปนี้

1. เช็คลิสต์งบประมาณในการซื้อรถอยู่ที่เท่าไร

สำคัญที่สุดใน การซื้อรถใหม่ นั่นก็คือเรื่องของงบประมาณในการซื้อ ถ้าคุณตอบได้ในข้อนี้ ตัวเลือกรถที่ชัดเจนขึ้นก็จะมากกว่าเดิม หาได้แค่ว่าฉันชอบรถรุ่นนั้น คันนี้สวยดี หรือกำลังจัดโปรเร้ากระชากใจดาวน์ 0% ผ่อนถูกสบาย ๆ แบบนั้นไม่ได้ เพราะคุณจะต้องรู้งบประมาณในการซื้อรถของคุณก่อนว่าอยู่ที่เท่าไร (หรือพอใจที่จะเป็นหนี้แค่ไหน) ในกรณีที่ซื้อผ่านไฟแนนซ์

2. เช็คลิสต์ว่ารถประเภทไหนที่คุณต้องการ “จริงๆ”

ต่อไปที่ต้องเช็คลิสต์กันก็คือเรื่องของประเภทรถ ซึ่งในตลาดบ้านเรามีที่นิยมอยู่หลายประเภทแตกต่างตามการใช้งาน และคำถามที่คุณต้องตอบให้นั้นก็คือ คุณจะซื้อรถไปทำอะไรเป็นหลัก เน้นโดยสารคนหรือบรรทุกของใช้ประกอบอาชีพ เป็นรถสำหรับครอบครัวโดยสารหลายคนหรือเน้นขับไปทำงานใช้ 1-2 คนเป็นประจำมากกว่า ถ้าตรงนี้ชัด รถที่ใช่สำหรับคุณก็จะชัดเจนมากขึ้นตามว่าเป็นรุ่นไหน แบรนด์อะไร

To-Do-List-When-Buying-New-Car

3. เช็คลิสต์ศูนย์บริการใกล้บ้านว่ามีมั้ยด้วย

ข้อนี้คงต้องโฟกัสไปที่เรื่องของแบรนด์รถหรือยี่ห้อ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่บางทีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถคือการเลี้ยวเข้าศูนย์บริการเป็นหลัก ดังนั้นเรื่องศูนย์บริการเพื่อการตรวจเช็คสภาพหรือแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถจึงมีความสำคัญด้วยไม่น้อย เพราะบางทีคุณอาจได้รถที่ใช่ตรงใจออกมาแล้ว แต่ติดที่แบรนด์รถนั้น ๆ มีศูนย์บริการอยู่ไกลบ้านเกินไปก็อาจทำให้ต้องเปลี่ยนใจไปเป็นรถตัวเลือกที่ 2-3 ได้ด้วยเหมือนกัน

4. เช็คลิสต์ “ฟีล” การใช้งานจริงเมื่อทดลองขับ

อีกขั้นตอนสำคัญของการซื้อรถใหม่ ป้ายแดง ราคาถูก และให้ถูกจริตคุณมากที่สุดจะต้อง “ทดลองขับ” ทดลองการใช้งานเหมือนใช้รถจริง การขับขี่เป็นอย่างไรเมื่อนำรถไปใช้จริง อัตราเร่งโอเคมั้ย ห้องโดยสารกว้างพอสำหรับคุณหรือเปล่า การทดลองขับนี้จะช่วยตอบทุกคำถามให้คุณได้หมดในนี้

5. เช็คลิสต์เงินดาวน์ที่มีและยอดค่างวดที่ไหวไม่หนักเกินไป

ซื้อรถป้ายแดงถ้าไม่มีโปรเร้าใจอะไรให้ตื่นตา อย่างดาวน์ 0% ก็จะต้องมีเรื่องเงินดาวน์เข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งคุณต้องมีเตรียมไว้ 15%-30% หรือมากกว่านั้นของราคารถ คุณมีอยู่เท่าไร เตรียมไว้แค่ไหน อย่าลืมว่า! ยิ่งดาวน์มากค่างวดผ่อนก็จะยิ่งถูกลง ระยะเวลาในการผ่อนก็สั้นลง เช่นเดียวกันกับยอดค่างวดที่ผ่อนไหวคุณก็ต้องรู้ประมาณตัวเองได้ด้วยว่าต้องไม่หนักอึ้งจนเกินไป เพราะไม่เช่นนั้นจะเข้าอีหรอบประมาณว่ามีรถใหม่ป้ายแดงขับ แต่ชีวิตความเป็นอยู่กลับแย่ลงกว่าเดิมได้เพราะเอาเงินไปผ่อนค่ารถหมดนั่นเอง

To-Do-List-When-Buying-New-Car

6. เช็คลิสต์เอกสารซื้อรถ มีอะไรบ้างที่คุณต้องเตรียม

สมมติว่าเมื่อได้ออกมาแล้วสำหรับรถคันที่ตรงใจคุณมากที่สุด จะไปซื้อละก็ต้องมีการเตรียมเอกสารต่าง ๆ ไปด้วย เช็คลิสต์ให้ดีเตรียมให้พร้อม และต่อไปนี้คือเอกสารซื้อรถที่คุณจะต้องใช้เมื่อซื้อรถป้ายแดง มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน หรือสลิปเงินเดือน
  • สเตทเมนต์เงินเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน

7. เช็คลิสต์เตรียมค่าประกันภัยรถยนต์เอาไว้ด้วย

ซื้อรถป้ายแดง รถยนต์ จากศูนย์ใหม่ ๆ เขาจะบังคับให้ทำประกันกับทางศูนย์ซึ่งคุณอาจเลือกประกันรถยนต์ไม่ได้ในปีแรก และในส่วนนี้คุณจำเป็นจะต้องมีเตรียมไว้ด้วยในกระเป๋า ราคาของประกันก็จะอยู่ประมาณ 10,000-30,000 บาท/ปี โดยเฉลี่ย คุณต้องมีเตรียมไว้ในกระเป๋าด้วยเพิ่มเติมจากเงินดาวน์

ข่าวดีก็คือถ้าใช้รถเข้าปีที่สองแล้ว คุณก็สามารถ เลือกประกันรถยนต์ ได้ด้วยตัวเองเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานและงบประมาณได้มากขึ้น แนะนำ! เลือกซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ จาก Roojai.com ที่มีให้เลือกเยอะกว่า ปรับแต่งแผนกรมธรรม์เองได้ตามที่คุณใช้งานจริง ที่สำคัญยังผ่อนได้นานสูงสุดถึง 10 งวด สบาย ๆ ไม่บล็อกวงเงิน ผ่อนผ่านบัตรเดบิตก็ได้อีกด้วย ช่วยให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นเรื่องง่ายมากกว่าเดิมที่ต้องจ่ายตู้ม! เดียวเป็นหลักหมื่น

ซื้อรถใหม่ ป้ายแดง “ให้คุ้มกว่า” ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงทำเช็คลิสต์ตามที่เรานำมาฝากนี้ คุณก็จะได้รถที่ตอบโจทย์ตรงใจมากกว่าแค่รถใหม่ธรรมดาคันหนึ่งแล้ว ก่อนเลือกซื้อรถ ลองนำไปใช้กันดูกับสิ่งที่ต้องทำ รับประกันว่ารถคันใหม่ที่คุณขับนี้จะคุ้มค่า ไม่มีคำว่า “คิดผิด” เข้ามารบกวนใจอย่างแน่นอน

10-Cheapest-SUV-PPV-Crossover-In-Thailand-2021

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ SUV” (Sport Utility Vehicle) แล้ว ในบ้านเราก็มีอยู่หลากหลายประเภท เริ่มต้นตั้งแต่แบบ Crossover ซึ่งมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันทั้งคัน ดูคล้ายกับรถเก๋งยกสูง รูปร่างหน้าตาสวย เน้นความอเนกประสงค์ ตัวรถไม่ใหญ่มากนัก เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรืออาจจะลุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับแบบ SUV แท้ๆ

สำหรับรถ SUV นั้น ก็ยังมีอีก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SUV แบบที่มีลักษณะเดียวกันกับรถแนว Crossover แต่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ดูลุยกว่า มีที่นั่งทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

และรถ SUV ที่มีพื้นฐานตัวรถเป็นแชสซีส์ แบบเดียวกับรถกระบะ หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า “รถ PPV” หรือ Pick-up Passenger Vehicle แต่ปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ด้วยการใช้คอยล์สปริง ตัวรถมีขนาดใหญ่ นั่งได้ 7 ที่นั่ง สามารถวิ่งในเมือง หรือลุยในทางฝุ่น เข้าป่าฝ่าดงได้

ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลากหลาย ขับไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว ฝนตกก็พอลุยน้ำท่วมได้ หรือเข้าทางลูกรังก็พอลุยได้ มีให้เลือกกันทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งยังแบ่งออกไปได้อีกเป็นแบบ Part-Time หรือแบบ Full-Time เป็นต้น

CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ SUV – PPV และ Crossover ราคาถูกสุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

New-MG-ZS-2020

1. MG ZS 1.5 C ราคา 689,000 บาท

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) เป็นรถที่พวกลื้ออาจจะถามว่า กี่ล้านนนนน แต่ตอนพวกลื้อจะขาย ก็อาจจะถามว่า เหลือกี่แสนนนนน …..

โดย MG ZS จัดเป็นรถในระดับ B-SUV รุ่นไมเนอรเชนจ์ล่าสุด ตามประสารถใหม่ 2020 เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยความเป็น Smart SUV ที่ชูจุดเด่นอย่างระบบ i-Smart ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และยังดูสถานะและสั่งงานระบบต่างๆ ของตัวรถผ่านแอพพลิเคชั่น MG iSMART บนโทรศัพท์มือถือ ได้อีกทั้งยังตั้งราคาในแบบที่ว่า “จับต้องได้” จนหลายต่อหลายคนต้องลองซื้อไปใช้กัน ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง หรูหรา ใช้งานได้อเนกประสงค์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ตัวเดียวกับที่ใช้ใน MG3 และ MG5 แต่ปรับแรงม้าให้มากขึ้นมาเป็น 114 แรงม้า พร้อมกับปรับปรุงชิ้นส่วนภายใน และช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension ส่งกำลังผ่านระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT ใหม่

Honda-BR-V-2019

2. Honda BR-V 1.5 V ราคา 765,000 บาท

Honda BR-V (ฮอนด้า บีอาร์วี) เป็นรถแนว Active Sport Crossover มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่และไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟตัดหมอกใหม่ เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว แถมยังสีภายนอกเพิ่มสีใหม่ แดงมุก Passion Red

ชูจุดเด่นด้วยภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ-แดงสไตล์สปอร์ต มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 หรือพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) ปรับเลื่อนหน้า-หลัง เพื่อให้ผู้โดยสาร แถวที่ 3 เข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น และพนักพิงปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ โดยเบาะนั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง พนักพิงสามารถพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย และแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับใน Honda City (รุ่นเก่า) ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT โดยทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85

Mazda-CX-3-2021-Collection

3. Mazda CX-3 2.0 Base 2021 Collection ราคา 769,000 บาท

Mazda CX-3 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-3) ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์โฉมใหม่ 2021 Collection ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถอเนกประสงค์ Compact SUV โดยเปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ตัวรถดูเรียบหรู ภายใต้ Concept “Less is More”

ใส่อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเข้าไปจนล้นคัน อาทิ ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ กล้องมองหลังไฟ รองรับระบบ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบ Android Auto ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start Button) เป็นต้น

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ให้กำลังเครื่องยนต์มากที่สุดและประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.4 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Nissan-Kicks-e-Power-Motor-Expo-2020

4. Nissan Kicks e-POWER S ราคา 889,000 บาท

Nissan Kicks e-POWER (นิสสัน คิกส์) เป็นรถครอสโอเวอร์ไฮบริด ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าให้ขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เหมาะกับการขับรถทางไกล

ขุมพลังหลักคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ขนาด 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 79 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) หากรวมพลังทั้งหมด ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า

New-MG-HS-2019

5. MG HS 1.5 T 2WD C ราคา 919,000 บาท

New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้โค้งมนโอบรับสรีระ พร้อมเล่นระดับ และตกแต่งด้วยวัสดุภายในให้สัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ทั้งบริเวณคอนโซลหน้า แผงประตูหน้า-หลัง และเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara พร้อมหน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function Display ขนาด 7 นิ้ว ส่วนหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

Honda-HR-V-2019

6. Honda HR-V E ราคา 949,000 บาท

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) จัดว่าเป็นรถ Crossover ที่ขายดีมากเมื่อหลายปีก่อน ช่วงตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2556 กวาดยอดขายไปกว่า 83,000 คัน (ยอดขายถึงเดือนมิถุนายน 2562) ด้วยตัวรถที่โดดเด่น ภายในห้องโดยสารอเนกประสงค์ โดนเด่นด้วยออพชั่นต่างๆ เช่น เบรกมือไฟฟ้า หรือระบบ Honda LaneWatch และเบาะหลังปรับพับได้ 3 รูปแบบ Long Mode, Tall Mode และ Utility Mode

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 141 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams และยังรองรับน้ำมัน E85 อีกด้วย

Mazda-CX-30-2020

7. Mazda CX-30 2.0 C ราคา 979,000 บาท

Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion เป็นรถที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mazda3 เพิ่มทางเลือกระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 โดย CX-30 ยังเป็นรถที่ได้รางวัล 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกปี 2020 มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและการชับขี่ ภายในนั่งกันได้ 4 คนสบายๆ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง หรือชอบที่ชื่นชอบรถ SUV แนวสปอร์ต

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร และสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

Toyota-Corolla-Cross-2020

8. Toyota Corolla Cross 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท

Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) นับได้ว่าเป็นรถ SUV Crossover ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue)

ตัวรถภายนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว หรูหราแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ส่วนห้องโดยสารภายในใช้โทนสีแดงใหม่ Terra Rossa มีจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

เครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่นเบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

Subaru-Forester-2019

9. Subaru Forester 2.0 i-L AWD ราคา 1,030,000 บาท

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ SUV ที่ประกอบในไทย ด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกับญี่ปุ่น มีราคาเริ่มต้นเร้าใจมากๆ ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด นั่นคือ Subaru Global Platform เพิ่มการดูดซับแรงกระแทกมากขึ้นถึง 40% ลดการสั่นโคลงได้มากขึ้น 50% อีกทั้งตัวรถ ยังมีหน้าตาที่ดูทะมัดทะแมง บึกบึนขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ห้องโดยสารสไตล์รถครอบครัว นั่งสบายทั้ง 5 ที่นั่ง ส่วนในรุ่น Top สุด ยังมีระบบ Eyesight กล้องคู่ ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน, ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน, ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่, ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนและเมื่อรถส่าย ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกด้วย และพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นในห้องโดยสารด้านหลัง พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ใหญ่ขึ้น ช่องเปิดท้ายรถที่กว้างขึ้น มีประตูพาวเวอร์ด้านหลัง ช่วยให้เปิด-ปิด และล็อคประตูทุกด้านของรถ ได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ Boxer DOHC 16 วาล์ว Di 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic แบบแปรผันอัตราทดต่อเนื่อง CVT 7 สปีด บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive ส่งพลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่แบบตลอดเวลา ช่วยให้รถเกาะถนน และช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยสูงสุด และฟังก์ชั่น X-MODE ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย

Toyota-C-HR-2019

10. Toyota C-HR HV MID ราคา 1,069,000 บาท

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) ชื่อรุ่น C-HR นั้นย่อมาจากคำว่า Coupe High Rider จัดเป็นรถประเภท Compact SUV เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 กับดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด บนโครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) และปลอดภัยสูงสุดกับ Toyota Safety Sense

มีเครื่องยนต์ ช่วงก่อนหน้านี้มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า แต่ตอนนี้เลิกผลิตไปแล้ว

เหลือเพียงแต่ในรุ่น Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังขับรวมมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า ที่พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

อันนี้แถมให้ …

All-New-Isuzu-MU-X-2020

10. Isuzu MU-X 4X2 1.9 Ddi Active A/T ราคา 1,109,000 บาท

“All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์)” ใหม่ เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมดระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power 190 แรงม้า และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 150 แรงม้า พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ SUV – PPV และ Crossover ถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี!

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ หากเป็นรถ SUV รุ่นที่มีราคาเท่ากันในหลายยี่ห้อนั้น ทางเราจะจัดอันดับเรียงตามการเปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุด หรือการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ขึ้นเป็นอันดับแรก

7-New-Cars-Manual-Transmission

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน เราต้องยอมรับว่า รถยนต์เกียร์ธรรมดา ค่ายรถส่วนใหญ่เลิกผลิตกันแล้ว เนื่องจากตัวเลขยอดขายที่น้อยลงเรื่อยๆ ราคามือสองขายต่อตกมากกว่า อุปกรณ์มาตรฐานน้อย เพราะมักจะเป็นรุ่นเริ่มต้นเสมอ การใช้งานไม่เหมาะกับบรรยากาศรถติดๆ ในเมืองกรุงซะเลย ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ในไทย แต่เป็นแบบนี้ในหลายประเทศทั่วโลก

แม้ว่ารถเกียร์ธรรมดา จะทำให้บรรยากาศการขับรถของเราได้สนุกขึ้นมาบ้าง ขาซ้ายไม่ว่าง มือซ้ายไปสับเกียร์กันตลอด ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังอยากสัมผัสอะไรแบบนี้กันอยู่

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 7 อันดับ รถเกียร์ธรรมดาป้ายแดง ที่ค่ายรถยังผลิตขายประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio GL MT ราคา 328,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์ธรรมดาแบบ 5 สปีด

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan-March

2. Nissan March 1.2S MT – 1.2E MT ราคา 420,000 – 480,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : สปอยเลอร์หลัง, ไฟท้าย LED (เฉพาะรุ่น E), กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น E), เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมช่อง AUX/USB (เฉพาะรุ่น E), ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, กุญแจรีโมท (เฉพาะรุ่น E) และล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ (เฉพาะรุ่น E)

Mitsubishi-Mirage-2020

3. Mitsubishi Mirage GLX MT ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้ายแบบ LED, มาตรวัดการขับขี่แบบ High Contrast, จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน, รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ,ช่องต่ออุปกรณ์ USB และช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

New-Mitsubishi-Attrage-2020

4. Mitsubishi Attrage GLX MT ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา กว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้ายแบบ LED, มาตรวัดการขับขี่แบบ High Contrast, จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน, รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ,ช่องต่ออุปกรณ์ USB และช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

Suzuki-Ciaz

5. Suzuki Ciaz GL MT ราคา 529,000 บาท

Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูขนาดเล็ก ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ฮาโลเจน, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมช่องต่อ USB, กุญแจรีโมท, ที่เปิดฝาท้ายรถแบบไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า และล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

Honda-Jazz

6. Honda Jazz S MT ราคา 555,000 บาท

Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) รถยนต์หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ยังมีรุ่นเกียร์ธรรมดาเหลืออยู่ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ชูจุดเด่นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลายรูปแบบ เหมาะอย่างยิ่งกับการใข้งานในเมือง ขนของก็ได้ มีออพชั่นแพรวพราว ขับง่าย มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E85 อีกด้วย ประหยัดน้ำมัน ใช้งานในเมือง ลงตัวสุดๆ

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง, เครื่องเสียงวิทยุ, Bluetooth/USB/AUX, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

All-New-Isuzu-MU-X-2020

7. Isuzu MU-X 1.9 Luxury MT ราคา 1,254,000 บาท

All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์) ใหม่ ยังเป็นรถ PPV เพียงรุ่นเดียว ที่ผลิตรุ่นเกียร์ธรรมดาออกมาจำหน่าย เป็นรถระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร Ddi Blue Power Gen 2 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector, ไฟตัดหมอกหน้า LED, กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้า, ล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว, ระบบแนะนำการเปลี่ยนเกียร์ GSI, เบาะนั่งหุ้มหนัง COOLMAX, เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, เครื่องเสียงจอสัมผัส 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto, ช่องจ่ายไฟ USB 2.4A สำหรับผู้โดยสารหลัง 2 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว ESC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC และระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC

MR.CARRO หวังว่า 7 อันดับ รถธรรมดาป้ายแดงที่ยังมีผลิตขายอยู่ หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดง เกียร์ธรรมดาอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมกราคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

รถถูกสุดในไทย ปี 2021

ในยุคสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เมื่อคุณจะตัดสินใจซื้อรถ ไม่ว่าจะเพื่อมาใช้ในการเดินทาง ใช้ทำงาน หรือไว้ใช้งานในครอบครัว ให้ลูกขับไปมหาวิทยาลัย หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไปมากที่สุด

โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถใหม่ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio ราคา 328,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร อีกทั้้งยังเป็นมาตรฐานใหม่ ของรถยนต์นั่งมาตรฐานโลก ส่งออกไปขายในเอเชียและยุโรปด้วย

TATA-Super-Ace-Mint

2. TATA Super ACE Mint ราคา 375,000 บาท

TATA Super ACE Mint (ทาทา ซูเปอร์ เอซ มินท์) รถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ขนาดไม่เกิน 1 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร 70 แรงม้า รายแรกและรายเดียว ทรงพลังให้แรงบิดสูงสุด ในรอบเครื่องต่ำ ถือเป็นรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง

กระบะท้ายพื้นเรียบขนาดใหญ่ พร้อมเปิดได้ 3 ด้าน และวางเครื่องยนต์อยู่ใต้ที่นั่งคนขับ ทำให้พื้นที่กระบะท้ายยาวขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

All-New-Suzuki-Carry

3. Suzuki Carry ราคา 385,000 บาท

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) เจนเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้แนวคิด Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ปรับโฉมใหม่หมดครั้งที่ 2 ตั้งแต่ผลิตรถรุ่นนี้นับตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2549 กว่า 50,000 คัน เน้นเจาะไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มรถ Food Truck

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ใหม่ K15B ประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีระบบเบรก ABS ห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบใหม่ ใหญ่ขึ้น ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงหมุนพวงมาลัยอีกด้วย

Nissan-March

4. Nissan March ราคา 420,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน มียอดขายสะสมรวมได้หลายแสนคัน มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร ขับขี่ก็ง่าย จอดรถก็คล่องตัว ราคาอะไหล่ไม่แพง คุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง

Mitsubishi-Mirage-2020

5. Mitsubishi Mirage ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ และอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

6. Mitsubishi Attrage ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

Honda-Brio

7. Honda Brio ราคา 495,000 บาท

Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car ที่จำหน่ายในบ้านเรานานที่สุดอีกหนึ่งรุ่น คือออกมาตั้งแต่ปี 2553 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน มีให้เลือกเพียงรุ่นเดียวแล้ว คือรุ่นย่อย V CVT

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

All-New-Nissan-Almera-2020

8. Nissan Almera ราคา 499,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

Honda-Brio-Amaze

9. Honda Brio Amaze ราคา 517,000 บาท

Honda Brio Amaze (ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car Sedan ที่จำหน่ายในบ้านเรามานานอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่ปี 2554 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

MG3

10. MG3 ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี 3) รถแฮทช์แบ็คหลากสีสันสดใส มิติใหม่ของความสนุกด้วยเอกลักษณ์ของ All-New MG3 ที่มาพร้อมนิยามใหม่ “WE ARE FUN” : มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถรองรับการสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมกับการอัพเดทฟังก์ชันใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พัก พร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 112 แรงม้า ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode และยังจัดเต็มระบบความปลอดภัยอีกด้วย

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ลองเลือกซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall ซึ่งรถของเราคัดมาแล้วทุกคัน ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

สำหรับใครที่อยากขายรถ เพราะอยากเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถไฟฟ้า มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมีนาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

ทุกวันนี้ การจะตัดสินใจจองรถ หรือซื้อรถใช้สักคันนั้น มันช่างง่ายเสียยิ่งกระไร ยิ่งเดี๋ยวนี้บรรดาค่ายรถใหม่หลายค่าย เปิดให้บริการจองรถออนไลน์ได้แค่คลิก หรือบางทีคุณอาจมีความชอบ ความในใจกับรถรุ่นนี้อยู่แล้วว่า อย่างไรฉันก็จะต้องเป็นเจ้าของมันให้ได้ ก็ตัดสินใจซื้อเลยทันที! โดยไม่ได้ลองขับหรือสัมผัสอะไรทั้งสิ้น

แต่บางคนก็คิดแล้วคิดอีก จะซื้อรถรุ่นไหน แบบไหน ให้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด …

อย่าลืมว่า… การทดลองขับ เป็นหัวใจสำคัญในการเลือกซื้อรถเลยทีเดียว รถบางคัน อาจสวยถูกใจ แต่ขับแล้ว ใช้งานไม่ถนัดเลยก็มี แล้วก็มาบ่นว่ารถคันนี้ ไม่ดีอย่างนู้น อย่างนี้

เรามาดูกันว่า 3 เหตุผล ที่คุณต้องทดลองขับรถก่อนซื้อ ไม่ว่ารถป้ายแดง หรือรถมือสอง! จะมีอะไรบ้าง…

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

1. รถที่คนส่วนใหญ่ชอบ เราขับแล้วอาจไม่ชอบก็ได้

หลายคนอาจเคยดูรีวิว จากสารพัดช่องใน Youtube หรือรีวิวรถยนต์ตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือแม้แต่ฟังจากเพื่อนฝูงที่ซื้อรถรุ่นนั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าคุณดูจากรีวิว แทบจะร้อยทั้งร้อย ต่างบอกแต่ข้อดีของรถรุ่นนั้นๆ ทั้งนั้น จนคุณดูแล้วเคลิ้ม อยากได้เลยล่ะ แต่เมื่อซื้อไปแล้ว ใช้งานไม่ถูกใจ หรือรถเกิดปัญหาบ่อย แทบอยากจะกลับไปด่าคนรีวิวเลยก็มี

เป็นปกติของรถยนต์ คือ ไม่มีรถรุ่นใดๆ ในโลกนี้ ที่จะ Perfect ดีพร้อมไปหมดทุกด้าน หรือแย่ไปหมดทุกด้านเช่นกัน

การเลือกรถยนต์ จะรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง ต้องใช้องค์ประกอบในหลายๆ ด้าน (พูดง่ายๆ คือทำการบ้านมาก่อน) ทั้ง งบประมาณที่มี แบรนด์ รุ่น ขนาด ลักษณะการใช้งาน หรือสมรรถนะ รวมถึงบริการหลังการขาย ซึ่งหลายคนถ้างบไม่พอถึงในการเล่นรถป้ายแดง ก็อาจจะซื้อเป็นรถมือสองก็ได้

ขั้นตอนต่อมาคือการทดลองขับ ดูว่าถูกใจเราไหม ในด้านอัตราเร่ง สมรรถนะ การเร่งแซง เข้าโค้ง การเกาะถนน ความแม่นยำของพวงมาลัย เบรก ท่านั่ง มุมมองตัวรถเมื่อนั่งจากที่คนขับ เสียงภายในห้องโดยสาร ดูว่าถูกใจเราหรือไม่ ออพชั่นต่างๆ ฟังก์ชั่นต่างๆ ทดลองใช้ดูแล้ว เราพอใจหรือไม่

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

2. บริการหลังการขาย

รถที่น่าใช้ คือ รถที่ซื้อมาแล้ว ต้องมีศูนย์บริการ ให้บริการหลังการขายที่ดี ครอบคลุมทั่วประเทศ สามารถวางใจใช้งานรถไปได้ 5 – 10 ปี หรือนานกว่านั้นได้ รวมไปถึงราคาอะไหล่ที่เหมาะสม คุณภาพอะไหล่ต้องใช้งานได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา ที่เราจะฝากความไว้วางใจได้ ไม่ใช่ซื้อรถมาใช้แล้ว กลับเป็นทุกข์แทน หรือเจอศูนย์บริการแย่ๆ ซ่อมรถรออะไหล่นาน หรือมีรายจ่ายงอกมากกว่าเดิม

ในปัจจุบัน รถยนต์ที่ผลิตในไทย คุณภาพและอุปกรณ์มาตรฐาน ผมถือได้ว่าเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล หรือรถที่ขายในทั่วโลกแล้ว แต่ในบางยี่ห้อ ตัวแบรนด์อาจจะยังมีน่าเชื่อถือน้อยก็มี หรือซื้อแล้ว อาจมีปัญหาเฉพาะจุด เฉพาะรุ่น ต้องแก้ปัญหากันไม่จบ จนต้องเคลมกับผู้แทนจำหน่ายอยู่เรื่อยๆ จนต้องลอยแพปิดบริษัท เลิกให้ Service ไปเลยก็มี

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

3. เข้ากลุ่มผู้ใช้รถ รุ่นที่คุณสนใจ

ในปัจจุบัน ตั้งแต่สังคมอินเตอร์เนตถือกำเนิดขึ้น ย้อนไปสัก 10 กว่าปีก่อน กลุ่มเว็บบอร์ดคลับรถแต่ละรุ่น เกิดขึ้นกันเพียบ จนปัจจุบันโยกย้ายกันมาอยู่ในสังคมโซเชียลมีเดียเพียบ นี่ล่ะถือเป็นเสียง User Voice ชั้นดีเลย

ซึ่งคุณอาจจะหาข้อมูล แบบ Real ได้ด้วยการเป็นสมาชิกในกลุ่ม Facebook รถรุ่นที่คุณสนใจ เพราะ User Voice มักจะมีพูดถึงทั้งข้อดี และข้อเสียของรถรุ่นนั้นๆ หรือปรึกษาอาการของรถรุ่นนั้นๆ และแหล่งหาอะไหล่แท้ อะไหล่เทียบ อะไหล่เทียม กันอย่างสม่ำเสมอ

รถค่ายใหญ่ๆ บางค่ายที่เราคิดว่ามาตรฐานสูงส่ง แต่ก็ยังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความบกพร่องของตัวรถ และการรับประกันหลังการขายให้กับลูกค้าอยู่สารพัด ดังนั้น การตัดสินใจเลือกว่าจะซื้อรถใหม่ของยี่ห้อไหน ก็สำคัญเช่นกัน

ถ้าใครมีโอกาสจะได้เปลี่ยนรถใหม่ ซื้อรถใหม่ ก็อยากบอกให้ไปหาโอกาสทดลองขับดู หลายๆ รุ่นกันนะครับ ว่ารุ่นไหนบ้างที่จะเหมาะกับคุณ …

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ ทดลองขับรถใหม่ ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก:

  • Motor Expo

BIG-Motor-Sale-2020

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป เตรียมจัดงาน “Big Motor Sale 2020” (Bangkok International Grand Motor Sale 2020) เตรียมความพร้อมเพื่อมาซื้อขายรถใหม่ ถูก ดี แบบ New Normal ในงาน มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่

พร้อมร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจกับผู้ผลิต – จำหน่ายสนับสนุนให้ผู้บริโภค มีโอกาสเลือกผลิตภัณฑ์ ใหม่ ถูก ดี ช้อปสบายใจห่างไกลโควิด-19 จัดเต็มทุกวัน จัดกันยาวๆ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 101-106 ตั้งแต่วันที่ 21-30 สิงหาคม ศกนี้ บัตรผ่านประตู 100 บาท!

ค่ายรถหลากหลายแบรนด์ที่มาร่วมงาน อาทิ Aston Martin, BMW, Honda, Hyundai, Isuzu, Jaguar, KIA, Maserati, Mazda, Mercedes-Benz, Land Rover, MG, MINI, Mitsubishi, Nissan, Peugeot, Subaru, Suzuki, Toyota, Volvo, London Taxi, DT.Motor, Techart และ HSEM Motor

และค่ายรถมอเตอร์ไซค์ ได้แก่ Benelli, BMW Motorrad, Harley-Davidson, Royal Enfield, Suzuki, Triumph, Yamaha

พร้อมทั้ง 2 ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองพรีเมี่ยมและรถนำเข้าพรีเมี่ยม  และ 13 ผู้จำหน่ายอุปกรณ์/ผลิตภัณฑ์เพื่อยานยนต์ บนพื้นที่ทั้ง 6 ฮอลล์ กว่า 40,000 ตร.ม. ภายใต้การดูแลบริหารจัดการของ N.C.C.Image ในเครือ NCC Group เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมการสนับสนุนจาก ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  สถานที่จัดงาน ด้วยมาตรการป้องกันและดูแลผู้ร่วมแสดงงานที่ให้ความมั่นใจอย่างเต็มที่

ด้วยวิถีแบบ New Normal และมองเห็นแนวโน้มของการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง และน่ายินดีที่มีการเปิดตัว รถรุ่นใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่น หลายแบรนด์เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น งานนี้จึงจัดขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคได้มีการเปรียบเทียบ เลือกหา และตัดสินใจซื้อรถ ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายและเร็วขึ้น เป็นสื่อกลางให้คนที่อยากซื้อรถได้เจอกับคนขายรถอย่างสะดวกสบาย ภายใต้มาตรฐานการจัดการด้านสุขอนามัยโดยไม่ให้การ์ดตก สามารถเดินชมและเลือกซื้อรถคันใหม่ได้อย่างสบายใจ ในงาน Big Motor Sale 2020 ทั้ง 10 วัน

BIG-Motor-Sale-2019-View

กำหนดการจัดงาน

สามารถเข้าชมงานได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม – วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ศกนี้ รวม 10 วัน เวลาแสดงงาน วันธรรมดา 12.00 – 21.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ 11.00 – 21.00 น. บัตรเข้าชมงาน 100 บาท

และสำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่า ขายรถที่ไหนดี? มีแพลนจะเปลี่ยนรถใหม่ ขายรถคันเดิม เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Promotion-Big-Motor-Sale-2020

พบกันทุกปีในเดือนสิงหาคม สำหรับงาน มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่ (Bangkok International Grand Motor Sale) หรือ BIG Motor Sale 2020 ต้อนรับยุค New Normal จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2563 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดย ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป

ใครที่จะไปเดินชมงาน อย่าลืมค่าบัตรผ่านประตู 100 บาท นะครับ ในปีนี้ มีผู้ประกอบการค่ายรถมาร่วมงานถึง 22 แบรนด์ ได้แก่ BMW, Honda, Hyundai, Isuzu, KIA, Maserati, Mazda, Mercedes-Benz, MG, MINI, Mitsubishi, Nissan, Peugeot, Subaru, Suzuki, Toyota และ Volvo

และค่ายรถมอเตอร์ไซค์อีก 9 แบรนด์ ได้แก่ BMW Motorrad, DT Motor เป็นต้น

ท่านใดที่สนใจรถยนต์ใหม่ๆ รถจักรยานยนต์ใหม่ๆ รถยนต์มือสองพรีเมี่ยมและรถนำเข้าพรีเมี่ยม และผลิตภัณฑ์เพื่อยานยนต์ ลองไปเดินชมกันได้ครับ หากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ ลองดู Promotion เด็ดๆ ภายในงาน ที่ CARRO คัดสรรมาลงให้ชมด้านล่างครับ

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Big Motor Sale 2020 และในเดือนสิงหาคม 2563 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

ATIV & Yaris #โปรปลดล็อก คุ้ม 3 ต่อ

คุ้ม 1 : ดาวน์ 0 บาท
คุ้ม 2 : ฟรีประกันภัยชั้น 1
คุ้ม 3 : รับสิทธิ์ซื้อชุดแต่งราคาพิเศษ ATIV GT 7,000 บาท หรือ YARIS CROSS 35,000 บาท

พิเศษ สำหรับพนักงานผู้มีรายได้ประจำ ข้าราชการ และนักศึกษาจบใหม่
มีสิทธิ์เลือกรับ ผ่อนต่ำเริ่มต้นเพียง 4,990 บาท/เดือน หรือ ดาวน์ 0 บาท (คุ้ม 1) ได้

1 – 31 สิงหาคม 2563


หมายเหตุ ดาวน์ 0 บาท และ ฟรีประกันภัยชั้น 1

  • ดาวน์ 0 บาท สำหรับรุ่น ATIV Entry (คำนวนจากส่วนลดเงินดาวน์ 26,450 บาท ที่ดาวน์ 5% รุ่น ATIV Entry มูลค่า 529,000 บาท)
  • ดาวน์ 0 บาท สำหรับรุ่น YARIS Entry (คำนวนจากส่วนลดเงินดาวน์ 26,950 บาท ที่ดาวน์ 5% รุ่น YARIS Entry มูลค่า 539,000 บาท)
  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • เงื่อนไขพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ และ เฉพาะผู้แทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่ 1 – 31 สิงหาคม 2563
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ

หมายเหตุ ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ATIV GT

  • ชุดอุปกรณ์แต่ง ATIV GT ราคาพิเศษ 7,000 บาท (ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมค่าทำสีและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว) ประกอบไปด้วย สกิร์ตกันชนหน้า, สเกิร์ตกันชนหลัง, สเกิร์ตข้างซ้าย-ขวา, สปอยเลอร์หลัง
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ATIV GT สามารถติดตั้งได้กับ ATIV ใหม่ ทุกรุ่น ทุกสี
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ATIV GT ผลิต พัฒนา และรับประกันโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด (TCD ASIA CO., LTD) ที่อยู่ 311 ถนนเทพรัตน์ แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 โทรศัพท์ 02-398-4104-5 โทรสาร 02-398-4106
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ATIV GT รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อนตามเงื่อนไขรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด (TCD ASIA CO., LTD)
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

หมายเหตุ ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS

  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS ราคาพิเศษ 35,000 บาท (ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมค่าทำสีและค่าติดตั้งเรียบร้อยแล้ว) ประกอบไปด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง ชุดตกแต่งขอบประตูรถ หลังคาเคลือบฟิลม์ดำ ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทน 16 นิ้ว ซุ้มล้อ ชุดสปริงและโช้ค (หน้า-หลัง) ยกสูงขึ้น 30 มม. และสัญลักษณ์ CROSS ท้ายรถ
  • เฉพาะสี Attitude Black Mica ซื้อชุดแต่งในราคาพิเศษ 30,000 บาท (ยกเว้นการติดตั้งฟิล์มดำตกแต่งหลังคา)
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS สามารถติดตั้งได้ในรุ่น High และ Mid เท่านั้น
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS ผลิต จำหน่าย ติดตั้ง และรับประกันโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด (TCD ASIA CO., LTD) ที่อยู่ 311 ถนนเทพรัตน์ แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 โทรศัพท์ 02-398-4104-5 โทรสาร 02-398-4106
  • รายละเอียดการรับประกันดังนี้ ชุดแต่งรอบคัน, ล้อ 16 นิ้ว และชุดสปริงและโช้คยกสูง 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน, ยางขนาด 195/50 R16 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟิล์มดำตกแต่งหลังคา 2 ปี (ไม่จำกัดระยะทาง)
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

หมายเหตุ สำหรับพนักงานผู้มีรายได้ประจำ ข้าราชการ และนักศึกษาจบใหม่

  • เฉพาะลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามที่บริษัทฯ กำหนด และจะต้องแสดงเอกสารตัวจริงตามที่บริษัทฯ กำหนดต่อพนักงานขายก่อนการใช้สิทธิ์และทำการจองรถ
  • พนักงานผู้มีรายได้ประจำ หมายถึง บุคคลที่มีรายได้ประจำต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันเป็นพนักงานประจำอยู่ในบริษัทเอกชน องค์กรหรือหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ เช่น พนักงานโรงงาน/บริษัท ข้าราชการ ครูหรือพยาบาล เป็นต้น
  • นักศึกษาจบใหม่ หมายถึง บุคคลที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี (ปีเกิดภายในปี 2533) และเป็นผู้สำเร็จการศึกษามาแล้วไม่เกิน 4 ปี (วันสำเร็จการศึกษาต้องอยู่ภายในปี 2559 – 2563)
  • ผ่อนเริ่มต้น 4,990 บาทต่อเดือน คำนวณจากรถยนต์รุ่น ATIV Entry 529,000 บาท ดาวน์ 25% (132,100 บาท) ผ่อน 84 เดือนที่อัตราดอกเบี้ย 0.80% และ YARIS Entry ราคา 539,000 บาท ดาวน์ 26.4% (142,100 บาท) ผ่อน 84 เดือนที่อัตราดอกเบี้ย 0.80%
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่ 1 – 31 สิงหาคม 2563
  • สำหรับผู้ซื้อที่เช่าซื้อและผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคาร ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • เงื่อนไขทั้งหมดไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้บุคคลอื่นได้
  • เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ซื้อ Vios วันนี้

รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% พร้อมฟรี ประกันภัยชั้น 1

หมายเหตุ

  • อัตราดอกเบี้ย 1.75% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป สำหรับ VIOS ทุกรุ่น
  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • เงื่อนไขพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ และ เฉพาะผู้แทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่ 1 – 31 สิงหาคม 63
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ

เป็นเจ้าของ All-New Corolla Cross วันนี้

(1)
รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care พร้อมดอกเบี้ย 1.85%*
หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.29%**

(2)
ข้อเสนอพิเศษขยายระยะเวลาการคุ้มครอง

• รับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม.
• ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 100,000 กม.

(3)
ช่วงแนะนำ รับสิทธิ์ซื้อรุ่น 1.8 SPORT ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด

9 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563


หมายเหตุ

(1)

  • *อัตราดอกเบี้ย 1.85% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป สำหรับทุกรุ่น
  • *ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • **อัตราดอกเบี้ย 1.29% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป สำหรับทุกรุ่น
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

(2)

  • รับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. : รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 100,000 กม. : สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะ เวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆ ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้

(3)

  • ราคาพิเศษช่วงแนะนำ เมื่อซื้อรุ่น 1.8 Sport รับส่วนลดมูลค่า 30,000 บาท จาก 989,000 บาท เหลือเพียง 959,000 บาท

– สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
– เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
– เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
– ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

New Fortuner Wisdom of a Leader

เงื่อนไขโปรโมชั่น

  • รับสิทธิ์การขยายการรับประกันคุณภาพต่อเนื่องจากระยะเวลา 3 ปีหรือภายในระยะทาง 100,000 กม. เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือภายในระยะทาง 150,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน พร้อมการตราวจสอบฟรีตามระยะ 100,000 กม.
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563

เงื่อนไขราคาแนะนำ

  • เมื่อซื้อรุ่นมาตรฐานทุกรุ่น รับส่วนลดมูลค่า 30,000 บาทสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563
  • เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 31 สิงหาคม 2563

All-New Nissan Kicks e-POWER

All-New Nissan Kicks e-Power With Premiere Edition*

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2563

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,099,000 บาท**
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%*** (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี***
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี****
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

ชุดแต่ง Premiere Edition ประกอบด้วย 1.กระจังหน้า V-Motion สีดำเงา 2.สเกิร์ตหน้าสีดำเงา 3.สเกิร์ตหลังสีดำเงา 4.สเกิร์ตข้างสีดำเงา 5.สปอยเลอร์หลังสีดำเงา 6.ล้ออัลลอยสีดำเงาขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ 7.สัญลักษณ์โลโก้ Premiere Edition บริเวณเสากลางตัวรถ 8.คิ้วบันไดสแตนเลสโลโก้ Premiere Edition 9.สัญลักษณ์โลโก้ Premiere Edition บริเวณคอนโซลกลาง 10.แป้นวางเท้าทรงสปอร์ต

** คิดจากราคา Nissan Kicks e-Power รุ่น VL ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท + ค่าสีทูโทนภายนอก 15,000 บาท + ชุดแต่ง Premiere Edition 35,000 บาท

*** ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

**** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

All-New Nissan Kicks e-Power V

  • ราคาช่วงเปิดตัว 999,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

All-New Nissan Kicks e-Power VL

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

Nissan-Terra

Terra

ข้อเสนอพิเศษ:

New Nissan Terra V

  • ราคาพิเศษ 1,199,000 บาท*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น V เท่านั้น

New Nissan Terra VL

  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งเอเนอร์เจติกแพ็กเกจ
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL เท่านั้น

Nissan Note Test Drive At Home

Note

Nissan Note E 19MY

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น E 19MY ราคา 529,000 บาท, ค่างวด 8,732 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,366 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 39,294 บาท) พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,800 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 4.38% และงวดที่ 61 (185,150 บาท), คำนวณจากรุ่น E 19MY ราคา 529,000 บาท
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    *ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และเฉพาะรุ่น E 19MY เท่านั้น

NISSAN MARCH

March

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น S MT ราคา 420,000 บาท, ค่างวด 6,933 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 3,467 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 31,203 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,800 บาท* (คำนวณจาก เงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.18%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากรุ่น S MT ราคา 420,000 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2S MT เท่านั้น

Nissan Almera Test Drive At Home

Almera

  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 4.84%, รุ่น V ราคา 599,000 บาท, ค่างวด 9,662 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,831 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 43,479 บาท) พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%** (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V เท่านั้น
    ** ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V และ VL เท่านั้น

NISSAN TEANA

Leaf

  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี**
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซมโปะประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

New Nissan X-Trail

X-Trail

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

NISSAN SYLPHY

Sylphy

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

NISSAN TEANA

Teana

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Nissan Navara Test drive at home

Navara

Nissan Navara Double Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น DC Black Edition 19MY&20MY ราคา 877,000 บาท, ค่างวด 14,475 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 7,238 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 65,142 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 72 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95%, รุ่น KC Black Edition 19MY&20MY ราคา 790,000 บาท, ค่างวด 13,401 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,701 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 60,309 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 72 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab Calibre EL 6MT รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95% รุ่น KC Calibre EL ราคา 799,500 บาท, ค่างวด 13,562 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,781 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 61,029 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,400 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 16%, ดอกเบี้ย 1.53% และงวดที่ 61 (279,825), คำนวณจากรุ่น KC Calibre EL ราคา 799,500 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab Calibre EL 6MT เท่านั้น

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab S 6MT รุ่นปี 2018, 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95% รุ่น KC S ราคา 637,000 บาท, ค่างวด 10,806 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 5,403 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 48,627 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,900 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 16.4%, ดอกเบี้ย 3.86% และงวดที่ 61 (222,950), คำนวณจากรุ่น KC S ราคา 637,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab S 6MT เท่านั้น

NISSAN URVAN

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Honda

New-Honda-CR-V-2020

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE

  • ดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ 1 ก.ค. 63 – 30 ก.ค. 63

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.29%*
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ยพิเศษ 2.29 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda City
– ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,500 บาท กับ DOUBLE SMILE*
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.89% พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 24,000 บาท
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29%

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ย 2.29%
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท

All-New Honda Accord

รุ่น Turbo EL

รับดอกเบี้ย 1.99%* สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าปัจจุบัน (Honda Loyalty) รับเพิ่ม ส่วนลดดอกเบี้ย 0.30% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ
รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ

รุ่น Hybrid และ Hybrid Tech

รับดอกเบี้ย 0%* พร้อม “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รับสิทธิพิเศษฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE ** ผ่อนเริ่มต้น 6,000 บาท พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ย 2.29 %* พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร พิเศษสุด!
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

* เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 12 – 48 เดือน

Mazda

All-New-Mazda-CX-30-2020

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 0%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-30

ดอกเบี้ย 1.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 2 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-5

ดอกเบี้ย 0.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-8

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี Mazda Added Protection โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ช่วยผ่อนนาน 2 ปี รวมมูลค่า 48,000 บาท
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mitsubishi

all-Model-Promotion

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอเดียวกับ Motor Show สำหรับออกรถยนต์มิตซูบิชิ วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2563

  • ขับฟรี 90 วัน (1)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

(1) เลื่อนระยะเวลาการผ่อนงวดแรกออกไป 90 วัน นับจากวันที่สัญญาเช่าซื้อ โดยเงื่อนไขการเข้าร่วมโปรแกรมเป็นไปตามที่สถาบันที่ร่วมรายการกำหนด

Mirage

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 2,901 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

Attrage

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 3,150 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

Xpander

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

Xpander Cross

  • ราคาแนะนำ 899,000 บาท
  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

(1) ราคาเปิดตัว 899,000 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ รุ่น 1.5 4AT CROSS (SUV Version) ทั้งนี้ ราคาดังกล่าว เป็นราคาเฉพาะในช่วงระยะเวลาเปิดตัวสำหรับลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

New Pajero Sport

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle)
  • เลือกรับ ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 2 ปี หรือ โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ 7 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

Triton 4WD

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับ ขับฟรี 90 วัน หรือ Premium Package

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน D/Cab 4WD 2.4GT Premium 6AT (19MY) ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

Triton Athlete

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับ ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ย 0% หรือ ผ่อนเริ่มต้น 4,252 หรือ ดาวน์ เริ่มต้น 65,250 บาท
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน D/Cab Plus 2.4GT-P 6AT ATHLETE ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

Suzuki

All-New-Suzuki-Carry

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki XL7
ดอกเบี้ย 1.89%* (3) หรือเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(5)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซกิคันใหม่ *(4)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
ทุกรุ่นรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท*(2) หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.09%* (4)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท*(1)
ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(3) หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(3) หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Carry ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง***

*(1)เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่

  1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
  2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
  3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
  4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(2)เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อ กับ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น คำนวณจากโปรแกรม MY WAY รุ่น Celerio GA M/T ราคา 318,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ1,999 บาท ดาวน์ 20.13% (เงินดาวน์ 64,027 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น NEW CIAZ GL CVT ราคา 559,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท ดาวน์ 15.90% (เงินดาวน์ 88,888 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท ดาวน์ 24.33% (เงินดาวน์ 131,645 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น NEW Ertiga GL AT ราคา 659,000บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท ดาวน์ 16.07% (เงินดาวน์ 105,869บาท) ผ่อน 84 งวด
*(3)เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิ รุ่น Swift ดอกเบี้ย 1.09% ที่ดาวน์เริ่มต้น 25% ผ่อนสูงสุด 48 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 8,822 บาท คำนวณจากรุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ดาวน์ 25% (เงินดาวน์ 135,250 บาท) ผ่อน 48 งวด รุ่น XL7 ดอกเบี้ย 1.89% เมื่อดาวน์ 25% ระยะเวลาผ่อนชำระค่างวด 48 เดือน โดยเป็นอัตราดอกเบี้ยชำระค่างวดแบบต้นงวดเท่านั้น เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่

  1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
  2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
  3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
  4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(4)ส่วนลดเพิ่มสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ได้แก่ Swift ,Ciaz ,Celerio, Ertiga ,XL7 และ Carry ที่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อตามเงื่อนไขสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ หรือซื้อรถยนต์เป็นเงินสด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 โดยกลุ่มลูกค้าที่รับสิทธิ์ส่วนลดเพิ่มเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ดังนี้

  1. เจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท เพียงแสดงเอกสารรายการจดทะเบียนเจ้าของรถ และเอกสารยืนยันความสัมพันธ์เพื่อประกอบการใช้สิทธิ์
  2. กลุ่มลูกค้าข้าราชการประจำ รวมถึง พนักงานราชการ (ลูกจ้างสัญญาจ้าง) ลูกจ้างประจำและชั่วคราว พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงบริษัทในเครือ และ กลุ่มพนักงานบริษัทมหาชน รับส่วนลดพิเศษเพิ่ม 10,000 บาท สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์จะต้องมีชื่อตรงกันกับชื่อผู้ซื้อรถซูซูกิคันใหม่เท่านั้น (รายละเอียดเพิ่มเติม)
  3. ลูกค้านำรถยนต์รุ่นใดก็ได้ทุกยี่ห้อมาเทิร์นและซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ รับส่วนลดเพิ่มเติม 10,000 บาท สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ หรือ ผู้มีสิทธิ์ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเท่านั้น เงื่อนไข สำหรับรถเก่า 1 สิทธิ์ ต่อการซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ 1 คัน
*(5)โปรแกรมขับฟรี 90 วัน (เริ่มชำระค่างวดหลังจากรับรถ 90 วัน) สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
** บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี
*** ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ค้นหาผู้จำหน่ายใกล้บ้านท่าน
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Isuzu

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่…ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 1.9

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 4,892 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 5,692 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสปาร์ค บี 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนสิงหาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนกันยายน 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) ดาวน์เริ่มต้น 27,350 บาท คำนวณจากรุ่นสปาร์ค บี 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(3) เมื่อเลือกรับเงื่อนไขดาวน์เริ่มต้น รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

 

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4×4

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ดาวน์เริ่มต้น 33,750 บาท คำนวณจากรุ่นสปาร์ค เอส 4×4 3,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(2) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่…ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4×4

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ดาวน์เริ่มต้น 33,750 บาท คำนวณจากรุ่นสปาร์ค เอส 4×4 3,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(2) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่…ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ S

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 5,496 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 6,296 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนสิงหาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนกันยายน 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนสิงหาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ดาวน์เริ่มต้น 30,250 บาท คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(4) เมื่อเลือกรับเงื่อนไข 2 หรือ 3 รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(5) ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิ์รับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น”

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่…ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L DA

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 7,682 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 8,482 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ L DA 4 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนสิงหาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนกันยายน 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนสิงหาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) เมื่อเลือกรับเงื่อนไขดอกเบี้ยพิเศษ รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่…ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 6,253 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 7,053 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนสิงหาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนสิงหาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ดาวน์เริ่มต้น 34,300 บาท คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(4) เมื่อเลือกรับเงื่อนไข 2 หรือ 3 รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่…ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับ อีซูซุวี-ครอส รุ่นใหม่หมด!

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนสิงหาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(2) เมื่อเลือกรับเงื่อนไขดอกเบี้ยพิเศษ รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 โดยเลือกรับเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(3) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 9,214 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 10,014 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากออลนิว อีซูซุวี-ครอส รุ่น Z 4 ประตู 3,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนสิงหาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนกันยายน 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

ดาวน์เริ่มต้น 54,xxx บาท หรือเลือกดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0%

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  1. ดาวน์เริ่มต้น 54,950 บาท คำนวณจากอีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 1,900 ซีซี (CD) เกียร์อัตโนมัติ สีบรอนซ์เงิน กรณีดาวน์ 5% ดอกเบี้ย 1.8% ผ่อน 48 เดือน
  2. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนสิงหาคม 2563
  3. โปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ครอบคลุมค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ รวมถึงค่าแรง สำหรับเช็กระยะตามมาตรฐานของ อีซูซุ จำนวน 6 ครั้งแรก ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 20,040 บาท คำนวณจากค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 6 ครั้งแรก ของอีซูซุมิว-เอ็กซ์ 3.0 ดีดีไอ 4×2 เกียร์อัตโนมัติ
  4. เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับอีซูซุลิสซิ่ง ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิรับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมบริการพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / สอบถามรายละเอียดหรือรับข้อเสนอพิเศษอื่นๆที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Subaru

ซูบารุ เอ็กซ์วีทุกรุ่น มอบ 4 ข้อเสนอพิเศษ BIG Motor Sale*

ซูบารุ เอ็กซ์วี พร้อมชุดแต่งจีที สร้างขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง บริษัท วิศวกรรมชื่อดัง กิเคน และ มาซาฮิโกะ โคบายาชิ หรือ แจ็ค อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้มีประสบการณ์กว่า 25 ปี จากซูบารุ คอร์ปอเรชั่น ชุดแต่งจีที ในซูบารุ เอ็กซ์วี

มีองค์ประกอบสี่อย่างที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ทำให้ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ครั้งนี้มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด และระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงาน BIG Motor Sale

  • ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน
  • ขับฟรี 90 วัน
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ทุกรุ่น มอบ 4 ข้อเสนอพิเศษ BIG Motor Sale*

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ชุดแต่ง จีที รุ่นพิเศษประกอบด้วยอุปกรณ์ 5 ชิ้น คือ สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลังคา และปลายท่อไอเสีย ล้ออัลลอยสั่งทำพิเศษขนาด 18 นิ้ว เบาะหนังแบบทูโทนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องโดยสารของแกรนด์ ทัวร์เรอร์สมรรถนะสูงจากเยอรมนีและอังกฤษ รถยนต์คันนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและความอเนกประสงค์ที่มีเฉพาะในรถยนต์ซูบารุเท่านั้น

ปิดท้ายด้วยชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด พร้อมระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงาน BIG Motor Sale

  • ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน
  • ขับฟรี 90 วัน
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1

ซูบารุปันสุข ออกซูบารุ บีอาร์ซี หรือดับบลิวอาร์เอ็กซ์วันนี้ ซูบารุสนับสนุนสูงสุด 150,000 บาท*

Ford

Retail Campaign Q4 on Latest Offer

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 31 สิงหาคม 2563

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

อัตราดอกเบี้ย 0 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure สำหรับรุ่น Trend, Titanium, Titanium + 4×2 และ 4×4

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure พร้อมฟรี “โปรแกรม Ford Beyond พร้อมดูแลคุณ นาน 5 ปี”

Ford Beyond: คลิกเพื่อดูรายละเอียด

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

Chevrolet

ข้อเสนอพิเศษ

ลดล้างสต๊อก

นอกจากส่วนลดพิเศษสุดเร้าใจแล้ว รถยนต์เชฟโรเลตยังคงมีบริการหลังการขายและศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อคอยดูแลและให้บริการลูกค้าอยู่เช่นเดิม

อาทิ

  • การรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  ครอบคลุมค่าแรงช่างซ่อม อะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต และการรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ศูนย์บริการและอะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1734 ตั้งแต่ 7.00 – 20.00 น.

MG

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun

MG3

  • รับสิทธิ์ MG ช่วยผ่อน 3,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน มูลค่า 36,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 57,000 บาท

MG5

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG6

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปีหรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 24,000 บาท

MG GS

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปีหรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG ZS

  • เลือกรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG ในแบบ “Smart Design” หรือ ในแบบ “Smart Utility” มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 22,061 บาท [1]
  • ขับฟรี 3 เดือน[2]
  • หรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.89% [3]
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี [4]

มูลค่ารวมกว่า 44,000 บาท

MG ZS EV

  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

มูลค่ารวมกว่า 91,000 บาท

MG HS

  • ราคาเริ่มต้นพิเศษ  885,000 บาท
  • ดอกเบี้ย 1.89%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 52,000 บาท

MG EXTENDER:

MG Worry Free Campaign

  • ดาวน์เริ่มต้น 0%
  • ฟรี! รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี
  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี! เสื้อยืด MG EXTENDER*

มูลค่ารวมกว่า 61,000 บาท

เงื่อนไขลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์

  • กลุ่มอาชีพพนักงานบริษัท ที่มีการรับเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น
  • กลุ่มอาชีพข้าราชการ หมายรวมถึง พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานของรัฐ, ตำรวจ/ทหาร และข้าราชการตุลาการ

MG V80

พิเศษส่วนลด หรือวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า 65,000 บาท *
มูลค่ารวม 65,000 บาท

Hyundai

โปรโมชั่นสำหรับ H-1 และ Grand Starex โฉมใหม่ 2020

ระยะเวลา: 1 กรกฎาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2563

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Deluxe หรือ Elite :

(1) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 60 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เท่านั้น

(2) เฉพาะรุ่น Elite เมื่อเลือกชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) รับเพิ่มฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว ระบบกล้องมองหลัง และกล้องบันทึกหน้ารถพร้อม Memory Card ความจุ 16GB รวมมูลค่า 20,000 บาท *ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

(3) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัดกำหนด โดยไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) และ (2) ได้

(4) เมื่อออกรถยนต์โดยชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยปกติ รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 60 เดือน หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 65,081 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/ และ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 50,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(5) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(6) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(7) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(8) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Touring หรือ ฮุนได Grand Starex รุ่น VIP หรือ Premium :

(1) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กำหนด

(2) รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 25,788 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/

(3) รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,764.60 บาท สำหรับ H-1 และ มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,097.65 บาท สำหรับ Grand Starex จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(5) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(6) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

KIA

ลดสูงสุดโดยไม่มีอะไรมากั้น เพื่อนรู้ ทุกคนรู้! โปรโมชั่นสำหรับ Soul EV (Display Car) รับทันที! ส่วนลดสูงสุด 350,000 บาท (จากราคาปกติ 2,387,000 บาท) เมื่อออก KIA Soul EV วันนี้ พร้อมรับข้อเสนออื่นๆ ที่ KIA มอบให้คุณแบบไม่หยุด ด่วน! จำนวนจำกัด

  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • ฟรี! เครื่องชาร์จไฟ Wall Charger พร้อมค่าติดตั้งถึงบ้าน
  • ฟรี! การรับประกันคุณภาพวารันตี 5 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ตลอด 24. ชม. นาน 5 ปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

KIA ขอต้อนรับการผ่อนคลายล็อคดาวน์ พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ KIA Grand Carnival ได้ง่ายกว่าที่เคย ด้วยโปรโมชั่นที่ดีที่สุดที่เคยมีมา

เพียงออกรถ KIA Grand Carnival รุ่น EX และ SXL ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค. นี้! รับทันที

  • ฟรี! ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป)
  • ฟรี! เช็กระยะนาน 3 ปี หรือ 60,000 กม.*
  • ฟรี! รับประกันคุณภาพ (Warranty) นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 (นาน 1 ปี)
  • ฟรี! ชุดแต่งบันไดข้างแท้จากเกาหลี

*หมายเหตุ:

– เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดโปรโมชั่นต่างๆโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
– การเช็กระยะนาน 3 ปี หรือ 60,000 กม. ครอบคลุมค่าบริการตรวจเช็กและค่าอะไหล่สิ้นเปลืองที่มีกำหนดเปลี่ยนตามระยะทาง ตรวจสอบตารางการเช็กระยะได้ที่ https://www.kia.com/th/service/maintenance.html

Mercedes-Benz

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น

รับข้อเสนอดีๆ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น*

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ระยะเวลา 48 เดือน เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ ด้วยเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25%

รับมอบรถยนต์และเริ่มทำสัญญากับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

*ยกเว้นรุ่น C 300 e AMG Sport, รถแวนและสปรินเตอร์

ข้อเสนอสำหรับแคมเปญ Star Phenomenon the ALL-IN Offers

ข้อเสนอสำหรับแคมเปญ Star Phenomenon The ALL-IN Offer

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ PHEV คันใหม่
C 300 e AMG Sport/ C 300 e Avantgarde/ C 300 e AMG Dynamic/
E 300 e AMG Dynamic/ E 300 e Avantgarde/ E 300 e Exclusive/
E 350 e AMG Dynamic/ E 350 e Avantgarde/ E 350 e Exclusive/
GLC 300 e 4MATC AMG Dynamic/ GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic/
S 560 e AMG Premium

  • รับข้อเสนอสุดพิเศษ ซื้อ Wallbox ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถามที่ผู้จำหน่ายฯ)

โดยรับมอบรถยนต์ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 30 กันยายน 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท

รับฟรี! บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คันใหม่ และทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง พร้อมทั้งทำประกันภัยชั้นหนึ่งกับแผนประกันภัย MB Protection ซึ่งประกันภัยโดย บมจ. วิริยะประกันภัย, บมจ. อาคเนย์ประกันภัย และ บมจ. ไทยศรีประกันภัย

เงื่อนไข

• สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ออกรถยนต์ใหม่เมอร์เซเดส-เบนซ์หรือเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกรุ่น (ไม่รวมรถยนต์ทดลองขับ รถประเภทฟลีท รถบรรทุก และรถบัส) กับผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และทำสัญญาทางการเงินทุกประเภทกับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมทั้งทำประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง กับแผนประกันภัย MB Protection โดยลูกค้าต้องยื่นเอกสารขอสินเชื่อ รับมอบรถยนต์ และเริ่มต้นสัญญาระหว่างวันที่ 3 มิถุนายน 2563 ถึง 30 กันยายน 2563

• ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น จะได้รับฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาทต่อสัญญา • รายการส่งเสริมการขายดำเนินการโดย บริษัท โคโรเนท โบรกเกอร์ จำกัด และจะจัดส่งบัตรเติมน้ำมันให้กับลูกค้าภายใน วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ตามที่อยู่ในการจัดส่งกรมธรรม์ประกันภัย

• สิทธิ์พิเศษข้างต้นไม่สามารถแลกเป็นเงินสด ส่วนลด หรือผลปรโยชน์อื่นใดทั้งสิ้น และ/หรือ โอนให้ผู้อื่นได้ หากมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกกรมธรรม์หรือสัญญาที่อาจจะส่งผลถึงเงื่อนไขการรับสิทธิ์ข้างต้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาการรับสิทธิ์ดังกล่าว

BMW

พบกับมหกรรมรถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย และรถยนต์มือสองราคาดี การันตีคุณภาพกับงาน BMW Executive Car Day ตั้งแต่วันที่ 8-11 สิงหาคมนี้ ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถ Executive Car ในวันงานและรับรถภายในเดือนสิงหาคม อาทิ

  1. รับโปรแกรมขยายคุณภาพการรับประกันรถยนต์ BMW (BMW Extended Protect) นานสูงสุด 2 ปี หรือคุ้มครองสูงสุด 200,000 กม.*
  2. รับผลิตภัณฑ์ Bowers & Wilkins มูลค่ากว่า 12,900 บาท

VOLVO

Volvo จัดแคมเปญสุดคุ้มมอบข้อเสนอ “Peace Of Mind Offer” ให้เป็นเจ้าของ Volvo XC40 T5 AWD R-Design และ Volvo XC60 T8 AWD Inscription

เงื่อนไขโปรโมชั่น Peace of Mind Offer สำหรับลูกค้า

  • Volvo XC40 T5 AWD R-Design ราคา 2,490,000 บาท รับสิทธิประโยชน์สูงสุดมูลค่า 250,000 บาท
  • Volvo XC60 T8 AWD Inscription ราคา 3,790,000 บาท รับสิทธิประโยชน์สูงสุดมูลค่า 500,000 บาท
  • ข้อเสนอนี้เฉพาะรถยนต์ XC40 T5 AWD R-Design และ XC60 T8 AWD Inscription รุ่นและสีที่มีจำหน่าย ณ โชว์รูมวอลโว่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2563 และ ต้องส่งมอบรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด