ต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม จมน้ำ 5 จุด แบบง่ายๆ

ถ้าหากคุณต้องการจะซื้อรถมือสองในเวลานี้ นอกจากเราจะต้องตรวจดูสภาพรถอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวถังรถ สีรถ เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง สภาพภายในรถ รวมไปถึงการทดลองขับขี่ ฯลฯ

แต่ … สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่าง นั่นคือคุณต้องดูด้วยว่า “รถคันนี้ ผ่านการถูกน้ำท่วมมาหรือไม่” ด้วยนะครับ!

“น้ำท่วม” หรือ “น้ำรอการระบาย” ถือเป็นปัญหาสุดคลาสสิกในหลายพื้นที่ของไทย จึงไม่แปลกที่ในตลาดรถมือสองจะมี “รถจมน้ำ” โผล่มาขายอยู่บ้าง แต่ก็สังเกตได้ยากเนื่องจากถูกซ่อมแซมมาใหม่หมดแล้ว แต่เราจะมีวิธีดูรถอย่างไรบ้าง? Mr.Carro ก็ขออาสามาแนะนำวิธีดูรถน้ำท่วม หรือรถจมน้ำมา 5 จุด แบบง่ายที่สุด ให้ทุกคนเป็นความรู้กันครับ

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำ 5 จุด แบบง่ายที่สุด

ภาพจาก วิเชษฐ ศรีสวาสดิ์

1. เช็คตัวถัง หาสนิม

จุดแรกที่ควรสังเกตกันก่อนเลย นั่นคือ สภาพตัวถังรถ ซึ่งหลายคันภายนอกอาจจะทำการสาดสีใหม่มาแล้ว ก็อาจจะสังเกตยากหน่อย แต่ในกรณีที่ยังเป็นสีเดิมๆ ของตัวรถ ก็ขอให้สังเกตดูในบริเวณรอยตะเข็บตัวถังจุดต่างๆ ของรถ โดยเฉพาะใต้ท้องรถ ใต้กันชน ขอบยางประตูรถ พวกน็อตยึดต่างๆ หรือบริเวณแชสซีส์รถ

ถ้ามีสนิมขึ้นในที่ที่ไม่น่าจะมี เช่น มุมที่ไม่ได้อยู่บริเวณด้านล่างของตัวรถ ชายล่าง ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่า อาจเป็นไปได้ว่าเคยแช่น้ำ แช่โคลน หรือจมน้ำมาก่อน

ส่วนถ้าเป็นภายในรถ ให้ลองดูบริเวณชิ้นส่วนเหล็ก ใต้บังโคลนล้อหน้า-หลัง แผงฟิวส์บริเวณข้างแป้นคันเร่ง หรือที่วางเท้าคนนั่ง และน็อตยึดฐานเบาะนั่งคู่หน้าของตัวรถ ว่ามีสนิมขึ้นหรือไม่ หรือเบาะนั่งเลื่อนได้สะดวกหรือไม่ ก็อาจจะสังเกตตรงจุดนี้ได้เช่นกัน

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำ 5 จุด แบบง่ายที่สุด

ภาพจาก Nobuyasu Watada / Masanobu Hatsuchi

2. ระบบไฟฟ้า

ขึ้นชื่อว่าน้ำกับไฟย่อมไม่ถูกกัน เมื่อไฟเจอน้ำก็มักจะช็อต ซึ่งอาจจะทำให้ระบบไฟในรถมักรวน เพราะมีความชื้นอยู่ในแผงวงจร สายไฟ หรือแผงฟิวส์ ส่งผลให้การทำงานของระบบไฟฟ้าในรถ เดี๋ยวใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง

วิธีสังเกต ให้ลองสตาร์ทรถดูการทำงานของเครื่องยนต์ ดูระบบไฟฟ้าต่าง ว่าทำงานได้ปกติหรือไม่ ยกเว้นว่าคันที่จะเปลี่ยนระบบไฟฟ้า หรือเดินสายไฟมาใหม่ อันนี้ก็อาจยากที่จะสังเกต

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำ 5 จุด แบบง่ายที่สุด

ภาพจาก Atipong Pongpat

3. เครื่องยนต์

รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมบริเวณเครื่องยนต์ มักจะถูกยกและถอดออกมาทำความสะอาดขจัดคราบน้ำและโคลนที่เข้าไป แต่หลายๆ อู่ มักจะไม่เปลี่ยนน๊อตที่ประกอบเครื่องยนต์ใหม่เท่าไหร่ ก็อาจจะสังเกตตรงจุดได้ว่าถ้าเห็นชิ้นส่วนน็อตที่ขึ้นสนิม หรือมีร่องรอยการถอดประกอบเครื่อง โดยเฉพาะรอยยากาวตรงฝาสูบ หรือสังเกตตรงฝาตาน้ำเครื่องยนต์ เป็นต้น

แต่ในกรณีที่เจ้าของเดิมยกเครื่องยนต์ใหม่มาวางแทนเครื่องยนต์เดิม อันนี้ก็อาจจะสังเกตได้ยากหน่อย

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำ 5 จุด แบบง่ายที่สุด

ภาพจาก Kh Un Per

4. เครื่องมือช่างประจำรถ

ชุดเครื่องมือช่างประจำรถ เช่น ประแจ หรือแม่แรง มักจะเก็บไว้ในท้ายรถ บริเวณยางอะไหล่ อาจสังเกตได้หากชุดเครื่องมือเหล่านี้มีสนิมขึ้นอยู่ รวมถึงบริเวณยางอะไหล่ ตามรอยอาร์ค รอยยาแนว อาจสังเกตได้จากคราบดำๆ หรือคราบน้ำ คราบโคลน ที่อาจมีติดฝังแน่นอยู่

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำ 5 จุด แบบง่ายที่สุด

ภาพจาก Sutha Luaknaree

5. กลิ่นในห้องโดยสาร

เรื่องกลิ่นนี่ก็พอจะบ่งบอกได้ว่า รถคันนี้เคยถูกน้ำท่วมมาเช่นกัน แม้ว่ารถที่นำมาขายจะถูกปรับปรุงสภาพมาแล้วก็ตาม ซึ่งพรม และเบาะนั่ง จะถูกนำออกไปซักและตากแดด หรือถูกเปลี่ยนเป็นของใหม่

กลิ่นในห้องโดยสารที่ติดอยู่ตามซอกมุมต่างๆ ของตัวถังรถ อันนี้เป็นเรื่องยากที่จะกำจัด เนื่องจากน้ำที่ท่วมเป็นน้ำโคลน กลิ่นต่างๆ จะติดอยู่ได้นาน

แต่ถ้าคุณเลือกรถกับที่ Carro ทั้ง 5 ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะเราตรวจสอบรถยนต์โดยละเอียดถึง 160 จุด ตรวจสอบทุกจุด

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์คันใหม่มาใช้ในช่วงนี้ มาขายรถกับทาง Carro Express สิ! คลิกเลยที่ https://th.carro.co/sell-car/express รับรองได้เงินเร็ว ไว ทันใจแน่นอน!

CARRO Automall

ส่วนใครสนใจจะซื้อรถมือสอง Carro แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่ง Carro เรามีรถให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพโดย Carro Certified อย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด, การันตีคืนเงินภายใน 5 วัน, รับประกันเครื่องยนต์และเกียร์ 1 ปี, รับประกันไม่กรอไมล์ และไม่ประสบอุบัติเหตุหนัก ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม พร้อมรับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์ ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ Carro สิ!

หรือถ้าหากคุณสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงกรอกชื่อ-เบอร์โทรศัพท์ และรถที่คุณสนใจ ไว้ที่ “รับการแจ้งเตือน” เมื่อมีรถที่คุณต้องการ Carro จะรีบติดต่อไปยังคุณทันที สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> Carro Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carrothai

มั่นใจกับการซื้อรถยนต์มือสอง โดย Carro Certiflied รถคุณภาพป้ายแดง

ทุกวันนี้ นับได้ว่าโอกาสทองเป็นของผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ เลยก็ว่าได้ ในยามที่ต้องการจะซื้อรถยนต์มาใช้สักคัน มีตัวเลือกในท้องตลาดพร้อมเสิร์ฟให้คุณเลือกกันแน่นเอี้ยด ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ป้ายแดง หรือรถมือสองคุณภาพเยี่ยมก็ตาม ตามความต้องการ ตามงบประมาณ หรือตามกำลังความสามารถในการผ่อนจ่ายในแต่ละเดือน

แต่ด้วยภาวะรายจ่ายที่รัดตัวคนไทยส่วนใหญ่ การซื้อรถป้ายแดงก็อาจจะต้องจ่ายเงินเยอะ ซึ่งหลายคนยังคงจำเป็นต้องกันเงินส่วนหนึ่ง ไว้ใช้จ่ายหรือไว้หมุนเวียนธุรกิจ บางทีการเลือกรถยนต์แบบ Certified Pre-Owned ดูเหมือนเป็นทางออกที่ดีกว่า เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในราคาประหยัด

MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง ว่ารถแบบ Certified Pre-Owned มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

มั่นใจกับการซื้อรถยนต์มือสอง โดย Carro Certiflied รถคุณภาพป้ายแดง

สำหรับคำว่า Pre-Owned Car คือ รถยนต์ที่ผ่านการใช้แล้ว ซึ่งมักจะได้มาจากรถที่ลูกค้านำมาขาย หรือเทิร์นเพื่อเปลี่ยนเป็นรถคันใหม่ไปใช้ เลขไมล์ก็จะมีอยู่ตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสน

ในบางคันถ้ายังเป็นรถปีใหม่ๆ หน่อย ก็อาจจะยังมี Warranty ของศูนย์บริการเหลืออยู่ด้วย หรือหากมีโปรแกรมบำรุงรักษา ตรวจเช็กรถตามระยะในเงื่อนไขความคุ้มครองที่แบรนด์ต่างๆ กำหนด ซึ่งมีทั้งฟรีอะไหล่และค่าแรง ที่ยังไม่หมดอายุ เป็นต้น (โดยเฉพาะแบรนด์รถยุโรป) เช่น BSI ที่ย่อมาจาก BMW Service Inclusive ของ BMW, MBSP หรือ Mercedes-Benz Service Plus ของ Mercedes-Benz ก็อาจจะมีราคาขายที่สูงกว่ารถที่หมดประกันจากบริษัทรถไปแล้ว แต่ทั้งนี้ ก็ยังถือว่าถูกกว่ารถป้ายแดงหลายแสนบาททีเดียว

ซึ่งทาง CARRO (คาร์โร) เราเองเล็งเห็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้บริโภคควรได้รับ จึงได้เริ่มให้บริการ “CARRO Certified Pre-Owned” สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์ใช้แล้วคุณภาพเยี่ยม ในราคาประหยัด แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่มั่นใจได้ ผ่านออนไลน์แพลตฟอร์ม

มั่นใจกับการซื้อรถยนต์มือสอง โดย Carro Certiflied รถคุณภาพป้ายแดง

CARRO Certified Pre-Owned มีอะไรบ้าง?

สำหรับ CARRO Certified Pre-Owned รถยนต์ทุกคันจะได้รับประกันคุณภาพ โดย CARRO ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีความสบายใจ สำหรับทุกการซื้อรถยนต์มือสองของคุณ

มั่นใจกับการซื้อรถยนต์มือสอง โดย Carro Certiflied รถคุณภาพป้ายแดง

ข้อดีของการซื้อรถกับ CARRO Certified Pre-Owned

รถทุกคันของเรา ต้องผ่านเงื่อนไขมาตรฐานดังต่อไปนี้:

✅ ตัวรถรอบคันทั้งภายนอกและภายใน ผ่านมาตรฐานการตรวจสภาพ 160 จุด จากผู้เชี่ยวชาญ
✅ การันตีคืนเงินภายใน 5 วัน* เพื่อทุกความสบายใจของคุณ เสมือนได้ทดลองขับขี่จริงในชีวิตประจำวัน โดยสามารถเปลี่ยนหรือรับเงินคืนได้ภายใน 5 วัน
✅ รับประกันเครื่องยนต์และเกียร์ 1 ปี* เราพร้อมดูแลและซ่อมแซมรถให้คุณทุกกรณี จาก CARRO
✅ รับประกันไม่กรอไมล์ เชื่อถือได้ในความโปร่งใส รับประกันไม่มีการกรอไมล์ โดย CARRO
✅ รับประกันไม่ประสบอุบัติเหตุหนัก ไฟไหม้ หรือความเสียหายน้ำท่วม

มั่นใจกับการซื้อรถยนต์มือสอง โดย Carro Certiflied รถคุณภาพป้ายแดง

CARRO มีบริการสินเชื่อไหม?

แน่นอนว่า CARRO เราพร้อมให้ความสะดวกสบายแก่ลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อรถยนต์ ด้วยการบริการสินเชื่อรถยนต์แก่ลูกค้าทุกท่านผ่านทาง “Genie” หรือ “บริษัท จีนี่ อินชัวรันส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)” ซึ่งเป็นบริษัทสินเชื่อในเครือ CARRO สมัครง่าย อนุมัติไว รู้ผลทันที ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากคุณสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงกรอกชื่อ-เบอร์โทรศัพท์ และรถที่คุณสนใจ ไว้ที่ “รับการแจ้งเตือน” เมื่อมีรถที่คุณต้องการ CARRO จะรีบติดต่อไปยังคุณทันที

พบรถคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall สาขาใกล้บ้านท่านได้แล้ววันนี้ ทั้งสาขาดอนเมือง และสาขาศรีนครินทร์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 9.30 – 18.30 น.

CARRO Automall สาขาดอนเมือง

CARRO Automall สาขาดอนเมือง ตั้งอยู่ ณ 292 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทร. 02-508-8690

CARRO Automall สาขาศรีนครินทร์

CARRO Automall สาขาสวนหลวง ตั้งอยู่ ณ 37/91 ซ.ศรีนครินทร์ 55 (ซอยพรีเมียร์ 1 แยก 1) (ติดฝั่งสวนหลวง ร.9) ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร. 02-508-8690

CARRO Experience Center สาขาเกษตรนวมินทร์

และศูนย์บริการลูกค้า CARRO Experience Center สาขาเกษตรนวมินทร์ ตั้งอยู่ ณ ตลาดรถยนต์มอเตอร์ สแควร์ 289/5 บล็อก H2 ถ.ประเสริฐมนูกิจ (แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทร. 02-508-8690

สาขา Lotus’s บางกะปิ ชั้น 2 เลขที่ 3109 ถ. ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตโลตัสบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

ดูเส้นทาง

สาขา Lotus’s ศรีนครินทร์ ชั้น 1 เลขที่ 9 หมู่ที่ 6 ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

ดูเส้นทาง

สาขา Lotus’s พระราม 1 ชั้น 3 เลขที่ 31 ถ.พระราม1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

ดูเส้นทาง

สาขา Lotus’s บางใหญ่ ชั้น 1 เลขที่ 90 หมู่ 5 ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130

ดูเส้นทาง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

มั่นใจกับการซื้อรถยนต์มือสอง โดย Carro Certiflied รถคุณภาพป้ายแดง

หมายเหตุ:

*ข้อกำหนดและเงื่อนไข

  • นโยบายคืนเงินภายใน 5 วัน (5 Days Return Policy) คือการรับประกันการคืนเงินภายในระยะเวลา 5 วัน (ไม่รวมวันส่งมอบรถ) เพื่อเพิ่มความสบายใจในการซื้อรถยนต์มือสองจากคาร์โร โดยมีข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
  • สภาพรถจะต้องอยู่ในสภาพเดียวกันกับขณะเวลาที่ส่งมอบรถยนต์ที่ซื้อขายให้แก่ผู้ซื้อ โดยอ้างอิงตามใบตรวจรับรถยนต์ที่ซื้อขาย ณ เวลาที่ส่งมอบ โดยบริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบสภาพรถ หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่ไม่เป็นไปตามสภาพ ณ วันส่งมอบ ลูกค้าจะต้องแก้ไขให้กลับคืนสภาพเดิมภายในระยะเวลา 5 วัน หรือต้องแจ้งบริษัทฯ ให้แก้ไขให้กลับคืนสภาพเดิมภายในระยะเวลา 5 วัน โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะถูกหักออกจากจำนวนเงินคืนที่พึงได้โดยรวม
  • บริษัทฯ มีสิทธิ์ปฏิเสธการคืนรถในทุกกรณี หากรถได้มีการถูกปรับแต่งและแก้ไขให้มีสภาพแตกต่างไปจากสภาพเดิม ณ วันส่งมอบรถ ทั้งสภาพภายใน ภายนอก หรือเครื่องยนต์
  • เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์รถยนต์ทั้งหมดจะต้องถูกนำกลับมาคืนพร้อมตัวรถ
  • ค่าปรับและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลารับประกันคืนรถ ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวทั้งหมด
  • รถที่ต้องการคืนจะต้องมีเลขไมล์เพิ่มขึ้นไม่เกิน 150 กิโลเมตร นับตั้งแต่เลขไมล์สุดท้าย ณ วันส่งมอบรถ
    เอกสารและกระบวนการคืนรถตามนโยบายฯ
  • บริษัทฯ จะทำสุดความสามารถในการรับประกันการคืนรถที่ได้รับการร้องเรียนทุกกรณี
  • ลูกค้าจะต้องเป็นผู้กรอกเอกสารการขอคืนรถ เพื่อเริ่มต้นกระบวนดังกล่าวและต้องจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยตนเอง
  • ลูกค้าจะต้องเป็นผู้นำรถมาคืนยังบริษัทฯ ด้วยตนเอง
  • ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อาทิ ค่าใช้จ่ายทางภาษี ค่าใช้จ่ายหรือค่าปรับจากบริษัทสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายในการปรับคืนสภาพรถ ฯลฯ จะถูกหักออกจากจำนวนเงินคืนที่พึงได้ทั้งหมด
  • การใช้สิทธิ์การคืนรถ จะสามารถทำได้โดยผู้ซื้อรถ ที่ระบุลงในเอกสารกรรมสิทธิ์รถยนต์เท่านั้น
  • การใช้สิทธิ์ในการคืนรถ จะไม่สามารถทำได้หากผู้ซื้อ และ/หรือครอบครัวของผู้ซื้อ (ภายใต้ทะเบียนบ้านเดียวกัน) ได้เคยใช้สิทธิ์ในการคืนรถไปแล้วภายในระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่ได้ดำเนินการคืนรถสำเร็จครั้งล่าสุด
  • ผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิ์การคืนรถได้เพียง 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่ได้ดำเนินการคืนรถสำเร็จครั้งล่าสุด

รับประกันเครื่องยนต์และเกียร์ 1 ปี

  • ชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวรถจะต้องไม่ถูกเปลี่ยน ถอด หรือปรับแต่ง โดยบุคคลหรือองค์กรที่มิใช่บริษัทฯ
  • ตัวรถจะต้องถูกเก็บรักษาและซ่อมบำรุงตามรอบระยะเวลาและคําแนะนําในหนังสือคู่มือของรถยนต์
  • การรับประกันจะถือเป็นโมฆะ และสิ้นสุดในทันที หากมีการตรวจพบการปรับเปลี่ยนเลขไมล์ การใช้รถเพื่อการขับขี่ในอัตราความเร็วเกินกว่าการใช้งานปกติ การใช้งานเพื่อการแข่งขันหรือเพื่อจับความเร็ว การใช้งานเพื่อทดสอบความทนทานหรือทดสอบความเร็ว

ที่ตรวจเช็กรถฟรี ก่อนเดินทางสงกรานต์ 2565!

ช่วงเวลาสงกรานต์ของทุกๆ ปี เป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางบนท้องถนนกันสูงมาก และตัวเลขของอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สูงมากตามไปด้วย แม้ว่าในช่วงนี้โควิด-19 ก็ยังระบาดอยู่ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสการเดินทางของผู้คนลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากหลายคนอาจชินกันซะแล้ว

แต่เพื่อความพร้อมในการเดินทาง ลดปัญหาจากอุบัติเหตุ หรือปัญหารถเสียกลางทาง ทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำรถไปตรวจสภาพก่อนออกเดินทาง ซึ่งในช่วงที่มีโควิด-19 ระบาดอยู่ตอนนี้ หลายที่เมื่อคุณตรวจสภาพรถยนต์เสร็จ อาจมีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในรถคุณให้ฟรีด้วย

MR.CARRO รวบรวมข้อมูลตรวจเช็ครถฟรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเลือกนำรถไปตรวจเช็กได้ตามความสะดวกเลยครับผม

กรมการขนส่งทางบก ตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย และตั้งจุดให้บริการทั่วไทย

กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ชวนเจ้าของรถเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ตรวจเช็กความพร้อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์เบื้องต้น ฟรี!!! ณ ศูนย์บริการของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 15 เมษายน 2565

มีรายการตรวจเช็กความพร้อมจำนวนกว่า 20 รายการ เช่น การตรวจระบบเบรก สภาพยาง การทำงานของเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง หม้อน้ำและรอยรั่ว ไส้กรองอากาศ การทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ บางหน่วยงานยังมีบริการตรวจเช็กลูกหมากปีกนก ลูกปืนล้อ ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงท่อและข้อต่อน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพิ่มเติม ทั้งยังให้ส่วนลดค่าอะไหล่บางรายการอีกด้วย เจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์สามารถนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศรวมกว่า 2,000 แห่ง ที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 15 เมษายน 2565

กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนร่วมจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนด้วยดีมาโดยตลอด อาทิ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน,สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย, สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย, สมาคมการค้าไทย – ยุโรป, สถาบันยานยนต์, สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด, บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ฮุนได มอเตอร์ไทยแลนด์ จำกัด, บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ฟอร์ซเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซูซูกิโมโตเซลส์คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท คาร์เวิลด์ คลับ จำกัด, บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บี – ควิก จำกัด, บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด, บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

Honda

Honda (ฮอนด้า) จัดแคมเปญซัมเมอร์นี้ ชวนลูกค้าเตรียมรถให้พร้อมและมั่นใจในทุกการเดินทางกับ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจรถก่อนใช้กับฮอนด้า” ซึ่ง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดขึ้นฟรี!

บริการตรวจสภาพรถยนต์ 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด) รับเพิ่มบริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารรถยนต์ฟรี เพื่อลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

รวมถึงมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ารับการบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2565

รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์ / แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
13. ตรวจการทำงานของ ไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
14. ตรวจการทำงานของ เข็มขัดนิรภัย
15. ตรวจการทำงานของ ระยะแป้นเบรก
16. ตรวจการทำงานของ ระยะยกคันโยกเบรกมือ
17. ตรวจการทำงานของ แม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
18. ตรวจการทำงานของ ระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
19. ตรวจสภาพของ ท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่างๆ

ลูกค้าฮอนด้าที่สนใจ สามารถนำรถยนต์เข้าตรวจสภาพและรับบริการได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 – 30 เมษายน 2565 โดยสามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านบริการ “Online Service Booking” ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Honda Thailand Official Account (@Honda-Thailand) ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการพิเศษเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นกับบริการ “Honda Drop & Go” เพียงนัดหมายเช็กระยะล่วงหน้า นำรถมาฝากกุญแจไว้ แล้วไปทำธุระต่อได้เลย หรือบริการ “Honda Quick Service” การนัดหมายเช็กระยะเร่งด่วน แบบรอรับรถได้ภายในเวลาที่กำหนด

Nissan Always Cares Summer Campaign

Nissan

Nissan ชวนลูกค้านำรถเข้าเช็คระยะต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ กับ “Nissan Always Cares ร้อนนี้ ขับขี่ปลอดภัย สบายใจทุกเส้นทาง” ด้วยโปรโมชั่นตรวจเช็คฟรี 28 รายการ พร้อมทั้งบริการล้างรถ ดูดฝุ่น ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ ฟรี และส่วนลดพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2565

Nissan Always Cares ให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรีถึง 28 รายการ พร้อมส่วนลดแพ็คเกจเช็คระยะสูงสุดถึง 24% และสามารถเลือกบริการผ่อนชำระ ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า พร้อมส่วนลด 500 บาทเมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้น

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อเข้ารับบริการ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเหล่านี้ได้ที่ศูนย์บริการนิสสันใกล้บ้าน หรือติดต่อ นิสสัน คอลเซ็นเตอร์ โทร 02-401-9600

*ท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียด และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ – https://www.nissan.co.th/owners/service-package.html

Suzuki

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้การสนับสนุนกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงสงกรานต์ ภาใต้โครงการ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลสงกรานต์”

เชิญชวนลูกค้ารถยนต์ซูซูกิ นำรถเข้ารับการตรวจเช็กสภาพฟรี 15 รายการ อาทิเช่น ระบบเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบเบรค ระบบช่วงล่าง ระบบไฟส่องสว่าง, แบตเตอรี่ และระบบปรับอากาศ เป็นต้น พร้อมจับมือผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ เพิ่มมาตรการงานบริการให้กับลูกค้า ทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อโรคภายในห้องโดยสาร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เติมเต็มความมั่นใจให้กับลูกค้า รับการเดินทางในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ยังคงเป็นประเด็นหลักในสังคม ตอกย้ำความตระหนักถึงความปลอดภัยของลูกค้ารถยนต์ซูซูกิ ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”

ลูกค้ารถยนต์ซูซูกิสามารถเข้ารับบริการดังกล่าว โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ SUZUKI Cause We Care โทร 1800-600-900 (ไม่คิดค่าบริการ) ระหว่างวันนี้ – 30 เมษายน 2565

Isuzu

โปรเด็ด สุดคุ้ม อีซูซุจัดให้

1. แพ็กเกจเปลี่ยนผ้าเบรกยี่ห้ออะไหล่แท้ตรีเพชร ราคาเหมา ค่าอะไหล่รวมค่าแรงและภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. แพ็กเกจเปลี่ยนแผ่นคลัตช์ยี่ห้ออะไหล่แท้ตรีเพชร ราคาเหมา ค่าอะไหล่รวมค่าแรงและภาษีมูลค่าเพิ่ม
3. รับส่วนลด 15% สำหรับอะไหล่ ช่วงล่าง เบรก คลัตช์ ซีลล้อ ลูกปืนล้อ ยี่ห้ออะไหล่แท้ตรีเพชรเท่านั้น
4. รับส่วนลดสูงสุด 15% สำหรับอะไหล่บำรุงรักษาเชิงป้องกัน
5. เปลี่ยนยางรถยนต์ยี่ห้อบริดจสโตนที่ศูนย์บริการฯ ทุกๆ 1 เส้น สูงสุด 4 เส้นต่อใบเสร็จ รับส่วนลดสูงสุดเส้นละ 550 บาท
6. เปลี่ยนแบตเตอรี่ยี่ห้อตรีเพชร เพาเวอร์แมคซ์ หรือยี่ห้อ 3K ที่ศูนย์บริการฯ รับส่วนลด 300 บาท ต่อลูก
7. ฟรี ตรวจเช็กสภาพรถ 30 รายการ (รายการอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น)

รายการตรวจเช็กสภาพทั่วไป 30 รายการ (รายการอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่นรถ)
1 การสตาร์ท รอบหมุนเดินเบา การเร่งเครื่อง
2 ระบบไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณ สวิทช์ควบคุมต่าง ๆ
3 แป้นคันเร่ง ระยะฟรีแป้นเบรก แป้นคลัตช์ การกีดขวางของพรมปูพื้น
4 ระยะฟรีวงพวงมาลัย การทำงานของแตร
5 การทำงานของระบบเครื่องปรับอากาศ
6 การหลวมคลอนของคันเกียร์ ระยะคันดึงเบรกมือ
7 การทำงานของเข็มขัดนิรภัย
8 ระดับน้ำมัน สี การรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง
9 ระดับน้ำล้างกระจก
10 สภาพท่อยาง ระดับน้ำมัน สี การรั่วซึม ของน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
11 ระดับน้ำ สี การรั่วซึมของระบบหล่อเย็น ฝาหม้อน้ำ ถังพักน้ำ
12 ความตึง ความเสียหายของสายพานทั้งหมด
13 สภาพของไส้กรองอากาศ
14 ระดับน้ำมัน สี การรั่วซึมของเบรก คลัตช์
15 สภาพแบตเตอรี่ ระดับน้ำกลั่น ค่าความต่างศักย์ (V) และค่า CCA
16 ความหลวมและการรั่วซึมของระบบบังคับเลี้ยว
17 ความหลวมของลูกหมากและบูชปีกนก
18 ความหลวมของเพลาขับหน้า (ลูกปืน) ยางกันฝุ่นเพลาขับ (รุ่น 4WD)
19 การรั่วซึมระดับน้ำมันเกียร์ของระบบSHIFT-ON-THE-FLY เฟืองท้ายลูกหน้า (รุ่น4WD)
20 การรั่วซึม ระดับน้ำมันของน้ำมันเกียร์ หรือเกียร์พร้อมเกียร์สโลว์ (รุ่น 4WD)
21 สภาพ ความหลวม ของกากบาทเพลากลางและสายเบรกมือ
22 สภาพแหนบ ยูโบลต์ สลักแหนบหน้าหลังหรือคอยล์สปริงหลัง
23 การรั่วซึม ระดับน้ำมันของน้ำมันเฟืองท้ายลูกหลัง เสื้อเพลา
24 ความเสียหาย หลวม ท่อไอเสีย
25 การรั่วซึมของน้ำมันโช้กอัพ สภาพยางหูโช้กอัพ (หน้า-หลัง)
26 การรั่วซึมของระบบทางเดินน้ำมัน ถังน้ำมันเชื้อเพลิง
27 สภาพความหลวมของลูกปืนดุมล้อ (หน้า-หลัง)
28 สภาพการยึดแน่นของนอตล้อ กระทะล้อ ความดันลมยาง (หน้า-หลัง)
29 การรั่วซึม ข้อต่อ แป๊ปเบรก สายอ่อน (หน้า-หลัง)
30 ตรวจสอบการทำงานของระบบเบรกเบื้องต้น
ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. – 31 พ.ค. 2565 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

วิริยะประกันภัย

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง มุ่งหวังลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2565 พร้อมให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นฟรี 20 รายการ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย 31 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 28 มี.ค.- 12 เม.ย.65

ทั้งนี้ลูกค้าวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ามารับบริการตรวจเช็คสภาพเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจสภาพยาง ตรวจสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลสงกรานต์ 2565” พร้อมรับของที่ระลึกฟรี! สเปรย์แอลกอฮอล์ “วีแคร์” เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถาม โดยสามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 12 เมษายน 2565

สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 31 แห่ง ได้แก่

1) อู่ร่วมมิตรการาจ
2) บริษัท นิวเพื่อนยนต์ จำกัด
3) บริษัท ไทยรัตน์ยานยนต์ จำกัด
4) หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์
5) บริษัท อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ จำกัด
6) บริษัท เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
7) บริษัท เจริญกิจ ราชพฤกษ์ จำกัด
8) บริษัท เซอร์กิต ติวานนท์ จำกัด
9) บริษัท คุงการาจ จำกัด
10) บริษัท อู่นำชัย เตาปูน จำกัด
11) บริษัท เซอร์กิตบริการ จำกัด
12) บริษัท อู่กังวานชัยการช่าง จำกัด
13) บริษัท อู่วิชัยยนต์ จำกัด
14) บริษัท เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ จำกัด
15) บริษัท อู่บอส 888 การาจ จำกัด
16) บริษัท ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ จำกัด
17) บริษัท เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ จำกัด
18) บริษัท เอส ซี ซี 65 การาจ จำกัด
19) หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส
20) หจก.เป้งการาจ
21) บริษัท เจ.เอส.อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด
22) บริษัท อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด
23) บริษัท รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิค จำกัด
24) บริษัท สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส
25) หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส
26) บริษัท เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส จำกัด
27) บริษัท วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) จำกัด
28) บริษัท เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส จำกัด
29) บริษัท นที อินเตอร์เซอร์วิส จำกัด สาขา 1
30) บริษัท อู่แม่กลอง จำกัด
31) บริษัท อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989) จำกัด

B-Quik

บี-ควิก เอาใจเจ้าของรถทุกยี่ห้อ นำรถเข้าตรวจเช็กสุขภาพฟรี 30 รายการ ที่บี-ควิก ทุกสาขาทั่วไทย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ ไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แจ้งเจ้าหน้าที่ที่สาขาก่อนรับบริการได้เลย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1153

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

ใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์คันใหม่ช่วงสงกรานต์ 2565 มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express หรือถ้าหากต้องการซื้อรถคุณภาพเยี่ยม CARRO เราก็มีพร้อมให้คุณเลือกอย่างมากมายด้วยเช่นกัน พร้อมรับประกันสูงสุดถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร กับ CARRO Automall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ซื้อรถมือสองสภาพเยี่ยม ราคาสบายๆ และมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพทุกคัน CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลา 1 นาที!

ซึ่งรถของ CARRO Automall เรามีให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด รวมไปถึงการการปรับสภาพ (Car Reconditioning) ด้วยทีมช่างมืออาชีพ ที่ผ่านการผึกอบรมตามมาตรฐานคาร์โรกว่า 40 คน พร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กว่า 20 คัน/วัน

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์

เรารับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! (CARRO Quality Assurance) อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! อย่าลืม ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้อง CARRO Automall

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

5 เคล็ดลับ เสริมความปังให้รถรับสงกรานต์

ช่วงนี้ก็ใกล้เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ 2565 กันแล้วนะครับ ซึ่งหลายคนก็เริ่มวางแพลน เริ่มลาพักร้อน ท่องเที่ยวในวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ 2565 ที่มีวันหยุดตั้งแต่ 13-15 เมษายน แต่ถ้าใช้วันลาพักร้อนด้วย ก็จะเพิ่มวันหยุดยาว 6 – 15 วันเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าช่วงนี้โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่จะยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ในปีนี้ ยังคงจัดไม่ได้ติดต่อกันเป็นปีที่สอง แต่การเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงน้ำมันแพงเช่นนี้ ก็อาจจะมีบางส่วน ที่หันไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ก็ต้องอย่าลืมรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยกันด้วยนะครับ

สำหรับใครที่มีรถส่วนตัว และจะใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือเดินทางกลับภูมิลำเนา CARRO มีเคล็ดลับเสริมความปังให้รถรับสงกรานต์ มาบอกกันจ้า …

5 เคล็ดลับ เสริมความปังให้รถรับสงกรานต์

1. ตรวจสภาพรถให้พร้อม

การตรวจสภาพรถให้พร้อม นี่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกก่อนการเดินทางเลยก็ว่าได้ เพราะความปลอดภัยจากการใช้รถของคุณต้องมาเป็นอันดับแรก เริ่มต้นตั้งแต่ตรวจสภาพชุดไฟหน้า-ไฟท้าย ไฟตัดหมอก ชุดใบปัดน้ำฝน ยางรถยนต์ หรือลมยาง กันก่อน …

ต่อมาก็ตรวจดูในส่วนของเครื่องยนต์ หม้อน้ำ สายพาน แบตเตอรี่ ของเหลวต่างๆ ในรถยนต์ ช่วงล่าง ระบบเบรก ผ้าเบรก หรือจานเบรก เป็นต้น ซึ่งในจุดนี้ถ้าใครไม่ชำนาญ หรือไม่มีความรู้มากพอ ก็อาจจะนำรถยนต์ไปเข้าศูนย์บริการที่มีรับตรวจสภาพรถยนต์ฟรี ตามรายละเอียดด้านล่างได้

อ่านเพิ่มเติม >> รวมข้อมูล สถานที่ตรวจเช็กสภาพรถฟรี ก่อนเดินทางสงกรานต์ 2565!

5 เคล็ดลับ เสริมความปังให้รถรับสงกรานต์

2. ทำความสะอาดรถ

คงจะไม่แปลกถ้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ รถของคุณอาจจะขาวโพลนด้วยแป้ง (ถ้าผ่านบางพื้นที่ที่เขาเล่นน้ำกัน) หรืออาจต้องลุยฝุ่น ลุยโคลน (หรือลุยฝน) ในบางพื้นที่ เรามีเคล็ดลับในการทำความสะอาดรถเอง มาฝากกันครับ

อันดับแรก คือ ถ้ากระจกหน้ารถโดนแป้ง หรือคราบแป้งดินสอพอง อย่าใช้ที่ปัดน้ำฝนฉีดล้างตอนขับรถ เพราะแป้งจะกระจายตัวเป็นคราบเลอะไปทั่วกระจก ซึ่งบดบังทัศนวิสัยขณะขับขี่ซึ่งและเป็นอันตรายอย่างมาก

ทางที่ดีหาที่จอดข้างทางให้เรียบร้อย แล้วค่อยใช้ที่ปัดน้ำฝนฉีดล้างให้สะอาด หรือหาผ้าชุบน้ำ ผ้าไมโครไฟเบอร์มาเช็ด และค่อยขับรถไปต่อ

แต่ถ้าคุณอยากล้างรถ เราขอแนะนำให้ฉีดน้ำสะอาดล้างทั้งคัน ล้างคราบแป้งออกให้เร็วที่สุด เพราะแป้งที่แห้งและโดนแสงแดดนานๆ จะเกาะสีรถและทำให้สีลอก สีซีดได้ และใช้น้ำยาสำหรับล้างรถโดยเฉพาะ เพราะน้ำยาประเภทอื่นอาจจะทำให้แว็กซ์เคลือบรถจางลง และทิ้งคราบน้ำ คราบหินปูนไว้บนรถได้

เริ่มล้างรถจากข้างบนด้วยการเช็ดกระจก ซึ่งในน้ำยาเช็ดกระจกจะมี Isopropyl Alcohol (ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์) ช่วยให้กระจกกลับมาสะอาดเหมือนใหม่ แล้วค่อยๆ ไล่มาด้านข้าง และด้านล่างของรถ ซึ่งจะเป็นส่วนที่มีฝุ่น ดิน และสิ่งสกปรกสะสมมากที่สุด

ต่อมาก็ทำความสะอาดภายในรถง่ายๆ เช่น แผงคอนโซล แผงประตูภายในรถ ก็ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด และเช็ดแห้งด้วยผ้าแห้งสีขาว ก่อนจะใช้สเปรย์เคลือบเงาฉีด จะช่วยรักษาสภาพของหนังและพลาสติกภายในรถ ให้ดูเงางาม

ถ้ารถคุณใช้เบาะหนัง ให้ใช้ผ้าขนนุ่มชุบน้ำเปล่า หรือน้ำสบู่อ่อนๆ ค่อยๆ เช็ด หรืออาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเบาะหนังโดยเฉพาะ

5 เคล็ดลับ เสริมความปังให้รถรับสงกรานต์

3. พวงมาลัยมงคลตามวันเกิด

เมื่อทำความสะอาดภายในรถเสร็จแล้ว บางคนอาจจะอยากหาพวงมาลัยสวยๆ สักอัน มาแขวนไว้ในรถ เรามีคำแนะนำดังนี้ครับ

  • คนเกิดวันอาทิตย์ – ควรแขวนพวงมาลัยริบบิ้น สีเขียว
  • คนเกิดวันจันทร์ – ควรแขวนพวงมาลัยริบบิ้น สีม่วง
  • คนเกิดวันอังคาร – ควรแขวนพวงมาลัยริบบิ้น สีน้ำเงิน
  • คนเกิดวันพุธ – ควรแขวนพวงมาลัยริบบิ้น สีเหลือง
  • คนเกิดวันพฤหัสบดี – ควรแขวนพวงมาลัยริบบิ้น สีแดง
  • คนเกิดวันศุกร์ – ควรแขวนพวงมาลัยริบบิ้น สีชมพู
  • คนเกิดวันเสาร์ – ควรแขวนพวงมาลัยริบบิ้น สีฟ้า

ให้นำพวงมาลัยสองชายทั้ง 3 พวง มาแขวนหรือห้อยที่กระจกมองหลัง หรือแขวนไว้ที่พวงมาลัยรถยนต์ และก่อนออกรถให้ท่องคาถาแคล้วคลาดของ พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล

“อิติ สุคะโต อาระหังพุธโท นโมพุทธายะ
ปัตถวีคงคา ภุมมะเทวา ขมามิหัง
สุจิโต พุทธัง ธรรมมัง สังฆัง”

5 เคล็ดลับ เสริมความปังให้รถรับสงกรานต์

4. พระติดหน้ารถกันอันตราย

ตามความเชื่อของคนขับรถชาวพุทธ มักจะนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ มาไว้ในรถเพื่อความอุ่นใจ และเป็นสิริมงคลทุกครั้งก่อนออกเดินทาง บางคนอาจจะไหว้แม่ย่านางก่อน หรือบางคนอาจนำพระมาตั้งหรือวางที่หน้ารถ หรือมีเครื่องรางของขลัง กุมารทอง มาไว้ในรถ เพื่อให้ท่านช่วยคุ้มครองระหว่างเดินทางอย่างปลอดภัย

สำหรับการนำพระมาวางไว้ในรถ ไม่ว่าเป็นพระพุทธรูปองค์จิ๋วๆ หรือหลวงพ่อองค์ต่างๆ ที่เจ้าของรถเลื่อมใสบูชา การตั้งพระในรถนั้น จะตั้งหันหน้าออกไปทางหน้ารถก็ได้ ซึ่งบางคนอาจเชื่อว่าให้พระได้เห็นในทิศทางข้างหน้าจะได้ปกป้อง คุ้มครองคนในรถ

หรือการตั้งพระให้หันหน้าเข้ามาในตัวรถก็สามารถทำได้ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะจะเป็นเครื่องเตือนใจขณะขับขี่เมื่อได้เห็นด้านหน้าขององค์พระ และเวลาเราไหว้ในรถ ก็เปรียบดั่งไหว้พระที่อยู่ตรงหน้าเช่นกัน

5 เคล็ดลับ เสริมความปังให้รถรับสงกรานต์

5. เมาไม่ขับ

แน่นอนว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้แล้ว การกินดื่มนั้นย่อมมีแน่นอน หากรู้ตัวว่าต้องขับรถ หรือจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะใกล้ไกล ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม และนอนหลับให้เพียงพอ ก่อนเดินทางขับขี่ในระยะไกลๆ

เพราะถ้าเมาแล้วขับ หรือง่วงแล้วขับ อาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณเอง ผู้โดยสารในรถ และเพื่อนร่วมทางได้ครับ และที่สำคัญ อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย หรือถ้ารู้สึกง่วงนอนแล้ว อย่าฝืน ให้จอดรถพัก หรือหาคนอื่นขับให้แทนนะครับ! แล้วคุณจะเดินทางได้แบบปังๆ ในช่วงสงกรานต์ 2565 นี้ครับ

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

ใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์คันใหม่ช่วงสงกรานต์ 2565 มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express หรือถ้าหากต้องการซื้อรถคุณภาพเยี่ยม CARRO เราก็มีพร้อมให้คุณเลือกอย่างมากมายด้วยเช่นกัน พร้อมรับประกันสูงสุดถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร กับ CARRO Automall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ซื้อรถมือสองสภาพเยี่ยม ราคาสบายๆ และมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพทุกคัน CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลา 1 นาที!

ซึ่งรถของ CARRO Automall เรามีให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด รวมไปถึงการการปรับสภาพ (Car Reconditioning) ด้วยทีมช่างมืออาชีพ ที่ผ่านการผึกอบรมตามมาตรฐานคาร์โรกว่า 40 คน พร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กว่า 20 คัน/วัน

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์

เรารับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! (CARRO Quality Assurance) อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! อย่าลืม ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้อง CARRO Automall

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

รวมข้อมูลที่ตรวจเช็กสภาพรถฟรี ก่อนเที่ยวปีใหม่ 2565!

ช่วงเวลาปีใหม่ของทุกๆ ปี เป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางบนท้องถนนกันสูงมาก และตัวเลขของอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สูงมากตามไปด้วย จนต่างชาติ ยกให้ถนนไทยความปลอดภัยน้อยสุดใน ASEAN แล้ว … เพื่อความพร้อมในการเดินทาง ลดปัญหาจากอุบัติเหตุ หรือปัญหารถเสียกลางทาง ทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำรถไปตรวจสภาพก่อนออกเดินทาง

ซึ่งในบ้านเรา มีหลายบริษัท หลายหน่วยงาน พร้อมให้ความมั่นใจในการตรวจเช็กรถของคุณ ให้พร้อมใช้งาน ตรวจเปลี่ยนซ่อมแซม ก่อนเดินทางไปเที่ยวเทศกาลปีใหม่ 2565 กันอย่างเต็มที่

CARRO ขอรวบรวมข้อมูลตรวจเช็กรถฟรี ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเลือกนำรถไปตรวจเช็คได้ตามความสะดวกเลยครับผม.

New Toyota Camry 2022

Toyota (โตโยต้า)

สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ประจำปี 2565 Toyota ได้ร่วมมือกับภาครัฐโดยกรมขนส่งทางบก ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ 24 รายการ ฟรี ที่ศูนย์บริการ ผู้แทนจำหน่าย Toyota ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ สร้างความมั่นใจก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 24 รายการ ประกอบด้วย

  1. ตรวจเสียงเครื่องยนต์ขณะสตาร์ท
  2. ที่ปัดน้ำฝน/น้ำล้างกระจก
  3. ยางกันฝุ่นเพลาขับ
  4. ลูกปืนล้อ
  5. ลูกหมากปีกนก
  6. สภาพยางรถยนต์
  7. สายพานต่างๆ
  8. ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์
  9. รอยรั่วและความผิดปกติของท่อทางน้ำ
  10. รอยรั่วและความผิตปกติของพวงมาลัยพาวเวอร์
  11. รอยรั่วและความผิดปกติของหม้อน้ำ
  12. รอยรั่วและความผิดปกติของเกียร์
  13. รอยรั่วและความผิดปกติของเครื่องยนต์
  14. ระบบฟรีแป้นเหยียบ/คลัตช์/เบรกมือ
  15. ระบบไฟส่องสว่าง/แตร
  16. ระบบเครื่องปรับอากาศ พัดลม และน้ำยา
  17. ระดับน้ำมันพาวเวอร์
  18. ระดับน้ำมันเกียร์
  19. ระดับน้ำมันเครื่อง
  20. ระดับน้ำมันเบรก
  21. ระดับน้ำในถังสำรอง/ระดับน้ำยาหล่อเย็น
  22. เข็มขัดนิรภัย
  23. แบตเตอรี่/ระดับน้ำกลั่น
  24. โช้คอัพหน้าหลัง
  25. *ระดับน้ำมันเฟืองท้าย (เพิ่มเติมเฉพาะรถที่มีอุปกรณ์ดังกล่าว)
  26. *ระดับน้ำมันทรานเฟอร์ (เพิ่มเติมเฉพาะรถที่มีอุปกรณ์ดังกล่าว)

โดยผู้ที่สนใจสามารถนำรถยนต์ไปตรวจเช็กได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

เช็กรถฟรี 24 รายการ

Toyota K.Motors (โตโยต้า เค.มอเตอร์ส)

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส อำนวยความสะดวก เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ในช่วงหยุดยาว ให้บริการเช็กรถฟรี 24 รายการ มั่นใจ ปลอดภัยทุกการเดินทาง ที่ศูนย์บริการโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ทุกสาขา 1 – 31 ธ.ค. 2564 นัดหมายล่วงหน้าโทร 02-662-6555

*รายการตรวจเช็กฟรี 24 รายการ พร้อมทำความสะอาดฆ่าเชื้อฟรี

แบตเตอรี่/ระดับน้ำกลั่น ระดับน้ำมันเกียร์
สภาพยางรถยนต์ ระบบฟรีแป้นเหยียบ/คลัตช์/เบรกมือ
ที่ปัดน้ำฝน/น้ำยาล้างกระจก ยางกันฝุ่นเพลาขับ
ระดับน้ำมันเครื่อง โช้คอัพหน้าหลัง
ระดับน้ำในถังสำรอง/ระดับน้ำยาหล่อเย็น ลูกหมากปีกนก
ระดับน้ำมันเบรก ลูกปืนล้อ
ระดับน้ำมันพาวเวอร์ ระบบเครื่องปรับอากาศ พัดลม และน้ำยา
ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์ รอยรั่วและความผิดปกติของเครื่องยนต์
ตรวจเสียงเครื่องยนต์ขณะสตาร์ท รอยรั่วและความผิดปกติของเกียร์
สายพานต่างๆ รอยรั่วและความผิดปกติของหม้อน้ำ
ระบบไฟส่องสว่าง/แตร รอยรั่วและความผิดปกติของท่อทางน้ำ
เข็มขัดนิรภัย รอยรั่วและความผิตปกติของพวงมาลัยพาวเวอร์
ระดับน้ำมันเฟืองท้าย
(เพิ่มเติมเฉพาะรถที่มีอุปกรณ์ดังกล่าว)
ระดับน้ำมันทรานเฟอร์
(เพิ่มเติมเฉพาะรถที่มีอุปกรณ์ดังกล่าว)

Honda (ฮอนด้า)

Honda จัดแคมเปญ “หนาวนี้ เที่ยวไหน ก็อุ่นใจกับฮอนด้า” แคมเปญส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2565 โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เชิญชวนลูกค้าฮอนด้าเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 เพิ่มความอุ่นใจและปลอดภัยตลอดทุกการเดินทาง ด้วยบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะลูกค้าฮอนด้า อาทิ โปรโมชั่นยางซื้อ 3 แถม 1 ส่วนลดอะไหล่และแบตเตอรี่รถยนต์ รวมถึงการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการและยางรถยนต์ นานสูงสุดถึง 10 เดือน พร้อมบริการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายในรถยนต์ฟรี เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 31 มกราคม 2565

สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าฮอนด้าในแคมเปญ “หนาวนี้ เที่ยวไหน ก็อุ่นใจกับฮอนด้า”

  • รายการที่ 1 บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด*)
  • รายการที่ 2 ฟรี บริการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายในห้องโดยสารรถยนต์
  • รายการที่ 3 ส่วนลดอะไหล่ 10% สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment) และนํ้ายาล้างระบบปรับอากาศ (Evaporator Cleaner)
  • รายการที่ 4 ส่วนลดค่าแบตเตอรี่รถยนต์ 100 บาท
  • รายการที่ 5 – ซื้อยางโยโกฮาม่า 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น
    – ซื้อยางมิชลิน 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าคาด Michelin มูลค่า 900 บาท หรือลำโพงบลูทูธมิชลิน มูลค่า 1,500 บาท
    – ซื้อยางกู๊ดเยียร์ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าล้อลากกู๊ดเยียร์ มูลค่า 1,290 บาท และบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 200 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ**)
  • รายการที่ 6 ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ 0% นานสูงสุด 6 เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด***)
  • รายการที่ 7 เลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายสำหรับยางรถยนต์ 0% นานสูงสุด 10 เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด****)

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดโครงการ “คลินิกรถ” โดยมีเป้าหมายเชิญชวนให้ลูกค้านำรถยนต์ฮอนด้าที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปเข้ารับการตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ เพื่อแก้ปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ด้วยบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ พร้อมรับสิทธิพิเศษส่วนลด 20% สำหรับกรองนํ้ามันเครื่อง และส่วนลด 10% สำหรับกรองอากาศ เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 28 กุมภาพันธ์ 2565

รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์ / แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
13. ตรวจการทำงานของ ไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
14. ตรวจการทำงานของ เข็มขัดนิรภัย
15. ตรวจการทำงานของ ระยะแป้นเบรก
16. ตรวจการทำงานของ ระยะยกคันโยกเบรกมือ
17. ตรวจการทำงานของ แม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
18. ตรวจการทำงานของ ระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
19. ตรวจสภาพของ ท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่างๆ

NISSAN ALWAYS CARES

Nissan (นิสสัน)

Nissan ส่งความห่วงใยผ่านแคมเปญ Nissan Always Cares ชวนลูกค้านำรถเข้าเช็กระยะ ด้วยโปรโมชั่นตรวจเช็กระยะฟรี 28 รายการ พร้อมส่วนลดแพ็คเกจเช็กระยะและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง พร้อมลุ้นโชคทองและของรางวัลรวมกว่า 1.5 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 28 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

Nissan Always Cares ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 28 รายการ* พร้อมส่วนลดแพ็คเกจเช็กระยะสูงสุดถึง 44% และสามารถเลือกบริการผ่อนชำระ ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า พร้อมลุ้นชิงโชครางวัล มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท เมื่อนำรถเข้าศูนย์บริการนิสสัน และมียอดค่าใช้จ่ายทุกๆ 1,500 บาท

สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถติดต่อเข้ารับบริการพร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ได้ที่ศูนย์บริการนิสสันใกล้บ้าน หรือติดต่อ นิสสัน คอลเซ็นเตอร์ โทร 02-4019600

*สามารถตรวจสอบรายละเอียด และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.nissan.co.th/owners/service-package.html

รถยนต์ซูซูกิ จับมือกรมขนส่งทางบก รณรงค์ความปลอดภัยช่วงปีใหม่ ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี โปรโมชั่น

Suzuki (ซูซูกิ)

Suzuki ให้การสนับสนุนกรมการขนส่งทางบก ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มอบของขวัญปีใหม่ 2565 โดยจัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” เชิญชวนลูกค้า นำรถยนต์ซูซูกิเข้าตรวจสอบความพร้อมก่อนเดินทางปีใหม่นี้ ฟรี!!! ตลอดเดือนธันวาคม

ทั้งนี้ได้จัดบริการพิเศษ ด้วยการตรวจเช็คสภาพรถยนต์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิ ซึ่งการให้บริการพิเศษนั้นประกอบด้วย การตรวจเช็คฟรี 15 รายการ ดังนี้ แตร ไฟส่องสว่าง ใบปัดน้ำฝน น้ำฉีดกระจก สภาพแบตเตอรี่ อุปกรณ์สายพานขับ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค เปลี่ยนถ่ายตามระยะ น้ำหล่อเย็น ไส้กรองอากาศ น้ำมันเกียร์ การรั่วซึมของน้ำมัน ระบบปรับอากาศ เบรคมือ แป้นเหยียบเบรคและคลัช ยางรถยนต์และการขันน๊อตล้อ เป็นต้น และเหนือกว่าด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ข้อบกพร่องและเช็กความสมบูรณ์ของตัวรถ เสริมความมั่นใจก่อนเดินทางโดยส่งผลการตรวจสอบผ่าน Hello Suzuki Application ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564 เท่านั้น

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการดังกล่าว โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ SUZUKI Cause We Care โทร 1800-600-900 (ไม่คิดค่าบริการ)

Isuzu D-Max

Isuzu (อีซูซุ)

อีซูซุ มอบสุขทุกเส้นทาง ด้วยของขวัญสุดพิเศษส่งท้ายปี

Isuzu และ กรมการขนส่งทางบก ตรวจเช็กรถฟรี สำหรับรถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2564

– ตรวจเช็กการสตาร์ทเครื่องยนต์
– ตรวจเช็กระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ
– ตรวจเช็กการทำงานของแตร
– ตรวจเช็กการทำงานของระบบปรับอากาศ
– ตรวจเช็กระบบปัดน้ำฝน
– ตรวจเช็กการทำงานของเข็มขัดนิรภัยทุกจุด
– ตรวจเช็กระยะและการทำงานของเบรกมือ
– ตรวจเช็กระยะฟรีขาเบรกและการทำงานของเบรก
– ตรวจเช็กระยะฟรีขาคลัตช์และการทำงานของคลัตช์
– ตรวจเช็กสภาพยางและความดันลมยาง
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันเครื่อง
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันเบรก/น้ำมันคลัตช์
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำหล่อเย็นในถังน้ำพัก
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
– ตรวจเช็กสภาพและทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
– ตรวจเช็กสภาพและความตึงของสายพานเครื่องยนต์ทุกเส้น
– ตรวจเช็กระบบช่วงล่าง บูชยาง ยางกันฝุ่นและลูกหมากต่างๆ
– ตรวจเช็กสภาพและการรั่วซึมของโช้กอัพ

Hyundai Staria

Hyundai (ฮุนได)

Hyundai มอบบริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรีสำหรับลูกค้าฮุนได ภายใต้โครงการ “ปีใหม่นี้ ขับขี่ปลอดภัย ให้ฮุนไดดูแลคุณ” เพื่อเชิญชวนลูกค้าเตรียมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานก่อนเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 นี้

โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์ฮุนไดเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 40 รายการ พร้อมรับส่วนลดพิเศษค่าอะไหล่สูงสุด 15% อาทิ กรองน้ำมันเครื่อง, กรองน้ำมันเชื้อเพลิง,ไส้กรองอากาศ และชุดปัดน้ำฝน เป็นต้น พร้อมรับสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติม

รายการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 40 รายการ มีดังต่อไปนี้

1. ตรวจเช็กสัญญาณไฟเตือนแบตเตอรี่ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
2. ตรวจเช็กสัญญาณไฟเตือนน้ำมันเครื่อง บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
3. ตรวจเช็กสัญญาณไฟเตือนเครื่องยนต์ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟเตือน ABS บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
5. ตรวจเช็กสัญญาณไฟเตือน AIR BAG บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
6. ตรวจเช็กสัญญาณไฟเตือนเบรคมือ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
7. ตรวจเช็กสัญญาณบอกตำแหน่งเกียร์ออโต บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
8. ตรวจเช็กสัญญาณไฟเลี้ยว บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
9. ตรวจเช็กสัญญาณไฟฉุกเฉิน บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
10. ตรวจเช็กสัญญาณไฟหรี่ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
11. ตรวจเช็กสัญญาณไฟสูง บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
12. ตรวจเช็กสัญญาณแตร
13. ตรวจเช็กการทำงานปัดน้ำฝนและการฉีดน้ำล้างกระจก
14. ตรวจการทำงานของกระจกประตูไฟฟ้า
15. ตรวจการทำงานของระบบล็อคประตูไฟฟ้า
16. ตรวจการทำงานของกระจกมองข้างไฟฟ้า
17. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย ด้านคนขับ
18. ตรวจการทำงานของระบบปรับอากาศ และกรองอากาศแอร์
19. ตรวจเช็กเบรคมือ จำนวนคลิก และระดับคันโยก
20. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย ด้านผู้โดยสาร
21. ตรวจเช็กแบตเตอรี่ (ที่ต้องเติมน้ำกลั่น), การหลวมของขั้วแบตเตอรี่
22. ตรวจเติมระดับน้ำในถังพักหม้อน้ำ
23. ตรวจเติมระดับน้ำในถังพักน้ำล้างกระจก
24. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
25. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
26. ตรวจระดับน้ำมันเบรค
27. ตรวจระดับน้ำมันคลัทช์หรือน้ำมันเกียร์ออโต้
28. ตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
29. ตรวจสภาพของสายพานด้านหน้าเครื่องยนต์ (รอยแตก, ความตึง)
30. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
31. ตรวจเช็กสัญญาณของไฟหน้า สูง,ต่ำ รอบตัวถังรถ
32. ตรวจเช็กสัญญาณของไฟเลี้ยว ซ้าย,ขวา ไฟหรี่ รอบตัวถังรถ
33. ตรวจเช็กสัญญาณของไฟเบรค ไฟถอยหลัง รอบตัวถังรถ
34. ตรวจเช็กการหลวมคลอนและเสียหายของ ลูกหมากเหล็กกันโคลง
35. ตรวจเช็กการหลวมคลอนและเสียหายของ ลูกหมากคันชักคันส่ง
36. ตรวจเช็กการหลวมคลอนและเสียหายของ ปีกนกและบู๊ช
37. ตรวจเช็กการรั่วซึมของ โช๊คอัพ หน้าและหลัง
38. ตรวจเช็กรอยแตก ฉีกขาด ของยางหุ้มเพลาขับใน, นอก
39. ตรวจเช็กรอยแตก ฉีกขาด ของยางหุ้มแร็คพวงมาลัย
40. ตรวจเช็กการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง,น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย,น้ำมันเพาเวอร์

MG (เอ็มจี)

ส่งมอบความสุขให้กับลูกค้า MG ให้เริ่มต้นปีใหม่ 2565 ด้วยความมั่นใจกับบริการตรวจเช็กฟรี พร้อมสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าคนพิเศษเช่นคุณ

  • ฟรี บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ให้กับลูกค้ารถยนต์ MG จำนวน 37 รายการ (สิทธิพิเศษนี้ครอบคลุมทั้งการให้บริการที่ศูนย์บริการมาตรฐาน MG และการนัดหมายรับบริการกับรถบริการเคลื่อนที่ Mobile Service)
  • ส่วนลดพิเศษ 10%  สำหรับอะไหล่การบำรุงรักษากว่า 84 รายการ รวมถึง น้ำมันเครื่อง, ไส้กรองน้ำมันเครื่อง, ไส้กรองปรับอากาศ, แบตเตอรี่ และผ้าเบรก
  • ฟรี สเปรย์แอลกอฮอล์แบบพกพาพร้อมสายคล้อง สำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการ และมีค่าใช้จ่ายครบ 1,500 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ลูกค้าสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการตามโปรโมชันพิเศษข้างต้น ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 – 31 มกราคม 2565 สอบถามรายละเอียด หรือนัดหมายจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ที่ศูนย์บริการ MG ทั้ง 150 แห่งทั่วประเทศ หรือติดต่อลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1267

รายการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ ให้กับลูกค้ารถยนต์ MG

ห้องเครื่องยนต์

  1. ตรวจสอบความตึง และสภาพของสายพานขับ
  2. ตรวจสอบสภาพไส้กรองอากาศ
  3. ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ และขั้วแบตเตอรี่/ไดร์ชาร์จ
  4. ตรวจสอบอาการเสียงดังของเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา
  5. ตรวจอาการสั่นของเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา
  6. ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องยนต์ และรอยรั่วซึม
  7. ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก และรอยรั่วซึม
  8. ตรวจสอบระดับน้ำมันเพาเวอร์ และรอยรั่วซึม
  9. ตรวจอสบระดับน้ำหล่อเย็นในถังพัก
  10. ตรวจสอบระดับน้ำฉีดกระจกในถังพัก

ภายในห้องโดยสาร

  1. ตรวจสอบระยะฟรีของขาคันเร่ง
  2. ตรวจสอบระยะฟรีขาเหยียบเบรก
  3. ตรวจสอบระบบกุญแจ และเซ็นทรัลล็อก
  4. ตรวจสอบที่เปิดฝากระโปรงหน้า / หลัง / ถังน้ำมัน
  5. ตรวจสอบการปรับระดับคอพวงมาลัย และระบบบังคับเลี้ยว
  6. ตรวจสอบการทำงานของเข็มขัดนิรภัย
  7. ตรวจสอบการทำงานเบาะนั่ง และพนักพิงศีรษะ
  8. ตรวจสอบระบบเบรกมือไฟฟ้า หรือเบรกมือธรรมดา
  9. ตรวจสอบไฟสัญญาณแผงหน้าปัด
  10. ตรวจสอบระบบปรับอากาศ
  11. ตรวจสอบการทำงานที่ปัดน้ำฝน / สภาพใบปัดน้ำฝน และตำแหน่งน้ำฉีดกระจก
  12. ตรวจสอบการทำงานเสียงแตร
  13. ตรวจสอบการทำงานของระบบกระจกไฟฟ้า
  14. ตรวจสอบการทำงานของกระจกมองข้าง และมองหลัง
  15. ตรวจสอบไฟสัญญาณ / ไฟเตือน
  16. ตรวจสอบไฟส่องสว่างภายในรถ
  17. ตรวจสอบการทำงานของไล่ฟ้ากระจก

ระบบไฟส่องสว่างภายนอก

  1. ตรวจสอบไฟส่องสว่างไฟหน้า
  2. ตรวจสอบไฟตัดหมอกหน้า (เฉพาะรุ่น)
  3. ตรวจสอบไฟส่องสว่างไฟท้าย
  4. ตรวจสอบไฟตัดหมอกท้าย (เฉพาะรุ่น)

ระบบรองรับน้ำหนัก

  1. ตรวจสอบขันน็อตและโบล์ท ระบบรองรับทั้งหมด
  2. ตรวจสอบรอยรั่วซึมระบบเบรก ท่อทางน้ำมันเบรก
  3. ตรวจสอบความหนาผ้าเบรก
  4. ตรวจสอบความหนา และสภาพจานเบรก
  5. ตรวจสอบสภาพล้อ และยางรถยนต์

ตรวจรหัสปัญหา

  1. ตรวจสอบรหัสปัญหาด้วยเครื่องมือ VDI

กรมการขนส่งทางบก ตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย และตั้งจุดให้บริการทั่วไทย

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนมากกว่า 20 หน่วยงาน อาทิ ผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บริษัทประกันภัย สถานตรวจสภาพรถเอกชน ศูนย์บริการน้ำมัน และศูนย์บริการติดตั้งแก๊ส LPG/NGV จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ตลอดเดือนธันวาคม (ระหว่างวันที่ 1-31 ธันวาคม 2564) เพื่อให้ประขาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อเข้ารับบริการได้ฟรี ณ ศูนย์บริการของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ รวมกว่า 2,000 แห่ง ที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”

โดยมีบริการตรวจเช็กสภาพรถและอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น 20 รายการ เช่น การตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำมันเบรกและน้ำมันคลัตช์ ความตึงของสายพาน แบตเตอรี่ และการทำงานของไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณต่างๆ เป็นต้น ซึ่งจะได้รับการดูแลจากช่างผู้ชำนาญงาน เพื่อให้สภาพรถพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัยสำหรับการเดินทางไกลในเทศกาลปีใหม่นี้

นอกจากนี้ บางหน่วยงานยังมีส่วนลดค่าอะไหล่บางรายการ มีของที่ระลึก รวมไปถึงบริการอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้แก่เจ้าของรถอีกด้วย

ซึ่งกรมการขนส่งทางบก ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่มีความห่วงใยและต้องการส่งมอบความปลอดภัยให้แก่ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

– ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.)
– สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย
– สมาคมการค้าไทย-ยุโรป (TEBA)
– สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย
– สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์
– สถาบันยานยนต์
– บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
– บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
– บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
– บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
– บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
– บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
– บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด
– บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด
– บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด
– บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด
– บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
– บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
– บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน)
– บริษัท บี-ควิก จำกัด
– บริษัท ฟอร์ซเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (ศูนย์บริการ AutoQuiks)
– บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด
– บริษัท คาร์เวิลด์ คลับ จำกัด
– บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
– บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)
– บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด
– บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด

วิริยะประกันภัย

วิริยะประกันภัย มอบความสุขและเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลปีใหม่ 2565” ให้ความสำคัญของการดูแลบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานก่อนการเดินทาง

ทั้งนี้ ลูกค้าวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ามารับบริการตรวจเช็คสภาพเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจสภาพยาง ตรวจสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ขั้วแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก คลัตซ์ ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลปีใหม่ 2565”

พร้อมรับของที่ระลึกฟรี! ถุงผ้า “CARE INSURANCE” เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถาม โดยสามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่บัดนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564

สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 32 แห่ง ได้แก่

1) อู่ร่วมมิตรการาจ 2) บริษัท นิวเพื่อนยนต์ จำกัด 3) บริษัท ไทยรัตน์ยานยนต์ จำกัด 4) หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์ 5) บริษัท อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ จำกัด 6) บริษัท เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส จำกัด 7) บริษัท เจริญกิจ ราชพฤกษ์ จำกัด 8) บริษัท เซอร์กิต ติวานนท์ จำกัด 9) บริษัท คุงการาจ จำกัด 10) บริษัท อู่นำชัย เตาปูน จำกัด 11) บริษัท เซอร์กิตบริการ จำกัด 12) บริษัท อู่กังวานชัยการช่าง จำกัด 13) บริษัท อู่วิชัยยนต์ จำกัด 14) บริษัท ทรัพย์สิทธิ คาร์ อินเตอร์ จำกัด 15) บริษัท เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ จำกัด 16) บริษัท อู่บอส 888 การาจ จำกัด 17) บริษัท ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ จำกัด 18) บริษัท เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ จำกัด 19) บริษัท โสฬส ธนบดี จำกัด 20) หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 21) หจก.เป้งการาจ 22) บริษัท เจ.เอส.อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด 23) บริษัท อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด 24) บริษัท รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิค จำกัด 25) บริษัท สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส 26) หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส 27) บริษัท เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส จำกัด 28) บริษัท วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) จำกัด 29) บริษัท เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส จำกัด 30) บริษัท นที อินเตอร์เซอร์วิส จำกัด สาขา 1 31) บริษัท อู่แม่กลอง จำกัด 32) บริษัท อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989) จำกัด

B-Quik

บี-ควิก เอาใจเจ้าของรถทุกยี่ห้อ นำรถเข้าตรวจเช็กสุขภาพฟรี 30 รายการ ที่บี-ควิก ทุกสาขาทั่วไทย ได้ตลอดทั้งปี แจ้งเจ้าหน้าที่ที่สาขาก่อนรับบริการได้เลย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1153

ตรอ.

สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย รวบรวมสถานตรวจสภาพรถ หรือ ตรอ. ทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ผู้สนใจสามารถนำรถเข้าตรวจความพร้อมก่อนเดินทางไกลกับ ตรอ. ที่มีป้าย “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”

ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยในการลดอุบัติเหตุ

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

ถ้าใครอยากขายรถคันเดิม เพื่อนำเงินไปโปะรถคันใหม่ จะได้ผ่อนดาวน์กันน้อยลง มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express หรือถ้าหากต้องการซื้อรถคุณภาพเยี่ยม CARRO เราก็มีพร้อมให้คุณเลือกอย่างมากมายด้วยเช่นกัน พร้อมรับประกันสูงสุดถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร กับ CARRO Automall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ส่วนช่วงปลายปีนี้ ใครอยากซื้อรถมือสองสภาพเยี่ยม ราคาสบายๆ CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลา 1 นาที!

ซึ่งรถของ CARRO Automall เรามีให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด รวมไปถึงการการปรับสภาพ (Car Reconditioning) ด้วยทีมช่างมืออาชีพ ที่ผ่านการผึกอบรมตามมาตรฐานคาร์โรกว่า 40 คน พร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กว่า 20 คัน/วัน

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์ 

เรารับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! (CARRO Quality Assurance) อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

4 เหตุผล ที่จะทำให้คุณอยากซื้อรถที่ CARRO Automall แหล่งรวมรถคุณภาพเยี่ยม

เมื่อ “รถยนต์” ได้กลายเป็นปัจจัยส่วนใหญ่ในการดำรงชีวิตของผู้คนส่วนหนึ่งไปแล้ว ใครบ้างจะไม่อยากมีรถยนต์? เพราะการมีรถยนต์นั้นจะช่วยให้คุณสามารถเดินทางได้ง่าย และสะดวกสบายมากกว่าเดิม

ที่สำคัญรถยนต์นี่แหละ ที่จะเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่จะช่วยเป็นเกราะกำบังคุณจากเม็ดฝนที่กระหน่ำลงมาในฤดูฝน หรือปกป้องคุณจากแสงแดดที่พร้อมจะแผดเผาผิวคุณได้ทุกเมื่อ และยังมอบความเป็นส่วนตัวให้กับคุณได้เป็นอย่างดี รวมถึงช่วยให้คุณไม่ต้องไปคอยเบียดเสียด หรือว่ายืนคอยรถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า หรือรถแท็กซี่นานๆ ยิ่งในช่วงโควิด-19 แบบนี้ด้วย

แต่ครั้นจะให้ออกรถป้ายแดงในสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองแบบนี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับบางคน เพราะนอกจากความสามารถในการจ่ายจะลดน้อยลงแล้ว ในส่วนของราคารถใหม่ ก็ยังถูกปรับให้มีราคาสูงขึ้นแทบทุกครั้งเมื่อเปิดตัวรถใหม่ รถมือสอง หรือรถบ้านมือสอง เลยกลายมาเป็นตัวเลือกหลักสำหรับคนที่อยากจะมีรถขับ ในแง่มุมของคนที่ต้องการประหยัดเงิน

CARRO เรานอกจากจะได้เร่งพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพ ขึ้นมาจนถึงระดับ “Unicorn” ใหญ่ที่สุดใน ASEAN แล้ว เพื่อให้เป็นธุรกิจ Ecosystem ที่ตอบโจทย์และให้บริการในด้านรถยนต์มือสอง เรายังได้เริ่มวางรากฐานทางธุรกิจการซื้อ-ขายรถมือสองผ่านระบบออนไลน์ ให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้าในหลายประเทศ ด้วยความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และความโดดเด่นของรถยนต์ที่มีจำหน่าย

อีกทั้งบริการหลังการขายที่มั่นใจได้ กับ Carro Automall ที่เราตั้งใจให้เป็นสถานที่ที่สร้างประสบการณ์ซื้อขายแบบ Online to Offline แบบไร้รอยต่อ หรือ “Seamless Online Purchase Experience” แก่ผู้บริโภค

ด้วยเหตุนี้ CARRO Automall จึงอยากให้คุณเป็นเจ้าของรถมือสองคุณภาพเยี่ยม กับคุณสมบัติเด่นๆ ด้วยกันถึง 4 เหตุผล ได้แก่ …

4 เหตุผล ที่จะทำให้คุณอยากซื้อรถที่ CARRO Automall แหล่งรวมรถคุณภาพเยี่ยม

1. ตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด เลือกดูรถได้ทุกมุม

สำหรับรถทุกคันที่ CARRO Automall ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุดรอบคัน ตั้งแต่สภาพภายนอกรถ ภายในรถ รวมถึงการใช้ AI วิเคราะห์เสียงเครื่องยนต์ให้ด้วยว่ามีปัญหาหรือไม่ อีกทั้งเกียร์ เบรก ช่วงล่าง ฯลฯ รวมไปถึงเอกสารของรถทุกคัน เราหมั่นตรวจสอบและดูแล เก็บรถในโกดังเป็นอย่างดี จนกระทั่งพร้อมส่งมอบให้คุณในวันรับรถ

และเรายังมาพร้อมเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา คุณสามารถดูผ่านระบบออนไลน์ ได้ทุกเวลาที่ต้องการ!

4 เหตุผล ที่จะทำให้คุณอยากซื้อรถที่ CARRO Automall แหล่งรวมรถคุณภาพเยี่ยม

2. รับประกัน 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร

รถทุกคันที่ผ่านการตรวจสภาพจาก CARRO Automall เรากล้าการันตีคุณภาพยาวนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้า ที่มองหาใช้รถยนต์เพื่อใช้เดินทางในการประกอบอาชีพเป็นหลัก

และเรายังคำนึงถึงความหลากหลายของประเภทรถยนต์ที่มีให้เลือกตามความต้องการ รวมถึงตรงตามงบประมาณที่จำกัดอีกด้วย

4 เหตุผล ที่จะทำให้คุณอยากซื้อรถที่ CARRO Automall แหล่งรวมรถคุณภาพเยี่ยม

3. บริการ Test Drive @Home และซื้อไปแล้ว พร้อมรับคืนรถภายใน 5 วัน

ด้วยกลยุทธ์อย่างการคิดต่างทำต่างของเรา ทาง CARRO Automall ยังมีบริการให้ทดลองขับได้ก่อนตัดสินใจซื้อ และมีบริการส่งรถให้ Test Drive @Home ถึงบ้านอีกด้วย มั่นใจได้ในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพ เพราะเราทำความรถยนต์ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกคัน ทั้งก่อนและหลังการทดสอบรถ

หากท่านใดซื้อรถกับทาง CARRO Automall ไปแล้ว เรายังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย!

4 เหตุผล ที่จะทำให้คุณอยากซื้อรถที่ CARRO Automall แหล่งรวมรถคุณภาพเยี่ยม

4. บริการไฟแนนซ์พร้อม ช่วยให้คุณซื้อรถง่ายขึ้น

เมื่อคุณตกลงปลงใจที่จะซื้อรถกับทาง CARRO Automall คันใดๆ แล้ว แต่ไม่อยากจะซื้อด้วยเงินสด คาร์โร ออโต้มอลล์ ก็พร้อมจะเป็นเพื่อนที่เคียงข้างให้คำปรึกษาคุณเรื่องการจัดไฟแนนซ์ หากกำลังกังวลเรื่องความยุ่งยากในการจัดไฟแนนซ์อยู่ล่ะก็ เลิกกังวลได้เลย ความยุ่งยากต่างๆ จะหมดไป หากมีคาร์โร ออโต้มอลล์ คอยจัดการด้านเอกสาร และดำเนินการให้คุณ!

CARRO Automall ยังมีพันธมิตรทางธุรกิจที่คอยช่วยเหลือในด้านไฟแนนซ์ อย่าง Genie Finance หรือจะเป็นบริษัทในเครือที่ดูแลเรื่องประกันภัยต่างๆ ในนามของ Genie Insurance หรือบริษัท จีนี่ อินชัวรันส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบครบวงจร

แม้ว่าการมีรถยนต์เป็นของตัวเองเป็นความฝันของหลายๆ คน จริงอยู่ที่การซื้อรถไม่เคยเป็นเรื่องเล็ก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ให้คาร์โรเป็นสื่อกลางให้คุณสิ แล้วคุณจะพบว่าการซื้อรถมือสอง ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากวุ่นวายอย่างที่ใครๆ พูดกัน!

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ส่วนช่วงนี้ ใครอยากซื้อรถมือสองสภาพเยี่ยม ราคาเบาๆ CARRO Automall แหล่งรวมรถคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

อีกทั้งเรายังมีบริการ Test Drive @Home ที่พร้อมส่งรถให้ทดลองขับถึงหน้าบ้านคุณ เพื่อความสะดวกในการชมรถถึงบ้าน

สามารถเลือกชมรถด้วยตนเองได้ที่ CARRO Automall ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาดอนเมือง, สาขาเกษตรนวมินทร์ และ CARRO Auction ศรีนครินทร์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 9.30 – 18.30 น. จ้า

สถานที่ตั้งของ CARRO Automall สาขาเกษตร-นวมินทร์

CARRO Automall สาขาเกษตร-นวมินทร์ ตั้งอยู่ ณ ตลาดรถยนต์มอเตอร์ สแควร์ 289/5 บล็อก H2 ถ.ประเสริฐมนูกิจ (แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทร. 02-508-8690

สถานที่ตั้งของ CARRO Automall สาขาดอนเมือง

CARRO Automall สาขาดอนเมือง ตั้งอยู่ ณ 292 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทร. 02-508-8690

สถานที่ตั้งของ CARRO Automall สาขาสวนหลวง

CARRO Automall สาขาสวนหลวง ตั้งอยู่ ณ 37/91 ซ.ศรีนครินทร์ 55 (หมู่บ้านเสรีวิลล่า) (ติดฝั่งสวนหลวง ร.9) ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร. 02-508-8690

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

The-Excise-Department-Deny-Tax-Idea-In-Thailand

อันนี้น่าจะถือว่าเป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่ 2563 ปีแห่งความตื่นเต้นในสังคมไทยอีกปีในหลายๆ เรื่อง อีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่สร้างความน่าสนใจให้กับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย ไม่มีกำลังมากพอ ที่จะเปลี่ยนรถยนต์ใหม่ป้ายแดงได้ทุกๆ 5-10 ปี

นั่นคือ “กรมสรรพสามิต” ดับฝันนายทุนค่ายรถยนต์ในไทยทั้งหลาย ที่ทางโฆษกกรมสรรพสามิตชี้แจงไปก่อนหน้าว่า กรมสรรพสามิต และรัฐบาลไม่เอาด้วย เพราะเสียงต่อต้านจากประชาชนมากแน่ๆ

The-Excise-Department-Deny-Tax-Idea-In-Thailand

ซึ่งนโยบายที่ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำเสนอความต้องการให้รัฐบาลตั้งกองทุนเก็บค่าธรรมเนียมกำจัดรถยนต์เก่า 10 ปี เก็บค่าธรรมเนียมซากรถเก่าที่ไม่ใช้งาน หรือมีมาตรการสนับสนุนให้ซื้อรถใหม่ในราคาพิเศษ โดยผู้ใช้รถยนต์สามารถนำซากรถเก่ามาแยกชิ้นส่วน

ถ้าเห็นข่าวแล้วรู้สึกว่า อยากขายรถเก่า เพื่อเปลี่ยนรถใหม่ หรือรถมือสองที่ปีใหม่ขึ้นมาหน่อย นำรถมาขายที่ CARRO ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express คลิกที่นี่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ดูข่าวเก่า >>> สรุป ข้อดี ข้อเสีย เก็บภาษีรถเก่าอายุเกิน 10 ปี เพื่อกระตุ้นยอดขายรถใหม่ 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ครรชิต ไชยสุโพธิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์

นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้มีนัดหมายว่า จะนำเรื่องนี้เสนอไปยังกรมสรรพสามิต เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่มีเหตุขัดข้อง โดยทางโฆษกกรมสรรพสามิตชี้แจงว่า กรมสรรพสามิต และรัฐบาลไม่มีนโยบายสนับสนุน

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในการประชุมกลุ่มอุตฯยานยนต์ ครั้งหน้า ทางกลุ่มจะหารือเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา ทุกฝ่ายได้คุยกันจนตกผลึกต้องการให้รัฐบาลช่วยสนับสนุน ให้มีการกำจัดรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน หรือซากรถเก่าให้หมดไป รวมถึงรถเก่าเครื่องยนต์เก่ามากๆ ซึ่งปล่อยค่าไอเสียจำนวนมาก เพื่อช่วยลดมลพิษบนท้องถนน และที่สำคัญ หากเจ้าของรถเก่ามีแรงจูงใจทางด้านภาษี หรือสิทธิพิเศษกรณีต้องการเปลี่ยนรถคันใหม่ ก็จะช่วยให้ตลาดรถใหม่มียอดขายมากขึ้น

“เรื่องนี้ทำเองไม่ได้ รัฐบาลต้องให้ความร่วมมือและเข้ามาสนับสนุน เพราะเราวางแนวทางเป็นขั้นตอน ตั้งแต่ขยับจาก กทม. ไปต่างจังหวัด รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ถ้ารัฐบาลเพิกเฉย ทุกอย่างก็จบ ไอเดียที่ระดมสมองกันมาก็คงต้องพับไป อย่าลืมว่าทุกวันนี้รถเก่ามีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ข้อมูลจากกรมขนส่งฯระบุว่า ตั้งแต่ปี 2532 จนถึงสิ้นปี 2562 รถยนต์ในบ้านเรามียอดจดทะเบียนสะสมถึง 40 ล้านคันเข้าไปแล้ว ส่วนรถใหม่ปีหนึ่งๆ ขายเป็นล้านคัน ถ้าไม่มีแนวทางการจัดการที่ดี คงวุ่นวายแน่ๆ”

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวท้ายที่สุดแล้วคงจะต้องรอดูการประชุมกลุ่มในวาระต่อไป ว่าจะมีการนำมาหารือกันอีกรอบหรือไม่ หรือจะพับเก็บไปเลย

ส่วนยอดการผลิตรถยนต์ในปี 2562 ที่ผ่านมานั้น มียอดผลิตรวมราวๆ 2 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตสำหรับตลาดในประเทศ 1 ล้านคัน และส่งออกอีก 1 ล้านคัน จากเดิมคาดว่าการผลิตเพื่อส่งออกจะอยู่ที่ 1.1 ล้านคัน แต่จากสถานการณ์ภาวะสงครามการค้า ทำให้มียอดส่งออกลดลง 20%

ส่วนปี 2563 ประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะใกล้เคียงปีก่อน แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูวันที่ 15 ม.ค. นี้ ที่อเมริกาและจีนจะมีการเซ็นสัญญายุติสงครามการค้าระหว่างกันว่า จะมีความชัดเจนมากน้อยเพียงใด ประกอบกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของค่ายรถต่างๆ โดยเฉพาะ Eco-Car (อีโคคาร์) และกระบะ ว่าจะมีผลขับเคลื่อนกับตลาดได้มากน้อยเพียงใด

The-Excise-Department-Deny-Tax-Idea-In-Thailand

“ปีที่แล้วหลายยี่ห้ออยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสินค้า ทำให้ยอดส่งออก Eco-Car และกระบะหดลง แต่ปีนี้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น รวมทั้งในส่วนของรถจักรยานยนต์เองก็ยังคงได้อานิสงส์จากกลุ่มรถบิ๊กไบค์ ที่ช่วยทำให้มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังสูงอยู่ แม้ว่าจำนวนจะลดลง”

ขณะที่ตลาดในไทย ยังต้องดูสถานการณ์ภัยแล้งว่ารุ่นแรงแค่ไหน แต่เบื้องต้นกลุ่มประเมินว่า ยอดผลิตรถยนต์ของปี 2563 นั้น ใกล้เคียงปีที่แล้ว คือประมาณ 2 ล้านคัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พชร อนันตศิลป์ excise.go.th

ด้านนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ข้อเสนอเรื่องกองทุนรถยนต์เก่า เป็นแนวคิดจากภาคเอกชนที่คิดขึ้นมา โดยมองว่าหากเอกชนต้องการทำ ก็ควรใช้หลักการตลาด ส่วนการจะให้แรงจูงใจด้านภาษีสรรพสามิตคงทำไม่ได้ เนื่องจากหลักการของภาษีสรรพสามิต จะจัดเก็บจากผู้ผลิต ณ โรงงานอุตสาหกรรม เพียงครั้งเดียว ไม่สามารถไปเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นรายปีได้

“รถยนต์เก่าจะใช้กระบวนการต่อทะเบียนผ่านทางกรมการขนส่งทางบกอยู่แล้ว ซึ่งอัตราที่ขนส่งเก็บก็จะเพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงอัตราสูงสุด หลังจากนั้นก็จะเป็นอัตราเดียวต่อไป ส่วนการจะใช้ภาษีสรรพสามิตไปสร้างแรงจูงใจคงทำไม่ได้ เพราะผิดหลักการ” นายพชรกล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก “ประชาชาติธุรกิจ”https://www.prachachat.net/finance/news-407669

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ช่วงไม่กี่วันมานี้ ในโลกโซเชียลมีเดีย มีการถกเถียงกันอย่างดุเดือด ถึงการที่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ตบเท้าหารือกรมสรรพสามิต 16 ธ.ค. นี้ เสนอตั้งกองทุนเก็บค่าธรรมเนียมกำจัดรถยนต์เก่า 10 ปี พร้อมให้สิทธิพิเศษผู้ใช้ซื้อรถใหม่ หวังกระตุ้นยอดขาย ลดมลพิษ …

แนวคิดนี้ เกิดขึ้นจากภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ ในช่วง 10 เดือน ที่ผ่านมา (ม.ค. -ต.ค.) ตัวเลขยอดขายตกลงมาก ทำได้เพียง 838,847 คัน ขยายตัว 0.6%

จนผู้คนออกมาโจมตี ทั้งฝ่ายเอกชนที่ต้องการให้รัฐบาลตั้งกองทุนเก็บค่าธรรมเนียมกำจัดรถยนต์เก่า 10 ปี และภาพลักษณ์ของรัฐบาลตอนนี้ที่เป็นอย่างไร ทุกคนก็รู้ๆ กันอยู่ เลยกลายเป็นกระแสของคนเล่นรถเก่า รักรถเก่า รักรถมือสอง ออกมาด่ารัฐบาลกันเป็นชุด

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ถ้าคุณคิดอยากขายรถเก่ามาก ขยับมาซื้อรถใหม่ หรือรถมือสองที่ปีใหม่ขึ้นมาหน่อย เพราะไม่อยากรับภาระค่าใช้จ่ายที่ตามมาในอนาคต ก็นำรถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express คลิกที่นี่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แนวคิดของการเก็บภาษีรถเก่า อายุเกิน 10 ปี นั้น มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

การจัดเก็บภาษีรถยนต์ประจำปี ของ กรมการขนส่งทางบก

แนวคิดในการจัดเก็บภาษีรถยนต์ ตั้งแต่ในยุคของกองทะเบียน กรมตำรวจ มาจนถึงยุคกรมการขนส่งทางบก ในอดีตนั้น จัดเก็บภาษีตามน้ำหนักรถยนต์ (ทั้งรถเก๋ง, รถกระบะ และรถตู้) ต่อมา ช่วงประมาณปี 2525 กรมการขนส่งทางบก จึงปรับรูปแบบการจัดเก็บภาษีของรถยนต์นั่ง (เฉพาะรถเก๋ง) ใหม่ ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่เก็บตามความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์

ปัจจุบัน มีการจัดเก็บภาษี 4 ประเภทด้วยกัน คือดังนี้

1) จัดเก็บตามกระบอกสูบ ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน

600 ซีซีแรก ซีซี ละ 0.50 บาท
601 – 1,800 ซีซีๆ ละ 1.50 บาท
เกิน 1,800 ซีซีๆ ละ 4.00 บาท

หากเป็นรถที่จดทะเบียนมาแล้ว 5 ปี ให้ได้รับการลดหย่อนภาษีประจำปีในปีต่อๆ ไป ดังนี้

– ปีที่ 6 ร้อยละ 10
– ปีที่ 7 ร้อยละ 20
– ปีที่ 8 ร้อยละ 30
– ปีที่ 9 ร้อยละ 40
– ปีที่ 10 และปีต่อๆ ไป ร้อยละ 50

2) จัดเก็บเป็นรายคัน ได้แก่ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร

– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 100 บาท
– รถจักรยานยนต์สาธารณะ คันละ 100 บาท
– รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 50 บาท
– รถพ่วงนอกจากข้อข้างต้น คันละ 100 บาท
– รถบดถนน คันละ 200 บาท
– รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ 50 บาท

3) จัดเก็บตามน้ำหนัก ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล รถยนต์รับจ้าง

น้ำหนักรถ (กิโลกรัม) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดรถยนต์บริการ รถยนต์รับจ้าง รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลรถลากจูงรถแทรกเตอร์ที่มิได้ใช้ในการเกษตร
ไม่เกิน 500 150 450 185 300
501 – 750 300 750 310 450
751 – 1,000 450 1,050 450 600
1,001 – 1,250 800 1,350 560 750
1,251 – 1,500 1,000 1,650 685 900
1,501 – 1,750 1,300 2,100 875 1,050
1,751 – 2,000 1,600 2,550 1,060 1,350
2,001 – 2,500 1,900 3,000 1,250 1,650
2,501 – 3,000 2,200 3,450 1,435 1,950
3,001 – 3,500 2,400 3,900 1,625 2,250
3,501 – 4,000 2,600 4,350 1,810 2,550
4,001 – 4,500 2,800 4,800 2,000 2,850
4,501 – 5,000 3,000 5,250 2,185 3,150
5,001 – 6,000 3,200 5,700 2,375 3,450
6,001 – 7,000 3,400 6,150 2,560 3,750
7,001 ขึ้นไป 3,600 6,600 2,750 4,050

4) รถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า

– รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักของรถในอัตรารถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน
– รถอื่นนอกจาก 4.1 ให้เก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของรถตามข้อ 2 และ 3

รถใครภาษีขาดเกิน 3 ปี ดูวิธีการต่อภาษี พร้อมจดทะเบียนใหม่ ได้ใน Link นี้ – 3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการต่อทะเบียนรถ “ภาษีขาดเกิน 3 ปี”

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

แล้วภาษีสรรพสามิต ของรถยนต์ป้ายแดงที่ออกใหม่จากโรงงานล่ะ?

ปัจจุบัน กรมสรรพสามิต จัดเก็บภาษีเฉพาะรถยนต์ใหม่ ที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือนำเข้าจากต่างประเทศ โดยจัดเก็บภาษีตามหลักสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดอัตราภาษีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการประหยัดพลังงาน และลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม จากการปล่อย CO2 อันเป็นสาเหตุหลักให้เกิดสภาวะโลกร้อน และฝุ่น PM 2.5

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ข้อดี ของ แนวคิดของการเก็บภาษีรถเก่า อายุเกิน 10 ปี

  • ปริมาณรถยนต์เก่าในบ้านเราลดลง เพราะผู้คนส่วนหนึ่ง ยอมขายรถเก่าทิ้ง เนื่องจากสู้กับภาษีที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว
  • ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์รถยนต์ น้อยลง
  • ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ มียอดขายรถยนต์ใหม่มากขึ้น กับบรรดาผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น
  • ซากรถคันเก่า จะเข้าสู่กระบวนการกำจัดซากที่ได้มาตรฐาน แบบโรงงานรีไซเคิลรถยนต์ เช่นในประเทศจีน หรือ ญี่ปุ่น และได้รับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนคืนพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะเป็นการลดภาษีสรรพสามิตของรถใหม่ ที่จะซื้อออกไป

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ข้อเสีย ของ แนวคิดของการเก็บภาษีรถเก่า อายุเกิน 10 ปี

  • ผู้บริโภคต้องยอมซื้อรถยนต์ป้ายแดงคันใหม่ ในราคาจำหน่ายที่แพงกว่าหลายประเทศทั่วโลกพอสมควร ทั้งๆ ที่ ซื้อรถมือสองคุณภาพดี (แต่อายุมากหน่อย) ซึ่งคุ้มค่าเงินกว่า
  • ไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน รายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ มิได้มากพอที่จะสามารถเปลี่ยนรถยนต์ได้ทุกๆ 5-10 ปี เนื่องจากรถยนต์ใหม่ ก็มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว
  • บางคนอาจใช้เวลาในการผ่อนรถยนต์ นานถึง 6-7 ปี พอผ่อนหมด ใช้งานได้อีก 3 ปี ก็ต้องเจอการปรับภาษีรถยนต์ที่สูงขึ้น ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น
  • ในต่างประเทศ ที่เป็นทั้งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง สามารถทำราคาจำหน่ายรถยนต์ที่เหมาะสมได้ ซึ่งต่างไปจากบ้านเรา
  • รถเก่าหลายคัน อายุมากแล้ว แต่ถ้าได้รับการดูแลรักษาที่ดี ก็ยังน่าใช้ไม่แพ้รถใหม่ๆ
  • คนที่มีรถยนต์มากกว่า 1 คัน และถ้าเป็นรถยนต์เก่า ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่อปีมากขึ้น
  • ระบบขนส่งมวลชน เช่น รถเมล์ ที่มีอายุมากถึง 20-40 ปี สภาพเก่าโทรม ควันดำ ยังวิ่งให้บริการผู้คนในเมืองใหญ่ ค่อนข้างย้อนแย้งกับข้อเสนอในการลดมลพิษ

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

สำหรับตัวเลขของ กรมการขนส่งทางบก พบว่า รถยนต์เก่าอายุเกิน 10 ปี ที่จดทะเบียนก่อนปี 2552 ในปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ 26 ล้านคัน จำนวนนี้ เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 9 ล้านคัน แยกออกได้เป็น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน 4.07 ล้านคัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน 3.8 แสนคัน และรถกระบะ 4.6 ล้านคัน

คือต้องบอกก่อนว่า แนวคิดนี้ “ดี” ในประเทศที่ “พัฒนาแล้ว” คุณภาพชีวิตประชาชนดี มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง มีค่าครองชีพสูง และมีระบบขนส่งมวลชนที่ได้คุณภาพ จนทำให้รู้สึกว่า ไม่มีรถยนต์ใช้งาน ชีวิตก็ไม่ลำบากในการเดินทาง

【短期連載】「ユーザー車検」必勝マニュアル『初心者は検査ラインでハザードを点灯』(その3)

การตรวจสภาพรถ ของประเทศญี่ปุ่น

เช่น ในประเทศญี่ปุ่น รถยนต์ใหม่มีราคาถูกกว่าในไทยมาก แต่เมื่อคุณใช้รถยนต์ไปจนถึงปีที่ 4 นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียน คุณก็ต้องนำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ (ของญี่ปุ่นเรียกว่า “車検” Shaken = ชาเกง) ซึ่งคล้ายกับ ตรอ. ในบ้านเรา เป็นการตรวจสภาพรถยนต์ทุกๆ 2 ปี แต่มีความละเอียดในการตรวจสอบรถยนต์มากกว่ามาก และค่าตรวจสภาพที่ค่อนข้างแพงมาก ครั้งนึงต้องจ่ายหลายหมื่นเยนเลยทีเดียว

ซึ่งถ้าตรวจสภาพรถไม่ผ่าน ก็ต้องกลับไปซ่อมแซมแก้ไข เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก (โดยการตรวจสภาพรถนี้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ภาษีรถยนต์ ที่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของรถ, ประกันภัยรถยนต์ 24 เดือน, ภาษีค่าใช้ถนน และค่าอากร เป็นต้น)

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2019/11/29220240/40ac879c58a8b005491a1f3d4ed1ec38.jpg

อัตราค่าตรวจสภาพรถ ของประเทศญี่ปุ่น

และยิ่งรถเก่ามากเท่าไหร่ ค่าตรวจสภาพก็ยิ่งสูงมากขึ้น ทำให้คนญี่ปุ่นหลายคนรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ค่าซ่อมก็ไม่คุ้ม เพราะค่าซ่อมแพงกว่าซื้อรถใหม่ แถมตอนลากเอาไปทิ้ง ต้องเสียเงินค่ากำจัดขยะอีก

https://www.ft.com/__origami/service/image/v2/images/raw/https%3A%2F%2Fs3-ap-northeast-1.amazonaws.com%2Fpsh-ex-ftnikkei-3937bb4%2Fimages%2F3%2F7%2F5%2F9%2F8909573-1-eng-GB%2F20140609_Myanmar1.jpg?source=nar-cms

รถมือสองเก่าจากญี่ปุ่น ที่อยู่ในประเทศพม่า

ด้วยเหตุนี้ จึงมีพ่อค้ารถมือสอง ทำธุรกิจส่งรถยนต์เก่าจากญี่ปุ่น ไปขายที่ภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย พม่า หรือแถบโอเชียเนีย แถบแคริเบียน หรือประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวากันมากมาย จนบางทีก็ตัดขายเป็นอะไหล่ แบบเชียงกงในบ้านเรา หรือขับไปทิ้งเป็นซาก อยู่ตามป่าตามเขาในต่างจังหวัด ยังดีกว่า (คนญี่ปุ่นขี้เหนียวก็เยอะนะ! รู้ว่าค่าใช้จ่ายแพง ทิ้งแล้วซื้อใหม่คุ้มกว่า)

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จึงใช้รถยนต์เฉลี่ยประมาณ 5-7 ปี ก็เปลี่ยนคันใหม่แล้ว

แต่ถ้าในบ้านเรา หากมีการบังคับใช้จริงๆ แล้วล่ะก็ คนที่จะเดือดร้อนจำนวนมาก ก็คงหนีไม่พ้นคนไทยส่วนใหญ่ ที่ใช้รถเก่า และรถมือสอง นี่ล่ะครับ …

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

ตรวจสภาพรถ, ยางรถยนต์, ผ้าเบรค, พรบ รถยนต์

เทคนิคในการขับขี่อย่างปลอดภัย ทุกสภาวะถนน

ประเทศไทยของเรานั้น ประกอบไปด้วย 3 ฤดู คือ หน้าร้อน หน้าฝน และหน้าหนาว แต่ในปัจจุบัน สภาพอากาศเริ่มแปรปรวนมากขึ้นจนไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะในบางวัน ก็ทั้งอากาศร้อนและฝนตกในวันเดียวกัน! ด้วยเหตุนี้ Carro จึงขอแนะนำ เคล็ด(ไม่)ลับในการขับขี่อย่างปลอดภัย ในทุกสภาพอากาศมาฝากผู้อ่านกันค่ะ

1.ตรวจเช็คสภาพรถเสมอ

คุณควรตรวจเช็คทุกๆ ส่วน โดยเฉพาะดอกยางรถ ยางใบปัดน้ำฝน ระดับน้ำหม้อพักฉีดกระจก ไฟหน้า ไฟตัดหมอก ไฟเลี้ยว และผ้าเบรก ว่าสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ เพื่อเตรียมรถให้พร้อมใช้งานแม้ในวันที่ฝนตก และทุกสภาวะถนน

2.ลดความเร็วในการขับขี่

โดยปกติเราไม่ควรขับรถเกินความเร็วมาตรฐานอยู่แล้ว และควรลดความเร็วลงอีกในขณะที่ฝนตก เนื่องจากจะช่วยให้ระยะในการเบรกยาวขึ้น เพราะพื้นถนนที่เปียกจะทำให้ลื่นและอันตราย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเหินน้ำได้อีกด้วย

3.หลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วม

การที่ฝนตกหนักหรือตกเป็นเวลานาน อาจทำให้น้ำท่วมถนนได้ และเมื่อน้ำท่วมถนน คุณก็จะคาดเดาไม่ได้ว่าน้ำท่วมสูงแค่ไหน ซึ่งอันตรายต่อรถ เพราะเราไม่ทราบว่าสภาพพื้นถนนที่เรากำลังขับขี่อยู่เป็นอย่างไร และหากน้ำเข้าท่อไอเสียและเครื่องยนต์ ก็จะทำให้รถยนต์ของคุณดับกลางคันด้วย

4.ขับช้าๆ แม้ฝนหยุดตกแล้ว

หลังจากฝนตก จะมีคราบน้ำมันที่ตกค้างบนพื้นถนนก่อตัวขึ้นมาใหม่ ทำให้พื้นถนนลื่นยิ่งขึ้น ซึ่งคราบน้ำมันจากรถยนต์จะมีมากบริเวณสี่แยกหรือไฟจราจร เพราะฉะนั้น คุณยังคงต้องขับรถอย่างระมัดระวังแม้ฝนหยุดตกแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการลื่นไถลบนพื้นถนนนั่นเอง

5.อย่าลืมเปิดไฟหน้ารถ

เมื่อต้องขับรถในช่วงกลางคืน การเปิดไฟหน้ารถคือสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้คุณมองเห็นได้ชัดเจน และรถคันอื่นๆ จะได้มองเห็นรถคุณด้วย และหากต้องขับขี่บนถนนลูกรังหรือเส้นทางเปลี่ยว อย่าลืมเปิดไฟสูงขณะขับขี่และลดไฟต่ำลงเมื่อมีรถขับสวนมา

6.ไม่ขับขี่เมื่อมีอาการง่วงหรือมึนเมา

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การขับขี่ในช่วงกลางคืนอันตรายกว่ากลางวัน คือ ผู้ขับขี่มีอาการง่วงหรือมึนเมา ซึ่งผู้ขับขี่เหล่านี้มักจะละเมิดกฏจราจร บางครั้งถึงขั้นเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดสัญญาณไฟ! ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากอุบัติเหตุในช่วงกลางคืนได้ ก็คือ หากเห็นรถยนต์คันอื่นมีท่าทีการขับขี่ที่อันตราย คุณควรเว้นระยะห่างจากรถยนต์คันดังกล่าวและขับให้ช้าลง

และที่สำคัญก็คือ คุณไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในขณะขับขี่ซะเอง ถ้าหากมีอาการง่วงหรืองัวเงีย ก็ควรจอดแวะพักที่ปั๊ม ล้างหน้าล้างตาหรือนอนพักสักหน่อย แล้วตั้งสติก่อนสตาร์ท หากปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ ก็จะปลอดภัยทั้งคนทั้งรถอย่างแน่นอนค่ะ

8-Checklists-Trip-In-Songkran-Day

ในช่วงสงกรานต์นี้ CARRO มีคำแนะนำดีๆ ให้กับผู้ขับขี่รถทุกประเภท ไม่ว่าจะผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป ผู้ที่ขับรถโดยสาร รวมถึงผู้ใช้บริการรถโดยสารด้วย เพื่อการเตรียมตัวและเตรียมรถยนต์ของคุณให้พร้อม สำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือทริปต่างๆ ในอนาคต เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุบนถนน ถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

1. เตรียมร่างกายให้พร้อม

สำหรับคนขับรถทุกคน ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง ถึงแม้จะขับรถหรือเดินทางตอนกลางวันก็ตาม เพราะคุณสามารถเกิดอาการง่วงในช่วงบ่ายหลังจากทานข้าวเสร็จ ฉะนั้น และแม้ว่าจะนอนหลับเพียงพอก็อย่ากินเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงนอนจนอาจเกิดอาการหลับใน ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

2. เช็กสภาพรถ

ก่อนการเดินทาง ควรตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อม โดยเฉพาะระบบเบรค เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง ไฟสัญญาณ ไฟหน้า ไฟท้าย ที่ปัดน้ำฝน ลมยาง ตรวจเช็กว่าทุกส่วนทำงานปกติหรือไม่ ถ้าเป็นรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ควรตรวจสอบให้ละเอียด เนื่องจากอาจมีปัญหาหลายอย่างที่เราไม่เคยทราบ และควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง จะได้เดินทางยาวๆ อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด

3. เช็กจำนวนผู้ร่วมเดินทาง

ถ้าหากคุณเดินทางไปกับเพื่อนเป็นหมู่คณะ หรือมีสมาชิกครอบครัวจำนวนเยอะๆ การเลือกใช้รถให้เหมาะสมกับจำนวนคนก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะทุกคนจะได้มี Space ที่พอดี ไม่เบียดจนอึดอัด หรือไม่ใช้รถหลายคันเกินไป เพราะต้องขับรถรอต่อท้ายกัน ซึ่งสิ้นเปลืองน้ำมัน และทำให้การเดินทางล่าช้า

4. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ในยุคนี้ เกือบทุกคนก็คงอยากเก็บภาพความประทับใจในทุกๆทริป ไปอวดเพื่อนๆใน Social Media กันอย่างแน่นอน สิ่งที่คุณก็ต้องทำก็แค่เตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้พร้อม! เช่น กล้องชนิดต่างๆ โทรศัพท์ โดรน แบตเตอรี่สำรองและเมมโมรี่การ์ด

ในยุคนี้สมัยนี้ ถ้าคุณยังไม่มี Gadgets เป็นของตัวเองก็สามารถเช่าได้! และทุกอย่างควรเตรียมให้เพียงพอกับความต้องการในการใช้งาน คุณจะได้ไม่หมดสนุกกลางคัน

5. ศึกษาเส้นทาง

ก่อนออกเดินทางทุกๆครั้ง คุณควรศึกษาเส้นทางหรือเลือกเส้นทางที่จะใช้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะในช่วงเทศกาลปริมาณผู้คนและรถบนท้องถนนจะเยอะสุดๆ หากหลงทางจะทำให้เสียเวลาและอารมณ์เสียได้

6. ขับความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

เพราะการขับรถเร็ว จะเพิ่มโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เสมอ ด้วยความเร็วที่มากเกินไปจะทำให้คุณแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน ซึ่งอุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ การขับรถที่ 80 กม./ชม. ก็ถือว่ามีความเร็ว แต่คุณก็ยังสามารถเบรคเพื่อแก้ปัญหาหรือสถานการณ์ได้ทัน

ซึ่งถ้าคุณขับเร็วมากกว่านี้แล้วต้องหักหลบหรือเบรคกระทันหัน ก็จะทำให้ท้ายรถปัดจนเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้น อย่าขับรถเร็วเกินความจำเป็นหรือขับรถช้าเกินไป เพราะจะสร้างความรำคาญให้รถคันอื่นๆได้เช่นกัน

7. หยุดพักเป็นระยะ

เพื่อเป็นการผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง คุณอาจจะแวะปั้ม เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าให้รู้สึกสดชื่น ยืดเส้นยืดสาย หรือซื้อกาแฟดื่มเพิ่มความกระฉับกระเฉงขณะขับรถ เพื่อไม่ให้เกิดอาการหลับใน แต่สำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ทานแล้วง่วงหรือใจสั่น ก็เปลี่ยนไปทานน้ำผลไม้เพิ่มความสดชื่นแทนได้ค่ะ

8. เลือกเวลาในการเดินทาง

หากเป็นไปได้คุณควรเดินทางในช่วงกลางวัน ไม่ใช่ช่วงกลางคืน เพราะตอนกลางคืนทัศนวิสัยไม่ดี คนขับมีโอกาสผิดพลาดเยอะกว่า คุณจึงควรเลือกช่วงเวลาที่คนขับรถจะขับรถได้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง และควรเลี่ยงเวลาโพล้เพล้เพราะช่วงเวลาตี 4 ถึง 6 โมงเช้า และช่วง 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วงที่แสงกำลังเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้คนขับรถอาจมองสิ่งต่างๆ ผิดพลาดได้

สำหรับผู้โดยสาร

คุณควรเลือกการเดินทางที่ปลอดภัยมากกว่าราคาถูก ยิ่งถ้าได้นั่งในรถที่มีเข็มขัดนิรภัยได้จะยิ่งดี เนื่องจากเวลารถเบรก เราจะไม่กระแทกกับเบาะด้านหน้าหรือกระจก ซึ่งช่วยไม่ให้เกิดการบาดเจ็บได้ส่วนหนึ่ง และควรเลือกรถโดยสารประจำทางหรือสายการบินที่คุณไว้ใจมากที่สุด เพราะจะลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้

การหาข้อมูลเปรียบเทียบข้อดี, ข้อเสียของรถแต่ละสาย หรือระหว่างสายการบิน จะเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นมากค่ะ