The-Excise-Department-Deny-Tax-Idea-In-Thailand

อันนี้น่าจะถือว่าเป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่ 2563 ปีแห่งความตื่นเต้นในสังคมไทยอีกปีในหลายๆ เรื่อง อีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่สร้างความน่าสนใจให้กับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย ไม่มีกำลังมากพอ ที่จะเปลี่ยนรถยนต์ใหม่ป้ายแดงได้ทุกๆ 5-10 ปี

นั่นคือ “กรมสรรพสามิต” ดับฝันนายทุนค่ายรถยนต์ในไทยทั้งหลาย ที่ทางโฆษกกรมสรรพสามิตชี้แจงไปก่อนหน้าว่า กรมสรรพสามิต และรัฐบาลไม่เอาด้วย เพราะเสียงต่อต้านจากประชาชนมากแน่ๆ

The-Excise-Department-Deny-Tax-Idea-In-Thailand

ซึ่งนโยบายที่ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำเสนอความต้องการให้รัฐบาลตั้งกองทุนเก็บค่าธรรมเนียมกำจัดรถยนต์เก่า 10 ปี เก็บค่าธรรมเนียมซากรถเก่าที่ไม่ใช้งาน หรือมีมาตรการสนับสนุนให้ซื้อรถใหม่ในราคาพิเศษ โดยผู้ใช้รถยนต์สามารถนำซากรถเก่ามาแยกชิ้นส่วน

ถ้าเห็นข่าวแล้วรู้สึกว่า อยากขายรถเก่า เพื่อเปลี่ยนรถใหม่ หรือรถมือสองที่ปีใหม่ขึ้นมาหน่อย นำรถมาขายที่ CARRO ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express คลิกที่นี่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ดูข่าวเก่า >>> สรุป ข้อดี ข้อเสีย เก็บภาษีรถเก่าอายุเกิน 10 ปี เพื่อกระตุ้นยอดขายรถใหม่ 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ครรชิต ไชยสุโพธิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์

นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้มีนัดหมายว่า จะนำเรื่องนี้เสนอไปยังกรมสรรพสามิต เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่มีเหตุขัดข้อง โดยทางโฆษกกรมสรรพสามิตชี้แจงว่า กรมสรรพสามิต และรัฐบาลไม่มีนโยบายสนับสนุน

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในการประชุมกลุ่มอุตฯยานยนต์ ครั้งหน้า ทางกลุ่มจะหารือเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา ทุกฝ่ายได้คุยกันจนตกผลึกต้องการให้รัฐบาลช่วยสนับสนุน ให้มีการกำจัดรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน หรือซากรถเก่าให้หมดไป รวมถึงรถเก่าเครื่องยนต์เก่ามากๆ ซึ่งปล่อยค่าไอเสียจำนวนมาก เพื่อช่วยลดมลพิษบนท้องถนน และที่สำคัญ หากเจ้าของรถเก่ามีแรงจูงใจทางด้านภาษี หรือสิทธิพิเศษกรณีต้องการเปลี่ยนรถคันใหม่ ก็จะช่วยให้ตลาดรถใหม่มียอดขายมากขึ้น

“เรื่องนี้ทำเองไม่ได้ รัฐบาลต้องให้ความร่วมมือและเข้ามาสนับสนุน เพราะเราวางแนวทางเป็นขั้นตอน ตั้งแต่ขยับจาก กทม. ไปต่างจังหวัด รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ถ้ารัฐบาลเพิกเฉย ทุกอย่างก็จบ ไอเดียที่ระดมสมองกันมาก็คงต้องพับไป อย่าลืมว่าทุกวันนี้รถเก่ามีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ข้อมูลจากกรมขนส่งฯระบุว่า ตั้งแต่ปี 2532 จนถึงสิ้นปี 2562 รถยนต์ในบ้านเรามียอดจดทะเบียนสะสมถึง 40 ล้านคันเข้าไปแล้ว ส่วนรถใหม่ปีหนึ่งๆ ขายเป็นล้านคัน ถ้าไม่มีแนวทางการจัดการที่ดี คงวุ่นวายแน่ๆ”

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวท้ายที่สุดแล้วคงจะต้องรอดูการประชุมกลุ่มในวาระต่อไป ว่าจะมีการนำมาหารือกันอีกรอบหรือไม่ หรือจะพับเก็บไปเลย

ส่วนยอดการผลิตรถยนต์ในปี 2562 ที่ผ่านมานั้น มียอดผลิตรวมราวๆ 2 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตสำหรับตลาดในประเทศ 1 ล้านคัน และส่งออกอีก 1 ล้านคัน จากเดิมคาดว่าการผลิตเพื่อส่งออกจะอยู่ที่ 1.1 ล้านคัน แต่จากสถานการณ์ภาวะสงครามการค้า ทำให้มียอดส่งออกลดลง 20%

ส่วนปี 2563 ประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะใกล้เคียงปีก่อน แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูวันที่ 15 ม.ค. นี้ ที่อเมริกาและจีนจะมีการเซ็นสัญญายุติสงครามการค้าระหว่างกันว่า จะมีความชัดเจนมากน้อยเพียงใด ประกอบกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของค่ายรถต่างๆ โดยเฉพาะ Eco-Car (อีโคคาร์) และกระบะ ว่าจะมีผลขับเคลื่อนกับตลาดได้มากน้อยเพียงใด

The-Excise-Department-Deny-Tax-Idea-In-Thailand

“ปีที่แล้วหลายยี่ห้ออยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสินค้า ทำให้ยอดส่งออก Eco-Car และกระบะหดลง แต่ปีนี้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น รวมทั้งในส่วนของรถจักรยานยนต์เองก็ยังคงได้อานิสงส์จากกลุ่มรถบิ๊กไบค์ ที่ช่วยทำให้มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังสูงอยู่ แม้ว่าจำนวนจะลดลง”

ขณะที่ตลาดในไทย ยังต้องดูสถานการณ์ภัยแล้งว่ารุ่นแรงแค่ไหน แต่เบื้องต้นกลุ่มประเมินว่า ยอดผลิตรถยนต์ของปี 2563 นั้น ใกล้เคียงปีที่แล้ว คือประมาณ 2 ล้านคัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พชร อนันตศิลป์ excise.go.th

ด้านนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ข้อเสนอเรื่องกองทุนรถยนต์เก่า เป็นแนวคิดจากภาคเอกชนที่คิดขึ้นมา โดยมองว่าหากเอกชนต้องการทำ ก็ควรใช้หลักการตลาด ส่วนการจะให้แรงจูงใจด้านภาษีสรรพสามิตคงทำไม่ได้ เนื่องจากหลักการของภาษีสรรพสามิต จะจัดเก็บจากผู้ผลิต ณ โรงงานอุตสาหกรรม เพียงครั้งเดียว ไม่สามารถไปเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นรายปีได้

“รถยนต์เก่าจะใช้กระบวนการต่อทะเบียนผ่านทางกรมการขนส่งทางบกอยู่แล้ว ซึ่งอัตราที่ขนส่งเก็บก็จะเพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงอัตราสูงสุด หลังจากนั้นก็จะเป็นอัตราเดียวต่อไป ส่วนการจะใช้ภาษีสรรพสามิตไปสร้างแรงจูงใจคงทำไม่ได้ เพราะผิดหลักการ” นายพชรกล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก “ประชาชาติธุรกิจ”https://www.prachachat.net/finance/news-407669

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ช่วงไม่กี่วันมานี้ ในโลกโซเชียลมีเดีย มีการถกเถียงกันอย่างดุเดือด ถึงการที่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ตบเท้าหารือกรมสรรพสามิต 16 ธ.ค. นี้ เสนอตั้งกองทุนเก็บค่าธรรมเนียมกำจัดรถยนต์เก่า 10 ปี พร้อมให้สิทธิพิเศษผู้ใช้ซื้อรถใหม่ หวังกระตุ้นยอดขาย ลดมลพิษ …

แนวคิดนี้ เกิดขึ้นจากภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ ในช่วง 10 เดือน ที่ผ่านมา (ม.ค. -ต.ค.) ตัวเลขยอดขายตกลงมาก ทำได้เพียง 838,847 คัน ขยายตัว 0.6%

จนผู้คนออกมาโจมตี ทั้งฝ่ายเอกชนที่ต้องการให้รัฐบาลตั้งกองทุนเก็บค่าธรรมเนียมกำจัดรถยนต์เก่า 10 ปี และภาพลักษณ์ของรัฐบาลตอนนี้ที่เป็นอย่างไร ทุกคนก็รู้ๆ กันอยู่ เลยกลายเป็นกระแสของคนเล่นรถเก่า รักรถเก่า รักรถมือสอง ออกมาด่ารัฐบาลกันเป็นชุด

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ถ้าคุณคิดอยากขายรถเก่ามาก ขยับมาซื้อรถใหม่ หรือรถมือสองที่ปีใหม่ขึ้นมาหน่อย เพราะไม่อยากรับภาระค่าใช้จ่ายที่ตามมาในอนาคต ก็นำรถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express คลิกที่นี่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แนวคิดของการเก็บภาษีรถเก่า อายุเกิน 10 ปี นั้น มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

การจัดเก็บภาษีรถยนต์ประจำปี ของ กรมการขนส่งทางบก

แนวคิดในการจัดเก็บภาษีรถยนต์ ตั้งแต่ในยุคของกองทะเบียน กรมตำรวจ มาจนถึงยุคกรมการขนส่งทางบก ในอดีตนั้น จัดเก็บภาษีตามน้ำหนักรถยนต์ (ทั้งรถเก๋ง, รถกระบะ และรถตู้) ต่อมา ช่วงประมาณปี 2525 กรมการขนส่งทางบก จึงปรับรูปแบบการจัดเก็บภาษีของรถยนต์นั่ง (เฉพาะรถเก๋ง) ใหม่ ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่เก็บตามความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์

ปัจจุบัน มีการจัดเก็บภาษี 4 ประเภทด้วยกัน คือดังนี้

1) จัดเก็บตามกระบอกสูบ ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน

600 ซีซีแรก ซีซี ละ 0.50 บาท
601 – 1,800 ซีซีๆ ละ 1.50 บาท
เกิน 1,800 ซีซีๆ ละ 4.00 บาท

หากเป็นรถที่จดทะเบียนมาแล้ว 5 ปี ให้ได้รับการลดหย่อนภาษีประจำปีในปีต่อๆ ไป ดังนี้

– ปีที่ 6 ร้อยละ 10
– ปีที่ 7 ร้อยละ 20
– ปีที่ 8 ร้อยละ 30
– ปีที่ 9 ร้อยละ 40
– ปีที่ 10 และปีต่อๆ ไป ร้อยละ 50

2) จัดเก็บเป็นรายคัน ได้แก่ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร

– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 100 บาท
– รถจักรยานยนต์สาธารณะ คันละ 100 บาท
– รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 50 บาท
– รถพ่วงนอกจากข้อข้างต้น คันละ 100 บาท
– รถบดถนน คันละ 200 บาท
– รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ 50 บาท

3) จัดเก็บตามน้ำหนัก ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล รถยนต์รับจ้าง

น้ำหนักรถ (กิโลกรัม) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดรถยนต์บริการ รถยนต์รับจ้าง รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลรถลากจูงรถแทรกเตอร์ที่มิได้ใช้ในการเกษตร
ไม่เกิน 500 150 450 185 300
501 – 750 300 750 310 450
751 – 1,000 450 1,050 450 600
1,001 – 1,250 800 1,350 560 750
1,251 – 1,500 1,000 1,650 685 900
1,501 – 1,750 1,300 2,100 875 1,050
1,751 – 2,000 1,600 2,550 1,060 1,350
2,001 – 2,500 1,900 3,000 1,250 1,650
2,501 – 3,000 2,200 3,450 1,435 1,950
3,001 – 3,500 2,400 3,900 1,625 2,250
3,501 – 4,000 2,600 4,350 1,810 2,550
4,001 – 4,500 2,800 4,800 2,000 2,850
4,501 – 5,000 3,000 5,250 2,185 3,150
5,001 – 6,000 3,200 5,700 2,375 3,450
6,001 – 7,000 3,400 6,150 2,560 3,750
7,001 ขึ้นไป 3,600 6,600 2,750 4,050

4) รถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า

– รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักของรถในอัตรารถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน
– รถอื่นนอกจาก 4.1 ให้เก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของรถตามข้อ 2 และ 3

รถใครภาษีขาดเกิน 3 ปี ดูวิธีการต่อภาษี พร้อมจดทะเบียนใหม่ ได้ใน Link นี้ – 3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการต่อทะเบียนรถ “ภาษีขาดเกิน 3 ปี”

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

แล้วภาษีสรรพสามิต ของรถยนต์ป้ายแดงที่ออกใหม่จากโรงงานล่ะ?

ปัจจุบัน กรมสรรพสามิต จัดเก็บภาษีเฉพาะรถยนต์ใหม่ ที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือนำเข้าจากต่างประเทศ โดยจัดเก็บภาษีตามหลักสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดอัตราภาษีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการประหยัดพลังงาน และลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม จากการปล่อย CO2 อันเป็นสาเหตุหลักให้เกิดสภาวะโลกร้อน และฝุ่น PM 2.5

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ข้อดี ของ แนวคิดของการเก็บภาษีรถเก่า อายุเกิน 10 ปี

  • ปริมาณรถยนต์เก่าในบ้านเราลดลง เพราะผู้คนส่วนหนึ่ง ยอมขายรถเก่าทิ้ง เนื่องจากสู้กับภาษีที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว
  • ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์รถยนต์ น้อยลง
  • ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ มียอดขายรถยนต์ใหม่มากขึ้น กับบรรดาผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น
  • ซากรถคันเก่า จะเข้าสู่กระบวนการกำจัดซากที่ได้มาตรฐาน แบบโรงงานรีไซเคิลรถยนต์ เช่นในประเทศจีน หรือ ญี่ปุ่น และได้รับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนคืนพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะเป็นการลดภาษีสรรพสามิตของรถใหม่ ที่จะซื้อออกไป

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ข้อเสีย ของ แนวคิดของการเก็บภาษีรถเก่า อายุเกิน 10 ปี

  • ผู้บริโภคต้องยอมซื้อรถยนต์ป้ายแดงคันใหม่ ในราคาจำหน่ายที่แพงกว่าหลายประเทศทั่วโลกพอสมควร ทั้งๆ ที่ ซื้อรถมือสองคุณภาพดี (แต่อายุมากหน่อย) ซึ่งคุ้มค่าเงินกว่า
  • ไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน รายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ มิได้มากพอที่จะสามารถเปลี่ยนรถยนต์ได้ทุกๆ 5-10 ปี เนื่องจากรถยนต์ใหม่ ก็มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว
  • บางคนอาจใช้เวลาในการผ่อนรถยนต์ นานถึง 6-7 ปี พอผ่อนหมด ใช้งานได้อีก 3 ปี ก็ต้องเจอการปรับภาษีรถยนต์ที่สูงขึ้น ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น
  • ในต่างประเทศ ที่เป็นทั้งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง สามารถทำราคาจำหน่ายรถยนต์ที่เหมาะสมได้ ซึ่งต่างไปจากบ้านเรา
  • รถเก่าหลายคัน อายุมากแล้ว แต่ถ้าได้รับการดูแลรักษาที่ดี ก็ยังน่าใช้ไม่แพ้รถใหม่ๆ
  • คนที่มีรถยนต์มากกว่า 1 คัน และถ้าเป็นรถยนต์เก่า ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่อปีมากขึ้น
  • ระบบขนส่งมวลชน เช่น รถเมล์ ที่มีอายุมากถึง 20-40 ปี สภาพเก่าโทรม ควันดำ ยังวิ่งให้บริการผู้คนในเมืองใหญ่ ค่อนข้างย้อนแย้งกับข้อเสนอในการลดมลพิษ

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

สำหรับตัวเลขของ กรมการขนส่งทางบก พบว่า รถยนต์เก่าอายุเกิน 10 ปี ที่จดทะเบียนก่อนปี 2552 ในปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ 26 ล้านคัน จำนวนนี้ เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 9 ล้านคัน แยกออกได้เป็น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน 4.07 ล้านคัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน 3.8 แสนคัน และรถกระบะ 4.6 ล้านคัน

คือต้องบอกก่อนว่า แนวคิดนี้ “ดี” ในประเทศที่ “พัฒนาแล้ว” คุณภาพชีวิตประชาชนดี มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง มีค่าครองชีพสูง และมีระบบขนส่งมวลชนที่ได้คุณภาพ จนทำให้รู้สึกว่า ไม่มีรถยนต์ใช้งาน ชีวิตก็ไม่ลำบากในการเดินทาง

【短期連載】「ユーザー車検」必勝マニュアル『初心者は検査ラインでハザードを点灯』(その3)

การตรวจสภาพรถ ของประเทศญี่ปุ่น

เช่น ในประเทศญี่ปุ่น รถยนต์ใหม่มีราคาถูกกว่าในไทยมาก แต่เมื่อคุณใช้รถยนต์ไปจนถึงปีที่ 4 นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียน คุณก็ต้องนำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ (ของญี่ปุ่นเรียกว่า “車検” Shaken = ชาเกง) ซึ่งคล้ายกับ ตรอ. ในบ้านเรา เป็นการตรวจสภาพรถยนต์ทุกๆ 2 ปี แต่มีความละเอียดในการตรวจสอบรถยนต์มากกว่ามาก และค่าตรวจสภาพที่ค่อนข้างแพงมาก ครั้งนึงต้องจ่ายหลายหมื่นเยนเลยทีเดียว

ซึ่งถ้าตรวจสภาพรถไม่ผ่าน ก็ต้องกลับไปซ่อมแซมแก้ไข เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก (โดยการตรวจสภาพรถนี้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ภาษีรถยนต์ ที่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของรถ, ประกันภัยรถยนต์ 24 เดือน, ภาษีค่าใช้ถนน และค่าอากร เป็นต้น)

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2019/11/29220240/40ac879c58a8b005491a1f3d4ed1ec38.jpg

อัตราค่าตรวจสภาพรถ ของประเทศญี่ปุ่น

และยิ่งรถเก่ามากเท่าไหร่ ค่าตรวจสภาพก็ยิ่งสูงมากขึ้น ทำให้คนญี่ปุ่นหลายคนรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ค่าซ่อมก็ไม่คุ้ม เพราะค่าซ่อมแพงกว่าซื้อรถใหม่ แถมตอนลากเอาไปทิ้ง ต้องเสียเงินค่ากำจัดขยะอีก

https://www.ft.com/__origami/service/image/v2/images/raw/https%3A%2F%2Fs3-ap-northeast-1.amazonaws.com%2Fpsh-ex-ftnikkei-3937bb4%2Fimages%2F3%2F7%2F5%2F9%2F8909573-1-eng-GB%2F20140609_Myanmar1.jpg?source=nar-cms

รถมือสองเก่าจากญี่ปุ่น ที่อยู่ในประเทศพม่า

ด้วยเหตุนี้ จึงมีพ่อค้ารถมือสอง ทำธุรกิจส่งรถยนต์เก่าจากญี่ปุ่น ไปขายที่ภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย พม่า หรือแถบโอเชียเนีย แถบแคริเบียน หรือประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวากันมากมาย จนบางทีก็ตัดขายเป็นอะไหล่ แบบเชียงกงในบ้านเรา หรือขับไปทิ้งเป็นซาก อยู่ตามป่าตามเขาในต่างจังหวัด ยังดีกว่า (คนญี่ปุ่นขี้เหนียวก็เยอะนะ! รู้ว่าค่าใช้จ่ายแพง ทิ้งแล้วซื้อใหม่คุ้มกว่า)

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จึงใช้รถยนต์เฉลี่ยประมาณ 5-7 ปี ก็เปลี่ยนคันใหม่แล้ว

แต่ถ้าในบ้านเรา หากมีการบังคับใช้จริงๆ แล้วล่ะก็ คนที่จะเดือดร้อนจำนวนมาก ก็คงหนีไม่พ้นคนไทยส่วนใหญ่ ที่ใช้รถเก่า และรถมือสอง นี่ล่ะครับ …

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Free-Check-Car-New-Year

เที่ยวปีใหม่ 2563 อย่าลืมตรวจเช็ครถยนต์ ก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัย

ช่วงเวลาปีใหม่ของทุกๆ ปี เป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางบนท้องถนนกันสูงมาก และตัวเลขของอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สูงมากตามไปด้วย จนต่างชาติ ยกให้ถนนไทยความปลอดภัยน้อยสุดใน ASEAN แล้ว … เพื่อความพร้อมในการเดินทาง ลดปัญหาจากอุบัติเหตุ หรือปัญหารถเสียกลางทาง ทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำรถไปตรวจสภาพก่อนออกเดินทาง

Carro ขอรวบรวมข้อมูลตรวจเช็ครถฟรี ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเลือกนำรถไปตรวจเช็คได้ตามความสะดวกเลยครับผม.

Honda

Honda-New-Year-2020-Service-Campaign

Honda จัดแคมเปญ “หนาวนี้ ตรวจรถฟรี ขับขี่มั่นใจ ปลอดภัยทุกเส้นทางกับฮอนด้า” ตรวจสภาพรถฟรี 25 รายการ พร้อมด้วยส่วนลดอะไหล่ การผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ 0% นาน 4 เดือน และพิเศษกับการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ 0% นานสูงสุด 10 เดือน

โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์เข้ารับการบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 – 31 มกราคม 2563

สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าฮอนด้าในแคมเปญ “หนาวนี้ ตรวจรถฟรี ขับขี่มั่นใจ ปลอดภัยทุกเส้นทางกับฮอนด้า”

รายการที่ 1        บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด)
รายการที่ 2        ส่วนลดอะไหล่ 10% ผ้าเบรกและจานเบรก
รายการที่ 3        ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ 0% นาน 4 เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด*)
รายการที่ 4        เลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายสำหรับยางรถยนต์ 0% นาน 10 เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด**)

* เงื่อนไขการผ่อนชำระ ค่าใช้จ่ายงานบริการ 0% 4 เดือน สำหรับลูกค้าที่มียอดค่าใช้จ่ายงานบริการตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป และมีการออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีระหว่างแคมเปญเท่านั้น  โดยเป็นยอดค่าใช้จ่ายงานบริการ ได้แก่ งานตรวจเช็กตามระยะทาง (PM) งานซ่อมทั่วไป (GR) งานซ่อมตัวถังและสีประเภทลูกค้าเป็นผู้ชำระเงิน (BP) งานติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ของฮอนด้า (ACC) การซื้อโปรแกรมอัลติเมทแคร์ (อัลติเมท 1,2,3) การซื้อแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ (2 และ 4 ระยะทาง) เท่านั้น โดยมีบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์

รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์ / แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
13. ตรวจการทำงานของ ไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
14. ตรวจการทำงานของ เข็มขัดนิรภัย
15. ตรวจการทำงานของ ระยะแป้นเบรก
16. ตรวจการทำงานของ ระยะยกคันโยกเบรกมือ
17. ตรวจการทำงานของ แม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
18. ตรวจการทำงานของ ระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
19. ตรวจสภาพของ ท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่างๆ

Nissan

Nissan-New-Year-2020-Service-Campaign

Nissan ส่งแคมเปญ “Nissan All Ways Care” ที่พร้อมบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี สำหรับลูกค้านิสสันโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจ ตลอดทุกเส้นทาง ระหว่างเทศกาลวันหยุดในช่วงปลายปี

ลูกค้านิสสันสามารถนำรถยนต์เข้าตรวจสภาพก่อนการเดินทางได้ฟรี 28 รายการมาตรฐาน ได้แก่ การตรวจระบบเครื่องยนต์ ระบบเบรกและช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง และระบบไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

นอกจากนี้ ลูกค้านิสสันยังจะได้รับสิทธิประโยชน์อีกมากมาย อาทิ ส่วนลด 300 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือส่วนลด 10% เมื่อเปลี่ยนผ้าเบรก และรับฟรียาง 1 เส้น เมื่อเปลี่ยนยาง 3 เส้น

พร้อมกันนี้ เมื่อใช้จ่ายครบทุก 1,500 บาท ลูกค้านิสสันที่ร่วมรายการ ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลพิเศษอีกมากมาย อาทิ Nissan Note รุ่น 1.2 VL มูลค่ากว่า 640,000 บาท และคูปองเงินสดมูลค่า 3,000 และ 5,000 บาท

Mazda

Mazda-New-Year-2020-Service-Campaign

Mazda ร่วมกับผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศผุดโครงการ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลปีใหม่ 2563” เชิญชวนลูกค้านำรถเข้าตรวจเช็คสภาพรถฟรี 20 รายการ ตามมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก

อีกทั้งยังมอบส่วนลดค่าอะไหล่ และค่าแรง 10% ในสินค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2562 – 15 มกราคม 2563 ณ ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ

Isuzu

Isuzu-New-Year-2020-Service-Campaign

อีซูซุ มอบสุขทุกเส้นทาง ด้วยของขวัญสุดพิเศษส่งท้ายปี

Isuzu และ กรมการขนส่งทางบก ตรวจเช็กรถฟรี สำหรับรถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2562

– ตรวจเช็กการสตาร์ทเครื่องยนต์
– ตรวจเช็กระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ
– ตรวจเช็กการทำงานของแตร
– ตรวจเช็กการทำงานของระบบปรับอากาศ
– ตรวจเช็กระบบปัดน้ำฝน
– ตรวจเช็กการทำงานของเข็มขัดนิรภัยทุกจุด
– ตรวจเช็กระยะและการทำงานของเบรกมือ
– ตรวจเช็กระยะฟรีขาเบรกและการทำงานของเบรก
– ตรวจเช็กระยะฟรีขาคลัตช์และการทำงานของคลัตช์
– ตรวจเช็กสภาพยางและความดันลมยาง
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันเครื่อง
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันเบรก/น้ำมันคลัตช์
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำหล่อเย็นในถังน้ำพัก
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
– ตรวจเช็กสภาพและทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
– ตรวจเช็กสภาพและความตึงของสายพานเครื่องยนต์ทุกเส้น
– ตรวจเช็กระบบช่วงล่าง บูชยาง ยางกันฝุ่นและลูกหมากต่างๆ
– ตรวจเช็กสภาพและการรั่วซึมของโช้กอัพ

Toyota

Toyota-Hilux-Revo-ตูน-บอดี้สแลม

สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ประจำปี 2563 Toyota ได้ร่วมมือกับภาครัฐโดยกรมขนส่งทางบกจัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” โดยให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 24 รายการ ฟรี ที่ศูนย์บริการ ผู้แทนจำหน่าย Toyota ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ สร้างความมั่นใจก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

โดยผู้ที่สนใจสามารถนำรถยนต์ไปตรวจเช็คได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2562

Hyundai

Hyundai-New-Year-2020-Service-Campaign

Hyundai มอบแคมเปญ New Year Campaign ชวนลูกค้าเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี พร้อมส่วนลดพิเศษสูงสุด 15% ส่งท้ายปี 2562 ต้อนรับปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 11 มกราคม 2563 

รายการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี 40 รายการ มีดังต่อไปนี้

1. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนแบตเตอรี่ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
2. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนน้ำมันเครื่อง บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
3. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนเครื่องยนต์ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
4. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือน ABS บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
5. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือน AIR BAG บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
6. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนเบรคมือ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
7. ตรวจเช็คสัญญาณบอกตำแหน่งเกียร์ออโต บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
8. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเลี้ยว บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
9. ตรวจเช็คสัญญาณไฟฉุกเฉิน บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
10. ตรวจเช็คสัญญาณไฟหรี่ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
11. ตรวจเช็คสัญญาณไฟสูง บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
12. ตรวจเช็คสัญญาณแตร
13. ตรวจเช็คการทำงานปัดน้ำฝนและการฉีดน้ำล้างกระจก
14. ตรวจการทำงานของกระจกประตูไฟฟ้า
15. ตรวจการทำงานของระบบล็อคประตูไฟฟ้า
16. ตรวจการทำงานของกระจกมองข้างไฟฟ้า
17. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย ด้านคนขับ
18. ตรวจการทำงานของระบบปรับอากาศ และกรองอากาศแอร์
19. ตรวจเช็คเบรคมือ จำนวนคลิก และระดับคันโยก
20. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย ด้านผู้โดยสาร
21. ตรวจเช็คแบตเตอรี่ (ที่ต้องเติมน้ำกลั่น), การหลวมของขั้วแบตเตอรี่
22. ตรวจเติมระดับน้ำในถังพักหม้อน้ำ
23. ตรวจเติมระดับน้ำในถังพักน้ำล้างกระจก
24. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
25. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
26. ตรวจระดับน้ำมันเบรค
27. ตรวจระดับน้ำมันคลัทช์หรือน้ำมันเกียร์ออโต้
28. ตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
29. ตรวจสภาพของสายพานด้านหน้าเครื่องยนต์ (รอยแตก, ความตึง)
30. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
31. ตรวจเช็คสัญญาณของไฟหน้า สูง,ต่ำ รอบตัวถังรถ
32. ตรวจเช็คสัญญาณของไฟเลี้ยว ซ้าย,ขวา ไฟหรี่ รอบตัวถังรถ
33. ตรวจเช็คสัญญาณของไฟเบรค ไฟถอยหลัง รอบตัวถังรถ
34. ตรวจเช็คการหลวมคลอนและเสียหายของ ลูกหมากเหล็กกันโคลง
35. ตรวจเช็คการหลวมคลอนและเสียหายของ ลูกหมากคันชักคันส่ง
36. ตรวจเช็คการหลวมคลอนและเสียหายของ ปีกนกและบู๊ช
37. ตรวจเช็คการรั่วซึมของ โช๊คอัพ หน้าและหลัง
38. ตรวจเช็ครอยแตก ฉีกขาด ของยางหุ้มเพลาขับใน, นอก
39. ตรวจเช็ครอยแตก ฉีกขาด ของยางหุ้มแร็คพวงมาลัย
40. ตรวจเช็คการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง,น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย,น้ำมันเพาเวอร์

กรมการขนส่งทางบก ตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย และตั้งจุดให้บริการทั่วไทย

กรมการชนส่งทางบก-New-Year-2020-Service-Campaign

กรมการขนส่งทางบก เปิดกิจกรรมบูรณาการด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 “ร่วมใจ CHECKคน CHECKรถ CHECK ความพร้อม ก่อนออกเดินทาง” ประกอบด้วย กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รณรงค์การตรวจความพร้อมของรถก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่

กิจกรรม Checking Point เป็นการตรวจสอบรถและพนักงานขับรถอย่างเข้มข้นตลอดการเดินทาง และกิจกรรมตั้งจุดบูรณาการร่วม กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โครงการ “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน” ตั้งจุดบริการทั่วไทย ตลอดเทศกาลปีใหม่

กรมการขนส่งทางบก จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ระหว่างวันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2562 ให้บริการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ก่อนเดินทางจำนวน 20 รายการ โดยไม่คิดค่าบริการ อาทิ การตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว การทำงานของไฟส่องสว่าง/ไฟสัญญาณต่างๆ ณ สถานบริการที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” รวมกว่า 31 องค์กร จุดให้บริการกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย บริษัทผู้ผลิตและศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถ ศูนย์ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย บริษัทติดตั้งแก๊ส NGV/LPG ในรถยนต์ บริษัทผลิตและศูนย์บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง อู่มาตรฐานของบริษัทประกันภัย สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) สมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

วิริยะประกันภัย

วิริยะประกันภัย-New-Year-2020-Service-Campaign

วิริยะประกันภัย สามารถเข้ามารับบริการตรวจสภาพรถ โดยไม่เสียค่าบริการใดๆ จำนวน 20 รายการ เช่น ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง สภาพยาง ระบบเบรก อุปกรณ์ปัดน้ำฝน การทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ระบบส่งกำลัง ระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ เป็นต้น พร้อมรับฟรี “ถุงผ้าลดโลกร้อน” เมื่อนำรถมาใช้บริการดังกล่าว ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2562

ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย 33 แห่ง

ได้แก่ 1. อู่ร่วมมิตรการาจ 2. บจ.เค ออโต้คัลเลอร์ 3. บจ.นิวเพื่อนยนต์ 4. บริษัท ไทยรัตน์ยานยนต์ จำกัด 5. หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์ 6. บจ.อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ 7. บจ.เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส 8. บจ.เจริญกิจ ราชพฤกษ์ 9. บจ.เซอร์กิต ติวานนท์ 10. บจ. คุงการาจ 11. บจ.อู่นำชัย เตาปูน 12. เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ 13. บจ.ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ 14. บจ.ทรัพย์สิทธิ คาร์ อินเตอร์ 15. อู่บอส 888 การาจ 16. บจ.เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ 17. บริษัท อู่วิชัยยนต์ จำกัด 18. บจ.อู่กังวานชัยการช่าง 19. บจ.เซอร์กิตบริการ 20. โสฬส ธนบดี 21. หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 22. หจก.เป้งการาจ 23. บจ.เจ.เอส.อินเตอร์กรุ๊ป 24. บจ. อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป 25. บริษัท รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิคจำกัด 26. บจ.สุขุมวิท เอที เซอร์วิส 27. หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส 28. บจ.วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) 29. บริษัท เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส จำกัด 30. บริษัท เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส จำกัด 31. บจ.นที อินเตอร์เซอร์วิส สาขา 1 32. บริษัท อู่แม่กลอง จำกัด 33. บริษัท อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989) จำกัด

B-Quik

B-Quik-New-Year-2020-Service-Campaign

บี-ควิก เอาใจเจ้าของรถทุกยี่ห้อ นำรถเข้าตรวจเช็กสุขภาพฟรี 30 รายการ ที่บี-ควิก ทุกสาขาทั่วไทย ได้ตลอดทั้งปี แจ้งเจ้าหน้าที่ที่สาขาก่อนรับบริการได้เลย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1153

ตรอ.

สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย รวบรวมสถานตรวจสภาพรถ หรือ ตรอ. ทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ผู้สนใจสามารถนำรถเข้าตรวจความพร้อมก่อนเดินทางไกลกับ ตรอ. ที่มีป้าย “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”

ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยในการลดอุบัติเหตุ

แต่ถ้ารถสภาพเริ่มไม่ถูกใจคุณแล้ว อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ มั่นใจตลอดการเดินทางมากขึ้น สามารถนำรถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เงินก้อน ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Check-Car-Free-Songkran-2019

ช่วงเวลาสงกรานต์ของทุกๆ ปี เป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางบนท้องถนนกันสูงมาก และตัวเลขของอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สูงมากตามไปด้วย (จนกลายเป็นที่ 1 ของโลกไปแล้วในตอนนี้) เพื่อความพร้อมในการเดินทาง ลดปัญหาจากอุบัติเหตุ หรือปัญหารถเสียกลางทาง ทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำรถไปตรวจสภาพก่อนออกเดินทาง

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูลตรวจเช็ครถฟรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเลือกนำรถไปตรวจเช็คได้ตามความสะดวกเลยครับผม.

Toyota

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition-2019

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายและภาครัฐโดยกรมการขนส่งทางบก เปิดให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 24 รายการฟรี ที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2562 นี้ โดยมีรายการตรวจเช็ค ประกอบด้วย

– ที่ปัดน้ำฝน / น้ำล้างกระจก
– ระดับน้ำมันเครื่อง
– ระดับน้ำในถังสำรอง
– ระดับน้ำยาหล่อเย็น
– ระดับน้ำมันเบรก
– ระดับน้ำมันพาวเวอร์
– ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์
– แบตเตอรี่ / ระดับน้ำกลั่น
– สภาพยางรถยนต์
– ตรวจเสียงเครื่องยนต์ขณะสตาร์ท
– สายพานต่างๆ
– ระบบไฟส่องสว่าง / แตร
– เข็มขัดนิรภัย
– ระดับน้ำมันเกียร์
– ระบบฟรีแป้นเหยียบ / ครัตช์ / เบรกมือ
– ยางกันฝุ่นเพลาขับ
– โช้คอัพหน้าหลัง
– ลูกหมากปีกนก
– ลูกปืนล้อ
– ระบบเครื่องปรับอากาศ พัดลม และน้ำยา
– รอยรั่วและความผิดปกติของเครื่องยนต์
– รอยรั่วและความผิดปกติของเกียร์
– รอยรั่วและ ความผิดปกติของหม้อน้ำ
– รอยรั่วและความผิดปกติของท่อทางน้ำ
– รอยรั่วและความผิดปกติของพวงมาลัยพาวเวอร์

     ไม่เพียงเท่านี้ โตโยต้า ยังร่วมมือกับ กรมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และแขวงทางหลวงจังหวัด จัดจุดให้บริการประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยแบ่งออกเป็น 4 จุด สำคัญบริเวณขาออก ได้แก่

  • จุดที่ 1 ทางออกสายเหนือ บริเวณถนนสายเอเชีย หน้าค่ายจิระประวัติ จ.นครสวรรค์
  • จุดที่ 2 ทางสายตะวันออก บริเวณทางหลวงหมายเลข 304 ตอนเสม็ดเหนือ-พนมสารคาม
  • จุดที่ 3 ทางออกสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนมิตรภาพ เขื่อนลำตะคอง ทางหลวงหมายเลข 2
  • จุดที่ 4 ทางออกสายใต้ ถนนเพชรเกษม (ชะอำ) ตรงข้ามซานโตรินี

โดยจุดให้บริการประชาชนทั้ง 4 จุดดังกล่าว จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2562 นี้

Honda

Honda-Free-Car-Check-4-2019

Honda จัดแคมเปญ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ พร้อมข้อเสนอแคมเปญผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ ส่วนลดอะไหล่ และโปรแกรมฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ วันนี้ – 30 เมษายน 2562

รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์ / แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
13. ตรวจการทำงานของ ไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
14. ตรวจการทำงานของ เข็มขัดนิรภัย
15. ตรวจการทำงานของ ระยะแป้นเบรก
16. ตรวจการทำงานของ ระยะยกคันโยกเบรกมือ
17. ตรวจการทำงานของ แม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
18. ตรวจการทำงานของ ระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
19. ตรวจสภาพของ ท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่างๆ

สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าฮอนด้าในแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ ขับขี่ปลอดภัยกับฮอนด้า”

รายการที่ 1 บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด)
รายการที่ 2 ส่วนลด 20% โปรแกรมอัลติเมทแคร์ (อัลติเมท 1,2,3)
รายการที่ 3 ส่วนลด 20% แพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ (แพ็กเกจ 4 ระยะ)
รายการที่ 4 ส่วนลด 15% ผ้าเบรก จานเบรก และอะไหล่กลุ่มระบบปรับอากาศรถยนต์ (ตามรายการที่กำหนด)
รายการที่ 5 ส่วนลดยางรถยนต์มูลค่าสูงสุด 800 บาท (200 บาท ต่อหนึ่งเส้น)
รายการที่ 6 ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ 0% 4 เดือน หรือ 0% 6 เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด*)

Nissan

Nissan ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2562 และยังมีโปรโมชั่นส่วนลดไส้กรองแอร์ 20% และอื่นๆ อีกมากมาย

Isuzu

Isuzu-Car-Check-4-2019

ดูแลรถ ช่วยลดมลพิษ สงกรานต์อุ่นใจ ปลอดภัยกับอีซูซุ ตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้น 32 รายการ พร้อมส่วนลดพิเศษสำหรับรายการอะไหล่ ผ้าเบรก ก้ามเบรก และดิสก์เบรก ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 15 พฤษภาคม 2562

– ฟรี! ตรวจเช็กรถ 32 รายการ สำหรับรถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น
– เมื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตรีเพชร รับส่วนลด 20% สำหรับไส้กรองอากาศ,ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงและไส้กรองแอร์ ยี่ห้ออะไหล่แท้ตรีเพชร
– เมื่อซื้อน้ำยาล้างหัวฉีดยี่ห้อตรีเพชร รับฟรี! น้ำยาทำความสะอาดภายในเครื่องยนต์ยี่ห้อตรีเพชร
– เมื่อล้างแอร์ด้วย อีซูซุแอร์วอชและอบโอโซน รับส่วนลด 500 บาท สำหรับไส้กรองแอร์ชนิดคาร์บอน ยี่ห้ออะไหล่แท้ตรีเพชร
– เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ตั้งแต่ 4 เส้น และชำระเงินเต็มจำนวน
รับบัตรเติมน้ำมัน 800 บาท สำหรับยางรถยนต์ยี่ห้อบริดจสโตน
รับบัตรเติมน้ำมัน 500 บาท สำหรับยางรถยนต์ยี่ห้อไฟร์สโตน
หรือ
ผ่อน 0% นาน 10 เดือน สำหรับยางรถยนต์ยี่ห้อบริดจสโตน
ผ่อน 0% นาน 6 เดือน สำหรับยางรถยนต์ยี่ห้อไฟร์สโตน
– เมื่อซื้อแบตเตอรี่พานาโซนิค รับบัตรกำนัลอีซูซุ มูลค่า 300 บาท

เงื่อนไขในการส่งเสริมการขาย

1 • รุ่นรถที่ร่วมรายการ รถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น ที่จำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 จนถึงปัจจุบัน / รถบรรทุกขนาดกลางอีซูซุทุกรุ่น ได้แก่ ELF และ FRR / รถบรรทุกขนาดใหญ่อีซูซุทุกรุ่น ได้แก่ FTR, FVM, FVZ, FXZ, FYH, GVR และ GXZ เมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตรีเพชรชนิดใดก็ได้ ที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ(ศูนย์บริการฯ) รับส่วนลดค่าอะไหล่ 20% สำหรับ ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง / ไส้กรองแอร์ / ไส้กรองอากาศ / ยี่ห้ออะไหล่แท้ตรีเพชรเท่านั้น

2 • รุ่นรถที่ร่วมรายการ รถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น / รถบรรทุกขนาดกลางอีซูซุทุกรุ่น ได้แก่ ELF และ FRR / รถบรรทุกขนาดใหญ่อีซูซุทุกรุ่น ได้แก่ FTR, FVM, FVZ, FXZ, FYH, GVR และ GXZ เมื่อซื้อน้ำยาทำความสะอาดหัวฉีดยี่ห้อตรีเพชรปริมาณตามคำแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ รับฟรีน้ำยาทำความสะอาดภายในเครื่องยนต์ยี่ห้อตรีเพชร

3 • รุ่นรถที่ร่วมรายการ รถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น เมื่อรับบริการล้างแอร์ด้วย อีซูซุแอร์วอช พร้อมอบโอโซน ราคา 2,100 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) รับส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับเปลี่ยนไส้กรองแอร์ชนิดคาร์บอนยี่ห้ออะไหล่แท้ตรีเพชร เฉพาะศูนย์บริการฯ ที่ร่วมโครงการอีซูซุแอร์วอช ลูกค้าจะได้รับส่วนลดสำหรับไส้กรองแอร์ชนิดคาร์บอนยี่ห้ออะไหล่แท้ตรีเพชรสูงสุด 500 บาท เท่านั้น (ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลด 20% ได้)

4 • รุ่นรถที่ร่วมรายการ รถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น / รถบรรทุกขนาดกลางอีซูซุทุกรุ่น ได้แก่ ELF และ FRR / รถบรรทุกขนาดใหญ่อีซูซุทุกรุ่น ได้แก่ FTR, FVM, FVZ, FXZ, FYH, GVR และ GXZ สำหรับลูกค้าที่เปลี่ยนยางรถยนต์ยี่ห้อบริดจสโตน หรือ ไฟร์สโตน ทุกรุ่นพร้อมกัน ตั้งแต่ 4 เส้นขึ้นไปที่ศูนย์บริการฯ และเมื่อชำระค่ายางรถยนต์ด้วยเงินสด หรือชำระด้วยบัตรเครดิตแบบเต็มจำนวน มีสิทธิรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 800 บาท สำหรับยางยี่ห้อบริดจสโตน / มีสิทธิรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 500 บาท สำหรับยางยี่ห้อไฟร์สโตน (บริษัทฯ จะจัดส่งบัตรเติมน้ำมันให้กับลูกค้าในภายหลัง) หรือเลือกรับสิทธิผ่อนยาง 0% (ผ่อนนาน 10 เดือน สำหรับยี่ห้อบริดจสโตนเท่านั้น โดยจะต้องมีมูลค่าสินค้ารวม 5,000 บาทขึ้นไป / ผ่อนนาน 6 เดือน สำหรับยี่ห้อบริดจสโตนและไฟร์สโตน โดยจะต้องมีมูลค่าสินค้ารวม 3,000 บาทขึ้นไป (ไม่รวมจุกลมยาง/ ค่าแรงเปลี่ยนยาง / ค่าแรงถ่วงล้อ และค่าแรงตั้งศูนย์ล้อ) เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ สำหรับลูกค้าที่เปลี่ยนแบตเตอรี่พานาโซนิครุ่นใดก็ได้ที่ศูนย์บริการฯ รับบัตรกำนัลพิเศษอีซูซุ มูลค่า 300 บาท

หมายเหตุ

1. ตามเงื่อนไข / รายการที่บริษัทฯ กำหนด

2. สามารถนำรถเข้าตรวจเช็กสภาพฟรี 32 รายการ สามารถตรวจสอบรายการตรวจเช็กได้ที่ศูนย์บริการฯ ทั่วประเทศ

3. สิทธิพิเศษสำหรับรถที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฯ เท่านั้น

4. สิทธิรับประกันเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯกำหนดสำหรับรถปิกอัพอีซูซุและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุ รับประกันอะไหล่และงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) /สำหรับรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่อีซูซุ รับประกัน อะไหล่ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) และรับประกันงานซ่อม 3 เดือน หรือ 5,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน)

5. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-1180777 หรือที่ศูนย์บริการฯ ทั่วประเทศ

Chevrolet

Chevrolet-Car-Check-4-2019

Chevrolet Summer Drive 2019 ร้อนนี้มั่นใจเดินทางปลอดภัยไปกับเชฟโรเลต

ให้บริการตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์ก่อนและหลังเดินทางกว่า 30 รายการ* โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์เชฟโรเลตทุกรุ่นเข้าตรวจเช็คได้ที่ศูนย์บริการเชฟโรเลต ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายนนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ลูกค้าเชฟโรเลตจะได้รับการดูแลจากช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญและพร้อมมอบการบริการที่ได้มาตรฐาน ชิ้นส่วนอะไหล่แท้ 100% และการรับประกันคุณภาพงานซ่อม นอกจากนี้ ลูกค้าที่มียอดค่าใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไปยังได้รับของสมนาคุณฟรีจากเชฟโรเลตอีกด้วย

*การตรวจเช็คฟรี 30 รายการ ประกอบด้วย

– ชุดรอกดันสายพาน
– ซีลหน้า / หลังเครื่องยนต์
– กรองเชื้อเพลิง
– ปะเก็นอ่างน้ำมันเครื่อง / ฝาครอบวาล์ว
– ท่อยางหม้อน้ำบน
– ท่อยางหม้อน้ำล่าง
– สายพานหน้าเครื่องยนต์
– ผ้าเบรคหน้า
– ผ้าเบรคหลัง
– สภาพจานเบรค
– น้ำมันเบรค
– น้ำมันเพาเวอร์
– ยางแท่นเครื่องตัวหน้า ซ้าย – ขวา
– ยางแท่นเครื่องตัวหลัง
– ลูกหมากปีกนก ซ้าย – ขวา
– ลูกหมากกันโคลงหน้า
– ยางหุ้มเพลาขับ (ตัวนอก – ตัวใน)
– โช้คอัพหน้า
– โช้คอัพหลัง
– ลูกปืนล้อ
– ลูกปืนเพลากลาง (Colorado)
– ซีลเพลาขับ / ซีลเกียร์
– สภาพยางหน้าซ้าย
– สภาพยางหน้าขวา
– สภาพยางหลังซ้าย
– สภาพยางหลังขวา
– สภาพโดยรวมของยาง
– ตรวจวัดถ่วงจำเพาะ
– ตรวจวัดแรงเคลื่อน
– สภาพโดยรวมแบตเตอรี่

MG

MG ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก ชวนลูกค้าเอ็มจีนำรถยนต์เข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ต้อนรับหน้าร้อน กับ กิจกรรม “เพราะเราห่วงใย อยากให้คุณปลอดภัยทุกการเดินทางตลอดหน้าร้อนนี้” ฟรี 37 รายการ  ที่โชว์รูมรถยนต์ MG ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2562 สอบถามหรือจองคิวตรวจรถได้ที่เบอร์ 1267

Hyundai

ฮุนได มอบแคมเปญตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรีช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 17 พฤษภาคม 2562 นี้ โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพฟรี 40 รายการ ที่ศูนย์บริการฮุนไดทุกแห่งทั่วประเทศ

กรมการขนส่งทางบก ตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย และตั้งจุดให้บริการทั่วไทย

DLT-Car-Check-4-2019

กรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญกับการรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเตรียมความพร้อมของรถให้มีสภาพที่พร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย จึงนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศ มาจัดสรรเป็นงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการร่วม “อาชีวะอาสา” ทั่วไทยจำนวน 189 จุดทั่วประเทศ

โดยจะตั้งอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน บนถนนสายหลักๆ ที่การจราจรหนาแน่น สามารถเข้าไปใช้บริการได้ตั้งแต่ วันที่ 15 มีนาคม – 17 เมษายน 2562 มีอาจารย์และนักศึกษาอาชีวะ ให้บริการเช็กสภาพรถและซ่อมรถเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และสามารถเข้าไปพักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย

สำหรับรถติดตั้งแก็ส  บริษัท เอสซีจี ออโต้เซอร์วิส จำกัด พร้อมให้บริการให้นำรถเข้าตรวจสอบได้ที่ SCG Car service วิภาวดี 36 ตั้งวันนี้ เป็นต้นไป โทร. 02-105-4222

วิริยะประกันภัย

วิริยะประกันภัย อำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางกลับต่างจังหวัด ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ ฟรี ระหว่างวันที่ 11 มีนาคม – 11 เมษายน  2562 ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยจำนวน 33 แห่งทั้งกรุงเทพและปริมณฑล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ 1557 วิริยะประกันภัย(ตลอด24ชั่วโมง) หรือ 02-239-1557  โดยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯทุกท่าน จะได้รับ “ผ้าไมโครไฟเบอร์”ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดได้ดี ไม่ทิ้งคราบ เป็นของที่ระลึกด้วย

B-Quik

บี-ควิก เอาใจเจ้าของรถทุกยี่ห้อ นำรถเข้าตรวจเช็กสุขภาพฟรี 30 รายการ ที่บี-ควิก ทุกสาขาทั่วไทย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ ไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แจ้งเจ้าหน้าที่ที่สาขาก่อนรับบริการได้เลย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1153

Auto Quiks

ศูนย์บริการออโต้ควิกส์ (Auto Quiks) ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ 50 รายการ ฟรีไม่เลือกค่าย ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2562  สนใจนำรถเข้าไปได้เลยที่ ออโต้ควิกส์ทั้ง 2 สาขา สาขาแยกวัดเสด็จ (ปทุมธานี) โทร. 02-101-1400 และสาขาวิภาวดีรังสิต (ในปั๊มน้ำมันบางจาก) ข้างสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โทร. 02-561-0838

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จัดแคมเปญ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย กับบริษัทกลางฯ” ปลี่ยนหลอดไฟรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นฟรี ณ บริษัทกลางฯ ทุกสาขา และ ภาคีเครือข่ายที่มีป้ายตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย จำนวน 255 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่  15 มีนาคม  –17 เมษายน 2562  สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Call center บริษัทกลางฯ โทร. 1791  ตลอด 24 ชั่วโมง

สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย

สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย รวบรวมสถานตรวจสภาพรถ หรือ ตรอ. ทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562  ผู้สนใจนำรถเข้าตรวจความพร้อมก่อนเดินทางไกลกับ ตรอ. ให้สังเกตป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”

ตรวจสภาพรถ, ยางรถยนต์, ผ้าเบรค, พรบ รถยนต์

เทคนิคในการขับขี่อย่างปลอดภัย ทุกสภาวะถนน

ประเทศไทยของเรานั้น ประกอบไปด้วย 3 ฤดู คือ หน้าร้อน หน้าฝน และหน้าหนาว แต่ในปัจจุบัน สภาพอากาศเริ่มแปรปรวนมากขึ้นจนไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะในบางวัน ก็ทั้งอากาศร้อนและฝนตกในวันเดียวกัน! ด้วยเหตุนี้ Carro จึงขอแนะนำ เคล็ด(ไม่)ลับในการขับขี่อย่างปลอดภัย ในทุกสภาพอากาศมาฝากผู้อ่านกันค่ะ

1.ตรวจเช็คสภาพรถเสมอ

คุณควรตรวจเช็คทุกๆ ส่วน โดยเฉพาะดอกยางรถ ยางใบปัดน้ำฝน ระดับน้ำหม้อพักฉีดกระจก ไฟหน้า ไฟตัดหมอก ไฟเลี้ยว และผ้าเบรก ว่าสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ เพื่อเตรียมรถให้พร้อมใช้งานแม้ในวันที่ฝนตก และทุกสภาวะถนน

2.ลดความเร็วในการขับขี่

โดยปกติเราไม่ควรขับรถเกินความเร็วมาตรฐานอยู่แล้ว และควรลดความเร็วลงอีกในขณะที่ฝนตก เนื่องจากจะช่วยให้ระยะในการเบรกยาวขึ้น เพราะพื้นถนนที่เปียกจะทำให้ลื่นและอันตราย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเหินน้ำได้อีกด้วย

3.หลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วม

การที่ฝนตกหนักหรือตกเป็นเวลานาน อาจทำให้น้ำท่วมถนนได้ และเมื่อน้ำท่วมถนน คุณก็จะคาดเดาไม่ได้ว่าน้ำท่วมสูงแค่ไหน ซึ่งอันตรายต่อรถ เพราะเราไม่ทราบว่าสภาพพื้นถนนที่เรากำลังขับขี่อยู่เป็นอย่างไร และหากน้ำเข้าท่อไอเสียและเครื่องยนต์ ก็จะทำให้รถยนต์ของคุณดับกลางคันด้วย

4.ขับช้าๆ แม้ฝนหยุดตกแล้ว

หลังจากฝนตก จะมีคราบน้ำมันที่ตกค้างบนพื้นถนนก่อตัวขึ้นมาใหม่ ทำให้พื้นถนนลื่นยิ่งขึ้น ซึ่งคราบน้ำมันจากรถยนต์จะมีมากบริเวณสี่แยกหรือไฟจราจร เพราะฉะนั้น คุณยังคงต้องขับรถอย่างระมัดระวังแม้ฝนหยุดตกแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการลื่นไถลบนพื้นถนนนั่นเอง

5.อย่าลืมเปิดไฟหน้ารถ

เมื่อต้องขับรถในช่วงกลางคืน การเปิดไฟหน้ารถคือสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้คุณมองเห็นได้ชัดเจน และรถคันอื่นๆ จะได้มองเห็นรถคุณด้วย และหากต้องขับขี่บนถนนลูกรังหรือเส้นทางเปลี่ยว อย่าลืมเปิดไฟสูงขณะขับขี่และลดไฟต่ำลงเมื่อมีรถขับสวนมา

6.ไม่ขับขี่เมื่อมีอาการง่วงหรือมึนเมา

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การขับขี่ในช่วงกลางคืนอันตรายกว่ากลางวัน คือ ผู้ขับขี่มีอาการง่วงหรือมึนเมา ซึ่งผู้ขับขี่เหล่านี้มักจะละเมิดกฏจราจร บางครั้งถึงขั้นเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดสัญญาณไฟ! ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากอุบัติเหตุในช่วงกลางคืนได้ ก็คือ หากเห็นรถยนต์คันอื่นมีท่าทีการขับขี่ที่อันตราย คุณควรเว้นระยะห่างจากรถยนต์คันดังกล่าวและขับให้ช้าลง

และที่สำคัญก็คือ คุณไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในขณะขับขี่ซะเอง ถ้าหากมีอาการง่วงหรืองัวเงีย ก็ควรจอดแวะพักที่ปั๊ม ล้างหน้าล้างตาหรือนอนพักสักหน่อย แล้วตั้งสติก่อนสตาร์ท หากปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ ก็จะปลอดภัยทั้งคนทั้งรถอย่างแน่นอนค่ะ

8-Checklists-Trip-In-Songkran-Day

ในช่วงสงกรานต์นี้ CARRO มีคำแนะนำดีๆ ให้กับผู้ขับขี่รถทุกประเภท ไม่ว่าจะผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป ผู้ที่ขับรถโดยสาร รวมถึงผู้ใช้บริการรถโดยสารด้วย เพื่อการเตรียมตัวและเตรียมรถยนต์ของคุณให้พร้อม สำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือทริปต่างๆ ในอนาคต เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุบนถนน ถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

1. เตรียมร่างกายให้พร้อม

สำหรับคนขับรถทุกคน ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง ถึงแม้จะขับรถหรือเดินทางตอนกลางวันก็ตาม เพราะคุณสามารถเกิดอาการง่วงในช่วงบ่ายหลังจากทานข้าวเสร็จ ฉะนั้น และแม้ว่าจะนอนหลับเพียงพอก็อย่ากินเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงนอนจนอาจเกิดอาการหลับใน ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

2. เช็กสภาพรถ

ก่อนการเดินทาง ควรตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อม โดยเฉพาะระบบเบรค เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง ไฟสัญญาณ ไฟหน้า ไฟท้าย ที่ปัดน้ำฝน ลมยาง ตรวจเช็กว่าทุกส่วนทำงานปกติหรือไม่ ถ้าเป็นรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ควรตรวจสอบให้ละเอียด เนื่องจากอาจมีปัญหาหลายอย่างที่เราไม่เคยทราบ และควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง จะได้เดินทางยาวๆ อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด

3. เช็กจำนวนผู้ร่วมเดินทาง

ถ้าหากคุณเดินทางไปกับเพื่อนเป็นหมู่คณะ หรือมีสมาชิกครอบครัวจำนวนเยอะๆ การเลือกใช้รถให้เหมาะสมกับจำนวนคนก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะทุกคนจะได้มี Space ที่พอดี ไม่เบียดจนอึดอัด หรือไม่ใช้รถหลายคันเกินไป เพราะต้องขับรถรอต่อท้ายกัน ซึ่งสิ้นเปลืองน้ำมัน และทำให้การเดินทางล่าช้า

4. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ในยุคนี้ เกือบทุกคนก็คงอยากเก็บภาพความประทับใจในทุกๆทริป ไปอวดเพื่อนๆใน Social Media กันอย่างแน่นอน สิ่งที่คุณก็ต้องทำก็แค่เตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้พร้อม! เช่น กล้องชนิดต่างๆ โทรศัพท์ โดรน แบตเตอรี่สำรองและเมมโมรี่การ์ด

ในยุคนี้สมัยนี้ ถ้าคุณยังไม่มี Gadgets เป็นของตัวเองก็สามารถเช่าได้! และทุกอย่างควรเตรียมให้เพียงพอกับความต้องการในการใช้งาน คุณจะได้ไม่หมดสนุกกลางคัน

5. ศึกษาเส้นทาง

ก่อนออกเดินทางทุกๆครั้ง คุณควรศึกษาเส้นทางหรือเลือกเส้นทางที่จะใช้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะในช่วงเทศกาลปริมาณผู้คนและรถบนท้องถนนจะเยอะสุดๆ หากหลงทางจะทำให้เสียเวลาและอารมณ์เสียได้

6. ขับความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

เพราะการขับรถเร็ว จะเพิ่มโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เสมอ ด้วยความเร็วที่มากเกินไปจะทำให้คุณแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน ซึ่งอุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ การขับรถที่ 80 กม./ชม. ก็ถือว่ามีความเร็ว แต่คุณก็ยังสามารถเบรคเพื่อแก้ปัญหาหรือสถานการณ์ได้ทัน

ซึ่งถ้าคุณขับเร็วมากกว่านี้แล้วต้องหักหลบหรือเบรคกระทันหัน ก็จะทำให้ท้ายรถปัดจนเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้น อย่าขับรถเร็วเกินความจำเป็นหรือขับรถช้าเกินไป เพราะจะสร้างความรำคาญให้รถคันอื่นๆได้เช่นกัน

7. หยุดพักเป็นระยะ

เพื่อเป็นการผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง คุณอาจจะแวะปั้ม เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าให้รู้สึกสดชื่น ยืดเส้นยืดสาย หรือซื้อกาแฟดื่มเพิ่มความกระฉับกระเฉงขณะขับรถ เพื่อไม่ให้เกิดอาการหลับใน แต่สำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ทานแล้วง่วงหรือใจสั่น ก็เปลี่ยนไปทานน้ำผลไม้เพิ่มความสดชื่นแทนได้ค่ะ

8. เลือกเวลาในการเดินทาง

หากเป็นไปได้คุณควรเดินทางในช่วงกลางวัน ไม่ใช่ช่วงกลางคืน เพราะตอนกลางคืนทัศนวิสัยไม่ดี คนขับมีโอกาสผิดพลาดเยอะกว่า คุณจึงควรเลือกช่วงเวลาที่คนขับรถจะขับรถได้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง และควรเลี่ยงเวลาโพล้เพล้เพราะช่วงเวลาตี 4 ถึง 6 โมงเช้า และช่วง 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วงที่แสงกำลังเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้คนขับรถอาจมองสิ่งต่างๆ ผิดพลาดได้

สำหรับผู้โดยสาร

คุณควรเลือกการเดินทางที่ปลอดภัยมากกว่าราคาถูก ยิ่งถ้าได้นั่งในรถที่มีเข็มขัดนิรภัยได้จะยิ่งดี เนื่องจากเวลารถเบรก เราจะไม่กระแทกกับเบาะด้านหน้าหรือกระจก ซึ่งช่วยไม่ให้เกิดการบาดเจ็บได้ส่วนหนึ่ง และควรเลือกรถโดยสารประจำทางหรือสายการบินที่คุณไว้ใจมากที่สุด เพราะจะลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้

การหาข้อมูลเปรียบเทียบข้อดี, ข้อเสียของรถแต่ละสาย หรือระหว่างสายการบิน จะเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นมากค่ะ

Free-Car-Check-New-Year-2018

ขับขี่ปลอดภัย ด้วยการตรวจเช็ครถยนต์ ก่อนออกเดินทาง

ช่วงเวลาปีใหม่ของทุกๆ ปี เป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางบนท้องถนนกันสูงมาก และตัวเลขของอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สูงมากตามไปด้วย (จนกลายเป็นที่ 1 ของโลกไปแล้วในตอนนี้) เพื่อความพร้อมในการเดินทาง ลดปัญหาจากอุบัติเหตุ หรือปัญหารถเสียกลางทาง ทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำรถไปตรวจสภาพก่อนออกเดินทาง

CARRO ขอรวบรวมข้อมูลตรวจเช็ครถฟรี ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเลือกนำรถไปตรวจเช็คได้ตามความสะดวกเลยครับผม.

Toyota

Toyota-Car-Check-12-2017

โตโยต้า ส่งความสุข สำหรับลูกค้าโตโยต้าที่นำรถเข้ามารับบริการที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 60

Honda

Honda-Car-Check-12-2017

ฮอนด้า จัดแคมเปญ “ปีใหม่ปลอดภัย เช็คก่อนใช้ กับบริการจากฮอนด้า” ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ พร้อมข้อเสนอแคมเปญผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ ส่วนลดอะไหล่และอัลติเมทแคร์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธันวาคม 2560 เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทางก่อนช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่

รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์ / แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
13. ตรวจการทำงานของ ไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
14. ตรวจการทำงานของ เข็มขัดนิรภัย
15. ตรวจการทำงานของ ระยะแป้นเบรก
16. ตรวจการทำงานของ ระยะยกคันโยกเบรกมือ
17. ตรวจการทำงานของ แม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
18. ตรวจการทำงานของ ระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
19. ตรวจสภาพของ ท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่างๆ

Mazda

Mazda-Car-Check-12-2017

มาสด้าขอขอบคุณทุกความไว้ใจ ที่มอบให้ยนตรกรรม SKYACTIV พร้อมเดินทางเคียงข้างกันตลอดมา… เพียงนำรถมาสด้าเข้ารับบริการที่ศูนย์วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ทุกสินค้าและบริการ ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน
  • ส่วนลดค่าอะไหล่ที่เข้าร่วมรายการ สูงสุด 40%

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ได้มาสด้าสปีดไลน์ 02-030-5666 หรือที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 60 นี้เท่านั้น

Isuzu

Isuzu-Car-Check-12-2017

อีซูซุ และ กรมการขนส่งทางบก ร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยบริการจากใจ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลปีใหม่” ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้น 19 รายการ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 – 31 มกราคม 2561

– ตรวจเช็กการสตาร์ทเครื่องยนต์
– ตรวจเช็กระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ
– ตรวจเช็กการทำงานของแตร
– ตรวจเช็กการทำงานของระบบปรับอากาศ
– ตรวจเช็กระบบปัดน้ำฝน
– ตรวจเช็กการทำงานของเข็มขัดนิรภัยทุกจุด
– ตรวจเช็กระยะและการทำงานของเบรกมือ
– ตรวจเช็กระยะฟรีขาเบรกและการทำงานของเบรก
– ตรวจเช็กระยะฟรีขาคลัตช์และการทำงานของคลัตช์
– ตรวจเช็กสภาพยางและความดันลมยาง
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันเครื่อง
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันเบรก/น้ำมันคลัตช์
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำหล่อเย็นในถังน้ำพัก
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
– ตรวจเช็กสภาพและทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
– ตรวจเช็กสภาพและความตึงของสายพานเครื่องยนต์ทุกเส้น
– ตรวจเช็กระบบช่วงล่าง บูชยาง ยางกันฝุ่นและลูกหมากต่างๆ
– ตรวจเช็กสภาพและการรั่วซึมของโช้กอัพ

Hyundai

Hyundai-Car-Check-12-2017

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ขอมอบความมั่นใจในการขับขี่อย่างปลอดภัยให้สมาชิกครอบครัวฮุนได ในโครงการ “New Year Campaign” “ปีใหม่นี้เดินทางอย่างอุ่นใจ” เตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่

โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์ฮุนไดเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี 40 พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับ ผ้าเบรก ส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับไส้กรองอากาศ, ไส้กรองอากาศในตู้แอร์, กรองน้ำมันเชื้อเพลิง, จานเบรก, ใบปัดน้ำฝนหน้าและหลัง, ยางใบปัดน้ำฝนหน้าและหลัง และส่วนลดพิเศษ 10% สำหรับน้ำมันเครื่องเชลล์ ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึง 13 มกราคม 2561 (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากศูนย์บริการ)

รายการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี 40 รายการ มีดังต่อไปนี้

1. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนแบตเตอรี่ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
2. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนน้ำมันเครื่อง บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
3. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนเครื่องยนต์ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
4. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือน ABS บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
5. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือน AIR BAG บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
6. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนเบรคมือ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
7. ตรวจเช็คสัญญาณบอกตำแหน่งเกียร์ออโต บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
8. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเลี้ยว บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
9. ตรวจเช็คสัญญาณไฟฉุกเฉิน บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
10. ตรวจเช็คสัญญาณไฟหรี่ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
11. ตรวจเช็คสัญญาณไฟสูง บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
12. ตรวจเช็คสัญญาณแตร
13. ตรวจเช็คการทำงานปัดน้ำฝนและการฉีดน้ำล้างกระจก
14. ตรวจการทำงานของกระจกประตูไฟฟ้า
15. ตรวจการทำงานของระบบล็อคประตูไฟฟ้า
16. ตรวจการทำงานของกระจกมองข้างไฟฟ้า
17. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย ด้านคนขับ
18. ตรวจการทำงานของระบบปรับอากาศ และกรองอากาศแอร์
19. ตรวจเช็คเบรคมือ จำนวนคลิก และระดับคันโยก
20. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย ด้านผู้โดยสาร
21. ตรวจเช็คแบตเตอรี่ (ที่ต้องเติมน้ำกลั่น), การหลวมของขั้วแบตเตอรี่
22. ตรวจเติมระดับน้ำในถังพักหม้อน้ำ
23. ตรวจเติมระดับน้ำในถังพักน้ำล้างกระจก
24. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
25. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
26. ตรวจระดับน้ำมันเบรค
27. ตรวจระดับน้ำมันคลัทช์หรือน้ำมันเกียร์ออโต้
28. ตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
29. ตรวจสภาพของสายพานด้านหน้าเครื่องยนต์ (รอยแตก, ความตึง)
30. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
31. ตรวจเช็คสัญญาณของไฟหน้า สูง,ต่ำ รอบตัวถังรถ
32. ตรวจเช็คสัญญาณของไฟเลี้ยว ซ้าย,ขวา ไฟหรี่ รอบตัวถังรถ
33. ตรวจเช็คสัญญาณของไฟเบรค ไฟถอยหลัง รอบตัวถังรถ
34. ตรวจเช็คการหลวมคลอนและเสียหายของ ลูกหมากเหล็กกันโคลง
35. ตรวจเช็คการหลวมคลอนและเสียหายของ ลูกหมากคันชักคันส่ง
36. ตรวจเช็คการหลวมคลอนและเสียหายของ ปีกนกและบู๊ช
37. ตรวจเช็คการรั่วซึมของ โช๊คอัพ หน้าและหลัง
38. ตรวจเช็ครอยแตก ฉีกขาด ของยางหุ้มเพลาขับใน, นอก
39. ตรวจเช็ครอยแตก ฉีกขาด ของยางหุ้มแร็คพวงมาลัย
40. ตรวจเช็คการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง,น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย,น้ำมันเพาเวอร์

กรมการขนส่งทางบก ตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย และตั้งจุดให้บริการทั่วไทย

DLT-Free-Check-Car

กิจกรรม “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย” กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับภาคเอกชน สมาคม และหน่วยงานต่างๆ อาทิ บริษัทผู้ผลิตและศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถ ศูนย์ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย บริษัทติดตั้งแก๊ส NGV/LPG ในรถยนต์ บริษัทผลิตและศูนย์บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) สมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ

ให้บริการเช็กความพร้อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยไม่คิดค่าบริการจำนวนกว่า 20 รายการ เช่น การตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำมันเบรก การทำงานของไฟส่องสว่าง/ไฟสัญญาณต่างๆ เป็นต้น สามารถนำรถเข้ารับบริการฟรี ณ สถานประกอบการที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย” ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 – 15 มกราคม 2561 ซึ่งจะให้บริการประชาชนทั้งช่วงก่อนการเดินทางเพื่อเตรียมความพร้อมรถ และครอบคลุมถึงช่วงการเดินทางกลับเพื่อตรวจบำรุงรักษารถหลังจากใช้รถทางไกลด้วย

เครือข่ายไหน ตรวจรถ “ฟรี” 20 รายการบ้าง ปักหมุดไว้เลย

-ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.)
-สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย
-สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย
-บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
-บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
-บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
-บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
-บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
-บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
-บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
-บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด (MG)
-บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด
-บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด
-บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด
-บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด
-บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด
-บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
-บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน)
-บริษัท สุวรรณภูมิ เซอร์วิส จำกัด
-บริษัท เอสซีจี ออโต้เซอร์วิส จำกัด
-บริษัท บี-ควิก จำกัด
-บริษัท ฟอร์ซเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (ศูนย์บริการ AUTOQUIKS)
-บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
-บริษัท เชลส์แห่งประเทศไทย จำกัด
-บริษัท คาร์เวิลด์ คลับ จำกัด

ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยในการลดอุบัติเหตุ