Carro-Frank-Motorcycle-And-Road-Accident-Victims-Protection-Act

เคยสงสัยไหมว่า? ทำไมรถมอเตอร์ไซค์ทุกคันถึงต้องต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ด้วยนะ ทั้งๆ ที่เราก็ขับรถดีอยู่แล้ว จนแทบไม่ได้เคลมเลยก็เสียเงินทิ้งเปล่าๆ แถมยังเสียเวลามานั่งต่อพ.ร.บ.รถมอเตอร์ไซค์ทุกปีด้วย ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมาไขข้อสงสัยกันว่า ถ้าเกิดคุณไม่มีพรบรถมอเตอร์ไซค์จะเป็นอย่างไรบ้าง เรามีคำตอบให้แล้ว

Motorcycle-And-Road-Accident-Victims-Protection-Act

1. หากเป็นฝ่ายผิด ต้องจ่ายค่ารักษาให้คู่กรณีเอง

แน่นอนเราทำผิดเราก็ต้องรับผิดชอบความเสียหายเอง สมมติว่าถ้าคุณเกิดขับรถไปชนคู่กรณีแล้วทำให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บจน เราจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คู่กรณีเองทั้งหมดโดยไม่รวมกับค่าซ่อมรถ แต่หากคุณไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาให้กับคู่กรณีก็สามารถขอเบิกกับกองทุนผู้ประสบภัยได้ไม่เกิน 15,000 บาทตามจริง แล้วคุณจะต้องจ่ายเงินคืนกับกองทุนพร้อมจ่ายค่าขอเบิกเพิ่มเติมด้วย

2. เมื่อบาดเจ็บเอง ก็ต้องจ่ายเองด้วย

แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายโชคร้ายซะเองล่ะ สมมติว่าจู่ๆ วันหนึ่งเราขับรถไปชนกับต้นไม้จนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้โดยสารที่อยู่ในรถด้วย ก็จะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง ตั้งแต่เริ่มการรักษาจนถึงออกจากโรงพยาบาลเลย ด้วยเหตุนี้เองผู้ขับขี่จะต้องมีพรบรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกับเรา โดยไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก เราจะได้รับการชดเชยค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น 30,000 บาทต่อคน

Motorcycle-And-Road-Accident-Victims-Protection-Act

3. ไม่ได้ความคุ้มครองกรณีพิการหรือเสียชีวิต

หากเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน ก็ย่อมมีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าเราไม่มีพ.ร.บ.มอเตอร์ไซค์ จะไม่ได้รับความคุ้มครองกรณีสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพอย่างถาวร ค่ากะโหลกศีรษะเทียม รวมถึงกรณีเสียชีวิต ทำให้เป็นภาระให้กับคนที่อยู่ข้างหลังเราได้

4. โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับปรับได้

เพราะทางกฎหมายบังคับให้เจ้าของรถทุกคันทำพรบ หรือต่อพ.ร.บ.อยู่แล้ว อันนี้เลือกจ่ายเองไม่ได้นะครับ ต้องจ่ายตามกฎหมายเท่านั้น แต่ถ้าคุณฝ่าฝืนไม่มีพ.ร.บ.รถมอเตอร์ไซค์จะต้องจ่ายค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท เอาเป็นว่าถ้าไม่อยากเสียค่าปรับฟรีๆ ก็อย่าลืมต่อพรบล่วงหน้ากันด้วยนะ สำหรับใครที่กลัวว่าจะลืมต่อพ.ร.บ. เราสามารถต่อต่อพ.ร.บ.ล่วงหน้าได้ 3 เดือน หรือประมาณ 90 วันก่อนพ.ร.บ.จะหมดอายุ

Motorcycle-And-Road-Accident-Victims-Protection-Act

5. ถ้าไม่มีพ.ร.บ. ก็ต่อภาษีรถไม่ได้

ทุกครั้งก่อนที่เราจะต่อภาษีรถ (ป้ายวงกลม) จะต้องต่ออายุพ.ร.บ.ก่อน ก็คือหากเกิดคุณไม่มีพ.ร.บ.มอเตอร์ไซค์ก็ไม่สามารถต่อภาษีรถได้ แล้วถ้าไม่ได้ต่อภาษีประจำปีก็จะต้องเสียค่าปรับอีกไม่เกิน 1,000 บาท พร้อมเตรียมเสียค่าปรับในการชำระภาษีภายหลัง 1% ต่อเดือนด้วย ไม่เพียงแค่นั้นยังส่งผลให้ป้ายทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ถูกระงับการใช้งาน แถมยังเสียเวลาอีกด้วย

เอาเป็นว่า เพื่อนๆ อย่าลืมเช็กอายุพ.ร.บ.กันด้วยนะ หากใกล้จะหมดอายุแล้วก็ต้องรีบนำไปต่อ เพราะทางพ.ร.บ.จะเข้ามาช่วยคุ้มครองแก่ชีวิตและค่ารักษาพยาบาลให้ ถึงแม้เราจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกก็จะได้รับความชดเชยเบื้องต้นทันที นอกจากนี้เราสามารถซื้อประกันรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อเพิ่มความคุ้มครองแก่ตัวรถและทรัพย์สินได้ด้วย เผื่อเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันกับรถของเรา เช่น รถชน รถสูญหาย รถไฟไหม้ ประกันรถมอเตอร์ไซค์ก็จะช่วยลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

Howto-Payment-Car-Tax-Online

ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าโควิด-19 จะเริ่มระบาดซาลงไปแล้วก็ตาม แต่วิถีชีวิตของผู้คนก็เปลี่ยนไปมาก หรืออย่างที่เรียกกันติดปากว่า “New Normal” หรือ “ความปกติใหม่” ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนทั่วโลก นับตั้งแต่การทำงานแบบ Work From Home การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distrancing) การสั่งอาหารให้มาส่งที่บ้าน หรือการดูแลสุขภาพ ใส่ใจตัวเองมากขึ้น เป็นต้น

ด้วยพฤติกรรมของ New Normal หรือ ฐานวิถีชีวิตใหม่ ผลักดันให้คนหันมาใช้ระบบออนไลน์มากขึ้น บรรดาหน่วยงานราชการต่างๆ ก็เริ่มนำวิถีนี้มาใช้ด้วยเช่นกัน เช่นการจำกัดผู้คนในสถานที่ต่างๆ เพื่อลดความแออัด

แม้แต่การชำระภาษีรถยนต์ประจำปีก็เช่นกัน โดยปกติเรามักไปจ่ายกันที่สำนักงานขนส่งพื้นที่ต่างๆ ธนาคาร ไปรษณีย์ ห้างสรรพสินค้าที่มีจุดบริการของกรมการขนส่งทางบก หรือแม้แต่การเลื่อนล้อต่อภาษีที่ขนส่งฯ เป็นต้น MR.CARRO จะมาแนะนำวิธีการต่อภาษีรถยนต์ช่วงโควิด-19 วิธีการใช้บริการจะต้องทำอย่างไร ง่ายนิดเดียวเองครับ.

รถประเภทไหนบ้าง ที่ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้

  • รถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล เท่านั้น
  • รถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ อายุต้องไม่เกิน 7 ปี หากเกินกว่านั้นไม่สามารถต่อภาษีออนไลน์ได้
  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล อายุต้องไม่เกิน 5 ปี หากเกินไม่สามารถต่อภาษีออนไลน์ได้ต้องไปต่อเองที่ขนส่ง
  • รถที่ค้างชำระภาษี ต้องไม่เกิน 1 ปี และชำระภาษีล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน หากเกินไม่สามารถต่อภาษีออนไลน์ได้
  • รถที่ต่อภาษีออนไลน์ เป็นรถทะเบียนจังหวัดใดก็ได้

DLT-E-Service

1. ต่อภาษีรถยนต์ช่วงโควิด-19 เริ่มต้นด้วยการเข้าเว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf เลือก “ลงทะเบียนสมาชิกใหม่”

DLT-E-Service

2. กรอกรายละเอียดให้ครบ หลังจากนั้นกดปุ่ม “บันทึก” เช่น วันเดือนปีเกิด เลขประจำตัวประชาชน ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่สำหรับการจัดส่งเอกสาร พร้อมขอรับรหัสผ่านเข้าสู่ระบบ

หากลงทะเบียนเอาไว้แล้ว แต่เกิดลืมรหัสผ่านขึ้นมา ก็สามารถขอรับใหม่ได้ โดยกดตรงคำว่า “ลืมรหัสผ่าน” หลังจากนั้นกรอกเลขที่บัตรประชาชนระบบจะสุ่มคำถามพื้นฐานให้ท่านตอบและจะได้รหัสผ่านมา

DLT-E-Service-2

3. เมื่อได้รหัสผ่านมาแล้ว ก็ “เข้าสู่ระบบ”

DLT-E-Service

4. เลือก “ชำระภาษีรถประจำปี” และคลิกไปที่ “ชำระภาษีรถประจำปีผ่านอินเตอร์เน็ต”

DLT-E-Service-4

5. มาถึงหน้านี้ กรณีคุณใช้ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์เป็นครั้งแรก ให้ “ลงทะเบียนรถ” ด้านขวามือของภาพก่อน

โดยกรอกประเภทรถ, จังหวัด, เลขทะเบียนรถ, ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ หากชื่อเป็นของบริษัทไฟแนนซ์ ก็ใส่ชื่อบริษัทลงไป แต่ไม่ต้องมีคำหน้าว่า “บริษัท” หรือหากเป็นชื่อของเราเอง ให้ใส่ชื่อเว้นวรรคนามสกุล แล้วกดบันทึก

DLT-E-Service

6. เมื่อปรากฏข้อมูลรถของคุณขึ้นมาใน “รายการข้อมูลทะเบียนรถ” แล้ว ให้กด “ยื่นชำระภาษี” มุมขวาสุด

7. สำหรับรถยนต์ที่ติดแก๊ส ให้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานเพิ่ม อาทิ เลขที่รับรองถังแก๊ส ชื่อ-นามสกุล วิศวกรผู้ตรวจสอบ และวันที่รับรอง

DLT-E-Service

8. ถ้าไม่รถไม่ได้ติดแก๊ส ให้เลือกที่ พ.ร.บ. ต่อ ถ้าคุณมี พ.ร.บ. แล้ว ให้เลือกที่ช่อง “มีแล้ว” ส่วนใครที่ยังไม่มี ให้เลือก “ซื้อเพิ่ม” โดยให้ผู้ยื่นชำระภาษี ซื้อ พ.ร.บ. จากผู้ให้บริการภายนอกได้ แล้วนำข้อมูลมากรอกในระบบให้ถูกต้อง เพื่อใช้ยื่นชำระภาษีรถประจำปีออนไลน์

จากนั้นจะทราบค่าใช้จ่ายที่ต้องเสีย เมื่อเสร็จแล้ว คลิกที่ “กรอกสถานที่จัดส่งเอกสาร” เอาตามที่อยู่ที่คุณสะดวก ไม่จำเป็นต้องตรงกับที่อยู่ในเล่มทะเบียนรถก็ได้ จากนั้น เลือก “วิธีการชำระเงิน”

DLT-E-Service

9. เลือกชำระเงินต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ กับธนาคาร และห้างร้านที่ร่วมรายการได้ เพียง 1 ช่องทาง ตามตัวเลือกด้านล่าง

  • ชำระผ่านการหักจากบัญชีออนไลน์ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารยูโอบี
  • ชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ ธนาคารกรุงเทพ
  • ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือ ตู้ ATM หรือ Application ของธนาคาร/สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารยูโอบี เคาน์เตอร์เซอร์วิส เคาน์เตอร์ห้างเทสโก้โลตัส หรือทรูมันนี่เซอร์วิส (จ่ายผ่านมือถือได้) เป็นต้น

เมื่อเสร็จขั้นตอนเรียบร้อย กรมการขนส่งทางบก จะจัดส่งใบเสร็จรับเงิน ให้ผู้ชำระเงินผ่านทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่จัดส่งเอกสารที่กรอกผ่านหน้าเว็บไซต์

อัตราค่าบริการ

  • ค่าจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ รายการละ 32 บาท
  • ค่าธรรมเนียมธนาคาร รายการละ 20 บาท (กรณีจ่ายผ่านเคาน์เตอร์บริการ หรือหักบัญชีเงินฝาก)
  • ค่าธรรมเนียมการใช้บัตร ร้อยละ 2% และ VAT 7% (กรณีชำระผ่านบัตรเครดิต)

คุณสามารถติดตามสถานะการดำเนินการยื่นชำระภาษี สถานะการจัดส่งเอกสาร หมายเลข EMS เลขกรมธรรม์ หรือปัญหาจากการยื่นชำระ ได้ ที่เมนู “ตรวจสอบผลการชำระภาษี/เปลี่ยนช่องทางชำระเงิน” และยังสามารถพิมพ์ออกมาเป็นรายละเอียดการชำระเงินเป็นราย Reference เพื่อดูได้อีกด้วย

ท้ายสุด เจ้าของรถสามารถนำใบคู่มือจดทะเบียนรถไปปรับบันทึกรายการชำระภาษีได้ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ

เอาล่ะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ ซึ่งถ้าใครได้ใช้แล้ว บอกได้เลยว่าสะดวกสบาย ประหยัดเวลาไปได้พอสมควรเลย

ส่วนช่วงนี้ถ้าเกิดใครร้อนเงินเพราะโควิด-19 วิธีขายรถที่ได้เงินเร็วไว ง่ายนิดเดียวเพียงนำรถมาขายกับ CARRO Express ได้เลย ง่ายนิดเดียว แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand เลยนะจ๊ะ

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Vehicle-Registration-Book-Lost-Not-Worry

ทำความรู้จักกับเล่มทะเบียนรถ ถ้าเล่มทะเบียนรถหาย ต้องทำอย่างไร?

หนึ่งในเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั่นคือ “เล่มทะเบียนรถ” นั่นเอง ซึ่งเหมือนกับบัตรประชาชนนั่นล่ะ รถทุกคันจะต้องมีเล่มทะเบียน แต่ถ้าเกิดเล่มทะเบียนรถหายไปก็อย่าเพิ่งเครียดกันไปใหญ่ ให้ตั้งสติดีๆ ปัญหามีไว้แก้ไข และเรื่องแบบนี้ เรามีข้อแนะนำง่าย ๆ มาบอกกัน

ทำความรู้จักกับเล่มทะเบียนรถ

เล่มทะเบียนรถ (เล่มสีน้ำเงิน) คือ สมุดที่จดบันทึกรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์คันนั้นๆ เอาไว้ และสามารถใช้แทนทะเบียนรถได้หากป้ายทะเบียนรถหาย ทะเบียนชำรุด แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเรียกตรวจ

คุณสามารถยื่นเล่มทะเบียนให้คุณตำรวจดูพร้อมชี้แจงตามความจริงได้ ซึ่งบางคนอาจจะกลัวเล่มทะเบียนตัวจริงหายจึงเก็บไว้ที่บ้าน กรณีนี้ คุณสามารถทำเป็นสำเนายื่นแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เช่นกัน

แต่ในความเป็นจริงควรจะมีเล่มทะเบียนรถตัวจริงเก็บเอาไว้ที่รถเป็นประจำ เพราะของจริงยังไงก็ดีกว่าสำเนาอยู่แล้ว ยกเว้นใครที่ยังผ่อนรถอยู่แล้วเล่มทะเบียนตัวจริงอยู่ที่ไฟแนนซ์ สามารถนำสำเนาและเอกสารการผ่อนชำระกับไฟแนนซ์ยื่นแทนได้

โดยในเล่มทะเบียนรถจะระบุรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะรายละเอียดสำคัญอย่าง เลขทะเบียน รถ เลขตัวถังรถยนต์ ประวัติการครอบครองรถยนต์ ซึ่งจะระบุชื่อเจ้าของรถเอาไว้เพื่อป้องกันการขโมยแล้วนำไปขายต่อ

ตรงนี้ใครที่ซื้อรถมือสองต้องดูให้ละเอียดว่าชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนกับชื่อผู้ขายเป็นชื่อเดียวกันหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ต้องตรวจสอบให้ดีว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร แต่ถ้ามีความผิดปกติให้บอกผ่านไปเลย รวมทั้งในเล่มทะเบียนยังระบุบันทึกการโอนรถ
ปรับเปลี่ยน ยกเลิก ประวัติการเสียภาษีเอาไว้ทั้งหมด และที่ต้องสังเกตให้ดีคือ เล่มทะเบียนต้องอยู่ในสภาพปกติ หากมีการบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ในเล่มมาก่อนแล้ว เล่มต้องไม่ดูใหม่เกินไป หรือบางทีเล่มอาจจะมีการตีตรายกเลิกเล่มไปแล้ว และนำมาย้อมแมวอีกรอบ ต้องดูให้ดีๆ นะ

ถ้าเล่มทะเบียนรถหาย ต้องทำอย่างไร?

อย่างแรกอย่าเพิ่งเครียดเกินไป ขั้นตอนอาจจะดูเยอะนิดนึง แต่ไม่ยากหรอกนะ เพราะตอนนี้ทางกรมการขนส่งทางบก ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้นและให้ประชาชนผู้ติดต่อใช้เวลาในการใช้บริการน้อยที่สุด แต่ควรไปติดต่อตั้งแต่เช้า เพราะผู้ใช้บริการแต่ละวันเยอะมาก
กลัวว่าจะทั้งเครียดทั้งหงุดหงิดไปก่อน ส่วนขั้นตอนการแจ้งเล่มทะเบียนรถหาย หรือ เล่มทะเบียนรถหาย ยังไม่ได้โอน ให้ปฏิบัติตามนี้

1. เมื่อรู้ตัวว่าเล่มทะเบียนรถหาย ต้องรีบไปแจ้งความ “แจ้งเล่มทะเบียนรถหาย” ที่สถานีตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกใบแจ้งความมาให้ เพื่อนำไปยื่นเรื่องกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อทำเรื่องขอสมุดเล่มทะเบียนใหม่

แต่หากคุณลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถไม่สามารถไปแจ้งความได้ด้วยตัวเอง สามารถเตรียมเอกสารสำคัญ คือ หนังสือมอบอำนาจสำหรับแจ้งความแทนและบัตรประชาชนตัวจริง ย้ำว่าตัวจริง รวมทั้งสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถไปยื่นร่วมด้วย และผู้รับมอบอำนาจต้องเตรียมเอกสารสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์จำนวน 10 บาท ไปด้วย

2. นำใบแจ้งความไปยื่นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบก

ซึ่งต้องยื่นไปที่กรมการขนส่งทางบกในจังหวัดที่ออกเล่มทะเบียนรถให้ เช่น ถ้ารถจดทะเบียนในจังหวัดนนทบุรี ให้ไปยื่นที่กรมการขนส่งทางบก จ.นนทบุรี ถ.ติวานนท์ หรือหากจดทะเบียนที่กรุงเทพฯ ให้ไปยื่นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบก
จตุจักร นั่นเอง

3. ให้ตรงไปที่แผนกทะเบียน

หากไม่ทราบให้ติดต่อที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่จะอำนวยความสะดวกได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้การติดต่อสอบถามง่ายขึ้น มีการกดคิวให้ติดต่อตามแผนกอีกด้วย

4. ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แล้วคุณจะได้รับแบบฟอร์มคำขอเล่มทะเบียนใหม่ รวมทั้งบันทึกถ้อยคำ กรณีแจ้งเอกสารหรือใบอนุญาตขับรถสูญหาย และเมื่อกรอกแบบฟอร์มเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารอีกครั้งและให้บัตรคิว (ถ้ากรอกไม่ถูก ไม่ต้องกังวล เพราะที่ขนส่งมีตัวอย่างการกรอกเอาไว้ทั้งหมดแล้ว)

5. รอสักครู่..เมื่อประกาศเรียกบัตรคิวที่ถืออยู่ นั่นคือ คุณกำลังจะได้รับเล่มทะเบียนรถเล่มใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง และในเล่มที่ได้รับมาใหม่ จะมีตราประทับระบุเอาไว้ว่า “ออกแทนเล่มที่สูญหาย” เอาไว้ด้วย ซึ่งเมื่อก่อนต้องรอ 1-2 วัน แต่ปัจจุบันรอรับได้เลย

6. จ่ายค่าธรรมเนียมการออกเอกสารเล่มทะเบียนรถเพียง 55 บาท เท่านั้น

เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้รับเล่มทะเบียนรถใหม่มาง่ายๆ เพียงแต่ว่าอาจจะต้องไปติดต่อที่กรมการขนส่งทางบกตั้งแต่เช้าๆ เพราะตอนนี้หลายแห่งมีประชาชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ที่แน่ๆ เมื่อได้รับเล่มทะเบียนรถเล่มใหม่มาแล้ว ควรเก็บเอาไว้ให้ดี หาซองใส่ที่สะดุดตา และควรเก็บติดเอาไว้ในรถ รวมทั้งทำสำเนาเอกสารอีกชุดหนึ่งไว้ด้วย จะได้ไม่ต้องมาแจ้งความแล้วไปติดต่อทำเล่มใหม่อีกครั้ง

เพราะถ้าไม่มีเล่มทะเบียน ก็ไม่สามารถต่อทะเบียนรถเสียภาษีประจำปี และพ.ร.บ. ประกันภัยได้ แต่ถ้าคุณถึงเวลาที่ต้องต่อทะเบียนรถเสียภาษีประจำปี แล้วต้องซื้อประกันรถยนต์ เราแนะนำ Roojai.com ประกันรถยนต์และบิ๊กไบค์ออนไลน์รูปแบบใหม่ ราคาดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ปลอดภัย รับประกันภัยโดยบริษัทกรุงไทยพานิชย์สำหรับรถยนต์ และแอลเอ็มจีสำหรับรถจักรยานยนต์ สามารถเช็คราคา ซื้อประกันรถผ่านเว็บไซต์ ปรับเปลี่ยนรูปแบบความคุ้มครองเองได้ จะแจ้งเคลมผ่านแอปแบบเรียลไทม์ หรือตรวจสภาพรถผ่านวิดีโอคอลก็ได้อีกด้วย แถมยังผ่อนสบายผ่านบัตรเครดิตได้ 10 งวด

มีแค่บัตรเดบิตก็ผ่อนได้ และที่ Roojai.com ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ ประหยัดกว่าประกันอื่นทั่วไป แถมบริการโดนใจ ลองพิสูจน์ได้จากคะแนนรีวิวความพึงพอใจจากลูกค้าจริงที่หน้าเว็บไซต์