10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

คำถามยอดฮิตที่ผู้ขับขี่รถยนต์อยากรู้ เพราะในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ แถมราคาน้ำมันก็พุ่งไม่หยุด ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างอยากจะประหยัดเงินในการเติมน้ำมันกันทั้งนั้น

บางคนอาจใช้รถยนต์รุ่นเก่าๆ ที่ซดน้ำมันไม่ใช่น้อย ทำให้ต้องเสียเงินกับการเติมน้ำมันไปเดือนหนึ่งเป็นหลักหลายพันบาท ถึงขนาดหลายคนเลือกที่จะนำรถคันนั้นไปติดแก๊ส LPG เพราะคิดว่าวิธีนี้จะช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันที่สุด

แต่จริงๆ แล้ว ผู้เชี่ยวชาญจาก CARRO ขอยืนยันว่ามันมีวิธีการประหยัดน้ำมันที่ง่ายกว่านั้น!! แถมยังเป็นวิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้อีกด้วย ซึ่งวิธีเหล่านั้นจะประกอบไปด้วย …

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

1. ชุดแต่งรถ อย่าต้านลม

สำหรับขาซิ่ง หรือคนที่ชอบแต่งรถทั้งหลาย คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า การติดตั้งอุปกรณ์แต่งรถ หรือปรับเปลี่ยนรถให้มีความเท่ ความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น อาจทำให้รถคุณกินน้ำมันเพิ่มขึ้น!!

เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านั้นจะเพิ่มแรงต้านการหมุนของล้อ และเพิ่มแรงต้านอากาศให้มากขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ถ้าไม่อยากจะต้องเสียค่าน้ำมันแพง คุณก็ควรจะแต่งรถในปริมาณที่พอดีๆ นะจ๊ะ

2. ขนสัมภาระเท่าที่จำเป็น

เวลาที่คุณต้องออกเดินทางไกล และมีเหตุให้ต้องขนข้าวของไปเยอะ แนะนำให้ลองเลือกขนเฉพาะสิ่งของที่จำเป็น เพราะการบรรทุกของที่หนักจนเกินไป จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น

โดยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 20 กิโลกรัม ทำให้รถยนต์ของคุณกินน้ำมันมากถึงร้อยละ 1 เลยทีเดียว

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

3. ควบคุมความเร็วให้คงที่

ข้อนี้อาจจะยากสักหน่อยสำหรับการขับรถในเมืองใหญ่ที่รถเยอะๆ อย่างกรุงเทพฯ เพราะคุณอาจจะต้องขับไปเบรกไป (เนื่องจากรถติด) แต่ถ้าหากคุณเดินทางไปต่างจังหวัด หรือว่าอาศัยอยู่ในบริเวณที่รถไม่เยอะ แนะนำให้คุณลองขับรถโดยใช้ความเร็วที่คงที่ จะช่วยให้ประหยัดน้ำมัน

พยายามใช้เกียร์รถให้เหมาะสมกับความเร็วรถ พยายามอย่าลากรอบสูงๆ เมื่อใช้เกียร์ต่ำ หรือใช้เกียร์สูง แต่ความเร็วต่ำๆ

4. ไม่ต้องคิกดาวน์ หรือขับกระชากก็ได้ ถ้าไม่จำเป็น

แม้ว่าการคิกดาวน์จะช่วยให้เร่งรถเพื่อแซงคันอื่นได้ฉับไวขึ้น แต่ทำบ่อยๆ ก็เปลืองน้ำมันอยู่ไม่ใช่น้อย การขับรถแบบกระชาก เบิ้ลเครื่อง นี่สิ้นเปลืองน้ำมันทันตาเห็น ทั้งเครื่องยนต์จะพังแถมยังอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าเดิมถึง 30%

กรณีขับรถเก่า ที่ยังมีปุ่ม O/D (Overdrive) ก็กดใช้ได้เลย เพราะไม่ต้องกดคันเร่งมาก เพื่อเรียกกำลังจากเครื่องยนต์ได้มากขึ้น เกียร์จะช่วยลดรอบเครื่องยนต์ให้ทำงานต่ำกว่าอัตราทดเกียร์ปกติที่มากกว่า 1.000 ช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้น หรือในรถยุคใหม่ ที่มีแป้น + – ทั้งบริเวณเกียร์ และแป้นหลังพวงมาลัย (Paddle Shifts) คุณก็เลือกเปลี่ยนเกียร์เองก็ได้เช่นกัน

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

5. จอดรถ ต้องดับเครื่อง กับหาที่จอดในร่ม

เวลาที่คุณจอดรถไว้เฉยๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาไม่กี่นาที หรือว่าเป็นเวลานาน แนะนำว่าควรดับเครื่องยนต์ เพราะถึงแม้คุณจะจอดรถทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ได้ขับไปไหน ก็ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันได้เหมือนกัน

และอย่าจอดรถตากแดดโดยไม่จำเป็น ทางที่ดีควรจอดรถในที่มีร่มเงาดีกว่า เมื่อช่วงสตาร์ทรถ เครื่องปรับอากาศจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

6. อย่าเลี้ยงคลัทช์

รู้หรือไม่? ยิ่งเลี้ยงคลัทช์ ก็ยิ่งทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น และทำให้แผ่นคลัทช์สึกหรอ บวกกับอายุการใช้งานที่น้อยลง

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

7. หลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติด

วิธีนี้อาจยากหน่อย สำหรับคนที่ต้องขับรถไปเส้นทางรถติดทุกๆ วัน แต่ถ้าลองเตรียมตัว เช็คเส้นทางที่รถติดน้อยที่สุด หรืออาจจะใช้เส้นทางลัด ก็ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มาก เพราะว่าการเหยียบเบรคบ่อยๆ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน

8. ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

รถยนต์ยุคใหม่หลายรุ่นมีเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างดีเยี่ยม เช่น ปุ่ม Idling stop หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราว เหมาะสำหรับใช้หยุดการทำงานของเครื่องยนต์เวลาที่รถติดไฟแดง หรือเวลาที่ต้องจอดรถทิ้งเอาไว้ ซึ่งพอเครื่องยนต์หยุดทำงาน ก็จะช่วยหยุดการจ่ายน้ำมันนั่นเอง

และหากรถรุ่นไหนที่มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน เพราะจะช่วยควบคุมความเร็วให้คงที่ ช่วยประหยัดน้ำมันได้

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

9. เช็คสภาพลมยาง

การตรวจเช็คสภาพลมยางเป็นสิ่งที่คุณควรจะทำอยู่เสมอ โดยการตรวจเช็คสภาพลมยาง จะช่วยทำช่วยประหยัดน้ำมันได้ส่วนหนึ่ง

เพราะถ้าหากลมยางของคุณเกิดการอ่อนตัว ก็จะทำให้เกิดการเสียดทานระหว่างตัวยางกับพื้นถนน ซึ่งจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์รับภาระในการหมุนล้อเพิ่มขึ้น จึงเป็นสาเหตุทำให้เปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นนั่นเอง

10. หมั่นตรวจเช็คสภาพรถ

เมื่อถึงเวลาครบกำหนดที่คุณต้องนำรถเข้าไปตรวจเช็คสภาพ ซึ่งการตรวจสภาพเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากจะช่วยทำให้รถยนต์ของคุณพร้อมในการขับขี่ ยังช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ด้วย

เนื่องจากการที่รถยนต์กินน้ำมัน อาจจะมีสาเหตุมาจากการที่อุปกรณ์ต่างๆ เสื่อมสภาพก็เป็นไปได้ ดังนั้นถ้าหากถึงเวลาที่ควรจะต้องนำรถไปเช็คสภาพ ก็ไม่ควรที่จะละเลย

วิธีการทั้งหมดที่ได้กล่าวมา เป็นการช่วยประหยัดเงินค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้เหลือเงินที่จะไปทำอย่างอื่นอีก แต่สำหรับคนที่อยากมีรถยนต์สักคัน ไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ไป เพราะปัจจุบันมีรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันให้เลือกมากมาย แต่หากอยากประหยัดเงินเพิ่มขึ้น แถมมีเงินเหลือเก็บ

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

CARRO อยากแนะนำให้ลองเปิดใจกับรถมือสอง เนื่องจากรถมือสองสภาพดีสมัยนี้ก็มีให้เลือกเยอะแยะ แถมถ้าเป็นรถรุ่นที่จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ก็ยิ่งดี ซึ่ง CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์รถประหยัดน้ำมันให้คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Beware-Your-Side-Mirror-From-Motorcycle

อีกเรื่องหนึ่งเลยของคนขับรถในกรุงเทพฯ หรือตามหัวเมืองใหญ่ๆ ที่นอกจากเผชิญกับรถติดแล้ว ยังต้องมาเจอเหล่านักบิด หรือ “มอเตอร์ไซค์” ทั้งหลาย เบียด ปาด แทรก ขึ้นมาด้านข้างตัวรถเป็นประจำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ วิ่งถนนแคบๆ แล้วรถติดๆ ด้วยนะ รู้สึกได้เลย

บางทีก็เกิดการกระทบกระทั่งขึ้นมา เช่น แฮนด์รถจักรยานยนต์ เฉี่ยวกระจกมองข้าง! ถ้าไม่มากก็แค่เฉี่ยวกระจกมองข้างเป็นรอยถลอก หรืองอไปข้างหน้า ถ้าหนักหน่อยก็หักทั้งยวงเลย

ก็คงได้แต่ทำใจ เพราะ 99.99% ของมอเตอร์ไซค์ที่มาเฉี่ยว มักจะไม่รับผิดชอบ ไปเลย! … Mr.Carro ขอนำเสนอวิธีขับรถ ที่ได้มาจากผู้คร่ำหวอดในวงการนักข่าวสายรถจักรยานยนต์มานาน แนะนำวิธีเลี่ยงไม่ให้มอเตอร์ไซค์เฉี่ยวกระจกมองข้าง ได้มากที่สุดครับ …

วิธีที่ 1

Beware-Your-Side-Mirror-From-Motorcycle

เวลาขับรถ พยายามขับรถให้อยู่จุดกึ่งกลาง ระหว่างเส้นแบ่งเลนจราจรมากที่สุด พยายามอย่าชิดเส้นขอบทางไปด้านซ้าย-ขวา มากเกินไป

เพราะเวลามอเตอร์ไซค์จะแทรกเข้ามาด้านข้างตัวรถของเรา เขาจะค่อยๆ ขี่ไปได้อย่างไม่ลำบากนัก (เพราะถ้าเขาซิกแซก ซอกแซกลำบาก ไปๆ มาๆ แฮนด์อาจมากระแทก โดนกระจกมองข้างรถของเราแทน!)

วิธีที่ 2

Beware-Your-Side-Mirror-From-Motorcycle

เมื่อคุณจอดรถติดไฟแดง หรือติดอะไรก็แล้วแต่ พยายาม “อย่า” จอดรถติดเสมอกับกระจกมองข้างรถคันด้านข้างๆ ให้จอดรถเหลื่อมกันไว้ บวกกับเว้นระยะห่างจากคันหน้าไว้ เพราะมอเตอร์ไซค์ที่ขี่มา มักจะพยายามหาวิธีแทรก เกิดไปเจอรถจอดติดกันสองคัน กระจกมองข้างอยู่มุมเสมอกันพอดี บางทีหลบกระจกมองข้างรถอีกคันได้ แต่กลับไปเฉี่ยวกระจกมองข้างรถอีกคันแทน!

ถ้าโดนเฉี่ยวแล้ว เรียกประกันภัยอย่างไร?

Beware-Your-Side-Mirror-From-Motorcycle

อย่างแรก คือ ต้องแจ้งบริษัทประกันภัย กับแจ้งความกับตำรวจไว้ และแจ้งเคลมบริษัทประกันรถยนต์ทันทีที่เกิดเหตุ (กรณี เช่น กระจกมองข้างหัก) ถ้ามีหลักฐาน เช่น ป้ายรถทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์คันที่เฉี่ยว ภาพจากกล้องหน้ารถ ภาพจากกล้องวงจรปิด ก็เตรียมไว้เป็นหลักฐาน

เมื่อเจ้าหน้าที่รับแจ้งสอบถามข้อมูลการเกิดเหตุเบื้องต้นแล้ว จะส่งเจ้าหน้าที่มาดู ณ จุดเกิดเหตุ เช่น ถ้าจุดนั้นมีติดตั้งกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อตำรวจเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดช่วงเกิดเหตุ ถ้าเห็นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้พนักงานสอบสวนสามารถออกหมายเรียกเจ้าของรถจักรยานยนต์คันนั้นมาสอบสวน เข้าสู่กระบวนการติดตามผู้กระทำความผิด หรือทำให้รถยนต์เสียหายต่อไป

ทั้งนี้ เอกสารเคลมที่บันทึกของพนักงานสอบสวน สามารถระบุป้ายทะเบียน หรือรายละเอียดอื่นๆ ของรถคู่กรณี ได้ครบถ้วน ทั้งหมวดตัวอักษรและหมวดจังหวัด จะมีประโยชน์ที่ประกันภัยจะละเว้นไม่เรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกตามเงื่อนไขของ คปภ. ในข้อที่ระบุไว้ว่า ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ กรณีถูกคู่กรณีเฉี่ยวชนและไม่สามารถระบุรายละเอียดของคู่กรณีได้ ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (ค่า Excess) เฉพาะกรณีนี้ต่อเหตุการณ์ๆ ละ 1,000 บาท สำหรับการประกันภัยรถยนต์ประเภท 1

ถ้าหากเป็นประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 + หรือ 3+ จะคุ้มครองเฉพาะเวลาโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว แล้วคุณสามารถ “จำหมายเลขทะเบียนได้” เพราะจะไม่ได้ถือว่า เป็นการถูกเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี แต่ประเภท 2 + หรือ 3+ จะไม่คุ้มครองการถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหลบหนี

รู้แบบนี้แล้ว ก็ลองไปปฏิบัติใช้ดู แต่ทางที่ดี ก็ต้องระวังมอเตอร์ไซค์มาเฉี่ยว อยู่ดีละครับ!

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

10-Intersection-Traffic-Bad-In-Bangkok

แยกไฟแดงนรก เพราะตำรวจปล่อยรถไม่สัมพันธ์กัน ผนวกกับรถยนต์บนถนนที่มากขึ้นเรื่อยๆ

จากสภาวะของกรุงเทพฯ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่รถติดเป็นอันดับ 1 ของโลก ณ ขณะนี้ รวมไปถึงที่ประเทศ ปัญหาอุบัติเหตุที่มากเป็นอันดับ 1 ของโลก และปัญหาของมลพิษที่มากติดอันดับโลก เนื่องจากจำนวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีในกรุงเทพฯ นับล้านคันบนถนน และระบบขนส่งมวลชน เช่น รถเมล์ ที่มีสภาพย่ำแย่มาก ที่รวมกันสร้างปัญหารถติด และปัญหามลพิษ

อีกทั้งผังเมืองที่ไม่ได้วางอย่างเป็นระบบระเบียบ ถนนไม่มีการเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดปัญหาในการปล่อยรถตามแยกต่างๆ ที่บางแยกได้ชื่อเป็นแยกที่มีรถติดนานมากๆ ในช่วงเวลาเร่งด่วน

Carro ขอรวบรวมข้อมูล 10 แยกไฟแดงรถติดนรกที่สุด ติดได้ ติดดี ติดทุกวัน มาให้ทุกท่านได้ชมกันครับ.

แยกอโศก-สุขุมวิท

Asoke-Sukhumvit

จัดเป็นแยกที่รถติดนรกอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ เป็นย่านที่มีแต่ความสับสนวุ่นสาย และไร้ระเบียบมาก เนื่องจากปริมาณรถบนถนนสุขุมวิท และถนนรัชดาภิเษก ที่มากจนเกินจะรับไหว ทำให้ตำรวจต้องกักรถอีกฝั่ง เพื่อที่จะปล่อยรถอีกฝั่งให้นานกว่าปกติเป็นการระบายรถ จนทำให้ฝั่งที่ติดไฟแดง รถจะติดกันอย่างมาก แทบทั้งวันในทุกวัน

แยกประตูน้ำ

Pratunam

แยกนี้ ก็ถือเป็นอีกแยกหนึ่งที่เรียกได้ว่ารถติดหนักมากที่สุดในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ โดยติดกันแทบทั้งวันทั้งคืน ไม่ว่าจะเป็นรถที่มาจากทางถนนราชดำริ ถนนเพชรบุรี ถนนราชปรารภ และยังเป็นย่านที่มีนักท่องเที่ยวขยันข้ามถนน มีรถตุ๊กๆ กับรถแท็กซี่ ที่จอดเกะกะอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าเพื่อรอผู้โดยสาร ทำให้เสียช่องทางจราจรไป 1 ช่อง โดยที่ตำรวจไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ และตำรวจมักปล่อยรถเฉพาะฝั่งถนนราชดำริมากกว่า เลยทำให้ถนนเพชรบุรี และ ราชปรารภ มีรถติดกันยาวมาก

แยกชิดลม

Chidlom

เนื่องจากปัญหาของแยกประตูน้ำ ที่ส่งผลกระทบมายังถนนเพลินจิตด้วย ในช่วงเวลาเร่งด่วน แยกชิดลมรถนี่ก็ถือว่ารถติดหนักทีเดียว แต่ช่วงดึกๆ ไป ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ ซึ่งตำรวจประจำป้อม จะปล่อยรถทางถนนเพลินจิต และถนนชิดลมอย่างสม่ำเสมอก็ตาม แต่ปัญหาที่เกิดจากแยกอื่น และจากรถของผู้ปกครองที่ชอบจอดหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตามมาเป็นลูกโซ่ และรถที่หนีจากถนนเพชรบุรีมาเข้าถนนชิดลมจำนวนมาก บางทีไฟแดงนาน หรือฝนตกหนัก จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีรถติดหนัก

แยกพระโขนง

Phrakhanong

ปัญหาที่เกิดจากการตัดถนนพระรามที่ 4 (ส่วนต่อขยาย) จากคลองเตยมายังพระโขนง บรรจบกับถนนสุขุมวิท ตั้งแต่เมื่อประมาณ 70 ปีที่แล้ว ที่ถนนไม่ได้ไปบรรจบกับซอยสุขุมวิท 71 ที่ต่อมาคือ ถนนพระโขนง-คลองตัน (หรือชื่อปัจจุบันคือ ถนน ปรีดี พนมยงค์) ทำให้การปล่อยรถ ตำรวจชอบปล่อยรถทางถนนสุขุมวิทที่มีรถติดหนักอยู่แล้ว มากกว่าฝั่งถนนพระรามที่ 4 และถนนสุขุมวิท 71 จึงทำให้แยกพระโขนงนี้ มีรถติดหนักมาก บางทีเปิดไฟเขียว 30 วินาที แต่ให้ไฟแดงเกือบ 10 นาทีก็มี

แยกนานา

Nana

อีกแยกหนึ่งที่มีรถติดสุดๆ ในกรุงเทพฯ นั่นคือ แยกนานา คือแยกที่ซอยสุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) ตัดกับซอยสุขุมวิท 4 (นานาใต้) เป็นแยกที่ค่อนข้างจอแจที่สุดอีกแห่งหนึ่ง และมีทั้งรถแท็กซี่ รถตุ๊กๆ หาบเร่แผงลอย นักท่องเที่ยวที่เดินกันเยอะ กินพื้นที่ถนนบางช่วงหายไป 1 เลน โดยรถที่มาจากทางด่วนและมาจากทางราชปรารภ มักชอบเข้ามาในซอยนานา เพื่อลัดไปออกทางถนนวิทยุ รถจึงค่อนข้างติดมาก และตำรวจที่เน้นปล่อยรถถนนสุขุมวิทมากกว่า จึงทำให้แยกนานารถติดหนัก

แยกซังฮี้

Sang-Hi

แยกนี้ เมื่อคุณขับรถมาจากทางถนนราชวิถี ถ้าเป็นช่วงเวลาปิดเทอม รถก็จะไม่ติดเท่าไหร่ แต่พอเวลาเปิดเทอมของโรงเรียนดัง และมหาวิทยาลัยชื่อดังในย่านนั้นแล้วล่ะก็ รถติดนรกเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นรถที่มาจากทางถนนสามเสน ที่มากอยู่แล้ว กับจำนวนรถที่ลงมาจากทางสะพานกรุงธนเพิ่มอีก จึกให้แยกซังฮี้ โดยเฉพาะเส้นถนนราชวิถี ต้องรับรถติดไปเต็มๆ

แยกรัชดา-ลาดพร้าว

Ratchada-Ladphrao

แยกรถติดนรกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ แมหว่าถนนรัชดาภิเษก จะมีสะพานข้ามแยกก็ตาม แต่รถที่มาจากทางถนนรัชดาภิเษก ที่ต้องการเลี้ยวไปยังถนนลาดพร้าว และรถจากถนนลาดพร้าว จะเลี้ยวไปยังถนนรัชดาภิเษก มีมากเหลือเกิน จึงทำให้ตำรวจต้องเฉลี่ยปล่อยรถในแต่ละฝั่ง แต่รถมีจำนวนมาก และช่วงปากซอยลาดพร้าว 23 ที่มีรถชอบเลี้ยวเข้า-ออก เป็นประจำ ทำให้กีดขวางทางจราจรเข้าไปอีก

แยกรัชดา-ราชพฤกษ์

Ratchada-Ratchapruek

เป็นแยกหนึ่งในย่านฝั่งธนบุรี ที่มีรถติดมากนับตั้งแต่มีถนนราชพฤกษ์เกิดขึ้นมา โดยรถที่มาจากทางถนนจริญสนิทวงศ์ มักจะมากองรวมกันอยู่บริเวณนี้ และใกล้แยกนี้ยังมีย่านตึกแถว ตลาดนัด ป้ายรถเมล์ที่รถเมล์ชอบจอดแช่ และมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ทำให้มีรถเข้า-ออก กันตลอดเวลา จึงทำให้แยกนี้เลี่ยงรถติดได้ยาก

แยกลำสาลี

Lam-Sali

หลายคนถึงกับเปลี่ยนชื่อแยกนี้ให้เป็นแยก “ลำสาหัส” เลยทีเดียว เป็นแยกที่ถนนรามคำแหง ตัดกับถนนศรีนครินทร์ แม้ว่าจะมีสะพานลอยข้ามแยก แต่จำนวนรถที่มาจากทางถนนลาดพร้าว ถนนนวมินทร์ ถนนเสรีไทย ส่วนใหญ่มักจะมากองรวมกันอยู่บรเวณบางกะปิ แยกนี้จึงต้องรับรถไปเต็มๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าตำรวจจะปล่อยรถแต่ละฝั่งเป็นเวลาที่นานขึ้นก็ตาม

แยกแคราย

Khae-Rai

แยกรถติดสุดโหดของชาวนนทบุรี เพราะติดกันแทบทั้งวันทั้งคืน ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นแค่เพียงสามแยกแคราย ของถนนงามวงศ์วาน ตัดกับถนนติวานนท์ ภายหลังจากการตัดถนนรัตนาธิเบศร์ บวกกับจำนวนรถที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนของคนที่ย้ายออกไปซื้อบ้านอยู่ชานเมือง แล้วเข้ามาทำงานในเมือง ถึงจะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงแล้ว ก็ยังไม่สามารถช่วยให้แยกนี้รถติดน้อยลงได้ บางวัน รถติดจากแยกแครายยาวไปจนถึงอุโมงค์เกษตร เลยทีเดียวครับ

จริงๆ แล้ว แยกที่รถติดสุดโหด ยังมีมากกว่านี้ เชื่อได้ว่าหากใครที่ไม่จำเป็นแล้วล่ะก็ อย่าขับรถไปตามแยกเหล่านี้เลยครับ …

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ธรรมะ

รถติด หงุดหงิด !!
ลองเปิดคลิปธรรมะฟัง ผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ !!

“รถติด” ปัญหาที่แก้ไม่หายจนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วในปจจุบันของคนที่อาคัยอยู่ในตัวเมืองกรุงเทพ ทำให้หลายคนมักหากิจกรรมต่าง ๆ ทำบนรถระหว่างรอไฟแดงที่นานแสนนาน อย่างเช่น เปิดเพลงโปรดฟัง สังเกตุรถคันอื่น เล่นมือถือ โยคะเฟส ยืดเส้นยืดสาย เป็นต้น

วันนี้ คาร์โร จึงขอเสนออีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจอย่าง การเปิดคลิปธรรมมะฟัง ที่อาจไม่แปลกสำหรับบางคนที่ทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็เชื่อว่ายังมีบางคนก็ยังไม่เคยทำฟัง เราจึงนำช่องทางการหาฟัง ดังนี้

การปล่อยวาง

เสียงอ่านพระธรรมเทศนาพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) แห่งวัดหนองป่าพง ให้เสียงโดย ธรรมสภา

หมายเหตุ : ณ เวลา 29:46 ซึ่งระบุว่าพระอานนท์เป็นปุถุชนก่อนประชุมสังคายนาพระไตรปิฎก ขอแก้ไขข้อความดังกล่าวเป็นสำเร็จเป็น “พระโสดาบัน” ก่อนประชุมสังคายนาพระไตรปิฎก  อ้างอิง: http://84000.org/tipitaka/attha/v.php… (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ข้อที่ ๑๙๓)

 

ธรรมะ : การทำจิตใจให้สงบ

เสียงอ่านพระธรรมเทศนาพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) แห่งวัดหนองป่าพง ให้เสียงโดย ธรรมสภา

 

ธรรมะ : ทางสายกลาง

เสียงอ่านพระธรรมเทศนาพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) แห่งวัดหนองป่าพง ให้เสียงโดย ธรรมสภา

 

ธรรมะ : วิธีควบคุมความคิดและความรู้สึกในแง่ลบ

เสียงอ่านพระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร

 

ธรรมะ : ปาฏิหาริย์แห่งการคิดบวก

https://youtu.be/TACt-OTrjHo

ชีวิตของเราจะดีหรือไม่ จะสุขหรือจะทุกข์ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของเรา ถ้าเราคิดเป็น ชีวิตก็ร่มเย็นเป็นสุข ถ้าคิดไม่เป็น ชีวิตก็เข้าสู่วงจรของความทุกข์ โดย ว.วชิรเมธี

 

เพลงคลายเครียด ดนตรีบำบัด

บำบัดความเครียดด้วยดนตรีบำบัด เพลงคลายเครียด ช่วยใหรู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ ลดความวิตกกังวล รวมทั้งยังกระตุ้นประสาทสัมผัส การรับรู้ เสริมสร้างสมาธิอีกด้วย

 

ขอบคุณคลิปวิดิโอจาก Youtube : hiphoplanla, ชีวิตนี้น้อยนักฟังธรรมะ ว.วชิรเมธีธรรมะ ธรรมะสอนใจ ธรรมะออนไลน์

วันหยุดยาว

ใครหงุดหงิดขณะรถติดในช่วงวันหยุดยาวนี้
ลองดู 5 วิธีนี้ จะทำให้คุณผ่อนคลาย

อย่างที่ใคร ๆ ก็รู้ดีว่าช่วงนี้ใกล้เทศกาลความสุขอย่างส่งท้ายปีเก่าต้อนรับรับปีใหม่ ทำให้มีวันหยุดยาวติดกันหลายวัน และหลายคนกำลังออกเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด หรือไปเที่ยวพักผ่อน ซึ่งการออกจากรุงเทพพร้อม ๆ กัน ผลที่ตามมา แน่นอนคือ รถติด กว่าจะหลุดออกไปยังจังหวัดที่ตนเองได้วางแผนไว้ อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเลยทีเดียว

วันหยุดยาว

คาร์โร จึงอยากแนะนำกิจกรรมแก้เบื่อ ที่สามารถทำฆ่าเวลาบนรถได้อย่างเพลิดเพลิน มีอะไรบ้าง ไปดูกัน !

 

1. เปิดคอนเสิร์ตในรถด้วยเพลงโปรด

วันหยุดยาว

กิจกรรมที่ง่ายแสนง่ายไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมอะไรมากมายก็สามารถทำได้ เพียงเปิดเพลงโปรดของคุณ หรือหมุนคลื่นวิทยุหาเพลงเพราะๆ ฟัง แล้วจะฮัมหรือร้องเพลงไปพร้อมๆ กันก็ได้ รับรองว่าแค่ฟังเพลงที่ชอบ ก็ทำให้อารมณ์คุณดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

 

2. หาอะไรทานรองท้อง

วันหยุดยาว

หลายคนต้องตื่นเช้าเพื่อเดินทาง ทำให้อาจละเลยอาหารเช้าไป กว่าจะถึงที่หมายคงหิวจนไส้กิ่ว ดังนั้นก่อนออกจากบ้านอาจหา ผลไม้ แซนวิช หรืออาหารที่มีประโยชน์ใส่กล่อง กินรองท้องแก้หิวขณะรถติดก็ได้นะ ยิ่งผลไม้หวานๆ กินแล้วทำให้อารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย

 

3. ทำ Face Yoga บนรถ

Face Yoga

มาลองบริหารกล้ามเนื้อหน้าโดยการโยคะหน้า แก้เบื่อแก้เซ็งขณะรถติดกันดีกว่า จะได้ดูสวยอ่อนวัยอยู่เสมอไงล่ะ สามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงเลย

 

4. แต่งหน้าไปเพลิน ๆ กว่าจะถึงก็สวยพอดี

วันหยุดยาว

เดี๋ยวนี้การแต่งหน้าในรถไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปสำหรับสาว ๆ เพราะนอกจากจะมีคลิป How to แถมทริคแต่งหน้ายังไงไม่ให้มือสั่นออกมาเพียบแล้ว รวมถึงเช็คความเรียบร้อยของเสื้อผ้า ผม และพอถึงที่หมายก็ได้ดูสวยหล่อพอดี

 

5. เซลฟี่วนไป

วันหยุดยาว

พอแต่งหน้าแต่งตัวมาดูดีแล้ว ก็ต้องต่อด้วยการเซลฟี่ในรถ จะเซลฟี่เดี่ยวหรือถ่ายกับแก๊งเพื่อนหรือกับครอบครัว และหารูปอัพลงเฟซบุ้ค ไอจี อวดเพื่อนๆ ยิ่งถ้าได้รูปสวยถูกใจแล้วอยากจะแต่งสีแต่งรูปให้สวยปังกว่าเดิมก็ถือว่าเป็นการฆ่าเวลาแถมเพลินสุดๆจนอาจลืมเวลาไปเลย !

วันหยุดยาว

อย่างไรก็แล้วแต่ เราขอแนะนำว่าควรทำเฉพาะเมื่อรถติดหนักๆ จนนิ่งไม่ขยับไปไหนจะดีกว่าค่ะ แล้วอย่าลืมความระมัดระวัง ไม่ประมาทในขณะขับขี่ด้วยนะคะ

ท่าออกำลังกาย ขณะรถติด

มาออกกำลังกายกันเถอะ ด้วย 7 ท่าที่ทำได้แม้รถติด

ขณะที่คุณกำลังนั่งเบื่อหน่ายอยู่ในรถที่ติดนานๆ ทำได้แค่มองโน้นนี้นั้นไปเรื่อยๆ และหาอะไรทำเรื่อยเปื่อย รถก็ยังติดอยู่ที่เดิม ลองหันมาออกกำลังกายเบาๆ ภายในรถยนต์ของคุณดูสิ ด้วยท่าง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ อีกทั้งยังทำให้คุณเกิดความเพลิดเพลิน และช่วยให้กล้ามเนื้อ Fit & Firm ขึ้นอีกด้วย คุณจะได้ไม่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

 

1.ท่าออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อขา

ยกขาซ้ายขึ้นจากพื้นและจากเก้าอี้ ในลักษณะที่เข่างอเล็กน้อย ยกค้างไว้ นับ 1-8 แล้ววางขาลงช้าๆ ถ้ารถยังไม่เขยื้อน ทำขาขวาต่อเลย ทำแบบนี้สลับไปมาสัก 4-5 รอบ ( มากกว่านี้ก็ได้ )

 

2.ท่าออกกำลังกายบริหารหน้าท้อง

ผ่อน หรือ คลายลมหายใจออก ช้าๆเต็มที่ ท้องแฟบเกร็งหน้าท้อง นับในใจ 1-8 แล้วสูดลมหายใจเข้าสึกๆ ช้าๆ นะ อย่ารีบ ท้องป่อง เกร็งหน้าท้องนับในใจ 1-8 แล้วคลายลมหายใจออกอีก ทำสลับกัน 4-5 รอบ ( มากกว่านี้ก็ได้ )

 

3.ท่าออกกำลังกายบริหารแขนและหน้าอก

วางมือทั้งสองข้างบนพวงมาลัยรถ วางมือซ้ายที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และมือขวาที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา เหยียดแขนทั้งสองข้างให้ตึง แล้วออกแรงผลักพวงมาลัยไปข้างหน้าช้าๆ ( ถ้ารถเคลื่อนให้ดึงเบรกมือไว้ชั่วคราว ) แล้หยุดนับ 1-8 แล้วเปลี่ยนทิศทางการออกแรง เป็นดึงพวงมาลัยเข้ามาหาตัวทำคล้ายๆกับเบรกรถจนตัวโก่งนั้นล่ะ แล้วหยุด นับ 1-8 ทำแบบนี้กลับไปกลับมา 4-5 รอบ ( มากกว่านี้ก็ได้ )

 

4.ท่าออกกำลังกายบริหารข้อศอก

ตั้งข้อศอกซ้ายทำมุม 90 องศากับลำตัว กำหมัดให้หมัดของคุณอยู่บริเวณแถวสะดือ ดันข้อศอกซ้ายเข้ากับพนักเก้าอี้ข้างๆนับ 1-8 แล้วสลับทำแบบเดียวกันกับข้อศอกขวา แต่ให้ดันข้อศอกขวาเข้ากับประตู ( อย่าลืมล็อคประตูรถก่อนนะ ) ทำแบบนี้กลับไปกลับมา 4-5 รอบ ( มากกว่านี้ก็ได้ )

 

5.ท่าออกกำลังกายบริหารสะโพก

ใช้มือทั้งสองข้างจับเนื้อสะโพก ( ถ้าทำมากๆได้ก็ให้ทำลงไปถึงแก้มก้นได้เลย ) บีบให้แน่น แน่นอนก้นของท่านจะทับมือ นับ 1-8 แล้วคลาย ( ทำเหมือนกับนวดกล้ามเนื้ออื่นๆ ) ทำซ้ำ 4-5 รอบ ( มากกว่านี้ก็ได้ )

 

6.ท่าออกกำลังกายบริหารหัวไหล่

ยกไหล่ขึ้นให้สูงที่สุด สูงจนรู้สึกคอหดเลยแล้วยกค้างไว้ 1-8 แล้วหมุนหัวไหล่ โดยหมุนไปด้านหลังก่อน แล้วหมุนควงหัวไหล่กลับมาด้านหน้า หมุนควงหัวไหล่ไปด้านหลัง แล้วหมุนควงหัวไหล่ไปด้านหน้า ถ้าทำผิดทางก็ไม่เป็นไร ทำอันไหนก่อนหลังก็มีค่าเท่ากันลดไหล่ลงตามปกติ แล้วก็ยกไหล่ขึ้นทำแบบเดิมซ้ำอีก ทำ 4-5 รอบ ( มากกว่านี้ก็ได้ )

 

7.ท่าออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อหน้า

ท่านี้ต้องอาศัยความสามารถทางการแสดงเล็กน้อย โดยให้คุณทำหน้าทำตาแสดงอารมณ์ต่างๆ เช่น ตกใจ,เสียใจ,ดีใจ,และโกรธ ทำแต่ละท่าแล้วค้างไว้นับ 1-8 แล้วเริ่มแสดงหน้าตาท่าใหม่หมุนเวียนกันไป เพื่อบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วนบนใบหน้า ( แต่ระวังอย่าไปทำใกล้ๆกระจก เดี๋ยวรถข้างๆเขาจะเข้าใจผิด )

 

หมายเหตุ : การออกกำลังกายในรถ จะเลือกทำท่าไหนก่อนก็ได้ แต่ควรพยายามทำสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ครบทุกท่านะจ๊ะ !

 

Source :
วารสารโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
siamca.com

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน

อยากรู้สภาพการจราจรแบบ Real time เช็กด้วย แอพพลิเคชันเหล่านี้

ปัญหารถติดในกรุงเทพ หรือติดในช่วงที่มีเทศกาลวันหยุดยาว กลายเป็นปัญหาที่ผ่านมากี่ปีก็ไม่สามารถแก้ไขให้ได้ลงตัวสักที อีกทั้งมันยังได้กลายเป็นเรื่องที่ปกติไปเสียแล้วสำหรับปัจจุบัน

ทำให้วันนี้ Carro อยากจะนำเสนอตัวช่วย ด้วยแอพฯที่สามารถบอกข้อมูลเส้นทางจราจรในสมาร์ทโฟนของคุณ เพราะเราอยู่ในยุคที่มีเทคโนโลยีกลายเป็นตัวช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งแอพฯเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้วางแผนก่อนการเดินทาง และหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรที่มีความหนาแน่นอีกด้วย

 

Google maps

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน google maps

แอพพลิเคชันที่ครบครันด้วยเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ เช่น แนะนำเส้นทางเวลาขับรถผ่าน GPS ด้วยเสียง รายงานสดการจราจรบนท้องถนน ดูแผนที่เสมือนจริงแบบ Street View อย่าง ภาพสถานที่จุดหมายปลายทาง นอกจากนี้ยังรองรับทั้งรถยนต์ จักรยาน และการเดินเท้า

ซึ่งทาง Google เองก็พัฒนาฟังก์ชั่นอื่นๆ มาเพิ่มเติมเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้แผนที่แบบออฟไลน์ได้ รวมไปจนถึงการจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน แม้กระทั่งร้านอาหาร และอีกมากมาย ที่ทำมาเพื่อช่วยทั้งคนขับรถและคนทั่วไปใช้งานแผนที่ได้สะดวกขึ้น

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

สวพ91BKK หรือ FM91BKK

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน FM91BKK

แอพพลิเคชันที่คอยบอกข่าวสาร การจราจร รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆ บนท้องถนน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รู้ได้ทันทีว่าสาเหตุของรถติดเกิดจากอะไร หรือมีอุบัติเหตุข้างหน้าหรือไม่ และอีกหนึ่งความสามารถพิเศษ คือเราสามารถเลือกรับฟังข่าวสารในจุดใกล้เคียงหรือเฉพาะจุดที่เรากำลังอยู่

อีกทั้งสามารถดูสภาพการจราจรได้ผ่านกล้อง CCTV ทั่วกรุงเทพ รวมถึงการแจ้งเหตุเตือนภัยด้วยตัวเอง พร้อมมีเบอร์โทรฉุกเฉินให้เลือกโทรออกได้ทันทีที่เจอเหตุฉุกเฉินต่างๆ

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

TSquare Traffic

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน TSquare Traffic

ถือเป็นอีกหนึ่งแอพพลิเคชันที่เหมาะสำหรับนักทาน นักชิม เพราะข้อมูลมีการเชื่อมโยงจากแหล่งที่มาอื่นๆ อย่างเช่น รายละเอียดร้านอาหารจากแอพฯ วงใน และไม่ได้มีดีแค่นี้ แต่ยังสามารถรายงานสภาพจราจรได้แบบสดๆ ด้วยข้อมูลที่ถูกติดตั้งไว้กับรถแท็กซี่ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนหลายร้อยคัน บวกกับดูข้อมูลสถานที่ใกล้เคียงจาก Wiki Places ช่วยให้คุณได้เตรียมพร้อมทั้งการเดินทาง และความอิ่มอร่อยไปได้พร้อมๆกัน

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

Highway Police Thai

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน Highway Police Thai

เป็นแอพพลิเคชันของกรมตำรวจทางหลวง ซึ่งจะเหมาะกับการใช้งานสำหรับการเดินทางออกต่างจังหวัด ประกอบไปด้วยทั้งแผนที่เพื่อช่วยเหลือในการเดินทาง พร้อมสรรพด้วยข้อมูลโรงพยาบาล ประกันภัย รถยก หรือมูลนิธิต่างๆ ทั้งยังแสดงที่ตั้งของสถานีตำรวจทางหลวง และหน่วยให้บริการประชาชนต่างๆ ที่พร้อมเข้าช่วยเหลือคุณทุกเมื่อ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุได้ทั่วประเทศ

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ Google play

 

Norstra

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน Highway Police Thai

นอกจากคุณสมบัติในการแนะนำเส้นทางที่ดีแล้ว แอพพลิเคชันนี้ยังมีข้อมูลที่จำเป็นในเรื่องการเดินทางเชิงท่องเที่ยวอีกเพียบเลย ทั้งร้านอาหาร เส้นทางจักรยาน รวมไปถึงตู้เอทีเอ็ม ห้องน้ำสะอาด ปั๊มน้ำมัน โรงแรม สถานีตำรวจ ฯลฯ ถือว่าข้อมูลค่อนข้างจะละเอียด ซึ่งอยากไปไหนก็ลองหาเส้นทางและข้อมูล คุณจะได้ข้อมูลที่รวดเร็วทันใจ อีกทั้งข้อมูลต่างๆนั้นได้มาจาก ททท. ที่จะมีข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวอยู่แล้ว หรือ Wongnai ที่เป็นรีวิวร้านอาหารนั่นเอง ทำให้ได้ข้อมูลทั้งสถานที่ เมนูแนะนำ และอื่นๆ ไปด้วยในตัว

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

TVIS

เป็นแอพพลิเคชันที่รายงานการจราจรจาก NECTEC และสามารถบอกเส้นทางลัด ที่ดูภาพได้จากกล้องวงจรปิด CCTV ที่ติดตั้งทั่วกรุงเทพ ซึ่งกล้อง CCTV จะแสดงภาพจากตำแหน่งที่เราอยู่ปัจจุบัน อีกทั้งสามารถแสดงข้อมูลสภาพฝน ว่ามีฝนตกหนักบริเวณจุดใดบ้าง ซึ่งดูภาพเคลื่อนไหวด้วยเรดาร์น้ำฝนนั้นเอง

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่น นั้นคือ เราสามารถพูดถามชื่อถนนนั้นๆ ที่ต้องการทราบข้อมูลจราจรเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการพิมพ์ชื่อ ซึ่งบางครั้ง ไม่สะดวกที่จะพิมพ์ หรือพิมพ์ชื่อไม่ถูก และเมื่อพูดชื่อถนน แอพฯนี้ก็จะแสดงสภาพจราจรของถนนนั้นๆ ที่เราพูดเข้าไปได้ทันที

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

Source :
thairath.co.th
kapook.com
rabbit.co.th