Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

ในยุคที่ “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ “รถ EV” กำลังบูมสุดขีดในปัจจุบันนี้ ที่ทั่วโลกต่างเล็งเห็นถึงวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมที่ธรรมชาติเริ่มลงโทษมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเทรนด์รักษ์โลกของหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการลดการปล่อยไอเสียออกสู่ชั้นบรรยากาศให้น้อยที่สุด รถยนต์ไฟฟ้า จึงเป็นสิ่งที่พูดถึงเป็นอันดับต้นๆ

บรรดาค่ายรถตั้งแต่ในยุค 90 ต่างก็เริ่มเข็นรถยนต์ไฟฟ้าออกมามีให้เลือกกันหลายประเภท หลายขนาด ตามรูปแบบการใช้งาน ซึ่งถ้าจะให้พูดถึงรถขนาดจิ๋วที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ผู้คนมักนึกถึงรถจากจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า รถ K-Car หรือ “รถกระป๊อ” และ “รถตู้เล็ก” ที่ในบ้านเรานิยมเล่นกัน ก็มีรถ EV ทำออกมาขายกันเขาอยู่เหมือนกัน

MR.CARRO วันนี้เลยจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับ Mitsubishi Minicab MiEV (มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ) กันครับ.

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

Mitsubishi Minicab (มิตซูบิชิ มินิแค็บ) จัดเป็นรถ K-Car เพื่อการพาณิชย์ของ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ที่เริ่มผลิตขึ้นมานับตั้งแต่ปี 1966 จนถึงปัจจุบัน โดยใน Minicab โฉมนี้รุ่น จัดอยู่ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ 1999 และผ่านการปรับโฉมมาแล้วหลายครั้ง

ส่วน Mitsubishi Minicab MiEV (มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ) จัดเป็นรถตู้เล็กแบบ EV หรือรถพลังงานไฟฟ้าขนาดจิ๋ว ที่ในตลาดแทบจะไร้คู่แข่งเลยทีเดียว (คู่แข่งที่เห็น ก็มีแค่ Daihatsu Hijet EV และ Suzuki Every EV) เปิดตัวในเดือนเมษายน 2011 ด้วยการนำเทคโนโลยีของ Mitsubishi i-MiEV มาต่อยอดในรูปแบบรถเชิงพาณิชย์ ก่อนจะประกาศขายจริงในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2011ในราคา 2,400,000 – 2,971,000 เยน (ที่จัดว่าแพงมากทีเดียว)

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

สำหรับโฉมแรก มีให้เลือกด้วยกัน 2 รูปแบบ นั่นคือ แบบ CD 10.5 kWh ให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 100 กิโลเมตร และ CD 16.0 kW ให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 150 กิโลเมตร

และยังผลิตรถบรรทุกเล็กอย่าง Mitsubishi Minicab Truck MiEV ตามออกมาภายหลังอีกด้วย โดยขายตั้งแต่ปี 2013 – 2017

ซึ่ง Mitsubishi ยังได้ร่วมมือกับทาง Suzuki (ซูซูกิ) ในการให้จัดหารถไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ป้อนให้กับทาง Suzuki นำไปติดยี่ห้อของตัวเองขายอีกด้วย ซึ่งเริ่มขายในชื่อ Suzuki Every EV ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2012

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

ก่อนจะปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ในเดือนพฤศจิกายน 2013, เดือนตุลาคม 2014, เดือนกรกฎาคม 2015, เดือนมกราคม 2017 และล่าสุดในเดือนกันยายน 2020 ที่เหลือเพียงรุ่นย่อยเดียว CD 16.0 kW ก่อนจะประกาศยุติการผลิตในวันที่ 31 มีนาคม 2021 แต่ก็ยังจะขายรถตู้เล็กรุ่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดสต๊อก

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

Mitsubishi Minicab MiEV มีมิติตัวรถยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,915 มม. ระยะฐานล้อ 2,390 มม. น้ำหนักรถ 1,100 – 1,110 กิโลกรัม

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

ห้องโดยสารภายใน มีอุปกรณ์ให้เท่าที่จำเป็น แอร์ วิทยุ รองรับการบรรทุกสินค้าที่หลากหลาย ถูกออกแบบให้สามารถบรรทุกสินค้าได้สูงสุด 350 กก. พร้อมผู้โดยสาร 2 คน (หรือ 4 คน) พื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อพับเบาะผู้โดยสารลงมีความยาว 2,685 มม. และประตูแบบสไลด์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนถ่าย

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส Y51 ให้กำลังสูงสุด 30 กิโลวัตต์ (41 แรงม้า) ที่ 2,500-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,000 รอบ/นาที และแบตเตอรี่ขนาด 16 kWh กำลังไฟ 330V รองรับการชาร์จไฟแบบเร็วด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO สามารถชาร์จไฟได้สูงสุด 80% ภายใน 35 นาที หรือด้วยการชาร์จไฟแบบปกติจนเต็มแบตเตอรี่ 100% ใช้เวลา 7 ชั่วโมง โดยให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 150 กิโลเมตร (ตามโหมด JC-08)

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีระบบคืนพลังงานขณะเบรก ที่จะช่วยแปลงพลังงานจากการเบรกเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่ และยังสามารถเป็นแหล่งพลังงาน ภายใต้ Concept ระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต หรือ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ (Dendo Drive House) เหมือนกับ Mitsubishi Outlander PHEV (มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี) อีกด้วย

ปัจจุบันมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,431,000 เยน ในรุ่น 2 ที่นั่ง และ 2,453,000 เยน ในรุ่น 4 ที่นั่ง

ซึ่ง Mitsubishi Minicab MiEV เป็นรถตู้เล็กที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจในบ้านเรา หามาใช้งานจริงๆ ทั้งขับง่าย สะดวก คล่องตัว ช่วยลดต้นทุนกิจการของคุณ และทุกการเดินทาง ยังเงียบสงบ และไม่ปลอยมลพิษอีกด้วย ว่าแต่คุณสู้ราคาไหวหรือเปล่าล่ะ?

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

BMW เปิดตัว BMW iX3 และ iX รถยนต์ SAV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรก ในราคา 3,399,000 - 5,999,000 บาท

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า เปิดตัว BMW iX (บีเอ็มดับเบิลยู iX) และ BMW iX3 (บีเอ็มดับเบิลยู iX3) รถยนต์อเนกประสงค์ Sports Activity Vehicle (SAV) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รถนำเข้าจากประเทศจีน ที่จะมาสร้างนิยามใหม่ให้แก่ประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานสะอาดในไทย

BMW Vision iNEXT 2018

BMW Vision iNEXT รถต้นแบบของรถตระกูล iX ที่ออกมาในปี 2018

สำหรับการเปิดตัวครั้งแรกของ BMW iX นี้ มาในรุ่น BMW iX xDrive50 Sport สร้างสุนทรียภาพการขับขี่แบบไร้มลพิษ พร้อมความคล่องตัวสไตล์สปอร์ต และดีไซน์สุดล้ำที่สื่อถึงความยั่งยืน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้าพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive และเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่รุ่นใหม่ล่าสุด สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 630 กิโลเมตร

ขณะที่ BMW iX3 M Sport เปิดตัวเป็นครั้งแรกในไทยด้วยความโดดเด่นจากตระกูล X3 ที่ผสานความปราดเปรียวโฉบเฉี่ยวเข้ากับสมรรถนะอันทรงพลังของ BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5

BMW Vision iNEXT 2018

BMW Vision iNEXT รถต้นแบบของรถตระกูล iX ที่ออกมาในปี 2018

สำหรับลูกค้าในไทย สามารถจองบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport ซึ่งมาในจำนวนจำกัดเพียง 20 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport ที่มาให้ลูกค้าชาวไทยเป็นเจ้าของในจำนวนจำกัด ได้ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฏาคม 2564 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์ทาง shop.bmw.co.th

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รถยนต์ในตระกูล BMW i เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมล้ำยุคของ BMW Group ซึ่ง BMW i8 และ i3 ที่เราได้เปิดตัวในประเทศไทยไปแล้วนั้น เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นก้าวสำคัญเพื่อปูทางสู่นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม

BMW iX xDrive50 Sport

และในวันนี้ เราได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วย BMW iX ยนตรกรรมที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่พลังงานไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ พร้อมเบิกทางสู่นวัตกรรมแห่งอนาคตและบริการดิจิทัลต่างๆ และสอดแทรกปรัชญาด้วยความยั่งยืนของเราไว้ในทุกขั้นตอน

นอกจากบีเอ็มดับเบิลยู iX แล้ว ยังเปิดตัว BMW iX3 M Sport เป็นครั้งแรก สมาชิกใหม่ในตระกูล X3 รุ่นนี้ จะเข้ามาเติมเต็มกลยุทธ์ Power of Choice ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยนับจากนี้ไป บีเอ็มดับเบิลยู X3 จะเป็นยนตรกรรมที่พร้อมนำเสนอระบบขับเคลื่อนทั้งแบบเครื่องยนต์สันดาปภายในปลั๊กอินไฮบริด และพลังงานไฟฟ้าล้วน พร้อมยังคงเอกลักษณ์ความคล่องตัวแบบ SAV ไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม

BMW iX3 M Sport

BMW iX3 M Sport ใหม่

ราคาจำหน่าย: 3,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard นาน 4 ปี และแท่นชาร์จ BMW i Wallbox จำนวนจำกัด)

BMW iX3 M Sport มาพร้อมเอกลักษณ์สุดล้ำ ประสานประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับความหนาแน่นและความจุพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของแบตเตอรี่แรงดันสูง มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้า เทคโนโลยีการชาร์จ และแบตเตอรี่แรงดันสูงรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการยกระดับในด้านสมรรถนะการทำงาน การใช้พลังงานไฟฟ้า และระยะทางในการขับขี่ อีกทั้งยังเพิ่มความหนาแน่นและศักยภาพของกำลังไฟฟ้าด้วยการรวมมอเตอร์ไฟฟ้า วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเกียร์ไว้ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน เช่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู iX

BMW iX3 M Sport

ระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ใน BMW iX3 M Sport ส่งพละกำลังสูงสุด 286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ซึ่งโดดเด่นว่ามอเตอร์ไฟฟ้าในรุ่นอื่นๆ ด้วยความสามารถในการคงแรงบิดได้แม้ระหว่างรอบสูง โลดแล่นจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายใน 6.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.

ขับขี่สนุกอย่างอุ่นใจด้วยระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อ (Near-Actuator Wheel Slip Limitation) ปริมาตรความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่การติดตั้งและน้ำหนัก ส่วนความจุพลังงานรวมอยู่ที่ 80kWh เพื่อขับเคลื่อนให้ BMW iX3 ขับขี่ได้ไกลถึง 460 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP และ 470 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC

BMW iX3 M Sport

เทคโนโลยีระบบชาร์จใหม่ล่าสุดเติมพลังงานสู่แบตเตอรี่ 400 โวลต์ และแหล่งจ่ายไฟ 12 โวลต์แก่อุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถ หากใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ สามารถชาร์จด้วยระบบไฟแบบ 1 เฟส และ 3 เฟส ได้สูงสุด 11 กิโลวัตต์ และเมื่อชาร์จแบบรวดเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จะรับพลังงานได้สูงสุด 150 กิโลวัตต์ และสำหรับการชาร์จด้วยแรงดันนี้ BMW iX3 ยังรองรับการชาร์จจาก 0-80% ได้ภายใน 34 นาที เพิ่มระยะทางการวิ่งถึง 100 กิโลเมตรได้ภายใน 10 นาที (ตามมาตรฐาน WLTP)

BMW iX3 M Sport มาพร้อมระบบการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่แบบแปรผัน (Adaptive recuperation) เพิ่มสมรรถนะและความสบายระหว่างการขับขี่ ระดับการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่จะแปรผันตามสภาวะถนน ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลในระบบนำทางและเซนเซอร์ในระบบช่วงเหลือผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ตามต้องการ ระหว่างระดับสูง ปานกลาง และต่ำ เมื่อเข้าเกียร์ D และระบบ Recuperation จะทำงานอัตโนมัติในระดับสูงเมื่อเข้าเกียร์ B เพื่อสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ยนตรกรรมไฟฟ้าอันเฉพาะตัวของบีเอ็มดับเบิลยู

แบตเตอรี่แรงดันสูงรุ่นล่าสุดนี้ติดตั้งอยู่ใต้ตัวรถ จึงช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงลงประมาณ 7.5 ซม. เมื่อเทียบกับ X3 รุ่นอื่นๆ ระบบช่วงล่างแบบ Adaptive ปรับระดับด้วยไฟฟ้าตามสภาพถนนและสภาวะการขับขี่

BMW iX3 M Sport

รูปโฉมภายนอกของ BMW iX3 M Sport ยังคงสัดส่วนที่โฉบเฉี่ยวสไตล์ SAV มาพร้อมความแข็งแกร่งระดับพรีเมียมและความอเนกประสงค์ของตระกูล X โดดเด่นด้วยองค์ประกอบการดีไซน์เฉพาะรุ่นอย่างชิ้นส่วนแอโรไดนามิกส์ต่าง ๆ สอดแทรกด้วยดีไซน์ที่สื่อถึงความยั่งยืน กระโปรงหน้าและกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่มาในดีไซน์ปิดทึบ ท้ายรถมาพร้อมการออกแบบเพื่อลดแรงต้านอากาศ

BMW iX3 M Sport

ไฮไลท์ของ BMW iX3 ยังอยู่ที่ความหลากหลายในการใช้งาน มาพร้อมพื้นที่กว้างขวางกว่า X3 รุ่นอื่น ๆ เบาะหลังพับได้แบบ 40 : 20 : 40 ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาตรการบรรจุสัมภาระจาก 510 ถึง 1,560 ลิตร เสริมความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยระบบเสียง BMW IconicSounds Electric ซึ่งมาเป็นมาตรฐาน สร้างทำนองเสียงไม่ซ้ำใครเมื่อสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์จากผลงานของ Hans Zimmer มาพร้อมล้อ M aerodynamic ขนาด 20 นิ้วแบบสลับสี ที่เสริมประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกส์ยิ่งขึ้น ไฟหน้า Adaptive LED เสริมฉนวนกันเสียงที่ประตูหน้า

BMW iX3 M Sport

และยังมีอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อเสริมความสะดวกสบายแบบพรีเมียมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบปลดล็อกประตู Comfort Access เบาะหนัง Vernasca ตอนหน้าดีไซน์แบบสปอร์ต จอ BMW Head-Up Display ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ และระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติรุ่น Plus พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง ยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยแบบเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้นด้วยระบบ BMW gesture control ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon และ WiFi hotspot พร้อมด้วยระบบ BMW Live Cockpit Professional พร้อมระบบนำทางที่ดึงข้อมูลจากระบบคลาวด์ BMW Maps และ BMW Intelligent Personal Assistant

BMW iX3 M Sport มาให้เลือกใน 5 สี ได้แก่ Carbon Black, Mineral White, Phytonic Blue, Piemont Red และ Sophisto Grey

BMW iX xDrive50 Sport

BMW iX xDrive50 Sport ใหม่

ราคาจำหน่าย: 5,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard นาน 4 ปี และแท่นชาร์จ BMW i Wallbox สำหรับ 20 คันแรกเท่านั้น)

BMW iX มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าใหม่ล่าสุด พร้อมความล้ำยุคด้านเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและการเชื่อมต่ออีกมากมาย มาพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฟฟ้า ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสมรรถนะการขับขี่ในระยะยาวไกลยิ่งขึ้นและอัตราเร่งที่ทรงพลัง

BMW iX xDrive50 Sport ส่งพละกำลังรวมสูงสุด 385 กิโลวัตต์/523 แรงม้า ระบบ BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ห้านี้ยังทำงานพร้อมเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ล่าสุด มอบระยะทางขับเคลื่อนตามมาตรฐาน WLTP สูงสุดถึง 630 กิโลเมตร สร้างแรงบิดรวมได้สูงสุดถึง 765 นิวตันเมตร ระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อ (Near-Actuator Wheel Slip Limitation) ได้รับการติดตั้งควบคู่กับระบบ AWD เป็นครั้งแรก ช่วยป้องกันการลื่นไถลของล้อและเพิ่มความเสถียรภาพในการควบคุมรถยิ่งขึ้นอีกระดับ จึงโลดแล่นด้วยความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.6 วินาที

แบตเตอรี่แรงดันสูงใน BMW iX xDrive50 Sport มีความจุพลังงานรวม 111.5 kWh หัวชาร์จแบบ Combined Charging Unit (CCU) ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบการชาร์จที่ยืดหยุ่น รองรับการชาร์จแบบ DC ได้สูงสุด 200 กิโลวัตต์ และสำหรับการชาร์จจากเครื่องชาร์จ 100 กิโลวัตต์นั้น จะใช้เวลาราว 56 นาที ในการชาร์จจาก 10% ถึง 80%

ระบบการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่แบบแปรผัน (Adaptive recuperation) ช่วยเสริมประสิทธิภาพและระยะการขับขี่ของบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport ด้วยการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่ โดยใช้ข้อมูลจากระบบนำทางและเซนเซอร์จากระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อรถเข้าใกล้ทางแยก ระดับการดึงพลังงานกลับมาใช้ใหม่จะเพิ่มสูงขึ้น เพื่อเติมพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่แรงดันสูง ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ความเร็วการขับขี่ลดลง และจะทำงานสลับกับฟังก์ชั่น Coasting ขณะขับขี่บนท้องถนน ซึ่งช่วยให้รถเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานเมื่อผู้ขับขี่ยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง ผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ตามต้องการ ระหว่างระดับสูง ปานกลาง และต่ำ โดยเมื่อเลือกขับขี่ด้วยเกียร์ B ระบบ Recuperation จะทำงานที่ระดับสูงสุดโดยอัตโนมัติเพื่อสร้างประสบการณ์ในการขับขี่แบบ One-Pedal Feeling

BMW iX xDrive50 Sport

โครงสร้างตัวถัง ปรัชญาการดีไซน์ และการออกแบบแชสซีของ BMW iX ได้รับการพัฒนาเพื่อหลอมรวมความสะดวกสบายเหนือระดับในการขับขี่และการควบคุมที่โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต โครงสร้างของ BMW iX มาในวัสดุอลูมิเนียมแบบ spaceframe ส่วนหลังคามาในโครงสร้าง Carbon Cage ซึ่งประกอบด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์บริเวณด้านข้างและด้านหลัง ผสานการใช้วัสดุสองประเภทเข้าไว้ด้วยกันเพื่อเสริมทั้งความแข็งแกร่งและลดน้ำหนักให้เบาลงได้อย่างชาญฉลาด ส่วนค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) ที่ต่ำเพียง 0.25 จากองค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์ต่าง ๆ ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์และระยะการขับขี่ด้วยเช่นกัน แบตเตอรี่แรงดันสูงในบีเอ็มดับเบิลยู iX ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง เมื่อประสานเข้ากับการกระจายน้ำหนักอย่างสมดุลจึงทำให้ตอบสนองต่อการควบคุมได้ฉับไวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รูปแบบการขับขี่ที่มีความสมดุลของบีเอ็มดับเบิลยู iX ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงและความสบายขณะขับขี่ ขณะที่ยังคงความคล่องตัวไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

เทคโนโลยีแชสซีที่ใช้ในการพัฒนา BMW iX ประกอบด้วย เพลาหน้าแบบปีกนกคู่ เพลาหลังแบบ Five-Link ช่วงล่างแบบปรับระดับได้ และระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถขณะขับขี่ (Servotronic) แปรผันตามการหมุนและความเร็ว มาพร้อมระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า ระบบปรับองศาของล้อหลังเพื่อการเข้าโค้งหรือเลี้ยว (Integral Active Steering) ล้อ Aerodynamic ขนาด 22 นิ้ว แบบสลับสี ขัดเงาสามมิติ เสริมด้วยยางล้อลดเสียงรบกวนที่มีชั้นโฟมบริเวณพื้นผิวด้านในเพื่อลดการเกิดเสียงได้รับการติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน

BMW iX xDrive50 Sport

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ใหม่ที่ไม่ซ้ำใครของ BMW iX คือดีไซน์ภายนอกที่มีเส้นสายในการออกแบบชัดเจนทรงพลัง แต่ยังมีความเรียบง่าย และคงความบึกบึนสไตล์ SAV รายละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ สื่อถึงความประณีตและความหรูหราล้ำยุค โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ที่เกือบปิดทึบ สะท้อนถึงนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย ส่วนกล้องและเรดาร์เซนเซอร์ฝังอยู่ภายใต้พื้นผิวของกระจังหน้า โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้ายที่เรียวยาวที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู มือจับประตูที่เปิดด้วยการกดปุ่ม หน้าต่างไร้ขอบ และประตูท้ายสอดประสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวตั้งแต่หน้ารถจรดท้ายรถโดยไม่มีช่องว่าง

BMW iX xDrive50 Sport

การออกแบบภายในห้องโดยสารมุ่งนำเสนอแนวคิดของการใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ มาพร้อมพื้นที่กว้างขวางและเบาะที่นั่งแบบใหม่พร้อมพนักพิงศีรษะเสริมความหรูหรายิ่งขึ้น มีพื้นที่วางขามากขึ้นเนื่องจากไม่ต้องมีท่อส่งน้ำมันกลางตัวรถ ซึ่งยังช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ คอนโซลกลางมาในดีไซน์เฉียบไม่แพ้เฟอร์นิเจอร์หรู ปุ่มควบคุมระบบสัมผัสและระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ Rocker Switch พร้อมเน้นย้ำถึงการออกแบบห้องโดยสารเพื่อผู้ขับขี่ด้วยจอ BMW Curved Display พวงมาลัยทรงหกเหลี่ยมและจอ Head-Up Display

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติมาพร้อมฟิลเตอร์นาโนไฟเบอร์ที่สามารถกรองอากาศบริสุทธิ์ ควบคุมผ่านจอระบบสัมผัสแบบใหม่ ซึ่งใช้ควบคุมการหมุนเวียนของอากาศภายในห้องโดยสาร รวมถึงระบบทำความร้อนที่เบาะนั่งและพวงมาลัย มาพร้อมตัวเลือกอุปกรณ์เสริมคุณภาพเสียงทรงพลังยิ่งขึ้น อย่างระบบเสียงรอบทิศทางคุณภาพสูง Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System ที่ฝังอยู่ในพนักพิงศีรษะ และระบบเสียงแบบ 4D ที่มีฟังก์ชั่นสั่นตามเสียงเบสในเบาะหน้า

นอกจากระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน BMW iX ยังมาพร้อมเสียงประกอบการขับขี่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เติมเต็มความเร้าใจในการขับขี่ทุกครั้งที่เร่งความเร็ว ฟังก์ชั่นจำลองเสียงเครื่องยนต์ BMW IconicSounds Electric ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ยังมาพร้อมตัวเลือกเสียงใหม่ล่าสุดจากนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Hans Zimmer

BMW iX xDrive50 Sport

BMW iX xDrive50 Sport ยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลและระบบทำงาน iDrive เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในบีเอ็มดับเบิลยู iX ต่อยอดการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8 ที่ออกแบบสำหรับทำงานร่วมกับจอระบบสัมผัสแบบโค้ง BMW Curved Display รองรับการโต้ตอบด้วยเสียงกับ BMW Intelligent Personal Assistant ซึ่งได้รับการอัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้า โดยจอ BMW Curved Display เป็นกลุ่มจอแสดงผลดิจิทัลซึ่งประกอบไปด้วย จอ Information Display ขนาด 12.3 นิ้วและจอ Control Display ขนาด 14.9 นิ้ว รวมเข้าด้วยกันภายใต้แผงกระจกชิ้นเดียวที่หันหน้าเข้าหาผู้ขับขี่ ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ดิจิทัลมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่และแสดงกราฟฟิกดีไซน์ใหม่ขณะสื่อสารกับผู้ใช้งาน ระบบ My Modes ใหม่ ขยายการตั้งค่าต่างๆ ของรถยนต์ให้ครอบคลุมประสบการณ์ขับขี่ทุกรูปแบบ

BMW iX ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และนวัตกรรมหลากหลายที่สุด เหนือกว่ารถยนต์ทุกรุ่นจากบีเอ็มดับเบิลยู มาพร้อมเซนเซอร์เจเนอเรชั่นใหม่ ซอฟต์แวร์ใหม่ และแพลตฟอร์มในการประมวลผลที่ทรงพลัง ใช้กล้อง 5 ตัว เรดาร์เซนเซอร์อีก 5 ตัว และอัลตร้าโซนิกเซนเซอร์ 12 ตัวในการตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบคัน ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน Steering and Lane Control Assistant ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go รวมถึงระบบที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานอย่างระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus (Parking Assistant Plus) ซึ่งประกอบด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera) แสดงภาพพื้นที่โดยรอบของรถให้เห็นแบบสามมิติผ่านระบบ Remote 3D

BMW iX xDrive50 Sport

กระบวนการผลิต BMW iX ยังครอบคลุมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้อลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการหล่อและนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ในปริมาณมาก ภายในห้องโดยสารประกอบด้วยวัสดุไม้ที่รับรองจาก FSC หนังฟอกด้วยสารสกัดจากใบมะกอก และยังมีส่วนประกอบจากธรรมชาติอื่นๆ อีกมากมาย และยังใช้แหจับปลาที่ผ่านการรีไซเคิลเป็นหนึ่งในวัสดุสำหรับผลิตพรมปูพื้นรถอีกด้วย

ลูกค้าสามารถเลือกสีตัวถังได้ถึง 6 สไตล์ตามความต้องการ ได้แก่ Aventurin Red, Black Sapphire, Mineral White, Phytonic Blue, Sophisto Grey และ Storm Bay

โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ BMW Services Inclusive (BSI) สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน

รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% จากบีเอ็มดับเบิลยูทั้ง 2 รุ่นนี้ จะมาพร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) รูปแบบใหม่ ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะสมต่อการดูแลบำรุงรักษาระบบต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยมีแพ็คเกจมานำเสนอใน 2 ทางเลือก ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ดังนี้

แพ็คเกจ

การให้บริการ

ระยะการบำรุงรักษา การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันไฟสูงและอุปกรณ์ร่วม ราคา
BSI Standard 4 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง 8 ปี / 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู iX และ iX3

 

 

รวมอยู่ในราคาจำหน่าย
BSI Ultimate 6 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง 110,000 บาท

(สามารถเลือกอัพเกรดได้ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มการรับประกันคุณภาพ)

การดูแลบำรุงรักษารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน จะมีกำหนดเข้ารับบริการทุก 24 เดือน โดยครอบคลุมรายการต่าง ๆ ดังนี้

  • บริการตรวจเช็ครถ
  • บริการเปลี่ยนไมโครฟิลเตอร์
  • บริการเปลี่ยนน้ำมันเบรก
  • บริการชาร์จแบตเตอรี่แรงดันสูงหลังการให้บริการ (ชาร์จสูงสุด 75%-80%)
  • บริการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน (ปีละหนึ่งครั้ง)
  • บริการเปลี่ยนชุดเบรคหน้าและหลัง 1 ชุด รวมผ้าเบรกและจานเบรก (กำหนดการเปลี่ยนไม่ขึ้นอยู่กับระยะทาง)

ลูกค้าที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw.co.th หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศ

และสำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ตอนฝนตก

ทุกวันนี้ การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ในไทยนั้นเป็นนิยมเป็นวงกว้างมากขึ้น เนื่องด้วยเทคโนโลยีที่สามารถทำให้รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งใช้งานได้ระยะทางไกลมากขึ้น การปล่อยมลพิษออกมาทำลายสภาพแวดล้อมน้อยลง รวมถึงการบำรุงรักษาในหลายๆ ระบบ ที่ไม่ยุ่งยากแบบรถยนต์ที่ใช้การสันดาปด้วยเชื้อเพลิง นั่นทำให้คนจึงสนใจอยากเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น

รวมไปถึงรถยนต์แบบ Plug-In Hybrid (รถปลั๊กอินไฮบริด) ที่แม้ว่าจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแหล่งพลังงานหลัก แต่ก็มีมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันกับแบตเตอรี่ ซึ่งคุณสามารถชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่ และวิ่งด้วยระบบ EV เพียวๆ เหมือนรถยนต์ไฟฟ้าได้เช่นกัน

แต่ก็มีคำถามตามมามากมาย ทั้งในเรื่องของมอเตอร์ไฟฟ้า ในเรื่องของแบตเตอรี่ รวมไปถึงในเรื่องของจุดชาร์จไฟ ว่าการทำงานนั้นเป็นอย่างไร ใช้งานสะดวกหรือไม่ มีข้อควรอะไรต้องระวังเป็นพิเศษหรือเปล่า และอีกหนึ่งคำถามที่ถามกันมากก็อย่างเช่น ถ้าเราจำเป็นต้องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แล้วบังเอิญฝนตกลงมา หรืออยู่ในที่เปียกชื้นพอดี จะมีผลกระทบอะไรกับตัวเรา หรือรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่?

MR.CARRO จึงขอนำเรื่องของความปลอดภัย ในการชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าตามจุดชาร์จ ในขณะที่ฝนตก มาเล่าให้ฟังกันครับ

ชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ตอนฝนตก

ตามปกติแล้ว อุปกรณ์เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของตัวรถทั้งหมด จะได้รับการปกปิดเป็นอย่างดี รวมถึงผ่านการทดสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ทำให้ผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ Plug-In Hybrid (รถปลั๊กอินไฮบริด) ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟดูด ไฟช็อต แต่ประการใด แต่ในช่วงที่คุณกำลังนำสายชาร์จออมาจากตู้ ควรระวังน้ำฝนเข้าไปในรูชาร์จของปลั๊กได้ เมื่อเสียบสายชาร์จเข้ากับตัวรถแล้ว ให้ดึงฝาปิดลงมา เพื่อป้องกันละอองน้ำฝนที่อาจกระเด็นเข้าไปตรงที่ชาร์จไฟได้

และในตัวตู้ชาร์จไฟฟ้า ก็จะมีติดตั้งระบบตัดไฟรั่ว ไฟเกิน (Circuit Braker) และลงสายดินเอาไว้ทุกตู้ เพราะการออกแบบมาให้ใช้งานภายนอกสถานที่ กลางแจ้ง ตัวปลั๊กและตู้ต้องออกแบบให้ทนทุกสภาวะอากาศในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

จึงมั่นใจได้ว่า คุณสามารถชาร์จไฟรถยนต์ตอนฝนตกได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้รถก็ควรต้องใช้ความระมัดระวังนะครับ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนใดๆ ของระบบการชาร์จ และ ปลั๊กไฟฟ้า ซึ่งอาจจะมีส่วนที่เปิดอยู่ (เช่น กรณีสายไฟในจุดต่างๆ ของตัวตู้ชาร์จมีส่วนเปื่อย หรือฉีกขาด) และโดนฝนขณะที่มีฝนตก อันนี้อาจได้รับอันตรายจากไฟดูดได้ แม้ว่าจะเป็นอัตราเสี่ยงต่ำก็ตาม

ชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ตอนฝนตก

สำหรับใครที่อยากขายรถ มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Lightyear One รถพลังงานแสงอาทิตย์

ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV กำลังบูมในทั่วทุกมุมโลกขณะนี้ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์แทบจะทุกเจ้า ต่างมุ่งเป้าไปที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์แบบ Plug-In Hybrid กันเป็นหลักเลยก็ว่าได้ แต่ก็มีผู้ปลิตที่คิดแหวกแนวออกไป ผลิตรถออกมาเพื่อศึกษาเทคโนโลยี และเป็นทางเลือกสำหรับการเลือกใช้พลังงานอื่นๆ เป็นพลังขับเคลื่อน เช่น รถยนต์ไฮโดรเจน หรือพลังงานแสงอาทิตย์

ใช่ครับ! ที่เราจะกล่าวกันในวันนี้คือ “รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์” นั่นเองครับ โดยเจ้า Lightyear One (ไลท์เยียร์ วัน) คันนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่ไม่ต้องชาร์จไฟ แต่ใช้แผงโซลาร์เซลล์ขนาด 5 ตร.ม. ที่ถูกหุ้มด้วยกระจกนิรภัยอีกชั้น บริเวณฝากระโปรงหน้า หลังคา และกระจกบานหลัง

Lightyear One รถพลังงานแสงอาทิตย์

Lightyear One บริษัทรถยนต์น้องใหม่จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 โดยอดีตสมาชิกของ Solar Team Eindhoven ซึ่งคว้ารางวัลในการแข่งขันรถพลังงานแสงอาทิตย์รายการ Bridgestone World Solar Challenge ต่อมาจึงนำเสนอโครงการผลิตรถสู่นักลงทุน ก่อนจะระดมทุนจากนักลงทุนหลายๆ เจ้า

Lightyear One รถพลังงานแสงอาทิตย์

Lightyear One เป็นรถ Hatchback 5 ประตู จากผลงานการสร้างสรรค์ของ Granstudio ประเทศอิตาลี หลังจากที่ได้เผยโฉมรถต้นแบบไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2019 ที่ผ่านมา นิตยสาร TIME ได้จัดอันดับให้ Lightyear One เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด 100 อันดับแรก เมื่อปี 2019 ก่อนจะเริ่มต้นผลิตขึ้นที่เมือง Helmond ประเทศเนเธอร์แลนด์ พร้อมส่งมอบสู่ผู้สั่งจองในปีนี้

ซึ่ง Lex Hoefsloot ที่เป็น CEO และ Co-Founder ของบริษัท Lightyear ได้ประกาศว่า “นี่คือการเปิดศักราชใหม่ของการขับขี่”

Lightyear One รถพลังงานแสงอาทิตย์

ตัวรถภายนอก นอกจากจะชูจุดเด่นอย่างแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้ว ตัวรถยังให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่เรียกได้ว่าต่ำมากๆ เพียง Cd=0.20 เท่านั้น ทุกส่วนออกแบบให้ลดแรงเสียดทาน ตั้งแต่กระจกมองข้างแบบกล้อง ฝาปิดที่ล้อด้านหลัง

Lightyear One รถพลังงานแสงอาทิตย์

พร้อมกับยางรถยนต์ Bridgestone Turanza Eco ชนิดพิเศษ ที่ร่วมพัฒนากับ Bridgestone โดยใช้เทคโนโลยี “ENLITEN” ช่วยให้ยางน้ำหนักเบา, มีความต้านทานการหมุนต่ำ (Low Rolling Resistance), ลดวัตถุดิบ และลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งยางประเภทนี้ ตัวยางจะมีตราสัญลักษณ์ “Bridgestone EV” ใหม่บนแก้มยางด้วย

มิติตัวรถยาว 5,057 มม. กว้าง 1,898 มม. สูง 1,426 มม. น้ำหนักตัวรถ ประมาณ 1,300 กิโลกรัม

Lightyear One รถพลังงานแสงอาทิตย์

ห้องโดยสารภายใน ดูเรียบง่ายแต่ทันสมัย ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ มากมาย อาทิ Companion App, Apple CarPlay,
Android Auto, Wireless Charging Pad หรือที่นั่ง Isofix สำหรับเด็ก 3 จุดด้านหลัง พร้อมให้พื้นที่เก็บสัมภาระมากถึง 780 ลิตร และพับเบาะหลังลงจะได้มากถึง 1,701 ลิตร

Lightyear One มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ติดตั้งที่ล้อทั้ง 4 ล้อ หรือ Wheel-Hub Motor รวมกำลัง 80 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ให้ระยะทางวิ่งต่อครั้งได้ประมาณ 725 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP (Worldwide Harmonised Light Vehicles Test Procedure)

Lightyear One รถพลังงานแสงอาทิตย์

สามารถชาร์จไฟด้วยไฟบ้านแบบ 230 โวลต์ ขนาด 3.7 kW หากคุณชาร์จเพียง 1 ชั่วโมง จะมีปริมาณไฟพอวิ่งได้ 35 กิโลเมตร แต่ถ้าชาร์จไฟบ้านทิ้งไว้ข้ามคืน จะมีปริมาณไฟวิ่งได้ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร

ส่วนการชาร์จที่จุดชาร์จไฟสาธารณะ แบบ Fast Charging กำลังไฟ 60 kW จะมีปริมาณไฟพอวิ่งได้ 570 กิโลเมตร

และในส่วนของแผงโซลาร์เซลล์นั้น สามารถผลิตกระแสไฟเพียงให้รถวิ่งได้ประมาณ 50-65 กิโลเมตรต่อวัน ในช่วงฤดูร้อนของเนเธอร์แลนด์

สำหรับรถตัวจริง รอรับได้เลยในช่วงไตรมาสที่ 4 นี้ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น ในราคาจองก่อนหน้า 119,000 ยูโร! (ประมาณ 4.5 ล้านบาทไทย)

Lightyear One รถพลังงานแสงอาทิตย์

เบื้องหลังความสำเร็จ

สำหรับใครที่อยากขายรถ เพราะอยากเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถไฟฟ้า มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

รถยนต์ไฟฟ้า ประหยัดสุดๆ

นับตั้งแต่ในบ้านเรา ได้รับกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังฮิตมากจากทั่วโลก ซึ่งมีข้อดีหลายอย่าง เช่น ไม่ปล่อยมลพิษ การดูแลรักษาที่ง่ายขึ้น ประหยัด ไม่ต้องเติมน้ำมัน ไม่ต้องทนฟังเสียงเครื่องยนต์ หรือเสียงท่อไอเสียดังๆ ฯลฯ และตอบโจทย์ด้วยระยะทางต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ที่มากกว่าในอดีตมาก ทำให้หลายคนเริ่มตัดสินใจเลิกทิ้งรถน้ำมัน และหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากัน

EV-Car-Super-Save-Electricity-Costs

เมื่อไม่กี่วันก่อน ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Sorawit Prathanthip เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า MG EP (เอ็มจี อีพี) ได้โชว์ใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้าเดือนล่าสุดที่ใช้สำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมระบุข้อความว่า

“ไปจ่ายมาแล้วสำหรับค่าไฟชาร์จรถ EP เดือนเมษายน โดยเดือนนี้เดินทางไป 3,200 km มีค่าใช้จ่ายเพียง 831 บาท เฉลี่ยเป็น 0.26 บาท/กม. โดยใช้มิเตอร์ TOU และบังคับ (โดยอุปกรณ์ตั้งเวลาชาร์จ) เป็น Off Peak 100% และใช้สถานีชาร์จฟรีไปราวๆ 4-5 ครั้ง

ถ้าเป็น Vios น้ำมันต้องมีค่าใช้จ่าย Km ละ 2 บาท หรือเสียไป 6,400 บาทในเดือนนี้ เท่ากับเดือนนี้ประหยัดไป 5,569 บาทคุ้มค่าจริงๆ เอาส่วนต่างพาลูกเมียไปเที่ยวสบายๆ”

นั่นแสดงให้เห็นว่า รถยนต์ไฟฟ้าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 5 พันบาท/เดือน ทีเดียว!

EV-Car-Super-Save-Electricity-Costs

แต่ทางเจ้าของโพสต์ ได้ระบุว่า ตั้งเวลาชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าในช่วง Off-Peak รวมถึงยังนำรถไปชาร์จไฟฟรี ที่สถานีบริการชาร์จอีกหลายครั้งด้วย ซึ่งช่วยให้เชฟค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม >> รวมจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ และทั่วไทย มีจุดไหนใกล้คุณ ประจำปี 2564

คนใช้รถน้ำมันหลายคนเห็นแบบนี้แล้ว อย่าได้แต่เปรยว่าเติมน้ำมันวิ่งระยะทางเท่ากัน แพงกว่าค่าไฟของรถยนต์ไฟฟ้า อยากลองเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันแล้วหรือยัง?

สำหรับใครที่อยากขายรถ เพราะอยากเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถไฟฟ้า มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

แหล่งที่มาจาก

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

Wuling Hongguang Mini EV Cabrio (วูหลิง หงกวง มินิ อีวี คาบริโอ้) นำเสนอรถต้นแบบในรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้าเปิดประทุน ราคาจับต้องได้ ในงาน Auto Shanghai 2021 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งเป็นไปได้มากว่าถ้าเสียงตอบรับดี อาจผลิตขายจริงด้วย!

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

สำหรับ Wuling Hongguang Mini EV รถจีนคันนี้ เป็นที่พูดถึงอย่างมากว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีมากในจีน ยอดจองถล่มทลาย สูงกว่า Tesla และ BYD บางรุ่นเสียอีก! แล้วในช่วงก่อนหน้านั้น Wuling ก็ได้ออกรุ่นแต่งพิเศษอย่าง Mini EV Macaron ออกมาเอาใจสาวๆ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของรถรุ่นนี้

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

แม้ว่าตลาดรถเปิดประทุนในจีน อาจจะไม่ได้บูมนัก เช่นเดียวกับประเทศไทย เพราะเจอปัญหาที่คล้ายกัน เช่น สภาพอากาศไม่ดี ฝนตก แดดร้อนจัด แต่ก็ถือว่าเป็นสีสันบนท้องถนนได้อีกรุ่นหนึ่ง ถ้ามีขายกันจริงๆ

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

ตัวรถภายนอกดูแตกต่างจากรุ่นธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด ตกแต่งชุดไฟหน้า-หลัง และด้านข้าง ด้วยแถบไฟ LED พร้อมล้อแม็ก หลังคาเป็นแบบ Soft Top พร้อมโรลบาร์เสริมบริเวณเบาะหลัง เพื่อความปลอดภัย

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

ห้องโดยสารภายในใช้โทนสีขาวดูสะอาดตา พวงมาลัยแบบ 2 ก้านท้ายตัด ส่วนบริเวณคอนโซลหน้า ใช้หน้าจอขนาด 10 นิ้ว 2 จอเชื่อมต่อกัน รวมข้อมูล Infotainment และรายละเอียดต่างๆ ของตัวรถ

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

ด้านขุมพลัง คาดว่าใช้แบบเดียวกับรุ่น Mini EV รุ่นปกติ ที่ใช้ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 27 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง ขณะที่แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์มีขนาด 9.3 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6.5 ชั่วโมง)

สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 13.9 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 9 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 170 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ให้เลือก

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ภาพประกอบบางส่วนจาก

ถ้าคุณเป็นคนที่ติดตามข่าวสารเรื่องรถยนต์ในตอนนี้ จะเห็นได้ว่ากระแส “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือรถ EV (Electric Vehicle) นั้นถือว่ากำลังมาแรงมาก และเป็นที่นิยมมากขึ้นไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นรถที่ไม่ปล่อยมลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังให้ระยะทางต่อการชาร์จไฟจนเต็มแต่ละครั้งที่มากขึ้น ตามคุณภาพของแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก

แต่การใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้น ก็อาจจะมีจุดด้อยตรงที่เมื่อใช้ไปจนแบตเตอรี่ใกล้หมด ก็ต้องรีบหาสถานีชาร์จ เพื่อจอดเติมพลังให้รถ และให้คนได้ลงไปยืดเส้นยืดสายด้วย แม้ว่าจะต้องใช้เวลามากกว่าตอนเติมน้ำมันรถก็ตาม จุดนี้เอง ทำให้ทั้งหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างต้องรีบลงทุนมหาศาล ตั้งสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าตามจุดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้มากขึ้น

CARRO เลยขอรวบรวมจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ และทั่วไทย มีจุดไหนใกล้คุณ ประจำปี 2564 มาให้คุณได้เก็บไว้เป็น Database เอาไว้ใช้เวลาหาจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าครับ

MEA-EV-Charging-Station

MEA EV การไฟฟ้านครหลวง

สำหรับจุดชาร์จไฟของ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ที่แตกย่อยธุรกิจ มาลงทุนเกี่ยวจุดชาร์จไฟฟ้ารถยนต์เป็นรายแรกๆ ในไทย อีกทั้งยังมี MEA EV Application ซึ่งเป็น Application ที่พัฒนาขึ้นบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

สามารถใช้ค้นหาสถานีชาร์จรถ ได้ทั้งของการไฟฟ้านครหลวง (MEA), บริษัท EA Anywhere (EA) และ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมแสดงเส้นทางไปยังสถานีชาร์จด้วยแผนที่ GIS ร่วมกับการนำทางของ Google Application รวมถึงสามารถจองสถานีชาร์จ หรือหัวชาร์จได้ด้วยแบบเรียลไทม์ (เฉพาะสถานีที่ลงทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวงเท่านั้น)

นอกจากนี้ ยังสามารถสั่ง เริ่ม-หยุด ชาร์จไฟฟ้าได้ เฉพาะสถานีไฟฟ้า หรือสถานีอัดประจุ ที่ลงทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวงเท่านั้น และยังมีฟังก์ชันงานอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับจุดชาร์จไฟของ MEA EV มีรายละเอียดดังนี้

  • กฟน. สำนักงานใหญ่ เพลินจิต
  • กฟน. เขตวัดเลียบ
  • กฟน. เขตสามเสน
  • กฟน. เขตบางเขน
  • กฟน. เขตบางขุนเทียน
  • กฟน. เขตลาดกระบัง
  • กฟน. เขตบางใหญ่
  • กฟน. เขตสมุทรปราการ
  • กฟน. เขตราษฎร์บูรณะ
  • กฟน. เขตธนบุรี
  • กฟน. ที่ทำการบางพูด

และล่าสุด การไฟฟ้านครหลวง ได้ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพิ่มจุดติดตั้ง MEA EV Charging Station บริเวณร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จำนวน 2 แห่ง ให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คือ

  • 7-Eleven สาขา บ้านสวนลาซาล (ศรีนครินทร์) และ
  • 7-Eleven สาขา สน.บางขุนนนท์

เพื่อรองรับการใช้บริการของผู้ขับขี่รถ EV ในพื้นที่ ซึ่งมีสถานที่สำคัญ ทั้งโรงพยาบาล ชุมชน และหน่วยงานราชการ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาครับ

MEA EV App ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ https://onelink.to/meaev

PEA-VOLTA-EV-Charging-Station

PEA การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ก็กระโดดลงมาให้บริการจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน โดยมีสถานีชาร์จไฟฟ้าให้บริการครบทั้ง 4 ภาค ทั้งหมด 11 สถานี ประกอบด้วย

  • สำนักงานใหญ่ กฟภ. จำนวน 1 สถานี
  • สายภาคเหนือ (กรุงเทพฯ – พระนครศรีอยุธยา) จำนวน 2 สถานี
  • สายภาคใต้ (กรุงเทพฯ – หัวหิน) จำนวน 4 สถานี
  • สายภาคตะวันออก (กรุงเทพฯ – พัทยา) จำนวน 3 สถานี
  • สายภาคตะวันตก (กรุงเทพฯ – นครปฐม) จำนวน 1 สถานี

และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ยังร่วมกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ติดตั้งจุดบริการชาร์จแบตเตอรี่รถไฟฟ้า (EV Charger Station) ให้บริการในสถานีบริการน้ำมันบางจากมากที่สุดในไทย ซึ่งจะเปิดให้บริการบนเส้นทางสายหลัก 56 สาขา ต่อเนื่องทุกระยะ 100 กิโลเมตรรองรับการเดินทางขาเข้า-ออกเมือง โดยเปิดตัวสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ณ PEA VOLTA BCP (ปั๊มบางจาก) ชะอำปาร์ค จ.เพชรบุรี เป็นที่แรก

เครื่องอัดประจุไฟฟ้าเป็นแบบ Multi-Standard (CHAdeMO (ย่อมาจาก CHArge de Move แปลได้ว่า ชาร์จไฟแล้วขับต่อไป), CCS COMBO2, AC TYPE2) ตามมาตรฐานนานาชาติ รองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ติดตั้งหัวจ่ายกระแสไฟฟ้าตามมาตรฐานยุโรปและญี่ปุ่น การอัดประจุไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว (QUICK CHARGE) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

โดย PEA เป็นผู้พัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า ประกอบด้วยระบบและช่องทางการสื่อสารข้อมูลจากเครื่องอัดประจุไฟฟ้า และส่วนของระบบบริหารจัดการข้อมูล ที่แสดงผลผ่าน Mobile Application และ Web Service

PEA-VOLTA-EV-Charging-Station

อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาท/หน่วย ในช่วง Off-Peak  ค่าบริการ 4.1972 บาท/หน่วย (ราคา ณ เดือนสิงหาคม 2563)

อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาท/หน่วยในช่วง Off-Peak ค่าบริการ 4.1972 บาท/หน่วย (ราคา ณ เดือนสิงหาคม 2563)

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 เป็นต้นไป ผู้ใช้สามารถใช้งาน PEA VOLTA Application ได้ ณ สถานี PEA VOLTA  5 แห่งแรก ได้แก่

  • PEA VOLTA สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
  • PEA VOLTA จ.สมุทรสาคร
  • PEA VOLTA เขาย้อย จ.เพชรบุรี
  • PEA VOLTA หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • PEA VOLTA พัทยาใต้ จ.ชลบุรี

ปัจจุบัน PEA VOLTA เปิดให้บริการจำนวน 17 สถานีหลัก สามารถเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานได้ค้นหาตำแหน่งสถานีและนำทางไปยังสถานี ตรวจสอบสถานะสถานีอัดประจุ พร้อมชำระค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าผ่านระบบการเติมเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และรวดเร็ว เพราะเป็นหัวจ่ายแบบชาร์จเร็ว โดย 1 สถานีมี 5 หัวจ่าย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง

PEA VOLTA App ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ – https://apps.apple.com/th/app/pea-volta/id1503297093?l=th สำหรับ iOS และ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pea.peavolta สำหรับ Android

EGAT-EV-Charging-Station

EGAT การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ด้าน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เริ่มแรกด้วยการตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า กฟผ. ในโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 (รายละเอียดตามตารางด้านล่าง)

EGAT-EV-Charging-Station

ในเดือนมีนาคม 2564 จึงเริ่มจัดตั้ง สถานีอัดประจุไฟฟ้า “EleX by EGAT” ภายใต้ธุรกิจใหม่ของ กฟผ. EGAT EV Business Solutions ที่ชาร์จไฟได้รวดเร็ว ปลอดภัย มั่นใจ เพื่อรองรับทุกการเดินทางของผู้ใช้ยานยนต์ทั่วประเทศ

โดยปัจจุบัน กฟผ. ได้ติดตั้งไปแล้ว 13 สถานี และตั้งเป้าหมายติดตั้งเพิ่มเป็น 48 สถานี ภายในสิ้นปี 2564 โดยเน้นขยายสถานีไปตามเส้นทางการเดินทางหลักทั่วประเทศ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากที่สุด

และ กฟผ. ยังได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการปั้มน้ำมัน PT เปิดตัวจุดสถานีชาร์จแห่งแรกชื่อ EleX by EGAT ทดลองนำร่องที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และสถานีบริการน้ำมัน พีที อีกจำนวนทั้งสิ้น 4 สถานี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในการเดินทางไปยังทุกภูมิภาคทั่วไทย ได้แก่

  • สาขาปากช่อง 3 จ.นครราชสีมา
  • สาขาเขาย้อย จ.เพชรบุรี
  • สาขาพยุหะคีรี 2 จ.นครสวรรค์
  • สาขาบางพระ จ.ชลบุรี และ
  • สาขาบ้านใต้ จ.กาญจนบุรี

EA-Anywhere-EV-Charging-Station

EA Anywhere

EA Anywhere เป็นแบรนด์ภายใต้ บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด (มหาชน) หรือ EA อีกที จักตั้งขึ้นเพื่อทำสร้างสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และชื่อบริษัท มีความหมายสื่อให้เห็นถึงสถานีประจุไฟฟ้าของเราที่มีอยู่ครอบคลุมทุกหนแห่ง ทั่วไทย

EA Anywhere คือผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle – PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle – BEV)

เครื่องอัดประจุไฟฟ้าของเราเหมาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ที่มีปลั๊กประเภท 2 (Type 2 Socket) ตามมาตรฐานประเทศไทย สถานี EA Anywhere ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเป็นหลัก คุณสามารถหาสถานีได้อย่างง่ายดายจากแอปพลิเคชัน EA Anywhere บนโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชันที่จะช่วยคุณหาและนำทางไปยังสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเรา

สามารถดาวน์โหลดได้แล้วผ่านทาง App store บนระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Play store บนระบบปฏิบัติการ Android ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.eaanywhere.com/

EA พร้อมเปิดให้บริการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าระบบ DC (Fast Charge) 150 kW โดยกำหนดช่วงเวลาในการให้บริการในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.00-08.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ (ไม่รวมวันหยุดชดเชย) ตลอด 24 ชั่วโมง อัตราค่าบริการ 6.50 บาท/kWh

โดยในปี 2563 ทางบริษัทฯ ได้เปิดให้บริการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าระบบ DC (Fast charge) 150 kW กว่า 54 สถานี ได้แก่

  • สถานี 7-Eleven สาขาชุมชนศักดิ์มงคลชั
  • สถานี 7-Eleven สาขาท่าข้าม 11
  • สถานี 7-Eleven สาขาพระปิ่น 5
  • สถานี 7-Eleven สาขาพุทธบูชา 36
  • สถานี 7-Eleven สาขาพัฒนาชนบท 3
  • สถานี 7-Eleven สาขาร่มเกล้า 23
  • สถานี 7-Eleven สาขาลาซาล
  • สถานี 7-Eleven สาขารามคำแหง 170
  • สถานี 7-Eleven นนทบุรี ซอย 8 (เลี่ยงเมืองนนท์)
  • สถานี 7-Eleven ประชาราษฎร์
  • สถานี 7-Eleven เรวดี
  • สถานี 7-Eleven สาขาหมู่บ้านเอื้อพัฒนานิเวศน์ (หนามแดง)
  • สถานี 7-Eleven สาขาศรีด่าน 22
  • สถานี 7-Eleven สีตบุตร,
  • สถานี 7-Eleven รัตนาธิเบศร์ 22
  • สถานี 7-Eleven สาขางามวงศ์วาน 23 แยก 18
  • สถานี 7-Eleven ทานสัมฤทธิ์
  • สถานี Big C สาขาลาดพร้าว 2
  • สถานี ศูนย์การค้าไอทีสแควร์ (หลักสี่)
  • สถานี AEQUA Residence สุขุมวิท 49
  • สถานี TC Footballclub Rama 3
  • สถานี Supalai River Place
  • สถานี สนามฟุตบอล Wining Seven (พุทธมณฑลสาย 1)
  • สถานี Robinson ศรีสมาน
  • สถานี Robinson สมุทรปราการ
  • สถานี Robinson ปราจีนบุรี
  • สถานี ร้านคุณพราว สิงห์บุรี
  • สถานี HAPPY HUB SPORT AND RECREATION (ถนนสุคนธสวัสดิ์)
  • สถานี บริษัท ศิลา ฟิวเจอร์ จำกัด
  • สถานี Caltex สาขาเพชรพระเทพ
  • สถานี Swim Kidz (พุทธมณฑลสาย 1)
  • สถานี Kspace Mini Mall
  • สถานี บริษัท คาร์ลอฟท์ ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด
  • สถานี Global House ลพบุรี
  • สถานี FN Factory OUTLET สาขาหัวหิน
  • สถานี MG 824 Co.,Ltd (ราชพฤกษ์)
  • สถานี MG NC International บางบัวทอง
  • สถานี MG Bangpu Land and Automobile Co.,Ltd. (บางปู)
  • สถานี MG Krungthai (บางนา)
  • สถานี นครหลวง จำกัด สาขาบางนา
  • สถานี MG Wimio Co.,Ltd. (สวนหลวง)
  • สถานี MG Rungcharoen (ลาดกระบัง)
  • สถานี MG Krungthep (สุวินทวงศ์)
  • สถานี MG Sequoya Co., Ltd. (คันนายาว)
  • สถานี MG Best Auto Sales Co., Ltd. (รามคำแหง)
  • สถานี The Bloc (ราชพฤกษ์)
  • สถานี FN ฉะเชิงเทรา
  • สถานี S.T.Motor Sport
  • สถานี ม่วงศิริ (บางบอน 5)
  • สถานี Morino Hotel Siracha
  • สถานี คอนโด โอเรียลเต็ล เอกมัย 12
  • สถานี โรงแรม วาบัวร์ ลอด์จ (ลาดพร้าว 130)
  • สถานี ภัตตาคาร แวร์ซายเรสเตอร์รอง (นนทบุรี)
  • สถานี เมเจอร์ เฟอร์นิเจอร์ มอลล์ (2014) จำกัด จ.สุพรรณบุรี และ
  • สถานี บริษัท แคปต้า ออโต้เวิร์ค จำกัด (โชว์รูมเกียร์ ตลิ่งชัน)

EA-Anywhere-EV-Charging-Station

และเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา EA Anywhere ได้ประกาศเปิดสถานีชาร์จ DC (Fast Charge) หรือแบบชาร์จเร็วเพิ่มอีก 35 สถานี ได้แก่

  1. สถานี Big C สุขาภิบาล 3
  2. สถานี CALTEX (สินทรัพย์มงคลชัย)
  3. สถานี SUSCO สาขาบางบัวทอง (ไทรน้อย)
  4. สถานี SUSCO สาขาบางใหญ่
  5. สถานี บริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด สาขา 22 (บางนาขาเข้า)
  6. สถานีบริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด  สาขา 23 (บางพลี)
  7. สถานี บริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด สาขา 25 (กิ่งแก้ว)
  8. สถานี อาคาร อาคเนย์ประกันภัย จำกัด
  9. สถานี โรงพยาบาลพระราม 9
  10. สถานี Bizzo Bangna
  11. สถานี The Explace Mall (กาญจนาภิเษก)
  12. สถานี The Walk สาขาราชพฤกษ์
  13. สถานี The Visda Park
  14. สถานี ศูนย์การค้า EASE PARK รามอินทรา
  15. สถานี One One Food Avenue (ซอยสามัคคี)
  16. สถานี สนามบินน้ำมาร์เก็ตพาร์ค
  17. สถานี ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ST.1
  18. สถานี มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์
  19. สถานี สถานบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
  20. สถานี MG จันทบุรี
  21. สถานี MG อุดรธานี
  22. สถานี MG HITECH T&N Co.,Ltd. บุรีรัมย์
  23. สถานี MG HITECH T&N Co.,Ltd. (นางรอง)
  24. สถานี MG รวมกิจ (นครพนม)
  25. สถานี MG Areemit (มหาสารคาม)
  26. สถานี MG ร่วมใจเอ็มจีเมืองเลย
  27. สถานี MG ร่วมใจเอ็มจีหนองบัวลำภู
  28. สถานี MG Deelert Auto Car (จ.อำนาจเจริญ)
  29. สถานี MG M2 Motorsports (จ.อุบลราชธานี)
  30. สถานี ESCAPE KHAO YAI HOTEL
  31. สถานี ROYCE Privata Residences ซอยสุขุมวิท 23
  32. สถานี บริษัท Eastern Group (ซอยโยธินพัฒนา 3 แยก 2)
  33. สถานี B AUTOHAUS (ถ.วิภาวดีรังสิต)
  34. สถานี Saksit Alloy Group
  35. สถานี บริษัท 909 มหาคุณ จำกัด

และสาขาล่าสุด ในวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา คือ สถานี Big C Extra ลาดพร้าว 2

PTT-OR-EV-Charging-Station

ปตท.

ผู้ค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ยังได้ปรับแผนธุรกิจ ลงมาให้บริการจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน ได้ดัดแปลงพื้นที่ปั้มน้ำมันส่วนหนึ่งให้เป็น สถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถ EV (PTT EV Charging Station) ด้วยกำลังไฟ 50 กิโลวัตต์/เครื่อง หัวชาร์จ DC รูปแบบ CCS Combo 2 และ CHAdeMO และหัวชาร์จ AC รูปแบบ Type 2 โดยสามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัวจ่าย ระหว่าง DC และ AC อีกทั้ง ยังมี EV Station ในรูปแบบ Normal Charge ที่เปิดให้บริการแล้ว 25 สถานี

ปัจจุบันมีจุดชาร์จไฟแบบ Quick Charge 5 แห่ง

  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาพหลโยธิน กม. 25 กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาวงแหวนกาญจนาภิเษก-ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาพัฒนาการ ขาออก กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาหนองแขม กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาแยกหาดจอมเทียน พัทยา

จุดชาร์จไฟแบบธรรมดา 25 แห่ง ทั่วประเทศ

  1. สถานีบริการ สาขาแยกประชาอุทิศ-ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
  2. สถานีบริการ สาขาเอกมัย-รามอินทรา กรุงเทพฯ
  3. สถานีบริการ สาขาลาดพร้าว วังหิน กรุงเทพฯ
  4. สถานีบริการ สาขามัยลาภ กรุงเทพฯ
  5. สถานีบริการ สาขาประชาชื่น 2 กรุงเทพฯ
  6. สถานีบริการ สาขาบรมราชชนนี ขาเข้า กรุงเทพฯ
  7. สถานีบริการ สาขาราชพฤกษ์ 1 กรุงเทพฯ
  8. สถานีบริการ สาขาราษฎร์บูรณะ(ขาออก) กรุงเทพฯ
  9. สถานีบริการ สาขาทุ่งครุ กรุงเทพฯ
  10. สถานีบริการ สาขาพระราม 2 (ขาเข้า) กรุงเทพฯ
  11. สถานีบริการ สาขาพระราม 2 (ขาออก) กรุงเทพฯ
  12. สถานีบริการ สาขานวลจันทร์
  13. สถานีบริการ สาขาพุทธมณฑล สาย 4 จ.นครปฐม
  14. สถานีบริการ สาขาพุทธมณฑล สาย 5 จ. นครปฐม
  15. สถานีบริการ สาขาตำบลมาบข่า จ. ระยอง
  16. สถานีบริการ สาขาโรงแยกก๊าซ จ. ระยอง
  17. สถานีบริการ สาขาเมืองขอนแก่น จ. ขอนแก่น
  18. สถานีบริการ สาขาสารภี จ. เชียงใหม่
  19. สถานีบริการ สาขาสระบุรี จ. สระบุรี
  20. สถานีบริการ สาขาวังน้อย จ. อยุธยา
  21. สถานีบริการ สาขาบางปะอิน จ. อยุธยา
  22. สถานีบริการ สาขาวงแหวนตะวันตก (ขาเข้า) จ. ปทุมธานี
  23. สถานีบริการ สาขาแยกสันติสุข จ. ปทุมธานี
  24. สถานีบริการ สาขาคลองหลวง กม.6 จ. ปทุมธานี
  25. สถานีบริการ สาขาหาดใหญ่ใน (ขาออก) จ.สงขลา

PEA-VOLTA-EV-Charging-Station

แต่สำหรับใครที่ใช้ Smartphone ก็สามารถค้นหาจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าได้เช่นกัน ผ่านทาง Application ต่างๆ ได้ อาทิ

  • MG i-smart (App + Card) (ติดต่อศูนย์บริการ)
  • EA Anywhere
  • Greenlot (App + Card)
  • MEA EV
  • PEA Volta
  • PTT EV Station
  • To-U
  • EVolt (App + Card)
  • Sharge
  • B charge
  • PlugShare

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : *ข้อมูลสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนเมษายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือสถานีล่าสุด ได้ที่หน่วยงานผู้ให้บริการอีกครั้ง

10-Cheapest-EV-Cars-In-Thailand

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์โลก และวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดอย่างมากจากผู้ใช้รถยนต์ในบ้านเรา ทำให้เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จากที่เคยเป็นรถมีราคาแพงมาก ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในด้านภาษี หรือเรื่องจุดชาร์จไฟ และการดูแลรักษา หลายคนจึงไม่ลังเล ที่จะลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ มาใช้งานดูบ้าง

อ่านเพิ่มเติม >> รวมจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ และทั่วไทย มีจุดไหนใกล้คุณ ประจำปี 2564

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถยนต์ไฟฟ้ามาลองใช้ดูบ้าง ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุด ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Takano-Auto-Thailand-2020

1. Takano TTE500 ราคา 490,000 บาท

Takano (ทากาโน่) TTE500 นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยตอนนี้ โดยรถกระบะไฟฟ้าขนาดจิ๋วคันนี้ พาคุณไปได้ทุกที่ สามารถรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากถึง 300 กิโลกรัม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 12V 125 แอมป์ ขนาด 6 ลูก ใต้พื้นกระบะหลัง และเครื่องยนต์เบนซินขนาดจิ๋วช่วยปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ 100-120 กิโลเมตร โดยใช้เงินเพียง 30 บาท และทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม.

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบกระแสตรง 6.7 แรงม้า แบบ 12V 125 Amp X 6 ความจุ 11 kWh 72 – 80 V 100 – 120 กิโลเมตร

FOMM-One-2019

2. Fomm ONE ราคา 499,900 บาท

FOMM One (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก พร้อมจดทะเบียนได้

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ขนาด 5 kW จำนวน 2 ตัว ให้แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร สามารถชาร์จไฟจนเต็ม (0-100%) ในเวลา 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ In-Wheel 5 กิโลวัตต์ X 2 (13.4 แรงม้า) 280 นิวตัน-เมตร X 2 แบบ Lithium-Manganese ความจุ 2.96 kWh 160 กิโลเมตร

MG-EP-2021

3. MG EP ราคา 998,000 บาท

MG EP (เอ็มจี อีพี) รถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่กว้างขวางรองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของ โดดเด่นด้วยสมรรถนะของ EV เทคโนโลยีที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay

และสมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี (EV Technology) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ

สำหรับแบตเตอรี่ของ NEW MG EP เป็นลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 163 แรงม้า 260 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 50.3 kWh 380 กิโลเมตร

BYD-T3

4. BYD T3 ราคา 999,000 บาท

BYD T3 (บีวายดี ที3) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นบนพื้นฐาน Nissan B Platform (หรือ Nissan NV200) เป็นรถตู้ทึบ ใช้งานในเชิงพาณิชย์ โดยมาพร้อมกับตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ Siam ATR ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสยามกลการ

และยังมีแยกออกเป็นรุ่น M3 แบบรถอเนกประสงค์ 5 ที่นั่งให้เลือก ในราคา 1,059,000 บาท และรุ่น 7 ที่นั่ง ในราคา 1,089,000 บาท สามารถรองรับสัมภาระได้มากถึง 1,800 ลิตร (ในรุ่น 5 ที่นั่ง) และ 3,800 ลิตร (ในรุ่น 2 ที่นั่ง รถตู้ทึบ)

มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 kWh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน) อัตราการสิ้นเปลือง 1 kWh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า

ระยะเวลาในการชาร์จแบบ DC จะใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 1.30 ชั่วโมง และชาร์จด้วยไฟ AC จะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Permanent Magnet Synchronous Motor 94 แรงม้า 180 นิวตัน-เมตร แบบ NCM ความจุ 50 kWh กำลังไฟ DC 40 kW / AC 6.6 kW 300 กิโลเมตร

MG-ZS-2020

5. MG ZS EV ราคา 1,190,000 บาท

MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) นับว่าเป็นรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่นำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเรา ซึ่งขายดีมากตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2562 ที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ สีฟ้า Copenhagen Blue กระจังหน้าทันสมัย พร้อมติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า และล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อม Advanced Driver-Assistance Systems ครบครัน

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ ชุดคอนโซลหน้าใช้วัสดุนุ่มแบบ Soft Touch ดูหรูหรามีระดับ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และยังโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic Sunroof

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-Ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ได้ถึง 3 ระดับ โดยการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 ซม.

ซึ่งตอนนี้ ทาง MG ได้ทำการจำหน่าย MG ZS EV โฉมปัจจุบันนี้ใกล้หมดแล้ว ซึ่งถ้าหากคุณอยากได้ อาจต้องรอ MG ZS EV ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่จะเข้ามาขายในบ้านเราเร็วๆ นี้ (แต่ยังบอกไม่ได้ว่า มาปีนี้ หรือปีหน้า)

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 150 แรงม้า 350 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 44.5 kWh 337 กิโลเมตร

Nissan-Leaf-2020

6. Nissan Leaf ราคา 1,499,000 บาท

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

Nissan Leaf ได้ปรับลดราคาจาก 1,999,000 บาท ลงมาเหลือ 1,499,000 บาท เพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 150 แรงม้า 320 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 40 kWh 311 กิโลเมตร

Hyundai-Kona-Electric-2021

7. Hyundai Kona Electric ราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอด DNA ความเป็น SUV ได้อย่างลงตัว ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์สปอร์ตแบบแยกตำแหน่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบทึบ ที่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารพร้อมพื้นที่จุสัมภาระรวมถึง 373 ลิตร (VDA) นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบปรับอุณภูมิอุ่น-เย็น อีกด้วย

ใครว่ารถยนต์ไฟฟ้าต้องน่าเบื่อ เมื่อ Sport SUV คันนี้ พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที (ในรุ่น SEL) กับขนาดแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกถึงสองรุ่น ให้คุณเลือกระยะทางที่เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่ ตั้งแต่ระยะทางไกลสุดที่ 312 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ในรุ่น SE (345 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC) หรือที่ 482 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ในรุ่น SEL (546 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จเต็มที่หนึ่งครั้ง

ส่วนระบบเบรก ยังได้ถูกปรับให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ ในรูปแบบของ Regenerative Breaking System

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 136 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion Polymer ความจุ 39.2 kWh กำลังไฟ 104 kW 327V 312 / 482 กิโลเมตร

Mini-Electric-2020

8. Mini Electric ราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 184 แรงม้า 270 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 32.6 kWh 217 กิโลเมตร

KIA-Soul-EV-2020

9. KIA Soul EV ราคา 2,387,000 บาท

KIA Soul EV (เกีย โซล อีวี) เจเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถแนว Crossover ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Hyundai Kona มีตัวรถที่ดูแข็งแกร่ง ใช้ไฟหน้าทรงเรียวยาว ชุดไฟท้ายแบบทรงตั้งรูปตัว L และแนวหลังคาด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบลอยตัว

ห้องโดยสารมาพร้อมไฟ Sound Mood ที่ปรับตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ได้ มีจอ HUD ขนาด 8 นิ้ว จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบความปลอดภัยแบบ Drive Wise รอบคัน

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับ KIA Niro EV ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 64 kWh รองรับมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Eco, Comfort, Sport และ Eco+ เพื่อให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด ส่วนระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ประมาณ 452 กิโลเมตร

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 201 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 64 kWh กำลังไฟ 7.2 kW 356 V 452 กิโลเมตร

Volvo-XC40-Recharge-Pure-Electric-2021

10. Volvo XC40 Recharge Pure Electric ราคา 2,590,000 บาท

Volvo XC40 Recharge Pure Electric (วอลโว่ เอ็กซ์ซี40 เพียว อิเล็กทริค) รถยนต์ไฟฟ้าแบบ Crossover SUV ขนาด Compact รุ่นแรกจากค่าย Volvo ที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทย เปิดตัว (แต่ไม่มีรถตัวจริงมาโชว์) ไปในงาน Motor Show 2021 ที่ผ่านมา

ภายนอกใช้กระจังหน้าเป็นแบบยูนิบอดี้ เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่านี่คือรถตระกูลไฟฟ้าของ Volvo พร้อมการตกแต่งภายในระดับพรีเมียมด้วยวัสดุหนังสีดำ รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android Automotive OS ที่พัฒนาร่วมกับ Google ที่ใช้ในการขับขี่ และระบบความปลอดภัยขั้นสูงเต็มรูปแบบ

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งขนาด 204 แรงม้า ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ให้กำลังรวมสูงสุด 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงแบบลิเธียมไอออน ขนาด 78 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กม./ชม. ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 418 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP  ต่อการชาร์จเต็มในแต่ละครั้ง สามารถชาร์จผ่าน Wallbox ขนาด 11 kw จาก 0-100% ได้ในเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ในเวลาประมาณ 40 นาที

สำหรับราคาจำหน่าย ยังครอบคลุมถึงค่าบริการชาร์จไฟจาก EA Anywhere เป็นเวลา 1 ปีเต็ม

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent-Magnet Synchronous Motors X 2 408 แรงม้า 660 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 78 kWh 418 กิโลเมตร

Tesla-Model-3-2021

อันนี้แถมให้ … Tesla Model 3 ราคา 3,290,000 บาท

Tesla Model 3 (เทสลา โมเดล 3) รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ราคาที่จับต้องได้ ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ขายกันหลายรุ่นเลยทีเดียว

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Range, Standard Range Plus และ Long Range ขนาด 54 kWh, 62 kWh และ 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor) และ 4.4 วินาที (Dual Motor) ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. (Single Motor) และ 233 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 354 กิโลเมตร (Single Motor) และ 518 กิโลเมตร (Dual Motor) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

สมรรถนะ (Long Range / MY2021)

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor X 2 283 แรงม้า 450 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 75 kWh 568 กิโลเมตร

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO สิ ได้ราคาดีที่สุด พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนเมษายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Electric-Cars-In-Motorshow-2021

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแส “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) กำลังเป็นที่พูดถึงในบ้านเราอย่างมาก และในวงการยานยนต์โลก ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นรถที่แทบจะไม่มีมลพิษ ช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น จนค่ายรถทุกค่าย ต่างต้องรีบป้อนรถยนต์ไฟฟ้าในแบรนด์ของตัวเอง ออกมาขายกันยกใหญ่

และในงาน Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021) ที่จัดขึ้นในเวลานี้ รถพลังงานไฟฟ้ายอดฮิต คงต้องยกให้กับแบรนด์รถยนต์ของจีน และของยุโรปหลายๆ แบรนด์ ส่วนทางด้านค่ายญี่ปุ่น แม้จะมีข่าวการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าหลายค่ายจากเมืองนอก แต่ในไทยยังดูนิ่งเฉย (แทบทุกแบรนด์ยุ่น แทบจะไม่นำรถยนต์ไฟฟ้ามาโชว์) ในงานนี้

MR.CARRO ขอพาทุกท่านไปชม รถยนต์ไฟฟ้า ภายในงาน Motor Show 2021 จะมีรถรุ่นเด่นๆ ที่น่าสนใจ รุ่นไหนบ้าง? เราขอคัดมาให้ได้ดูกัน 12 รุ่นเลยครับ …

Nissan-Leaf-2021

Nissan Leaf

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

Nissan Leaf มาในราคาพิเศษ 1,499,000 บาท!

Lexus-UX300e-2021

Lexus UX 300 e

The New All-Electric Lexus UX 300e (เลกซัส ยูเอ็กซ์300อี) เปิดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของเลกซัส ภายใต้แบรนด์ “LEXUS ELECTRIFIED” ซึ่ง Lexus ประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 2019 เพื่อใช้เป็นกลยุทธ์ในการดำเนินงานของรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์เลกซัสทั่วโลก

โดย The New All-Electric Lexus UX 300e ยนตรกรรมรถยนต์ไฟฟ้า มีรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ภายในออกแบบอย่างปราณีต ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ล้ำสมัยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใครจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) ซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ การทรงตัวดีเยี่ยม

พร้อมด้วยระบบการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 201 แรงม้า อัตราเร่งแรง ดุดัน มีสมรรถนะอันทรงพลัง โดยระยะทางวิ่งได้สูงสุด 360* กม.ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)

และชาร์จแบบ Quick DC Charger 0-80% ได้ภายใน 50 นาที สำหรับการชาร์จแบบกระแสตรงผ่านการชาร์จด้วยเครื่องชาร์จ 50 กิโลวัตต์ ด้วยกำลังไฟ 125 แอมป์ โดยแบตเตอรี่มีขนาด 54 kWh

ราคาเริ่มต้นแค่ 3,490,000 บาท!

MG-EP-2021

MG EP

MG EP (เอ็มจี อีพี) รถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่กว้างขวางรองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของ โดดเด่นด้วยสมรรถนะของ EV เทคโนโลยีที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay

และสมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี (EV Technology) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ

สำหรับแบตเตอรี่ของ NEW MG EP เป็นลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที

ราคาสบายๆ เพียง 988,000 บาท!

ORA-Black-Cat-2021

ORA Black Cat

ORA Black Cat (โอร่า แบล็ค แคท) หรือ ORA R1 ชื่อรุ่นที่ใช้ในตลาดจีนว่า “黑猫” (แปลว่า แมวดำ) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ A-Segment พัฒนาขึ้นภายใต้ ME Platform ใช้เวลาพัฒนามากกว่า 10 ปี กับ 500 ผู้เชี่ยวชาญในการ R&D ด้วยรูปทรงแบบย้อนยุค แต่ก็ดูเรียบง่ายดีไซน์สุดโดดเด่นที่เกิดจากการจับคู่สีภายนอก 12 แบบ และภายใน 8 แบบ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความงามทันสมัยสไตล์นากาจิม่า ประเทศญี่ปุ่น สุดล้ำด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ iFLYTEK และการอัพเกรดระยะไกล FOTA สบายตาด้วยหน้าจอความละเอียดสูงขนาดใหญ่ถึง 9 นิ้ว

สบายใจกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 400 กิโลเมตร ในพื้นที่ห้องโดยสารกว้างใหญ่ พร้อมด้วยแพลตฟอร์มสุดพิเศษ ME ให้ทั้งความปลอดภัยและสามารถเชื่อถือได้

อ่านเพิ่มเติม >> ORA R1 รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ราคาถูกสุดในโลก ชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ 301-405 กม. บุกไทยเร็วๆ นี้!

สำหรับในไทย ตอนนี้เป็นเพียงการนำรถรุ่นพวงมาลัยซ้าย จากประเทศจีนมาโชว์เท่านั้น ยังไม่เปิดราคาครับ

ORA Good Cat

ORA Good Cat (โอร่า กู๊ด แคท) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรรี่รุ่นแรกที่ Great Wall Motors จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ถือเป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ ทั้งในสื่อต่างๆ และทุกช่องทางออนไลน์ 

ORA GoodCat จะเข้ามาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาสร้างมาตรฐานใหม่ ทั้งในด้านคุณภาพอันเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ครบครัน และดีไซน์ที่ล้ำสมัยแนวเรโทร Futuristic อันน่ารัก

อ่านเพิ่มเติม >> ซื้อมั้ย? เปิดสเปก ORA Good Cat 2021 รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีน ก่อนขายจริง พร้อมราคาในไทย!

สำหรับในไทย ตอนนี้เป็นเพียงการนำรถรุ่นพวงมาลัยซ้าย จากประเทศจีนมาโชว์เท่านั้น ยังไม่เปิดราคาครับ

Hyundai-Kona-Electric-2021

Hyundai Kona Electric

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอด DNA ความเป็น SUV ได้อย่างลงตัว ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์สปอร์ตแบบแยกตำแหน่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบทึบ ที่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารพร้อมพื้นที่จุสัมภาระรวมถึง 373 ลิตร (VDA) นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบปรับอุณภูมิอุ่น-เย็น อีกด้วย

ใช้แบตเตอรี่ที่ให้พลังงานมากถึง 64 kWh พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที และวิ่งไปได้ไกลสูงสุดถึง 482 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ส่วนระบบเบรกยังได้ถูกปรับให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ ในรูปแบบของ Regenerative Breaking System

เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

Porsche-Taycan-Turbo-S-NaRaYa-2021

Porsche Taycan

Porsche Taycan (ปอร์เช่ ไทคานน์) ใหม่ สุดยอดรถสปอร์ตซาลูนพลังงานไฟฟ้า 4 ประตู คันแรกจากปอร์เช่ ซึ่งรถไฮไลท์ในงาน เป็นการร่วมกับ  นารายา (NaRaYa) ซึ่งเป็นเเบรนด์ของคนไทยที่สรรค์สร้างทุกลวดลายมาจากหัวใจ ดังเช่นลายช้างเครื่องทรงเเละผ้าไหมสีทองอร่ามปลิวไสว ถือกำเนิดขึ้นพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และทางเลือกจากแบตเตอรี่ 2 ขนาดความจุ ได้แก่ขนาดมาตรฐาน และ Performance Battery

รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า Entry-Level คันใหม่ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) เมื่อทำงานใน Overboost Mode และ Launch Control ส่วนในรุ่น อุปกรณ์พิเศษ Performance Battery Plus กำลังสูงสุดกว่า 476 แรงม้า (350 กิโลวัต์) สำหรับการทำงานในโหมดปกติ ให้กำลังที่ 326 แรงม้า (240 กิโลวัตต์) หรือ 380 แรงม้า (280 กิโลวัตต์) ตามลำดับ

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. ทั้ง 2 ขนาดความจุแบตเตอรี่ ขณะที่สามารถรองรับการประจุพลังงานได้สูงสุดที่ 225 กิโลวัตต์ (Performance Battery) หรือ 270 กิโลวัตต์ (Performance Battery Plus) หมายความว่าแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขนาด จะใช้ระยะเวลาในการชาร์จพลังงานจาก 5 – 80% ในสภาวะการชาร์จไฟปกติ เพียง 22.5 นาที

ในฐานะสมาชิกรายล่าสุดของตระกูลรถสปอร์ตไฟฟ้า Taycan จึงออพชั่นที่จะตามมาในรุ่นอื่น หลังจากการปรับโฉม หนึ่งในอุปกรณ์พิเศษที่โดดเด่นคือหน้าจอ แสดงผล Colour Head-Up Display ซึ่งสามารถฉายข้อมูลตรงไปยังระดับสายตาของผู้ขับขี่ โดยแบ่งการแสดงผลได้ทั้งในส่วน Main Display Section, Status Section และพื้นที่แสดงข้อมูลชั่วคราว เช่น สายโทรศัพท์เรียกเข้า หรือการสั่งงานด้วยเสียง Voice Control Commands

รวมทั้งผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอระบบนำทาง Navigation Display มาตรวัดพลังงาน Power Meter และข้อมูลอื่นที่จำเป็น พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้น 6,190,000 บาท

Mini-Electric-2021

Mini Electric

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

มาในราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

Audi-RS-e-Tron-GT-2021

Audi RS e-tron GT quattro

Audi RS e-tron GT quattro (อาวดี้ อาร์เอส อีทรอน จีที ควอทโทร) ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู จากค่าย Audi ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่เพิ่งเปิดตัวผ่าน Online World Premier ของ AUDI AG เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในไทยก็สั่งนำเข้ามาให้ชม (และขาย) กันเลย

ตัวรถภายนอก สวยงาม โฉบเฉี่ยว ล้อ 21 นิ้ว ดิสก์เบรกหน้า-หลัง เคลือบ Tungsten Carbide (ทังสเตนคาร์ไบด์) พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดง ชุดตกแต่งภายนอกแบบ Black Package พร้อมตกแต่งกระจกมองข้างด้วยสีดำ และตกแต่งกระจังหน้าด้วยสี Glossy Black

มาพร้อมระบบควบคุมการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้พละกำลังสูงถึง 646 แรงม้า ใน Boost Mode แรงบิดสูงสุด 830 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.3 วินาที ใน Boost Mode ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. สามารถขับได้ไกลถึง 504 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC)

ส่วนภายใน ออกแบบตามแบบฉบับของ Audi Sport จัดวางตำแหน่งที่นั่งอันชาญฉลาด ส่งผลให้พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งได้สบาย ห้องโดยสารตกแต่งด้วยลาย Matte Carbon Twill ด้านข้างของคอนโซลกลางหุ้มหนัง Alcantara สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ที่วางแขนข้างประตูหุ้มหนัง Fine Nappa ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sports Pro ตกแต่งแบบ Honeycomb พร้อมฟังก์ชั่นระบายอากาศ และนวด สำหรับเบาะนั่งคู่หน้า

พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ All-wheel Steering สปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง Alcantara พร้อมสัญลักษณ์ RS และพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง โดยด้านหน้าความจุ 85 ลิตร ด้านหลัง 350 ลิตร เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ ด้วยระบบแสดงข้อมูล Head-up Display

สำหรับ Audi e-tron GT รุ่นที่ 3 ที่ทาง อาวดี้ ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่าย พร้อมข้อเสนอราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 6,390,000 บาท สำหรับรุ่น e-tron GT quattro ส่วน e-tron GT quattro Performance ราคาเพียง 6,790,000 บาท และรุ่นท็อปสุดตามรายละเอียดด้านบน คือ RS e-tron GT quattro เปิดตัวในราคาเพียง 9,490,000 บาท พร้อมออฟชั่นจัดเต็ม คุ้มค่าอย่างแน่นอน

Audi-e-tron-Sportback-2021

Audi e-tron Sportback

Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบค) นำเข้ามาประเทศไทยเป็นโมเดลที่ 2 เปิดตัวกันที่งาน Motor Expo 2020 สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Audi ที่ว่า “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % คือ อนาคต” และสะท้อนปรัชญาพื้นฐาน “Vorsprung Durch Technik” โดยมีความสมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี สมรรถนะอันยอดเยี่ยม

มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) และมีระยะทางที่วิ่งถึง 463 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง

ในราคาจับต้องได้ เพียง 5,299,000 บาท!

Tesla-Model-3-2021

Tesla Model 3

Tesla Model 3 (เทสลา โมเดล 3) รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ขายกันหลายรุ่นเลยทีเดียว

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Range, Standard Range Plus และ Long Range ขนาด 54 kWh, 62 kWh และ 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor) และ 4.4 วินาที (Dual Motor) ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. (Single Motor) และ 233 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 354 กิโลเมตร (Single Motor) และ 518 กิโลเมตร (Dual Motor) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

ราคาพิเศษเพียง 3,290,000 บาท! จองในงานพร้อมรับฟรี Wall box (แท่นชาร์จ) จาก Tesla มูลค่ากว่า 5 หมื่นบาท

Takano-TTE-RS-2021

Takano

Takano (ทากาโน่) TTE500 นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในงาน Motor Show 2021 ก็ว่าได้ โดยรถกระบะไฟฟ้าขนาดจิ๋วคันนี้ พาคุณไปได้ทุกที่ สามารถรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากถึง 300 กิโลกรัม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 12V 125 แอมป์ ขนาด 6 ลูก ใต้พื้นกระบะหลัง และเครื่องยนต์เบนซินขนาดจิ๋วช่วยปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ 100-120 กิโลเมตร โดยใช้เงินเพียง 30 บาท และทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม.

มาในราคา 499,000 บาท!

ส่วนของ Volvo XC40 Recharge Pure Electric (วอลโว่ เอ็กซี 40 รีชาร์จ เพียว อิเล็กทริค) รถ SUV พลังไฟฟ้า วางขุมพลัง P8 AWD ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหน้าและหลัง ที่เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021) ในราคา 2,590,000 บาท แล้วก็จริง แต่ในงานนี้ ยังไม่มีรถมาโชว์ครับ!

หากช่วงนี้ใครกำลังมองหาที่ขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ฮ่า ถ้าจะให้ผมพูดถึงชื่อ Wuling (วู่หลิง) หลายคนอาจจะงง แบรนด์นี้ คือสินค้าอะไรของจีน!?! ขนม? กระเป๋า? รองเท้า? ไม้ตียุง? หรือไฟ LED? … ไม่ใช่เลยครับ เพราะแบรนด์นี้ ผลิตรถยนต์ขายครับ!

Wuling ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ 3 ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ SAIC Motor, General Motors (GM) และ Liuzhou Wuling Motors

ถ้าใครที่ติดตามข่าวสารยานยนต์มานานสักหน่อย อาจจะพอนึกว่าบ้างว่า รถจากค่ายนี้ บริษัท พี วี เอ มอเตอร์ 2056 จำกัด เคยนำเข้ารถรุ่น Wuling Scorpian (วู่หลิง สกอร์เปี้ยน) ซึ่งเป็นรถในรูปแบบกระบะขนาดเล็ก (หรือรถกระป๊อนั่นเอง) และรุ่นอื่นๆ มาขายในไทยได้สักพัก แล้วก็หายไป …

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

เอาล่ะ เข้าประเด็นที่เราจะนำเสนอกันดีกว่า … สำหรับ Wuling Hongguang Mini EV (วู่หลิง ฮงกวง มินิ อีวี) หรือ 五菱宏光 ในภาษาจีน เริ่มจำหน่ายในจีนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2020 ที่ผ่านมา คิดเป็นเงินไทยราคาอยู่ที่แสนกว่าบาท จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กพร้อมห้องโดยสารนั่งได้ 4 ที่นั่ง ดีไซน์เรียบง่าย ออกแบบมาสำหรับใช้งานในเมืองโดยเฉพาะ มีมีน้ำหนักเบาเพียง 665 – 705 กิโลกรัม

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ด้วยมิติตัวรถยาว 2,917 มม. ความกว้าง 1,493 มม. ความสูง 1,621 มม. และระยะฐานล้อ 1,940 มม.

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบได้เรียบง่าย ช่องแอร์มีขนาดยาว พร้อมเบาะผ้า มีอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ เช่น แอร์ วิทยุ กระจกไฟฟ้า เกียร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้หมุนไป-มา ในการเปลี่ยน

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ชูจุดเด่นด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 741 ลิตร เมื่อพับเบาะนั่งแถวหลังลง สามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาด 26 ลิตร จำนวน 2 ใบ หรือรถเข็นเด็กได้อย่างสบาย โดยมีจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX บริเวณเบาะนั่งแถวที่ 2 มาให้

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ส่วนระบบขับเคลื่อน มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 27 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง ขณะที่แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์มีขนาด 9.3 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6.5 ชั่วโมง) สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 13.9 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 9 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 170 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ให้เลือก

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ส่วนระบบเบรก มาพร้อมระบบเบรก ABS และ EBD เป็นมาตรฐาน และเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง ติดตั้งมาให้พร้อม

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ไม่ใช่เรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์แต่ประการใด เพราะตลาดจีนนี่ถือว่ามีความต้องการสูงมาก เพราะพบเมืองมีมากที่สุดในโลก ถ้าสินค้าชิ้นไหนที่ทำออกมาถูกและดี (แบบเดียวกับสโลแกนร้านฟู้ดแลนด์!) ก็สามารถทำยอดจำหน่ายพุ่งกระฉูดในจีนได้ไม่ยากเลย

สำหรับราคาจำหน่าย เริ่มต้นที่ 28,800 หยวน (ประมาณ 130,000 บาท) ถึง 38,800 หยวน (ประมาณ 180,000 บาท)

โดย Wuling Hongguang Mini EV ในเดือนมกราคม 2021 สร้างยอดขายได้สูงถึง 25,778 คัน เมื่อเทียบกับ Tesla Model 3 ที่ทำยอดขายในจีนได้เพียง 13,843 คันเท่านั้น!

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021-EVTG

ภาพจาก EVTG : EVeryThing’s Good

สำหรับในไทยเองนั้น Wuling Hongguang Mini EV ตอนนี้ได้มีผู้จำหน่ายอิสระ ÖKO Automobile สั่งนำเข้ารุ่นพวงมาลัยซ้าย เข้ามาขายในบ้านเราแล้ว สนนราคาเริ่มต้นที่ 369,000 บาท! (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% และ ยังไม่รวมค่าจดทะเบียน 3,000 – 5,000 บาท)

มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ สีขาว, ฟ้า, ชมพู และสีทอง อีกทั้งยังพร้อมรับซื้อรถคืนภายใน 5 ปี ด้วย! แต่ทั้งนี้ ราคาขึ้นอยู่กับสภาพรถ

และยังได้มอบรถให้กับ EVTG : EVeryThing’s Good ของทาง อตก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) ในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้เป็น Smart Mobile Market สำหรับนำส่งผลไม้พรีเมี่ยมจากตลาด อตก. ถึงมือผู้บริโภคด้วยครับ

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021-EVTG

ภาพจาก EVTG : EVeryThing’s Good

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall