Electric-Cars-In-Motorshow

งาน Bangkok International Motor Show 2019 (มอเตอร์โชว์ 2019) ที่เริ่มต้นขึ้น ช่วงระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 นี้ยังมาพร้อมกับรถยนต์ไฟฟ้ามากมาย ที่รอให้คุณเป็นเจ้าของกันอยู่

MR.CARRO ขอพาทุกท่านไปชมกันครับ ว่าในงานจะมีรายละเอียดของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเด็ดๆ โดนใจ ทั้งโชว์และขาย ทั้ง 8 รุ่นจะมีรายละเอียดอะไรกันบ้าง …

FOMM One

FOMM-One-2019

FOMM One (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก จดทะเบียนได้ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ขนาด 5 kW จำนวน 2 ตัว ให้แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร สามารถชาร์จไฟจนเต็ม (0-100%) ในเวลา 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว

โดย FOMM One วางจำหน่ายผ่าน บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม จำกัด ในเครือของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีกำหนดส่งมอบให้ผู้สั่งซื้อช่วงต้นปี 2562 สนนราคาเริ่มอยู่ที่ 664,000 บาท

MINE SPA1

MINE-SPA1-2019

MINE SPA1 (ไมน์ สปา1) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสัญชาติไทย แบบ MPV ขนาด 5 ที่นั่ง ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับได้เป็นระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแต่ละครั้ง ซึ่งรายละเอียดและราคา (ประมาณ 1,XXX,XXX บาท) คงต้องรอในงาน Motor Show 2019 อีกครั้ง

Nissan Leaf

Nissan-Leaf-2019

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที ในราคา 1,990,000 บาท!

MG eZS

MG-eZS-2019

MG eZS (เอ็มจี อีแซดเอส) รถต้นแบบของรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% มาโชว์ในงาน Motor Show 2019 หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกในงานกวางโจว ออโต้โชว์ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ในฐานะยนตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ “NetGreen” ของ SAIC

ที่นอกจากจะโดดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) และวิ่งได้ไกลถึง 428 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (หรือ 335 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC) แล้ว ยังมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ SUV และการติดตั้งระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะในรถยนต์ ซึ่ง MG มีแผนจะขายในไทยปีนี้

Jaguar I-Pace

Jaguar-i-Pace-2019

Jaguar I-Pace (จากัวร์ ไอ-เพซ) รถ Crossover แบบไฟฟ้าล้วน (BEV) 5 ที่นั่ง รุ่นแรกของ Jaguar มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 394 แรงม้าเลยทีเดียว ซึ่งภายในห้องโดยสาร ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราสไตล์ Jaguar อยู่เช่นเคย โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้น 5,499,000 บาท สำหรับรุ่น S

Audi e-tron

Audi-e-tron-2019

Audi e-tron 55 quattro (อาวดี้ อี-ทรอน 55 ควอทโทร) เป็นรถแบรนด์หรูเจ้าแรกในไทยที่ลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการประเดิมส่ง Audi e-tron 55 quattro ใหม่ จับกลุ่มผู้ชื่นชอบความล้ำสมัย พร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Audi

ติดตั้งขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 266 กิโลวัตต์ หรือ 360 แรงม้า และเพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้า ในบูสต์โหมดแรงบิดสูงสุด 561 นิวตันเมตร และเพิ่มขึ้นเป็น 664 นิวตันเมตร ในบูสต์โหมด ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.6 วินาที และ 5.7 วินาทีในบูสต์โหมด และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. ส่วนแบตเตอรี่สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางกว่า 417 กิโลเมตร ในราคา 5,099,000 บาท!

Hyundai Ioniq Electric

Hyundai-Ioniq-Electric-2019

Hyundai Ioniq Electric (ฮุนได ไอออนิค อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งเดียวจากค่ายรถเกาหลีในตอนนี้ ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer (LiPo) ความจุ 28 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.9 วินาที (โหมด Sport) และ 10.2 วินาที (โหมดปกติ) ทำความเร็วสูงสุดได้ 165 กม./ชม.

ระบบชาร์จไฟของ Ioniq Electric สามารถชาร์จได้ 3 แบบ ได้แก่ 1. แบบทริคเคิ้ล (เต้าเสียบบ้าน) กำลังไฟ 2.3 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟจนเต็ม 12 ชั่วโมง 2. แบบธรรมดา (Wall Box) กำลังไฟ 6.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 4 ชั่วโมง 25 นาที และ 3. แบบชาร์จเร็ว (สถานีชาร์จเร็ว) กำลังไฟสูงสุด 100 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนถึงระดับ 80% ในเวลา 23 นาที สามารถเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 280 กม. ต่อการชาร์จเต็มแต่ละครั้งตามมาตรฐาน NEDC

Hyundai Kona Electric

Hyundai-Kona-Electric

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าสายพันธุ์ SUV ปราดเปรียว โฉบเฉี่ยวกว่าใคร ใช้แบตเตอรี่ที่ให้พลังงานยาว 64 กิโลวัตต์ชั่วโมง พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที และวิ่งไปได้ไกลสูงสุดถึง 482 กม. (มาตรฐาน WLTP) 

เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

ขอขอบคุณภาพจาก Bangkok-Motorshow

Travel-Red-Cross-Fair-2019

ไปงานกาชาด 2562 เดินทางสะดวก ด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT หรือจะมารถเมล์ก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถให้ยุ่งยาก

Thai-Red-Cross-Fair-2019

เตรียมพบกับความสนุก สุขใจ ในงานกาชาดประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล… เกิดสายธารการให้ที่งดงาม” โดยปีนี้จัดงานที่สวนลุมพินี สวนสาธารณะใจกลางเมือง เช่นเดิม ระหว่างวันที่ 15 พ.ย. – 24 พ.ย. 2562 เวลา 10.30 – 22.30 น.

รายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ในการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย

Red-Cross-Fair-2018

CARRO ขอแนะนำ 5 วิธีการเดินทางไปงานกาชาด 2562 เพื่อความสะดวกของผู้อยากมาชมงานกาชาด แต่ไม่อยากขับรถไปที่งานครับ

MRT-Blue-Line

1. รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT)

รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) มางานกาชาด 2562 สะดวกที่สุด ลงสถานีสีลม แล้วเดินไปด้านสวนลุมพินี (ทางออก 3) ก็ถึงงานกาชาด 2562 ณ สวนลุมพินี พอดี …

BTS-Skytrain

2. รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS)

รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) มางานกาชาด 2562 สะดวกสุดๆ เช่นกัน เพียงลงสถานีศาลาแดง แล้วเดินไปตามถนนสีลมต่ออีกหน่อย ก็ถึงงานกาชาด 2562 ณ สวนลุมพินี พอดี …

3. รถตู้

รถตู้มางานกาชาด 2562

ระหว่างการจัดแสดงงานกาชาด 2562 จะมีรถตู้ (เสียค่าบริการ) จากสวนลุมพินี ไปจุดสำคัญต่างๆ ได้แก่ บางปะกอก (ทางด่วน), มีนบุรี, รังสิต เป็นต้น

BMTA-Bus

4. รถเมล์

รถเมล์ (Bus) ที่ผ่านสวนลุมพินี รอบงานกาชาด 2562

จากถนนสีลม
– สาย 15, 76, 77, 115, 172, 177, 504, 514, 547

จากถนนพระรามที่ 4
– สาย 4, 14, 45, 46, 47, 50, 67, 74, 76, 109, 115, 141, 505, 507, A3, สองแถว 1240

จากถนนราชดำริ
– สาย 14, 15, 50 (ขากลับพระราม 7), 74, 77, 504, 514, 547

จากถนนสารสิน
– สาย 13, 17, 50, 505 (ขากลับปากเกร็ด), A3

จากถนนวิทยุ
– สาย 13, 14, 17, 50, 62, 76, 505, A3

Lumpini-Park-Car-Parking

5. ขับรถยนต์ส่วนตัว

วิธีสุดท้าย … ถ้าขับรถมาเอง

สามารถไปที่ลานจอดรถฝั่งข้างถนนราชดำริ ฝั่งข้างถนนสารสิน (ค่าจอดรถ 4 ล้อ ชั่วโมงละ 10 บาท ชั่วโมงถัดไป 20 บาท) หรือด้านในศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. สวนลุมพินี ฝั่งถนนวิทยุได้ (จอดรถฟรี) หรือที่อาคาร GPF ถนนวิทยุ, โรงแรม คราวน์ พลาซ่า และอาคารชาญอิสสระ 1

แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ที่จอดรถหายากสุดๆ และต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถนานมาก อีกทั้งถนนรอบๆ งาน รถยังติดหนักด้วย!

Lumpini-Park-Car-Parking

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เปลี่ยนรถใหม่ ขายรถด่วน เพื่อรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

กรุงเทพ

รถสาธารณะในกรุงเทพ ปรับราคาขึ้น !!

ทางเลือกการเดินทางของคนในเมืองกรุงนั้นมีมากมาย แต่ถ้าใครไม่มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์ส่วนตัว คงต้องพึ่งบริการของรถสาธารณะในรูปแบบต่างๆ เพื่อโดยสารไปทำงาน หรือทำธุระต่างๆ และตอนนี้ก็เริ่มครบรอบสัมปทานค่ารถหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร จึงมีการปรับขึ้นราคาได้ใหม่ตามภาวะเงินเฟ้อและการลงทุน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น ดังนั้น Carro จะมาอัปเดตค่ารถที่กำลังจะขึ้นทุกเส้นทางทั่วกรุงเทพมาให้แล้วที่นี่

 

รถเมล์

รถเมล์

อัตราค่ารถเมล์ในปัจจุบัน

– รถเมล์แดง 6.50 บาท

– รถเมล์ร่วมบริการ 9 บาท

– รถ ปอ. 10-23 บาท

ซึ่งหลังจากวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นี้ จะมีการยกเลิกรถเมล์ฟรีแล้ว แต่ให้เงินค่าเดินทางสำหรับคนมีรายได้รายน้อยผ่านทาง  “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือบัตรคนจนแทนนั่นเอง

 

 

รถตู้

 

รถตู้

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้รถตู้ในตอนนี้ คือ ยังไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นค่าโดยสาร แต่อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีการร้องเรียนอยู่บ่อยครั้งถึงเรื่อง รถตู้บางคันยังมีการเก็บค่าโดยสารที่ไม่เท่ากันหรือมากว่าตามราคามาตราฐานที่ได้ระบุไว้  คุณสามารถเช็ค ราคา ที่ประกาศไว้ในเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบกได้เลย

 

BTS MRT

รถไฟฟ้า

ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา BTS ได้ประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 60 นี้เป็นต้นไป หลังผ่านมา 4 ปียังไม่เคยปรับขึ้นค่าโดยสารเลย โดยจะปรับขึ้นสถานีละ 1-2 บาทเท่านั้น

ส่วนรถไฟฟ้า MRT มีอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 16-42 บาท (ถ้านั่งตลอดจนสุดสายทั้งสองสาย 70 บาท) ยังไม่มีประกาศขอขึ้นค่าโดยสาร สามารถคำนวณค่าโดยสารได้ที่นี่

ปัจจุบันหลังจากสายสีม่วงสร้างเสร็จในเดือนสิงหาคม 2559 ผู้โดยสารก็ต้องรอไปถึง 1 ปีทั้งสองสายจึงเชื่อมต่อกันได้ในเดือน สิงหาคม 2560 โดยมียอดผู้ใช้พุ่งขึ้นกว่า 48,000 คนต่อวัน

ส่วนใครที่โดยสารด้วยรถไฟฟ้า Airport Link ก็ถือเป็นข่าวดี เพราะยังไม่มีประกาศขึ้นราคานั่นเอง

 

เรือ

 

เรือโดยสาร

ที่ผ่านมา ผู้ที่โดยสารด้วยเรือมักเผชิญกับการขึ้นราคาค่าโดยสารขึ้น-ลงตามราคาน้ำมันอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ขึ้นเพียง 1 บาทเท่านั้น จึงไม่ได้ส่งผลกระทบมากเท่าไร

แต่ล่าสุดเมื่อ 14 กันยายนที่ผ่านมา กรมเจ้าท่า ประกาศปรับอัตราค่าโดยสารทางเรือในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล อีก 50 สตางค์ – 1 บาท หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มสูงกว่าเพดาน เกินกว่า 10 วัน

ค่าโดยสารจะจัดเก็บตามประเภทเรือ คือ

  1. เรือประจำทาง  ค่าโดยสารไม่เกิน คนละ 9-11-13 บาท (ตามระยะ)  
  2. เรือด่วนพิเศษ ธงส้ม  ค่าโดยสารไม่เกินคนละ 15 บาท
  3. เรือด่วนพิเศษ ธงเหลือง ค่าโดยสารไม่เกินคนละ 20 บาท
  4. เรือด่วนพิเศษ ธงเขียว  ค่าโดยสารไม่เกินคนละ 13-20-32 บาท (ตามระยะ)
  5. เรือโดยสารในคลองแสนแสบ ค่าโดยสารไม่เกินคนละ 9-11-13-15-17-19 บาท (ตามระยะ)
  6. เรือโดยสารข้ามฟาก ค่าโดยสารใหม่ เริ่มที่คนละ 3.50 – 6 บาท

 

รถไฟ

รถไฟ

ในวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา รถไฟได้มีการประกาศขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร โดยปรับเพิ่มขึ้นเฉพาะรถรุ่นใหม่ 115 คัน จำนวน 8 ขบวน ในอัตรา 15-20% หรือเพิ่มขึ้น 150-200 บาทต่อเที่ยว ใน 4 เส้นทาง คือ ดังนี้

เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ

เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ

เส้นทางกรุงเทพฯ- หนองคาย-กรุงเทพฯ

เส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-กรุงเทพฯ

 

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับอัตราค่าเดินทางของรถสาธารณะในรูปแบบต่างๆ ทั่วกรุงเทพ โดยรวมแล้วบางบริการขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่บางบริการก็ขึ้นหลักหลายสิบบาท หากนานๆครั้งใช้ก็ดูไม่แพงขึ้นสักเท่าไร แต่หากต้องใช้ไปและกลับทุกวัน คงกระทบต่อผู้ใช้อยู่ไม่น้อยเลย แต่สำหรับใครที่มีรถยนต์ส่วนตัวและต้องใช้บริการทางด่วน จึงอยากรู้ ‘การทางพิเศษแห่งประเทศไทย’ มีการปรับขึ้นหรือไม่ อ่านต่อที่นี่

 

 

 

Source : voicetv.co.th

Honda-รถต้นแบบ-EV-Concept

Honda Urban EV Concept รถต้นแบบสุดแนว เปิดตัวครั้งแรกของโลกในงาน Frankfurt Motor Show 2017

Honda-Urban-EV-Concept-2017

Honda-Urban-EV-Concept-2017

            Honda Urban EV Concept ว่าที่รถต้นแบบแฮทช์แบ็ค 3 ประตู ที่เปิดตัวไปในงาน Frankfurt International Motorshow ที่ประเทศเยอรมนี เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ออกแบบได้เรียบง่าย ดูคล้ายกับ Honda Civic ในรุ่นแรก แต่มาพร้อมความทันสมัยในแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้า เตรียมผลิตจำหน่ายจริงในปี 2019

Honda-Urban-EV-Concept-2017

Honda-Urban-EV-Concept-2017

Honda-Urban-EV-Concept-2017

การดีไซน์ดูเรียบๆ เหลี่ยมๆ แต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัย

Honda Urban EV Concept ได้รับการออกแบบในสไตล์ย้อนยุค ดูเรียบง่าย แต่ทันสมัย ใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไฟหน้า – ไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าและด้านท้ายรถ สามารถแสดงข้อความ หรือสัญลักษณ์ตามการขับขี่และตั้งค่า และบริเวณใกล้ล้อด้านท้าย มีจุดแสดงสถานะการชาร์จไฟอีกด้วย ใช้กล้องมองข้างแทนกระจกมองข้าง ส่วนกระจกบังลมหน้าและกระจกหน้าต่าง ออกแบบให้ดูยาวต่อเนื่อง และบริเวณบนสุดของเสา C จะมีสัญลักษณ์รูปปลั๊กไฟด้วย

Honda-Urban-EV-Concept-2017

Honda-Urban-EV-Concept-2017

พวงมาลัยรูปทรงสุดแปลกตา

ห้องโดยสารภายใน มาในสไตล์ Minimal เหมือนนั่งสบายๆ ภายในบ้าน มี 4 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยจอดิจิตอลขนาดยาวที่แผงแดชบอร์ด แสดงสถานะต่างๆ ของรถ ทั้งเรือนไมล์ แผนที่นำทาง ระบบควบคุมและมัลติมีเดีย โดย Honda เรียกว่า Honda Automated Network Assistant Concierge ระบบนี้จะมีการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับไปด้วยในเวลาเดียวกัน

พวงมาลัยดีไซน์แปลกตา ดูหรูหรา, เบาะนั่งทรงม้านั่ง แผงประตูด้านข้างมาพร้อมกับจอแสดงผลจากกล้องข้างตัวรถ อีกทั้งยังแฝงความหรูหราด้วยการตกแต่งด้วยไม้

Honda-Urban-EV-Concept-2017

สัญลักษณ์รูปปลั๊กไฟ แสดงให้เห็นว่าใช้ไฟฟ้านะ!

ขุมพลังของรถต้นแบบคันนี้ ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนจากแบตเตอรี่ (BEV) ที่พัฒนาในรูปแบบ V2X : Vehicle-to-Everything สามารถพ่วงเข้ากับระบบไฟบ้าน (สมาร์ทโฮม หรือ Vehicle-to-Home) หรือกริดไฟฟ้า (สาธารณูปโภค Vehicle-to-Infrastructure) โดยฮอนด้าเรียกว่าระบบ “Honda Power Manager Concept”

1972-Honda-Civic-DX

รถต้นแบบ Honda Urban EV Concept ได้แรงบันดาลใจมาจาก Honda Civic รุ่นแรก

ความเป็นไปสูงจากการกล่าวของประธาน และ CEO ฮอนด้า มอเตอร์ สำหรับ Honda Urban EV Concept จะได้ออกจำหน่ายที่ยุโรปในปี 2019 นี้แน่ๆ ส่วนในบ้านเรา ก็คงได้แต่รอดูกันต่อไป ว่ามาตรการสนับสนุนเกี่ยวกับ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า จะมีทิศทางต่อไปในทางไหน …