มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับมาตรฐานใหม่รถ SUV ไทยอีกครั้ง เปิดตัว ฮอนด้า เอชอาร์วี เจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ชื่อ “All-New Honda HR-V e:HEV 2022 (ฮอนด้า เอชอาร์วี อี:เอชอีวี) ใหม่” เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

ราคาประมาณการเริ่มต้นต่ำกว่า 990,000 บาท พร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 – 18 พฤศจิกายน 2564** ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อมรับฟรีชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Utility Package โดยจะประกาศราคาและเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 นี้

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา Honda HR-V เป็นหนึ่งในผู้นำตลาด SUV ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ Segment นี้ ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 100,000 คัน”

“จากความสำเร็จดังกล่าว ไทยจึงเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียที่จะได้เปิดตัว Honda HR-V 2022 เจเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้ชื่อ Honda HR-V e:HEV ใหม่ และยังเป็นประเทศแรกในโลกที่เปิดตัวรุ่น RS ที่มาพร้อมดีไซน์สุด Executive นับเป็นก้าวสำคัญที่ Honda HR-V 2022 ใหม่ จะมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการผสานทั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย พร้อมเป็นยนตรกรรมเอสยูวีสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง”

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

พลังจากดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมอันโดดเด่น สร้างตัวตนที่แตกต่าง

Honda HR-V e:HEV ใหม่ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนสไตล์ SUV ได้อย่างชัดเจน โดดเด่นด้วยตัวถังที่ปราดเปรียวในสไตล์สปอร์ตคูเป้ ดึงดูดทุกสายตาด้วย

  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีเดียวกับตัวรถ (รุ่น e:HEV EL) และกระจังหน้าสีดำเงา (รุ่น e:HEV E) ที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS)
  • กันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมด้วยไฟท้ายแบบ LED Light Strip ที่เชื่อมต่อกับไฟเบรกเป็นเส้นแนวยาว อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น
  • สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต
  • เสาอากาศครีบฉลาม
  • ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว (รุ่น e:HEV E และรุ่น e:HEV EL)

สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นยนตรกรรมไฮบริดด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

ครั้งแรกในโลกกับการเปิดตัวรุ่น RS ที่ประเทศไทย ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์สปอร์ตเอกซ์คลูซีฟ ตกแต่งพิเศษรอบคัน โดดเด่นด้วย

  • กระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ RS
  • สัญลักษณ์ AMP UP บนกันชนหน้าด้านล่าง
  • กันชนหน้า-หลัง พร้อมชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยโครเมียม
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential
  • ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke
  • ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว
  • หลังคากระจกแบบพาโนรามา (Panoramic Glass Roof)

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

พิเศษยิ่งขึ้นกับสีภายนอกสีแดงอิกไนต์ ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน สะท้อนความสปอร์ตไปอีกขั้น

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหนังสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดงแบบสปอร์ต แป้นเบรกและแป้นคันเร่งสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายในทุกที่นั่งและทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม* คงอรรถประโยชน์สไตล์เอสยูวีไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

โดดเด่นด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Automatic Air Conditioning) ที่มาพร้อมระบบ Air Diffusion System โดยช่องปรับอากาศดีไซน์ใหม่ กระจายลมได้ทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร พร้อมด้วยช่องปรับอากาศตอนหลัง (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS) โดยทุกรุ่นมาพร้อมเบาะหนังดีไซน์ใหม่สีดำ และเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์แยกพับแบบ 60:40 ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่

  • Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า ที่เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับลงแนวราบได้เรียบ ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมภาระด้านท้าย
  • Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
  • Tall Mode: เอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ที่โดดเด่นของ ฮอนด้า ที่สามารถพับเบาะด้านหลังขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง ซึ่งมีเพียง ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่สามารถพับเบาะในโหมดนี้ได้

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

ตอบโจทย์สมาร์ตไลฟ์สไตล์ ด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน* อาทิ

  • ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close) ใหม่
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ลำโพงสูงสุดจำนวน 8 ตำแหน่ง
  • ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED เปิด-ปิดแบบสัมผัส
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 4 ช่อง
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • ปุ่มควบคุมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

พลังความท้าทายที่ไร้ขีดจำกัด ที่ขับเคลื่อนชีวิตของคุณไปข้างหน้า

อีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญ Honda HR-V e:HEV ใหม่ ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC

พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit – IPU) ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด สามารถเก็บประจุไฟและช่วยให้การชาร์จไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่โดยอัตโนมัติในขณะขับขี่

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

โดยมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว มอบกำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 131 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร (25.8 กก-.ม.) ที่ 0-3,500 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 94 กรัม/กิโลเมตร

โดยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ โดยมีทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมกับสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายตามความต้องการ ซึ่งมีให้เลือก 3 โหมด ได้แก่

  • ECON Mode: โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น ตามรูปแบบการขับขี่
  • Normal Mode: โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
  • Sport Mode: โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่ช่วยปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้พร้อมตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้น เพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

พลังที่พร้อมพาคุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีด้านการขับขี่ที่ครบครัน* อาทิ ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยกับระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front and Rear Passenger Seat Belt Reminder) ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

Honda HR-V e:HEV (ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี) ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น e:HEV E ราคา 979,000 บาท
  • รุ่น e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท
  • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) พร้อมด้วย สีใหม่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) รวมทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) ในทุกรุ่นย่อย

เสริมความมั่นใจในการขับขี่ยนตรกรรมระดับพรีเมียม โดย Honda HR-V e:HEVใหม่ มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** พร้อมบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานจากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า 229 แห่งทั่วประเทศ

มาแล้ว! All-New Honda HR-V 2022 มิติใหม่ SUV กับขุมพลัง Full Hybrid e:HEV

พิเศษ ลูกค้าสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ Honda HR-V e:HEV ใหม่ ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 เวลา 19.00 น. จากนั้นทำการจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 – 31 ธันวาคม 2564** รับฟรีชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Utility Package ประกอบด้วยกระบะใส่ของท้ายรถ มูลค่า 1,100 บาท และแผ่นกันรอยเบาะพนักพิงหลัง มูลค่า 1,700 บาท รวมมูลค่า 2,800 บาท

เตรียมพบกับการประกาศราคาและเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda HR-V e:HEV ใหม่ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 นี้ ผ่านทาง LIVE ถ่ายทอดสดออนไลน์ทาง Facebook Fanpage และ YouTube Channel: Honda Thailand ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

พร้อมทั้งเตรียมสัมผัสกับ Honda HR-V e:HEV ใหม่ ได้ที่บูทฮอนด้า (A14) ในงาน Motor Expo 2021 ตั้งแต่วันที่ 2 – 12 ธันวาคม 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

หมายเหตุ

*อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

สำหรับใครที่อยากซื้อรถ Honda HR-V ใหม่ แต่ถ้าหากว่างบไม่พอ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสอง และ Honda HR-V มือสอง คุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถ Honda HR-V ของเราทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถ Honda HR-V คุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

ราคารถใหม่ Honda ปี 2021-2022 ทุกรุ่น

รวมราคารถใหม่ Honda (ฮอนด้า) Update 12/11/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 – 2022 Honda (ฮอนด้า) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน เช็คราคารถ Honda ป้ายแดงได้ที่นี่

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม มาที่นี่เลย CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยีจากระบบ AI ช่วยประเมินสภาพรถก่อนขาย

รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่คุณต้องการ ก็ได้เช่นกัน มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall Thailand ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Honda-City-RS-2020

All-New City 2020

  • S ราคา 579,500 บาท
  • V ราคา 609,000 บาท
  • SV ราคา 665,000 บาท
  • RS ราคา 739,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

All-New City Hatchback 2021

  • S+ ราคา 599,000 บาท
  • SV ราคา 675,000 บาท
  • RS ราคา 749,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

New-Honda-City-Hybrid-2021

New City e:HEV 2021

  • e:HEV RS ราคา 839,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท, สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาโซนิค (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

New City Hatchback e:HEV 2021

  • e:HEV RS ราคา 849,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท, สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาโซนิค (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

Honda-Jazz

Jazz

  • S MT ราคา 555,000 บาท
  • S CVT ราคา 594,000 บาท
  • V CVT ราคา 654,000 บาท
  • V+ CVT ราคา 694,000 บาท
  • RS CVT ราคา 739,000 บาท
  • RS+ CVT ราคา 754,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท, สีส้มฟินิกซ์ (มุก), สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาโซนิค (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

Honda-Civic

Civic

  • 1.8 E ราคา 874,000 บาท
  • 1.8 EL ราคา 964,000 บาท
  • Turbo ราคา 1,104,000 บาท
  • Turbo RS ราคา 1,219,000 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท, สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

All-New Civic 2022

  • EL ราคา 964,900 บาท
  • EL+ ราคา 1,009,900 บาท
  • RS ราคา 1,199,900 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท, สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback

Civic Hatchback

  • 1.5 VTEC Turbo ราคา 1,229,000 บาท

*หมายเหตุ : สีเทาโซนิค (มุก), สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท และ สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

Honda-Accord-2019

Accord

  • Turbo EL ราคา 1,475,000 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท / สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Honda-Accord-2019

Accord Hybrid

  • Hybird ราคา 1,639,000 บาท
  • Hybrid Tech ราคา 1,799,000 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท / สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Honda เปิดตัว New Honda Accord ใหม่ ในราคา 1,499,000 - 1,799,000 บาท

New Accord 2022

  • EL ราคา 1,499,000 บาท
  • e:HEV EL+ ราคา 1,639,000 บาท
  • e:HEV TECH ราคา 1,799,000 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท / สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Honda-Mobilio

Mobilio

  • S ราคา 659,000 บาท
  • V ราคา 699,000 บาท
  • RS ราคา 765,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 10,000 บาท, สีส้มฟินิกซ์ (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 6,000 บาท

Honda-BR-V-2019

BR-V

  • V ราคา 765,000 บาท
  • SV ราคา 835,000 บาท

*หมายเหตุ :

  1. สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 10,000 บาท
  2. สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 6,000 บาท
  3. สีแดงแพสชั่น (มุก) เพิ่มเงิน 6,000 บาท
  4. สีขาวทาฟเฟต้า มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น V เท่านั้น

Honda-HR-V-2019

HR-V

  • E ราคา 949,000 บาท
  • EL ราคา 1,059,000 บาท
  • RS ราคา 1,119,000 บาท

*หมายเหตุ : สีแดงแพสชั่น (มุก) (เฉพาะรุ่น RS) , สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท และ สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

All-New Honda HR-V e:HEV 2022

All-New HR-V 2022

  • รุ่น e:HEV E ราคาประมาณการต่ำกว่า 990,000 บาท
  • รุ่น e:HEV EL ราคาประมาณการต่ำกว่า 1,100,000 บาท
  • รุ่น e:HEV RS ราคาประมาณการต่ำกว่า 1,200,000 บาท

Honda-CR-V-2019

CR-V

  • 2.4 S (5 ที่นั่ง) ราคา 1,359,000 บาท
  • 2.4 ES 4WD (5 ที่นั่ง) ราคา 1,499,000 บาท
  • 2.4 E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,409,000 บาท
  • 2.4 EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,549,000 บาท
  • DT-E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,559,000 บาท
  • DT-EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,699,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท

New-Honda-CR-V-2020

New CR-V 2020

  • 2.4 S 5 ที่นั่ง ราคา 1,369,000 บาท
  • 2.4 ES 4WD 5 ที่นั่ง ราคา 1,529,000 บาท
  • 2.4 E 7 ที่นั่ง ราคา 1,419,000 บาท
  • 2.4 EL 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,579,000 บาท
  • 2.4 Black Edition ราคา 1,467,000 บาท
  • ดีเซล DT-EL 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,759,000 บาท

*หมายเหตุ : สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น DT-EL 4WD, 2.4 EL 4WD และ 2.4 ES 4WD, สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท

**ราคารุ่นย่อย Black Edition เป็นราคารวมค่าสีภายนอกเพิ่มเติม สำหรับสีดำคริสตัล (มุก) แล้ว

ดูโปรโมชั่น Honda ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/honda-new-car-promotion/

CARRO Automall แนะนำ Honda HR-V รถ Crossover SUV

ในบ้านเราทุกวันนี้ รถ SUV และรถ Crossover หลากหลายรุ่น จัดว่าเป็นรถขายดีทุกฤดูเลยก็ว่าได้ เพราะได้ทั้งความอเนกประสงค์ในการใช้งาน การบรรทุกสัมภาระ ตอบโจทย์คนมีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ใช้รถเดินทางไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติ ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ ล้วนออกแบบมาใช้ขับง่าย ใช้งานง่าย และดูหรูหรามากขึ้นกว่าในอดีตเป็นเท่าตัว

ทาง CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) เอง ก็มีรถแบบ Crossover ที่หลายคนกำลังมองหามาไว้ใช้งาน กับความสารพัดประโยชน์ที่ได้รับจากรถแนวนี้ มีที่เก็บของจุกจิกเพียบ เบาะพับได้หลายรูปแบบ เครื่องยนต์พลังแรง แถมราคาขายต่อดี ไม่ตก แถมยังเป็นแบรนด์เจ้าตลาด ขับไปไหนก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของศูนย์บริการ และการหาอะไหล่

ไปรู้จักกับ Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) ที่ทาง CARRO Automall ภูมิใจเสนอ และอยากให้คุณได้เป็นเจ้าของกันครับ มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

Honda-HR-V-2014-Thai

Honda ได้เปิดตัวรถ Crossover ที่วางตลาดให้เล็กกว่ารุ่น CR-V ในวันที่ 19 ธันวาคม 2013 ในญี่ปุ่นด้วยชื่อ Honda Vezel (ฮอนด้า วีเซล) ที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ Honda Fit (หรือ Jazz ในตลาดโลก) ซึ่งเป็นรถยนต์ในกลุ่ม B-Segment ก่อนจะมีแผนส่งขายในตลาดภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ในชื่อ “Honda HR-V” (ซึ่งชื่อนี้ ในญี่ปุ่นเคยใช้มาก่อนในช่วงปี 1998 – 2006)

ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดี จากลูกค้าในญี่ปุ่น (มีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ Hybrid) ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 1 แสนคัน ในระยะเวลาเพียง 1 ปี ตามมาด้วยประเทศจีน และประเทศไทย เป็นประเทศที่ 3 ของโลก และเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่ผลิตและขายรถรุ่นนี้

เปิดตัวเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 มาพร้อม Concept การสื่อสารการตลาด Premium x Sport Crossover ผสานสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อกำเนิดใหม่แห่งยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม ซึ่งคู่แข่งของรถในกลุ่มนี้ ในบ้านเราก็มีอย่าง Nissan Juke (นิสสัน จู๊ค) หรือ Ford Ecosport (ฟอร์ด อีโคสปอร์ต) เป็นต้น

Honda-HR-V-2014-Thai

ตัวรถออกแบบโดย Yoshiharu Itai ฝ่ายพัฒนาอาวุโสของ Honda R&D ด้วยแนวคิดการออกแบบรถ Sport Crossover รุ่นนี้ เน้นเพิ่มความสปอร์ตปราดเปรียวในสไตล์รถสปอร์ตคูเป้ แบบ “Dynamic Cross Solid” ผสานกับฟังก์ชั่นการใช้งานแบบอเนกประสงค์ ในสไตล์รถมินิแวน ซึ่งดูคล้ายกับใน Honda HR-V รุ่นแรก

ภายนอกมาพร้อมรูปลักษณ์ปราดเปรียว เสริมความรู้สึกแข็งแกร่ง ทรงพลัง ด้วยตัวถังด้านล่าง มาพร้อมเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวรอบคัน ลงตัวกับมือจับเปิดประตูด้านหลังแบบรถสปอร์ตคูเป้ และกระจังหน้า ออกแบบด้วยแนวคิด Solid Wing Face เสริมด้วยโทนสีดำ

มิติตัวรถกว้าง 4,294 มม. ยาว 1,772 มม. สูง 1,605 มม. ระยะฐานล้อ 2,610 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 185 มม. น้ำหนักตัวรถ 1,255 – 1,292 กิโลกรัม

เหนือระดับด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบ Panoramic Sunroof พร้อมระบบเปิด-ปิด แบบ One-Touch ไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED และไฟท้าย LED แบบ Tube สไตล์สปอร์ตล้ำสมัย

Honda-HR-V-2014-Thai

การออกแบบภายใน เน้นความกว้างขวาง กับ Expansible Cockpit เน้นความโปร่งโล่งของพื้นที่เหนือแผงคอนโซล ผสานกับคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น ออกแบบสไตล์สปอร์ต พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย ทั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการสั่งงานด้วยเสียง Siri (สำหรับ iPhone 4s ขึ้นไป) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส มาตรวัดเรืองแสงปรับเปลี่ยนได้ 7 สี พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรอง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (One Push Ignition System) และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)

ทั้งยังยกระดับการใช้งานให้ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 565 ลิตร ที่มาพร้อมกับเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode เพื่อตอบรับทุกการใช้งาน

Honda-HR-V-2014-Thai

ขุมพลังที่ใช้ เวอร์ชั่นไทยวางเครื่องขนาด 1.8 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC แบบเดียวกับในรุ่น Civic FB ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams มอบอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม และการประหยัดน้ำมันได้ถึงถึง 15 กม./ลิตร ขับขี่ที่สนุกยิ่งขึ้นด้วยระบบ Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ แบบ 7 สปีด

ระบบช่วงล่างหน้า แบบแมคเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลัง ทอร์ชั่นบีมแบบ H-Shape ติดตั้งโช๊คอัพแบบ Amplitude Reactive Dampers ใช้ลูกสูบโช๊คอัพแยกกัน 2 ตัว ดูดซับแรงกระแทกแบบที่หนึ่ง ซึ่งเป็นตัวหลัก จะทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกสำหรับการขับขี่ในความเร็วต่ำ ส่วนอีกจุดหนึ่ง สำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง อีกทั้งยังรองรับแก๊สโซฮอล์ E85

Honda-HR-V-2014-Thai

ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับพรีเมียมในทุกรุ่น อาทิ

  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ที่ใช้งานง่ายเพียงดึงสวิตช์ที่คอนโซลกลางขึ้นเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) ที่จะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติหลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
  • ด้วยกล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera)
  • ระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมด้านคนขับอัจฉริยะ (i-SRS) ถุงลมด้านผู้โดยสารด้านหน้า (SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbags) ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์-วี) มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น S, รุ่น E และรุ่น EL

มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ คือ สีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก) สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก)

Honda-HR-V-E-Limited-2015

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2558 Honda มียอดจองสะสมของ ฮอนด้า เอชอาร์-วี กว่า 25,000 คัน ภายในระยะเวลา 8 เดือน จึงได้เปิดตัว Honda HR-V รุ่น E Limited เป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้า

ส่วนในรุ่นปกติ ในเดือนธันวาคม 2558 ก็อัดออพชั่นเพิ่มเติม อาทิ เพิ่มสีใหม่ คือ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก), เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (เฉพาะรุ่น E, E Limited และ EL), ระบบเครื่องเสียง หน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ เป็นต้น

และก็ปรับราคารถทุกรุ่นเพิ่มตามไปด้วย ได้แก่ รุ่น S ราคา 933,000 บาท รุ่น E, รุ่น E Limited และรุ่น EL ราคา 1,099,000 บาท (สำหรับ สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก) มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น E, E Limited และ EL)

Honda-HR-V-2018-Thai

เดือนมิถุนายน 2561 ปรับโฉม Minorchange หลังจากที่ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาดเอสยูวี 3 ปีซ้อน และมียอดขายสะสมกว่า 66,000 คัน โดยสื่อสารทางการตลาดด้วย Concept – What’s Calling You? ทุกเสียงเรียกจากข้างใน…ตามไปให้สุด

โดยแนะนำรุ่น RS ใหม่ และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) กันชนหน้า-หลัง และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ Full LED ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วแบบสปอร์ต

Honda-HR-V-2018-Thai

ส่วนภายในรถ เพิ่มความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) และระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System)

มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น E ราคา 949,000 บาท รุ่น EL ราคา 1,059,000 บาท และรุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีแดงแพสชั่น (มุก) และอีก 4 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก)

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ปลายฝนต้นหนาว เรามี Honda HR-V รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 9 คันครับ ได้แก่ …..

HONDA HRV 1.8 E 2015 เทา

HONDA HRV 1.8 E 2015 เทา

1. Honda HR-V 1.8 E ปี 2015 เลขไมล์ 116,170 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 499,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2015-G9O5K8.html

HONDA HRV 1.8 E 2016 ขาว

HONDA HRV 1.8 E 2016 ขาว

2. Honda HR-V 1.8 E ปี 2015 เลขไมล์ 189,741 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 549,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2016-GP23OJ.html

HONDA HRV 1.8 E 2016 ขาว

HONDA HRV 1.8 E 2016 ขาว

3. Honda HR-V 1.8 E ปี 2016 เลขไมล์ 74,382 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2016-D80687.html

HONDA HRV 1.8 EL 2016 เทา

HONDA HRV 1.8 EL 2016 เทา

4. Honda HR-V 1.8 EL ปี 2016 เลขไมล์ 120,842 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 629,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2016-G90846.html

HONDA HRV 1.8 EL 2017 ดำ

HONDA HRV 1.8 EL 2017 ดำ

5. Honda HR-V 1.8 EL ปี 2017 เลขไมล์ 167,081 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2017-EK1NQ3.html

HONDA HRV 1.8 E LIMITED 2017 เทาดำ

HONDA HRV 1.8 E LIMITED 2017 เทาดำ

6. Honda HR-V 1.8 E Limited ปี 2017 เลขไมล์ 74,523 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 609,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2017-GP2ZV6.html

HONDA HRV 1.8 EL 2019 ขาว

HONDA HRV 1.8 EL 2019 ขาว

7. Honda HR-V 1.8 EL ปี 2019 เลขไมล์ 70,016 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 799,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2019-GYP4O8.html

HONDA HRV 1.8 RS 2018 ดำ

HONDA HRV 1.8 RS 2018 ดำ

8. Honda HR-V 1.8 RS ปี 2018 เลขไมล์ 31,257 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 839,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2018-DX24LQ.html

HONDA HRV 1.8 E 2016 ขาว

HONDA HRV 1.8 E 2016 ขาว

9. Honda HR-V 1.8 E ปี 2019 เลขไมล์ 74,382 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2016-D80687.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda HR-V มือสอง (ฮอนด้า เอชอาร์วี มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda HR-V ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

Honda CR-V มือสอง น่าซื้อ น่าใช้ CARRO Automall มีให้เลือกแล้ว

ถ้าจะว่ากันถึงเรื่องของการใช้รถ บรรดารถ SUV นี่ถือว่ามีบทบาทสำหรับคนใช้รถในไทยมานานสามสิบปีแล้วก็ว่าได้ ทั้งความอเนกประสงค์ในการใช้งาน การบรรทุกสัมภาระ ตอบโจทย์คนมีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ใช้รถเดินทางไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติ ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ ล้วนออกแบบมาใช้ขับง่าย ใช้งานง่าย และเพิ่มความหรูหรามากกว่าในอดีตเป็นเท่าตัว

สำหรับรถยนต์ที่ CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) จะมาแนะนำคนที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์มาไว้ใช้งาน โดยต้องเป็นรถที่มีที่เก็บของจุกจิกเพียบ เบาะพับได้หลายรูปแบบ เครื่องยนต์พลังแรง แถมราคาขายต่อดี ไม่ตก แถมยังเป็นแบรนด์เจ้าตลาด ขับไปไหนก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของศูนย์บริการ และการหาอะไหล่

ไปรู้จักกับ Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่ทาง CARRO Automall ภูมิใจเสนอ และอยากให้คุณได้เป็นเจ้าของกันครับ มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

Honda-CR-V-G5-Thai

Honda CR-V เจเนอเรชั่นที่ 5 เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2560 จัดเป็นรถยนต์ SUV อเนกประสงค์รุ่นใหญ่เจเนอเรชั่นที่ 5 ของตระกูล CR-V ที่ออกแบบใหม่ทั้งคัน ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขึ้น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง ที่ตามออกมาในเดือนพฤศจิกายน 2561

Honda-CR-V-G5-Thai

ตามปกติแล้ว Honda CR-V จะเปิดตัวในญี่ปุ่นเป็นที่แรกๆ แต่ยกเว้นโฉมนี้ เริ่มทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นช้าหน่อย โดยกว่าจะขายก็ในวันที่ 30 สิงหาคม 2018

ตัวรถพัฒนาขึ้นโดย Mr.Takaaki Nagadome หัวหน้าทีมวิศวกร และทีมงาน Honda R&D ด้วยหลักการออกแบบ Modern Functional Dynamic ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบไฟฟ้าด้วยระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) เป็นต้น

Honda-CR-V-G5-Concept

มิติตัวรถยาว 4,571 มม. กว้าง 1,855 มม. สูง 1,657 มม. (ส่วนรุ่น AWD 1,667 มม.) ระยะฐานล้อ 2,660 มม. (รุ่นดีเซล 2,662 มม.) น้ำหนักรถ 1,545-1,742 กิโลกรัม

Honda-CR-V-G5-Thai

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายและเงียบยิ่งขึ้นในทุกการเดินทาง ออกแบบภายในหลักการที่ว่า “Urban BASE Beautility” พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มากถึง 561 ลิตร (ในรุ่น 5 ที่นั่ง) หากพับเบาะหลังลง จะเพิ่มเนื้อที่ได้มากถึง 1,123 ลิตร และ 936 ลิตร ในรุ่น 7 ที่นั่ง

มาพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 มอบความสะดวกสบายทุกอิริยาบถตลอดการเดินทาง หรูหราด้วยแผงคอนโซลหน้าขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเส้นสายลายไม้ และวัสดุสี Piano Black เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง

Honda-CR-V-G5-Thai

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ i-Dual Zone อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อการควบคุมอันล้ำสมัย อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เป็นต้น

ในส่วนของเวอร์ชั่นไทย มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร เป็นครั้งแรก! พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams Technology) ในรูปแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-DTEC Diesel Turbo ให้แรงม้าสูงสุดถึง 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 35.6 กก.-ม. (350 นิวตัน-เมตร) ที่ 2,000 รอบ/นาที ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่

ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire)

Honda-CR-V-G5-Thai

เครื่องยนต์ให้อัตราเร่ง และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 18.9 กม./ลิตร โดย เครื่องยนต์ i-DTEC Diesel Turbo มีหลักสำคัญในการทำงานของเครื่องยนต์ ผ่านระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 จังหวะ (2-Stage Turbocharger)

ประกอบด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ทำงานในช่วงแรงดันสูง (High Pressure Turbo) และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ทำงานในช่วงแรงดันต่ำ (Low Pressure Turbo) โดยจะทำงานร่วมกันตั้งแต่รอบต้นที่ต้องการอัตราเร่งเพื่อใช้ในการออกตัว

Honda-CR-V-G5-Thai

ส่วนระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ออกแบบให้อัตราทดเกียร์รองรับใช้งานจริงทุกสภาพการขับขี่ อัตราทดเกียร์ที่มากถึง 9 สปีด จะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ให้อัตราเร่งที่ดีตั้งแต่ออกตัว เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล

เมื่อต้องการกำลังในการเร่ง โดยผู้ขับขี่กดคันเร่งเพิ่ม ระบบจะคำนวณอัตราทดเกียร์เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์แบบก้าวกระโดดจากเกียร์ 9 มายังเกียร์ 5 และจากเกียร์ 7 มาเกียร์ 4 โดยไม่ต้องไล่ระดับ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนเกียร์ 2 ระดับ หรือ 1 ระดับ รูปแบบอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ การเปลี่ยนเกียร์ในรูปแบบอื่นๆ ยังคงต้องอาศัยการทำงานที่ต่อเนื่อง ผ่านการไล่ระดับเกียร์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ไปยังระดับที่ต้องการได้

Honda-CR-V-G5-Thai

และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงถึง 173 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 22.8 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้การตอบสนองที่ทันใจ พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E85

Honda-CR-V-G5-Thai

ทั้งนี้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-DPS ใหม่ ทำงานโดยเปลี่ยนการควบคุมการส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยระบบไฟฟ้า ตอบสนองการทำงานได้รวดเร็ว พร้อมกับให้แรงบิดที่ล้อหลังสูงขึ้น อีกทั้งเพิ่มความแม่นยำของการปรับแรงบิดที่ล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุล พร้อมด้วยระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist – AHA) และระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (Motion-Adaptive Electric Power Steering – MA – EPS) ให้การทรงตัวขณะขับขี่ที่ดีเยี่ยม ทั้งในการเข้าโค้ง หรือทางลาดชัน เป็นต้น

สำหรับ Honda CR-V มีให้เลือกด้วยกันหลากหลายรุ่นย่อย ทั้งในแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง อาทิ

  • เครื่องยนต์ดีเซล รุ่น DT E และรุ่น DT EL 4WD
  • เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 S, 2.4 ES (5 ที่นั่ง) 2.4 E และรุ่น 2.4 EL 4WD (7 ที่นั่ง)

New-Honda-CR-V-2020

ล่วงมาจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 Honda ได้เปิดตัว Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์-วี) โฉมไมเนอร์เชนจ์ ในไทยเป็นประเทศแรกของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ด้วยดีไซน์ภายนอกยังสปอร์ตหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติ พรีเมียมขึ้นด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา และไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential

New-Honda-CR-V-2020

เสริมความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายล้ำสมัยระดับพรีเมียม

New-Honda-CR-V-2020

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 5 ที่นั่ง มาพร้อมขุมพลังการขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC และมาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงินคอสมิก

อ่านเพิ่มเติม >> Honda ไม่รอช้า! เปิดตัว Honda CR-V 2020 ใหม่! สดใสขึ้นในราคา 1,369,000 – 1,759,000 บาท

Honda CR-V Black Edition 2021

ล่าสุดในวันที่ 23 สิงหาคม 2564 Honda ได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ Honda CR-V Black Edition สปอร์ตเข้มเต็มสไตล์ เฉพาะรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร 2WD เท่านั้น ด้วยดีไซน์ภายนอกโทนสีดำแบบเอกซ์คลูซีฟรอบคัน ครั้งแรกกับราวหลังคาสีดำใหม่ (Roof Rail) แข็งแกร่งในทุกมิติด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำแบบสปอร์ต กระจังหน้าโครเมียมรมดำ กันชนหน้าสีดำแบบสปอร์ต พร้อมคิ้วตกแต่งโครเมียมรมดำ และกันชนหลังสีดำแบบสปอร์ต

เปิดมุมมองใหม่ด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) มาพร้อมสีภายนอก สีดำคริสตัล (มุก) ภายในห้องโดยสารเรียบหรูในดีไซน์โทนสีดำ แผงคอนโซลขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้สีดำและสีดำ Piano Black ตอกย้ำความพิเศษด้วยเบาะหนังปักโลโก้ Black Edition มาพร้อมเบาะโดยสารแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง ครบครันด้วยฟังก์ชันระดับพรีเมียม อาทิ อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) เป็นต้น

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ต้อนรับหน้าหนาว เรามี Honda CR-V รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 1 คันครับ ได้แก่ …..

HONDA CRV 2.4 E (i-VTEC) 2018 ขาว

HONDA CRV 2.4 E (i-VTEC) 2018 ขาว

HONDA CRV 2.4 E (i-VTEC) 2018 ขาว

HONDA CRV 2.4 E (i-VTEC) 2018 ขาว

HONDA CRV 2.4 E (i-VTEC) 2018 ขาว

1. Honda CR-V 2.4 E ปี 2018 เลขไมล์ 61,915 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ฟรีดาวน์! ราคา 949,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-crv-2018-G6LXK3.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda CR-V มือสอง (ฮอนด้า ซีอาร์วี มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda CR-V ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

ในช่วงกลางยุค 90 เวลานั้นสมรภูมิการแข่งขันของรถยนต์นั่งถือว่ารุนแรงมาก เพราะมีผู้เล่นมากหน้าหลายตาเหลือเกิน ทั้งจากค่ายรถญี่ปุ่น รถยุโรป รถเกาหลี และรถอเมริกัน ต่างแย่งชิงยอดขายในไทยกันอย่างสนุกสนาน และผู้บริโภคในยุคนั้น ก็มีโอกาสได้เลือกรถสวยๆ แปลกๆ ทั้งแบบประกอบในไทย และรถนำเข้ามามากมาย

สำหรับ Honda (ฮอนด้า) ก็กำลังพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้กับรถยนต์นั่งของตัวเองอย่างยกใหญ่ ในรุ่น Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) จนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม สร้างชื่อเสียงให้กับ Honda Civic มาจนถึงปัจจุบัน

แต่สำหรับรถยนต์นั่งรุ่นยอดฮิตอย่าง “Honda Civic ตาโต” (ฮอนด้า ซีวิค ตาโต) ที่ MR.CARRO ภูมิใจนำเสนอในตอนนี้ แม้ว่าจะเป็นรถที่มีอายุผ่านมา 20 กว่าปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองอยู่เสมอ

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Civic (EK) มือสองรุ่นนี้ ว่าในเวลานี้ ถึงข้อดี ข้อเสีย และความน่าใช้กันครับ …

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

Honda Civic (EK) หรือ ซีวิค ตาโต ที่รู้จักกันดีในบ้านเรานั้น เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4 กันยายน 1995 เป็นที่รู้จักกันในฉายา “Miracle Civic” มีให้เลือกทั้งในแบบ Hatchback 3 ประตู, Coupe 2 ประตู และ Sedan 4 ประตู ในชื่อ Civic Ferio

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

รวมไปถึงรถรุ่นที่ใช้พื้นฐานร่วมกันกับ Honda Civic ตาโต ก็จะมีตั้งแต่ Honda Domani (รถ Sedan ที่ผลิตจากโรงงาน Honda ใน Canada ก่อนจะส่งกลับไปขายในญี่ปุ่น), Honda Integra SJ “Sedan Joyful” (จำหน่ายผ่านเครือข่ายจำหน่าย Honda Verno หน้าตาเดียวกับ Honda Orthia และ Isuzu Vertex ในบ้านเรา), Honda Orthia (แวกอน แบบรถครอบครัว) และ Honda Partner (แวกอน แบบรถขนของ)

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

ซึ่ง Honda ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างตามหลักอากาศพลศาสตร์ และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมเครื่องยนต์ VTEC ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า และเป็นรุ่นที่ได้รางวัล “Car of the Year Japan” สองปีซ้อน ในปี 1995 และ 1996 และยังแนะนำรุ่นเครื่องยนต์มลพิษต่ำ “LEV” (Low Emission Vehicle) ในปี 1997

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic Type R (EK) ซีวิค ตาโต

แต่ในปี 1997 เดียวกันนี้เอง ก็ถึงคราวของรุ่นพลังแรง อย่าง Honda Civic Type R (ฮอนด้า ซีวิค ไทป์อาร์) เปิดตัวในวันที่ 22 สิงหาคม 1997 เป็นสมาชิกรุ่นที่ 3 ติดตามรุ่นพี่อย่าง Honda NSX Type R และ Integra Type R สำหรับรถกลุ่มพลังแรงของขาซิ่ง ด้วยเครื่องยนต์รหัส B16B 98 spec.R 185 แรงม้า

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic Type R (EK) ซีวิค ตาโต

Honda Civic ตาโต เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายแบบ เริ่มตั้งแต่ขนาด ….

  • 1.3 ลิตร รหัส D13B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว HYPER จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด PGM-FI 91 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.6 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว HYPER จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 105 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.6 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 3 Stage VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.2 กก.-ม. ที่ 5,300 รอบ/นาที
  • และรุ่นพลังแรง รหัส B16A แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 170 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/ นาที แรงบิดสูงสุด 16.0 กก.-ม. ที่ 7,300 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แรงม้าร่วงลงมาเหลือ 155 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.6 กก.-ม.ที่ 6,500 รอบ/นาที
  • ส่วนในรุ่น Type R เครื่องยนต์รหัส B16B 98 spec.R แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 185 แรงม้า ที่ 8,200 รอบ/ นาที (หรือ 116 แรงม้า/ลิตร) แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 7,500 รอบ/นาที

ส่วนระบบส่งกำลังมีให้เลือกตั้งแต่เกียร์ธรรมดา 5 สปีด เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT – Honda Multimatic (HMM) และเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

มิติตัวรถของ Civic (EK) 4 ประตู ยาว 4,450 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,390-1,410 มม. และระยะฐานล้อ 2,620 มม. ซึ่งขนาดความยาวของฐานล้อรุ่นนี้ ยังคงใช้เป็นพื้นฐานต่อเนื่องมาจนถึงใน Civic (ES) หรือรุ่น “Dimension” กันเลยทีเดียว

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

สำหรับ Honda Civic ตาโต ที่ขายในไทยนั้น ดูเหมือนว่า ฮอนด้าคาร์ส์ (ประเทศไทย) จะตั้งใจอย่างมาก อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการทำตลาดรถยนต์เมืองไทยรุ่นใด นับจากฮอนด้าเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ซึ่งถือว่าเปิดตัวตามหลังญี่ปุ่นได้เร็วมาก โดยเปิดตัวในวันที่ 31 ตุลาคม 2538

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

“เราใช้เวลาเตรียมชิ้นส่วนในประเทศนานถึง 2 ปี มีการลงทุนสร้างห้องวิจัยครั้งแรกในไทย เพื่อการพัฒนาชิ้นส่วนในประเทศให้มากขึ้นกว่าที่เคยใช้อยู่ และลดต้นทุนของรถยนต์ลงมา (จะได้ทำราคาขายได้ไม่หนีห่างจากคู่แข่ง) ทางฮอนด้าคาร์ส์ ได้เอาแปลนมาดูเพื่อวางแผนการการผลิตไปพร้อมกับทางญี่ปุ่น” ฮิโรยูกิ อิโตะ หัวหน้าวิศวกรบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงการประกอบ Honda Civic ตาโต ขายในไทยในงานเปิดตัว

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

ตัวรถภายนอกพลิกโฉมจากเดิมอย่างมาก โดดเด่นด้วยไฟหน้าขนาดใหญ่ จนเป็นที่มาของฉายา “ซีวิค ตาโต” และไฟท้ายขนาดใหญ่ (แต่ในรุ่น LXi กับ EXi กันชนหน้า-หลัง, กระจกมองข้าง กับกรอบป้ายทะเบียน ยังเป็นสีดำ ไม่ยอมพ่นสีมาให้อยู่เลย! และระบบเบรก ยังเป็นแบบหน้าดิสก์ หลังดรัม)

ห้องโดยสารภายในใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น ใช้เบาะหุ้มผ้าสักหลาด (เฉพาะรุ่น VTEC) มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ เช่น กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้า, ที่วางแขน, เบาะนั่งปรับระดับสูง-ต่ำได้ (เฉพาะรุ่น VTEC) เป็นต้น

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส D16Y แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.6 กก.-ม.ที่ 5,500 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และรุ่นเครื่องยนต์ VTEC (Variable Valve Timing & Lift Electronic Control) ที่ฮอนด้าภูมิใจเสนอ แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 127 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม.ที่ 5,500 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

มีรุ่นย่อยให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 6 รุ่นย่อย ได้แก่ LXi, EXi, VTi-L, VTi-E, VTi-LA และ VTi-EA (A คือรุ่นที่เพิ่มระบบเบรก ABS) บนน้ำหนักตัวรถ 1,045 – 1,080 กิโลกรัม ในระดับราคาตั้งแต่ 583,000 – 688,000 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่า …

Honda ได้เริ่มโครงการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วน ASEAN อย่างเป็นรูปธรรมเมื่อปี 2537 และมาส่งผลในครั้งนี้ และการที่บริษัทได้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตได้ในประเทศมากขึ้น จากเดิม 56% เพิ่มขึ้นเป็น 62% ทำให้ต้นทุนของ ฮอนด้า ซีวิค 1996 ไม่ได้สูงขึ้น จึงทำให้จำหน่ายในราคาเดิมได้

CARRO แนะนำรถมือสอง : Isuzu Vertex (EK) อีซูซุ เวอร์เท็คซ์

อีกทั้ง Honda ยังร่วมโครงการแลกเปลี่ยนรถ OEM ผลิตรถยนต์ป้อนให้กับ Isuzu เฉพาะในไทยเท่านั้นในชื่อ Isuzu Vertex (อีซูซุ เวอร์เท็กซ์) โดยนำหน้าตาของรถ Honda Integra SJ (ฮอนด้า อินเทกกร้า เอสเจ) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Honda Civic มาแปะตราเป็น Isuzu เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2539

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2539 Honda ได้เพิ่มเติม ถุงลมนิรภัยด้านคนขับ ให้กับในรุ่นย่อย VTi-LA และ VTi-EA

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic Limited (EK) ซีวิค ตาโต

ต่อมา เพิ่มรุ่น Limited ฉลองยอดขาย Honda Civic ในไทยครบ 100,000 คัน ด้วยตัวรถสีทอง มีสปอยเลอร์หน้า-หลัง กุญแจรีโมท และสัญลักษณ์ Limited สีทอง ในราคาเดิมจำนวนจำกัด

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic Coupe (EK) ซีวิค ตาโต คูเป้

พอในเดือนพฤศจิกายน 2540 Honda Civic Coupe (ซีวิค คูเป้) ซึ่งเป็น Civic EK รุ่น 2 ประตู ที่จำหน่ายในเมืองไทยครั้งแรกและครั้งเดียว จึงตามออกมาขายในตลาด

เดือนกุมภาพันธ์ 2541 ปรับเพิ่ม-ลด สีตัวรถใหม่ เปลี่ยนล้อแม็กลายใหม่ พร้อมเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น ไฟส่องแผนที่ และที่วางแก้วน้ำคู่หน้า และมีรุ่นพิเศษ Special Edition เพิ่มไฟตัดหมอก กุญแจรีโมท พร้อมสัญลักษณ์ Special Edition (เฉพาะรุ่น VTEC) ออกมา

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2541 ปรับปรุงเครื่องยนต์เป็นแบบ VTEC LEV มลพิษต่ำ แรงม้าเท่าเดิม พร้อมปรับรุ่นย่อยเป็น EXi MT, EXi AT, VTi MT, VTi AT, VTi-AS MT และ VTi-AS AT

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic 1.8 Si (EK) ซีวิค ตาโต

จากนั้น Honda Civic จึงได้เข็นรุ่น 1.8 Si 4 ประตู ออกมาในเดือนเมษายน 2542 ตกแต่งภายในด้วยเบาะหนังแท้ ใช้เครื่องยนต์รหัส B18B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 145 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.5 กก.-ม. ที่ 5,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แต่ก็ไม่ได้ขายดีนัก

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2542 ปรับปรุง Honda Civic ใหม่ ต้อนรับยุคมิลเลนเนียม โดยในรุ่น EXi จากเดิมที่เป็นฝาครอบล้อขนาด 14 นิ้ว เปลี่ยนมาเป็นล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว เป็นต้น

แล้วก็ขายกันมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงปลายปี 2543 ก่อนจะหลีกทางให้ Honda Civic (ES) มาแทนที่ต่อไปครับ

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Civic ตาโต มือสอง เป็นรถที่มีให้เลือกได้หลากหลายจริงๆ เพราะมีจำนวนการผลิตที่มาก จะหารถเดิมๆ มาเล่นก็ได้ หรือรถแบบแต่งซิ่ง ลงสนามแข่ง หรือแต่งแบบ JDM ทั้งคัน ก็ได้ แต่ราคาขายก็ย่อมต่างกันด้วยเช่นกัน โดยรถที่แต่งซิ่งกับเปลี่ยนเครื่องมาใหม่ ราคามือสองย่อมแพงกว่า สภาพแต่งสวยมากๆ ยังพุ่งไปหลักแสนได้ก็มี เป็นรถที่ยังเอาไว้ใช้ขับเล่นสนุกๆ ได้ทุกวัน (แต่สภาพต้องดีจริง ไม่งั้นอาจจะได้ซ่อมกันทุกเดือน)

อีกอย่างที่ควรสังเกต คือ รหัสตัวถังและเครื่องยนต์รถ สำหรับ Civic รุ่นนี้ จะเป็นชุดเดียวกัน คือถ้าเป็นรุ่นระหว่างปลายปี 1995 – 1996 รหัสจะขึ้นต้นด้วย CV ส่วนตั้งแต่ปี 1997 มา รหัสจะขึ้นต้นด้วย MR

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าคุณได้ Civic 4 ประตู (EK) มา ก่อนอื่นต้องตรวจเช็คสภาพตัวรถทั่วไป โดยเฉพาะเครื่องยนต์ เกียร์อัตโนมัติ เพราะหลายคันเกียร์ชอบมีอาการเข้าเกียร์แล้วไม่เดินหน้า-ถอยหลัง หรือกระตุก (ในตัวโฉมแรก) และช่วงล่าง รวมไปถึงที่เปิดประตูรถทั้ง 4 บาน ที่ทำด้วยพลาสติก มักหักกันบ่อย ไปเตรียมหาของเชียงกงมาเก็บสำรองไว้ได้เลย

แต่ถ้าเป็นชาวขาซิ่ง บอกเลยว่าต้องชอบ Honda Civic ตาโต มือสอง แน่นอน เพราะว่ารถรุ่นนี้ ยังมีของแต่งเยอะ

และเครื่องยนต์ค่อนข้างกินน้ำมัน การติดแก๊สอาจเป็นทางเลือกที่ดี (แต่ไม่ทนแก๊สเท่าไหร่) อย่าลืมดูเรื่องความร้อนเครื่องยนต์ด้วยละกัน รุ่นนี้มีปัญหาหลายคัน บวกกับหม้อน้ำที่มีขนาดเล็กกว่ารถรุ่นอื่นๆ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้แม้ว่าข้อดี แต่ข้อด้อยก็มีเช่นกัน ส่วนใหญ่ถ้าเป็นรถราคาถูก ก็ต้องเอามาเก็บงานค่อนข้างเยอะ และไม่จบถ้าไม่พร้อมจะจ่ายก้อนใหญ่ ด้านอะไหล่ยังมีเยอะ ในศูนย์บริการมีของใหม่ให้เบิก แต่ค่อนข้างแพงมากและใช้เวลารอ ตรวจเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะ เตรียมไว้ปีละ 5,000 – 15,000 บาท ก็น่าจะพอในแต่ละปี

ถ้าเป็นขาซิ่งขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ เป็นตระกูล D15B, B16A, B20A, B20B หรือตระกูล K อย่าง K20A ยังได้

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 40,000 – 80,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda Civic มือสอง (ฮอนด้า ซีวิค มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda Civic ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand  โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

CARRO แนะนำรถมือสอง Honda Accord G9

เรียกได้ว่าเป็นรถในฝันของใครหลายๆ คนเลยทีเดียว สำหรับรถยนต์ “Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด)” ซึ่งจัดได้ว่าเป็นรถยนต์แบบ D-Segment รุ่นยอดนิยมจากผู้ใช้ในไทยมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1976 สามารถสร้างยอดขายได้มากถึง 19 ล้านคัน ใน 160 ประเทศทั่วโลก ส่วนในประเทศไทย มียอดขายสะสมตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปลายปี 2555 มากถึง 138,229 คัน!

นั่นแสดงให้เห็นว่า คนไทยต้อนรับ Honda Accord ทุกเจนกันอย่างอบอุ่นมากมายเพียงใด ด้วยจุดเด่นอันหลากหลาย รวมไปถึงความทนทาน ราคาขายต่อของ Honda Accord หลายๆ รุ่น จึงทำให้เวลา Honda เปิดตัว Accord ออกมาใหม่ทีไร ก็จะมีผู้คนรอคอยและต้องการซื้อมาใช้งานกันอยู่เสนอ แม้ว่าหลายคนจะบอกกันว่า เจ้า Accord G9 น่าจะเป็นคู่แฝดของ Accord G8 มากกว่า!

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

โดยในวันนี้ MR.CARRO จะมาขอแนะนำ Honda Accord เจเนอเรชั่นที่ 9 ให้ทุกคนได้รู้จักกันครับ

ใครที่กำลังมองหารถมือสองรุ่นนี้อยู่ บทความนี้ เราจะเล่ากันถึงประวัติความเป็นมาของรุ่นนี้อย่างละเอียด รวมถึงความน่าใช้ ทั้งข้อดี ข้อด้อย ซึ่งใครกำลังมองรุ่นนี้อยู่ บอกได้เลยว่าต้องอ่านกันเลยครับ …

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ

สำหรับ Honda Accord G9 (ฮอนด้า แอคคอร์ด G9) เป็นการพัฒนา Honda Accord สำหรับตลาดหลักอย่างในอเมริกาเหนือเช่นเคย ซึ่งรูปทรงก็จะออกแนวใหญ่โต หรูหรา เอาใจชาวอเมริกันชนมากหน่อย มีทั้งแบบ 2 ประตู Coupe และแบบ 4 ประตู Sedan เพื่อสะท้อนรสนิยมและความต้องการรถแนวหรูๆ ของลูกค้า ภายใต้การออกแบบอย่างพิถีพิถัน ซึ่งงานนี้ได้ Junji Sugimoto หัวหน้าทีมวิศวกรจาก ฮอนด้า R&D เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้

มีจุดเริ่มต้นการพัฒนาตั้งแต่ช่วงปี 2011 ก่อนจะเปิดตัวรถต้นแบบ ในงานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ หรือ NAIAS 2012

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ส่วนเวอร์ชั่นไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2555 กับการสื่อสารการตลาดภายใต้แนวคิด “All My Desire”

ดีไซน์ภายนอก ดูหรูหราขึ้น บวกกับความสปอร์ต โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ เสากลางรถสีดำหรูแบบ Piano Black และไฟท้าย LED แม้ว่าลักษณะโดยรวม ทั้งโครงสร้างตัวถัง และรูปทรงของโครงประตูหลัง ก็ยังเหมือนกับ Accord G8 แต่ที่จะต่างกันออกไปคือรูปลักษณ์โดยรวม เช่นชุดไฟหน้า-หลัง หรือเส้นสายตัวรถ

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

มิติตัวรถยาว 4,870 มม. (สั้นลง 76 มม.) กว้าง 1,850 มม. (กว้างขึ้น 5 มม.) สูง 1,465 มม. (เตี้ยลง 10 มม.) ระยะฐานล้อ 2,775 มม. (สั้นลง 25 มม.) น้ำหนักตัวรถ 1,525 – 1,575 กิโลกรัม ซึ่งทางวิศวกรเชื่อว่า จะช่วยให้เพิ่มความสนุกในการขับ และประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ส่วนห้องโดยสารภายใน เน้นเพิ่มความสบายสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยการปรับโครงสร้างช่วงล่างใหม่ให้เล็กลง ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขึ้นกว่าเดิม ด้วย Leg Room ผู้โดยสารหลังมากขึ้น 15 มม. ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมี่ยม เช่น

– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Memory Seat) และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
– ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (Active Noise Control)
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
– หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-MID
– หน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 8 นิ้ว
– ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมระบบสั่งการแบบ Smart Interface ที่ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของระบบเครื่องเสียง
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth
– ข้อมูลรถยนต์ผ่านหน้าจอควบคุมอัจฉริยะระบบสัมผัส (On-demand Touch Panel)

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

มาพร้อมขุมพลังที่มีด้วยกันถึง 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินรหัส R20A ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

และรหัส K24W ขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC พร้อมเทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams) เป็นรุ่นแรกของฮอนด้าในไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้น ปรับปรุงลูกสูบ เสื้อสูบใหม่ ชุดกระบอกสูบออกแบบให้เยื้องจากเพลาข้อเหวี่ยง 8 มม. ให้อยู่ในมุมที่เหมาะสมระหว่างเคลื่อนที่ขึ้น-ลง และลดแรงต้านจากด้านข้างลูกสูบ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 5% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม และน้ำหนักเครื่องยนต์เบาลง 10 กิโลกรัม

ให้แรงม้าสูงสุด 174 แรงม้า (Accord G8 รุ่นเดิม 180 แรงม้า) ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร (Accord G8 รุ่นเดิม 222 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 12.2 กม./ลิตร

ทั้งนี้ เครื่องยนต์ทั้งสองขนาดยังรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ส่วนพวงมาลัย เปลี่ยนจากแบบเดิมที่เป็นไฮโดรลิก มาเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า ส่วนระบบกันสะเทือนหน้า แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

Honda Accord 2013 ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ล่าสุดรอบคัน เปิดมุมมอง 360 องศา ให้แก่ผู้ขับขี่ (อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น) อาทิ

– ระบบ CMBS ระบบเตือนการชนด้านหน้าด้วยเรดาห์พร้อมระบบช่วยเบรก เพื่อช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว หรือเบรกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการชน หรือลดความรุนแรงจากการชน
– เทคโนโลยี Honda LaneWatch ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยลดจุดบอด และเพิ่มทัศนวิสัยด้านข้างขณะเปลี่ยนเลน
– ระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติ Active Cornering Light เพิ่มความสว่างขณะเลี้ยวรถในเวลากลางคืน
– กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
– ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED Daytime Running Lights
– ถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ Dual i-SRS
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbag
– ม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags
– ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA
– ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย MA-EPS
– ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA
– ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
– ระบบกระจายแรงเบรก EBD
– ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
– สัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS
– กระจกหน้าต่างคู่หน้าลดการเกาะตัวของหยดน้ำ Water Dispersing
– กระจกมองข้างลดการเกาะตัวของหยดน้ำเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

Honda Accord 2013 มีจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ได้แก่ รุ่น 2.0EL และ 2.0EL (Navi) และขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ได้แก่ 2.4EL, 2.4EL (Navi) และ 2.4 TECH ในราคาตั้งแต่ 1,299,000 บาท – 1,799,000 บาท ตั้งเป้ายอดขายที่ 20,000 คันภายในหนึ่งปี

มีให้เลือก 5 สี คือ สีขาวออร์คิด, สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล และมี 2 สีใหม่ คือ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และสีทองแชมเปญฟรอสต์

สำหรับเบาะหนังแท้ มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเบจ (ครีม) ขึ้นอยู่กับสีตัวถังภายนอก คือถ้ารถ สีทอง, เทา, ดำ ภายในจะเบาะสีเบจ แต่ถ้ารถ สีขาว, เงิน ภายในใช้เบาะสีดำ

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

ในเดือนมิถุนายน 2013 Honda เปิดตัว Honda Accord Hybrid (ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด) ใหม่ ในประเทศญี่ปุ่น พร้อมรุ่น Plug-In Hybrid ด้วย และเปิดตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา กับแคนาดา เมื่อเดือนตุลาคม 2013

ต่อมา … ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 Honda ได้เปิดตัว Honda Accory Hybrid 2014 ตามมาในไทย เป็นประเทศที่ 4 ในโลก เพื่อความสมบูรณ์แบบในไลน์อัพรถยนต์ไฮบริดของฮอนด้า ทำงานด้วยระบบ Sport Hybrid i-MMD (Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive) แบบ Full Hybrid ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ตั้งเป้าการจำหน่าย 6,000 คันภายในหนึ่งปี

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

ภายนอกดูต่างจากรุ่นปกติ ด้วยไฟหน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยกรอบสีฟ้า ไฟท้ายแบบ LED และกระจังหน้าดีไซน์พิเศษตกแต่งด้วยเลนส์สี Clear Blue ภายในห้องโดยสารยังคงความกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมี่ยม มาพร้อมข้อมูลรถยนต์ผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7.5 นิ้ว พร้อมด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น และปุ่มควบคุมแบบ Interface Dial

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC i-VTEC แบบ Atkinson Cycle พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม สำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ให้แรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า ด้วยแรงบิดสูงสุด 165 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 13.1 กม./ลิตร

ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และเกียร์ E-CVT พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ประสิทธิภาพสูง ประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.6 กม./ลิตร* (ตามมาตรฐาน มอก. 2540-2554) รองรับแก๊สโซฮอล์ E20

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

สำหรับระบบไฮบริดแบบอัจฉริยะ สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ได้ถึง 3 โหมด ดังนี้

1. โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็ว จะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการลดความเร็วเป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จไปยังแบตเตอรี่ ให้สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม และความเงียบเช่นเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเหมาะกับการขับรถในเมือง

2. โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์ และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว อัตราเร่งทันใจ และในขณะลดความเร็ว เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และชาร์จไฟกลับ เป็นระบบที่เหมาะกับการขับขี่ในขณะเร่งความเร็ว

3. โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อกอัพคลัทช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ให้ประสิทธิภาพสูงและแรงเสียดทานต่ำ เป็นระบบที่เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่

มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น Hybrid TECH ราคา 1,899,000 บาท

มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และสีขาวออร์คิด (มุก) พร้อมรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี (เมื่อจองหรือรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557)

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

17 กุมภาพันธ์ 2559 Honda Accord 2016 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ด้วยยอดขายสะสมรวมเกือบ 30,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2556 … แต่งหน้าทาปากใหม่ โดดเด่นด้วยไฟใหม่แบบ LED ทั้งไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime Running Lights, ไฟตัดหมอกคู่หน้า และไฟท้าย

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ส่วนห้องโดยสารภายใน ตกแต่งภายในลายไม้และสีดำ Piano Black เพิ่มระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ที่สั่งสตาร์ทเครื่องยนต์และสั่งเปิดเแอร์ได้จากระยะไกล, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสใหม่ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayTM หรือเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบ MirrorLink® อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงเครือข่าย WIFI หรือ Hotspot เพื่อใช้งานเบราว์เซอร์

มีให้เลือก 3 รุ่น ด้วยขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ได้แก่ รุ่น 2.0 E ราคา 1,385,000 บาท, รุ่น 2.0 EL ราคา 1,445,000 บาท และขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ได้แก่ รุ่น 2.4 EL ราคา 1,635,000 บาท

และมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก)

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

28 กรกฎาคม 2559 Honda Accord Hybrid ถึงได้ฤกษ์ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ตามมา พร้อมกับมิติใหม่ของเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย Honda SENSING ที่ผสานการทำงานเรดาร์และกล้องด้านหน้า ตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน แล้วแจ้งเตือนผู้ขับขี่หรือช่วยควบคุมรถในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยประกอบด้วย 4 ระบบ

– ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน – Adaptive Cruise Control (ACC)
– ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก – Collision Mitigation Braking System (CMBS)
– ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ – Lane Keeping Assist System (LKAS)
– ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ – Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)

มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น Hybrid TECH ราคา 1,849,000 บาท โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีเบจ สีดำ และสีใหม่ คือ สีน้ำตาล

แล้วก็ขายไปเรื่อยๆ จน Honda Accord G10 มาแทนในปี 2562 ครับ …

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

ถ้าพูดถึงตอนเป็นรถใหม่ ในเวลานั้น แม้ว่าหลายคนจะแซวว่า Honda Accord G9 ต้องเป็นฝาแฝดกับ Accord G8 แน่ๆ สามารถอ่านได้จากทางด้านบน เรื่องโครงสร้างตัวถังและชุดประตูหลัง … แต่ตัวรถดูกะทัดรัดขึ้น ห้องโดยสารกลับไม่เล็กลง ด้วยการเปลี่ยนชุดช่วงล่างใหม่ ทำให้เนื้อที่เพิ่มขึ้น แถมพื้นที่จุสัมภาระฝากระโปรงท้าย ยังคงใหญ่เท่าเดิม

แต่ในเรื่องของ Options ที่ออกหมัดตรงซัดคู่แข่งในตลาดอย่าง Toyoa Camry กับ Nissan Teana เข้าไปเต็มๆ กับออพชั่นที่มากขึ้น ตั้งแต่รุ่นล่างสุดอย่าง 2.0 ที่หลายคนยังติว่าเครื่องยนต์ตัวนี้โบราณ เพราะใช้มาตั้งแต่โฉมก่อนหน้า ออพชั่นเยอะมากใช้ได้ (ส่วนตัวเด็ดๆ อย่าง Honda SENSING ก็จัดไปลงตัวไมเนอร์เชนจ์) ค่อนข้างถูกใจคนชอบ Accord เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ข้อดี คือ ค่อนข้างประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์แรงทันใจ ช่วงล่างนิ่มกว่ารุ่นเดิม พวงมาลัยไฟฟ้า เบา จับถนัดมือสำหรับคนที่ชินแล้ว รุ่น Hybrid เองก็เช่นกัน ให้อัตราเร่งแซงทันใจ ประหยัดน้ำมัน ส่วนด้านหลังก็นั่งสบาย นุ่มจนย้วยได้ เมื่อใช้ความเร็วสูง

ส่วนข้อด้อย (อย่าเรียกว่าข้อเสียเลย คือรถทุกคันมันก็มีทั้งจุดดี และจุดด้อยนั่นล่ะ) มีตรงไหนบ้าง? เช่น การเก็บเสียงของตัวรถ ถ้าเทียบกับตอนออกป้ายแดง ถือว่าดีกว่ารถคู่แข่ง แต่พอใช้ไปนานๆ ตามสไตล์ Honda นั่นล่ะ คือ มีเสียงดังเล็ดลอดเข้ามาพอสมควร เมื่อใช้รถด้วยความเร็วสูง (วิธีแก้ – เปิดเพลง ระบบควบคุมเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (ANC – Active Noise Control) จะได้ทำงาน ตัดเสียงรบกวนด้วยการสร้าง และส่งสัญญาณเสียง ที่ได้รับการดัดแปลงให้มีรูปแบบคลื่นตรงกันข้ามให้) และพวงมาลัยเบา เมื่อใช้ความเร็วสูงๆ นี่ก็มีเสียวเหมือนกัน

รวมไปถึงอาการเครื่องสั่น จากยางแท่นเครื่องเสื่อม ทรุด (ต้องเปลี่ยนยางแท่นเครื่องใหม่) เกียร์หอน หรือมีอาการกระตุก ชุดไฟ DRL เสีย และคอมเพรสเซอร์แอร์ที่เสียไวหน่อย (คอมแอร์ล็อค) รวมถึงมอเตอร์เซ็นทรัลล็อค และ Module หรือปั๊มเบรก ABS เสีย (หลายคันเป็นตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 แสนกิโลเมตร) ที่เป็นอาการยอดฮิต มีปัญหากันหลายคัน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เครื่องยนต์ค่อนข้างทนทาน จะมีปัญหาจุกจิกก็ตามข้างต้น อะไหล่หาง่าย ค่าบำรุงรักษาแพงตามคลาสของรถ Honda เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 20,000 – 30,000 บาท

แต่ถ้าเจอของใหญ่เสียจนต้องเปลี่ยนใหม่ หรือรุ่น Hybrid ถ้าแบตเตอรี่ใกล้หมดประกัน (Honda รับประกันแบตเตอรี่นาน 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี) ก็อาจต้องเตรียมไว้อย่างน้อยๆ ครึ่งแสน หรือเกือบแสน เล่นรถใหญ่ต้องใจถึงหน่อย

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 470,000 – 900,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda Accord มือสอง (ฮอนด้า แอคคอร์ด มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda Accord ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand  โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Honda-New-Car-Promotion

รวม Promotion รถใหม่ 2022 Honda (ฮอนด้า) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ประจำเดือนมกราคม 2565

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม มาที่นี่เลย CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยีจากระบบ AI ช่วยประเมินสภาพรถก่อนขาย

รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่คุณต้องการ ก็ได้เช่นกัน มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall Thailand ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

โปรโมชั่น Honda

Honda City Hatchback e:HEV

– รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.59% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

  • ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ พร้อม ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

You’re e:HEV Family รับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 65 – 31 มี.ค. 65

Honda City

– ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.39%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือ
ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.65%* หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,989 บาท
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29%** พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาท
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.89%* พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 24,000 บาท

Honda City Hatchback

– รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปีหรือ
ข้อเสนอเสนอพิเศษ ผ่อนเริ่มต้น 7,500 บาท กับ DOUBLE SMILE*

Honda City e:HEV

– รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.59% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ พร้อม ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

You’re e:HEV Family รับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 65 – 31 มี.ค. 65

หรือ

ข้อเสนอพิเศษ ผ่อนเริ่มต้น 11,000 บาท กับ DOUBLE SMILE* ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ พร้อม ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปีYou’re e:HEV Family รับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 65 – 31 มี.ค. 65

Honda Jazz

ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร หรือ

ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

All-New Honda Civic

ดอกเบี้ย 2.59%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

*ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

Honda Civic Hatchback

ดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

New Honda Accord

รุ่น Turbo EL

รับดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี ค่าแรงเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับ “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” หรือ

รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี ! ค่าแรงเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับ “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”

หรือ

รุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV TECH

รับดอกเบี้ย 0% ฟรี ค่าแรงเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับ “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

สำหรับลูกค้าฮอนด้า แอคคอร์ด เกรด e:HEV EL+ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ภายในหนังสีดำ รับเพิ่ม! บัตรน้ำมันมูลค่า 18,000 บาท และ  กระเป๋าเดินทาง Huskie มูลค่า 12,995 บาท

You’re e:HEV Family รับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท ตั้งแต่ 1 ม.ค. 65 – 31 มี.ค. 65

Honda Mobilio
ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

หรือ

ดอกเบี้ยพิเศษ 2.29%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

Honda BR-V

ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร หรือ
ดอกเบี้ย 1.99%* และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

Honda HR-V

รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.59 % พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
พร้อม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ และ รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

You’re e:HEV Family รับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท สำหรับลูกค้า Honda Loyalty รุ่น อี:เอชอีวี หรือไฮบริด

Honda CR-V

สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล

รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%*
ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%*พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน
เกรด 2.4S, 2.4E, 2.4 ES 4WD, 2.4 EL 4WD
รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร หรือ
เกรด 2.4S, 2.4E, 2.4 ES 4WD, 2.4 EL 4WD

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE ผ่อนเริ่มต้น 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

ดู Promotion Honda เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.honda.co.th/promotions
10 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2020 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 4,598,615 คัน ซึ่งยอดขายตกลงมาจากปี 2019 หลายแสนคัน จากผลกระทบของโควิด-19) แต่เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

สำหรับของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ K-Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถ K-Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020 (ซึ่งรถทุกรุ่น ยังมีขายเป็นรถใหม่ 2021 ในญี่ปุ่นอยู่ด้วย) ไปอ่านกันได้เลย …

Honda N-Box 2021

1. Honda N-Box จำนวน 195,984 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ K-Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 (253,500 คัน) และในปี 2020 อีกด้วย นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 ด้วยการเสริมระบบ Honda Sensing เข้าไป พร้อมปรับชุดกระจังหน้าใหม่ และล้อแม็กลายใหม่ ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน!

โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV แบบประตูบานเลื่อนด้านข้าง นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

2. Suzuki Spacia จำนวน 139,851 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ K-Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดี ที่ปี 2020 สามารถพาตัวเองขึ้นมาในอันดับที่ 2 ได้ ซึ่งนับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu Tanto 2021

3. Daihatsu Tanto จำนวน 129,680 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ K-Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

4. Daihatsu Move จำนวน 104,133 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ K-Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan Dayz 2021

5. Nissan Dayz จำนวน 87,029 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK Wagon และ eK X อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki Hustler 2021

6. Suzuki Hustler จำนวน 80,114 คัน

Suzuki Hustler (ซูซูกิ ฮัตสเลอร์) เป็นรถแนว Crossover SUV แบบ K-Car ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแดนปลาดิบอีกหนึ่งรุ่น โดยรุ่นนี้นับว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 แล้ว มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ นั่นคือ Hustler และ Hustler Style เปิดตัวในวันที่ 20 มกราคม 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งยังแบ่งปันตัวรถให้กับทาง Mazda นำไปแปะขายในแบรนด์ตัวเองด้วยในชื่อ Flair Crossover เช่นเคย

ห้องโดยสารภายในมี 4 ที่นั่ง ใช้เบาะนั่งคู่หน้าแบบสีทูโทน แปลกตาด้วยการแบ่งคอนโซลหน้าออกเป็น 3 ส่วน ด้วยวัสดุตกแต่ง พร้อมผังหน้าจอ Infotainment ขนาด 9 นิ้ว เอาไว้บริเวณกึ่งกลาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน พร้อมจอ MID ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ รวมถึงแอร์อัตโนมัติ เป็นต้น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid 3 สูบ ขนาด 657 ซีซี รหัส R06D ให้แรงม้าสูงสุด 49 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 58 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เพิ่มตัวฉีดน้ำมันเกียร์เป็น 2 ตัว พร้อมปรับปรุงชุดสายพาน และระบบ Cooled EGR กับระบบฉีดหัวคู่

และเครื่องยนต์ 3 สูบ Turbo Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A มอบแรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ขุมพลังทั้งสองทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid กับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator (ISG) ซึ่งเก็บพลังงานที่เหลือใช้จากการขับขี่ เช่น การเบรก มาปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ใช้ในแบตเตอรี่ได้ รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย Suzuki Safety Support ที่มีคุณสมบัติอีกเพียบ

Daihatsu Mira E:S 2021

7. Daihatsu Mira จำนวน 73,462 คัน

Daihatsu Mira e:S (ไดฮัทสุ มิร่า อีเอส) รถ Eco-Car แบบฉบับญี่ปุ่นเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่ได้รับการเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2017 ซึ่งยังคงขายได้เรื่อยๆ ในตลาดญี่ปุ่น แถมเป็นคู่แฝดกันกับ Toyota Pixis Epoch และ Subaru Pleo Plus รวมถึงยังเป็นรุ่นที่มาทดแทน Mira รุ่นดั้งเดิม นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 อีกด้วย

ความพิเศษของรถรุ่นนี้คือการแนะนำ “e:S technology” ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 32.2 – 35.2 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐานโหมด JC08) ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งและน้ำหนักเบาจากเทคโนโลยี D Monocoque และวัสดุเรซิ่นที่นำกลับมาใช้ใหม่ และติดตั้งระบบ Smart Assist III ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยในการหลีกเลี่ยงการชน

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 49 แรงม้าที่ 6,800 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 57 นิวตันเมตรที่ 5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรุ่น 4WD ให้เลือก

Nissan Roox 2021

8. Nissan Roox จำนวน 72,820 คัน

Nissan Roox (นิสสัน รู๊ค) รถทรงกล่องสุดน่ารัก แบบประตูบานเลื่อนด้านข้าง โฉมใหม่เจเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2020 ที่ผ่านมา โดยรถรุ่นนี้พัฒนาร่วมกันระหว่าง Nissan กับ Mitsubishi eK Space และ eK X Space สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม NMKV มีให้เลือกถึง 2 แบบ ได้แก่ Roox และ Roox Highway Star

ห้องโดยสารภายในชูจุดเด่นด้วยความกว้าง สูง พื้นที่นั่งโดยสารด้านหลังให้ความกว้างถึง 770 มม. และความสูงภายในรถที่มากถึง 139 ซม. และพื้นที่เก็บสัมภาระตามจุดต่างๆ มากมาย สามารถเข้า-ออกง่าย ด้วยประตูบานข้างแบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เปิด-ปิดอัตโนมัติ ได้กว้างถึง 650 มม.

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Honda N-WGN 2021

9. Honda N-WGN จำนวน 69,353 คัน

Honda N-WGN (ฮอนด้า เอ็น-แวกอน) ถือเป็นรถ K-Car แบบอเนกประสงค์เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวมาตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2019 ด้วยรูปทรงสุดน่ารัก ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายสำหรับ 4 คน มีให้เลือกทั้งแบบ N-WGN และ N-WGN Custom พร้อมระบบความปลอดภัย Honda Sensing ที่ช่วยให้คุณขับรถได้อย่างมั่นใจ

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki Wagon R 2021

10. Suzuki Wagon R จำนวน 66,061 คัน

Suzuki Wagon R (ซูซูกิ แวกอนอาร์) นับเป็นรถเจเนอเรชั่นที่ 6 แล้วสำหรับรถแวกอน K-Car ทรงสูงของ Suzuki รุ่นนี้ที่ออกมาในปี 1993 โดยในโฉมนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 บนแพลทฟอร์มใหม่ล่าสุดอย่าง HEARTECT ที่น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น

มีให้เลือก 2 แบบ นั่นคือ Wagon R เอาใจคุณผู้หญิง หรือพ่อบ้านที่มีครอบครัวแล้ว และ Wagon R Stingray เน้นเอาใจวัยรุ่น หรือคนเพิ่งเริ่มต้นทำงาน มาพร้อมการตกแต่งภายในที่ดูอบอุ่นในรุ่น Wagon R และดูเร้าใจ สปอร์ต สนุกสนาน ในรุ่น Wagon R Stingray

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid 3 สูบ ขนาด 657 ซีซี รหัส R06D ให้แรงม้าสูงสุด 49 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 58 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เพิ่มตัวฉีดน้ำมันเกียร์เป็น 2 ตัว พร้อมปรับปรุงชุดสายพาน และระบบ Cooled EGR กับระบบฉีดหัวคู่

และเครื่องยนต์ 3 สูบ Turbo Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A มอบแรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ขุมพลังทั้งสองทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid กับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator (ISG) ซึ่งเก็บพลังงานที่เหลือใช้จากการขับขี่ เช่น การเบรก มาปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ใช้ในแบตเตอรี่ได้ รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย Suzuki Safety Support ที่มีคุณสมบัติเหมือนในรุ่น Hutsler จ้า

Suzuki Wagon R Stingray 2021

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ K-Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ K-Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

สำหรับใครที่อยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ K-Car 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

10 อันดับ รถขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

“ญี่ปุ่น” นับเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก และมีแบรนด์รถยนต์ที่ขายรถยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งยอดขายภายในประเทศตัวเอง ก็ขายได้มากถึงหลายล้านคันต่อปี

แม้ว่าในปี 2020 เป็นต้นมา เจอโควิด-19 ที่ระบาดและส่งผลกระทบไปทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรดาค่ายรถญี่ปุ่นก็ได้ผลกระทบไปอย่างมากเช่นกัน ในปี 2020 ที่ผ่านมา มียอดขาย และยอดจดทะเบียนรถในประเทศญี่ปุ่น ตกลงมาเหลือ 4,598,615 คัน ลดลง 11.5% เมื่อเทียบกับยอดขายรถในปี 2019 ที่ผ่านมาที่ทำได้มากถึง 5,234,166 คัน

ในรอบหนึ่งทศวรรษ นี่นับเป็นครั้งที่สาม ตั้งแต่ที่ในญี่ปุ่นเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ คลื่นสึนามิถล่มในเดือนมีนาคม 2011 และในปี 2016 ที่ส่งผลให้ยอดขายรถตกลงมาต่ำกว่า 5 ล้านคัน

โชว์รูมโตโยต้าในญี่ปุ่น

ตัวเลขยอดขาย แยกย่อยออกเป็นรถยนต์ทั่วไป 2,478,832 คัน (-12.2% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถ K-Car 1,331,149 คัน (-10% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถเชิงพาณิชย์ 392,361 คัน (-12.7% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถ K-Car เชิงพาณิชย์ 386,939 คัน (-10.3% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว) และรถบัส 9,334 คัน (-31.3% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว)

ซึ่งยอดขายรถบางส่วนนี้ รวมไปถึงรถยนต์ที่ผู้จำหน่ายอิสระซื้อ และสั่งเข้ามาขายในไทยด้วยนะครับ

สำหรับรถยนต์ในญี่ปุ่นนั้น มีอายุการใช้งานที่ไม่มากนัก เพียงไม่กี่ปี จากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุรถและค่าซ่อมรถที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้มีการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ไปในตัวตลอด แล้วรถใหม่ก็มีราคาจำหน่ายที่ไม่แพงมาก ผนวกกับค่าครองชีพของคนญี่ปุ่น ที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ได้ไม่ยาก ยอดขายรถจึงค่อนข้างสูงหลายแสนคันต่อเดือน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น (ตามการจัดอันดับของสมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น JADA (Japan Automobile Dealers Association) ซึ่งรถยนต์แบบ K-Car จะถูกจับแยกออกไปต่างหาก) ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Toyota-Yaris-2020

1. Toyota Yaris ยอดขาย 151,766 คัน

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) น้องเล็กของ Toyota ที่เป็น Yaris ในตลาดโลก (แต่ในบ้านเรา กลับได้ Yaris เวอร์ชั่นจีนมาแทน) เพิ่งปรับโฉมโมเดลเชนจ์ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา สามารถไต่ยอดขายได้เป็นไปอันดับ 1 ได้ นับว่าไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด

โดยโฉมนี้ใช้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง TNGA-B มาในรูปแบบสปอร์ต ภายในขับขี่ง่าย ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย พร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง Toyota Safety Sense ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

แบบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์รหัส 1NR-FE มี ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตัน-เมตร

ส่วนขุมพลัง Hybrid มีขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

อีกทั้งยังมีรุ่นพลังแรงให้เลือก (ที่มีขายในบ้านเราด้วย!) นั่นคือ Toyota GR Yaris ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส G16E-GTS แบบแถวเรียง 3 สูบ เทอร์โบ DOHC 12 วาล์ว ขุมพลังใหม่ล่าสุด พละกำลังสูง ด้วยความแรงระดับ 261 แรงม้า  พร้อมแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด iMT (Intelligent Manual Transmission)

สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 230 กม./ชม. โดยพละกำลังทั้งหมดจากเครื่องยนต์ จะถูกถ่ายทอดผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า “GR-FOUR”

Toyota Raize

2. Toyota Raize ยอดขาย 126,038 คัน

Toyota Raize (โตโยต้า ไรซ์) รถ Crossover ขนาดเล็กยอดนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ที่มีคู่แฝดร่วมกันกับ Daihatsu Rocky (ไดฮัทสุ ร็อคกี้) ซึ่งมีการดีไซน์ที่คล้ายกับ Toyota RAV4 รุ่นใหม่อยู่ไม่น้อย พร้อมกันชนหน้าทรงสปอร์ตขนาดใหญ่ และไฟตัดหมอก กับไฟ Daytime Running Light ทรงแนวนอน พร้อมไฟท้ายแบบ LED กับห้องโดยสารภายใน ที่นั่งกันได้สบายๆ 5 คน พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีมากถึง 369 ลิตร

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรหัส 1KR-VET แบบ 3 สูบ DOHC Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 140 นิวตันเมตร ที่ 2,400 – 4,000 รอบ/นาที

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Dynamic Torque Control 4WD ให้เลือก

Toyota Corolla 2020

3. Toyota Corolla ยอดขาย 118,276 คัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ต้องบอกได้ว่าลุคของ Corolla ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 12 นี้ ฉีกความอนุรักษ์นิยมเดิมๆ เรียบๆ เรื่อยๆ ของ Corolla Axio ทิ้งไปได้หมดจริงๆ สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ดูเปรี้ยวสุดๆ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และยังมีรุ่น 5 ประตู Sport Hatchback กับรุ่นแวกอนอย่าง Touring ออกมาขายเช่นเคย

ขุมพลังของทั้งรุ่น Sedan, Sport และ Tourubg มีให้เลือก 2 รุ่นเครื่องยนต์ ตั้งแต่เบนซินขนาด 1.2 ลิตร Turbo รหัส 8AR-FTS ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT และเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่สามารถล็อคอัตราทดได้ 10 สปีด

แบบเบนซินเพียวๆ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 3,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนขุมพลัง Hybrid ยกมาจาก Prius ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 72 แรงม้า ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบอยู่ที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Honda Fit 2020

4. Honda Fit ยอดขาย 98,210 คัน

Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) รถ Sub-Compact ท้ายตัดยอดนิยมมากสุดของ Honda นับตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2001 จนเป็นที่รู้จักไปในทั่วในโลก ทั้งในชื่อ Honda Fit และ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ซึ่งในญี่ปุ่นยังคงขายดี ที่แม้ว่าจะไม่ทำตลาดในไทยด้วยโฉมนี้แล้วก็ตาม

สำหรับ Honda Fit รหัส GR มาด้วยรูปโฉมภายนอกที่ดูน่ารักสะดุดตา มีให้เลือกด้วยกันหลายสไตล์ เช่น Basic, Home, Ness, Luxe แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เริ่มเอาใจคนชอบรถสายสุยอย่าง Crosstar ร่วมกับรุ่นไฮบริดอย่าง Honda Fit e:HEV ให้เลือกเช่นเคย

โดยตัวรถยังคงติดตั้งถังน้ำมันบริเวณใต้เบาะคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถ Honda รุ่นนี้ไปแล้ว สำหรับห้องโดยสารภายใน ออกแบบให้แลดูเรียบง่ายขึ้น เน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น และติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT มาให้เป็นครั้งแรก

ขุมพลังรุ่นพื้นฐานมีขนาด 1.5 ลิตร รหัส L13B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที

ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส LEB ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

Toyota Alphard 2020

5. Toyota Alphard ยอดขาย 90,748 คัน

Toyota Alphard (โตโยต้า อัลฟาร์ด) ยังคงเป็นรถแวนขนาดหรู ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในญี่ปุ่นและในไทย แถมในปี 2020 ยังมาพร้อมตัวเลขยอดขายสูงที่สุดในรอบ 10 ปี!

มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายด้วยชุดเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายแบบ Kick activated เพิ่มสุนทรียภาพในทุกการเดินทางด้วยเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 10.5 นิ้ว และด้านหลังขนาด 13.3 นิ้ว ที่สามารถรองรับ Apple car play ตลอดจนลำโพง JBL 17 ตัว

นอกจากนี้ยังมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) กล้องวิดีโอบันทึกภาพติดรถยนต์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (Digital Video Recorder) และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้ารุ่นล่าสุด อย่าง Toyota Safety Sense เจเนอเรชั่นที่ 2

ขุมพลังพื้นฐานมีเป็นแบบเบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 235 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100 รอบ/นาที

ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 206 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 – 4,800 รอบ/นาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวหน้าให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า และตัวหลัง 68 แรงม้า โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

และขุมพลังเบนซินขนาด 3.5 ลิตร รหัส 3GR-FKS แบบ V6 DOHC Chain Drive VVT-iW และ D-4S ให้แรงม้าสูงสุด 296 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 361 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 – 4,700 รอบ/นาที

Toyota Roomy 2020-2021

6. Toyota Roomy ยอดขาย 87,242 คัน

Toyota Roomy (โตโยต้า รูมมี่) รถยอดนิยม รูปทรงแบบ Tall Boy ที่มาแทน Toyota bB (โตโยต้า บีบี) รุ่นก่อนหน้า ที่ยังมีคู่แฝด ในชื่อ Daihatsu Thor อีกด้วย เพิ่งปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อเดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมา เป็นรถที่นั่งได้ 5 ที่นั่ง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ซึ่งให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที

และในรุ่น Turbo Intercooler รหัส 1KR-VET ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที แรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ไม่มี Turbo

Honda Freed 2020

7. Honda Freed ยอดขาย 76,283 คัน

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) แม้ว่าจะเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ไปตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา แต่กระแสตอบรับยังแรงต่อเนื่อง หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ติดโผขายดีเป็นอันดับ 9 ในปี 2019 ที่ผ่านมา นับเป็นรถ Minivan MPV ขนาดเล็กที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda Fit และ Grace (หรือ Honda Jazz กับ City ในไทย) มีจำหน่ายทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเบนซินและ Hybrid เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC + ระบบ Hybrid แบบ Sport Hybrid i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 29.5 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด

Toyota Sienta 2020

8. Toyota Sienta ยอดขาย 72,689 คัน

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถยอดนิยมของคุณแม่บ้าน และคนเพิ่งมีครอบครัว สำหรับเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ญี่ปุ่นเปิดตัวไปในปี 2018 ปรับปรุงรูปโฉมใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และมีสีทูโทนให้เลือก พร้อมกับเพิ่มรุ่นเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่น 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง กับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Nissan Note 2020-2021

9. Nissan Note – ยอดขาย 72,205 คัน

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) รถ Sub-Compact โฉมใหม่ล่าสุดจาก Nissan ถึงแม้ว่าจะเป็นการเปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2020 ก็ตาม แต่ก็สามารถสร้างยอดขายแบบพุ่งกระฉูดได้แบบไม่ยาก

โดย Nissan Note โฉมล่าสุดนี้ถูกออกแบบใหม่หมด มาพร้อมความคล้าย Nissan Leaf หน่อยๆ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรง V-Motion ไฟหน้าแบบ LED แบบ 4 ดวงในแต่ละข้าง ส่วนไฟท้ายเป็นรูปทรงแนวนอน พร้อมล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว มีสีตัวถังให้เลือกเยอะถึง 13 สี และสามารถเลือกหลังคาแบบสีดำได้

ส่วนภายในห้องโดยสารหรูหราขึ้นมาก แผงคอนโซลแบบสองชั้น ส่วนคอนโซลกลางมาพร้อมคันเกียร์ไฟฟ้า ติดตั้งเบาะนั่ง Zero Gravity พร้อมที่วางแขนขนาดใหญ่ เสริมด้วยจอ Infotainment ขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล ติดตั้งระบบ ProPILOT with Navi-link สามารถปรับความเร็วตามป้ายจำกัดความเร็วได้อัตโนมัติ รวมถึงลดความเร็วก่อนเข้าโค้งได้

ขุมพลัง e-Power พัฒนาให้มีกำลังเพิ่มขึ้น 6% และแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้น 10% เป็นแบบเบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 82 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร (รุ่น 4WD มีมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลัง ขนาด 68 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร เพิ่มมาให้ด้วย) มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

Toyota Voxy 2020-2021

10. Toyota Voxy – ยอดขาย 69,517 คัน

Toyota Voxy (โตโยต้า วอกซี่) สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถ MPV ขายดีฝั่ง Toyota อย่าง Voxy นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2017 ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2017 และยังมีคู่แฝดร่วมรุ่นอย่าง Noah และ Esquire ที่ในบ้านเราก็มีคนนำเข้ามาขายกันหลายคัน พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยล่าสุดอย่าง Toyota Safety Sense C

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 193 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนนะครับ ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

All-New-Honda-Vezel-2021

นับตั้งแต่ Honda Vezel (ฮอนด้า วีเซล) หรือที่รู้จักกันดีในไทย และในประเทศอื่นๆ ในชื่อ Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) เปิดตัวเป็นครั้งแรกในรหัสรุ่น GH เมื่อเดือนกันยายน 1998 ก่อนจะเปิดตัวสู่เจเนอเรชั่นที่ 2 รหัสรุ่น RU ด้วยชื่อ “Vezel” เมื่อเดือนธันวาคม 2013 พร้อมเปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 เป็นครั้งแรกในชื่อ Honda HR-V

All-New-Honda-Vezel-2021

บัดนี้ก็ได้เวลาของรุ่นใหม่ของโลก! Honda Vezel / HR-V เจเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เตรียมขายในญี่ปุ่นเดือนเมษายนนี้ ยังคงความเป็นรถ Crossover แบบสปอร์ตคูเป้เช่นรุ่นที่แล้ว สร้างขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Honda City และ Fit ใหม่

โดยมีให้เลือกด้วยกันทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซิน และขุมพลังไฮบริด e:HEV ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมกับนำเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ทั้งหลาย และ Tina Tamashiro มาร่วมแคมเปญโฆษณารถรุ่นนี้ในชื่อ “GOOD GROOVE_VEZEL”

All-New-Honda-Vezel-2021

ตัวรถภายนอก มาใน Design Language ของฮอนด้าแบบใหม่ ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ที่ดูเรียบง่าย มีสีเดียวกับตัวรถ กับไฟหน้าทรงโฉบเฉี่ยว และยังคงเอกลักษณ์ของที่เปิดประตูบานหลัง ดูกลมกลืนไปกับตัวรถเช่นเดิม พร้อมฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ และเปิด-ปิด ประตูรถได้แบบง่ายๆ ด้วยระบบ Honda Digital Key ใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจได้

พร้อมชุดแต่งที่มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ 2 สไตล์ ได้แก่แบบ Urban Style และในแบบ Casual Style

All-New-Honda-Vezel-2021

ห้องโดยสาร ออกแบบภายใต้แนวคิด Human Machine Interface และความเป็น “Sleek & Long Cabin” เพิ่มความโปร่งโล่งภายในห้องโดยสารทุกที่นั่ง พร้อมความกลมกลืนกับวัสดุบุนุ่มของแผงคอนโซล และช่องแอร์ที่เสริมลูกเล่นด้วยปุ่มหมุนเปิด-ปิด ช่องลม

All-New-Honda-Vezel-2021

และอีกหนึ่งจุดเด่น อย่างหลังคากระจกพาโนรามิกแบบเปิดปิดได้ พร้อม Low-E Glass กระจกตัดความร้อนจากแสงอาทิตย์ ไฟเพดานแบบ LED ระบบสัมผัส

อีกทั้งยังมีระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT ทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่ลอยตัวเหนือแผงคอนโซล เสริมด้วยระบบ Automatic Map Update Service อัพเดทแผนที่อัตโนมัติได้

All-New-Honda-Vezel-2021

ขุมพลังของ มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด e:HEV ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 แบบ นั่นคือ Normal, Sport และ Econ และยังมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ Real-time AWD ให้เลือกด้วย

All-New-Honda-Vezel-2021

สำหรับระบบความปลอดภัย ยังคงเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกรุ่นอย่าง Honda SENSING ที่มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC), ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้อง และเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking (CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Support System (LKAS) และระบบอ่านป้ายจราจร Sign Recognition Function เป็นต้น

All-New-Honda-Vezel-2021

Honda Vezel / HR-V 2021 ใหม่ มีให้เลือกด้วยกัน 4 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น G (มีทั้งรุ่นขับหน้า และขับสี่), e:HEV X (มีทั้งรุ่นขับหน้า และขับสี่), e:HEV PLaY (มีเฉพาะรุ่นขับหน้า) และ e:HEV Z (มีทั้งรุ่นขับหน้า และขับสี่)

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

แต่ถ้าใครจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ก็เอารถที่ไม่ขับแล้ว มาขายรถที่ CARRO สิ! เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

1 2 3 8