To-Do-List-When-Buying-New-Car

ว่าด้วยการ ซื้อรถใหม่ รถใหม่ราคาถูก ที่จัด “โปรฯ แรง” ราคารถใหม่ที่เงินดาวน์รถต่ำ ผ่อนรถถูก จะซื้อรถด้วยเหตุผลแค่นี้อาจยังไม่พอ เพราะก่อนคุณเป็นเจ้าของรถสักคันอาจต้องทำการบ้านสักหน่อย เมื่อรถไม่ใช่ราคาบาทสองบาท ถ้าจ่ายเงินเป็นหลักแสนหลักล้านแต่ได้รถที่ไม่คุ้มค่าคุ้มราคา จะเอาไปเปลี่ยนเหมือนเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้ก็คงไม่ใช่ คุณว่าจริงมั้ย ?

To-Do-List-When-Buying-New-Car

ดังนั้น Roojai.com จึงอยากพาคุณไปดูกันกับ “สิ่งที่ต้องทำ” To Do List ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อรถใหม่สักคัน ไม่ยาก เพียงตอบคำถามง่าย ๆ คุณก็จะได้มาซึ่งรถคันที่ถูกใจตอบโจทย์ในการใช้งานมากที่สุดแล้ว ซื้อรถใหม่ ต้องดูอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว

ซื้อรถใหม่ ต้องไม่ลืมทำเช็คลิสต์ต่อไปนี้

สิ่งแรกใน ขั้นตอนการซื้อรถใหม่ ป้ายแดงทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณต้องตอบคำถามของตัวเองเกี่ยวกับรถคันที่กำลังสนใจซื้อตามเช็คลิสต์ต่อไปนี้ ดูว่าทำแล้วหรือยัง ซึ่งคำถามที่สำคัญจะมีดังต่อไปนี้

1. เช็คลิสต์งบประมาณในการซื้อรถอยู่ที่เท่าไร

สำคัญที่สุดใน การซื้อรถใหม่ นั่นก็คือเรื่องของงบประมาณในการซื้อ ถ้าคุณตอบได้ในข้อนี้ ตัวเลือกรถที่ชัดเจนขึ้นก็จะมากกว่าเดิม หาได้แค่ว่าฉันชอบรถรุ่นนั้น คันนี้สวยดี หรือกำลังจัดโปรเร้ากระชากใจดาวน์ 0% ผ่อนถูกสบาย ๆ แบบนั้นไม่ได้ เพราะคุณจะต้องรู้งบประมาณในการซื้อรถของคุณก่อนว่าอยู่ที่เท่าไร (หรือพอใจที่จะเป็นหนี้แค่ไหน) ในกรณีที่ซื้อผ่านไฟแนนซ์

2. เช็คลิสต์ว่ารถประเภทไหนที่คุณต้องการ “จริงๆ”

ต่อไปที่ต้องเช็คลิสต์กันก็คือเรื่องของประเภทรถ ซึ่งในตลาดบ้านเรามีที่นิยมอยู่หลายประเภทแตกต่างตามการใช้งาน และคำถามที่คุณต้องตอบให้นั้นก็คือ คุณจะซื้อรถไปทำอะไรเป็นหลัก เน้นโดยสารคนหรือบรรทุกของใช้ประกอบอาชีพ เป็นรถสำหรับครอบครัวโดยสารหลายคนหรือเน้นขับไปทำงานใช้ 1-2 คนเป็นประจำมากกว่า ถ้าตรงนี้ชัด รถที่ใช่สำหรับคุณก็จะชัดเจนมากขึ้นตามว่าเป็นรุ่นไหน แบรนด์อะไร

To-Do-List-When-Buying-New-Car

3. เช็คลิสต์ศูนย์บริการใกล้บ้านว่ามีมั้ยด้วย

ข้อนี้คงต้องโฟกัสไปที่เรื่องของแบรนด์รถหรือยี่ห้อ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่บางทีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถคือการเลี้ยวเข้าศูนย์บริการเป็นหลัก ดังนั้นเรื่องศูนย์บริการเพื่อการตรวจเช็คสภาพหรือแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถจึงมีความสำคัญด้วยไม่น้อย เพราะบางทีคุณอาจได้รถที่ใช่ตรงใจออกมาแล้ว แต่ติดที่แบรนด์รถนั้น ๆ มีศูนย์บริการอยู่ไกลบ้านเกินไปก็อาจทำให้ต้องเปลี่ยนใจไปเป็นรถตัวเลือกที่ 2-3 ได้ด้วยเหมือนกัน

4. เช็คลิสต์ “ฟีล” การใช้งานจริงเมื่อทดลองขับ

อีกขั้นตอนสำคัญของการซื้อรถใหม่ ป้ายแดง ราคาถูก และให้ถูกจริตคุณมากที่สุดจะต้อง “ทดลองขับ” ทดลองการใช้งานเหมือนใช้รถจริง การขับขี่เป็นอย่างไรเมื่อนำรถไปใช้จริง อัตราเร่งโอเคมั้ย ห้องโดยสารกว้างพอสำหรับคุณหรือเปล่า การทดลองขับนี้จะช่วยตอบทุกคำถามให้คุณได้หมดในนี้

5. เช็คลิสต์เงินดาวน์ที่มีและยอดค่างวดที่ไหวไม่หนักเกินไป

ซื้อรถป้ายแดงถ้าไม่มีโปรเร้าใจอะไรให้ตื่นตา อย่างดาวน์ 0% ก็จะต้องมีเรื่องเงินดาวน์เข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งคุณต้องมีเตรียมไว้ 15%-30% หรือมากกว่านั้นของราคารถ คุณมีอยู่เท่าไร เตรียมไว้แค่ไหน อย่าลืมว่า! ยิ่งดาวน์มากค่างวดผ่อนก็จะยิ่งถูกลง ระยะเวลาในการผ่อนก็สั้นลง เช่นเดียวกันกับยอดค่างวดที่ผ่อนไหวคุณก็ต้องรู้ประมาณตัวเองได้ด้วยว่าต้องไม่หนักอึ้งจนเกินไป เพราะไม่เช่นนั้นจะเข้าอีหรอบประมาณว่ามีรถใหม่ป้ายแดงขับ แต่ชีวิตความเป็นอยู่กลับแย่ลงกว่าเดิมได้เพราะเอาเงินไปผ่อนค่ารถหมดนั่นเอง

To-Do-List-When-Buying-New-Car

6. เช็คลิสต์เอกสารซื้อรถ มีอะไรบ้างที่คุณต้องเตรียม

สมมติว่าเมื่อได้ออกมาแล้วสำหรับรถคันที่ตรงใจคุณมากที่สุด จะไปซื้อละก็ต้องมีการเตรียมเอกสารต่าง ๆ ไปด้วย เช็คลิสต์ให้ดีเตรียมให้พร้อม และต่อไปนี้คือเอกสารซื้อรถที่คุณจะต้องใช้เมื่อซื้อรถป้ายแดง มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน หรือสลิปเงินเดือน
  • สเตทเมนต์เงินเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน

7. เช็คลิสต์เตรียมค่าประกันภัยรถยนต์เอาไว้ด้วย

ซื้อรถป้ายแดง รถยนต์ จากศูนย์ใหม่ ๆ เขาจะบังคับให้ทำประกันกับทางศูนย์ซึ่งคุณอาจเลือกประกันรถยนต์ไม่ได้ในปีแรก และในส่วนนี้คุณจำเป็นจะต้องมีเตรียมไว้ด้วยในกระเป๋า ราคาของประกันก็จะอยู่ประมาณ 10,000-30,000 บาท/ปี โดยเฉลี่ย คุณต้องมีเตรียมไว้ในกระเป๋าด้วยเพิ่มเติมจากเงินดาวน์

ข่าวดีก็คือถ้าใช้รถเข้าปีที่สองแล้ว คุณก็สามารถ เลือกประกันรถยนต์ ได้ด้วยตัวเองเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานและงบประมาณได้มากขึ้น แนะนำ! เลือกซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ จาก Roojai.com ที่มีให้เลือกเยอะกว่า ปรับแต่งแผนกรมธรรม์เองได้ตามที่คุณใช้งานจริง ที่สำคัญยังผ่อนได้นานสูงสุดถึง 10 งวด สบาย ๆ ไม่บล็อกวงเงิน ผ่อนผ่านบัตรเดบิตก็ได้อีกด้วย ช่วยให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นเรื่องง่ายมากกว่าเดิมที่ต้องจ่ายตู้ม! เดียวเป็นหลักหมื่น

ซื้อรถใหม่ ป้ายแดง “ให้คุ้มกว่า” ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงทำเช็คลิสต์ตามที่เรานำมาฝากนี้ คุณก็จะได้รถที่ตอบโจทย์ตรงใจมากกว่าแค่รถใหม่ธรรมดาคันหนึ่งแล้ว ก่อนเลือกซื้อรถ ลองนำไปใช้กันดูกับสิ่งที่ต้องทำ รับประกันว่ารถคันใหม่ที่คุณขับนี้จะคุ้มค่า ไม่มีคำว่า “คิดผิด” เข้ามารบกวนใจอย่างแน่นอน

Buy-New-Car-Or-Secondhand-Car-What-Is-Better

เชื่อว่า หลาย ๆ คนอาจจะชั่งใจหรือลังเลอยู่ว่าถ้าหากจะซื้อรถยนต์สักคันหนึ่งนั้น เราควรเลือกระหว่างมือหนึ่งใหม่เอี่ยมไปเลย หรือรถมือสองที่สภาพยังดีอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าคงมีหลายเสียงบอกมาว่า หากซื้อรถทั้งทีก็เอาดีๆ ไปเลย แบบนี้ เรามาลองเปรียบเทียบความคุ้มค่ากันดีไหมว่า ซื้อรถยนต์มือหนึ่งหรือรถมือสอง แบบไหนจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากกว่า

ซื้อรถใหม่ เอารถมือหนึ่งหรือรถมือสอง อะไรดีกว่ากัน

Buy-New-Car-Or-Secondhand-Car-What-Is-Better

1. ราคาที่ต้องจ่าย

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้เงินทองเริ่มหายากมากขึ้น การจะซื้อรถยนต์สักคันจึงเป็นสิ่งที่ต้องคิดและทบทวนหลายรอบว่า ซื้อรถรุ่นไหนคุ้มกว่ากันนะ เมื่อเกิดคำถามหรือกำลังลังเลอยู่นั้น ลองให้ masii เปรียบเทียบให้ดูกันดีกว่า

รถมือหนึ่ง

ถึงแม้ราคาของรถมือหนึ่ง หรือรถป้ายแดงจะแพงกว่า แต่กลับเสียดอกเบี้ยและเงินดาวน์น้อยกว่ารถมือสอง ปัจจุบันนั้นรถมือหนึ่งมีความน่าซื้อมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยถูกกว่า มีโปรโมชั่นดี ๆ อย่างดอกเบี้ย 0% หรือลดเงินดาวน์ รวมไปถึงมีวิธีการเลือกผ่อนชำระค่างวดได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งทำให้ใครหลายคนตัดสินใจเลือกซื้อรถมือหนึ่งกันเป็นจำนวนมาก

รถมือสอง

รถมือสองในปัจจุบันมีให้เลือกซื้อมากมาย แต่สิ่งที่หลาย ๆ คนมักจะกลัวกันคือ การไม่ทราบประวัติและข้อมูลของรถว่าได้ผ่านอะไรมาแล้วบ้าง แต่สำหรับเรื่องที่เราควรยอมรับก็คือ ในจำนวนเงินที่เท่ากันนั้นสามารถซื้อรถมือสองที่รุ่นใหญ่กว่า หรือซื้อรุ่นท็อปก็ได้ และแน่นอนว่าหลายคนที่หันมาเลือกซื้อรถมือสองคงเป็นเพราะราคาที่เข้าถึงได้ รวมไปถึงคุณภาพรถก็ดีไม่แพ้รถมือหนึ่งนั่นเอง

Buy-New-Car-Or-Secondhand-Car-What-Is-Better

2. สมรรถนะ

รถมือหนึ่ง

หากมองหาสิ่งที่โดดเด่นในรถมือหนึ่งนั่นก็คือ เรื่องของสมรรถนะเครื่องยนต์ ที่มีระบบขับเคลื่อนที่ดีกว่า มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ใหม่เอี่ยม ทันสมัย อีกทั้งรถยนต์บางรุ่นยังช่วยเรื่องการประหยัดพลังงาน แถมมีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย เราจึงสามารถไว้วางใจคุณภาพของการใช้งานได้ทันที รวมไปถึงหากรถมีปัญหาก็สามารถติดต่อเคลมประกันกับศูนย์ได้โดยตรง

รถมือสอง

ปฎิเสธไม่ได้ว่าสภาพการใช้งานรถมือสองคงดีไม่เท่ากับรถมือหนึ่ง เพราะยังไงก็ต้องผ่านการใช้งานมาแล้วไม่มากก็น้อย ซึ่งการจะเลือกซื้อรถมือสองจำเป็นต้องเช็กเลขไมล์ก่อน เพื่อประเมินการใช้งานรถ รวมถึงบำรุงรักษา แต่ถ้าหากโชคดีว่ารถมือสองที่เราเล็งไว้มีสภาพดี เราก็คงไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อการซ่อมแซมในอนาคต

Buy-New-Car-Or-Secondhand-Car-What-Is-Better

3. ออปชั่นเสริมในรถ

รถมือหนึ่ง

ยิ่งมีรถใหม่ออกมามากขึ้นเท่าไร เทคโนโลยีภายในรถก็ยิ่งพัฒนามากขึ้น ทั้งเรื่องของการพัฒนาออปชั่นต่าง ๆ ที่ทันสมัยให้สามารถรองรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมไปถึงระบบสั่งงานด้วยเสียง ระบบตรวจจับความอ่อนล้าของผู้ขับขี่ และด้วยออปชั่นเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ราคาของรถมือหนึ่งจึงสูงมากขึ้นไปด้วย

รถมือสอง

แม้ออปชั่นภายในรถจะไม่ได้ดีหรือทันสมัยเท่ารถมือหนึ่ง แต่บางออปชั่นในรถมือหนึ่งก็อาจไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ขับขี่เสมอไป เทียบกับรถมือสองบางคันที่มีออปชั่นจำกัด แต่กลับตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ได้มากกว่า ทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าการซื้อรถมือหนึ่ง หากใครที่มีงบไม่มาก การซื้อรถมือสองก็น่าจะเหมาะกับเรามากกว่า

เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้ว่า รถมือหนึ่งหรือรถมือสอง จะตอบโจทย์เราได้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกซื้อรถแบบไหน ก็ควรทำประกันรถยนต์ควบคู่ไว้ ช่วยเพิ่มให้เราอุ่นใจขณะขับขี่ได้ตลอดเวลา คลิกที่นี่ เพื่อเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ราคาเริ่มต้นที่หลักร้อยได้ทันที

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

แต่ละอาชีพต้องเตรียมเอกสารไฟแนนซ์อะไรบ้าง

อยากจัดไฟแนนซ์รถมือสอง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ?

การจัดไฟแนนซ์รถมือสองให้ผ่านได้นั้น ทางบริษัทไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินต่าง ๆ จะทำการประเมินจากปัจจัยหลายๆอย่างควบคู่กัน เช่น เอกสาร ฐานเงินเดือน รายรับรายจ่าย และอื่นๆของผู้ขอจัดไฟแนนซ์เป็นต้น

แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่ต่างกันคือ ‘อาชีพ’ ของผู้ขอจัดไฟแนนซ์ เนื่องจากอาชีพเป็นตัวบ่งบอกถึงที่มาของรายได้ และเป็นสิ่งที่จะช่วยการันตีได้ว่าผู้กู้มีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้นั่นเอง

โดยในขั้นตอนของการเตรียมเอกสารในการยื่นขอจัดไฟแนนซ์รถมือสองของแต่ละอาชีพก็มีความแตกต่างกันออกไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1. พนักงานเงินเดือนประจำ

พนักงานเงินเดือนประจำ คือ ผู้ที่มีเงินเดือนประจำคงที่ หรือมีรายรับที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอในทุกๆเดือน เช่น พนักงานบริษัทเอกชน พนักงานข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เงินเดือนมักจะถูกโอนเข้าบัญชีผ่านทางสถาบันการเงิน และมีสลิปเงินเดือนยืนยันชัดเจน สามารถตรวจสอบได้จาก Statement ย้อนหลัง โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

เอกสารไฟแนนซ์

 1.1พนักงานเงินเดือนประจำคงที่ : คือ ผู้ที่ไม่มีรายได้อื่นนอกเหนือไปจากเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน จำนวนรายรับจึงเป็นจำนวนเดิมทุกเดือน ไม่เปลี่ยนแปลง

1.2 พนักงานเงินเดือนประจำที่มีรายรับอื่นๆ : คือ ผู้ที่มีค่าล่วงเวลา (OT)  ค่าคอมมิชชั่น ค่าเข้าเวร ค่าที่พัก และอื่นๆ รวมถึงผู้ที่มีอาชีพเสริมและมีรายรับเพิ่มเข้ามาด้วย

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับอาชีพพนักงานประจำ

  • Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือน
  • สลิปเงินเดือน (เป็นแบบคาร์บอน) หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • แผนที่บ้าน และแผนที่ทำงาน

ไม่ว่าจะมีรายรับ หรือมีรายรับพิเศษต่อเดือนเท่าไหร่ ก็ควรที่จะเก็บสลิปเงินเดือน หรือหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ถึงยอดเงินจำนวนนั้นๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการตัดสินใจให้บริษัทไฟแนนซ์อนุมัติสินเชื่อให้ได้ง่ายขึ้น

2. บุคคลที่ประกอบอาชีพอิสระ

ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ คือ ผู้ที่มีรายรับต่อเดือนไม่แน่นอนและไม่คงที่ รวมถึงการไม่มีสลิปเงินเดือนที่ชัดเจน เช่น นักร้อง นักแสดง ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย ผู้รับเหมาก่อสร้าง เกษตรกร และเจ้าของกิจการส่วนตัว เป็นต้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะต้องเตรียมเอกสารมากกว่าผู้ที่มีเงินเดือนประจำ เพื่อใช้ยืนยันและชี้แจงที่มาของรายได้ประกอบกับช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับบริษัทไฟแนนซ์นั่นเอง โดยสามารถแบ่งอาชีพอิสระและเอกสารที่ต้องเตรียมออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ดังนี้

เอกสารไฟแนนซ์

2.1 ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย : ไม่ว่าจะเป็นขายสินค้าออนไลน์ ขายอาหาร หรือ ขายของตามตลาดทั่วๆไป สิ่งที่ต้องเตรียม คือ

–  สร้างรายรับให้ตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเงินไปเข้าบัญชีให้เกิดความสม่ำเสมอ
– หากมีสถานที่ประกอบกิจการเป็นหลักแหล่ง ให้นำหลักฐาน เช่น ใบเสร็จค่าเช่าที่ หรือถ้าประกอบกิจการที่บ้านตนเอง ให้ใช้หนังสือทะเบียนบ้านเป็นหลักฐาน
– กรณีที่ไม่มีสถานที่ในการประกอบกิจการเป็นหลักแหล่ง ให้เก็บใบเสร็จที่ใช้ในการซื้อของเพื่อนำมาขายไว้ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันและใช้ตรวจสอบเงินหมุนในธุรกิจ รวมทั้งสต๊อกสินค้าเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการเตรียมของไปขายจริง

 

เอกสารไฟแนนซ์

2.2 ผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง : สำหรับอาชีพรับเหมาก่อสร้าง สิ่งที่ต้องเตรียม คือ

– ถ่ายรูปหน้างาน หรืองานที่กำลังทำอยู่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการทำงาน
– เงินที่ได้อาจได้เป็นก้อน หรือได้หลังจากงานเสร็จ ให้เก็บสัญญาจ้าง หรือใบเสนอราคาไว้เพื่อยืนยันว่ามีงานรับเหมาจากผู้จ้างจริง
– สิ่งสำคัญที่สุดคือ Statement  ย้อนหลัง เพื่อที่บริษัทไฟแนนซ์จะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีรายรับที่สม่ำเสมอหรือไม่

 

เอกสารไฟแนนซ์

2.3 ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างอิสระ : ไม่ว่าจะเป็น นักร้อง นักแสดง หรือช่างภาพอิสระ สิ่งที่ต้องเตรียม คือ

– สร้างรายรับให้ตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเงินไปเข้าบัญชีให้เกิดความสม่ำเสมอ
– ถ้าสามารถขอหนังสือรับรองจากผู้จ้างได้จะถือว่าดีมาก

 

เอกสารไฟแนนซ์

2.4 ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร : ไม่ว่าจะเป็นทำไร่ ทำสวน หรือเลี้ยงสัตว์ สิ่งที่ต้องเตรียม คือ

– ใบเสร็จยืนยันการ ซื้อ-ขาย ผลผลิตกับผู้ซื้อ นายทุน หรือพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆในการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จค่าปุ๋ย ค่ายากำจัดวัชพืช ค่าอุปกรณ์การเกษตร รวมถึงค่าบำรุงรักษาเครื่องมือทางการเกษตรเล็กๆน้อยๆ
– สิ่งสำคัญที่สุดคือ สมุดทะเบียนเกษตรกร เพราะในสมุดเล่มนี้มีข้อมูลการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตร เพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันจำนวนการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตร และมีการทำการเกษตรจริง
– หากขายผลผลิตได้เป็นรายปี ทุกๆ 6 เดือน หรือตามฤดูกาล สามารถนำเงินก้อนนั้นๆไปฝากเข้าบัญชี เพื่อสร้างรายรับที่สามารถนำมาหารเป็นรายเดือนได้

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับอาชีพอิสระ

  • Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
  • เอกสารรับรองรายได้โดยมีผู้ค้ำประกัน (กรณีเงินดาวน์ต่ำ)
  • รูปถ่ายกิจการ หรือร้านค้าที่คุณเป็นเจ้าของ รวมถึงภาพถ่ายสต๊อกสินค้า ,สินค้าที่ทำการซื้อ-ขาย, บิล-ใบเสร็จต่างๆ, ใบเสนอราคา (ถ้ามี)
  • แผนที่บ้าน และแผนที่ทำงาน
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน

ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือความพร้อมของเอกสารในแต่ละอาชีพนั้นๆ เพื่อยืนยันและชี้แจงที่มาของรายได้กับบริษัทไฟแนนซ์ เพียงเท่านี้การจัดไฟแนนซ์รถมือสองให้ผ่านก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สนใจซื้อรถซื้อรถ คลิกเลย > th.carro.co/taladrod ค้นหารถง่าย ได้ผลลัพท์ที่ต้องการ

หรือถ้าคุณกำลังมองหาที่ขายรถ และรับเงินสดทันทีหลังจบการขาย ต้องที่นี้เลย > th.carro.co/sell-car/express

รถมือสอง, เงินดาวน์, ดาวน์รถ

ใครที่กำลังอยากได้รถยนต์มือสอง คงรู้เรื่องการดาวน์รถมาก่อนบ้างอยู่แล้วแน่ๆ แต่อาจจะยังไม่ได้เข้าใจเรื่องหลักการวางเงินดาวน์ รวมถึงการผ่อนชำระเงินส่วนที่เหลือให้กับไฟแนนซ์อย่างลึกซึ้ง

วันนี้ CARRO จะมาเคลียร์ทุกข้อข้องใจ! เงินดาวน์ต้องเตรียมไว้เท่าไหร่? ดาวน์ต่ำจะออกรถได้ไหม? ฟรีดาวน์มีจริงหรือไม่? อ่านแล้วเคลียร์ทุกปัญหาแน่นอน!

 

Q1: เงินดาวน์คืออะไร? ทำไมต้องดาวน์?

A: เงินดาวน์ ก็คือ เงินสด ส่วนที่คุณต้องชำระเมื่อทำสัญญากู้ยืม โดยมีการตกลงกับไฟแนนซ์ไว้ว่า คุณจะทำการผ่อนชำระส่วนที่เหลือเป็นงวดๆ ตามจำนวนงวดที่ตกลงกับไฟแนนซ์ไว้ เงินดาวน์จะถูกกำหนดไว้เป็นเปอร์เซ็นต์จากราคารถ เช่น 10% 15% หรือ 20% จากราคารถ เป็นต้น

 

Q2: สนใจรถมือสองราคา XXX,XXX ต้องมีเงินดาวน์เท่าไหร่?

A: ปกติแล้ว เงินดาวน์รถทั่วไป (รถตลาด) จะอยู่ที่ประมาณ 10% จากราคารถ แต่จำนวนมาก – น้อยของเงินดาวน์ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงจากมุมมองของไฟแนนซ์ด้วย

รถมือสองประเภทที่ไฟแนนซ์มองว่ามีความเสี่ยงสูงก็ได้แก่ รถที่มีอายุการใช้งานเกิน 7  ปีขึ้นไป รถยุโรปแพงๆ ที่นำเข้ามา รถที่คนเล่นน้อย รถติดแก๊ส ฯลฯ เป็นต้น

ซึ่งพอไฟแนนซ์มองว่ามีความเสี่ยงสูงปุ๊บ สิ่งที่บริษัทหรือสถาบันการเงินที่รับจัดไฟแนนซ์จะทำได้ก็มีอยู่ 2 ทาง คือ 1. ไม่อนุมัติสินเชื่อ หรือ 2. ให้วางเงินดาวน์สูงๆ และกำหนดจำนวนงวดในการผ่อนชำระไว้น้อยๆ (เพื่อจะได้มียอดจัดน้อยๆ และให้ลูกค้าผ่อนให้จบไปไวๆ เพื่อลดความเสี่ยงของไฟแนนซ์นั้นเอง)

เงินดาวน์

Q3: ฟรีดาวน์คืออะไร?

A: หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ฟรีดาวน์” จากเต้นท์ หรือจากบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์บางแห่งมาก่อน คำว่า “ฟรีดาวน์” ในที่นี้ อธิบายง่ายๆ ก็คือ คุณไม่ต้องวางเงินดาวน์ให้ไฟแนนซ์ เพราะไฟแนนซ์ให้คุณกู้ได้เต็มวงเงิน

นั้นแปลว่า คุณไม่ต้องหาเงินสดไว้ให้ไฟแนนซ์ แต่คุณก็จะมีจำนวนงวด/ยอดผ่อนต่องวดสูงกว่าปกติ และเสียดอกเบี้ยให้ไฟแนนซ์มากกว่า (เงินต้นสูงกว่า/ผ่อนชำระนานกว่า ดอกเบี้ยก็ย่อมแพงกว่า)

ฟรีดาวน์ ถือว่าเป็นโปรโมชั่นที่ดีทีเดียวสำหรับคนที่ไม่พร้อมจ่ายเงินก้อน เพราะในบางกรณี คนซื้อสามารถไปตัวเปล่าแล้วขับรถกลับบ้านได้เลยด้วยซ้ำ แต่ถามว่าทุกกรณีหรือไม่ที่ไฟแนนซ์จะให้กู้เต็มวงเงิน? คำตอบคือ “ไม่” คนที่จะได้ฟรีดาวน์จริงๆ ก็คือคนที่มีประวัติทางการเงินดี และรถคันที่ซื้อก็ต้องไม่ใช่รถที่ไฟแนนซ์มองว่ามีความเสี่ยงสูงดังที่อธิบายไว้ข้างต้นด้วย

Q4: มีเงินดาวน์น้อย / มีเงินเดือนน้อย จะจัดไฟแนนซ์ผ่านไหม?

A: ปกติแล้ว ไฟแนนซ์แต่ละแห่งก็จะมีเรทการวางเงินดาวน์ที่ตั้งไว้เป็นมาตรฐาน แต่ก็จะมีบางกรณีที่ไฟแนนซ์จะยอมอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ที่มีเงินดาวน์ไม่มาก และมีเงินเดือนน้อย เช่น

– ผู้ขอสินเชื่อมีเงินเดือนเป็น 2 เท่าของค่างวด เช่น ค่างวดเดือนละ 10,000 บาท ผู้ขอสินเชื่อมีเงินเดือน 20,000 บาทขึ้นไป เป็นต้น
แต่ หากผู้ขอสินเชื่อมีหนี้สินอื่นๆ เช่น ต้องผ่อนบ้านเดือนละ 8,000 ไฟแนนซ์จะเอาภาระการเงินส่วนนี้ไปหักลบเงินเดือนของผู้ขอสินเชื่อด้วย เช่น นาย A เงินเดือน 20,000 ต้องผ่อนบ้านเดือนละ 8,000 เงินเดือนที่แท้จริงของนาย A ก็คือ 12,000 บาท ซึ่งน้อยเกินไปมากๆ สำหรับการจ่ายค่างวดรถมือสองต่อเดือน

– กู้ร่วม การกู้ร่วมเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนที่มีรายรับต่อเดือนไม่มาก และไม่มีเงินก้อนใหญ่ไปวางดาวน์เยอะๆ
ตัวอย่าง นาย B เงินเดือน 15,000 บาท หากไปขอสินเชื่อรถมือสอง อาจขอได้ยากเพราะไฟแนนซ์มองว่าอาจรับภาระทางการเงินไม่ไหว แต่หากนาย B ยื่นกู้ร่วมกับ นาง D ผู้เป็นภรรยา ซึ่งมีเงินเดือน 20,000 บาท และมีประวัติทางการเงินดี โอกาสที่ไฟแนนซ์จะอนุมัติก็จะสูงขึ้นมาก

เงินดาวน์

Q5: มีรายได้ xx,xxx ต่อเดือนจะผ่อนรถราคา xxx,xxx ได้หรือ

ไม่?

A: นี่คือคำถามคลาสสิกของการจัดไฟแนนซ์เลยทีเดียว การผ่อนได้หรือไม่ได้ (อีกนัยหนึ่งคือไหวหรือไม่ไหว) นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดไฟแนนซ์ผ่าน หรือมีเงินพอสำหรับการวางดาวน์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณในการรับภาระในการจ่ายค่างวดแต่ละเดือนด้วย เล่าให้ฟังเฉยๆ อาจไม่เห็นภาพ TC จึงขอยกตัวอย่างดังนี้

ตัวอย่าง
นาย A เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง มีรายรับต่อเดือน 20,000 บาท นาย A สนใจอยากซื้อรถ Honda Civic มือสองซึ่งประกาศขายในราคา 500,000 บาท นาย A จึงวางเงินดาวน์ขั้นต่ำคือ 10% และตกลงจัดไฟแนนซ์ในส่วนที่เหลือ (450,000 บาท) เป็นจำนวน 60 งวด (5 ปี) ซึ่งในการขอสินเชื่อจัดไฟแนนซ์ของนาย A ทางบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์คิดดอกเบี้ย 5% ต่อปี

Q6: จะซื้อรถมือสอง ต้องวางดาวน์เท่าไหร่จึงจะดีที่สุด?

A: การวางดาวน์ที่ดีที่สุดก็คือ วางดาวน์ด้วยเงินจำนวนสูงสุดที่จ่ายออกไปแล้วคุณไม่เดือดร้อน

ข้อดีของการวางดาวน์สูงที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ คุณจะขอจัดไฟแนนซ์ได้ง่ายกว่ามาก เพราะคุณจะกลายเป็นลูกค้าที่เครดิตดีในสายตาไฟแนนซ์ และข้อต่อมาที่จะเป็นประโยชน์ต่อคุณอย่างยิ่งก็คือ ยิ่งวางดาวน์มากก็จะยิ่งผ่อนน้อย ยิ่งผ่อนน้อยและผ่อนระยะสั้น ก็จะเสียดอกเบี้ยและ VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) น้อย ดังที่จะเห็นจากการคำนวณค่างวดต่อเดือนข้างต้นไปแล้วว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถมือสองถูกหรือแพงก็คือ ระยะเวลาที่ผ่อน และจำนวนเงินต้นที่ขอกู้ หากสามารถทำให้ 2 ปัจจัยนี้ลดน้อยลงได้ การซื้อรถของคุณก็จะยิ่งคุ้มค่า

จบไปแล้วสำหรับความรู้เรื่องการดาวน์รถมือสอง หากอ่านแล้วมีข้อสงสัย หรืออยากทราบข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เพจ FB: carrothailand หรือที่ Line: carrothailand เลย!