When-Your-Friend-Crashes-Your-Car

เชื่อว่าคนมีรถหลาย ๆ คนต้องเคยเจอกับเหตุการณ์นี้ คือการที่มีคนใกล้ตัวที่สนิทชิดเชื้อกัน หรือเหล่าเพื่อนฝูงที่มาขอยืมรถยนต์ไปใช้งาน ด้วยความสนิทก็อาจจะให้ไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้าเกิดเพื่อนของคุณดันโชคไม่ดี ขับรถยนต์ของคุณไปประสบอุบัติเหตุเข้า และเกิดความเสียหายขึ้นกับตัวรถ เจอแบบนี้เข้าไป เจ้าของรถยนต์อย่างคุณจะทำยังไงดี? แล้วประกันรถยนต์จะจ่ายเงินให้ไหมนะ

When-Your-Friend-Crashes-Your-Car

ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองใครบ้าง?

ทุกครั้งที่มีการซื้อรถยนต์ใหม่ เจ้าของรถยนต์จะต้องทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันภาคสมัครใจซึ่งก็คือประกันรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2 และชั้น 3 โดยต้องมาพิจารณากันตรงนี้ว่า รูปแบบของประกันภัยรถยนต์ที่เจ้าของรถยนต์ทำไว้เป็นแบบใด มีขอบเขตความคุ้มครองเท่าใด และคุ้มครองใครบ้าง โดยหลัก ๆ แล้ว จะแบ่งออกเป็นดังต่อไปนี้

ประกันรถยนต์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่

หากเจ้าของรถยนต์ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่เอาไว้ ก็คือประกันจะคุ้มครองความรับผิดและความเสียหายอันจะเกิดขึ้นกับตัวรถยนต์ในระหว่างที่ใช้งานรถยนต์ ถึงแม้ว่าผู้ขับจะไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ แต่ถ้าเป็นผู้ขับขี่ ณ ขณะนั้นโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของก่อนใช้งานรถยนต์แล้ว ก็จะอยู่ในขอบเขตความคุ้มครองของประกันในรูปแบบนี้

โดยทางบริษัทฯ จะชดเชยค่าเสียหายของตัวรถยนต์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ถึงแม้ว่าเพื่อนจะยืมรถไปขับ ก็ยังสามารถรับความคุ้มครองจากประกันได้

ประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่

หากเจ้าของรถยนต์ทำประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นประกันที่มีรูปแบบการคุ้มครองความรับผิดและความเสียหายของรถยนต์ในกรณีที่เกิดเหตุกับรถยนต์ในขณะที่มีผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์เป็นผู้ขับรถยนต์เท่านั้น

โดยการทำประกันแบบระบุชื่อ จะสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ลงในกรมธรรม์ได้ถึง 2 คน กรณีที่มีเพื่อนยืมรถไปแล้วขับชน หากเพื่อนไม่ใช่เจ้าของชื่อที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองหรือเงินชดเชยจากจากประกันรูปแบบนี้

When-Your-Friend-Crashes-Your-Car

ถ้าเพื่อนเอารถไปขับ แต่ไม่มีใบขับขี่?

ถ้าเพื่อนที่ยืมรถยนต์ไปขับ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ แล้วขับรถยนต์ของคุณไปเกิดอุบัติเหตุ ก็จะมีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ รัฐจะเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่คู่กรณี แต่ถ้ารถยนต์ของเราเป็นฝ่ายถูกชน เจ้าของรถยนต์สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีได้ แต่ถ้าเรา(หรือเพื่อนที่ยืมรถไปขับ) เป็นฝ่ายผิด ก็ต้องพิจารณาแยกเป็นกรณีดังต่อไปนี้

ไม่เคยสอบใบขับขี่มาก่อน ไม่มีใบขับขี่

หากผู้ขับไม่มีใบขับขี่มาก่อน บริษัทประกันจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของบุคคลภายนอก หรือ ความเสียหายของตัวรถยนต์เท่านั้น

มีใบขับขี่ แต่ไม่ได้พกมาด้วย/หมดอายุ/ถูกยึด

หากเพื่อนที่ยืมรถยนต์ไปมีใบขับขี่ แต่อาจจะไม่ได้พกมาด้วย หรือใบขับขี่หมดอายุ-ถูกยึด กรณีนี้ประกันภัยรถยนต์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับ จะให้ความคุ้มครองและชดเชยค่าเสียหายให้ตามเงื่อนไข

อย่างไรก็ตาม การขับขี่ยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เป็นการทำผิดกฎหมายจราจร ไม่ควรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีความเสี่ยงอุบัติเหตุสูง และถ้าถูกจับได้ก็จะมีความผิดและโดนปรับได้

นอกจากประกันภัยรถยนต์ แล้วเพื่อนที่ยืมรถยนต์ไปขับ ต้องรับผิดชอบอะไรไหม?

นอกเหนือจากความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์แล้ว หากเรารู้สึกว่ารถยนต์เกิดความเสียหายมาก ก็สามารถเจรจาต่อรองเพื่อให้เพื่อนรับผิดชอบค่าเสียหายได้

หรือในกรณีที่เพื่อนนำรถไปชนจนไม่สามารถเคลมได้ คู่กรณีก็สามารถยื่นเรื่องฟ้องร้องทางแพ่งและทางอาญาที่ตัวของเพื่อนคนนั้นได้เช่นกัน

หากคู่กรณีเป็นฝ่ายขับมาชน เจ้าของรถยนต์ก็ต้องเป็นผู้ไปเรียกร้องค่าชดเชยจากคู่กรณีและต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เป็นส่วนต่างเอง แต่สามารถเจรจาให้เพื่อนที่ยืมรถไปขับเป็นผู้จ่ายเงินส่วนนั้นแทนได้

ดูเหมือนว่า ขั้นตอนการขอเคลมต่างๆ จากประกันภัยรถยนต์ ในกรณีนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั่นเอง เชื่อว่าถ้าเจอแบบนี้เข้าไป ก็คงจะปวดหัวไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจให้ใครยืมรถยนต์ไปใช้ ให้คิดไตร่ตรองให้ดี หรือสังเกตพฤติกรรมการขับขี่ของคนคนนั้นให้ดีเสียก่อน หากรู้สึกว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์สูง ก็อย่าให้ยืมเลยดีกว่า เพราะมันอาจจะไม่คุ้ม

กรมการขนส่งทางบก ปล่อยมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 1 ปี หรือ 3 ปี ในช่วงที่กรมการขนส่งทางบก งดการอบรมที่สำนักงานขนส่งตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 1 ปี ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ได้รับยกเว้นการสอบข้อเขียน แต่ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี

2. ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 3 ปี ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ได้รับยกเว้นการสอบขับรถ แต่ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย, อบรมทฤษฎี และสอบข้อเขียน

3. ผู้ที่ถือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถว่าด้วยการขนส่งทางบกสิ้นอายุเกิน 3 ปี ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ได้รับยกเว้นการสอบขับรถ แต่ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี

4. เอกสารประกอบคำขอรับ, ต่อใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถ เช่น ใบรับรองแพทย์, หนังสือรับรองการผ่านอบรมและทดสอบ, คำขอที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และผลผ่านการอบรม DLT e-Learning ที่สิ้นอายุ อนุโลมให้ใช้ประกอบการดำเนินงานด้านใบอนุญาตขับรถได้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564

 

ในส่วนของคนที่ทำรายการจองคิวดำเนินการด้านใบขับขี่ไว้ก่อนหน้าแล้วนั้น ยังได้รับสิทธิดำเนินการหลังจากสำนักงานขนส่งเปิดให้บริการตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อมูลให้ผู้จองคิวทราบโดยตรงอีกครั้ง

สำหรับใครที่ต้องการจองคิวกับกรมการขนส่งทางบก สามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้ง ระบบปฏิบัติการ iOS: https://apple.co/2GIHARd และแอนดรอยด์: http://bit.ly/2IkLpyO หรือผ่านเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th

ต้องไวแล้วล่ะครับ งานนี้!

Driving-License-Extended-Expire

เป็นที่ทราบกันดีว่า ช่วงนี้โควิด-19 กำลังกลับมาระลอกใหม่ ส่งผลให้การทำธุรกรรมที่ต้องมีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ต้องถูกปิดให้บริการ หรือปรับการบริการแบบใหม่ อย่างกรมการขนส่งทางบกเองก็ได้ประกาศงดให้บริการทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ ในสำนักงานขนส่งทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

กรมการขนส่งทางบก จึงทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความร่วมมือผ่อนผันการบังคับใช้กฎระเบียบข้อบังคับกับผู้ใบขับขี่รถหมดอายุ ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อให้สามารถใช้ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุได้เป็นการชั่วคราว จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564

Police-Can-Seize-Driver-License

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้ประกาศงดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถในกรณีที่ต้องเข้ารับการอบรม และทดสอบภายในสำนักงานขนส่งทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.งดการอบรมและทดสอบการขอรับใบอนุญาตขับรถ, บัตรประจำตัวคนขับรถ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถใหม่ทุกชนิด

2.งดการอบรมและทดสอบเพื่อต่ออายุใบอนุญาตขับรถ, บัตรประจำตัวคนขับรถ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถทุกชนิด โดยผู้สนใจยังคงสามารถเข้ารับอบรมออนไลน์ผ่าน DLT e-Learning หรือใช้ผลการอบรมจากโรงสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกได้

3.งดออกหน่วยให้บริการเคลื่อนที่ด้านทะเบียนและภาษีรถ และใบอนุญาตขับรถ ที่ห้างสรรพสินค้าและแหล่งชุมชน (Drive Thru for Tax)

4.งดการดำเนินงานของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก (เฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร) ระหว่างวันที่ 2 มกราคม – 17 มกราคม 2564 ขณะที่เขตจังหวัดอื่นให้เป็นไปตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกประกาศให้ประชาชนใช้บริการผ่านระบบออนไลน์แทน ขณะที่ส่วนงานอื่นที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับบริการ ณ สำนักงานขนส่ง จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมการแพร่เชื้อของโรคระบาดอย่างเคร่งครัด

Driving-License-And-Medical-Certificate

กรมการขนส่งทางบก ระบุ!!! 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ขอใบขับขี่ใหม่ หรือต่ออายุใบขับขี่ทุกประเภท ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ ต้องใช้ใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐานในการดำเนินการ พร้อมเผยความคืบหน้า อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมการอบรมและทดสอบเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์

นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ภายหลังจากกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2563 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564

Driving-License

โดยสาระสำคัญ นอกจากเพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big Bike) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบเพิ่มเติม ยังมีสาระสำคัญในเรื่องของใบรับรองแพทย์ ที่ต้องใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินการ ต้องแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัว หรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ ตามที่แพทยสภากำหนด

ซึ่งในส่วนนี้ กรมการขนส่งทางบก จะประสานความร่วมมือกับแพทยสภา ในการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคที่ต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถและจะวางแนวทางในการตรวจรับรองของแพทย์กับแพทยสภาให้เรียบร้อย ก่อนกฎกระทรวงจะมีผลใช้บังคับ

นอกจากนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวยังกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบในการดำเนินการอีกด้วย ซึ่งแต่เดิมการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ไม่มีการกำหนดให้ใช้ใบรับรองแพทย์ แต่ด้วยข้อเท็จจริงสมรรถภาพของร่างกายของผู้ขับรถย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น และอาจมีโรคประจำตัว หรือมีสมรรถภาพของร่างกายที่บกพร่อง จนไม่สามารถขับรถได้ จึงกำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์มาประกอบในการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ

ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการขอรับ และขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิด ทุกประเภท ต้องมีใบรับรองแพทย์ยื่นประกอบการดำเนินการด้วย

Motorcycle-Test-Riding

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า สำหรับความคืบหน้าการกำหนดหลักเกณฑ์อบรม และทดสอบเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ (ใบขับขี่บิ๊กไบค์) ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ (47 แรงม้า) ขึ้นไป หรือขนาดความจุของกระบอกสูบตั้งแต่ 400 ซีซี ขึ้นไป อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อม เพื่อรองรับเมื่อกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ

ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการกำหนดหัวข้อหลักสูตรการอบรมและทดสอบ ประกอบด้วย การอบรมภาคทฤษฎีที่เกี่ยวกับผู้ขับขี่ ยานพาหนะ สภาพแวดล้อม เป็นต้น การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ เป็นการฝึกขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์อย่างปลอดภัย และการทดสอบขับรถ เพื่อคัดกรองการออกใบอนุญาตขับรถมีความเหมาะสม และได้มาตรฐานการออกใบขับขี่บิ๊กไบค์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นโดยเฉพาะผู้ขับรถ (บิ๊กไบค์) ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และเป็นกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะการขับรถสูงกว่าปกติ

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Driving-Lifetime-License

กรมการขนส่งทางบก ยืนยัน! ไม่ยึดคืนใบขับขี่ตลอดชีพ และไม่เรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทั้งหมดมาทดสอบสมรรถนะใหม่ หรือทดสอบขับรถใหม่ ตามข้อมูลที่มีการแชร์กันในขณะนี้อย่างแน่นอน

แต่จะศึกษาถึงแนวทางการคัดกรองผู้ที่ขาดสมรรถนะ หรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่า มีความเสี่ยง หรือมีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย

Driving-License

จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่าจะไม่ยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพและไม่เรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทั้งหมด มาทดสอบสมรรถภาพของร่างกายใหม่ หรือทดสอบขับรถใหม่ ตามข้อมูลที่มีการแชร์กันในขณะนี้อย่างแน่นอน

แต่จะมีการศึกษาว่าจะทำอย่างไร จึงจะคัดกรองผู้ที่ร่างกายเสื่อมสมรรถภาพ หรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่ามีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย เช่น โรคทางสมอง โรคปัญหาการมองเห็นที่รักษาไม่หาย เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

Driving-License

โดยการศึกษาดังกล่าว ต้องหารือร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และแพทยสภา และต้องพิจารณาข้อกฎหมายประกอบอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิผู้ถือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ ดังนั้น ที่มีการแชร์ข้อมูลว่าจะมีการยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพที่ออกให้แล้วหรือการให้เข้ามาทดสอบสมรรถภาพของร่างกายใหม่หรือทดสอบขับใหม่จึงไม่เป็นความจริง การดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถยังคงเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามปกติ

Driving-License

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบก ยังได้มีการนำสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และผลการศึกษาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาวิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางในการยกระดับมาตรฐานการออกใบอนุญาตขับรถ โดยแบ่งเป็น 7 มิติ ประกอบด้วย

1.การกำหนดสภาวะโรค

2.การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

3.การอบรมและทดสอบความรู้ของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ (ภาคทฤษฎี) โดยจะมีการทบทวนและปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรการอบรม ให้สอดคล้องกับการขอรับใบอนุญาต พร้อมทั้งจัดทำระบบอบรมภาคทฤษฎีออนไลน์แบบ e-Learning

4.การอบรมการขับรถและทดสอบความสามารถในการขับรถของผู้ขอรับใบอนุญาตภาคปฏิบัติ

5.การบริหารจัดการ

6.การปรับปรุงรูปแบบใบอนุญาตขับรถ โดยจะปรับปรุงให้สอดคล้องกับอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยการจราจรทางถนน ค.ศ. 1968

7.การควบคุมพฤติกรรมการขับรถด้วยมาตรการตัดแต้ม (การติดตามประเมินผล) เพื่อพัฒนามาตรฐานใบอนุญาตขับรถของประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกมิติ ยกระดับความปลอดภัยทางถนนของประเทศ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

DLT-Help-People-Renew-Driving-License

ในช่วงที่โควิด-19 ระบาด ทางกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทุกคนต้องไปทำใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือใบขับขี่ประเภทอื่นๆ ได้ปิดให้บริการไปด้วย ซึ่งมีผลกระทบสำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเวลานั้นพอดี

ตอนนี้มีข่าวดี! กรมการขนส่งทางบก ได้ออกมาตรการเยียวยาให้แก่ผู้ที่ใบขับขี่รถหมดอายุแล้ว ในช่วงกรมการขนส่งทางบกงดให้บริการ

Driving-License

1. ผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ “สิ้นอายุเกิน 1 ปี” ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 – 30 กันยายน 2563

–> ยกเว้นการทดสอบข้อเขียน แต่ยังต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี ซึ่งเป็นการเยียวยาจากเดิม ที่ต้องเข้ารับเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมภาคทฤษฎี และทดสอบข้อเขียน

Driving-License

2. สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ “สิ้นอายุเกิน 3 ปี” ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 – 30 กันยายน 2563

–> ยกเว้นการทดสอบขับรถ แต่ยังต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมภาคทฤษฎี และทดสอบข้อเขียน ซึ่งเป็นการเยียวยาจากเดิม ที่ต้องเข้ารับเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมภาคทฤษฎี ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถ

BMTA-Bus

3. สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก “สิ้นอายุเกิน 3 ปี” ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 – 30 กันยายน 2563

–> ยกเว้นการทดสอบขับรถ แต่ยังต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี ซึ่งเป็นการเยียวยาจากเดิม ที่ต้องเข้ารับเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมภาคทฤษฎี และทดสอบขับรถ ทั้งนี้ สำหรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภท ท. ต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรมด้วย

4. เอกสารประกอบคำขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถ

  • ใบรับรองแพทย์
  • หนังสือรับรองการผ่านการอบรมและทดสอบ
  • คำขอที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
  • ผลผ่านการอบรมผ่านระบบ e-Learning ที่สิ้นอายุในระหว่างที่กรมการขนส่งทางบกงดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถ (อ่านเพิ่มเติม : )

–> อนุโลมให้ใช้ประกอบการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถได้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2563

ทั้งนี้ การให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถทุกชนิด ขอให้ประชาชนต้องจองคิวล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue เท่านั้น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการคิวและจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างปลอดภัยตามมาตรการทางด้านสาธารณสุข

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue
iOS Link: https://apple.co/2GIHARd
แอนดรอยด์ Link: http://bit.ly/2IkLpyO

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

5-Steps-Renew-Driving-License-Online

เนื่องจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดระลอกใหม่ ในขณะนี้ ทำให้หลายหน่วยงานอาจต้องตัดสินใจ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” กันอีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการติดและแพร่เชื้อโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในช่วงปีใหม่ 2564 นี้

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก รับวิถีชีวิต New Normal และไม่ต้องไปแออัดกันรอคิวอบรมที่สำนักงานขนส่งต่างๆ ทำให้กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาระบบการอบรมต่ออายุใบอนุญาติขับรถ ผ่านระบบ DLT e-learning โดยกรอกข้อมูล และชมวิดีโออบรมความรู้ ตามขั้นตอนต่างๆ ง่ายนิดเดียว

5-Steps-Renew-Driving-License-Online-2020

แต่สำหรับใครก็ตาม ที่ยังต้องการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิด สามารถเข้ารับการอบรมผ่านระบบออนไลน์ได้ ผ่านระบบ e-Learning ทางเว็บไซต์ https://dlt-elearning.com/ ซึ่งรองรับทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเลต และคอมพิวเตอร์

แต่วิธีการจะมีอะไรบ้างนั้น MR.CARRO จะเล่าให้ฟังตามขั้นตอนดังนี้

5-Steps-Renew-Driving-License-Online-2020

ขั้นตอนที่ 1

คลิกปุ่ม “ลงทะเบียน” (สีเหลือง) กรณีใช้งานครั้งแรก จากนั้นกรอกข้อมูล เลขบัตรประจำตัวประชาชน (กรอก 2 ครั้ง) วันเดือนปีเกิด จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “ยืนยัน”

ขั้นตอนที่ 2

จากนั้น เลือกการอบรม ตามใบอนุญาตขับรถที่ประสงค์จะต่ออายุ (เช่น ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล อบรม 1 ชั่วโมง, ใบอนุญาตขับรถขนส่ง อบรม 2 ชั่วโมง และใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง)

ขั้นตอนที่ 3

เลือกที่หัวข้อ “แบบทดสอบก่อนอบรม” แล้วตอบคำถาม

ขั้นตอนที่ 4

ดูวิดีโอการอบรมตามที่เลือก เมื่อรับชมวิดีโอจนจบ ตอบคำถามแบบทดสอบหลังอบรมอีกรอบ

ขั้นตอนที่ 5

เมื่อสิ้นสุดการอบรมแล้ว นำผลการอบรมติดต่อสำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และออกใบอนุญาตขับรถได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผ่านการอบรม

อย่าลืมนะครับ การอบรมผ่านระบบ e-Learning เฉพาะผู้ที่ใบอนุญาตขับรถหมดอายุไม่เกิน 1 ปี หรือผู้ต้องการต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน เท่านั้นจ้า

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุค COVID-19 กลับมาอีกรอบ สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

  • กรมการขนส่งทางบก

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะนำรถไปขับขี่บนท้องถนน จำเป็นต้องมีใบขับขี่กันเสียก่อนแล้ว รู้ไหมครับว่าเวลาไป “สอบใบขับขี่ เราต้องเตรียมอะไรไปบ้าง” วันนี้แฟรงค์มิตรรักนักขับได้รวบรวมมาบอกคุณแล้ว

เอกสารที่ต้องเตรียมตอนไปสอบใบขับขี่

5-Tricks-For-Get-Driving-License

1.ใบเอกสารการจองอบรม

ก่อนจะไปสอบใบขับขี่ แฟรงค์แนะนำให้จองคิวอบรมก่อนนะครับ โดยสามารถเข้าไปจองได้ที่ DLT e-Booking ได้เลยครับ เมื่อจองเสร็จแล้วเราจะได้เป็นไฟล์ Ticket ที่จะบอกรายละเอียด ชื่อ ที่อยู่ รวมถึงวัน – เวลาในการอบรมของเรามา ให้เราปรินท์ใบนี้แล้วนำไปในวันสอบใบขับขี่ด้วยนะครับ

2. บัตรประชาชนตัวจริง

ต้องเป็นบัตรประชาชนตัวจริงนะครับ ใช้สำเนาไม่ได้นะ โดยต้องใช้บัตรที่ชื่อและใบหน้าในบัตรยังชัดเจน ไม่เลือนด้วยนะครับ

3.ใบรับรองแพทย์

เนื่องจากผู้ขอใบขับขี่ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน โดยเราจะต้องนำหลักฐานใบรับรองแพทย์ที่มีผู้รับรองกำหนด และตราประทับสถานพยาบาลชัดเจน มาด้วยในวันสอบใบขับขี่ โดยที่ใบรองแพทย์จะต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนด้วยนะครับ

5-Tricks-For-Get-Driving-License

4.ใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม (ในกรณีที่ไปต่อใบขับขี่)

อันนี้เฉพาะคนที่มีใบขับขี่อยู่แล้ว และต้องการไปต่อใบขับขี่นะครับ คนที่ไม่เคยมีหรือต้องการไปทำใบขับขี่ใบแรกไม่ต้องนะ

5. เตรียมความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ไปด้วยนะ

เพราะเมื่อถึงวันสอบ เราจะต้องผ่านการทดสอบมากมาย ทั้งการอบรมเบื้องต้น การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

ถ้าใครกังวล กลัวว่ายังเตรียมความรู้ไม่แน่นพอ ก็สามารถอ่าน ข้อสอบใบขับขี่ 2563 สำหรับรถยนต์และมอไซค์ ฉบับอัปเดต! เตรียมความพร้อมได้นะครับ ไปถึงจะได้สอบผ่านฉลุย และที่สำคัญ ต้องทำ “ประกันรถยนต์” จาก Frank.co.th ไว้ดูแลด้วยนะครับ

Get-Driving-License-At-Saturday-Sunday

ข่าวดีที่มีทุกปี! กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับภาคเอกชน เดินหน้า!!! จัดอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชนิดชั่วคราว เฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ในวันเสาร์-อาทิตย์ ประจำปี 2563 รวม 11 รุ่น ฟรี! ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2533 สมัครและอบรมที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร เท่านั้น!

แต่ถ้าใครอยากจะเปลี่ยนรถใหม่ป้ายแดง แทนรถคันเก่าที่หัดขับ สามารถนำรถคันเดิมมาขายได้ที่ CARRO! เราขอแนะนำ CARRO Express พร้อมรับซื้อรถของคุณ! เพียงลงขายได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อนขาย สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Driving-License

โดยใช้ระยะเวลา 2 วัน ดังนี้

  • วันเสาร์ อบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจรทางบก มารยาทในการขับรถ และเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ ก่อนเข้าทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam)
  • วันอาทิตย์ ทดสอบขับรถในสนามสอบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก โดยผู้ผ่านการทดสอบ จะได้รับใบอนุญาตขับรถ มาตรฐานและระเบียบเดียวกับการขอรับใบขับขี่ในวันเวลาราชการ

ที่ผ่านมา ทางขนส่งฯ จัดอบรมแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศแล้ว จำนวนกว่า 50,000 คน

Driving-License

DLT-Get-Driving-License-Saturday-Sunday-2020

สำหรับปี 2563 เฉพาะในกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 11 รุ่น ดังนี้

  • วันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2563
  • วันที่ 21 – 22 มีนาคม 2563
  • วันที่ 25 – 26 เมษายน 2563
  • วันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2563
  • วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2563
  • วันที่ 18 – 19 กรกฎาคม 2563
  • วันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2563
  • วันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2563
  • วันที่ 26 – 27 กันยายน 2563
  • วันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 และ
  • วันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2563

Driving-License

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ยังไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน และยื่นใบสมัครล่วงหน้าด้วยตนเองที่ส่วนใบอนุญาตขับรถ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร

โดยเตรียมหลักฐาน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ฉบับจริง ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน

อ่านเพิ่มเติม : สอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ … ง่ายนิดเดียว

อ่านเพิ่มเติม : เอกสารที่ต้องเตรียมตอนไปต่อใบขับขี่ ปี 2563

Driving-License

ติดตามกำหนดการอบรมเพิ่มเติมได้ที่ กรมการขนส่งทางบก หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-271-8888 ต่อ 4202-3

DLT-Tightened-Inspection-School-Driver

กรมการขนส่งทางบก คุมเข้ม! โรงเรียนสอนขับรถ ต้องสแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตนทั้งผู้เรียนและผู้สอน โดยตอนนี้มีโรงเรียนสอนขับรถ ที่ได้รับการรับรอง จำนวน 275 แห่ง ใน 66 จังหวัดทั่วประเทศ

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ให้เอกชนที่มีความพร้อม เปิดโรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่ได้มาตรฐาน เพื่อดำเนินการอบรม และทดสอบให้กับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ โดยมีมาตรการในการควบคุม กำกับ ดูแล อย่างมีคุณภาพและมาตรฐานและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของโรงเรียนสอนขับรถอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญ ยังนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการควบคุม กำกับ การดำเนินการของโรงเรียนสอนขับรถ โดยกำหนดให้ผู้ฝึกสอนขับรถและผู้เรียนจะต้องมีการสแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตนก่อนทำการเรียนการสอน

DLT-Tightened-Inspection-School-Driver

ซึ่งกรมการขนส่งทางบก สามารถตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลการเรียนการสอน วันเวลาเรียน รายวิชาที่เรียน รายชื่อผู้ฝึกสอนขับรถได้ผ่านทางระบบ e-classroom รวมทั้งกำหนดให้โรงเรียนสอนขับรถจะต้องมีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในห้องทดสอบข้อเขียน เพื่อทำการบันทึกข้อมูลภาพของผู้เรียน ในขณะทำการทดสอบข้อเขียนอีกทางหนึ่งด้วย

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก จำนวนทั้งสิ้น 275 แห่ง ใน 66 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็น รถที่ใช้เพื่อการขนส่งทางบก, รถยนต์ และรถจักรยานยนต์

DLT-Tightened-Inspection-School-Driver

ภาพจาก โรงเรียนสอนขับรถ ID Driver

มีผู้ผ่านการอบรมและทดสอบจากโรงเรียนสอนขับรถ ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ประจำปีงบประมาณ 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562 จำนวนทั้งสิ้น 454,691 ราย แบ่งเป็น หลักสูตรการสอนขับรถที่ใช้เพื่อการขนส่งทางบก จำนวน 6,903 ราย หลักสูตรการสอนขับรถยนต์ จำนวน 277,329 ราย และหลักสูตรการสอนขับรถจักรยานยนต์ จำนวน 170,459 ราย

ส่วนจังหวัดที่ยังไม่มีโรงเรียนสอนขับรถมีจำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ชัยภูมิ นครพนม แม่ฮ่องสอน น่าน อุทัยธานี สมุทรสงคราม ตราด สตูล พัทลุง และปัตตานี

DLT-Tightened-Inspection-School-Driver

ภาพจาก โรงเรียนสอนขับรถ ID Driver

สำหรับผู้สนใจเรียนขับรถกับโรงเรียนสอนขับรถเอกชน ที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง สามารถตรวจดูรายชื่อ หรือศึกษารายละเอียดการจัดตั้งและการดำเนินกิจการโรงเรียนสอนขับรถเอกชนได้ที่ https://www.dlt.go.th/site/ltsb/

แหล่งที่มา :