5-best-selling-kei-car-in-japan

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน!) เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >>> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019

แต่ในส่วนของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ Kei Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อ..

Honda-N-Box-2020

1. Honda N-Box จำนวน 253,500 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 เลยก็ว่าได้ นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยในปี 2019 ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน! โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Tanto-2020

2. Daihatsu Tanto จำนวน 175,292 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

3. Suzuki Spacia จำนวน 166,389 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ Kei Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan-Dayz-2020

4. Nissan Dayz จำนวน 157,349 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

5. Daihatsu Move จำนวน 122,835 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ Kei Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

MR.CARRO หวังว่า 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 กว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ Kei Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 5 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

Daihatsu-Hijet-Cargo

หนึ่งในไฮไลท์ของบูธ Daihatsu ในงาน Tokyo Motor Show 2017 นอกจากที่ไดฮัทสุจะนำรถต้นแบบ และรถ K-Car ที่ใส่ชุดแต่งแบบต่างๆ มาโชว์ให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจกันแล้ว

Daihatsu-Hijet-Cargo

แต่ในอีกมุมเล็กๆ มุมหนึ่งที่คนทั่วไปอาจไม่สนใจกันมากนัก นั่นคือ “Daihatsu Hijet Cargo” (ไดฮัทสุ ไฮเจ็ท คาร์โก้) ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ขวัญใจคนชอบรถตู้เล็ก ก็นำมาเปิดตัวในงานนี้ด้วย

Daihatsu-Hijet-Cargo

Daihatsu-Hijet-Cargo

กันชนหน้าแบ่งออกเป็น 3 สะดวกในการเปลี่ยนเมื่อเสียหายเฉพาะจุด

สำหรับ “Daihatsu Hijet Cargo” (ไดฮัทสุ ไฮเจ็ท คาร์โก้) เจเนอเรชั่นที่ 10 นี้ แม้ว่าจะผลิตขายกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2004 แล้ว ถึงเวลาพลิกโฉมครั้งใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ด้วยหน้าตาที่ดูคล้ายกับหุ่นยนต์ ชุดไฟหน้าพร้อมไฟแบบ LED คู่ไปกันชุดกันชนหน้าที่ออกแบบใหม่เป็น 3 ส่วน เพื่อสะดวกในการเปลี่ยนเวลาชนถูกเฉพาะจุด และไฟตัดหมอกขนาดเล็กติดตั้งด้านล่าง พร้อมชุดไฟท้ายปรับรูปแบบใหม่เล็กน้อย

Daihatsu-Hijet-Cargo

Daihatsu-Hijet-Cargo

ภายใน ดีไซน์ใหม่ ส่วนด้านหลังเบาะนั่งขนาดเล็ก เน้นการใข้งานเป็นหลัก

ห้องโดยสารภายใน ปรับปรุงแผงคอนโซลหน้าให้ดูเหลี่ยมขึ้น ปรับปรุงจุดเก็บของต่างๆ ให้ดูอเนกประสงค์และสะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ส่วนด้านหลังไม่เน้นการตกแต่ง เน้นการใช้งานเป็นหลัก

Daihatsu-Hijet-Cargo

กล้องคู่หน้าแบบ 3 มิติ หรือ Stereo Camera

ในส่วนของระบบความปลอดภัย ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่ ไดฮัทสุ ได้เพิ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Smart Assist III เข้ามาใน Hijet Cargo ประกอบไปด้วย ระบบ Autonomous Emergency Braking หยุดรถอัตโนมัติในกรณีที่อาจเกิดการชน ทำงานร่วมกับระบบ Pedestrian Detection ตรวจจับคนเดินถนนโดยอาศัยกล้องหน้าแบบ 3 มิติหรือ Stereo Camera เข้ามาช่วย, ระบบ Lane Departure Warning เตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ, ระบบ False Start Suppression Control ป้องกันการเข้าเกียร์เดินหน้า-ถอยหลัง ผิด ขณะออกตัว, ระบบ Automatic High Beam ลดไฟสูงอัตโนมัติ และระบบ Vehicle Start Warning ส่งสัญญาณเตือนผู้ขับเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหลังจากได้รับสัญญาณไฟเขียวโดยเพิ่มความสามารถในการหลีกเลี่ยงการชนคนเดินเท้า เป็นต้น

ในส่วนของเครื่องยนต์ … คาดว่ายังคงใช้เครื่องยนต์ตัวเดิมขนาด 660 ซีซี รหัส KF แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 53 แรงม้า (PS) ที่ 7,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 6.1 กก.-ม. (60 นิวตันเมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันมากๆ ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) สูงสุด 17.2 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ในส่วนของรุ่น Cruise เครื่องยนต์เป็นแบบ 660 ซีซี รหัส KF แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 9.3 กก.-ม. (91 นิวตันเมตร) ที่ 2,800 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 17.2 กม./ลิตร ในรุ่น 2WD และ 16.6 กม./ลิตร ในรุ่น 4WD ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

Daihatsu-Hijet-Cargo

มีให้เลือกใน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ “Special” “Deluxe” และ “Cruise”

Daihatsu-Hijet-Cargo

โดย ไดฮัทสุ เตรียมเปิดตัวจำหน่ายเจ้า Hijet Cargo กันอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ที่ญี่ปุ่น ส่วนในไทย โอกาสที่จะนำเข้ามาขายนั้น คงบอกได้แต่เพียงว่า ถ้านำเข้ามาก็คงไม่มีใครซื้อ เพราะรวมภาษีแล้ว คงเกือบถึงหนึ่งล้านบาท …

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://car.watch.impress.co.jp/

10-Japanese-Name-Cars-Long-Time

ในตลาดมีรถยนต์อยู่มากมายหลายรุ่น บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ต่างก็ระดมสมองกันคิดชื่อรุ่นรถใหม่ๆ ที่กำลังจะลงขายสู่ตลาดนั้นๆ โดยมากแล้ว มีความหมายมาจากภาษาลาตินบ้าง ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสบ้าง หรือภาษาญี่ปุ่น (แต่ออกเสียงเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษ) หรือเป็นการนำคำย่อของคำหลายๆ คำ มารวมกันก็มี

Toyota-LandCruiser-Head

บางรุ่น อาจใช้ชื่อเดียวกันทั่วโลก แต่บางรุ่น ก็เป็นชื่อใช้เฉพาะแค่ในประเทศนั้น หรือในย่านภูมิภาคนั้นเท่านั้น แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนโฉมตัวรถมาหลายครั้ง ในรอบหลายสิบปี โดยที่ชื่อรุ่นเดิม ก็ยังคงขายได้อยู่ …

ในวาระปี 2020 นี้ MR.CARRO ขอนำเสนอ 10 ชื่อรุ่นของรถญี่ปุ่น ที่ผลิตขายกันมานานแสนนานครับ

Toyota-Land-Cruiser-200

1. Toyota Land Cruiser : 1951 – ปัจจุบัน

Toyota Land Cruiser (โตโยต้า แลนด์ ครุยเซอร์) ถือเป็นชื่อรุ่นรถของ Toyota ที่มีอายุยาวนานที่สุดในตลาดและในบรรดารถญี่ปุ่นทั้งหมด โดนชื่อรุ่นนั้นมีความหมายตรงตัวจากภาษาอังกฤษ นั่นคือ “รถลาดตระเวนภาคพื้น” หรือ “นักเดินทางภาคพื้นดิน” เป็นรถที่ถือกำเนิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด เพื่อใช้ในกิจการทหาร และใช้ในหน่วยงานรัฐต่างๆ เพื่อฟื้นฟูประเทศจากภายหลังสงคราม ก่อนจะผลิตขายแบบเชิงพาณิชย์

จากความคิดรถยนต์เพื่อการทหารใช้ ในปี 1950 ก้าวสู่รถของจริงในปี 1951 มีชื่อว่า “Toyota BJ” จนมาใช้ชื่อ “Land Cruiser” เมื่อปี 1954 ตามความเห็นของ Hanji Umehara และถูกส่งเข้าไปขายในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในปี 1957 และถือเป็นชื่อรุ่นรถยนต์ที่ใช้ในการทำตลาดต่อเนื่องนานที่สุดของ Toyota และสร้างชื่อเสียงให้กับโตโยต้ามานาน โดยอยู่ในตลาดมานานถึง 69 ปี

Toyota-ToyoAce

2. Toyota ToyoAce : 1954 – ปัจจุบัน

Toyota ToyoAce (โตโยต้า โตโยเอช) ถือเป็นรถบรรทุกรุ่นเก่าแก่ที่สุดของโตโยต้า และเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของรถ Toyota ทุกรุ่น รวมถึงเป็นรถบรรทุกรุ่นแรก ที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด (โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในปัจจุบัน) นำเข้ามาขายในไทย

ToyoAce ออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน 1954 ในชื่อ “Toyopet Light Truck SKB” โดยคำว่า “ToyoAce” มาจากการประกวดในปี 1956 และเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น “ToyoAce” (ความหมายประมาณว่า “รถบรรทุกคันเก่ง ของโตโยต้า”) ในเดือนกรกฎาคม 1956 ผลิตออกจำหน่ายมาแล้วมากถึง 8 เจเนอเรชั่น

โดยในปัจจุบัน มีให้เลือกทั้งแบบ 4 ล้อ และ 6 ล้อ (1 ตัน และ 2 ตัน) และรุ่นแวน, รุ่น 2 ประตู, รุ่น 4 ประตู, รุ่น Hybrid รวมถึงเป็นคู่แฝดกับ Daihatsu Delta (เลิกผลิตไปแล้ว) และ Hino Dutro อีกด้วย ใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 66 ปี

Toyota-Crown

3. Toyota Crown : 1955 – ปัจจุบัน

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) ชื่อรุ่นมาจากภาษาอังกฤษที่แปลว่า “มงกุฏ” ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นรถยนต์ขนาดกลาง ในรุ่นแรกเปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 1955 และถูกส่งเข้าไปขายในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในปี 1957 พอตั้งแต่รุ่นที่ 2 มา จึงขยับตัวขึ้นมาเป็นรถขนาดใหญ่ และแตกไลน์ออกมาอีกหลายรุ่นย่อย อาทิ Crown Comfort, Crown Royal Series, Crown Hybrid, Crown Athlete หรือ Crown Majesta เป็นต้น

แต่ต่อมา Crown ก็ปรับภาพลักษณ์ตัวเอง ฉีกความอนุรักษ์นิยมทิ้งหมด นับตั้งแต่เจนเนอเรชั่นที่ 15 ในรูปแบบรถสปอร์ตหรู บนโครงสร้าง Toyota New Global Architecture (TNGA) ในตอนนี้

ซึ่งในอดีต Toyota Crown ในไทยก็มีทั้งประกอบขายและนำเข้ามาจำหน่าย แม้ว่าในปัจจุบัน จะไม่ได้นำเข้ามาขายแล้ว (โดยมีรถยนต์ในแบรนด์ Lexus ส่งออกไปทั่วโลกทำตลาดแทน) Toyota Crown จึงมีขายแค่ในญี่ปุ่น กับแถบเอเชียบางประเทศเท่านั้น โดยใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 65 ปี

Nissan-Skyline

4. Nissan Skyline : 1957 – ปัจจุบัน

Nissan Skyline (นิสสัน สกายไลน์) เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับ “เส้นขอบฟ้า” อันโด่งดังจากค่ายนิสสัน เดิมนั้นคือ “Prince Skyline” ถือกำเนิดโดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อ “Prince” (ภายหลังในปี 1966 ถูกควบรวมกิจการกับ นิสสัน มอเตอร์) เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่

ช่วงหนึ่ง (ตั้งแต่รุ่น S50 มาถึงจนถึง R34) เริ่มใส่เครื่องยนต์พลังแรงจนเป็นที่ชื่นชอบหรือเหล่านักซิ่งมากๆ และรุ่นแรงพิเศษในรหัส “GT-R” ก่อนจะปรับรูปแบบไปเป็นรถหรูขนาดกลาง พร้อมพ่วงแบรนด์ “Infiniti” (อินฟินิตี้) เพื่อขายในต่างประเทศ ตั้งแต่โฉมรหัส V35 เป็นต้นมา โดยนิสสัน ใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 63 ปี

Toyota-Dyna

5. Toyota Dyna : 1959 – ปัจจุบัน

Toyota Dyna (โตโยต้า ไดน่า) ถือเป็นรถบรรทุกรุ่นเก่าแก่ที่สุดของโตโยต้า รองลงมาจาก ToyoAce เริ่มแรกใช้ชื่อ “Toyopet Route Truck” มาตั้งแต่ปี 1956 ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Dyna ในปี 1959 ซึ่งคำว่า “Dyna” เป็นคำย่อจากคำเต็ม “Dynamic” ที่แปลว่า พลวัต, เคลื่อนที่ หรือ มีพลัง ผลิตออกจำหน่ายมาแล้วมากถึง 8 เจเนอเรชั่น มีรูปแบบตัวรถที่เหมือนกันกับ ToyoAce เพียงแต่ใช้ชื่อให้แตกต่าง หรือจำหน่ายกันคนละเครือข่ายจำหน่าย

โดยในปัจจุบัน มีให้เลือกทั้งแบบ 4 ล้อ และ 6 ล้อ (1 ตัน และ 2 ตัน) และรุ่นแวน, รุ่น 2 ประตู, รุ่น 4 ประตู, รุ่น Hybrid รวมถึงเป็นคู่แฝดกับ Daihatsu Delta (เลิกผลิตไปแล้ว) และ Hino Dutro อีกด้วย ใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 61 ปี

Daihatsu-Hijet

6. Daihatsu Hijet : 1960 – ปัจจุบัน

Daihatsu Hijet (ไดฮัทสุ ไฮเจ็ท) รถบรรทุกขนาดเล็กแบบ K-Car ที่เก่าแก่ที่สุดในตลาดญี่ปุ่น ผลงานจาก ไดฮัทสุ สำหรับการตั้งชื่อ “Hijet” นั้น ใช้หลักการตั้งชื่อรถแบบเดียวกับของโตโยต้า ที่มี “-Jet” ต่อท้ายนั่นเอง ผลิตขายออกมากันจนถึง 10 เจเนอเรชั่น (ซึ่งแตกไลน์ออกไปเป็น Hijet Truck สำหรับรุ่นกระบะขนของ และ Hijet Cargo สำหรับรุ่นรถตู้ขนของ) ในบ้านเรามีพบเห็นได้มากมาย ไม่ว่าจะทั้งรถกระป๊อที่รับ-ส่ง คน ตามซอยหรือถนนต่างๆ รวมไปถึงรถจดประกอบ ที่นำเข้ามาภายหลัง

ซึ่งเป็นรถอีกรุ่นหนึ่งของ Daihatsu ที่ประสบความสำเร็จและรู้จักไปทั่วโลก โดยในญี่ปุ่นนั้นใช้เครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี ตามกฎของรถ K-Car แต่ถ้าหากเป็นรุ่นที่ส่งออกไปต่างประเทศ ในอดีตมักใช้เครื่องยนต์ขนาด 850 ซีซี หรือ 1,000 ซีซี ตามลำดับ ไดฮัทสุ ใช้ชื่อรุ่นนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 60 ปี

Suzuki-Carry-JDM

7. Suzuki Carry : 1961 – ปัจจุบัน

Suzuki Carry (ซูซูกิ แคร์รี่) รถบรรทุกขนาดเล็กแบบ K-Car ที่เก่าแก่เป็นอันดับที่ 2 ในตลาดญี่ปุ่น ผลิตขายออกมากันจนถึง 11 เจเนอเรชั่น ตั้งแต่ในชื่อ “Suzulight” ในบ้านเรามีพบเห็นได้มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะทั้งรถกระป๊อที่รับ-ส่ง คน ตามซอยหรือถนนต่างๆ รวมไปถึงรถจดประกอบ ที่นำเข้ามาภายหลัง ซึ่งต่างไปจาก Suzuki Carry ที่ผลิตขายในบ้านเรามาหลายปีแล้ว ที่เป็นรถขนาดใหญ่กว่า (เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร) แต่ชื่อเดียวกัน และตอนนี้กำลังรุกตลาดรถฟู้ดทรัคอยู่ในขณะนี้

ซูซูกิ แครรี่ ปัจจุบันมีเพียงเวอร์ชั่นกระบะบรรทุกอย่างเดียว ในส่วนของรุ่นแวนขนของ ได้แยกออกไปชื่อรุ่นว่า Every แทน โดยซูซูกิ ใช้ชื่อรุ่นนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 59 ปี

Mazda-Familia-Van

8. Mazda Familia : 1963 – ปัจจุบัน

Mazda Familia (มาสด้า แฟมิเลีย) รถเก๋งรุ่นแรกของมาสด้า เปิดตัวรุ่นแรกเมื่อเดือน ตุลาคม 1963 ชื่อรุ่นมาจากคำว่า “Family” (หรือ “Familia” ในภาษาสเปน) แปลว่า “ครอบครัว” (ในส่วนของเวอร์ชั่นส่งออก เริ่มใช้ชื่อว่า “Mazda 323” ตั้งแต่ในรุ่นที่ 3) สมัยก่อน บริษัท กมลสุโกศล จำกัด (ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประเทศไทย ในอดีต) มีทั้งนำเข้าและประกอบรถรถรุ่นนี้ขาย ที่โด่งดังสุดเห็นทีจะหนีไม่พ้น “มาสด้า แฟมิเลีย กระบะ” ที่ขายกันมาอย่างยาวนานถึง 20 กว่าปีได้

ผลิตขายมาแล้วถึง 8 เจเนอเรชั่น จนในที่สุด มาสด้า ก็เปลี่ยนชื่อรุ่นจาก Mazda Familia ไปเป็น Mazda Axela (หรือ Mazda3 ในเวอร์ชั่นตลาดโลก) ในปี 2004

แต่ทว่า … รถรุ่นนี้ มาสด้ายังมีใช้ชื่อ “Familia” ขายอยู่ครับ (หลายท่านอย่าเพิ่งคิดว่า ชื่อรุ่นนี้ มาสด้าไม่มีผลิตขายแล้ว) โดยเหลือแค่เพียง “Familia Van” เวอร์ชั่นรถแวนสำหรับใช้เชิงพาณิชย์ จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น (โดยตัวรถนั้น แชร์ร่วมกันระหว่าง Toyota Succeed/Probox) โดยชื่อนี้ใช้ในตลาดมานานถึง 57 ปี

Mazda-Bongo-Van

9. Mazda Bongo : 1966 – ปัจจุบัน

Mazda Bongo (มาสด้า บองโก้) ถือเป็นรถตู้ของมาสด้า ที่ใชชื่อนี้ในตลาดมายาวนานที่สุด นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือน พฤษภาคม 1966 รวมถึงสมัยที่บริษัท กมลสุโกศล จำกัด (ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประเทศไทย ในอดีต) เคยสั่งรถตู้รุ่นนี้เข้ามาขายด้วย

ผลิตขายมาแล้วถึง 4 เจเนอเรชั่น โดยที่แต่ละเจเนอเรชั่นนั้น ก็มีอายุในตลาดยาวนานไม่ใช่ย่อย โดย Bongo ปัจจุบันเป็นชื่อที่ใช้แค่ในญี่ปุ่น และขายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น (รุ่นส่งออกในอดีต ใช้ชื่อว่า “E-Series”) โดยชื่อนี้ใช้มานานถึง 54 ปี

Toyota-Corolla-Altis-Hybrid

10. Toyota Corolla : 1966 – ปัจจุบัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) รุ่นที่ขายดีที่สุดของโตโยต้า นับตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในเดือนตุลาคม 1966 คำว่า “Corolla” แปลว่า กลีบดอกไม้ เป็นรถโตโยต้ารุ่นที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านการขายและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

ในบ้านเรานำเข้ามาขายกันตั้งแต่รุ่นแรก และภายหลังจึงประกอบขายในประเทศจวบจนปัจจุบัน ในชื่อ Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) ที่ปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะแท็กซี่ และความทนทาน อึด ซ่อมง่าย ราคาขายต่อดีกว่ารถรุ่นอื่น ใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 54 ปี

2 อันนี้แถมให้ …

Toyota-Hiace

11. Toyota Hiace : 1967 – ปัจจุบัน

Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) รถตู้ที่ได้ชื่อว่า ขายดีที่สุดของโตโยต้า ในยุคแรกๆ ที่ออกมา ใช้ชื่อว่า “Hi-Ace” (สังเกตนะครับว่า สมัยก่อนยังมีขีดตรงกลางอยู่) เปิดตัวกันครั้งแรกในเดือนตุลาคม 1967 ผลิตและจำหน่ายส่งออกไปทั่วโลก พร้อมขายลิขสิทธิ์ในบริษัทรถในประเทศจีนไปผลิตด้วย และแตกไลน์ออกไปเป็นอีกหลายรุ่น ตั้งแต่ในอดีต (อาทิเช่น Commuter, Vertury หรือ RegiusAce เป็นต้น)

มีให้เลือกทั้งแบบรถตู้ทึบขนของ รถตู้นั่ง รถตู้นั่งแบบหรู หรือรถเพื่อการใช้งานเฉพาะ เช่น รถพยาบาล รถตำรวจ เป็นต้น (อ่อ ยุคแรกมีแบบกระบะบรรทุกด้วยครับ) ผลิตขายมาแล้วถึง 5 เจเนอเรชั่น โดยที่แต่ละเจเนอเรชั่นนั้น ก็มีอายุในตลาดยาวนานไม่ใช่ย่อย โดยชื่อนี้ใช้มานานถึง 53 ปี

Toyota-Century

12. Toyota Century : 1967 – ปัจจุบัน

Toyota Century (โตโยต้า เซ็นจูรี่) ถือเป็นรถเรือธงของโตโยต้า นับตั้งแต่ปี 1967 – ปัจจุบัน ที่สุดของความหรูหราในแบบฉบับญี่ปุ่น และถือเป็นสัญลักษณ์ของรถสุดหรูของญี่ปุ่นอีกหนึ่งรุ่น ชื่อรุ่นมาจากภาษาอังกฤษ ที่แปลว่า “ศตวรรษ” (100 ปี ของ Sakichi Toyoda ผู้ก่อตั้งบริษัท Toyota) และประกอบรถรุ่นนี้ด้วยมือ

ออกจำหน่ายครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 1967 ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมกับปรับโฉมเล็กน้อยอีกหลายครั้ง และเปลี่ยนเครื่องยนต์ V8 เป็นขนาด 3.4 ลิตร และ 4.0 ลิตร กระทั่งในเดือนเมษายน 1997 จึงออกเจเนอเรชั่นที่ 2 มา อัดเทคโนโลยีอันทันสมัยอย่างเต็มที่ พร้อมใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.0 ลิตร และคงหน้าตาโบราณไว้เช่นเดิม

และในปัจจุบัน เจเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีความหรูหราใหญ่โตมากกว่าเดิม พร้อมใช้เครื่องยนต์ V8 แบบ Hybrid ขนาด 5.0 ลิตร 381 แรงม้า โดยชื่อนี้ใช้มานานถึง 53 ปี

และถ้าหากคุณคิดอยากจะขายรถด่วนๆ อย่าลืมเอารถมาขายกับ CARRO สิ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(สงวนลิขสิทธิ์)