All-New-Mazda-CX-30-2020

Mazda เปิดเกมส์รุกตลาดรถ Crossover SUV ด้วยสมาชิกใหม่ตระกูล CX ซีรี่ส์ ด้วยการเปิดตัว All-New Mazda CX-30 กับแนวคิด “Life’s Always On เติมชีวิตให้เต็มความหมาย” สง่างามด้วยดีไซน์จาก โคโดะ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC PLUS

เหนือระดับด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ตอบสนองดีที่สุดในคลาสด้วยกำลังสูงสุด 165 แรงม้า อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งล้านบาท พร้อมรับประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี และขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม.** อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ SKY BOOKING

All-New-Mazda-CX-30-2020

สำหรับตลาดรถอเนกประสงค์ของไทย เป็นตลาดใหญ่รองจากตลาดปิกอัพและรถเก๋งเล็ก โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา เซ็กเมนต์นี้มียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้นกว่า 146,560 คัน (รวม PPV) หากแยกเฉพาะ SUV มียอดขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 86,000 คัน ส่วน Mazda มียอดขายรวม 5,736 คัน ซึ่งในปี 2563 นี้ มาสด้าคาดการณ์ว่าตลาดในเซ็กเมนต์นี้จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.5 แสนคัน (รวม PPV) และที่สำคัญมาสด้าตั้งเป้าไว้สูงถึง 18,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 200% เลยทีเดียว

โดยตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2562 ที่ผ่านมา มียอดขายสะสมสูงถึง 1,007,000 คัน เมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2561 ตัวเลขยอดรวมอยู่ที่ 1,041,000 คัน ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเพียง 3% ในขณะที่มาสด้ามียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้น 58,129 คัน มาสด้าคาดการณ์ว่าตลาดรวมในปี 2563 จะลดลงประมาณ 5-10% มาอยู่ที่ประมาณ 920,000 – 940,000 คัน ในขณะที่มาสด้าตั้งเป้ายอดในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 60,000 คัน

แม้ว่าจะยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามากระตุ้นตลาด แต่มาสด้าเชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยยอดขายรวมสะสมปี 2563 ที่ผ่านมา 2 เดือน (มกราคมและกุมภาพันธ์) ตัวเลขรวมของอุตสาหกรรมอยู่ที่ (ประมาณการ) 140,000 คัน และเป็นยอดขายรถยนต์มาสด้าอยู่ที่ประมาณ 7,000 คัน

หนึ่งในกลยุทธ์ของมาสด้าในปี 2563 คือ การผลักดันแบรนด์สู่การเป็นผู้นำรถ Crossover SUV ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่นี้จะเข้ามาเติมเต็มตระกูล CX Series ของมาสด้า ซึ่งอักษร CX แทนความเป็น Sports Crossover ให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

All-New-Mazda-CX-30-2020

ด้วยขนาดของ All-New Mazda CX-30 ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 ส่งผลให้รถรุ่นนี้มีความคล่องตัวสูง มีทัศนวิสัยที่ดีตามแบบฉบับรถ Crossover ตอบสนองที่ดีเยี่ยมด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร ที่แรงและประหยัดน้ำมัน รองรับน้ำมันได้สูงสุดถึง E85 ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร*

All-New Mazda CX-30 ถือเป็นรถ Crossocer SUV เจเนอเรชั่นใหม่รุ่นแรกของมาสด้า ที่งดงามและโดดเด่น ด้วยแนวคิดการออกแบบของ KODO:Soul of Motion ยังคงเน้นความเรียบหรูด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่โฉบเฉี่ยวและทรงพลัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Less is More ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกสู่ห้องโดยสาร

All-New-Mazda-CX-30-2020

มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ที่พัฒนาจากท่วงท่าของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและมีสมดุล มอบความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมไปถึงผู้ใช้ถนน อีกทั้งยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ ลดการแก้พวงมาลัยน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดความอ่อนล้าจากการขับขี่ ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการโคลงตัวที่ลดลง

All-New-Mazda-CX-30-2020

มาสด้ายังคงถ่ายทอดจุดเด่นด้านความหรูหราภายในห้องโดยสาร ด้วยการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ภายในห้องโดยสารถูกพัฒนาตามหลักปรัชญา HUMAN CENTRIC PHILOSOPHY ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่ออกแบบให้โอบกระชับรองรับกับสรีระ ช่วยให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง แนวกระดูกสันหลังคงรูปตัว S เหมือนขณะกำลังเดิน

พวงมาลัยและคันเร่งได้รับการจัดวางอย่างลงตัว มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ รวมถึงฟังก์ชั่นและการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ

All-New-Mazda-CX-30-2020

มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วยเบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้าช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน

การเชื่อมต่อการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน สร้างอารมณ์สุนทรีย์ด้วยระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

All-New-Mazda-CX-30-2020

สะดวกสบายตลอดเส้นทางภายในห้องโดยสารที่เงียบโปร่งสบาย พร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยเบาะหลังแบบพับได้ 60:40 แยกอิสระจากกัน และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

All-New-Mazda-CX-30-2020

All-New Mazda CX-30 มอบความปลอดภัยระดับสูงสุดด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยเน้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุมากถึง 12 ระบบ

  • ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 ̊ View Monitor)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support)
  • ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
  • ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Rear Crossing)
  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-keep Assist System)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)

อีกทั้งยังปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

All-New-Mazda-CX-30-2020

All-New Mazda CX-30 มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบด้วย

  • สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
  • สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
  • สีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray)
  • สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)
  • สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)
  • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
  • สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue)

ราคาของ Mazda CX-30 ใหม่

  • รุ่น 2.0 C ราคา 989,000 บาท
  • รุ่น 2.0 S ราคา 1,099,000 บาท
  • รุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ All-New Mazda CX-30 สามารถจองในระบบออนไลน์ผ่าน https://skybooking.mazda.co.th/ ได้แล้ววันนี้

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อ Mazda CX-30 คันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Toyota-C-HR-Price

Toyota C-HR ใหม่ ราคา 979,000 – 1,159,000 บาท ยอดจองกว่า 3 พันคันแล้ว!

Toyota-C-HR

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยราคาจำหน่ายของซับคอมแพคเอสยูวีรุ่นใหม่ Toyota C-HR (Coupe High Rider) โดยมีผลเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม ศกนี้

นับตั้งแต่ Toyota C-HR ได้แนะนำสู่สาธารณชนในช่วงงาน Motor Expo 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด และเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และ ไฮบริด

Toyota-C-HR

Toyota C-HR ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจนทำให้มียอดลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้ากว่า 3,000 คัน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,000 คัน* บัดนี้โตโยต้า พร้อมประกาศราคาจำหน่ายรถรุ่นดังกล่าว โดยมั่นใจว่าราคาที่นำเสนอนั้นเป็นราคาที่คุ้มค่า และทุกท่านสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ นอกจากนั้นเรายังพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า ดังนี้

– Custom Name Plate สำหรับลูกค้าที่ทำการจองรถตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561
– ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม.
– พิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

Toyota-C-HR

โดย Toyota C-HR มีเป้าหมายการขายในปี 2561 อยู่ที่ 2,000 คัน/เดือน สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน จองสิทธิ์ล่วงหน้าตั้งแต่งาน Motor Expo 2017 ทางบริษัทฯ จะเริ่มส่งมอบรถให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป”
*(ข้อมูลยอดลงทะเบียนจองสิทธิ์เป็นเจ้าของล่วงหน้า Toyota C-HR ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 – วันที่ 12 มกราคม 2561)

Toyota-C-HR

Toyota C-HR มาพร้อมแนวคิด “Live Alive…ออกไปใช้ชีวิต” ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของเพชร อีกทั้งการออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำ สะท้อนถึงรูปแบบพื้นผิวของอัญมณีที่มีความประณีตในการเจียระไน นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วย 4 เทคโนโลยีใหม่ อันได้แก่

– New Generation of Hybrid ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ทนทานและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น โดยประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม./ลิตร ด้วยการย้ายตำแหน่งของแบตเตอรี่ ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น

– โครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) ถูกพัฒนาขึ้นโดยการออกแบบโครงสร้างตัวถังใหม่ให้แข็งแกร่ง (Body rigidity) และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง (Low center of gravity) ลดการโคลงตัวของตัวถัง เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ โดดเด่นเรื่องประสิทธิภาพการเกาะถนน (Stablility) คล่องตัวในทุกจังหวะการขับขี่ (Agility) รวมถึงการออกแบบห้องโดยสาร เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ให้กว้างขึ้นโดยลดจุดอับสายตา (Visibility) นอกจากนี้ Toyota C-HR มาพร้อมกับช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) ที่นอกจากเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนแล้วยังเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่อีกด้วย

Toyota-C-HR

– Toyota Safety Sense ระบบความปลอดภัยใหม่ของรถโตโยต้ามาตรฐานระดับโลกรวมเอาระบบความปลอดภัยขั้นสูงไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)

Toyota T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถยนต์ ผ่าน Smart phone และ Apple watch พร้อมทั้งเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง T-Connect Telematics บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์และช่วยค้นหาพิกัดในกรณีที่รถถูกโจรกรรม สัญญาณ Wi-Fi ในรถยนต์ และการลดเบี้ยประกันด้วยโปรแกรม Pay As You Drive insurance เป็นต้น

Toyota-C-HR-Price

เลือกเป็นเจ้าของ Toyota C-HR 4 รุ่น 6 สี สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด
(Premium Red/Black Roof, Blue Metallic/Black Roof, Radiant Green Metallic/Black Roof, White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica)
และ 3 สี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน
(White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica)

รุ่น 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท**
รุ่น 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท**
รุ่น HV Mid ราคา 1,069,000 บาท**
รุ่น HV Hi ราคา 1,159,000 บาท**

Toyota-C-HR

(สำหรับสีพิเศษได้แก่ Premium Red, Blue Metallic และ Radiant Green Metallic พร้อมหลังคาสีดำเพิ่ม 10,000 บาท สี White Pearl Crystal เพิ่ม 10,000 บาท)
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

Live-Alive-VibeSpace

พร้อมเปิดประสบการณ์ไปกับโตโยต้า “Live Alive Vibe Space”
พบกับยนตรกรรมใหม่ Toyota C-HR และ 4 เทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้ชีวิตของคุณไปได้ไกลกว่า ซึ่งจะยกขบวนไปพบกับลูกค้าโตโยต้าทั่วประเทศ

4-8 มกราคม 2561 เซ็นทรัลลาดพร้าว
19-23 มกราคม 2561 เซ็นทรัล โคราช
7-11 กุมภาพันธ์ 2561 เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่
15-19 กุมภาพันธ์ 2561 เซ็นทรัล ภูเก็ต
23-27 กุมภาพันธ์ 2561 เซ็นทรัล ชลบุรี
7-11 มีนาคม 2561 เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมศึกษาได้ที่ http://www.toyota.co.th/model/c-hr/specification

Toyota-C-HR

สำหรับผู้ที่สนใจมองหาและซื้อ Toyota C-HR ใหม่ แต่ยังไม่รู้ว่า จะขายรถคันเดิมที่ไหนดี ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ซื้อ ขาย รีไฟแนนซ์ รถยนต์อย่างมืออาชีพกับ Carro Thailand” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ใน Fanpage “Carro Thailand” ครับผม

Toyota-C-HR-LED-Edition

Toyota C-HR รุ่นพิเศษ สำหรับคนชอบ LED

Toyota-C-HR-LED-Edition

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) รถ Crossover SUV แบบ Sub-Compact ที่มีข่าวว่าจะมาขายในประเทศไทยในปี 2560 แต่ก็ยังไม่มาซะทีซะที ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่ามาแน่ๆ ล่ะ … แต่ก็ต้องรอดูในช่วงต้นปีหน้านี้ ที่ทางโตโยต้า ประเทศไทย จะเริ่มตัดสินขายรถรุ่นนี้

โดยในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ได้เปิดตัวไปกันตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ก่อนจะทยอยเปิดตัวไปตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ต้นปี 2560 … และที่ผ่านมาในญี่ปุ่นเอง ก็เพิ่งออกรุ่นพิเศษ สี Two-Tone เอาใจสาวก C-HR ที่อยากได้รุ่นนี้แบบสีทูโทนไปกันเมื่อเร็วๆ นี้

Toyota-C-HR-LED-Edition

ชื่อรุ่นของ Toyota C-HR นั้นย่อมาจากคำว่า Compact High Rider, Cross Hatch Runabout หรือ Coupé High–Rider ที่ออกแบบตัวถังลงบนแพลตฟอร์มใหม่ของ Toyota TAGA (Toyota New Global Architecture) ในรูปแบบ 4 ประตู แต่ดูคล้ายรถสปอร์ตคูเป้ มีที่เปิดประตูด้านหลัง ถูกซ่อนไว้บริเวณเสา C

Toyota-C-HR-LED-Edition

Toyota-C-HR-LED-Edition

สำหรับ Toyota C-HR LED Edition ภายนอกยังคงเดิม เพิ่มเติมด้วยไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED พร้อมระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ อัตโนมัติ พ่วงด้วยไฟหน้าแบบ LED Daytime Running Light กับไฟเลี้ยวบริเวณกระจกมองข้างแบบ LED ชุดไฟ LED Clearance และไฟท้ายแบบ LED รวมถึงที่จับประตูแบบโครเมี่ยม และล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว คู่กับยาง 215/60R17

Toyota-C-HR-LED-Edition

ภายในไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะออพชั่นต่างๆ ก็มีมาให้อย่างเพียงพอแล้ว อาทิ เครื่องเสียงหน้าจอ Touch Screen ขนาด 8 นิ้ว พร้อมลำโพง 9 ตัว กำลังขับ 576 วัตต์ ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน และเบาะนั่งหลังพับได้แบบ 60:40

Toyota-C-HR-LED-Edition

Toyota C-HR มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 8NR-FTS แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว D-4T Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า (PS) ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 18.9 กก.-ม. (185 นิวตันเมตร) ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) ได้มากถึง 15.4 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

และเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 8NR-FTS แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า (PS) ที่ 5,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 14.5 กก.-ม. (142 นิวตัน-เมตร) ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้แรงม้าสูงสุด 72 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 16.6 กก.-ม. (163 นิวตัน-เมตร) ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) ได้มากถึง 30.2 กม./ลิตร และส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Toyota-C-HR-LED-Edition

Toyota C-HR LED Edition มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น S, G, S-T และ G-T ในราคา 2,540,400 – 2,929,200 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 739,000 – 852,000 บาท