8-Cars-From-Waste-Concept-Car-Project

ขึ้นชื่อว่าเป็น “จินตนาการ” ของมนุษย์แล้ว ล้วนไร้ขีดจำกัด ไร้ขอบเขต การสรรค์สร้างงานของมนุษย์ ในวงการที่เป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ ของการ “ออกแบบรถ” ถ้าหากเราจะตั้งใจผลิตรถออกมาจำหน่ายสักรุ่นแล้ว ก็จะต้องผ่านการออกแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เริ่มตั้งแต่บนกระดาษ ไปจนถึงหุ่นดินเหนียว (Clay Model) จนรถเสมือนจริงในอัตราส่วนเท่าของจริง หรือใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในการ “สร้าง” ชิ้นส่วนต้นแบบที่ผลิตจากผงหรือเรซินเหลว โดยการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ร่วมกับข้อมูลทางคณิตศาสตร์และเลเซอร์ดิจิทัล

แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า กลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นที่เราจะขายนั้น ชอบในสิ่งที่เรานำเสนอหรือเปล่า ด้วยความคิดนี้ “รถต้นแบบ” จึงเกิดขึ้นมา เพื่อที่จะเป็นการฟังเสียงของลูกค้า และเสียงของผู้บริหารบริษัทรถยนต์ไปในตัว

รถบางรุ่น มีเสียงตอบรับดีจากมวลชน แต่ก็ต้องเอาไปปรับปรุงให้ถูกใจ แต่รถบางรุ่น ดีไซน์ออกมาแล้ว ดันไม่ถูกใจผู้บริหารในบริษัทตัวเองซะงั้น ก็เลยต้องเก็บไอเดียเอาไว้ หรือไม่ก็ … ค่ายคู่แข่งมาเห็นแล้วกลับถูกใจ ผลิตออกมาขายเองซะเลย!

MR.CARRO จะมาเสนอ 8 รถต้นแบบที่เจ้าของแบรนด์ไม่สน กลายเป็นรถรุ่นปัง! ในแบรนด์คู่แข่งครับ

Audi-Quartz-Alfa-Romeo-GTV

1. Audi Quartz (1981) มาเป็น Alfa Romeo GTV (1994)

Audi Quartz เป็นรถต้นแบบที่ทำขึ้นมาโดยสำนัก Pininfarina ด้วยฝีมือของ Enrico Fumia เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้กับนิตยสารรถ Automobil Revue ในวาระครบรอบ 75 ปี ด้วยตัวถังรถแบบคาร์บอนไฟเบอร์ และใช้ไฟหน้าแบบ Projector เป็นคันแรกของโลก ตัวรถมีขนาดที่สั้นกว่า Audi Quattro ประมาณ 30 เซนติเมตร และน้ำหนักเบากว่า 90 กิโลกรัม

แต่ภายหลัง Enrico Fumia ก็เอาไอเดียของตัวเองตอนยังอยู่กับสำนัก Pininfarina นั่นล่ะ ไปออกแบบรถร่วมกับทาง Alfa Romeo จึงได้ออกมาเป็นรถรุ่น Spider ในปี 1993 และ GTV ในปี 1994 ซึ่งก็สังเกตได้ว่าเส้นสายรูปทรงนั้นดูคล้ายกันมาก

Bertone-Pirana-Lamborghini-Espada

2. Bertone Pirana (1967) มาเป็น Lamborghini Espada (1968)

นักออกแบบรถ Marcello Gandini ออกแบบรถต้นแบบ Bertone Pirana เพื่อให้หนังสือพิมพ์ Daily Telegraph ที่กำลังมีไอเดียเกี่ยวกับ “รถแนวคิด” พร้อมกับนำออกโชว์ในงาน London Motor Show เมื่อปี 1967 โดยเป็นรถที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Jaguar E-Type พร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.2 ลิตร ของ Jaguar

แต่กลายเป็นว่า Marcello Gandini เอาไอเดียที่ออกแบบไปพัฒนารถกับ Lamborghini ซึ่งถูกใจสิ่งนี้ จึงนำรถรูปทรงแบบนี้ ไปต่อยอดออกมาเป็น Lamborghini Espada รถสปอร์ตแบบ Grand Touring Coupé ที่หายากและราคาแพงมากในบ้านเรา

BMC-1800-Aerodynamic-Sedan-Citroen-CX

3. BMC 1800 Aerodynamic Sedan (1967) มาเป็น Citroën CX (1974)

สำหรับรถต้นแบบ BMC 1800 Berlina Aerodynamic ที่ถูกออกแบบขึ้นมาโดยสำนัก Pininfarina ภายในฝืมือของ Leonardo Fioravanti ด้วยรูปแบบอิตาเลียนสไตล์ ฉีกแนวจากรถแบบ 2 BOX ทั้งปวง สไตล์ Fastback เพื่อนำเสนอให้กับทาง BMC แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองในเวลานั้น

Robert Opron นักออกแบบรถชาวฝรั่งเศสที่มีผลงานอันโด่งดังหลายรุ่นกับรถค่าย Citroen (ซีตรอง) ตาดีไปเห็นรถต้นแบบคันนี้ เออ มันเข้าท่าดีแฮะ เลยไปจัดการออกแบบรถให้กับ Citroen จนได้ออกมาเป็นรถรุ่นดังหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่น GS ในปี 1970, CX ในปี 1974 รวมไปถึงยี่ห้ออื่นๆ ที่เห็นแล้วก็ต้องทำตามบ้าง เช่น AlfaSud ในปี 1971 และ Lancia Beta ในปี 1972

ส่วน BMC ภายหลังต้องนำแนวคิดนี้มาใช้ แต่ก็ช้าที่สุด ออกมาเป็นรถ Rover 3500 (หรือ Rover SD1) ในปี 1976

Lamborghini-P132-Cizeta-Moroder-V16T

4. Lamborghini P132 (1985) มาเป็น Cizeta-Moroder V16T (1991)

ย้อนไปช่วงกลางยุค 80 รถตรากระทิงดุอย่าง Lamborghini ตกอยู่ในมือของพี่น้องตระกูล Mimran ได้แก่ Jean Claude และ Patrick Mimran ผู้แจ้งเกิดให้ Lamborghini Countach เป็นที่รู้จักของชาวโลก ต่อมาได้ให้ Marcello Gandini คนเดิม ออกแบบรถต้นแบบ Lamborghini P132 ขึ้นมา ก่อนที่ Lamborghini จะถูกขายให้กับ Chrysler ในปี 1987

Marcello Gandini เห็นว่าทาง Lamborghini จะมุ่งไปพัฒนารถรุ่น Diablo ด้วยทีมงานของ Chrysler เองแล้ว ผลงานที่ตัวเองออกแบบไว้ จึงนำไปใช้กับรถที่ชื่อว่า Cizeta-Moroder V16T ร่วมกับทาง Claudio Zampolli แทน

Italdesign-Lucciola-Daewoo-Matiz

5. Italdesign Lucciola Concept (1993) มาเป็น Daewoo Matiz (1998)

Italdesign Lucciola Concept เป็นผลงานที่ออกแบบโดย Giorgetto Giugiaro เจ้าสำนัก Italdesign เพื่อนำเสนอถึงแนวคิดของ Fiat 500 ใหม่ในอนาคต เป็นรถต้นแบบที่ใช้พลังงานไฮบริดแบบ 4 ที่นั่ง มีหลังคาผ้าใบเปิดได้ กับเครื่องดีเซลที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งที่ล้อหลัง ในการขับเคลื่อน 2 ลูก ให้พลัง 7 กิโลวัตต์ ทำความเร็วได้สูงสุด 100 กม./ชม.

หากชาร์จจนเต็ม 8 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียวๆ ถึง 50 กิโลเมตร

แต่ Fiat ไม่สนใจ Italdesign จึงเอาไปเกลาใหม่ให้กับทาง Daewoo จนออกมาเป็น Daewoo Matiz แทน!

Matra-Concept-P17-Renault-Espace

6. Matra Concept P17 (1979) มาเป็น Renault Espace (1984)

Matra Concept P17 รถ MPV รุ่นแรกของ Renault Espace นั้นเกิดจากการออกแบบของ Fergus Pollock นักออกแบบรถชาวอังกฤษที่เข้ามาทำงานให้กับกลุ่ม Rootes (หรือ Chrysler UK) ที่มีบริษัทรถในเครืออยู่หลายยี่ห้อ ในช่วงปลายยุค 70 ซึ่งบริษัทในเครืออย่าง Simca ของฝรั่งเศส และ Talbot ของอังกฤษ ต้องการเข้าสู่ตลาดรถ MPV ในยุโรป จึงได้ออกแบบ “Supervan” โปรเจคนี้ขึ้นมา พร้อมชิ้นส่วนจาก Simca 1307

แต่ทว่า แผนการถูกล้มเลิกไปซะก่อน แนวคิดนี้ถูกขายไปให้กับกลุ่ม PSA (Peugeot และ Citroen) กลับไม่สนใจ ภายหลัง Renault จึงสนใจและนำไปพัฒนาเป็นรถของตัวเองอย่าง Renault Espace

Volvo-Tundra-Concept-Citroen-BX

7. Volvo Tundra Concept (1979) มาเป็น Citroen BX (1982)

Marcello Gandini เจ้าเก่า ได้รับการว่าจ้างจาก Volvo ผ่านทาง Bertone ให้ออกแบบรถสักรุ่นที่ประสบความสำเร็จเหมือน Volvo 340 แต่ Volvo กลับไม่ถูกใจอย่างมากเลย

ภายหลัง Gandini จึงรวมเอารถต้นแบบ Reliant FW11 Concept (1977) พร้อมกับ Volvo Tundra Concept ไปใช้ในการออกแบบ Citroen BX ใหม่ จนกลายเป็นรถที่ดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วโลกอีกรุ่น

Jaguar-Kensington-Daewoo-Leganza

8. Jaguar Kensington (1990) มาเป็น Daewoo Leganza (1997)

เมื่อการดีไซน์ของ Italdesign Giugiaro นำเสนอผลงานรถให้กับแบรนด์แดนผู้ดีอย่าง Jaguar Kensington เพื่อไปพัฒนาเป็น Jaguar XJ แต่ถูกปฏิเสธ ตอนหลังกลับกลายเป็นรถที่ถูกโอนสัญชาติไปผลิตเป็นรถเกาหลีใต้ซะงั้น ในยุคที่ค่ายรถในเกาหลีใต้พยายามจะบุกตลาดโลกเมื่อยุค 90 กับวิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือการจ้างสำนักออกแบบรถ เอารถที่ดูแล้วถูกใจ เข็นออกมาขายได้จริง

อย่างน้อยๆ Daewoo ก็ได้รับการออกแบบรถจากสำนักนี้มาหลายรุ่น ล้วนโดดเด่นด้วยกระจังหน้ารถ ที่เหมือนกับจมูก ….. แถมได้ตัวรถที่คล้ายกับ Lexus GS ที่เคยให้ทาง Italdesign Giugiaro ออกแบบมาก่อนหน้า ก่อนจะพัฒนามาเป็น Jaguar Kensington แต่ถูกเขี่ยทิ้ง จนกลายมาเป็น Daewoo Leganza

ส่วนช่วงนี้ถ้าเกิดใครร้อนเงินเพราะโควิด-19 วิธีขายรถที่ได้เงินเร็วไว ง่ายนิดเดียว เพียงนำรถมาขายกับ CARRO Express ได้เลย แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand เลยนะจ๊ะ

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

10-Very-Old-Bangkok-Bus

รถเมล์ไทย แก่แต่เก๋า ที่คุณต้องทึ่ง ว่ายังมีวิ่งอยู่อีกหรือ!

รู้หรือไม่ รถเมล์ไทยเก่าที่สุดในตอนนี้ มีอายุการใช้งานมาแล้วกี่ปี?

ปัญหาของรถเมล์ไทยในปัจจุบัน ถ้าจะยกขึ้นมาพูดคุยกันแล้ว ก็คงยาวจนไม่รู้จักจบในหนึ่งชั่วโมง (เพราะมันมากจริงๆ) ตั้งแต่การบริการ ปัญหาการจราจร สภาพของตัวรถที่เก่ามาก การจัดการที่ล้าหลัง เดี๋ยวก็ขอปรับขึ้นราคา แล้วขู่จะประท้วงหยุดวิ่งบ้างล่ะ ฯลฯ

ในอดีต เมื่อ ขสมก. ปลดระวางรถเมล์ของตัวเองแล้ว มักจะบริจาคให้กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปใช้งานต่อ แต่รถเมล์อีกส่วนหนึ่ง ก็ขายให้กับกลุ่มรถร่วมบริการ เพื่อเอาไปปรับปรุงสภาพใหม่ แล้วกลับมาวิ่งรับ-ส่ง ผู้โดยสารอีกครั้ง (พอหลังจากปี 2546 ขสมก. จึงไม่สามารถทำแบบนี้ได้อีกต่อไป เนื่องจากทางขนส่งฯ ไม่รับจดทะเบียนรถปลดระวางให้เป็นรถเมล์โดยสารแล้ว) ซึ่งรถเมล์เหล่านี้ ยังมีวิ่งในกรุงเทพฯ มากพอสมควร …

ถ้าเบื่อรอรถเมล์แล้ว อยากซื้อรถใหม่ แต่มีงบไม่พอ หรือต้องการขายรถเก่าออกแบบไวที่สุด ได้เงินเร็วที่สุด เพื่อนำเงินไปโปะรถคันใหม่ ก็ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถกับ CARRO Express ง่ายๆ ได้ราคาดี” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ใน Fanpage “CARRO Thailand” ครับผม

MR.CARRO ขอรวบรวม 10 รถเมล์ไทยที่เก่าที่สุด (เท่าที่ยังมีเห็น และสังเกตได้จากรูปทรงตัวถังรถ) ซึ่งยังมีวิ่งรับใช้คนเดินทางในปัจจุบัน มียี่ห้อใดรุ่นไหนบ้าง เผื่อคุณสนใจจะไปยืนรอดูตัวเป็นๆ กันครับ.

Hino-BX320

ภาพจาก Dick van der Spek / Jack Klongtoey

1. Hino BX320 (ปี 2521 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino BX320 (ฮีโน่ บีเอ็กซ์ 320) รุ่นแรก ที่ทาง ขสมก. จัดหามาใช้ในปี 2521 จำนวน 1,000 คัน ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 1001 – 2000 จนกระทั่งปลดระวางไปในปี 2535 ซึ่งในตอนนี้ ยังมีใช้อยู่กับรถร่วมบริการหลายสาย แต่ก็ดัดแปลงหรือยกตัวถังใหม่ลงบนแชสซีส์เกือบหมด จนแทบหาเค้าเดิมไม่เจอแล้ว ยังมีวิ่งอยู่ในสาย 113 เป็นต้น

Mercedes-Benz-O302

ภาพจาก Fukuda Tokuji

2. Mercedes-Benz O302 (ปี 2521 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Mercedes-Benz O302 (เมอร์เซเดส-เบนซ์ โอ302) รุ่นแรก ที่ทาง ขสมก. จัดหามาใช้ในปี 2521 จำนวน 500 คัน ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 3001 – 3800 และในปี 2524 ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 30101 – 30300 จำนวน 200 คัน จนกระทั่งปลดระวางไปในปี 2535 ซึ่งในตอนนี้ ทราบว่ายังมีเหลืออยู่ แต่ถูกแปลงหรือยกตัวถังใหม่ลงบนแชสซีส์เดิมหมด จนไม่สามารถค้นหาเคล้าเดิมได้แล้ว ว่าอยู่ในสายไหนกันแน่

Isuzu-TX

ภาพจาก Busphoto

3. Isuzu TX (ปี 2521 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu TX (อีซูซุ ทีเอ็กซ์) เป็นอีซูซุรุ่น 9 เมตร ที่ทาง ขสมก. จัดหามาใช้ในปี 2521 จำนวน 500 คัน ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 2001 – 2500 ปลดระวางไปในปี 2535

ในตอนนี้ ยังมีใช้อยู่กับรถร่วมบริการ กับรถเมล์ในต่างจังหวัด แต่ถือว่าหาได้ยากแล้ว เท่าที่เห็น มีเพียงสาย 356 ของ บริษัท สหายยนต์ จำกัด และสาย 370 ของบริษัท สหบางบัวทองขนส่ง จำกัด ที่ยังมีรุ่นนี้ใช้อยู่

Hino-BX340

ภาพจาก Dick van der Spek / Alexander Chan

4. Hino BX340 (ปี 2523 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino BX340 (ฮีโน่ บีเอ็กซ์ 340) เป็นฮีโน่รุ่น 10 เมตร ที่ทาง ขสมก. จัดหามาใช้ในปี 2523 – 2524 จำนวน 500 คัน ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 10101 – 10600 ปลดระวางไปในปี 2540

ในตอนนี้ ยังมีใช้อยู่กับรถร่วมบริการหลายสาย แต่ก็ดัดแปลงตัวถังกันจนจำไม่ได้ ถ้ายังไม่เห็นทรงหน้าต่างเดิม ยังมีวิ่งอยู่ในสาย 74, 92, 122, 123, 146, 149 เป็นต้น

Isuzu-JCR600YNZZ

ภาพจาก John Veerkamp / Ian Fuller

5. Isuzu JCR600YNZZ (ปี 2523 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu JCR600YNZZ (อีซูซุ เจซีอาร์600) เป็นอีซูซุรุ่น 12 เมตร ที่ทาง ขสมก. จัดหามาใช้ในปี 2523 – 2524 จำนวน 500 คัน ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 20101 – 20600 ปลดระวางไปในปี 2540 เป็นรุ่นที่ตอนนี้ยังเห็นได้บ่อยอีกรุ่นหนึ่ง ที่เป็นรถร่วมบริการ แล้วก็บริจาคไปหน่วยงานตามต่างจังหวัดก็เยอะครับ

ในตอนนี้ ยังมีใช้อยู่กับรถร่วมบริการหลายสาย บางคันก็โละตัวถังเดิมทิ้ง ต่อตัวถังใหม่ครอบแซสซีส์เดิมไปแล้ว ยังมีวิ่งอยู่ในสาย 8, 38, 48, 52, 110, 113, 115, 122, 126, 146, 149 และ 1141 เป็นต้น

Hino-BX321

ภาพจาก John Veerkamp / Nakhon Phathiwit

6. Hino BX321 (ปี 2531 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino BX321 (ฮีโน่ บีเอ็กซ์ 321) รุ่นแรก ที่ ขสมก. ใช้สี “ครีมแดง” และใช้ระบบการเก็บค่าโดยสารแบบหยอดเหรียญ แต่ก็ยกเลิกไป จัดหามาใช้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2531 จำนวน 250 คัน ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 4001 – 4250 จนกระทั่งปลดระวางไปในช่วงปี 2541 – 2543 โดยบริจาคและขายให้กับรถร่วมบริการเกือบหมด (ซึ่ง ขสมก. เอง มีเก็บรถรุ่นนี้ไว้ใช้งานต่ออีกหลายคัน แต่ปัจจุบันปลดระวางหมดแล้ว)

ยังมีใช้อยู่กับรถร่วมบริการหลายสาย แต่ก็ดัดแปลงตัวถังกันไป ยังมีวิ่งอยู่ในสาย 17, 38, 46, 89, 98, 124 เป็นต้น

Isuzu-MT111L

ภาพจาก John Veerkamp / SpeedBusszz RallySalaya‎

7. Isuzu MT111L (ปี 2531 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu MT111L (อีซูซุ เอ็มที111แอล) รุ่นแรก ที่ ขสมก. ใช้สี “ครีมแดง” และใช้ระบบการเก็บค่าโดยสารแบบหยอดเหรียญ แต่ก็ยกเลิกไป จัดหามาใช้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2531 จำนวน 250 คัน ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 5001 – 5250 จนกระทั่งปลดระวางไปในช่วงปี 2541 – 2543 โดยบริจาคและขายให้กับรถร่วมบริการทั้งหมด

ยังมีใช้อยู่กับรถร่วมบริการหลายสาย แต่ก็ดัดแปลงตัวถังกันไป ยังมีวิ่งอยู่ในสาย 14, 17, 43, 85, 99, 133 เป็นต้น

Daewoo-BS120DS

ภาพจาก John Veerkamp / mai_kawabus

8. Daewoo BF120DS (ปี 2531 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Daewoo BF120DS (แดวู บีเอฟ120ดีเอส) รุ่นแรก ที่ ขสมก. ใช้สี “ครีมแดง” และใช้ระบบการเก็บค่าโดยสารแบบหยอดเหรียญ แต่ก็ยกเลิกไป จัดหามาใช้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2531 จำนวน 400 คัน ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 70101 – 70500 ตัวถังแบบประตูหน้า-หลัง ปลดระวางไปในช่วงปี 2541 – 2543 โดยบริจาคและขายให้กับรถร่วมบริการทั้งหมด

ยังมีใช้อยู่กับรถร่วมบริการหลายสาย แต่ก็ดัดแปลงตัวถังกันไป ยังมีวิ่งอยู่ในสาย 28, 64, 92, 99, 108, 149, 182 เป็นต้น

Mercedes-Benz-Padane

ภาพจาก John Veerkamp / mai_kawabus

9. Mercedes-Benz Padane (รถร่วมบริการ ปี 2532 – ปัจจุบัน / รถ ขสมก. ปี 2534 – มีนาคม 2561)

รถเมล์ Mercedes-Benz Padene (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปาดาเน่) หรือ Mercedes-Benz OF1617 ถ้าคนที่ขึ้นรถเมล์ย้อนไปสัก 20 กว่าปีที่แล้ว จะคุ้นเคยกันดี เพราะมีวิ่งเยอะมาก ทั้งในรูปแบบของรถเมล์ และรถทัวร์ รถเมล์รุ่นนี้ เริ่มต้นจากบริษัท เอส.เค.ทัวร์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (SK) นำมาใช้เป็นรถเมล์ จน ขสมก. เห็นว่ารุ่นนี้ใช้ดี จึงสั่งมาใช้บ้างจำนวน 800 คัน แต่ก็มีรายละเอียดต่างกันอยู่หลายจุด และเป็นรถเมล์รุ่นแรกๆ ที่ใช้เกียร์อัตโนมัติด้วย แต่พอสภาพเก่าแล้ว ตัวรถโทรม ควันดำมากๆ จนเป็นที่มาของชื่อ “เบนซ์เน่า”

ปัจจุบัน ยังมีใช้อยู่กับรถร่วมบริการหลายสาย หลายบริษัท แต่ก็ดัดแปลงตัวถังกันเกือบหมด แปลงเป็นเกียร์ธรรมดาก็หลายคัน ยังมีวิ่งอยู่ในสาย 7, 68, 84, 113, 507, 524, 542 และ 1013 เป็นต้น

Daewoo-BS120S

ภาพจาก John Veerkamp / YUN Free Photo

10. Daewoo BF120S (ปี 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Daewoo BF120S (แดวู บีเอฟ120เอส) จัดหามาใช้ในช่วงเดือนสิงหาคม 2534 ถึงมิถุนายน 2535 จำนวน 450 คัน ในรุ่นเลขข้างรถรหัส 70501 – 70900 ตัวถังแบบประตูกลาง เป็นรถรุ่นที่เสียบ่อยและควันดำมาก จึงปลดระวางอย่างเร็วในช่วงปี 2542 – 2545 และรุ่นที่ ขสมก. ซ่อมเอง (รถย้อมแมว) ปลดระวางช่วงปี 2551 โดยบริจาค หรือเอาไปทำปะการังเทียม และขายให้กับรถร่วมบริการทั้งหมด

ยังมีใช้อยู่กับรถร่วมบริการหลายสาย บางคันก็ดัดแปลงจนเละ บางคันก็ยังสภาพเดิมๆ ก็มี ยังมีวิ่งอยู่ในสาย 9, 17, 29, 30, 40, 43, 44, 110, 115, 122, 126, 182 เป็นต้น

แหล่งที่มาบางส่วนจาก: