5-best-selling-kei-car-in-japan

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน!) เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >>> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019

แต่ในส่วนของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ Kei Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อ..

Honda-N-Box-2020

1. Honda N-Box จำนวน 253,500 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 เลยก็ว่าได้ นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยในปี 2019 ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน! โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Tanto-2020

2. Daihatsu Tanto จำนวน 175,292 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

3. Suzuki Spacia จำนวน 166,389 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ Kei Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan-Dayz-2020

4. Nissan Dayz จำนวน 157,349 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

5. Daihatsu Move จำนวน 122,835 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ Kei Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

MR.CARRO หวังว่า 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 กว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ Kei Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 5 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

2018-All-New-Suzuki-Jimny

ออฟโรดรุ่นจิ๋ว สไตล์ Retro กับเครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี พร้อมลุย!

All-New-Suzuki-Jimny-2018

สุดยอดรถออฟโรดขนาดจิ๋ว ขวัญใจนักลุยทั่วโลกอย่าง “Suzuki Jimny” (ซูซูกิ จิมนี่) หรือที่รู้จักกันดีในบ้านเราชื่อ “Suzuki Caribian” (ซูซูกิ คาริบเบียน) หนึ่งในตำนานรถออฟโรดขนาดเล็กอันลือชื่อ ที่เคยขายในบ้านเราและก็หายไปนานแล้ว ได้ฤกษ์เปิดตัวแบบใหม่หมดจดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา และจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา …

All-New-Suzuki-Jimny-2018

Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) รุ่นแรก LJ20 เปิดตัวครั้งแรกในโลก ในเดือนเมษายน 1970 รุ่นที่สอง เปิดตัวในเดือน SJ30 เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 1981 และรุ่นที่สาม JB23 เปิดตัวในเดือนตุลาคม 1998

มียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกจนถึงเดือนมีนาคม 2018 กว่า 2,850,000 คัน (ยอดขายนับถึงเดือนมีนาคม 2018) โดยรุ่นที่ 3 ถือว่าเป็นรุ่นที่ขายมายาวนานที่สุด

All-New-Suzuki-Jimny-2018

All-New-Suzuki-Jimny-2018

All-New-Suzuki-Jimny-2018

All-New-Suzuki-Jimny-2018

ดีไซน์ภายนอก ยังคงเอาไว้ซึ่งดีไซน์คลาสสิคที่คุ้นเคยกันดี ไฟหน้าและไฟเลี้ยวทรงกลม กันชนหน้าสีดำ เสริมซุ้มล้อสีดำ ประตูรถสามารถเปิดได้กว้างถึง 70 องศา (1,075 มม.) ด้านท้ายไฟเบรกแบบแนวนอน และติดตั้งยางอะไหล่บนประตูท้าย เป็นต้น ตัวถังวางบนแชสซีส์แบบ Ladder Frame ช่วงล่างแบบคานแข็งแบบ 3 จุดยึด กับล้อแม็กที่มีให้ขนาด 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว ให้เลือก

All-New-Suzuki-Jimny-2018

All-New-Suzuki-Jimny-2018

มิติตัวรถยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,725 มม. ระยะฐานล้อ 2,250 มม.

ส่วนในรุ่น Jimny Sierra มีมิติตัวรถยาว 3,550 มม. กว้าง 1,645 มม. สูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อ 2,250 มม.

All-New-Suzuki-Jimny-2018

All-New-Suzuki-Jimny-2018

ห้องโดยสารภายใน ดูทันสมัย ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย แต่ก็ดูย้อนยุคไปเหมือนกับในรุ่นที่ 2 มากๆ อาทิ ช่องแอร์ซ้าย-ขวา ทรงกลม มาตรวัดทรงกลมขนาดใหญ่ 2 อัน พวงมาลัย 3 ก้าน แบบเดียวกับในรุ่น Swift สวิตช์แอร์ทรงกลมแบบอัตโนมัติ ติดตั้งเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อ SmartPlay บริเวณแผงคอนโซลฝั่งผู้โดยสาร ติดตั้งที่จับในตัว

All-New-Suzuki-Jimny-2018

All-New-Suzuki-Jimny-2018 All-New-Suzuki-Jimny-2018

All-New-Suzuki-Jimny-2018

ห้องโดยสารภายใน ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ มิติภายในกว้างขวางถึง 1,300 มม. สูงถึง 850 มม. และหากพับเบาะหลังด้วยแล้ว ให้พื้นที่มากถึง 980 มม. (กรณีไม่พับเบาะหลัง จะมีพื้นที่แค่ 240 มม.)

All-New-Suzuki-Jimny-2018

ระบบความปลอดภัย จัดให้เต็มที่ อาทิ ติดตั้งระบบความปลอดภัย ป้องกันก่อนเกิดเหตุ “Suzuki Safety Support” ระบบเบรกอัตโนมัติ ใช้เรดาร์ และกล้องในการตรวจจับรถ และ คนเดินถนน เป็นต้น รวมไปถึงอุปกรณ์นิรภัยพื้นฐาน อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย หรือระบบเบรก ABS/EBD เป็นต้น

All-New-Suzuki-Jimny-2018

ด้านขุมพลังของ Suzuki Jimny และ Jimny Sierra เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่

All-New-Suzuki-Jimny-2018

เครื่องยนต์เบนซินรหัส R06A ขนาด 660 ซีซี แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว VVT Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 9.8 กก.-ม. ที่ 3,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด

ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (วัดตามมาตรฐาน WLTC – Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Cycle โหมด) อยู่ที่ 16.2 กม./ลิตร ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 13.2 กม./ลิตร ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

All-New-Suzuki-Jimny-2018

และ Jimny Sierra มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส K15B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT ให้แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.3 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด

ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (วัดตามมาตรฐาน WLTC – Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Cycle โหมด) อยู่ที่ 15.0 กม./ลิตร ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 13.6 กม./ลิตร ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Suzuki AllGrip 4×4

All-New-Suzuki-Jimny-2018

ส่วนในเวอร์ชั่นตลาดโลก Suzuki จะใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส K10C ขนาด 1.0 ลิตร Boosterjet และเครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12C 1.2 ลิตร Dualjet หรือ เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12B 1.2 ลิตร

All-New-Suzuki-Jimny-2018

มี 2 เวอร์ชั่นให้เลือก คือ Jimny และ Jimny Sierra ซึ่งรุ่นเป็นเวอร์ชั่น Wide Body ตัวถังกว้างกว่า เครื่องยนต์ใหญ่กว่า มาพร้อมกับรุ่นย่อย XC, XL และ XG ส่วนในรุ่น Sierra มีให้เลือกแค่ JC กับ JL

All-New-Suzuki-Jimny-2018

มาพร้อมกับสีตัวถัง 5 สี ได้แก่ สีขาว (Superior White), สีเงิน (Silky Silver Metallic), สีเขียว (Jungle Green), สีเทา (Medium Gray) และสีดำ (Bluish Black Pearl 3)

ส่วนสีทูโทนอีก 3 สี ที่มีให้เลือก ได้แก่ สีเหลือง (Kinetic Yellow)/หลังคาดำ, สีน้ำเงิน (Brisk Blue Metallic)/หลังคาดำ และสีครีม (Chiffon Ivory Metallic)/หลังคาดำ

All-New-Suzuki-Jimny-2018

ชุดแต่ง Jimny’s Gear ก็มีให้เลือกกันหลากหลาย อาทิ แบบ Heritage Style, Survival Style, Offroad Style และ Revival Style

สำหรับในตลาดญี่ปุ่น ราคาของ Jimny อยู่ที่ 1,458,000 เยน (คิดเป็นเงินไทย 4.38 แสนบาท) ไปจนถึง 1,841,000 เยน และ Jimny Sierra อยู่ที่ 1,760,400 เยน ไปจนถึง 2,019,600 เยน

ส่วนในไทย แม้ว่าแฟนๆ ซูซูกิ จำนวนมากจะเรียกร้องให้ทาง ซูซูกิ ประเทศไทย ผลิตรถรุ่นนี้ออกขายบ้างนานแล้ว บ้างก็ว่า รุ่นนี้มาไทย ราคาหลักล้านบ้างล่ะ แต่ทางซูซูกิ ก็ยังคงไม่ได้ผลิตรถรุ่นนี้ขายในบ้านเราแต่ประการใด (แต่อีกหน่อยก็ไม่แน่) …

Suzuki-Spacia

2 บุคลิก 2 สไตล์ เหมาะสำหรับวัยรุ่น และคุณแม่บ้านไว้ขับรถไปรับลูก หรือจ่ายตลาด

“Suzuki Spacia” (ซูซูกิ สปาเซีย) และ “Suzuki Spacia Custom” (ซูซูกิ สปาเซีย คัสตอม) ถึงเวลาปรับโฉมโมเดลเชนจ์ ขวัญใจคนรักรถ K-Car โดยเปิดตัวไปตั้งแต่ในงาน Tokyo Motor Show 2017 ที่ผ่านมา และทุกแบบยังเป็นเครื่องยนต์ Hybrid เอาใจคนรักความประหยัดด้วย

Suzuki-Spacia-Styling

Suzuki-Spacia-Styling

หากย้อนไปดูที่มาของ “Suzuki Spacia” ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรก เริ่มผลิตขายกันตั้งแต่เดือนมีนาคม 2013 โดยมาแทนที่รุ่น Palette ที่เลิกจำหน่ายไป จนถึงเจเนอเรชั่นที่ 2 (MK53S) นี้ ออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ประตูข้างแบบบานเลื่อนด้วยไฟฟ้า โดย Spacia หน้าตามาแนวน่ารักสดใส เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงและคนที่มีครอบครัว

Suzuki-Spacia-Custom-Styling

Suzuki-Spacia-Custom-Styling

ส่วน “Spacia Custom” หน้าตาดุดัน มีการใช้สีดำตัดกระจกมองข้างและหลังคา เอาใจวัยรุ่น หรือคนวัยทำงานที่ชอบรถขนาดเล็ก

Suzuki-Spacia-Interior

ห้องโดยสารภายใน แผงคอนโซลหน้าดูเหลี่ยมๆ แต่แฝงไปด้วยออพชั่นทันสมัยเพียบ ใช้วัสดุดูแพง ปรับปรุงจุดเก็บของต่างๆ ให้ดูอเนกประสงค์และสะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดย Spacia มีให้เลือกทั้งโทนสีเบจ และโทนสีเทา-ดำ ส่วน Spacia Custom มีเฉพาะโทนสีดำเท่านั้น

Suzuki-Spacia-Custom-Interior

Suzuki-Spacia-Custom-Interior

ในส่วนของระบบความปลอดภัย บอกได้คำเดียวว่าจัดเต็ม ซูซูกิ ให้มาทั้ง ระบบเตือนและป้องกันการชนด้านหน้า Dual Sensor Brake Support, ระบบหลีกเลี่ยงการปะทะทั้งหน้า-หลัง ระบบป้องกันการชนด้านหลังขณะถอยหลัง Back-up Brake Support ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์ K-Car แถมติดตั้งกล้องมองภาพรอบคัน และระบบ Head-Up Display เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

Suzuki-Spacia-Safety

Suzuki-Spacia-Safety

Suzuki-Spacia-Safetyสำหรับเครื่องยนต์ … มาพร้อมเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 660 ซีซี รหัส R06A แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว VVT ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า (PS) ที่ 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 5.1 กก.-ม. (50 นิวตันเมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) สูงสุด 28.2 กม./ลิตร

Suzuki-Spacia-Engine

ในส่วนของแบบ Custom มีเครื่องยนต์เป็น Hybrid Turbo ให้เลือกเพิ่ม แบบ 660 ซีซี รหัส R06A แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว VVT Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 6.1 กก.-ม. (60 นิวตันเมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) สูงสุด 25.6 กม./ลิตร

ทั้ง 2 รุ่น ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า WA05A ให้แรงม้าสูงสุด 3.1 แรงม้า ที่ 1,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 50 นิวตันเมตร ที่ 100 รอบ/นาที (Mild Hybrid) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT และระบบขับเคลื่อนที่มีทั้งล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ

Suzuki-Spacia-Safety

มีให้เลือกใน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Hybrid X, Custom Hybrid XS และ Custom Hybrid XS Turbo ในราคาตั้งแต่ 1,409,400 – 1,908,360 เยน

ส่วนในไทย โอกาสที่จะนำเข้ามาขายนั้น คงบอกได้แต่เพียงว่า ต้องพึ่งผู้นำเข้าอิสระอย่างเดียว แต่จะใครซื้อหรือไม่ อันนี้ไม่รู้ครับ เพราะราคารวมภาษีแล้ว ราคาประมาณหนึ่งล้านกว่าบาท

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://www.suzuki.co.jp/

Honda-N-Box-2019

Honda-N-Box-Custom

มารู้จัก Honda N-Box กันให้มากขึ้น! รถยอดนิยมสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านของญี่ปุ่น สำหรับ Honda N-Box รุ่นที่ 2 เปิดตัวที่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2017 เป็นรถยนต์กลุ่ม K-Car ขนาดเล็ก สำหรับคนใช้รถในเมือง

สำหรับชื่อรุ่น “N” นั้นหมายถึง “New”, “Next”, “Nippon” (ญี่ปุ่น) และ “Norimono” (พาหนะ) รุ่นแรกได้ออกจำหน่ายมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2011 แถมเคยได้รับรางวัลรถยนต์ที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบมากที่สุด 2 ปีซ้อน โดยรุ่นนี้ มาพร้อมตัวถังที่น้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิมถึง 150 กิโลกรัม

ซึ่งในเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา Honda N-Box สามารถทำยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก มียอดจำหน่ายกว่า 19,396 คัน และยังติดอันดับ Top 3 นานกว่า 8 เดือนเลยทีเดียว

Honda-N-Box

Honda-N-Box-Custom

ดีไซน์ด้านหน้าแบบใหม่ มาพร้อมไฟหน้าทรงเหลี่ยมดวงโต พร้อมไฟแบบโปรเจคเตอร์และไฟ LED ทรงกลม มีจุดเด่นอยู่ที่แผ่นป้ายทะเบียนติดตั้งเยื้องไปทางขวาเล็กน้อยเช่นเดียวกับรุ่นปัจจุบัน รวมถึงในรุ่น Custom เอาใจวัยรุ่นวัยมันส์ ที่มาพร้อมความสปอร์ต หน้าตาดูน่าเกรงขาม ด้วยชุดไฟหน้า LED รูปตัว C และไฟท้ายทรงสูงแบบ LED คู่กับสปอยเลอร์หลังสุดเท่ พร้อมล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว แบบรมดำ และชุดกุญแจรีโมท ที่มีสีเดียวกับตัวรถ

Honda-N-Box-Design

มาพร้อมมิติตัวถังยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,790 มม. (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ สูง 1,815 มม.) และระยะฐานล้อ 2,520 มม.

Honda-N-Box-Design

ดีสำหรับทุกคนในครอบครัว ด้วยกระจกกรองแสง UV ได้มากถึง 99% รวมถึงตัดแสง IR (Infrared) ได้มากถึง 70-80%

Honda-N-Box-Interior

Honda-N-Box-Interior

Honda-N-Box-Interior

Honda-N-Box-Interior

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบตามหลัก “Ease of use” ชูจุดเด่นด้วยความยาว (ตั้งแต่แผงคอนโซล ถึงเบาะหลัง) ที่มากถึง 224 ซม. และเมื่อเปิดประตูบานท้าย ให้ความกว้างถึง 112 ซม. ระบบปรับอากาศพร้อมระบบ Plasmacluster

Honda-N-Box-Design

พัฒนาเบาะนั่งใหม่แบบ ULTR Seat ปรับได้หลายรูปแบบตามการใช้งาน โดยเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสาร สามารถเลื่อนไปด้านหน้าได้มากสุดถึง 57 ซม. พร้อมคอนโซลหน้าใหม่ มาตรวัดดีไซน์ทันสมัย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน และคันเกียร์อยู่ในชุดแผงคอนโซล เพื่อการใช้งานที่สะดวกขึ้น รวมถึงระบบวิทยุแบบจอสัมผัส

Honda-N-Box-Design

Honda-N-Box-Design

Honda-N-Box-Design

Honda N-Box มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส S07B แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ขนาด 658 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 58 แรงม้า (PS) ที่ 7,300 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 6.6 กก.-ม. (65 นิวตันเมตร) ที่ 4,800 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันมากๆ ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 27.0 กม./ลิตร ในรุ่น 2WD และ 25.4 กม./ลิตร ในรุ่น 4WD ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-N-Box-Engine

และสำหรับ N-Box Custom มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส S07B แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว Turbo ขนาด 658 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 10.6 กก.-ม. (104 นิวตันเมตร) ที่ 2,600 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 25.6 กม./ลิตร ในรุ่น 2WD และ 23.4 กม./ลิตร ในรุ่น 4WD ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-N-Box-Interior

ด้านระบบความปลอดภัย ฮอนด้าได้ชูจุดเด่นอย่างระบบ “Honda SENSING” ที่มีใช้อยู่ในหลายรุ่นขณะนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน – Adaptive Cruise Control (ACC), ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก- Collision Mitigation Braking System (CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ – Lane Keeping Assist System (LKAS) รวมไปถึงระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ – Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW) เป็นต้น

Honda-N-Box-Custom

Honda N-Box มีให้เลือกทั้งหมดถึง 18 รุ่นย่อย แต่แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ได้แก่ N-Box (12 รุ่นย่อย) และ N-Box Custom (6 รุ่นย่อย) ดีไซน์สปอร์ตเอาใจวัยรุ่น และยังมีรุ่นสำหรับผู้สูงอายุอย่าง Welcab ให้เลือกอีกด้วย

มีสีให้เลือกทั้งหมด 13 สี (แบ่งเป็นสีโมโนโทน 10 สี และสีทูโทน 3 สี) ในราคาเริ่มต้นที่ 1,385,640 เยน ไปจนถึง 2,274,480 เยน (398,000 – 654,000 บาท)

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.honda.co.jp