10-Cheapest-EV-Cars-In-Thailand

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์โลก และวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดอย่างมากจากผู้ใช้รถยนต์ในบ้านเรา ทำให้เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จากที่เคยเป็นรถมีราคาแพงมาก ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในด้านภาษี หรือเรื่องจุดชาร์จไฟ และการดูแลรักษา หลายคนจึงไม่ลังเล ที่จะลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ มาใช้งานดูบ้าง

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถยนต์ไฟฟ้ามาลองใช้ดูบ้าง ใหม่ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุด ประจำปี 2020 – 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Takano-Auto-Thailand-2020

1. Takano TTE500 ราคา 438,000 บาท

Takano (ทากาโน่) TTE500 นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยตอนนี้ โดยรถกระบะไฟฟ้าขนาดจิ๋วคันนี้ พาคุณไปได้ทุกที่ สามารถรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากถึง 300 กิโลกรัม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 12V 125 แอมป์ ขนาด 6 ลูก ใต้พื้นกระบะหลัง และเครื่องยนต์เบนซินขนาดจิ๋วช่วยปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ 100-120 กิโลเมตร โดยใช้เงินเพียง 30 บาท และทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม.

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบกระแสตรง 6.7 แรงม้า แบบ 12V 125 Amp X 6 ความจุ 11 kWh 72 – 80 V 100 – 120 กิโลเมตร

FOMM-One-2019

2. Fomm ONE ราคา 599,900 บาท

FOMM One (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก พร้อมจดทะเบียน

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ขนาด 5 kW จำนวน 2 ตัว ให้แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร สามารถชาร์จไฟจนเต็ม (0-100%) ในเวลา 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ In-Wheel 5 กิโลวัตต์ X 2 (13.4 แรงม้า) 280 นิวตัน-เมตร X 2 แบบ Lithium-Manganese ความจุ 2.96 kWh 160 กิโลเมตร

BYD-M3

3. BYD T3 ราคา 999,000 บาท

BYD T3 (บีวายดี ที3) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นบนพื้นฐาน Nissan B Platform (หรือ Nissan NV200) เป็นรถตู้ทึบ ใช้งานในเชิงพาณิชย์

และยังมีแยกออกเป็นรุ่น M3 แบบรถอเนกประสงค์ 5 ที่นั่งให้เลือก ในราคา 1,059,000 บาท และรุ่น 7 ที่นั่ง ในราคา 1,089,000 บาท สามารถรองรับสัมภาระได้มากถึง 1,800 ลิตร (ในรุ่น 5 ที่นั่ง) และ 3,800 ลิตร (ในรุ่น 2 ที่นั่ง รถตู้ทึบ)

มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 kWh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน) อัตราการสิ้นเปลือง 1 kWh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Permanent Magnet Synchronous Motor 94 แรงม้า 180 นิวตัน-เมตร แบบ NCM ความจุ 50 kWh กำลังไฟ DC 40 kW / AC 6.6 kW 300 กิโลเมตร

MG-ZS-2020

4. MG ZS EV ราคา 1,190,000 บาท

MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) นับว่าเป็นรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่นำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเรา ซึ่งขายดีมากตั้งแต่เปิดตัวไปในปีที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ สีฟ้า Copenhagen Blue กระจังหน้าทันสมัย พร้อมติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า และล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อม Advanced Driver-Assistance Systems ครบครัน

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ ชุดคอนโซลหน้าใช้วัสดุนุ่มแบบ Soft Touch ดูหรูหรามีระดับ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และยังโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic Sunroof

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ได้ถึง 3 ระดับ โดยการชาร์จเต็มแต่ละครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 ซม.

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 150 แรงม้า 350 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 44.5 kWh 337 กิโลเมตร

Hyundai-Ioniq-2020

5. Hyundai Ioniq Electric ราคา 1,749,000 บาท

Hyundai Ioniq Electric (ฮุนได ไอออนิค อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายรถเกาหลี ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer (LiPo) ความจุ 28 kWh ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.9 วินาที (โหมด Sport) และ 10.2 วินาที (โหมดปกติ) ทำความเร็วสูงสุดได้ 165 กม./ชม.

ระบบชาร์จไฟของ Ioniq Electric สามารถชาร์จได้ 3 แบบ ได้แก่

1. แบบทริคเคิ้ล (เต้าเสียบบ้าน) กำลังไฟ 2.3 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟจนเต็ม 12 ชั่วโมง

2. แบบธรรมดา (Wall Box) กำลังไฟ 6.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 4 ชั่วโมง 25 นาที และ

3. แบบชาร์จเร็ว (สถานีชาร์จเร็ว) กำลังไฟสูงสุด 100 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนถึงระดับ 80% ในเวลา 23 นาที สามารถเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 280 กม. ต่อการชาร์จเต็มแต่ละครั้งตามมาตรฐาน NEDC

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 120 แรงม้า 295 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion Polymer ความจุ 28 kWh กำลังไฟ 98 kW 360V 280 กิโลเมตร

Hyundai-Kona-Electric-2020

6. Hyundai Kona Electric ราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอด DNA ความเป็น SUV ได้อย่างลงตัว ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์สปอร์ตแบบแยกตำแหน่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบทึบ ที่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารพร้อมพื้นที่จุสัมภาระรวมถึง 373 ลิตร (VDA) นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบปรับอุณภูมิอุ่น-เย็น อีกด้วย

ใช้แบตเตอรี่ที่ให้พลังงานมากถึง 64 kWh พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที และวิ่งไปได้ไกลสูงสุดถึง 482 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ส่วนระบบเบรกยังได้ถูกปรับให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ ในรูปแบบของ Regenerative Breaking System

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 136 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion Polymer ความจุ 39.2 kWh กำลังไฟ 104 kW 327V 482 กิโลเมตร

Nissan-Leaf-2020

7. Nissan Leaf ราคา 1,990,000 บาท

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 150 แรงม้า 320 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 40 kWh 311 กิโลเมตร

Mini-Electric-2020

8. Mini Electric ราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 184 แรงม้า 270 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 32.6 kWh 217 กิโลเมตร

KIA-Soul-EV-2020

9. KIA Soul EV ราคา 2,387,000 บาท

KIA Soul EV (เกีย โซล อีวี) เจเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถแนว Crossover ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Hyundai Kona มีตัวรถที่ดูแข็งแกร่ง ใช้ไฟหน้าทรงเรียวยาว ชุดไฟท้ายแบบทรงตั้งรูปตัว L และแนวหลังคาด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบลอยตัว

ห้องโดยสารมาพร้อมไฟ Sound Mood ที่ปรับตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ได้ มีจอ HUD ขนาด 8 นิ้ว จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบความปลอดภัยแบบ Drive Wise รอบคัน

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับ KIA Niro EV ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 64 kWh รองรับมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Eco, Comfort, Sport และ Eco+ เพื่อให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด ส่วนระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ประมาณ 452 กิโลเมตร

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 201 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 64 kWh กำลังไฟ 7.2 kW 356 V 452 กิโลเมตร

Tesla-Model-3-2020

10. Tesla Model 3 ราคา 2,990,000 บาท (ราคาปกติ 3,190,000 บาท)

Tesla Model 3 (เทสลา โมเดล 3) รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ราคาที่จับต้องได้ ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ขายกันหลายรุ่นเลยทีเดียว

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Range, Standard Range Plus และ Long Range ขนาด 54 kWh, 62 kWh และ 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor) และ 4.4 วินาที (Dual Motor) ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. (Single Motor) และ 233 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 354 กิโลเมตร (Single Motor) และ 518 กิโลเมตร (Dual Motor) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

สมรรถนะ (Long Range / MY2021)

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor X 2 283 แรงม้า 450 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 75 kWh 568 กิโลเมตร

Audi-e-tron-55-quattro

อันนี้แถมให้ … Audi e-tron 55 quattro ราคา 5,099,000 บาท

Audi e-tron (อาวดี้ อี-ทรอน) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากค่าย Audi ที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการ และเปิดตัวในไทยไปเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นรุ่น Audi e-tron 55 quattro ในราคา 5,099,000 บาท และรุ่น Sportback 55 quattro S Line ในราคา 5,299,000 บาท รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งที่ด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ให้กำลังรวมสูงสุด 360 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 561 นิวตันเมตร และใน Boost Mode เพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 664 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงแบบลิเธียมไออน ขนาด 95 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.6 วินาที และ 5.7 วินาที ใน Boost Mode และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 385 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC (และ 411 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP) ต่อการชาร์จเต็มในแต่ละครั้ง

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Asynchronous Motors X 2 300 – 408 แรงม้า 561 – 664 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 95 kWh 411 กิโลเมตร

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนพฤศจิกายน 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Tesla-Record-Delivery-Electric-Cars-Q3-2020

แม้ว่าตอนนี้ ใน USA และทั่วโลก กำลังได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 (Covid-19) กันอย่างหนัก ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ ร่วงรูดอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากผู้คนหลายสาขาอาชีพที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อรถ ได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจสายการบิน หรือธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นต้น

แต่ปัญหาดังกล่าว อาจไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับ Tesla เลยแม้แต่น้อย เพราะ Tesla ในเวลานี้นับว่าเป็นบริษัทรถยนต์เพียงไม่กี่แห่งในโลก ที่กลับมายอดขายเพิ่มขึ้น สวนทางกับบริษัทรถยนต์ค่ายอื่นๆ! ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากที่ Tesla ได้เปิดโรงงาน Gigafactory 3 ในประเทศจีนด้วย

โดยผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Tesla ในปี 2020 สามารถสร้างยอดการส่งมอบรถให้ลูกค้าได้มากถึง 139,300 คัน ซึ่งมากกว่าไตรมาส 3 ปีเดียวกันของปีที่แล้ว ที่ส่งมอบรถได้เพียงแค่ 97,186 คัน หรือ 43% เมื่อเทียบกับปีนี้

external_image

ยอดการผลิตรถ Tesla ตั้งแต่ปี 2012 – 2020 (ภาพจาก InsideEVs)

ยอดขายรถ Tesla ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2019

ยอดขายปี 2019 Q3 ยอดผลิตรถ (คัน) ยอดส่งมอบ (คัน) Subject to Lease  Accounting
Model S/X 16,318 17,483 15%
Model 3/Y 79,837 79,703 8%
Total 96,155 97,186

ยอดขายรถ Tesla ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2020

ยอดขายปี 2020 Q3 ยอดผลิตรถ (คัน) ยอดส่งมอบ (คัน) Subject to Lease Accounting
Model S/X 16,992 15,200 13%
Model 3/Y 128,044 124,100 7%
Total 145,036 139,300 7%

Tesla-Model-3-Cuts-Price-For-China

โดยทาง Wall Street Consensus ตอนแรกได้คาดการณ์ออกมาด้วยว่า ในไตรมาส 3 Tesla จะสามารถส่งมอบรถให้ลูกค้าได้เพียง 120,000 คัน แต่ Tesla กลับสามารถส่งมอบรถได้ถึง 140,000 คันเลยทีเดียว!

และ Tesla ยังคุยว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต ให้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้มากกว่า 145,000 คัน ด้วยซ้ำไป! (เรียกว่า เอาให้เหนือกว่าที่ Wall Street Consensus คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าเลย)

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Lucid-Air-Electric-Car

คู่แข่งใหม่ของ Tesla (เทสล่า) มาแล้ว! สำหรับ Lucid Air (ลูซิด แอร์) รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู เตรียมเปิดตัวในสหรัฐฯ วันที่ 9 กันยายน 2020 นี้!

หลายคนอาจจะไม่รู้จักกับบริษัทรถยนต์หน้าใหม่รายนี้ สำหรับ Lucid Motors, Inc. เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติสหรัฐฯ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 (ก่อนหน้านั้นใช้ชื่อว่า Atieva) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Newark รัฐแคลิฟอร์เนีย มีพนักงานทำการประมาณ 500 คน ซึ่งบางส่วนเคยเป็นพนักงานที่เคยทำงานให้กับ Tesla และ Mazda

Lucid-Air-Electric-Car

ก่อตั้งโดย Bernard Tse, Sheaupyng Lin และ Sam Weng ผู้อำนวยการอาวุโสของ Oracle โดยได้รับเงินทุนจาก Tsing Capital บริษัทจัดการกองทุนแห่งแรกของจีน, Mitsui, Venrock และ JAFCO เป็นต้น โดยปัจจุบันมีผู้ลงทุนหลัก คือ Public Investment Fund of Saudi Arabia, Mitsui, JAFCO, China Environmental Fund และ Venrock ของสหรัฐฯ

สำหรับ CEO และ CTO คือ Peter Rawlinson ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าวิศวกรของรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model S มาก่อน และอดีตหัวหน้าทีมออกแบบรถยนต์ของ Mazda อเมริกาเหนืออย่าง Derek Jenkins ซึ่งเคยออกแบบ Mazda MX-5 (เจเนอเรชั่นที่ 4) เข้าเป็นรองประธานด้านการออกแบบรถของ Lucid Motors

แต่เดิมนั้นบริษัท ทำหน้าที่ในการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สำหรับรถประเภทอื่นๆ พร้อมกับการพัฒนารถยนต์คันแรกในปี 2014 ก่อนจะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบในปี 2016

Lucid-Air-Electric-Car

ในเดือนตุลาคม 2016 รีแบรนด์ชื่อบริษัทเป็น Lucid Motors และเริ่มการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ใน Casa Grande รัฐแอริโซนา ด้วยมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งโรงงานแห่งนี้ วางแผนเดินสายการผลิตรถยนต์ตั้งแต่ 20,000 – 130,000 คัน/ปี ซึ่งตัวโรงงานดีไซน์มาให้รองรับการผลิตรถยนต์ได้สูงสุดถึง 380,000 คัน/ปี

ต่อมาในเดือนเมษายน 2019 ได้รับเงินอัดฉีดจาก Public Investment Fund of Saudi Arabia มูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 67% ของบริษัทฯ

Lucid-Air-Electric-Car

Lucid Air รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู 4 ประตู จึงเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ ด้วยรูปโฉมอันล้ำสมัย มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ที่น้อยที่สุดในโลก สำหรับรถเก๋ง เพียงแค่ 0.21 เท่านั้น ที่ถือว่าน้อยกว่า Tesla ซะอีก! ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น และมีระยะทางในการวิ่งได้ไกลกว่าคู่แข่ง! ซึ่ง Lucid Air คาดว่าจะมีระบบยานยนต์ไร้คนขับติดตั้งมาให้ด้วย

ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหน้า ออกแบบให้มีกำลังมากถึง 400 แรงม้า วิ่งได้ระยะทาง 390 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Lucid-Air-Electric-Car

และรุ่น Top เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลังที่ให้กำลังมากถึง 600 แรงม้า รวมแล้วมีกำลังถึง 1,000 แรงม้า พร้อมใช้ระบบไฟฟ้า 900 โวลต์ ซึ่งจัดหาแบตเตอรี่โดยแผนก Atieva สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 640 กิโลเมตร (มาตรฐาน EPA) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง!

และยังน่าทึ่ง! กับความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม. (217 ไมล์/ชม.) จากการทดสอบในสนามโดยหน่วยงานที่ชื่อว่า Transportation Research Center ของรัฐโอไฮโอ

Lucid-Air-Electric-Car

จนล่าสุดตอนนี้ ทาง Lucid Motors ได้ออกมาเปิดเผยอีกครั้งว่า Lucid Air จะสามารถให้ระยะทางวิ่งได้มากกว่า 517 ไมล์ (832 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง!

Lucid-Air-Electric-Car

ตอนนี้นี้ Lucid Air ได้เปิดให้สั่งจองแล้ว ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.8 – 3 ล้านบาท)

ส่วนถ้าใครอยากขายรถเพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Lucid-Air-Electric-Car

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Tesla-Model-3-LFP-Battery-China

ปี 2020 นี้ อาจเป็นปีแห่งความลำบากของรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงสันดาปภายในแทบทุกยี่ห้อทั่วโลก แต่ในปีนี้เอง กลับกลายเป็นแสงสีทองผ่องอำไพของ Tesla (เทสล่า) ด้วยยอดขายที่มากเป็นประวัติการณ์

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ของจีนเปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ Tesla ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 11,095 คัน หรือ 3 เท่าจากยอดขายเดือนเมษายนที่มีเพียง 3,635 คัน นับเป็นสัญญาณที่ดี ภายหลังจากที่โควิด-19 เริ่มซาลงในประเทศจีน

Tesla-Model-3-Factory-In-China

ที่สิ่งสำคัญที่ทำให้ Tesla ยอดขายพุ่งด้วย นั่นคือการที่ Tesla Model 3 ต้องลดราคาลงมา 10% โดยมีราคาต่ำกว่า 300,000 หยวน เพื่อรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจีน และครองความเป็นที่ 1 ของ Tesla ในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกเวลานี้

ราคาเริ่มต้นของ Tesla Model 3 Standard Range Plus ลดลงมาที่ 271,550 หยวน (ประมาณ 1,189,554 บาท) โดยได้รับเงินอุดหนุนคันละ 20,250 หยวน (ราว 88,729 บาท) โดยมีผลตั้งแต่ 23 เมษายน ซึ่งในปี 2021 รัฐบาลจีนจะลดเงินอุดหนุนลง 20% และในปี 2022 ลดลง 30%

นี่ก็นับว่าเป็นส่วนที่ช่วยให้ Tesla สามารถขายรถ ขายได้ขายดีในจีน และดันมูลค่าของบริษัทให้ขึ้นไปเป็นแบรนด์รถยนต์อันดับ 1 ของโลกได้!

Tesla-Model-3

และเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา Tesla ยังได้รับการอนุมัติจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน อนุญาตให้ Tesla ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Model 3 ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่ผลิตโดย CATL ได้ ซึ่งจะนำมาทดแทนแบตเตอรี่ Lithium Nickel Cobalt Auminum Oxide (หรือ NCA) ที่ใช้ใน Tesla Model 3 รุ่นปัจจุบัน ซึ่งมีต้นทุนที่สูงกว่า

โดยข้อดีของแบตเตอรี่ NCA สามารถชาร์จประจุได้เร็ว ปลอดภัยสูง อายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยทางผู้ผลิตเผยว่าสามารถใช้งานได้มากเกือบ 2 ล้านกิโลเมตร หรือ 16 ปี แต่ก็มีข้อด้อย คือ น้ำหนักมาก

Tesla-Model-3

โดย Elon Musk (อีลอน มัสก์) CEO ของ Tesla เตรียมจะผลิตรถยนต์ SUV Model Y ในโรงงานที่เซี่ยงไฮ้ปีหน้านี้ และยังมีแผนจะเปิดศูนย์ออกแบบรถยนต์ในจีนสำหรับเป็นต้นแบบ ผลิตขายทั่วโลกอีกต่อไปด้วย

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

10-Most-Valuable-Auto-Companies-In-The-World

ในโลกของเรานี้มีบริษัทรถอยู่มากมาย บางยี่ห้อสามารถพาตัวเองขึ้นมาเป็นมูลค่าอันดับต้นๆ ของโลกได้ ต้องสั่งสมคุณภาพและมาตรฐาน เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้ใช้รถได้ยาวนานนับหลายสิบปี หรือร้อยปี จนสามารถผลิตรถได้หลายล้านคันต่อปี และมีโรงงานผลิตกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก

การที่บริษัทรถหลายแห่งได้รับความเชื่อใจจากลูกค้ามากมายทั่วโลก ก็ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์พุ่งขึ้นตาม นักลงทุนเชื่อว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายและกำไรได้มาก นั่นก็หมายถึงเงินปันผลที่เขาจะได้รับก็มากไปด้วยเช่นกัน และในขณะเดียวกัน บริษัทรถที่มีปัญหาเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ หรือลูกค้าเสียความเชื่อมั่น ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น และฐานะทางการเงินของบริษัทโดยเลี่ยงไม่ได้

MR.CARRO ขอนำรายละเอียด 10 อันดับ บริษัทรถยนต์ มูลค่ามากที่สุดในโลก ประจำปี 2020 มาฝากทุกท่านครับ

Tesla-One-Million-Cars-Production

1. Tesla

Tesla มูลค่าบริษัท 200.28 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ก็ว่าได้ สำหรับ Tesla ที่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเมื่อ 1 กรกฎาคม 2003 โดย Martin Eberhard และเพื่อนของเขา Marc Tarpenning ที่ต้องการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับความสปอร์ตและหรูหรา แล้วก็นำชื่อของ Nikola Tesla ผู้ค้นพบวิธีการสื่อสารแบบไร้สาย ผู้ประดิษฐ์ขดลวดเทสลา ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟแบบใช้ก๊าซให้แสงสว่าง เป็นต้น

ต่อมา Elon Musk เห็นว่าแนวคิดตรงกัน เลยเข้ามาลงทุนในบริษัทนี้ พร้อมกับผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกจำหน่าย โดยใช้เวลาเพียง 16 ปี ก็สามารถเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลกได้

ทุกวันนี้ Tesla เปรียบได้กับตัวแทนของเทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคต

Toyota-Century

2. Toyota

Toyota มูลค่าบริษัท 172.61 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

จากบริษัทโรงงานทอผ้า Toyoda Automatic Loom Works ที่ก่อตั้งโดย Sakichi Toyoda ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชานักประดิษฐ์” ของญี่ปุ่น ในปี 1929 ได้ขายสิทธิบัตรการผลิตเครื่องทอผ้าอัตโนมัติให้กับ Platt Brothers & Co ประเทศอังกฤษ พร้อมกับนำเงินทุนมาตั้งบริษัท Toyota Motor ลุยกับการผลิตรถยนต์อย่างเต็มตัว

โดย Kiichiro Toyoda ทำหน้าที่รับช่วงต่อ เริ่มผลิตรถ Toyoda AA (โตโยดะ เอเอ) ออกจำหน่ายในปี 1936 จนก้าวขึ้นมาสู่อันดับ 1 ของโลกของยานยนต์ ที่ครองใจคนใช้รถไปทั่วโลก

แบรนด์รถในเครือ Toyota ได้แก่ Toyota, Lexus, Daihatsu, Hino และยังถือหุ้นใน Mazda กับ Subaru อีกด้วย

Bye-Bye-Volkswagen-Beetle

3. Volkswagen

Volkswagen มูลค่าบริษัท 78.24 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

เป็นรถที่เกิดขึ้นในยุค Aldorf Hitler (อดอล์ฟ ฮิตเลอร์) หัวหน้าพรรคนาซี เป็นผู้นำประเทศ ในยุคเผด็จการฟาสซิสต์ขวาจัดตกขอบ ผู้สังหารหมู่ชาวยิวนับล้านคนและนำทัพเยอรมนีบุกไปหลายประเทศช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1937 ได้มีแนวคิดสร้างรถยนต์สำหรับประชาชนขึ้น โดยตั้งชื่อว่า Volkswagen (โฟล์คสวาเกน) ตามภาษาเยอรมันที่คำว่า Volk แปลว่า ประชาชน ส่วน Wagen แปลว่า รถยนต์ รวมกันแล้วเป็น “รถยนต์ของประชาชน”

ปัจจุบัน แบรนด์รถในเครือ Volkswagen มีหลายยี่ห้อ ได้แก่ Volkswagen, Porsche, Audi, Bugatti, Bentley, Lamborghini, Skoda, Scania, MAN, Neoplan และ Ducati เป็นต้น

Honda-Civic-Hatchback

4. Honda

Honda มูลค่าบริษัท 43.57 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

Honda ก่อตั้งเมื่อปี 1948 โดย Soichiro Honda (โซอิชิโร ฮอนดา) ลูกช่างตีเหล็กแห่งเมืองฮารามัตสุ ผู้หลงไหลในยานยนต์ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ได้ฉายาว่าเป็น Henry Ford ของญี่ปุ่น เริ่มต้นจากการตั้งสถาบันเทคโนโลยีฮอนด้า เริ่มผลิตรถจักรยานติดเครื่องยนต์ รถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะก้าวมาสู่การผลิตรถยนต์ รวมไปถึงเครื่องตัดหญ้า เครื่องปั่นไฟ เครื่องยนต์เรือ เครื่องบินเจ็ท และขยายกิจการไปทั่วโลก

แบรนด์รถในเครือ Honda ได้แก่ Honda และ Acura

5. Daimler

Daimler มูลค่าบริษัท 43.40 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

ชื่อ “Daimler” มาจากบริษัท Daimler Motoren Gesellschaft ของ Gottlieb Daimler (กอตต์ลีบ เดมเลอร์) ผู้ประดิษฐ์รถยนต์ 4 ล้อคันแรกของโลก ที่ถูก Wilhelm Maybach (วิลเฮลม์ มายบัค) เข้ามาสืบทอดกิจการต่อ

ในปี 1926 ได้รวมเข้ากับบริษัท Benz Cie & Co. จึงจับชื่อมาชนกัน แล้วขายรถในชื่อ “Mercedes-Benz” ตั้งแต่ปี 1926 แต่ยังคงใช้ชื่อบริษัทว่า Daimler-Benz ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Daimler-Chrysler เมื่อคราวรวมกิจการกับ Chrysler ในปี 1998 และกลับมาใช้ชื่อ Daimler AG อีกครั้งในปี 2007 หลังจากการแยกตัวของ Chrysler

แบรนด์รถในเครือ Mercedes-Benz ได้แก่ Mercedes-Benz, Smart, Maybach, AMG, Freightliner, Western Star, Bharat Benz, Setra, Fuso, Starliner

Ferrari-SF90-Stradale

6. Ferrari

Ferrari มูลค่าบริษัท 42.29 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย Enzo Ferrari (เอนโซ่ เฟอร์รารี่) นักแข่งรถยนต์ในตำนาน เมื่ออายุ 42 ปี ในปี 1940 ซึ่งเคยเป็นนักแข่งรถให้ทาง Alfa Romeo มาก่อน เพื่อผลิตรถแข่งและผลิตรถสปอร์ต ที่มีชื่อเสียงก้องโลกในปัจจุบัน

BMW-Series-3-2019

7. BMW

BMW มูลค่าบริษัท 41.11 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

บีเอ็มดับเบิลยู ถือกำเนิดขึ้นในปี 1916 ที่เยอรมนี โดยวิศวกรเครื่องกลชาวบาวาเรีย 2 คน คือ Carl Rapp และ Max Friz ซึ่งเริ่มต้นผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน โดยใช้ชื่อว่า Bayerische Flugzkugwerke AG แต่ในปี 1918 ก็เปลี่ยนมาผลิตรถยนต์แทน และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Bayerische Motoren Werke AG ซึ่งแปลว่า งานผลิตรถยนต์ ของคนบาวาเรีย ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

แบรนด์รถในเครือ BMW ได้แก่ BMW, Mini และ Rolls-Royce

All-New-Chevrolet-Captiva-2019

8. GM

GM มูลค่าบริษัท 36.21 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

GM หรือ General Motors เคยได้ชื่อว่าบริษัทรถที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาก่อน จดทะเบียนครั้งแรกในวันที่ 16 กันยายน 1908 ในเมือง Flint รัฐ Michigan  และบริหารงานโดย William C. Durant เจ้าของบริษัทผลิตรถม้า ดูแรนท์ ดอร์ท แคร์ริเอจ (Durant-Dort Carriage Company) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Buick โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Charles Stewart Mott เป็นผู้ริเริ่มนำบริษัทควบรวมกับ Buick และภายหลังเขาก็เป็นผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียว ก่อนจะขยายกิจการด้วยการซื้อแบรนด์อื่นมารวมใน GM มากมาย

แบรนด์รถในเครือ Chevrolet, Cadillac, Buick, GMC และ Holden

New-MG-HS-2019

9. SAIC Group

SAIC Group มูลค่าบริษัท 28.31 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

SAIC Group หรือ Shanghai Automotive Industry Corporation เป็นกลุ่มธุรกิจรถยนต์ที่จัดเป็น 1 ใน 4 ยักษ์ใหญ่ของบริษัทรถในจีน มีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รวบรวมบริษัทรถหลายแห่งในจีน และในส่วนที่ร่วมผลิตรถยนต์กับบริษัทรถยนต์ของต่างชาติ มารวมกันเป็น SAIC Group ในปี 2011

แบรนด์รถในเครือ SAIC ได้แก่ MG, Maxus, Roewe, Wuling, Baojun และ Sunwin เป็นต้น

BYD-M3

10. BYD

BYD มูลค่าบริษัท 25.18 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

BYD หรือ Build Your Dreams ก่อตั้งเมื่อปี 1995 โดย Wang Chuanfu เติบโตมาจากบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับมือถือ ต่อมาในปี 2002 BYD เข้าซื้อกิจการของบริษัท Tsinchuan Automobile หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน. ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น BYD Automobile Co.,Ltd.

ซึ่ง BYD นับตั้งแต่ปี 2008 เริ่มเน้นผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมาจำหน่ายมากเป็นพิเศษ จนถึงขนาด Warren Buffet เข้ามาซื้อหุ้นของ BYD บริษัทแม่ถึง 10% (คิดเป็นเงิน ณ ตอนนั้นราว 230 ล้านเหรียญ) จัดได้ว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก (ในแง่ความหลายหลายของผลิตภัณฑ์ มีทั้งรถยนต์ รถบัส รถบรรทุกไฟฟ้า และโรงงานผลิต เป็นต้น) ที่ในไทยก็มีตัวแทนจำหน่ายแล้ว

แบรนด์รถในเครือ BYD ได้แก่ BYD และ Denza เป็นต้น

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

น้อยมากที่ Elon Musk เขาวาดฝัน (หรือเพ้อฝัน) สิ่งไหนไว้แล้วทำไม่สำเร็จ ถึงแม้ว่า อาจจะต้องใช้เวลานานมากก็ตาม กว่าจะไปถึงความสำเร็จ ณ จุดนั้น

ดูอย่างแค่รถยนต์ไฟฟ้า ที่แม้ว่าบริษัท Tesla ที่ Musk เข้ามาเป็นเจ้าของบริษัท และรุกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าช้ากว่าค่ายรถยักษ์ใหญ่ แต่ก็สามารถทำให้ Tesla ประสบความสำเร็จในวงการรถยนต์ไฟฟ้า ขายดีไปทั่วโลกได้

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

อย่างข่าวหนึ่งที่ถูกตีแผ่ไปทั่วโลก พร้อมกับเสียงเฮลั่นของ Elon Musk (อีลอน มัสก์) กับการส่งจรวด Falcon 9 ในโครงการของบริษัท SpaceX บริษัทขนส่งด้านอวกาศ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2002 โดยมีเป้าหมายให้คนได้ไปอยู่บนดาวดวงอื่น (เช่น ดาวอังคาร) ที่แม้ว่าจะล้มเหลวในการส่งจรวดหลายครั้ง

แต่ความสำเร็จการส่งจรวด Falcon 1 ขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกได้ในปี 2008 หลังจากนั้นทางบริษัทก็ประสบสำเร็จที่ตามมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น ในการลุยภารกิจอันยิ่งใหญ่กว่านี้

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

และในวันนี้ SpaceX ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ เป็นบริษัทเอกชนเจ้าแรก ที่พานักบินอวกาศของ NASA 2 คน มุ่งหน้าไปสถานีอวกาศนานาชาติ ISS เป็นผลสำเร็จได้ในรอบ 9 ปี

ทำให้ตอกย้ำแนวคิดการนำพาคนไปดาวอังคารของเขา ได้มากขึ้นไปอีก

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

ย้อนกลับไปในวันที่ 31 พฤษภาคม 2020 เวลา 3.22 น. (ตามเวลาสหรัฐฯ) นักบินอวกาศของ NASA 2 คน คือ Doug Hurley และ Bob Behnken ได้เดินทางมายังฐานปล่อยจรวด Launch Complex 39A ที่ศูนย์อวกาศ Kennedy Space Center, Cape Canaveral รัฐฟลอริดา พร้อมกับรถ Tesla Model X ที่ถูกดัดแปลงเป็นพิเศษ

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

โดยนักบินอวกาศทั้งสอง ได้ขึ้นจรวด Falcon 9 เพื่อปฏิบัติภารกิจ Demo-2 ใช้เวลา 19 ชั่วโมง จากพื้นโลกไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS – International Space Station) โดยสวัสดิภาพเมื่อ 21.29 น. ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่บริษัทเอกชน ได้ส่งนักบินอวกาศของ NASA ออกไปยังอวกาศในรอบ 9 ปี หลังจากที่ NASA ไปยกเลิกโครงการกระสวยอวกาศไปในปี 2011

เดิมภารกิจ Demo-2 มีกำหนดการส่งนักบินอวกาศในวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 3.33 น. แต่เนื่องจากสภาพอากาศบริเวณฐานปล่อยจรวดไม่เอื้ออำนวย จึงต้องเลื่อนการปล่อยจรวดออกไป

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

ส่วนตัวจรวด Booster ทาง SpaceX ก็ได้เตรียมเรือที่ชื่อว่า Of Course I Still Love You ลอยลำอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อรอการกลับมาจากการส่ง 2 นักบินอวกาศขึ้นสู่อวกาศเพียง 9 นาที ซึ่งสามารถลงจอดอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหาอะไรใดๆ

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

นับได้ว่า เป็นภารกิจอันน่าตื่นเต้นมาก สำหรับบริษัทเอกชนอย่าง SpaceX เพราะการส่งจรวดขึ้นวงโคจรนั้น นับว่าเป็นเรื่องยากทีเดียว เพราะจรวดต้องมีแรงขับดันมากพอที่จะเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลก แล้วยากยิ่งไปกว่าก็ตอนนำกลับลงมาได้อย่างปลอดภัย ที่ต้องเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลกที่เร่งความเร็วมาก (ซึ่งต่างจากหลายครั้งที่ผ่านมาในอดีต ที่จรวดมักใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ทำให้ต้นทุนการส่งยานอวกาศสูงมาก)

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

ส่วนชุดนักบินอวกาศที่ 2 คนสวมใส่ในครั้งนี้ ก็จัดว่าเป็นการออกแบบใหม่หมด ดูมินิมอลมาก โดย Jose Fernandez (โจเซ่ เฟอร์นานเดซ) ผู้มีผลงานด้าน Costume ในหนังฮอลลีวู้ดฟอร์มยักษ์มานับไม่ถ้วน ทั้ง Batman Return, X-Men 2, Bat V Sup, Thor รวมถึงภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับอวกาศโดยตรงอย่าง Oblivion และ Passengers เป็นต้น

ซึ่ง Elon Musk ชื่นชอบผลงานของคอสตูมดีไซน์เนอร์คนนี้มาก แม้ว่า Jose Fernandez จะไม่รู้จักบริษัท SpaceX เลยก็ตาม! ซึ่งตอนแรกถูกคิดว่าเป็นบริษัทสร้างภาพยนตร์ด้วยซ้ำไป!

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

นับเป็นการบุกเบิกการขนส่งทางอวกาศ เป็นผลสำเร็จของ SpaceX กับการร่วมมือระหว่าง NASA ที่ช่วยให้ต้นทุนถูกลงมากขึ้น และกระตุ้นให้มีบริษัทเอกชนแห่งอื่นๆ หันมาลงทุนธุรกิจการขนส่งทางอวกาศมากขึ้นในอนาคต

SpaceX-Rocket-Ship-2-NASA-Astronauts

และบริษัท SpaceX ตอนนี้ยังได้รับเลือกให้ส่งนักบินอวกาศไปเยือนดวงจันทร์ (อีกครั้ง) ใน Artemis Program ด้วย ถ้าหากเดินทางไปได้จริงๆ ก็จะเป็นการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ทางเดินทางไปอวกาศอีกครั้งอย่างแน่นอน

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่ออยากได้เงินเดินทางไปเที่ยวอวกาศกับ SpaceX อยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ข้อมูลประกอบบทความบางส่วนจาก:

Tesla-Model-3-Cuts-Price-For-China

ยังคงเป็นข่าวได้อย่างต่อเนื่องตลอดสำหรับพ่อหนุ่มวัย 48 อย่าง Elon Musk (อีลอน มัสก์) CEO ของ Tesla (เทสล่า) นับตั้งแต่เพิ่งมีลูกคนที่ 6 ในชื่อ “X Æ A-12 Musk” กับภรรยาคนที่สองชาวแคนาดา ซึ่งสร้างกระแสในโลกโซเชียลทันที ด้วยความแปลกของตัวอักษรว่าจะอ่านออกเสียงว่าอะไรดี ถึงจะถูกต้อง? รวมไปถึงความฉุนที่โรงงานใน Fremont ไม่สามารถเปิดอีกครั้งได้!

ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา Tesla ที่มีโรงงานอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ก็มีข่าวว่ายอมลดราคา Tesla Model 3 (เทสล่า โมเดล 3) ลง ซึ่ง Tesla รั้งยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากเป็นอันดับ 1 ของโลกในจีน และยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดขายมากที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน คือ 2018 และ 2019

เพราะรัฐบาลจีน ประกาศลดเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาไม่เกิน 300,000 หยวน (หรือประมาณ 1,361,520 บาท) ยกเว้นรถยนต์ไฟฟ้าราคาที่สูงกว่า และติดตั้งแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งรัฐบาลจีนตอนนี้กำลังส่งเสริม และมีแบรนด์รถจีนหลายเจ้ากำลังทำอยู่

Tesla-Model-3-Cuts-Price-For-China

รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาสูง อย่าง Tesla, BMW, Audi หรือ Mercedes-Benz ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ เพราะถูกลดเงินอุดหนุนลง 10% โดยมีผลตั้งแต่ 23 เมษายน แต่จะมีช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านให้สามเดือน และหลังจากช่วงการเปลี่ยนผ่านในปี 2021 จะลดเงินอุดหนุนลง 20% และในปี 2022 เป็น 30%

ผลกระทบครั้งนี้ ต้องทำให้รถ Tesla ต้องปรับลดราคาของรถยนต์ไฟฟ้าตัวเอง โดยลดราคา Tesla Model 3 Standard Range Plus เหลือเพียง 271,550 หยวน (1,232,483 บาท) หลังจากได้รับเงินอุดหนุนคันละ 20,250 หยวน (91,908 บาท)

แต่ในรุ่นที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ อย่าง Tesla Model 3 Standard Range ราคาปรับขึ้นมาที่ 303,550 หยวน (1,378,045 บาท) จาก 299,050 หยวน (1,357,616 บาท)

ส่วน Model 3 Long Range ที่เตรียมเปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2020 ราคาอยู่ที่ 344,050 หยวน (1,561,905 บาท) ซึ่งเทียบกับราคาก่อนหน้าที่โพสต์ไว้ในเว็บไซต์ 339,050 หยวน (1,539,206 บาท) ส่วนราคาก่อนรับเงินอุดหนุน ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

Tesla-Model-3-Cuts-Price-For-China

เป็นที่ทราบกันดีว่า Tesla เริ่มลงทุนใหญ่ในจีนโดยสร้างโรงงานผลิตรถของตัวเองที่เซี่ยงไฮ้ กว่า 2 พันล้านดอลล่าร์ และในเดือนมีนาคม 2020 ที่ผ่านมา Tesla มียอดจดทะเบียนในจีนมากถึง 12,709 คัน เมื่อเทียบจากในเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีแค่ 2,314 คัน

ซึ่งในจีนตอนนี้ ธุรกิจยานยนต์ต่างก็ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปเต็มๆ โดยยอดขายรถในจีน 3 เดือนแรกของปี 2020 ตกลงไปมากถึง 42% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่รัฐบาลจีนก็ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะสนับสนุนธุรกิจยานยนต์ เพื่อกระตุ้นยอดขายรถให้ขึ้นมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Tesla-Top-Sales-In-China-2020

สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลประเทศจีน (CPCA – China Passenger Car Association) เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 เมษายน ว่า Tesla มียอดขายรถยนต์ในประเทศจีนเมื่อเดือนมีนาคม 2020 มากถึง 10,160 คัน! ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายสูงสุด ทำเอา Elon Musk (อีลอน มัสก์) ต้องดีใจกันอีกรอบ!

ในเวลานี้ Tesla (เทสลา) มีแผนที่จะผลิตรถ Tesla Model 3 ทั้งหมด 150,000 คัน ในโรงงานที่เซี่ยงไฮ้มูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ นับเป็นยอดขายราวๆ 30% ของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดที่ผลิตขายในจีน ซึ่ง Cui Dongshu เลขาธิการของ China Passenger Car Association เป็นผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

Tesla-Top-Sales-In-China

จากข้อมูลข้างต้น CPCA แม้ว่ายอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในภาพรวมทั้งหมดของเดือนมีนาคม จะลดลง 40.8% เมื่อเทียบจากปี 2019 อีกทั้ง CPCA ยังเผยถึงยอดขายรถของ Tesla ในเดือนกุมภาพันธ์ มียอดขายประมาณ 3,900 คันที่เพิ่มจากเดือนมกราคมถึง 2,620 คัน โดยการนับที่แตกต่างจากยอดการส่งมอบรถยนต์ของ Tesla

แม้ว่าในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ระบาดอย่างหนักในทั่วโลก กระทบถึงยอดขายรถใหม่และอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นแถวๆ แต่ Tesla กลับสร้างความตะลึงให้กับวงการรถยนต์ทั่วโลก ด้วยการทำยอดขายในจีนได้สูงเป็นประวัติการณ์ ที่ในอนาคต ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ในจีนต้องมากกว่านี้แน่นอน!

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้ในช่วงโควิด-19 ระบาด CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Tesla-Quarterly-Vehicle-Production-Deliveries

แม้ว่าไวรัสโควิด-19 (COVID-19) จะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเหล่าอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ที่ต้องหยุดการผลิตรถชั่วคราวไปกันเป็นแถวๆ แม้แต่ตัวบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังอย่าง Tesla (เทสลา) ก็โดนไปด้วยเช่นกัน แม้ว่า Tesla จะเคยเผชิญกับการขาดทุนรัวๆ ของบริษัท ไปเมื่อปีก่อนๆ มูลค่านับหลายร้อยล้านดอลล่าร์แล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่ารับได้สบายๆ

Tesla-Factory

แต่เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา Tesla ได้ประกาศว่าในไตรมาสแรกของปี 2020 ที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2020 ทาง Tesla สามารถผลิตรถยนต์ได้มากถึง! 102,672 คัน นับว่าเป็นไตรมาสแรกที่ดีที่สุดของบริษัท นับตั้งแต่การก่อตั้งแบรนด์มาเลยทีเดียว

โดยทาง Tesla ส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า พร้อมกับโอนรถและเอกสารทั้งหมดได้ 88,400 คัน ซึ่งตามจริงแล้วยอดการส่งมอบสุดท้ายอาจจะสูงกว่านั้น แต่เผอิญทาง Tesla ก็ต้องเผชิญเจ้าโควิด-19 เฉกเช่นเดียวกับค่ายรถอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยโรงงานของ Tesla ที่ฟรีมอนต์ แคลิฟอร์เนีย และเซี่ยงไฮ้ ต้องชะลอการผลิต และใช้โรงงาน Gigafactory ในนิวยอร์ก เป็นที่ผลิตเครื่องช่วยหายใจไปก่อน

Tesla-Factory

ทาง Tesla ให้ข้อมูลว่ารถยนต์ Tesla Model S/X ผลิตได้ 15,390 คัน ส่งมอบให้ลูกค้าแล้ว 12,200 คัน และในส่วนของรถยนต์ Tesla Model 3/Y ที่เพิ่งเริ่มผลิตในเดือนมกราคม และส่งมอบในเดือนมีนาคม ผลิตได้ 87,282 คัน ส่งมอบแล้ว 76,200 คัน

เมื่อเทียบกับตัวเลขการส่งมอบรถยนต์ของ Tesla เมื่อปี 2019 นั้นอยู่ที่ 367,500 คัน เติบโตขึ้น 50% (จากปี 2018) และหากดูจากยอดการผลิตในปี 2020 นี้ ก็คาดเดาได้ว่าอาจจะสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ถ้าไม่เจอเจ้าโควิด-19 มาอยู่ยาว คอยขัดขาเอาซะก่อน!

แหล่งที่มาจาก:

Tesla-One-Million-Cars-Production

หากเราจะเปรียบเทียบบริษัทรถยนต์ Tesla (เทสลา) ในแง่ของกำลังการผลิต ก็อาจจะสู้กับยักษ์ใหญในโลกยานยนต์อย่าง Toyota (โตโยต้า), GM (จีเอ็ม) หรือ Volkswagen (โฟล์คสวาเกน) ที่มียอดผลิตรถยนต์นับล้าน หรือสิบล้านคันต่อปีไม่ได้ก็ตาม แต่ล่าสุด CEO คนดังของเทสล่า อย่าง Elon Musk (อีลอน มัสก์) ได้ออกมาแสดงความยินดีพร้อมกับรถยนต์ Tesla Model Y ด้วยความภาคภูมิใจ

Tesla-Model-3

Tesla ถือกำเนิดครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2003 โดยการก่อตั้งของ Martin Eberhard และ Marc Tarpenning ซึ่งตั้งตามนามสกุลนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง นักประดิษฐ์ นักฟิสิกส์ และวิศวกรไฟฟ้าผู้สร้างนวัตกรรมล้ำยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ชาวเซอร์เบีย-อเมริกัน “Nikola Tesla” (นิโคลา เทสลา) ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2004 ก็ได้ Elon Musk เจ้าของฉายา “Iron Man” ก็ได้เข้ามาลงทุนในบริษัทก่อนจะได้ขึ้นเป็นประธานบริษัท ก่อนจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าแบบสปอร์ตเปิดประทุนของค่ายคันแรก Tesla Roadster ในปี 2008 ซึ่งในไทยก็เคยมีผู้นำเข้ามาจำหน่าย

ต่อมา Tesla เริ่มทำรถยนต์ไฟฟ้า ให้ทุกคนเข้าถึงเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น โดยออกแบบรถออกมา 4 รูปแบบ ในชื่อ “S E X Y” แม้ว่ารถ Tesla Model E จะถูกเปลี่ยนเป็น 3 ก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการเล่นคำ เป็นอักษรตัว E ในภาษาอังกฤษ ก็สามารถกลับด้านมาให้ดูคล้ายเลข 3 ได้

Tesla-One-Million-Cars-Production

Tesla อาจจะใช้เวลายาวนานถึง 12 ปี กว่าจะผลิตรถยนต์ได้มากถึง 1 ล้านคัน แต่จากรายงานผลประกอบการเดือนมกราคม ของ Tesla ประกาศว่าจะส่งมอบรถยนต์กว่า 500,000 คันไปยังทั่วโลกในปี 2020 นี้ ซึ่งคาดได้เลยว่า ล้านที่สองของ Tesla คงไม่ไกลเกินฝันแน่ๆ ซึ่ง Tesla ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้ลูกค้ามากที่สุด แซงหน้ารถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง BYD ไปแล้วด้วย

ซึ่งรถ Model Y ซึ่งเป็นรถแบบ Crossover ก็คือรถคันที่ 1 ล้าน ที่ออกมาจากโรงงานของ Tesla นั่นเอง ซึ่งพร้อมส่งมอบในช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2020 ของสหรัฐฯ

และในปี 2019 ที่ผ่านมา Tesla เพิ่งเปิดตัวรถกระบะ Cybertruck ที่จะขายในปี 2021 นี้ ก็สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ด้วยรูปทรง Polygon ที่แปลกตา ผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิม ในราคาที่จับต้องได้ แต่ก็มีเรื่องหน้าแตกอยู่นิดหน่อยตรงที่ Elon Musk เคลมว่ากระจกของรถ Tesla Armor Glass นั้นแข็งแกร่งนัก แต่ตอนเปิดตัวกลับกระจกร้าว ตอนสาธิตความแข็งแกร่งด้วยการขว้างลูกบอลเหล็กใส่ซะงั้น!

Tesla-One-Million-Cars-Production

อีกทั้ง Tesla ยังเริ่มต้นผลิตรถยนต์นอกสหรัฐฯ พร้อมส่งมอบรถยนต์คันแรกที่ผลิตจากโรงงาน Gigafactory 3 ในเซี่ยงไฮ้ เมื่อปลายปี 2019 ที่ผ่านมา และกำลังเตรียมสร้าง Gigafactory 4 ใกล้กับกรุงเบอร์ลินในประเทศเยอรมนี หลังจากศาลตัดสินให้สามารถตัดไม้ เพื่อสร้างโรงงานต่อไปได้ ท่ามกลางการคัดค้านของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Gruene Liga Brandenburg …

และนี่ก็คือความฝัน ความตั้งใจของ Elon Musk ที่มาได้ไกลเกินฝันจริงๆ!

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน