Sale-Toyota-Vios-With-Carro-Express

ช่วงนี้ เชื่อได้ว่าใกล้ถึงปลายปีแล้ว หลายคนกำลังคาดหวังถึงเงินโบนัส ที่จะได้รับในช่วงสิ้นปีนี้ ที่ก็ต้องมาลุ้นกันว่า จะได้มาก ได้น้อย หรือไม่ได้เลย … ซึ่งถ้าใครโชคดีได้โบนัสมากหน่อย ก็อาจจะวางแผนขายรถคันเก่า เพื่อที่จะเปลี่ยนรถคันใหม่ ต้อนรับปี 2563 ซึ่งในช่วงปลายปีนี้ ก็จะมีรถใหม่อีกหลายๆ รุ่น ทยอยออกสู่ตลาดให้ได้เลือกซื้อกัน

แต่เป้าหมายของทุกคนที่ลงขายรถมือสอง คือ ขายอย่างไร ให้ได้ราคาที่ตนเองนั้น “พึงพอใจ”

Toyota-Vios-Carro-Express

วันนี้ CARRO จะมาแนะนำลูกค้าที่ลงขาย Toyota Vios Gen 3 (โตโยต้า วีออส) รุ่น 1.5 J A/T ปี 2016 กับบริการขายรถด่วน CARRO Express ของทาง CARRO ที่ได้ราคามากถึง “305,000 บาท” กันครับ

เคล็ดไม่ลับ ในการขายรถให้ได้ราคา

Toyota-Vios-Carro-Express

สภาพรถภายนอก โดยรวมต้องสภาพดี ไม่มีรอยเฉี่ยวชน บุบครูดตามจุดต่างๆ (ซึ่งถ้ามีน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีผลดีมากขึ้นเท่านั้น) ไม่มีชนหนัก ชนิดว่าเปลี่ยนคานหน้าหรือแก้มข้างมาใหม่ เส้นของฝากระโปรงหน้า-หลัง กันชน ประตูด้านข้าง ต้องเสมอกัน รวมไปถึงเครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง ระบบน้ำหล่อเย็น หรือระบบแก๊ส LPG/NGV (ถ้ามี) ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน

Toyota-Vios-Carro-Express

รวมไปถึงสภาพภายในรถต้องสมบูรณ์ พื้นรถ เบาะนั่งสะอาด ไม่มีรอยฉีกขาด หรือเปื้อนคราบต่างๆ รวมไปถึงระบบแอร์ที่สมบูรณ์ เป็นต้น ส่วนเลขไมล์ก็ไม่ต้องกังวล เพราะถึงจะมากหน่อยแต่สภาพรถโดยรวมของคุณยังดูดี ก็ยังขายได้ราคาเช่นกัน

Toyota-Vios-Carro-Express

และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ คือเรื่อง “เอกสารของรถ” ไม่ว่าจะเป็นเล่มทะเบียนรถ เอกสารประกันภัย การเสียภาษีรถยนต์ในแต่ละปี ทางที่ดี ควรจะมี Book Service หรือบิลใบเสร็จเมื่อซ่อมรถยนต์ในที่ผ่านมาด้วย ซึ่งจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อด้วย ว่ารถของเรานั้น ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลาขายต่อ จะได้ราคาที่สูงขึ้นไปในตัว

Carro-Sell-Car-Express

ซึ่งหากใครที่อยากขายรถคันเดิมแบบด่วนๆ เพื่อนำเงินไปซื้อรถในฝันคันใหม่ สามารถส่งรายละเอียดรถของคุณ มาตีราคากับทาง CARRO หรือขายรถกับ CARRO ได้ โดยเราให้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีระบบการันตีเรื่องของเวลาขายรถ (CARRO Tracking) ที่คุณเช็กได้ว่า รถของคุณสถานะอยู่ขั้นตอนใดแล้ว

หากคุณสนใจอยากขายรถกับ CARRO นอกจากจะสามารถกรอกแบบฟอร์มได้ใน https://th.carro.co/sell-car/express แล้ว ยังสามารถติดต่อกับ CARRO ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1800-012-288, 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

อีกทั้งยังสามารถ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Toyota-Vios-เอามาทำแท็กซี่ได้ยังไง

นับตั้งแต่ Toyota Soluna มาจนถึง Toyota Vios ปัจจุบัน ผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว ก็ยังมีคนสงสัยว่า “เอามาทำแท็กซี่ได้ไง?”

Toyota-Soluna-Vios-Taxi

“Toyota Vios เป็นแท็กซี่ได้ยังไง? รถไม่ใช่เครื่อง 1600 นะ ทำไมถึงเอามาทำแท็กซี่ได้” …

เป็นคำพูดที่ผมได้ยินมาตลอด หรือเห็นเป็นกระทู้อยู่ใน Pantip เป็นระยะๆ ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา

Toyota-Vios-Taxi-1

ผมจำได้ตั้งแต่ตอนที่ Toyota Soluna (โตโยต้า โซลูน่า) ไมเนอร์เชนจ์ รุ่นท้ายหยดน้ำ ก็มีรถรุ่นนี้ทำออกมาเป็นแท็กซี่แบบป้ายดำ ของสหกรณ์แท็กซี่แห่งหนึ่ง นำรถแท็กซี่รุ่น 1ท-2ท ย้ายทะเบียนเดิม มาใส่ในรถคันใหม่ (ป้ายทะเบียน ทก ทข ห้ามติดมิเตอร์ แต่ก็มีมิเตอร์หลายคันทีเดียว) จนถึงปัจจุบัน ก็มีคนพูดถึง “Vios Taxi” มาตลอด

Datsun-Sunny-Taxi

Datsun Sunny Taxi ในอดีต

เรื่องมันยาว … ต้องย้อนกลับไปสมัยที่รถแท็กซี่ ยังไม่มีมิเตอร์ ในยุคทะเบียน 1ท-2ท …

ประมาณปี 2513 ทางกระทรวงมหาดไทย สมัยที่จอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นรัฐมนตรีว่าการ ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดให้รถแท็กซี่ ต้องประกอบการเป็นรูปบริษัทจำกัด หรือสหกรณ์จำกัด โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าเป็นบริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และต้องมีรถแท็กซี่ไม่น้อยกว่า 500 คัน

ส่วนสหกรณ์จะต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 1,000 คน มีรถแท็กซี่ไม่น้อยกว่า 500 คันเช่นเดียวกัน

กฎกระทรวงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในปี 2517 ในกรณีที่ยังปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ ไม่ได้ รมต. มหาดไทยมีอำนาจผ่อนผันได้ไม่เกิน 2 ครั้งๆ ละไม่เกิน 2 ปี

ในปีเดียวกัน ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศกฎกระทรวงมหาดไทย ก็ได้งดไม่ให้มีการจดทะเบียนเพิ่ม และทำการสำรวจจำนวนแท็กซี่ เพื่อนำมาเป็นข้อมูล พบว่ามีรถอยู่ทั้งหมด 9,000 คัน

Toyota-Corona-Taxi

Toyota Corona แท็กซี่ในอดีต (ภาพจาก Paul Thallon)

ปี 2517-2518 ราคาป้ายทะเบียนแท็กซี่ 1ท เริ่มมีราคาขึ้นมาบ้าง มาสูงสุดที่ 70,000 บาท ก่อนสิ้นปี 2518

ต่อมาในปี 2519 พ.ต.ท. บุญเลิศ เลิศปรีชา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฉบับเก่าให้สหกรณ์มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน ซึ่งลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 1,000 คน และลดจำนวนแท็กซี่เหลือ 100 คัน การผ่อนผันกฎเกณฑ์ลงนี้เพื่อให้ผู้ขับรถแท็กซี่ มีการรวมตัวกันได้ง่ายขึ้น และสะดวกสำหรับการเข้ามาควบคุมดูแลของทางราชการ

พร้อมกับได้เพิ่มโควต้าทะเบียนแท็กซี่อีก 4,500 ป้าย โดยกำหนดเวลาให้มาจดทะเบียนเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 เมษายน 2519 ในช่วงนั้นจึงมีผู้ประกอบการอาชีพขับรถแท็กซี่รวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมา 15 สหกรณ์ และรวมสหกรณ์เดิมอีก 1 เป็น 16 สหกรณ์

ป้ายทะเบียนแท็กซี่ที่เพิ่มขึ้นอีก 4,500 ป้าย ซึ่งใช้อักษรนำหน้าเป็น “2ท” ได้แบ่งโควต้าให้แก่สหกรณ์ต่างๆ 6 สหกรณ์ และกับอีก 4 บริษัทแท็กซี่ ทะเบียนที่จัดสรรให้สหกรณ์นั้น ให้แต่ละสหกรณ์นำไปแบ่งกันในหมู่สมาชิก จุดมุ่งหมายหลักก็เพื่อต้องการให้ผู้มีอาชีพขับรถแท็กซี่มีเครื่องมือหากินเป็นของตนเอง

และหลังจากที่ป้ายทะเบียนรุ่น “2ท” ออกสู่ท้องตลาด ราคาป้ายทะเบียน “1ท” ที่เคยมีการซื้อขายกันสูงถึง 70,000 บาท ก็ได้ลดลงมา กล่าวกันว่าในช่วงนั้นป้ายทะเบียนแทบไม่มีการซื้อขายกันเลย อย่างรถ นิสสัน บูลเบิร์ด มีการเสนอขายกันในช่วงนั้น 3 คัน 1 แสนบาท ยังหาคนซื้อยาก ป้าย “2ท” ที่ออกมาใหม่ไม่มีราคา

Toyota-Corolla-KE70-Taxi

Toyota Corolla (KE70) แท็กซี่ในอดีต

หลังจากนั้นประมาณปี 2523 เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น แต่ยังไม่ค่อยจะดีนัก เถ้าแก่แท็กซี่พบทางออกที่จะแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่แพง โดยหันมาใช้แก๊สแทน แต่กว่าที่ทางราชการจะยอมให้ติดตั้ง ก็ใช้เวลานานพอดูเพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ

ทางราชการมองถึงความไม่ปลอดภัย เพราะระบบการใช้เชื้อเพลิงแก๊สไม่เคยมีมาก่อน จนเกิดเป็นคดีขึ้นที่ สน. นางเลิ้ง ถึงขั้นฟ้องร้องต่อศาล แต่ในที่สุดยอมให้ใช้กันได้

เจ้าของอู่จึงคิดค่าเช่าเพิ่มอีก 20 บาท มาเป็น 80 บาท เนื่องจากต้องการลงทุนในถังแก๊ส ป้าย “1ท” เริ่มมีราคาขึ้นมาอีกครั้ง มีการซื้อขายกัน 20,000 บาท และป้าย 2ท ขายกันประมาณ 10,000 บาท

การที่ป้ายทะเบียน “1ท” มีราคาแพงกว่าป้าย “2ท” เพราะว่าป้าย “1ท” สามารถมีการซื้อขายและโอนย้ายข้ามบริษัทแท็กซี่หรือสหกรณ์ได้ ในขณะที่ป้าย “2ท” จำกัดการโอนย้ายอยู่ภายในบริษัทหรือสหกรณ์เดียวกันเท่านั้น

ช่วงนี้นายทุนเจ้าของอู่เดิมเริ่มพากันซื้อป้ายสะสมไว้เพื่อเก็งราคา ช่วงไล่เรี่ยกันนั้น รถแท็กซี่ก็หันมาติดแอร์ ทำให้เป็นที่นิยมของผู้โดยสาร ค่าเช่าจึงขยับตัวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงหลักแสน คนขับที่มีป้ายเป็นของตนเองเริ่มขายป้ายให้กับนายทุน แล้วหวนกลับมาเช่ารถขับแทน

Toyota-Vios-Taxi

ภาพจาก Login reaming @ Pantip

ในราวปี 2530 ที่เศรษฐกิจเริ่มบูมราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นคนเล่นหุ้นมีกำไรงาม กอปรกับผู้ที่ไปขายแรงงานในตะวันออกกลาง เริ่มกลับมาปักหลักที่บ้านเกิดเมืองนอน มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นมามากมาย

เริ่มมีผู้คนหน้าใหม่เดินเข้าสู่ธุรกิจแท็กซี่ มาแย่งกันลงทุนในแท็กซี่ ป้ายแท็กซี่เริ่มขาดตลาด ทำให้ราคาดีดตัวขึ้นไป 300,000 บาท สำหรับป้าย “2ท” และ 400,000 บาท สำหรับป้าย “1ท”

Toyota-Vios-Taxi

จนกระทั่งมาในปี 2534 ป้าย 1ท ได้ขยับตัวขึ้นไปถึง 600,000 บาท และป้าย “2ท” ขึ้นไปถึง 500,000 บาท และค่าเช่าต่อหนึ่งกะสูงถึง 450 บาท เพราะการลงทุนในแท็กซี่ 1 คันรวมราคารถและราคาป้าย จนถึงเบี้ยประกันที่ต้องจ่าย เป็นต้นทุนรวมจะตกประมาณคันละเกือบล้านบาท

Toyota-Corolla-EE80-Taxi

Toyota Corolla 1.3 DX (EE80) Taxi ยอดฮิตในยุค 80 (ภาพจาก Aekkarat Aittharit‎)

จนล่วงเลยมาในปี 2535 เป็นช่วงเดียวกับที่ นุกูล ประจวบเหมาะ นั่งอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สมัยรัฐบาลนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน ยุคเปิดเสรี ทางกรมการขนส่งทางบก จึงรับหน้าที่ไปทำการศึกษาถึงการแก้ไขปัญหาของแท็กซี่ว่า “ทำไมค่าเช่าและค่าโดยสาร แพงเกินกว่าเหตุ”

หลังจากศึกษา ผลปรากฏว่าจำนวนรถที่มีอยู่เพียง 13,500 คัน คือทะเบียน 1ท 9,000 คัน และทะเบียน 2ท 4,500 คัน (ที่เปิดเพิ่มใหม่ให้เมื่อปี 2519) เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเพราะจำนวนรถไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสาร

“นั่นเป็นเพราะว่า การจำกัดโควต้าไม่ให้แท็กซี่มีเพิ่มขึ้น สภาพการณ์ดังกล่าว เป็นเช่นนี้มานานเกือบจะ 20 ปี” ประธานสหกรณ์แท็กซี่สยามในยุคนั้น เล่าให้ฟัง

นุกูล จึงผลักดันนโยบายเปิดเสรีออกไป ในที่สุดรัฐประกาศให้มีการเพิ่มป้ายรถแท็กซี่ ได้อย่างไม่จำกัดจำนวนโดยออกเป็นกฎกระทรวงมาเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2535 ที่ผ่านมา

Toyota-Avanza-Taxi

แม้แต่ Toyota Avanza ก็เอามาทำแท็กซี่เหลือง-ดำ ได้

จึงเป็นที่สิ้นยุคของรถแท็กซี่ยุคเก่า ที่เคยซื้อขายทะเบียนรถกันแพงลิบลิ่ว ค่อยๆ ทยอยหายไปจนเกือบหมด เหลือวิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ เพียง 297 คันในปัจจุบัน ซึ่งป้ายทะเบียนแบบเก่า สามารถนำรถที่มีจำนวนซีซีต่ำกว่า 1500 ซีซี มาทำแท็กซี่ได้ แต่ห้ามติดมิเตอร์ (แต่โป๊ะไฟ “Taxi-Meter” กันทั้งนั้น …)

Toyota-Vios-Taxi

Toyota-Vios-Taxi

Toyota-Vios-Taxi

Toyota Vios Taxi ป้ายแดงจากศูนย์ ใส่ทะเบียนแล้วพร้อมใช้งานได้เลย (ภาพจาก ง้วน ออโต้ เซอร์วิส)

โดยรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนก่อนปี พ.ศ.2535 คือหมวดทะเบียน 1ท และ 2ท เดิม โดยปัจจุบันเป็น แท็กซี่หมวด ทก และ ทข เป็นสัญลักษณ์ สีเหลือง-ดำ ซึ่งเป็นรถยนต์รับจ้างที่ใช้รับส่งผู้โดยสารในลักษณะเหมาคัน ได้มีประกาศเพิ่มเติมในกฎกระทรวงฉบับที่ 9 พ.ศ.2535 ให้งดรับจดทะเบียนเพิ่มเติม

ซึ่งเจ้าของรถที่จดทะเบียนรถประเภทนี้ หากไม่ประสงค์ใช้รถคันเดิม หรือคันเดิมมีสภาพเสื่อมโทรม สามารถนำรถคันใหม่มาจดทดแทนได้

แต่เพื่อเป็นการพัฒนารถแท็กซี่ให้มีมาตรฐานการให้บริการ มีการติดตั้งมิเตอร์ทุกคัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ยกเลิกการให้จดทดแทนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 โดยให้สิ้นสภาพไปตามระยะเวลา ทำให้ปัจจุบันมีรถแท็กซี่รุ่นเก่าหมวดดังกล่าวที่ไม่ติดมิเตอร์ รวมทั้งสิ้น 297 คัน

ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดให้รถแท็กซี่จะต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปีตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดตรวจการขนส่งทางบกลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากตรวจสอบพบรถมีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรงหรือไม่พร้อมให้บริการ ก็จะทำการแจ้งยกเลิกใช้รถดังกล่าวทันที ซึ่งรถจำนวนดังกล่าวจะสิ้นสภาพไปในที่สุด

Toyota-Vios-Taxi

Toyota-Vios-Taxi

Toyota Vios Taxi สี เชียว-เหลือง หลงมาได้ไง! (ภาพจาก ภาพจาก มิเตอร์ แท็กซี่)

แต่ก็มีคนหลายคน เมื่อเห็น Toyota Vios รุ่นปัจจุบันเป็นแท็กซี่ ก็ยังมีคำถามที่ว่า “เฮ้ย! Vios ทำแท็กซี่ได้ด้วยหรอ” อยู่อีก!

ถ้าคุณเกิดเบื่อซ่อมรถคันเดิม คิดอยากจะขายรถเมื่อไหร่ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณ แหล่งที่มาบางส่วนจาก :

Review-Toyota-Vios

Toyota Vios ภายนอกสวย ช่วงล่างหนึบ ภายในเงียบ

Review-Toyota-Vios

Toyota Vios (โตโยต้า วีออส) มือสอง ถือเป็นรถยอดนิยม ยอดฮิตของคนไทยเลยก็ว่าได้ และถือเป็นรถเรือธงจากค่ายโตโยต้า ที่มียอดขายดิบขายดีทุกปีทุกสมัย (แม้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมา Toyota จะเริ่มหันไปเน้นความสำคัญกับ Yaris ATIV มากขึ้นก็ตาม)

“Vios” ถือกำเนิดครั้งแรกในชื่อ “Soluna” เข้าสู่ตลาดเมืองไทยครั้งแรกในปี 2540 มาจนถึง “Vios” รุ่นที่ 3 ในปี 2556 สามารถครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดขายสะสมตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบันที่มากกว่า 847,910 คัน *(ยอดขายถึงเดือนธันวาคม 2559) นับเป็นส่วนแบ่งการตลาดถึง 40% และมียอดขายรวมเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาด 1.5 ลิตร

Review-Toyota-Vios

โดย Vios รุ่นปัจจุบันที่ขายอยู่ เปิดตัวเข้าสู่ตลาดมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2556 ล่วงมาจนถึงเดือนมีนาคม 2559 ได้ปรับปรุงเครื่องยนต์และระบบเกียร์ใหม่ ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ใหญ่ไปเมื่อเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งตลอดระยะเวลาก็มีรุ่นพิเศษ อาทิเช่นรุ่น TRD Sportivo หรือรุ่น Executive ออกมาสร้างสีสัน และเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ชอบรถผลิตจำนวนจำกัด เข้ามาให้เลือก

สำหรับ โตโยต้า วีออส (Gen.3 โฉมแรก) รุ่นนี้มีดีอะไร ทำไมถึงยังยอดฮิตในตลาด วันนี้ MR.CARRO จะมาบอกเล่ารายละเอียดให้ฟังครับ.

Review-Toyota-Vios

ในแง่ของดีไซน์การออกแบบภายนอก ภายใน รวมถึงอุปกรณ์ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ให้มา แต่ก่อนจะไปถึงรายละเอียดจุดนั้น ขอเล่าให้ฟังก่อนว่า รถรุ่นนี้มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ J, E, G และ S โดยในรุ่น J และ E นั้นมี 2 รุ่นย่อยให้เลือก ทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด (ภายหลังทุกรุ่นย่อย จึงปรับเป็นเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential Shift)

Review-Toyota-Vios

ขณะที่เครื่องยนต์ใช้ขนาด 1.5 ลิตร ตัวเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2002 นั่นคือรหัส 1NZ–FE แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุด ที่ 141 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 หรือออกเทน 91 ขึ้นไป

โดยเครื่องยนต์รหัส 1NZ-FE ได้รับการปรับปรุงในหลายจุด เช่น ปรับโปรแกรมควบคุมเครื่องยนต์ และระบบเกียร์อัตโนมัติ ให้ทำงานเข้ากันอย่างราบรื่นขึ้น นอกจากนี้ยังปรับการทำงานของคันเร่งไฟฟ้า ให้ทำงานดีขึ้น และเปลี่ยนยางแท่นเครื่องใหม่ ลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ เป็นต้น

สำหรับในรุ่นปี 2014 ที่ออกแบบมาให้รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้นั้น เครื่องยนต์จะเป็นรหัส 2NR-FBE แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุด ที่ 140 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential Shift เพียงแบบเดียว

Review-Toyota-Vios

Review-Toyota-Vios

ภายนอกของรุ่น G

เกริ่นข้อมูลเทคนิคกันพอหอมปากหอมคอ ก็มาถึงดีไซน์การออกแบบ รวมไปถึงมิติขนาดตัวรถกันบ้าง โดยมองรวมๆ รูปลักษณ์ของรถรุ่นนี้สวยกว่ารุ่นก่อน ดูทันสมัย-โมเดิร์น มีเหลี่ยมมีมุม ทำให้ดูมีมิติแตกต่างจากรุ่นก่อนที่จะดูโค้งๆมนๆ ตัวเส้นสายทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังก็ดูลงตัวขึ้น ที่สำคัญ โครงสร้างตัวถังแข็งแรงกว่ารุ่นเดิมถึง 20%

โตโยต้า วีออส มีขนาดความยาว 4,410 มม. ความกว้าง 1,700 มม. และความสูง 1,475 มม. น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 1,020 -1,075 กก. (แต่ละรุ่นน้ำหนักจะแตกต่างกันเล็กน้อย)

Review-Toyota-Vios

Review-Toyota-Vios

ภายนอกของรุ่น S

ดีไซน์ด้านหน้ามีจุดดึงดูดคือไฟหน้าโปรเจคเตอร์รมดำ กระจังหน้าแบบโครเมียมรมดำ (ในรุ่นท็อป) แต่ถ้าเป็นรุ่นรองท็อปจะเป็นไฟโปรเจคเตอร์เฉยๆ พร้อมทั้งกระจังหน้าโครเมียม และในรุ่นปกติทั่วไปจะเป็นไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ กระจังหน้าจะเป็นสีเดียวกับตัวรถและมีแถบโครเมียม และมีไฟตัดหมอกหน้าซ้าย-ขวา มุมมองด้านข้างของรุ่นท็อปจะเห็นล้ออัลลอยรมดำ 16 นิ้ว แต่ในรุ่นรองท็อปจะเป็นขนาด 15 นิ้ว

และเมื่อไล่เลียงมาสำรวจบั้นท้ายของรถรุ่นนี้ ก็จะเห็นคิ้วฝากระโปรงท้ายที่โดดเด่นเป็นสง่าด้วยโครเมียมรมดำ และเช่นเดียวกันถ้าไม่ใช่รุ่นท็อป ก็จะเป็นแบบโครเมียมธรรมดา มองซ้าย-ขวาจะเห็นไฟท้ายแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์

ระบบกันสะเทือนแบบเดียวกับ Vios รุ่นเดิม ด้านหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคล จึงส่งผลให้ช่วงล่างมีความมั่นคงยิ่งขึ้น โดยที่ยังคงใช้สปริงและช๊อกแอ็บซอร์เบอร์เหมือนรุ่นเดิม ส่วนระบบเบรกได้รับการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบท่อสุญญากาศ 2 เส้น ใช้แรงดันจากเครื่องยนต์ซึ่งควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์มาควบคุมระบบเบรก ช่วยให้การเบรกมีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยเฉพาะที่ความเร็วสูง

Review-Toyota-Vios

ภายในของรุ่น G

มาดูภายในห้องโดยสารกันบ้าง เลิกใช้มาตรวัดอยู่ตรงกลางแล้ว โดยรวมๆ ออกแบบให้ห้องโดยสารกว้างขวางที่สุด ด้วยการออกแบบแผงคอนโซลให้มีขนาดเล็ก เพื่อให้ห้องโดยสารกว้าง ให้อารมณ์สปอร์ต และหรูหรา มีให้เลือกทั้งสีเบจและสีดำ ตั้งแต่ตัวเบาะ ตัวแผงคอนโซล และวัสดุตกแต่งแผงประตูที่เป็นแบบ Piano Black ในรุ่นท็อป และรองท็อป แต่รุ่นพื้นฐานก็ใช่ว่าจะแตกต่าง เพราะใช้แบบเมทัลลิก และสีดำ แต่หากใครที่อยากได้อารมณ์สปอร์ตสุดสุด ก็ต้องเลือกรุ่นท็อปไปเลย เพราะคุณจะได้เบาะที่นั่งคู่หน้าลายสปอร์ต

Review-Toyota-Vios

ภายในของรุ่น S

ส่วนความสะดวกสบายในการนั่งนั้น สำหรับเบาะทรงนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ไหล ไม่ลื่น เพราะทรงเบาะโอบกระชับ และยังปรับระดับสูงต่ำได้ตามสรีระร่างกาย ส่วนเบาะที่นั่งด้านหลัง ก็นั่งได้สบายๆ ไม่แคบไปไม่กว้างไป ไม่ได้อึดอัดอะไร

Review-Toyota-Vios

ส่วนพวงมาลัยเป็นแบบพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับสูงต่ำได้ พร้อมหุ้มหนังและสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง ด้วยสารพัดปุ่มๆที่ถูกติดตั้งอยู่ ตรงหน้าผู้ขับขี่จะเห็นมาตรวัดอนาล็อก และจอแสดงผลการขับขี่ พร้อมสัญลักษณ์ ECO เมื่อมีการขับขี่แบบประหยัด แถมยังมีระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start) อีกด้วย

Review-Toyota-Vios

ระบบปรับอากาศของรถรุ่นนี้เป็นแบบระบบอัตโนมัติ และมีจอแสดงผล LED ดูเก๋กู้ดมาก ขณะที่อุปกรณ์เพื่อความบันเทิงต่างๆ นั้น ในรุ่นนี้มาพร้อมกับ วิทยุ, CD, MP3, WMA และช่องต่อ USB, AUX พร้อมทั้งลำโพง 4 ตัว

มาตรฐานความปลอดภัย มาแบบจัดเต็มในทุกรุ่นย่อย ทั้งระบบควบคุมการทรงตัว (VSC) (ในโฉมไมเนอร์เชนจ์), ระบบเบรคป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรค (EBD) และระบบเสริมแรงเบรค (BA) และถุงลมนิรภัย เป็นต้น

ในแง่การดีไซน์ ออกแบบทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง รวมไปถึงภายในภายนอก ถือว่ารุ่นนี้ทำได้ดีกว่ารุ่นก่อนอย่างมาก ทั้งดูทันสมัยขึ้น ดูดุขึ้น เพราะรุ่นเดิมนั้นดูจะโล้นๆ ไม่มีอะไร (แต่ก็ขายได้เรื่อยๆ) ส่วนภายในห้องโดยสารก็มีความพยายามที่จะให้อารมณ์สปอร์ต ซึ่งก็ต้องชมเชยว่าทำได้ดี สมราคาสมคุณค่าที่จะต้องจ่ายไป

Review-Toyota-Vios

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO …

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

รุ่นนี้ในตลาดรถมือสอง ถือว่าได้รับความนิยมมาก พูดได้เลยว่าซื้อง่ายขายคล่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนวัยทำงานใหม่ พ่อค้าแม่ค้า คนทำงานอาชีพอิสระ หรือบริษัทต่างๆ ที่ซื้อไว้ใช้งานเป็นรถประจำบริษัท มีวิ่งกันเกลื่อนเมือง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รุ่นนี้ช่วงล่างถือว่าปรับปรุงมาดี ไม่กระด้างและยวบยาบ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นรถขนาดไม่ใหญ่ เวลาวิ่งเร็วๆ ก็ยังรู้สึกมั่นคง ไม่ลอย เข้าโค้งถือว่าเกาะถนนดี ไม่เอียง พวงมาลัยไฟฟ้ามีความหนืดพอดี ไม่หนักและไม่เบาจนเกินไป ส่วนระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ เกาะถนนหนึบใช้ได้

ส่วนห้องโดยสารภายใน ถือว่าเก็บเสียงเงียบใช้ได้ เพราะใช้กระจกบังลมหน้าแบบ Acoustic Glass เหมาะกับการขับขี่ในเมือง ส่วนการขับขี่ด้วยความเร็วสูง หรือลากรอบเครื่องยนต์สูงๆ ก็ยังคงมีเสียงเล็ดลอดเข้ามาดังอยู่บ้าง อีกทั้งท่านั่งในการขับขี่ ผู้เขียนสูง 170 ซม. ก็ยังสามารถปรับเบาะให้นั่งขับด้านหน้าได้สบายๆ รวมถึงตอนย้ายไปนั่งบริเวณด้านหลังคนขับ ก็ไม่รู้สึกอึดอัด มีพื้นที่วางขาเพียงพอ หัวไม่ติดเพดานในรถ

ขณะที่จุดด้อยเท่าที่เห็น คือหลายคนมักบอกว่า วีออส โฉมนี้ (ตัวก่อนไมเนอร์เชนจ์) ยังใช้เครื่องเก่าเกียร์เดิมตั้งแต่ Soluna Vios ตัวแรก แต่ผมมองว่ามันเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง เครื่องยนต์ตัวนี้ก็ถูกพิสูจน์มาแล้วว่าทนทานไม่จุกจิก ระบบเกียร์ก็ทนทาน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ตัวรถไม่จุกจิก ทนทาน ประหยัด ราคาอะไหล่ไม่แพง เตรียมงบไว้สำหรับดูแลตามปกติ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท (กรณีดูแลรักษาทั่วไป ถ้ามีเช็คระยะใหญ่ ก็อาจจะต้องเตรียมเงินไว้เพิ่ม) ครับ

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

สำหรับ Toyota Vios โฉมปี 2014 – ปัจจุบัน มีราคามือสองอยู่ที่ 275,000 – 550,000 บาท (เป็นราคาในตลาดรถปี 2563 โดยประมาณ และขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย กับ สภาพของตัวรถ)

Download Catalogue Toyota Vios (คลิกที่ภาพ)

Review-Toyota-Vios

Carro-Review-Toyota-Vios-Gen3

Toyota Vios (โตโยต้า วีออส) เจเนอเรชั่นที่ 2 หรือที่เต็นท์รถมือสองให้ฉายาว่ารุ่น “เห็บหมา” (เพราะรูปทรงเหมือนเห็บหมา?) ถือเป็นรถมือสอง รุ่นยอดฮิตของคนไทยอีกรุ่น ที่โตโยต้าภาคภูมิใจนำเสนอ และจัดเป็นรถยนต์นั่งที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ของโตโยต้า ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาด 1.5 ลิตร อีกทั้งยังส่งออกไปขายในแถบ ASEAN อีกด้วย …

Review-Toyota-Vios-Gen3

โฉมที่สองของ Vios เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2549 โดยใช้ชื่อว่า “Toyota Belta” (โตโยต้า เบลต้า) และทยอยเปิดตัวในทั่วโลกช่วงต้นปี 2550 โดยใช้ชื่อ “Toyota Yaris Sedan” (โตโยต้า ยาริส ซีดาน) ส่วนในแถบ ASEAN ใช้ชื่อว่า “Toyota Vios” (โตโยต้า วีออส) เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกวันที่ 8 และ 9 มีนาคม 2550 ที่สยามพารากอน

Vios ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนธันวาคม 2545 จนถึงในช่วงเดือนมีนาคม 2550 มากกว่า 178,000 คัน และยอดขายรวมทั้งหมด 847,910 คัน *(ยอดขายถึงเดือนธันวาคม 2559) นับเป็นส่วนแบ่งการตลาดถึง 40%

สำหรับ โตโยต้า วีออส (Gen.2 โฉมแรก) มือสองรุ่นนี้มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ทำไมผ่านมา 13 ปีแล้ว ยังยอดฮิตในตลาดรถมือสอง และในหมู่คนขายรถกันอยู่ CARRO จะมาบอกเล่าสู่กันฟังครับ.

Review-Toyota-Vios-Gen3

วีออส โฉมนี้ มีจุดขายหลัก 3 ประการ คือ

  • การออกแบบที่สวยงามโดดเด่น ทั้งภายนอกและภายใน
  • สมรรถนะ ความปลอดภัย
  • ความกว้างขวาง สะดวกสบาย รวมถึงประโยชน์ใช้สอย

มีรุ่นย่อยหลักๆ ให้เลือก 5 รุ่น คือ รุ่น J เจาะกลุ่มลูกค้าที่เพิ่งเข้าสู่วัยทำงาน กลุ่มรถเช่า รถบริษัท (รถ Fleet) รุ่น E เจาะกลุ่มลูกค้าวัยทำงานหลายปีแล้ว และพิจารณาความคุ้มค่าในการตัดสินใจซื้อ รุ่น G เจาะกลุ่มเจ้าของกิจการหนุ่มสาว หรือนิสิตนักศึกษา

ส่วนรุ่น S-Limited เป็นรุ่นเพิ่มเติมอุปกรณ์ตกแต่งแบบสปอร์ต และรุ่น G-Limited ซึ่งเพิ่มเติมอุปกรณ์แบบหรูหรา

  • Vios รุ่น J เป็นรุ่นล่างสุด มาพร้อมระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA / กระทะล้อขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ ไฟตัดหมอกหลัง กระเป๋าเก็บเอกสารหลังผู้ขับขี่ และผู้โดยสารตอนหน้า
  • Vios รุ่น E เป็นรุ่นกลาง เพิ่มอุปกรณ์จากรุ่น J มากขึ้นคือ ระบบป้องกันการโจรกรรม TDS พร้อมรีโมทที่ด้ามกุญแจ ล้อแม็กอัลลอยด์ 5 ก้าน ขนาด 15 นิ้ว ไฟตัดหมอกหลัง และห้องโดยสารภายในสามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบ คือ สีครีม (Ivory) และ สีเทาดำ (Dark Grey) และไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง
  • Vios รุ่น E Safety เป็นเกรดรองสูงสุด เพิ่มถุงลมนิรภัยคู่หน้า และและเข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เหมือนรุ่น E
  • Vios รุ่น G เป็นเกรดสูงสุด เพิ่มอุปกรณ์ภายใน เช่น เครื่องเสียงแบบ 6 ลำโพง หน้าปัดแบบ Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีฟ้า ติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า ภายในห้องโดยสารหุ้มด้วยหนัง สามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีดำ (Dark Grey) ที่พักแขนพร้อมหลุมวางแก้วน้ำบริเวณผู้โดยสารตอนหลัง และเบาะหลังสามารถพับทะลุไปห้องเก็บสัมภาระได้ ในอัตราส่วน 60:40

และเพิ่ม 3 รุ่นพิเศษ ได้แก่

  • Vios รุ่น S-Limited เพิ่มอุปกรณ์ชุดแต่งจากโรงงานรอบคัน พร้อมปรับแต่งโช้คอัพ และสปริงให้มีความแข็งมากกว่ารุ่นอื่น หน้าปัดแบบออปติตรอนพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีส้ม ส่วนภายในแบบสปอร์ตสีเทาควันบุหรี่ ทั้งเบาะหุ้มหนัง พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ รวมถึงเบาะผู้โดยสารตอนหลังสามารถพับทะลุไปห้องเก็บสัมภาระได้ ในอัตราส่วน 60/40 ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ปรับระดับสูง – ต่ำ แปรผันอัตโนมัติตามน้ำหนักรถ เปลื่ยนระบบเบรกหลังจากดรัมเป็นดิสก์เบรก
  • Vios รุ่น G-Limited เพิ่มอุปกรณ์จากรุ่น G เช่น ระบบกุญแจอัจฉริยะ Smart Entry เปิด – ปิดประตูแบบสัมผัส พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่อง หรือ Push Start และระบบป้องกันการโจรกรรมกุญแจเลียนแบบหรือ Immobilizer สามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีดำ (Dark Grey)
  • Vios รุ่น GT Street โดยการนำรุ่น J มาตกแต่งในรูปแบบพิเศษ สเกิร์ตรอบคันทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง สปอยเลอร์และสติกเกอร์ GT Street ที่ฝากระโปรงหลัง ท่อไอเสียพร้อมฝาครอบสแตนเลส และสติกเกอร์ด้านข้างดีไซน์สปอร์ต ส่วนภายในใช้โทนสีแดงดำ ทั้งผ้าเบาะ สีแดงกับสีดำ รวมถึงพวงมาลัยหุ้มหนัง หัวเกียร์หุ้มหนังเดินด้ายสีแดง คอนโซลหน้าสุดสปอร์ตสีดำ-แดง และเปลี่ยนล้อกระทะ เป็นล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว (ลายเดียวกันกับ Yaris ไมเนอร์เชนจ์รุ่นย่อย G, E) โดยผลิตเพียง 1,000 คัน
  • ต่อมาจึงรุ่นพิเศษ Vios TRD Sportivo ให้เลือกกันอีกหลายเวอร์ชั่น และรุ่นพิเศษอื่นๆ

Review-Toyota-Vios-Gen3

เกริ่นข้อมูลรายละเอียดกันไปพอสมควร ก็มาถึงดีไซน์การออกแบบ รวมไปถึงมิติขนาดตัวรถกันบ้าง โดยมองรวมๆ รูปลักษณ์ของรถรุ่นนี้จะเป็นแบบกลมๆ ฝากระโปรงบรรจบกันเป็น U-Shape จากฝากระโปรงหน้า จรดกระจังหน้า ไปจนถึงกันชน ไฟหน้าที่ดูปราดเปรียว ด้านท้ายรถไฟหลังโค้งนูน 3 มิติ ฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่าเดิม ตำแหน่งล้อทั้ง 4 ถูกวางไว้ที่มุมกันชนทั้ง 4 ด้าน ของรถได้อย่างลงตัว ทำให้รถมีเสถียรภาพในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น

โตโยต้า วีออส มีขนาดความยาว 4,300 มม. ความกว้าง 1,700 มม. และความสูง 1,460 มม. ระยะฐานล้อ 2,550 มม. น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 1,020 -1,065 กก. (แต่ละรุ่นน้ำหนักจะแตกต่างกันเล็กน้อย)

Review-Toyota-Vios-Gen3

เครื่องยนต์ 1NZ-FE ใน Toyota Vios

เครื่องยนต์ยังคงเป็นขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ–FE แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุด ที่ 141 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 หรือออกเทน 91 ขึ้นไป ระบบส่งกำลังมีให้เลือก ทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด สามารถติดแก๊สได้ ไม่มีปัญหา …

แม้ว่า Vios ตัวนี้ จะยังคงใช้เครื่องยนต์ 1NZ-FE แบบเดิม เกียร์อัตราทดเท่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ธรรมดาหรืออัตโนมัติ แต่ปรับเปลี่ยนอัตราทดเฟืองท้ายใหม่ เพื่อให้สอดรับกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อย ทำให้ได้อัตราเร่งที่ดีมากยิ่งขึ้น

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 10.4 วินาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 12.2 วินาที ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ทำความเร็วได้สูงสุด 190 กม./ชม. ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 180 กม./ชม. ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

รุ่นนี้เพิ่มโครงเหล็กยึดหม้อน้ำเลื่อนตัวได้ ช่วยซับแรงกระแทก และเลื่อนหม้อน้ำไปด้านหลัง ป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนที่มีราคาสูงเสียหาย พร้อมติดตั้งฉนวนกันเสียงหลายจุด ตัดเสียงรบกวนจากภายนอก และแผงเหล็กพื้นผิวโค้ง และเหล็กแผ่นเสริมความแกร่งที่ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งพื้นด้านหน้า ลดอาการสั่นเข้าห้องโดยสาร

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกหน้าดิสก์เบรก หลังดิสก์เบรก (ดรัมเบรก เฉพาะรุ่น J และ E)

Review-Toyota-Vios-Gen3

มาดูภายในห้องโดยสารกันบ้าง เสาเอที่ลาดเทไปด้านหน้าขึ้น ทำให้ภายในห้องโดยสารดูกว้างขึ้นทั้งหน้าและหลัง โดดเด่นด้วยมาตรวัดตั้งตรงอยู่ตรงกลางแผงคอนโซล หลายๆ คน อาจจะไม่ถูกใจนัก เพราะดูล้ำยุคไปหน่อย เวลาขับต้องมองมาตรวัดแบบเฉียงๆ

Review-Toyota-Vios-Gen3

มองมาตรงชุดวิทยุ ดีไซน์ออกมาแบบ Built-In ที่มีแผง LCD รูปทรงแนวตั้ง ส่วนที่ปรับแอร์รูปทรงกราฟฟิค แบบมือหมุน 3 ลูก ดูแปลกตา (คล้ายกับมิคกี้เมาส์) พวงมาลัย 3 ก้าน หุ้มหนังแท้ พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และที่วางขวดน้ำบริเวณช่องแอร์ สามารถวางขวดน้ำเป่าแอร์เย็นๆ ดื่มน้ำเย็นๆ ได้ตลอดเวลา …

Review-Toyota-Vios-Gen3

พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ช่วยให้น้ำหนักพวงมาลัยเบา ขับขี่คล่องตัวเมื่อความเร็วต่ำ และค่อยๆ มั่นคงขึ้นตามความเร็วของรถ เบาะนั่งระบบ WIL (Whiplash Injury Lessening) ดีไซน์พิเศษ ช่วยลดอาการบาดเจ็บบริเวณกระดูกต้นคอ

Review-Toyota-Vios-Gen3

ในรถมี 6 ลำโพง อัดแน่นด้วยระบบเพิ่มคุณภาพเสียง ทั้ง DSP (Digital Signal Processor), LIVE-ACS (Live Acoustic) และโดดเด่นกว่ารถในระดับเดียวกัน (ถือเป็นรถ B-Segment รุ่นแรกเลย ที่มีให้) นั่นคือ ASL (Speed Auto Sound Levelizer) ที่ช่วยปรับระดับความดังของเสียงตามความเร็วของรถ นอกจากนี้ยังสามารถเล่นแผ่น MP3 และไฟล์ WMA ได้ (รุ่น J/E 4 ลำโพง, รุ่น G 6 ลำโพง)

เบาะนั่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จัดว่านั่งได้สบาย ไม่อึดอัด ระยะเบาะหน้าที่สามารถเลื่อนเบาะนั่งได้ 255 มม. ความสูงของเบาะนั่งที่สามารถปรับได้ 45 มม. ปรับระดับสูงต่ำพวงมาลัย 30 มม. พื้นรถด้านหลังแบบเรียบ ไม่มีอุโมงค์ด้านหลังให้เกะกะเท้า สำหรับคนนั่งตรงกลาง …

ส่วนตรงคันเกียร์ ถ้าเป็นรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ดูหรูหราด้วยคันเกียร์แบบ Gate-Type เข้าเกียร์ง่าย …

Review-Toyota-Vios-Gen3

ที่เก็บสัมภาระด้านหลังใหญ่พิเศษ จุได้เต็มที่ ขนาดความจุ 475 ลิตร กว้างขวางกว่ารุ่นเดิมถึง 19% เบาะหลังพับลงได้ในสัดส่วน 60:40 (เฉพาะรุ่น G)

มาตรฐานความปลอดภัยมาแบบจัดเต็ม ระบบเบรคป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรค (EBD) และระบบเสริมแรงเบรค (BA) และถุงลมนิรภัยคู่หน้า เป็นต้น พอหลังจากรุ่นไมเนอร์เชนจ์ในปีหลังๆ โตโยต้าจึงจัดมาให้ครบในทุกรุ่นย่อย

Review-Toyota-Vios-Gen3

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO …

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

บอกได้เลยว่า Vios เป็นรถที่ซื้อง่ายขายคล่อง เป็นที่นิยมของคนทุกวัย รวมไปถึงยังเป็นรถที่ไว้ใช้งานประจำบริษัท หรือหน่วยงานต่างๆ เป็นแท็กซี่รุ่นเก่าก็มี มีให้เห็นกันตลอดเวลา ของแต่งรถก็มีให้เลือกเพียบ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รุ่นนี้จัดว่าเป็นรถที่คุ้มค่าสำหรับคนใช้รถอีกรุ่น ทั้งประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ทนทาน ติดแก๊สใช้งานได้เลย ไม่จุกจิก เสียช่างที่ไหนก็ซ่อมได้ เครื่องยนต์กับเกียร์เซ็ทมาให้ทำงานได้สัมพันธ์กัน พวงมาลัยไม่หนัก ขับแล้วไหลลื่น อัตราเร่งดี ออฟชั่นที่ให้มาก็คุ้มค่า ระบบความปลอดภัยมีให้ทุกรุ่นย่อย

Review-Toyota-Vios-Gen3

ส่วนจุดด้อยที่หลายคนพูดถึง ก็จะมีอย่างมาตรวัดตรงกลาง (แบบตั้งตรงกลาง ไม่หันหน้าเข้าคนขับแบบรุ่นเก่า) ที่ไม่ชินต่อความรู้สึกของคนส่วนใหญ่อย่างแรง ขับแล้วมองไม่ถนัดตา กับ Vios รุ่นนี้เปลี่ยนมาใช้คันเร่งไฟฟ้าแล้ว เวลาเหยียบแบบหนักๆ อาจไม่ทันใจนักกว่าคันเร่งแบบใช้สาย ระบบช่วงล่างที่ขับเร็วๆ แล้ว จะเริ่มบิน …

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ตัวรถไม่จุกจิก ทนทาน ประหยัด ราคาอะไหล่ไม่แพง เตรียมงบไว้สำหรับดูแลตามปกติ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท (กรณีดูแลรักษาทั่วไป ถ้ามีเช็คระยะใหญ่ ก็อาจจะต้องเตรียมเงินไว้เพิ่ม) ครับ

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

สำหรับ Toyota Vios โฉมปี 2007 – 2013 มีราคามือสองอยู่ที่ 160,000 – 370,000 บาท (เป็นราคาในตลาดรถปี 2563 โดยประมาณ และขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย กับ สภาพของตัวรถ)

Download Catalogue Toyota Vios คลิกที่นี่ >>> Toyota-Vios-10-2010-Brochure

Review-Toyota-Vios-Gen3

และในตอนนี้ หากคุณสนใจอยากขายรถกับ CARRO นอกจากจะสามารถกรอกแบบฟอร์มได้ใน https://th.carro.co/sell-car/express แล้ว ยังสามารถติดต่อกับ CARRO ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

อีกทั้งยังสามารถ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

รถมือสอง

จะซื้อรถมือสองสักคันดีไหม ? คำถามนี้ต้องอยู่ในใจมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ

อย่างที่หลายคนรู้กันว่าระบบขนส่งสาธารณะของบ้านเรายังไม่ครอบคลุมมากนัก แถมเรื่องความสะดวกสบายนั้นไม่ต้องพูดถึง เผลอๆ การเดินทางไป – กลับจากที่ทำงานยังเหนื่อยกว่าการนั่งทำงานทั้งวันเสียอีก ! 

การมีรถเป็นของตัวเองสักคันน่าจะช่วยให้ชีวิตของมนุษย์เงินเดือนชาวกรุงฯ สบายขึ้นมากทีเดียว แต่การซื้อรถมือหนึ่งอาจจะเป็นภาระที่หนักหน่วงเกินไปสำหรับพนักงานเบี้ยน้อยหอยน้อย ฉะนั้นซื้อรถมือสองดีกว่า ประหยัดกว่ากันเยอะ

ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อรถรุ่นไหนดีที่เหมาะกับชีวิตมนุษย์เงินเดือน CARRO ได้รวบรวมรถมือสอง 5 รุ่นขวัญใจมนุษย์เงินเดือนมาให้ชมกันแล้ว! รับรองว่าราคาไม่พาช้ำใจ ประหยัดน้ำมัน และเหมาะกับชีวิตในเมืองอย่างแน่นอน

รถมือสอง ยอดนิยม

อันดับ 5 : Mazda 2

ถือเป็นรถที่ถูกถามถึงอย่างมากมายจากคนใช้รถมือสอง เพราะเป็นรถที่มีขนาดกะทัดรัด แต่ดีไซน์ที่ให้ความปลอดโปร่งภายในห้องโดยสารทำให้ไม่รู้สึกไม่อึดอัด Mazda 2 เป็นรถที่ขึ้นชื่อในเรื่องช่วงล่างดี เกาะถนนแน่น ตีวงเลี้ยวได้แคบ และไม่มีหลุด อีกทั้งยังเป็นรถที่ไม่ซดน้ำมันอีกด้วย ! แต่หากต้องการรถ Mazda 2 รุ่นที่ประหยัดน้ำมันมากกว่าก็เลือกรุ่นที่เป็น Eco Car ได้เลย 

รถมือสอง ยอดนิยม

อันดับ 4 : Toyota Corolla Altis

อันดับต่อมา มาพร้อมกับราคาที่ขยับขึ้นมาอีกเล็กน้อย Altis ถือเป็นรถยอดนิยมอีกรุ่นหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งจากมนุษย์เงินเดือนและจาก Taxi (ของเค้าดีจริง!) ข้อดีของอัลติสที่หลายคนประทับใจคือ เครื่องยนต์เล็กแต่ขับสนุก เสียงเครื่องยนต์ไม่ดังหนวกหู ภายในรถโล่งโปร่ง เบาะนั่งสบาย สาดโค้งได้ดีพอใช้ และไฟท้ายสวยโดดเด่น ที่สำคัญคือพะยี่ห้อ Toyota มาแล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องศูนย์บริการและอะไหล่แน่นอน

รถมือสอง ยอดนิยม

อันดับ 3 : Nissan March

ใครชอบรถที่ดูน่ารักต้องไม่พลาด Nissan March แน่นอน! จัดว่าเป็นรถที่ได้ใจสาวๆ และหนุ่มๆ จำนวนมากทีเดียวด้วยดีไซน์ตัวถังที่กลมมนน่ารัก (แต่ March รุ่นใหม่ล่าสุดมีการเปลี่ยนดีไซน์ให้ดุขึ้นแล้ว) ห้องโดยสารกว้างโล่ง รวมถึงขนาดตัวถังที่กะทัดรัดปราดเปรียว สามารถจอดตามซอกตามหลืบได้ง่าย อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันมากอีกด้วยเพราะเป็น Eco Car แต่! ในทุกข้อดีย่อมมีข้อเสีย ข้อเสียของ March ก็คือ เป็นรถน้ำหนักเบา ไม่เหมาะแก่การสาดโค้งหรือเร่งเครื่องแรงๆ ไม่เหมาะแก่การขับแบบฮาร์ดคอร์ ขับทางไกล หรือขับขึ้นดอย และเป็นรถที่ไม่ค่อยจะเก็บเสียงอีกด้วย แต่ถ้าคุณกำลังมองหารถราคาไม่แพงไว้ขับชิลๆ ไปทำงาน มาร์ชนี่แหละใช่เลย!

รถมือสอง ยอดนิยม

อันดับ 2 : Suzuki Swift

ถ้า Nissan March ครองตำแหน่งรถน่ารัก Suzuki Swift ก็ต้องครองตำแหน่งรถสวย! Swift นั้นขึ้นชื่อมากในเรื่องของดีไซน์ ทั้งดีไซน์ตัวถัง และดีไซน์ภายในห้องโดยสาร เป็นรถที่ดูสวยแบบคลาสสิก แถมยังแต่งขึ้นด้วย! เหมาะกับคนที่มองหารถสำหรับใช้ไปยาวๆ จุดเด่นอื่นๆ ของสวิฟต์ก็คือช่วงล่างดี เข้าโค้งง่าย ไม่มีเป๋ เบาะสวยและนั่งสบาย อีกทั้งออพชั่นภายในก็จัดมาเต็มด้วย เช่น ปุ่ม Start Engine กระจกมองข้างพับไฟฟ้า ฯลฯ ถือว่าเกินคาดหมายในหลายด้านสำหรับรถ Segment นี้

รถมือสอง ยอดนิยม

อันดับ 1 : Toyota Vios

ตำแหน่งอันดับ 1 ตกเป็นของ Toyota Vios อย่างไม่มีการพลิกโผ! ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันที่ขึ้นชื่อ ดีไซน์ตัวถังที่เรียบแต่หรู เครื่องยนต์แรง และทนทานสมชื่อโตโยต้า ศูนย์บริการและอะไหล่หาง่าย อายุการใช้งานยืนยาว อีกทั้งเป็นรถที่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการรถสำหรับใช้งานนานๆ ขับขี่ประจำวันที่ไม่สมบุกสมบันมาก รวมถึงคนที่ต้องการติดแก๊สเพื่อเพิ่มความคุ้มค่า หากมองด้านความคุ้ม ความประหยัด ความทนทาน Vios คือคำตอบแน่นอน

Sale-Isuzu-D-Max-With-Carro-Express

รถมือสองทั้งหมดนี้ บอกเลยว่า เหมาะกับชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างแน่นอน! หากคุณต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพ ทาง CARRO เราก็มีรถมือสองให้เลือกหลากหลาย สามารถเข้าไปเลือกชมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod ถ้าสนใจที่จะขายรถของคุณแบบด่วนๆ เชิญที่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือ Inbox สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Fanpage CARRO Thailand ครับ


ซื้อรถมือสองเถอะ แล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้นอีกเยอะ !