5-Military-Vehicles-Made-In-Thailand

เป็นที่ทราบกันดีว่างบประมาณแผ่นดินของไทยปีๆ หนึ่ง ซึ่งมาจากภาษีประชาชนทั้งประเทศนั้น ได้ถูกจัดสรรให้กับหน่วยงานของรัฐต่างๆ เป็นจำนวนมาก และหลายหน่วยงานของกองทัพ (เช่น กระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ) ต่างก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณ (จากภาษีประชาชน) ต่อปีรวมกันนับหลายแสนล้านบาท

ส่วนหนึ่งของงบประมาณที่ได้รับ สิ่งที่ต้องนำไปจัดสรรหาใหม่ หรือทดแทนของเดิมอยู่เป็นระยะๆ คือ การนำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศที่มีมูลค่ามหาศาล เพื่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งหลักๆ ไทยก็จัดมาจากประเทศตะวันตก (แต่ช่วงหลังๆ ก็จัดหามาจากจีนเยอะละ) ซึ่งทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าไปก็ไม่น้อยเลยทีเดียว

Jeep-ชัยเสรี

รถ Jeep ดัดแปลงจากรถกระบะ ฝีมือของ “ชัยเสรี”

เพื่อเป็นการสร้างนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาของคนไทย ที่ผ่านมาจึงมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ใช้ความรู้ความสามารถในการดัดแปลงรถยนต์ที่ประกอบในประเทศ พัฒนาให้เป็นรถทหารสำหรับใช้ในภารกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตระเวนชายแดน การลาดตระเวน ลำเลียงพล การช่วยเหลือประชาชนในวาระต่างๆ

ซึ่งแสดงถึงแสนยานุภาพของกองทัพ ความสามารถของคนไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก และลดการสูญเงินตราออกไปยังต่างประเทศ และลดปัญหาเกี่ยวกับการจัดหาอะไหล่สำรองของยานยนต์ทหาร ได้อีกด้วย

5 รถทหารไทย จะรุ่นไหนบ้าง ที่สร้างโดยคนไทย เพื่อกองทัพไทย MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง เท่าที่รู้และหาข้อมูลได้..

รถหุ้มเกราะอัศวิน

ภาพจาก UH-1D @ Thaifighterclub

1. รถหุ้มเกราะอัศวิน

ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี 2549 ตอนนั้น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เริ่มให้การสนับสนุนโครงการ “ต้นแบบยานยนต์หุ้มเกราะอเนกประสงค์” กับ บริษัท ไทยทศกิจอุปกรณ์ จำกัด สร้างต้นแบบยานยนต์หุ้มเกราะอเนกประสงค์ขนาดเบาทางยุทธวิธี “อัศวิน” ซึ่งดัดแปลงมาจากรถกระบะ Mitsubishi Strada 4X4 (มิตซูบิชิ สตราด้า) มีมูลค่ารวมของโครงการกว่า 6 ล้านบาท

รถหุ้มเกราะอัศวิน เป็นรถที่มีความเหมาะกับสภาพภูมิประเทศ เพราะความกว้างฐานล้อเพียง 1.56 เมตร และระยะช่วงล้อ 2.78 เมตร ขณะที่ยานยนต์หุ้มเกราะของต่างประเทศนั้น ไม่เหมาะกับสภาพภูมิประเทศในแถบนี้ ด้วยความกว้างฐานล้อกว่า 2.18 เมตร และระยะช่วงล้อ 3.30 เมตร ใช้ชุดระบบขับเคลื่อน (Power Train) รุ่น Pajero V78 W

ออกแบบตัวถังและโครงหลังคาใหม่ พร้อมช่องติดปืนกล ESCS ที่มีระบบควบคุมการยิงจากภายในตัวถังรถ โดยประกอบเชื่อมตัวถังเป็นแบบ Monocoque ซึ่งตัวถังเป็นเกราะแข็งกันกระสุน ใช้เซรามิกที่มีผลิตจากส่วนผสมของใยสังเคราะห์ และอะลูมิเนียมออกไซด์ มีน้ำหนักเบา สามารถยืดหยุ่น และป้องกันแรงกระแทกจากกระสุนได้ เป็นรถที่ได้มาตรฐานของ NATO (นาโต้) และกระทรวงกลาโหมของไทย

รถหุ้มเกราะ-ชัยปราบศึก

2. รถทหาร ชัยปราบศึก

ถ้าจะพูดถึงรถถัง รถหุ้มเกราะ รถทหาร ในบ้านเราที่ใหญ่และโด่งดังสุดคงต้องยกให้ “บริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอาวุธของไทย ที่อธิบายตัวเองว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบป้องกันดินแดน” ทั้งออกแบบ ผลิต และอัพเกรดยานเกราะ ในระบบย่อย และระบบตีนตะขาบ พร้อมกับออกแบบรถให้กองทัพด้วย นำโดย “มาดามรถถัง” นพรัตน์ กุลหิรัญ ผู้ก่อตั้งบริษัท

ผลงานของชัยเสรีนั้น ก็มีให้เห็นอยู่หลายคัน เริ่มตั้งแต่รถ Jeep (จี๊ป) ที่ดัดแปลงจากรถกระบะให้คล้ายกับรถจี๊ป M151 ของ ทบ. หรือรถ “ชัยปราบศึก” ที่ทางชัยเสรี นำออกมาทดสอบในปี 2559 เพื่อทดแทนรถแบบ M.151 ติด ปรส. สำหรับใช้ลาดตระเวน ของกองทัพบก

รถหุ้มเกราะ-ชัยปราบศึก

โดยรถชัยปราบศึก มีมิติตัวรถยาว 4,560 มม. กว้าง 2,290 มม. สูง 2,090 มม. ระยะสูงจากพื้น 450 มม. น้ำหนักตัวรถเปล่า 2,850 กิโลกรัมลุยน้ำได้ลึก 700 มม.

สำหรับรถ “ชัยปราบศึก” คันนี้ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล V8 ขนาด 6.5 ลิตร ของ GM ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 447 นิวตัน-เมตร ที่ 2,100 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 26.97 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 110 กม./ชม. ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงบนถนน 5.96 กม./ลิตร ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในภูมิประเทศ 3.35 กม./ลิตร

ทั้งนี้ รถคันนี้ ไม่มีจำหน่ายสำหรับคนทั่วไปนะครับ สำหรับจำหน่ายให้กองทัพเท่านั้น

รถหุ้มเกราะ-First-Win

3. รถหุ้มเกราะ First Win

นี่จัดเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบแดง ของทางชัยเสรีเลยก็ว่าได้ สำหรับ First Win (เฟิร์สวิน) เป็นรถเกราะป้องกันทุ่นระเบิด สำหรับทหารราบใช้งาน ด้วยการเชื่อมตัวถังรูปตัว V แบบ Monocoque ทั้งหมด เพื่อการปกป้องในระดับสูงต่อภัยคุกคามในสนามรบที่หลากหลาย รวมถึงทุ่นระเบิดและระเบิดแสวงเครื่อง

รถหุ้มเกราะ-First-Win

ตัวรถมีน้ำหนักประมาณ 9 ตัน และสามารถบรรทุกกำลังพลได้ถึง 10 คน พร้อมคนขับ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล Cummins 300 แรงม้า (ส่วนรุ่น E มี 250 แรงม้า) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติของ Allison 3000 SP (ส่วนรุ่น E เกียร์ Allison 2500 SP) มีพวงมาลัยเพาเวอร์ ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ และยางรันแฟลต การป้องกันเชิงวิถีศาสตร์ขึ้นอยู่กับสตาแนก 4569 ระดับ 2 และการป้องกันทุ่นระเบิดถึงระดับ 3B ภายใต้ศูนย์ตัวถัง และระดับ 4A ภายใต้ที่ตั้งใดๆ

เป็นรถเกราะที่ประสบความสำเร็จด้านการขายอีกรุ่นหนึ่ง นอกจากจะขายให้กองทัพบกไทยแล้ว ยังมีการส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย อีกด้วย

รถหุ้มเกราะ-First-Win

โดย First Win แบบออกได้เป็นหลายลักษณะตามการใช้งาน ดังนี้

  • First Win : รูปแบบเดิม เป็นที่รู้จักในฐานะรถหุ้มเกราะอเนกประสงค์ First Win (เฟิร์สวิน)
  • First Win-E : รุ่นที่กะทัดรัดกว่า ด้วยน้ำหนักรถรวม 10 ตัน เปรียบได้กับ ฮัมวี่
  • First Win ป้องกันการจลาจล: ใช้โดยตำรวจไทย พร้อมป้อมปืนระบบรีโมตคอนโทรลด้านบน มีความจุผู้โดยสารแปดคน
  • First Win APC : ปรากฏตัวครั้งแรกในงาน Defense & Security 2015 กับลำตัวที่ยาวขึ้นเพื่อรองรับผู้โดยสารมากขึ้น
    AV4 Lipan Bara (ลีปันบารา) : สัญญาอนุญาตสร้างโดย Deftech สำหรับกองทัพมาเลเซีย และตำรวจมาเลเซีย โดยวางแผนไว้ที่ 200 คัน ซึ่งได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น Lipan Bara (ลีปันบารา) ตั้งชื่อตามตะขาบพิษที่พบในประเทศมาเลเซีย โดยนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เมื่อครั้งไปเยี่ยมชมบูธของ Deftech ในงาน Defense Service Asia 2016 โดยติดตั้งเครื่องยนต์ 300 แรงม้า อัพเกรด และเสริมเกราะป้องกันสูงถึงสตาแนก 4569 ระดับ 3 และการติดตั้งของปืนแก็ตลิง M134D-H ตามมาตรฐานกองทัพมาเลเซีย

Nissan-Navara-หุ้มเกราะ

4. Nissan Navara หุ้มเกราะ

อีกหนึ่งรถกระบะที่ได้รับการดัดแปลงเป็นรถหุ้มเกราะ นั่นคือ Nissan Navara 4X4 (นิสสัน นาวาร่า) ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร โดยใช้เป็นรถลาดตระเวนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หุ้มเกราะด้วยเหล็กกล้าทั้งคัน ตัวถังและกระจกกันกระสุน พร้อมกล้องมองข้าง และอุปกรณ์ทางทหาร

พื้นที่โดยสารแบ่งเป็นแถวยาว 2 แถว หันหน้าชนกันสำหรับทหารจำนวน 10 นาย มีกระจกด้านข้าง พร้อมช่องยิงปืนจากภายในฝั่งละ 3 จุด และติดสปอร์ตไลท์รอบคัน จำนวน 8 จุด ราคาตัวรถเดิม 800,000 กว่าบาท หลังแปลงเป็นรถหุ้มเกราะ ราคาขยับขึ้นมาเป็น 3 ล้านกว่าบาท

Thairung-MUV4-ทหาร

5. Thairung MUV4

Thairung MUV4 (ไทยรุ่ง เอ็มยูวี 4) เป็นรถทหารที่มีคนรู้จักกันมากหน่อย เพราะมีการผลิตจำหน่ายจริงในชื่อ TR Transformer (ทีอาร์ ทรานฟอร์เมอร์)

โดย Thairung MUV4 (หรือ Military Utility Vehicle) เป็นรถตรวจการณ์ลาดตระเวนทางการทหาร 4 ที่นั่ง ออกแบบพิเศษ สำหรับทหารใช้งานโดยเฉพาะเป็นครั้งแรกในเมืองไทย บนโครงสร้างของรถกระบะ (Pick Up) ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 1KD-FTV (I/C) ขนาด 3.0 ลิตร 163 แรงม้า ที่มีการผลิตขายในประเทศ มีทั้งรุ่นหลังคาเหล็ก, หลังคาผ้าใบ และแบบสเตชั่นแวกอน เป็นต้น

Thairung-MUV4-ทหาร

จุดประสงค์ในการออกแบบ เพื่อให้เป็นรถยนต์ประเภท รยบ. ขนาดเบา แบบ 4 X 4 แบบ 50 (หรือ M50) และแบบ 51 (หรือ M51) เป็นรถลาดตระเวนของกองทัพบก ตามที่กรมสรรพาวุธทหารบก ต้องการใช้งาน รวมไปถึงหน่วยงานอื่นๆ อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตำรวจตระเวนชายแดน เป็นต้น

Thairung-MUV4-ทหาร

ตัวรถออกแบบโดยระบบคอมพิวเตอร์ CAD, CAE, CAM มาตรฐานสากล และมีการวิเคราะห์ความแข็งแรงของโครงสร้าง (Simulates) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การผลิตชิ้นส่วนด้วยโลหะขึ้นรูป ตัวถังรถทั้งคันผ่านระบบชุบสีกันสนิม โดยประจุไฟฟ้า (EDP) และขบวนการพ่นสีมาตรฐานเดียวกับกับผู้ผลิตรถยนต์

มีการทดสอบในรูปแบบการใช้งานบนถนนจริง และบนอุปสรรคต่างๆ ซึ่งสามารถลุยน้ำได้สูงถึง 50 ซม. สามารถไต่ทางลาดชันได้ 40 องศา และไต่ทางลาดเอียงได้ 30 องศา

อ่านเพิ่มเติม >>> CARRO แนะนำรถมือสอง : Thairung Transformer จากรถ “ฮัมวี่” ผลิตให้ทหาร กลายเป็นรถบ้าน!

MR.CARRO เชื่อว่าหลายคนอ่านจนจบแล้ว รู้สึกอยากได้ขึ้นมาไว้ขับลุยป่าฝ่าดงเลยล่ะ แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า รถเหล่านี้ไม่มีขาย หรือทำดัดแปลงให้ประชาชนคนทั่วไปได้ใช้ครับ เพราะถือว่าเป็นยุทธภัณฑ์สำหรับกองทัพเท่านั้น มีเงินก็ซื้อไม่ได้ครับ นอกจากจะเอารถของตัวเอง มาทำเลียนแบบก็อีกเรื่องนึง

รู้สึกชอบรถทหาร รถหุ้มเกราะ แต่เกิดเบื่อรถคันเดิม อยากขายรถขึ้นมา เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*