Motorshow-Car-2021

“Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021)” หรือ The 42th Bangkok International Motor Show 2021 ภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข” หรือ “Shaping The Next Chapter” ค่ายรถยนต์-จักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานกันพอสมควร ซึ่งแต่ละแบรนด์ ต่างก็เตรียม “วัคซีน” พร้อมฉีดยาแรงให้ผู้บริโภค ให้ผ่อนรถกันไหวถ้วนหน้า และคนที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า บอกได้เลยว่างานนี้มาโชว์กันอย่างเต็มที่!

ในส่วนของ CARRO ก็ขอนำเสนอรถเด่นรุ่นใหม่ และรถใหม่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Motor Show 2021 โดยบริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ CARRO ขอนำภาพสวยๆ มาให้ดูกันอย่างจุใจ

สำหรับบริษัทรถยนต์ ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 มาด้วย 34 แบรนด์ ประกอบไปด้วย Ford, BMW, MINI, Suzuki, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Peugeot, Mazda, Hyundai, Mercedes-Benz, Great Wall Motors, Nissan, Toyota, Lexus, Honda, Audi, MG, Isuzu, Mitsubishi, Porsche , Bentley, Volvo, Kia, Subaru, Hyundai Truck & Bus และ Takano เป็นต้น

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาโอกาสไปเดินเที่ยวกันจริงๆ ครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Show 2021 กันได้เลย

ORA-Black-Cat-2021

ORA Black Cat

ORA-Good-Cat-2021

ORA Good Cat

ORA-Good-Cat-Racing-2021

ORA Good Cat Racing

POER-EV-2021

POER EV

Haval-Concept-H-2021

Haval Concecpt H

Haval-H6-Hybrid-SUV-2021

Haval H6 Hybrid SUV

MG-Extender-2021

MG Extender

Hyundai-Palisade-2021

Hyundai Palisade

Ford-Ranger-FX4-Max-2021

Ford Ranger FX4 Max

Ford-Mustang-2021

Ford Mustang

Audi-RS-e-Tron-GT-2021

Audi RS e-tron GT

Audi-Q5-45-TFSI-quattro-S-line-Black-Edition-2021

Audi Q5 45 TFSI quattro S line Black Edition

Mercedes-AMG-GLA-35-2021

Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC

Mercedes-Benz-E-200-Coupé-AMG-Dynamic-2021

Mercedes-Benz E 200 Coupé AMG Dynamic

Mercedes-Benz-E-200-Cabriolet-AMG-Dynamic-2021

Mercedes-Benz E 200 Cabriolet AMG Dynamic

Mercedes-Benz-E-220-d-AMG-Sport-2021

Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport

Mercedes-Benz-GLE-350-de-4MATIC-Exclusive-2021

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive

BMW-M4-Competition-Coupe-2021

BMW M4 Competition Coupe

BMW-330Li-M-Sport-2021

BMW 330Li M Sport

BMW-X4-xDrive20d-M-Performance-2021

BMW X4 xDrive20d M Performance

Mini-Cooper-S-Countryman-2021

Mini Cooper S Countryman

Rolls-Royce-Ghost-2021

Rolls-Royce Ghost

Maserati-MC20-2021

Maserati MC20

Techart-Porsche Panamera-4-e-hybrid-2021

Porsche Panamera 4 e-hybrid

Toyota-Yaris-ATIV-Play-2021

Toyota Yaris ATIV Play

Mitsubishi-Pajero-Sport-2021

Mitsubishi Pajero Sport

Mazda-BT-50-2021

Mazda BT-50

Subaru-Outback-2021

Subaru Outback

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

6-Tricks-For-Increase-Online-Sales

แม้ว่าในบ้านเรา ธุรกิจ E-Commerce (อีคอมเมิร์ซ) จะมีบทบาทในไทยมานาน 20 กว่าปีได้แล้วก็ตาม แต่กระแสการ “ขายของออนไลน์” ของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า เพิ่งจะมาเริ่มบูมจริงๆ ในช่วงสิบปีมานี้เอง ซึ่งสามารถสร้างฐานลูกค้า และฐานรายได้ที่สูงกว่าการค้าขายแบบเดิมๆ มาก และยิ่งโควิด-19 มา การค้าขายในยุค New Normal ยิ่งเร่งให้การขายของออนไลน์ คู่แข่งมากมาย ดุเดือดกันเข้าไปอีก

ในยุคนี้ นอกจากเราจะมีร้านค้าออนไลน์กันทั้งในเว็บไซต์ หรือในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นใน Facebook Fanpage, IG หรือใน Twitter ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เรามักเจอกันบ่อยมาก ก็คือเวลาลูกค้าทักมาถามใน Inbox บางคนอาจถามรายละเอียดมากมาย แต่กลับไม่สามารถปิดการขายในสำเร็จในตอนจบ เช่น ขอตัดสินใจก่อน, รอเงินพร้อมแล้วเดี๋ยวทักมา หรือเดี๋ยวทักมา เชื่อเถอะ ไม่มีกลับมาสักรายหรอก

ซึ่งถ้าหากเป็นการซื้อ-ขาย สินค้ามูลค่าสูง อาจเป็นความเสียโอกาสมากของคุณเลยก็ได้ เพราะกว่าจะมีลูกค้าคนใหม่เข้ามาสนใจ ไม่รู้ต้องรออีกนานเท่าไหร่

MR.CARRO ขอแนะนำ 6 เทคนิคสร้างยอดขายสุดปัง จากธนาคารกรุงเทพ มาฝากเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์กัน เพราะอาจช่วยให้คุณปิดการขายใน Inbox ได้มากขึ้น แต่จะมีอะไรนั้น อ่านได้เลยจ้า…

6-Tricks-For-Increase-Online-Sales

1. พลิกเกมเปลี่ยนจากการถูกถามเป็นฝ่ายถาม จะทำให้มีโอกาสในการคุมเกมได้มากกว่า

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ทักแชทมาทาง Inbox ล้วนต้องการคำตอบและมักจะมาพร้อมกับการตั้งคำถาม ดังนั้นการหาจังหวะตั้งคำถามกลับไปจะทำให้รู้ข้อมูล ความต้องการ ไปจนถึงสามารถประเมินลูกค้าได้จากการตั้งคำถามย้อนกลับ เพื่อชักนำไปสู่สิ่งที่ลูกค้าต้องการและความต้องการซื้อ

2. นำเสนอจุดแข็งที่มีเทียบกับคู่แข่งในตลาดอย่างสุภาพ

เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ผ่านคำชมสินค้าของคู่แข่ง พร้อมกับเทียบเสนอข้อมูลสินค้าที่เป็นจุดแข็งจุดขายของเราให้ลูกค้าได้เห็นภาพและตัดสินใจเอง โดยที่ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกชักนำจนเกิดการคัดคานในใจ

6-Tricks-For-Increase-Online-Sales

3. กระตุ้นความต้องการของลูกค้า

การซักถามลูกค้าจะทำให้เห็นถึงความต้องการหรือเจตจำนงที่แอบแฝงอยู่ลึกๆ ของลูกค้า ซึ่งจะนำมาสู่การนำเสนอแบบยกเคสใกล้เคียงหรือการนำรีวิวมาประกอบการสนทนา เพื่อกระตุ้นความต้องการในใจของลูกค้าให้มีมากขึ้น จนสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้ทันที

4. แจ้งโปรโมชั่นทันทีที่ลูกค้าแสดงความต้องการที่ชัดเจน

หากการซักถามนำมาสู่การได้เห็นความต้องการที่ชัดเจนของลูกค้า และกระตุ้นให้เกิดความต้องการมากขึ้นได้แล้ว สิ่งที่ควรรีบทำตามลำดับขั้นต่อไปก็คือ การนำเสนอข้อมูลโปรโมชั่น สิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเร่งตัดสินใจ ซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดนาน

6-Tricks-For-Increase-Online-Sales

5. โชว์หลักฐานและภาพประกอบเพิ่มเติม

หากโปรโมชั่นยังไม่จูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ทันที การนำเสนอข้อมูลด้านอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นคือสิ่งที่ควรทำเป็นลำดับต่อไป โดยอาจแสดงเอกสารหลักฐานยืนยันคุณภาพมาตรฐานประกอบสินค้าเพิ่มเติม หรือแม้แต่ภาพรีวิวต่างๆ ก็ช่วยให้ลดความลังเลและเกิดการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

6. ส่งเลขที่บัญชีและขั้นตอนการโอนเงิน

การที่เราสามารถดึงลูกค้าให้ผ่านมาถึงข้อ 5 ได้ เท่ากับลูกค้ามีความต้องการจะซื้อสินค้าแล้วเกินกว่า 50% และมีโอกาสปิดการขายได้สูงถึง 70% ฉะนั้นจงอย่ารั้งรอ รีบที่จะบอกกล่าววิธีการโอนเงินหรือส่งเลขที่บัญชีเข้าไปให้แก่ลูกค้า ที่เป็นเสมือนการบีบคั้นกลายๆ ให้ต้องชำระเงินเพื่อซื้อสินค้านี้หลังจากสอบถาม พร้อมปิดประโยคด้วยการสรุปยอดสินค้าที่คาดว่าลูกค้าน่าจะซื้อ และสอบถามที่อยู่ในการจัดส่งสินค้าโดยละเอียด

ก็เอาเป็นว่า พ่อค้าแม่ค้าขายของออนไลน์ ลองทำดูกันได้นะครับ เชื่อว่ายอดลูกค้าที่ Inbox เข้ามาแล้วปิดการขายไม่จบ น่าจะลดไปได้พอสมควรครับ

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

All-New-Toyota-Alphard-Vellfire-2022-CG

นับตั้งแต่ Toyota เปิดตัวรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับหรู Toyota Alphard (โตโยต้า อัลฟาร์ด) และ Toyota Vellfire (โตโยต้า เวลไฟร์) เจเนอเรชั่นที่ 3 ในเดือนมกราคม 2015 ที่ญี่ปุ่น

แม้ว่าจะปรับโฉมมาหลายครั้ง แต่ก็ยังเป็นรถตู้ MPV ระดับหรูที่ยังได้รับความนิยมจากบรรดาเศรษฐี ผู้บริหารในประเทศญี่ปุ่น และยังได้รับความนิยมอีกหลายประเทศ อาทิ จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, รัสเซีย และไทย เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม >> Toyota เปิดตัว Alphard และ Vellfire โฉมใหม่ “My Vision My Decision”

อ่านเพิ่มเติม >> Lexus เปิดตัว Lexus LM ใหม่ ฝาแฝดสุดหรูของ Alphard มาไทยเร็วๆ นี้!

แต่ตอนนี้ทางนิตยสาร Best Car (ที่เคยมีผู้ซื้อลิขสิทธิ์มาพิมพ์ขายในบ้านเรา แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว) ได้ทำการลงบทความรถ Toyota Alphard และ Vellfire เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ทำขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิคตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา พร้อมตีพิมพ์ข้อมูลลงใน Best Car ฉบับวันที่ 10 มีนาคม 2021 มาให้เหล่าแฟนๆ รถหรูได้เตรียมเก็บตังค์ซื้อกันแล้ว เพราะว่าจะออกมาในปี 2022 – 2023 นี้

แต่รายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง …

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2021/03/15172031/20210310_SCOOP_TOYOTA_061.jpg

โครงสร้างหลักๆ ของ Toyota Alphard และ Vellfire ใหม่นั้น ได้เปลี่ยนจากเดิมที่ใช้แพลทฟอร์ม MC มาเป็นโครงสร้างใหม่ TNGA ที่ใช้กันอยู่ในหลายๆ รุ่น ซึ่งพัฒนาให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง พร้อมโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งขึ้น

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2021/03/15170851/20210310_SCOOP_TOYOTA_07.jpg

ตัวรถภายนอก ออกแบบชุดไฟหน้าใหม่ กันชนหน้าใหม่ กระจังหน้ายังคงความดุดัน อลังการเหมือนเดิม ผนวกกับชุดไฟท้ายแบบ LED ช่วงเสา A เพิ่มขนาดกระจกให้ยาวขึ้น รวมไปถึงประตูบานเลื่อน เน้นเนื้อที่กระจกมากขึ้น

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2020/10/11220302/7b495f8596b4a294f504019de996c602.jpg

มิติตัวรถ เพิ่มขึ้นในทุกมิติ ตั้งแต่ความยาวตัวรถ 4,950 มม. ความกว้างก็เพิ่มเช่นกันที่ 1,880 มม. สูง 1,940 มม. ส่วนระยะฐานล้อ 3,050 มม. น้ำหนักตัวรถ 2,180 กิโลกรัม

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2020/10/11220942/ef451aa223aac806da732e76133d51b4.jpg

และสำหรับรุ่น Vellfire แม้ว่าในช่วงก่อนหน้านั้น จะมีข่าวว่าเลิกผลิตก็ตาม แต่คาดว่าในโฉมใหม่นี้ น่าจะได้ไปต่อเช่นเดิม

ห้องโดยสารภายใน ดูหรูหรากว้างขวาง เบาะนั่งปรับได้หลายสไตล์ ปรับได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งผู้ขับขี่ ในเบาะผู้โดยสารด้านหลังแถวที่ 1 แบบ Executive Lounge พร้อมที่รองขา ปรับไฟฟ้า และแถวที่ 2 เบาะสามารถปรับ-พับได้หลายแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับสัมภาระ

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2020/10/11220413/ea60878855f3619d4293221ae0b062fe.jpg

ส่วนเครื่องยนต์ที่ทำการปรับปรุงใหม่ มีทั้งแบบขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i +มอเตอร์ไฟฟ้า ที่หยิบยืมมาจากใน RAV4 และ Harrier

และขนาด 2.4 ลิตร Turbo ที่คาดว่าจะมาทดแทนเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ของรุ่นปัจจุบัน โดยให้แรงม้าสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 45.0 กก.-ม.

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2020/10/11220637/77573d73762865470ed91c20b2b5cbad.jpg

มีให้เลือกทั้งแบบระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และขับสี่เช่นเดิม และอาจมีรุ่น GR Sport พลังสูง ออกมาเอาใจผู้บริหารขาซิ่งอีกด้วย

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2021/03/15170855/20210310_SCOOP_TOYOTA_08.jpg

ซึ่งคาดว่าราคาอยู่ที่ประมาณ 3.8 – 8 ล้านเยน เตรียมออกมาสู้ศึกกับ Nissan Elgrand ที่กำลังซุ่มเงียบ พัฒนารถตู้สุดหรูอยู่พอดี!

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

New-Car-In-Motorshow-2021

“Motor Show 2021” (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42) หรือ The 42th Bangkok International Motor Show 2021 ภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข” หรือ “Shaping The Next Chapter” พร้อมนำรถรุ่นใหม่มาโชว์ให้ดูกันอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศการจัดงานตามรูปแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal ปลอดภัยไร้กังวลจากโควิด-19 แน่นอน และในปีนี้ พิเศษ! ด้วยโซน Smart EV City ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่

โดยงานมอเตอร์โชว์ 2021 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ รถรุ่นเด่นๆ ที่เปิดตัวกันตั้งแต่ก่อนงาน และในงาน Motor Show 2021 แม้ว่าในปีนี้ บริษัทรถยนต์หลายค่าย อาจจะมีรถใหม่มาเปิดตัวกันไม่มากนัก และก็เป็นรถจากแบรนด์จีน และยุโรปเป็นหลัก … เอาละ CARRO ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ กันเลยครับ …

All-New-Mazda-BT-50-2021

Mazda BT-50

All-New Mazda BT-50 (มาสด้า บีที-50) เจเนอเรชั่นใหม่ เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคม 2564 ผนวกคุณสมบัติของรถปิกอัพที่ดีที่สุดในโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว กับแนวคิด “พร้อม…กับทุกด้านของชีวิต” ประกอบด้วย ดีไซน์ออกแบบอย่างสง่างาม คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม ประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.1 กม./ลิตร ทนทานสูงสุด รวมทั้งค่าดูแลรักษาต่ำสุด (เพราะว่าตัวรถใช้แบบเดียวกับ Isuzu D-Max นั่นเอง!)

ปิกอัพสายพันธุ์ใหม่ของมาสด้า กระจังหน้าออกแบบด้วย Signature Wing ขนาดใหญ่ รูปทรงด้านหน้าสไตล์รถ SUV สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ส่วนภายในห้องโดยสาร เน้นความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด ใช้วัสดุคุณภาพสูง

คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เสาภายในและเพดาน เลือกใช้โทนสีดำตัดกับหนังสีน้ำตาลเข้ม มีเบาะไฟฟ้าปรับได้ 8 ทิศทางและระบบดันหลัง ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone สามารถแยกปรับด้านซ้าย-ขวาได้อิสระ พร้อมแอร์หลัง รวมถึงระบบ Infotainment ที่มาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 9 นิ้ว

มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ซึ่งเครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาด รองรับน้ำมันได้ถึง B20

All-New Mazda BT-50 4 มีให้เลือก 14 รุ่นย่อย ในราคา 553,000 – 1,153,000 บาท

New-MG-Extender-2021

MG Extender

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) กระบะพันธุ์ยักษ์ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมราคาในงาน Motor Show 2021 ด้วยรูปโฉมปรับปรุงใหม่หมด กับกระจังหน้าขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น ด้านบนเป็น Daytime Running Light พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ส่วนชุดไฟหน้าแบบ LED Projector ถูกย้ายไปติดตั้งที่กันชนหน้า คู่กับไฟตัดหมอก

ด้านข้างมาพร้อมบันไดข้างใหม่ คู่ไปกับล้ออัลลอยสี Bi-Colour ขนาด 18 นิ้ว ส่วนด้านท้าย ใช้ไฟท้ายรูปตัว C Curve ตกแต่งฝากระบะท้ายด้วยแผงสีดำ พร้อมแถบสีแดงเชื่อมไฟท้ายทั้งสองเข้าด้วยกัน

ภายในห้องโดยสารของ MG Extender ใหม่ ใช้เบาะนั่งสีทูโทนน้ำตาล-ดำ เสริมด้วยลายเคฟลาร์ มีหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว เชื่อมต่อระบบ i-SMART ได้ พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ๆ อาทิ กล้องมองภาพรอบทิศทาง, ระบบเตือนออกนอกเลน LDW หรือระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง TPMS เป็นต้น

ส่วนขุมพลัง ยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผันจาก Garrett เช่นเดิม

สำหรับราคาของ MG Extender ใหม่ รอดูกันได้ในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ที่งาน Motor Show 2021

ORA-Good-Cat

ORA Good Cat

ORA Good Cat (โอร่า กู๊ดแคท) นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ในแบรนด์ ORA ที่ผลิตออกมาเพื่อจำหน่าย บนแพลทฟอร์มที่ชื่อ L.E.M.O.N. (Lightweight Electrification Multi-purpose Omni-protection Network) เทคโนโลยีสุดล้ำของแพลตฟอร์มแบบ Modular แบบ 5 ประตู Hatchback โดยจำหน่ายในประเทศจีนเมื่อเดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา

ตัวรถภายนอก มาด้วยดีไซน์แบบ Retro Futurism กลมมนสุดคลาสสิก และด้านท้ายที่ดูแปลกตา ด้วยตำแหน่งไฟเบรกที่ไว้บริเวณกันชนท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ขนาดยาว ฝังในกระจกบานหลัง พร้อมล้อแม็กแบบ 17 นิ้ว และ 18 นิ้ว ให้เลือก

ภายในยังคงเน้นรูปแบบความคลาสสิค เรียบง่าย มากับเบาะหนังแท้ พวงมาลัยหุ้มหนัง ขับสนุกไปกับ ORA-Enjoyment ปรับเปลี่ยนสภาวะในห้องโดยสารได้ตามต้องการ และระบบ Smart Quick Start แค่เสียบเข็มขัดนิรภัยและเหยียบเบรก ก็สตาร์ทรถได้ทันที

ผนวกกับ Infotainment หรือ ORA Smart-Café ผนวกกับ OS Coffee Intelligent Car Control System ที่ใช้ระบบ AI ในการประมวลผล ทำงานผ่านหน้าจอขนาด 17.25 นิ้ว จำนวน 2 จอ มีระบบจดจำเสียงและใบหน้า และผู้ช่วยอย่าง ORA CAT Avatar ที่แสดงผลเป็นรูปแมวบนหน้าจออีกด้วย

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที จำกัดความเร็วไว้สูงสุดที่ 150 กม./ชม. ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ ORA-Goddess Easy Drive พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ

กับแบตเตอรี่แบบ CTP ขนาดความจุ 47.8 kWh และ 59.1 kWh ซึ่งสามารถชาร์จได้กว่า 80% (จากแบตเตอรี่คงเหลือ 30%) ภายในเวลาเพียง 30 นาที ให้ระยะทางวิ่ง 401 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และ 501 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

เตรียมโชว์ตัวจริงในไทย ที่งาน Motor Show 2021 นี้!

ORA-R1

ORA Black Cat

ORA Good Cat (โอร่า กู๊ด แคท) หรือที่ขายในเมืองจีนชื่อ “ORA R1” รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ A-Segment พัฒนาขึ้นภายใต้ ME Platform ใช้เวลาพัฒนามากกว่า 10 ปี กับ 500 ผู้เชี่ยวชาญในการ R&D ด้วยรูปทรงแบบย้อนยุค แต่ก็ดูเรียบง่าย มีล้อแม็กให้เลือกทั้งแบบ 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว ใช้โครงสร้างตัวรถด้วยเหล็ก High Tensile Steel

ภายในในเรียบหรู เน้นระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการช่วยขับรถ ส่วนระบบขับเคลื่อน ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet แม่เหล็กถาวร สำหรับหมุนล้อคู่หน้า ออกแบบการจัดวางมอเตอร์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ Lithium-ion Polymer หรือ LMP ความจุ 30.7 kWh และระบบประมวลผลไว้ใกล้กัน

มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 35 กิโลวัตต์ (49 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 125 นิวตัน-เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 102 กม./ชม. และให้ระยะทางวิ่ง 301 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และยังมีรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 45 กิโลวัตต์ ให้เลือกอีกด้วย

เตรียมโชว์ตัวจริงในไทย ที่งาน Motor Show 2021 นี้!

Great-Wall-Poer-2021

POER EV

POER EV (โพ อีวี) รถกระบะไฟฟ้าจากแดนมังกรที่เตรียมมาโชว์ในงาน Motor Show 2021 อีกรุ่น เป็นรถที่มีชื่อแบรนด์มาจากคำว่า 炮 (Pao) ที่แปลว่า ความทรงพลัง ที่ทาง Great Wall เลือกชื่อนี้ในการทำตลาดโลก เปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางปี 2020 ที่ผ่านมา ช่วยสะท้อนคอนเซปต์ Power, Peak และ Perfect โดยรุ่นมีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้น และช่วงยาว

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร Turbo 166 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 190 แรงม้า

นอกจากนี้ยังมีรุ่น EV ให้เลือก โดยวางมอเตอร์ไฟฟ้าพิกัดกำลังขนาด 150 กิโลวัตต์ (201 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร สามารถวิ่งได้ในระยะทางมาดถึง 405 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ถือว่าเป็นรถกระบะไฟฟ้าที่วิ่งได้ระยะมากที่สุดที่มีขายในจีน

เตรียมโชว์ตัวจริงในไทย ที่งาน Motor Show 2021 นี้!

Haval-H6-2021

HAVAL H6 Hybrid SUV

HAVAL H6 Hybrid SUV (ฮาวาล เอช6 ไฮบริด เอสยูวี) รถยนต์เอสยูวียอดนิยมระดับโลก ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 3 ไปเมื่อปี 2020 เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผสานกับดีไซน์อันโดดเด่น ที่แอบมาวิ่งทดสอบกลางเมืองกรุงกันได้สักพักแล้ว

ในรุ่นที่ขายในเมืองจีน เป็นแบบเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร GDiT EVO Turbo 160 แรงม้า และแบบ 2.0 ลิตร GDiT EVO 187 แรงม้า ซึ่งทั้ง 2 แบบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด DCT

สำหรับรถ SUV รุ่นนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำหน้า เช่น ระบบช่วยถอยอัตโนมัติ (Automated Reversing Assist), ระบบรักษาระยะห่างและความเร็ว (Intelligent Cornering), ระบบรักษาระยะห่างระหว่างรถ (Intelligent Dodge) และระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (Lane Center Keeping)

เตรียมเปิดตัวรุ่น Hybrid ที่แรกของโลกในไทย ณ งาน Motor Show 2021

Rolls-Royce-Ghost-2021

Rolls-Royce Ghost

Rolls-Royce Ghost (โรลส์-รอยซ์ โกสต์) เปิดตัวในไทยไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา กับรถยนต์รุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์ 117 ปี ของ Rolls-Royce โดย Ghost รุ่นใหม่นี้ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 5 ปี ให้ออกมาได้อย่างหรูหรา แต่เรียบง่าย ใช้งานได้อเนกประสงค์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั่วโลก

Rolls-Royce Ghost ใช้โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม เรียกว่า “สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา” (Architecture of Luxury) เช่นเดียวกับ Rolls-Royce รุ่นใหม่ทุกรุ่น ทั้งเบา ยืดหยุ่น แต่แข็งแกร่ง มีอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมดุล 50:50

ขณะที่สัญลักษณ์นางฟ้า หรือ “Spirit Of Ecstacy” เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ถูกล้อมกรอบบริเวณฐาน แต่อยู่บนฝากระโปรง ดุจกำลังลอยอยู่กลางทะเลสาบ และที่สุดของเทคโนโลยีต่างๆ อัดแน่นทั้งคัน ผนวกกับความนุ่มนวลของช่วงล่างดุจพรมวิเศษ (Magic Carpet Ride) พัฒนาไปอีกขั้น กับเทคโนโลยี “Planar Suspension System”

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ Twin Turbo V12 ขนาด 6.75 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ช่วยให้ยนตรกรรมพิกัดกว่า 2 ตัน มีอัตราเร่งทันใจ แรงบิดสูงสุดมีให้ใช้ตั้งแต่ 1,600 รอบ/นาที ซึ่งสูงกว่ารอบเดินเบาประมาณ 600 รอบ/นาที เท่านั้น รวมถึงมีการปรับแต่งท่อไอดีใหม่ เพื่อลดเสียงรบกวน

สำหรับ All-New Rolls-Royce Ghost ราคาเริ่มต้น 32,700,000 บาท ส่วน All-New Rolls-Royce Ghost Extended ราคาเริ่มต้น 36,800,000 บาท!!!

Maserati-MC20-2021

Maserati MC20

Maserati MC20 (มาเซราติ เอ็มซี20) ซูเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดจากค่ายตรีศูล ต่อยอดจากรุ่น MC12 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย นับเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของ มาเซราติ ผลิตจากโรงงานในเมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี 100% มาพร้อมรางวัล “Most Beautiful Supercar of the Year 2021” จากฝรั่งเศส และ “Super Sports Car of the Year” จากอังกฤษ

อักษร MC ย่อจาก Maserati Corse ขณะที่ตัวเลข 20 มาจากปีที่เปิดตัว (2020) ใช้เวลาในการรังสรรค์ประมาณ 2 ปี ด้วยความร่วมมือตั้งแต่ต้นของวิศวกรจาก Maserati Innovation Lab, ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจาก Maserati Engine Lab และบรรดานักออกแบบจาก Maserati Style Centre

ระบบอากาศพลศาสตร์ ผ่านการออกแบบและปรับแต่งในอุโมงค์ลมที่ Dallara Wind Tunnel โดยใช้เวลาทั้งหมดกว่า 2,000 ชั่วโมง และการทดสอบ CFD (Computational Fluid Dynamics) กว่า 1,000 ครั้ง ส่งผลให้รถมีบุคลิกโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ประตูเปิดขึ้นแบบปีกผีเสื้อ

ขุมพลังยุคใหม่ ใส่เทคโนโลยีเอฟวัน “Nettuno” เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 Twin Turbo 630 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่มีเทคโนโลยีโดดเด่นจนได้รับสิทธิบัตรจากสถาบันนานาชาติ เรียกว่า MTC (Maserati Twin Combustion) ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุดกว่า 325 กม./ชม. และเป็นเครื่องยนต์ที่ Maserati ผลิตเองอีกครั้ง หลังจากหยุดไปนาน 20 ปี

สนนราคาเริ่มต้น ที่ 21,500,000 บาท!!!

Mercedes-AMG-GLA-35-4MATIC-2021

Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC

Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC (เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีแอลเอ 35) ยนตรกรรมคอมแพ็คเอสยูวีสายพันธุ์แรงที่มาพร้อมความอเนกประสงค์และดีไซน์สปอร์ตตามปรัชญาของ Mercedes-AMG ในทุกรายละเอียด

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์ของ Mercedes-AMG ตลอดทั้งคัน เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าแบบ AMG Specific Radiator Grille, ไฟหน้าใหม่แบบ LED high-performance แบบ Full LED พร้อมไฟแบบ Daytime Running Light และเฉียบคมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่จาก AMG แบบ 5-Twin Spoke ขนาด 19 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารตกแต่งในแบบ AMG Interior ด้วยพวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้านท้ายตัด ตกแต่งด้วยหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch control เบาะนั่ง AMG Sport Seat แบบสปอร์ต ด้วยหนังชนิด ARTICO สลับกับ DINAMICA Micro-Fibre ตัดเย็บด้วยด้ายสีแดงและเข็มขัดนิรภัยสีแดงตลอดทั้งคัน โดยมีไฟล้อมรอบห้องโดยสารแบบ Ambient Light ที่สามารถเลือกปรับได้มากถึง 64 เฉดสี

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อม Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดถึง 306 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที จึงมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.1 วินาที

วางจำหน่ายในราคา 3,190,000 บาท!!!

Mercedes-Benz-GLE-350-de-4MATIC-Exclusive-2021

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive (เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี 350 ดีอี) ผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดและความแข็งแกร่งในแบบฉบับของเครื่องยนต์ดีเซลเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก

การออกแบบภายนอก ให้อารมณ์สปอร์ตในทุกมิติด้วยดีไซน์แบบ Exclusive Body Styling พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่มีความโดดเด่นในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ LED High-Performance ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 20 นิ้ว ตลอดจนความแข็งแกร่งของส่วนท้าย ที่บ่งบอกถึงความโดดเด่น

กับครั้งแรกของระบบมัลติมีเดีย MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่เชื่อมโยงคุณเข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว โดยพัฒนามาจากนวัตกรรม AI และยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน

พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อม Turbocharger และ Intercooler ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 พร้อมแรงม้าสูงสุดถึง 320 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

แนะนำให้ผู้ใช้รถยนต์ไทย ได้สัมผัสแบบ Executive ในราคาเริ่มต้น 4,699,000 บาท!!!

Mercedes-Benz-E-300-e-AMG-Dynamic-2021

Mercedes-Benz E-Class

Mercedes-Benz E-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส) รุ่นใหม่ ดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวอย่างเป็นทางการของรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยยอดขายสะสมมากถึง 14 ล้านคันทั่วโลก เฉพาะตัวถัง W213 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2559 ก็สามารถทำยอดขายสะสมทั่วโลกรวมกว่า 1.2 ล้านคัน

มีให้เลือกในไทย 3 แบบใหม่ ได้แก่ E 300 e Avantgarde, E 220 d AMG Sport และ E 300 e AMG Dynamic ที่มีให้เลือกทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี แบบ Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลพลังแรง และชุดแต่ง AMG Body Styling ที่ปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูล้ำสมัยยิ่งขึ้น

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.7 วินาที

อีกหนึ่งทางเลือก คือ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Turbo ให้พละกำลัง 194 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาที ส่วนระบบส่งกำลัง แบบ 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 6.5%

Mercedes-Benz The new E-Class มีวางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่

  • Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde ราคา 3,190,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport ราคา 3,540,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท

BMW-330Li-M-Sport-2021

BMW 330Li M Sport

BMW 330Li M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู 330แอลไอ เอ็ม สปอร์ต) ครั้งแรกของรุ่นฐานล้อยาวในประเทศไทย ที่ยังคงลุคสปอร์ตโฉบเฉี่ยวและสมรรถนะที่เฉียบคมไว้เช่นเคย ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นปกติถึง 110 มม. ส่งให้ตัวรถมีมิติความยาวรวม 4,819 มม. ความกว้างยังคงเดิมที่ 1,827 มม. ขณะที่ความสูงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1,441 มม.

ความยาว 110 มม. ที่เพิ่มขึ้นบริเวณประตูหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารเบาะหลัง เข้า-ออกจากรถ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น และยังสบายกว่าขณะเดินทางด้วยพื้นที่ห้องโดยสารแถวหลังที่ยาวขึ้นอีก 43 มม.

ตัวรถมาพร้อมกับล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้้ว ลาย Double-spoke แบบสลับสี สอดรับกับขอบหน้าต่าง ช่องดักอากาศ และซี่บริเวณกระจังหน้าไตคู่สีดำเงา ภายในโฉบเฉี่ยวด้วยพวงมาลัย M Sport คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec และตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Tetragon

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ส่งกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้าที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550 – 4,400 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 6.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กม.ชม. ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ และรองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO

มาในราคา 2,899,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW-530e-M-Sport-2021

BMW Series-5

BMW Series-5 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5) เปิดตัวรถรุ่นใหม่ในตำนาน เจเนอเรชั่นที่ 7 ต้อนรับปี 2564 ด้วย ในสามรุ่นย่อย ได้แก่ BMW 520d M Sport, BMW 530e Elite และ BMW 530e M Sport กับรูปโฉมที่ทรงพลังยิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน เสริมความล้ำอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ใหม่ล่าสุด

โดย BMW Series-5 โฉมนี้ Concept เปิดตัวที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง Change the way you lead. Lead the way you change. ซึ่งต้องการเน้นย้ำถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เหนือกว่า เพียงแค่ด้านยนตรกรรม

มาพร้อมกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 20% ในรูปทรงแปดเหลี่ยมแบบใหม่ สอดรับกับไฟหน้า Adaptive LED รูปตัว L สอดรับกับไฟหน้า Adaptive LED รูปตัว L ส่วนไฟท้าย LED มาในรูปแบบสามมิติทรงตัว L รับกับไฟหน้า โฉบเฉี่ยวด้วยกรอบสีดำ มาพร้อมชุดแต่ง M Aerodynamics

มอบประสิทธิภาพเต็มพิกัด ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน และระบบ Plug-In Hybrid พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ใหม่ล่าสุด โดยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบใน BMW 520d M Sport ส่งแรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.5 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.

ขณะที่ BMW 530e Elite และ 530e M Sport มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ที่มอบกำลัง 184 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,350 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด ส่งกำลังรวมสูงสุดถึง 215 กิโลวัตต์ / 292 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร

และสามารถเพิ่มกำลังส่งในการเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นด้วยระบบ XtraBoost ซึ่งปลดปล่อยพละกำลังเสริมมากถึง 40 แรงม้า ภายในเวลาเพียง 10 วินาทีเมื่อขับขี่ในโหมด SPORT จึงสามารถโลดแล่นจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 235 กม./ชม.

ผู้สนใจสามารถครอบครอง BMW 520d M Sport ได้ในราคา 3,539,000 บาท, BMW 530e Elite ในราคา 2,999,000 บาท และ BMW 530e M Sport ในราคา 3,739,000 บาท

BMW-M4-Competition-Coupe-2021

BMW M4 Competition Coupe

BMW M4 Competition Coupe (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม4 คอมเพติชั่น คูเป้) หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งความทรงพลัง ความคล่องตัว และความเร้าใจจากวิศวกรรมขั้นสูงของบีเอ็มดับเบิลยู M มาพร้อมสมรรถนะอันโดดเด่นตามแบบฉบับรถแข่งพันธุ์แท้ ปราดเปรียว คล่องตัว และการควบคุมที่เฉียบคม

โครงสร้างตัวถังและแชสซีอันแข็งแกร่ง เสริมประสิทธิภาพด้วยระบบช่วงล่าง Adaptive M พร้อมโช้คอัพที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพลาหน้าและเพลาท้ายยืดหยุ่นด้วยการตั้งค่าตามหลักจลนศาสตร์ของ รุ่น M และยังมาพร้อมระบบ M Servotronic ช่วยปรับกำลังพวงมาลัยให้เหมาะสมกับความเร็ว ระบบเบรก M compound ตอบสนองอย่างทันใจ สร้างประสบการณ์ขับขี่สไตล์สปอร์ตอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ M Dynamic Mode ช่วยให้ดริฟท์รถได้อย่างถึงใจยิ่งขึ้น

หัวใจหลักของบีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition Coupé ใหม่ ผสานพลังจากเครื่องยนต์เบนซินรอบสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ในตระกูล M เข้ากับสมรรถนะจากเทคโนโลยี M TwinPower Turbo รุ่นใหม่ล่าสุด มาในขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง มอบแรงบิดเต็มสูบสูงถึง 650 นิวตันเมตร ที่ 2,750 – 5,500 รอบ/นาที ส่งพละกำลังเร้าใจที่ 510 แรงม้า ที่ 6,250 รอบ/นาที

พร้อมพุ่งทะยานจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ M Steptronic Sport พร้อม Drivelogic ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดการสูญเสียกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมผ่านคันเกียร์ M หรือแป้นเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัย

ราคาจำหน่าย 9,999,000 บาท! (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

Mini-Cooper-S-Countryman-2021

Mini Cooper S Countryman

Mini Cooper S Countryman (มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน) ใหม่ เน้นย้ำเสน่ห์อันแข็งแกร่งของรุ่นรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของมินิ ตัวรถมีรูปลักษณ์ที่หมดจดและหรูหรายิ่งกว่าเคย ส่วนกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ มีแผงใต้กันชนที่เสริมให้มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ใหม่ ดูทรงพลังและทันสมัยเป็นพิเศษ ฟังก์ชั่นไฟหน้าและท้ายทั้งหมดมาพร้อมกับเทคโนโลยี LED คุณภาพสูงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในขณะที่ไฟท้ายโดดเด่นด้วยดวงไฟในลวดลายของธงยูเนียนแจ็ค

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ใหม่ ผสานสมรรถนะที่รองรับการขับขี่หลากหลายรูปแบบเข้ากับการออกแบบห้องโดยสารเพื่อการใช้งานที่หลากหลายไม่แพ้กัน โดยมาพร้อมกับเบาะหลังที่กว้างเต็ม 3 ที่นั่ง นอกจากนี้ เบาะนั่งแถว 2 ยังสามารถปรับพับในแบบ 40 : 20 : 40 เพื่อขยายปริมาตรความจุสัมภาระจาก 450 ลิตร เป็นสูงสุดถึง 1,390 ลิตร

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร มอบแรงม้าสูงสุดถึง 192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบ/นาที ขับขี่สนุกตามสไตล์มินิด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ Steptronic 7 จังหวะ และแบบ Paddle Shift ในรุ่นไฮทริม

ราคาในรุ่น Entry อยู่ที่ 1,999,000 บาท และในรุ่น Hightrim ราคา 2,529,000 บาท

Audi-RS-e-tron-GT-2021

Audi RS e-tron GT

Audi RS e-tron GT (อาวดี้ อาร์เอส อีทรอน จีที) Shaping the Future of Mobility อีกก้าวสำคัญที่จะมาเขย่าวงการยานยนต์ด้วยรถไฟฟ้า 100% ที่มี Performance ดีที่สุดของอาวดี้

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Honda-HRV-RU-G1

สมรภูมิตลาดรถ SUV ในบ้านเราเริ่มจะมาดุเดือดกันจริงๆ ก็ตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายเจ้า เริ่มตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ด้านค่ายรถยนต์ Honda (ฮอนด้า) ก็เช่นกัน แม้ว่า Honda เองจะมีความเชี่ยวชาญตั้งแต่การขาย Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) มาแล้ว

แต่เมื่อรถยนต์ในรูปแบบ Crossover SUV กลุ่ม B-Segment ในไทยกำลังเริ่มบูมขึ้น ทางฮอนด้าคงอยู่เฉยไม่ได้ …

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) เลยต้องมาขายในไทยด้วยประการฉะนี้!

ประวัติรถรุ่นนี้ พร้อมข้อดี ข้อเสีย จะมีอย่างไร ใครที่กำลังมองหารถรุ่นนี้มาเล่น MR.CARRO จะมาเล่าประวัติของรถรุ่นนี้ให้ฟัง

Honda-J-WJ-Concept-1997

Honda J-WJ Concept

Honda HR-V เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น ด้วยรูปลักษณ์ของรถต้นแบบ J-WJ Concept (ที่ Honda เรียกว่าเป็นรถแบบ Fun Creation Car กับแนวคิดการออกแบบ “Small is Smart”) ที่มาเผยโฉมในงาน Tokyo Motor Show เมื่อปี 1997

ก่อนจะพัฒนามาเป็น Honda HR-V (ซึ่ง HR-V ย่อมาจากคำเต็มๆ ว่า “Hi-Rider Revolutionary Vehicle”) ด้วยแนวคิด “Jet Feel Hi-Rider” เน้นความมีชีวิตชีวา ความสนุกสนานในการขับขี่ ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะขับไปทำงาน หรือขับไปเที่ยวในวันหยุด บนรูปลักษณ์ของตัวรถ ที่ดูเหมือนทั้งรถแวกอน และรถแบบ Coupe 2 ประตู

Honda-HR-V-GH

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 กันยายน 1998 มีให้เลือกทั้งรูปแบบ 3 ประตู และ 5 ประตู มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส D16A ขนาด 1.6 ลิตร 105 แรงม้า และรหัส D16W ขนาด 1.6 ลิตร VTEC 125 แรงม้า

ก่อนจะทำตลาดยาวนานจนถึงปี 2006 โดยขายทั้งในญี่ปุ่น และยุโรป ภายหลังจึงทดแทนด้วย Crossover รุ่น Crossroad แต่ก็ขายอยู่ได้ไม่นาน แค่ช่วงปี 2007 – 2010 เท่านั้นเอง

Honda-Urban-SUV-Concept-2013

Honda Urban SUV Concept ในปี 2013

Honda-Vezel-G1-JDM

ต่อมา … Honda ได้เปิดตัวรถ Crossover ที่วางตลาดให้เล็กกว่ารุ่น CR-V ในวันที่ 19 ธันวาคม 2013 นั่นคือ Honda Vezel (ฮอนด้า วีเซล) ที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ Honda Fit (หรือ Jazz ในตลาดโลก) ซึ่งเป็นรถยนต์ในกลุ่ม B-Segment ก่อนจะมีแผนส่งขายในตลาดภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ในชื่อ “Honda HR-V”

ส่วนในชื่อ “Vezel” ที่ใช้ขายในญี่ปุ่น เป็นคำที่ผสมกับระหว่างคำว่า “Vehicle” และ “Bezel” ที่แปลว่า ขอบ หรือ ฐานสำหรับรองรับเพชรพลอยที่อยู่บนแหวน หรือกรอบโลหะวงแหวนที่ล้อมกระจกหน้าปัดนาฬิกา ในภาษาอังกฤษ เมื่อนำมารวมกับคำว่า “ยานพาหนะ” ซึ่งทาง Honda ให้ความหมายเหมือนกับว่า เป็นรถที่มีเสน่ห์และมีคุณค่า (ราวกับเพชร) ในหลายแง่มุม

ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดี จากลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น (มีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ Hybrid) ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 1 แสนคัน ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ตามมาด้วยประเทศจีน และประเทศไทย เป็นประเทศที่ 3 ของโลก และเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่ผลิตและขายรถรุ่นนี้ โดยเปิดตัวในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557

Honda-HR-V-2014-Thai

ส่วนในไทย มาพร้อมคอนเซปต์การสื่อสารการตลาด Premium x Sport Crossover ผสานสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อกำเนิดใหม่แห่งยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม

ซึ่งคู่แข่งของรถในกลุ่มนี้ ในบ้านเราก็มีอย่าง Nissan Juke (นิสสัน จู๊ค) หรือ Ford Ecosport (ฟอร์ด อีโคสปอร์ต) เป็นต้น

Honda-HR-V-2014-Thai

ตัวรถออกแบบโดย Yoshiharu Itai ฝ่ายพัฒนาอาวุโสของ Honda R&D ด้วยแนวคิดการออกแบบรถ Sport Crossover รุ่นนี้ เน้นเพิ่มความสปอร์ตปราดเปรียวในสไตล์รถสปอร์ตคูเป้ แบบ “Dynamic Cross Solid” ผสานกับฟังก์ชั่นการใช้งานแบบอเนกประสงค์ ในสไตล์รถมินิแวน ซึ่งดูคล้ายกับใน Honda HR-V รุ่นแรก

ตัวรถภายนอกมาพร้อมรูปลักษณ์ปราดเปรียว เสริมความรู้สึกแข็งแกร่ง ทรงพลัง ด้วยตัวถังด้านล่าง มาพร้อมเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวรอบคัน ลงตัวกับมือจับเปิดประตูด้านหลังแบบรถสปอร์ตคูเป้ และกระจังหน้า ออกแบบด้วยแนวคิด Solid Wing Face เสริมด้วยโทนสีดำเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและมีสไตล์

มิติตัวรถกว้าง 4,294 มม. ยาว 1,772 มม. สูง 1,605 มม. ระยะฐานล้อ 2,610 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 185 มม. น้ำหนักตัวรถ 1,255 – 1,292 กิโลกรัม

เพิ่มความรู้สึกเหนือระดับ ด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบ Panoramic Sunroof พร้อมระบบเปิด-ปิด แบบ One-Touch ไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED และไฟท้าย LED แบบ Tube สไตล์สปอร์ตล้ำสมัย

Honda-HR-V-2014-Thai

การออกแบบภายใน เน้นความกว้างขวาง กับ Expansible Cockpit เน้นความโปร่งโล่งของพื้นที่เหนือแผงคอนโซล ผสานกับคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น ออกแบบสไตล์สปอร์ต พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย ทั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการสั่งงานด้วยเสียง Siri (สำหรับ iPhone 4s ขึ้นไป) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส มาตรวัดเรืองแสงปรับเปลี่ยนได้ 7 สี พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรอง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (One Push Ignition System) และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)

ทั้งยังยกระดับการใช้งานให้ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 565 ลิตร ที่มาพร้อมกับเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode เพื่อตอบรับทุกการใช้งาน

Honda-HR-V-2014-Thai

ขุมพลังที่ใช้ ต่างจากญี่ปุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร โดยเวอร์ชั่นไทยวางเครื่องขนาด 1.8 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC แบบเดียวกับในรุ่น Civic ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams มอบอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม และการประหยัดน้ำมันได้ถึงถึง 15 กม./ลิตร ขับขี่ที่สนุกยิ่งขึ้นด้วยระบบ Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ แบบ 7 สปีด

ซึ่ง Naohisa Morishita หัวหน้าทีมวิศวกรพัฒนา Honda HR-V ของ Honda R&D ยังบอกว่า เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร สมดุลที่สุดกับรถยนต์รุ่นนี้ ในเรื่องของสมรรถนะ และความสมดุลล้วนๆ

ระบบช่วงล่างหน้า แบบแมคเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลัง ทอร์ชั่นบีมแบบ H-Shape ติดตั้งโช๊คอัพแบบ Amplitude Reactive Dampers ใช้ลูกสูบโช๊คอัพแยกกัน 2 ตัว ดูดซับแรงกระแทกแบบที่หนึ่ง ซึ่งเป็นตัวหลัก จะทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกสำหรับการขับขี่ในความเร็วต่ำ ส่วนอีกจุดหนึ่ง สำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง อีกทั้งยังรองรับแก๊สโซฮอล์ E85

Honda-HR-V-2014-Thai

ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับพรีเมียมในทุกรุ่น อาทิ

  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ที่ใช้งานง่ายเพียงดึงสวิตช์ที่คอนโซลกลางขึ้นเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) ที่จะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติหลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
  • ด้วยกล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera)
  • ระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมด้านคนขับอัจฉริยะ (i-SRS) ถุงลมด้านผู้โดยสารด้านหน้า (SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbags) ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์-วี) ใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น S ราคา 890,000 บาท รุ่น E ราคา 975,000 บาท และรุ่น EL ราคา 1,045,000 บาท

มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ คือ สีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก) สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก)

Honda-HR-V-E-Limited-2015

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2558 Honda มียอดจองสะสมของ ฮอนด้า เอชอาร์-วี กว่า 25,000 คัน ภายในระยะเวลา 8 เดือน จึงได้เปิดตัว Honda HR-V รุ่น E Limited เป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้า ในราคา 1,005,000 บาท

ส่วนในรุ่นปกติ ในเดือนธันวาคม 2558 ก็อัดออพชั่นเพิ่มเติม อาทิ เพิ่มสีใหม่ คือ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก), เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (เฉพาะรุ่น E, E Limited และ EL), ระบบเครื่องเสียง หน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ เป็นต้น

และก็ปรับราคารถทุกรุ่นเพิ่มตามไปด้วย ได้แก่ รุ่น S ราคา 933,000 บาท รุ่น E ราคา 999,000 บาท รุ่น E Limited ราคา 1,050,000 บาท และรุ่น EL ราคา 1,099,000 บาท (สำหรับ สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก) มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น E, E Limited และ EL)

ในเดือนมกราคม 2559 ปรับราคารถลดลง ตามโครงสร้างภาษีใหม่ เหลือเพียง 890,000 – 1,045,000 บาท

Honda-HR-V-2018-Thai

เดือนมิถุนายน 2561 ปรับโฉม Minorchange หลังจากที่ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาดเอสยูวี 3 ปีซ้อน และมียอดขายสะสมกว่า 66,000 คัน โดยสื่อสารทางการตลาดด้วย Concept – What’s Calling You? ทุกเสียงเรียกจากข้างใน…ตามไปให้สุด

โดยแนะนำรุ่น RS ใหม่ และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) กันชนหน้า-หลัง และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ Full LED ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วแบบสปอร์ต

Honda-HR-V-2018-Thai

ส่วนภายในรถ เพิ่มความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) และระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System)

มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น E ราคา 949,000 บาท รุ่น EL ราคา 1,059,000 บาท และรุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีแดงแพสชั่น (มุก) และอีก 4 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก)

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda HR-V โฉมนี้เน้นเป็นรถ Crossover SUV สำหรับใช้งานในเมืองแทบจะเต็มรูปแบบ แต่ก็ยังใช้งานออกต่างจังหวัดได้อย่างไม่ขัดเขิน ซึ่งรูปทรงแบบกึ่งๆ รถสปอร์ตคูเป้ ที่ยังคงความเป็นรถอเนกประสงค์ในแบบ SUV ทำให้หลายคนนิยม เพราะสามารถในงานได้อเนกประสงค์ ทั้งในกลุ่มคนวัยทำงาน และคนที่มีครอบครัว แม่บ้านก็ขับได้ เป็นต้น

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รุ่นนี้เน้นความกว้างสบาย แต่ในมุมมองด้านหลังเวลาขับ และผู้โดยสารหลังเวลานั่ง อาจไม่ชินนักในช่วงแรก ตามลักษณะของรถ ส่วนด้านการขับขี่ เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งเหลือเฟือ รอบเครื่องยนต์เร่งไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ดีดสูงขึ้นเองแบบเกียร์ CVT รุ่นเก่าๆ ช่วยให้ขับสนุก เร่งแซงได้ทันใจ ช่วงล่างเซ็ทมาค่อนข้างแข็ง อาจกระด้างไปบ้าง เหมาะกับการขับช่วงความเร็วไม่สูงนัก

ระบบ Auto Brake Hold ช่วยให้การขับรถติดๆ ในกรุงเทพฯ เหนื่อยน้อยลงจากเดิมไปมาก แถมลุยน้ำท่วมเล็กๆ ได้ อีกทั้งความอเนกประสงค์ พับเบาะขนของได้อีก

ส่วนข้อเสียก็มีเบรกหน้าดังจี้ดๆ ซึ่งเป็นกันหลายคัน และเครื่องเสียง ที่ติดตั้งมาดูไม่สมราคาตัวรถ การเข้าโค้ง ยังไม่หนักแน่นนัก มีโคลงบ้าง กรณีใช้ความเร็วสูง การเก็บเสียงช่วงล่าง การเก็บเสียงห้องโดยสาร กรณีใช้ความเร็วสูงจะรู้สึกได้ว่ายังไม่ดีนัก

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้อะไหล่หาได้ทั้งในศูนย์และนอกศูนย์ รวมไปถึงของเก่าจากญี่ปุ่น เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 10,000 – 20,000 บาท ก็เพียงพอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 490,000 – 900,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถ ตอนนี้ CARRO Automall เรามี Honda HR-V มือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรืออยากหารถฮอนด้า ซีวิค มือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690

หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถ เปลี่ยนรถคันใหม่ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถคันเดิมอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถตู้ก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Highway-Speed-Limit-To-Rise-To-120Kph

วันที่ 11 มีนาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่กำหนด เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2564 ลงนามโดย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยประกาศฉบับดังกล่าว มีสาระสำคัญ ดังนี้

กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับแก่ทางหลวงแผ่นดิน หรือทางหลวงชนบทที่มีทางเดินรถ ซึ่งได้แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถขึ้นไป มีเกาะกลางถนนแบบกำแพง และไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน ตามที่ผู้อำนวยการทางหลวงประกาศกำหนด อัตราความเร็วของยานพาหนะต่างๆ ดังนี้

M-FLOW-In-Expressway-And-Motorway

1. รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กก. หรือ รถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม.

2. รถขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กม./ชม.

3. รถจักรยานยนต์ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เว้นแต่รถจักรยานยนต์ ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ซีซี ขึ้นไป (บิ๊กไบค์) ให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 110 กม./ชม.

4. รถโรงเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

5. รถบรรทุกคนโดยสาร ที่มีที่นั่งคนโดยสารเกิน 7 คนแต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม.

6. รถแทรกเตอร์ รถบดถนน หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม.

ส่วนรถอื่นๆ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. ทั้งนี้ หากรถดังกล่าวอยู่ในช่องเดินรถช่องขวาสุด ต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. เว้นแต่ในกรณีที่ช่องเดินรถนั้นมีข้อจำกัดด้านการจราจร หรือทัศนวิสัยมีสิ่งกีดขวาง หรือมีเหตุขัดข้องอื่น

ในทางเดินรถที่มีเครื่องหมายจราจรแสดงว่าเป็นเขตอันตราย หรือเขตให้ขับรถช้าๆ ให้ลดความเร็วลงและเพิ่มความระมัดระวังขึ้นตามสมควร และในกรณีที่ทางเดินรถหรือช่องเดินรถใด มีเครื่องหมายจราจรกำหนดอัตราความเร็วต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้ ให้ใช้ความเร็วไม่เกินอัตราความเร็วที่กำหนดไว้นั้น

อย่างไรก็ตาม กฎกระทรวงนี้ยังไม่ครอบคลุมถนนทุกเส้น แต่ต้องเป็นทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท ที่มีช่องเดินรถทิศทางเดียวกันตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป (4 ช่องจราจรไป – กลับ) มีเกาะกลางถนนแบบกำแพงกั้น (Barrier Median) และไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนนนะครับ ขอย้ำอีกครั้ง!

7-Trips-Drive-Car-Travel-Around-Bangkok

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน หรือผ่อนรถต่อไม่ไหว และไม่อยากติดเครดิตบูโร สามารถนำอยากขายรถกับ CARRO ได้เลย รับเงินสดทันทีหลังปิดการขาย สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Carro-Tiresbid-How-To-Choose-Tire-For-Car

ยางรถยนต์แต่ละยี่ห้อทำไมราคาช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ทั้งๆที่บางทีใช้งานก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่ ข้อสงสัยของเพื่อนๆ ที่คาดว่ามีอยู่ในปัจจุบันจำนวนมากเลย ทำให้เพื่อนๆไม่รู้ว่าจะเลือกใช้ยี่ห้อไหนดี เลือกใช้ตามแบรนด์ที่ตัวเองมั่นใจ หรือว่าเลือกใช้ตามงบประมาณที่ตัวเองมีพอ หรือมีปัจจัยอื่นควรพิจารณาก่อนเปลี่ยนใหม่กันแน่นะ ??

ในบ้านเราปัจจุบันมีแบรนด์ยางมากกว่า 20 แบรนด์ครับ ซึ่งมีตั้งแต่ทุกคนพูดชื่อแล้วรู้จักเลย กับอีกแบบคือพูดมาแล้วไม่เคยได้ยินเลยถึงกับงงว่าและสงสัยว่ายางได้คุณภาพรึเปล่า ซึ่งไทร์บิดขอมาแบ่งยางแต่ละแบบคร่าวๆ ก่อนในปัจจุบันที่บ้านเรามีก็คือ กลุ่มรถบ้าน กลุ่มรถแต่ง ซึ่งจะแบ่งหลักๆ ได้อยู่ 2 ประเภทครับ 

How-To-Choose-Tire-For-Car

กลุ่มรถบ้าน เป็นกลุ่มที่ปริมาณการใช้เยอะที่สุด ซึ่งจะมีแบรนด์ชั้นนำที่เพื่อนๆรู้จักชื่ออยู่แล้ว ตั้งแต่ มิชลิน บริดจสโตน โยโกฮามา กู๊ดเยียร์ ดันลอป คอนติเนนทอล ดีสโตน แม๊กซิส โอตานิ อพอลโล ฯลฯ ซึ่งในกลุ่มแบรนด์พวกนี้จะมีให้เพื่อนๆ ได้เลือกกันหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยางประเภทนุ่มเงียบ ยางสปอร์ต ยางกระบะบรรทุก หรือ จะเป็นยางอเนกประสงค์ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ

ซึ่งทุกแบรนด์พยายามทำให้ทั้งลายดอกยาง และ แก้มยางนั้นมีความทันสมัยให้ดูสวยเตะตา ซึ่งแต่ละแบรนด์ยางจะมีความโดดเด่นของแต่ละแบรนด์ที่มากกว่ากันครับ เช่นบางแบรนด์เน้นนุ่มเงียบ บางแบรนด์เน้นการใช้งานสมรรถนะการขับขี่ที่ดี บางแบรนด์เน้นอายุการใช้งานที่ยาวนาน หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาที่ประหยัดจับต้องได้

How-To-Choose-Tire-For-Car

แต่ก็อาจจะแลกมาด้วยอายุการใช้งานของยางแบรนด์นั้นๆ ครับ ซึ่งถ้าเทียบกันจุดแตกต่างที่ชัดเจนของทุกๆแบรนด์นั้นจะเกี่ยวกับเรื่องของอายุการใช้งานครับส ภาพของเนื้อยางนั้นจะมีความทนทานที่แตกต่างกัน ในกลุ่มแบรนด์พรีเมียม กับ กลุ่มยางราคาประหยัดครับ ซึ่งถ้าเทียบความต่างกันจะอยู่ราวๆ 30-40% ครับ ซึ่งราคาอาจจะไม่ได้แตกต่างกันขนาดนั้น

แต่สิ่งที่ต่างรองลงมาในกลุ่มนี้ก็จะเป็นเรื่องของสมรรถนะและความนุ่มเงียบครับ ก็แตกต่างกันไป อยู่ประมาณ 10-30% (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเลือกยางให้ตรงกับคุณลักษณ์ของลายดอกยางนะครับ จะไม่สามารถเอายางสปอร์ตมาเทียบกับยางประเภทนุ่มเงียบเพราะการใช้งานจะแตกต่างกันครับ) ซึ่งโดยรวมก็จะเป็นค่าการตลาดที่แตกต่างกันไปครับ เห็นแบรนด์ใดบ่อยๆก็แปลว่าการตลาดหนักต้นทุนก็แพง ก็บวกราคาไปในค่าสินค้านั่นแหละครับ

How-To-Choose-Tire-For-Car

กลุ่มรถแต่ง จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับกลุ่มแรกไม่ว่าจะเป็นเรื่องลายดอกยางที่เน้นการเกาะถนน หรือ ว่าจะเป็นไซส์ยางที่แปลกไปจากปกติ ที่เน้นให้มีซีรี่ส์ที่ต่ำเพื่อให้รถสวย และช่วยในการทรงตัวการขับขี่ที่ดีครับ ซึ่งยางกลุ่มนี้มียี่ห้อที่คุณภาพที่คนส่วนใหญ่รู้จักก็จะมี Yokohama Nitto Toyo ส่วนแบรนด์อื่นๆก็จะมีทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์จีน ซึ่งถ้าพูดชื่อแบรนด์ไปคาดว่าจะไม่คุ้นหูครับ แต่กลุ่มแต่งรถซิ่งยังไงก็ต้องเคยได้ยินครับ

กลุ่มรถซิ่งจริงๆก็มีการแบ่งเกรดเช่นกันทั้งเกรดพรีเมียม และ เกรดยางราคาประหยัด ซึ่งกลุ่มแบรนด์พรีเมียมจะมีสมรรถนะที่ดีมาก และมีความคงทนที่ดี แต่กลุ่มราคาประหยัดถ้าสังเกตบางทีจะลายดอกยางเหมือนกับแบรนด์บนๆครับ อาจจะคล้ายแต่ไม่เหมือนซะทีเดียวซึ่งการใช้ไม่คล้ายกันเลยครับ เพราะการยึดเกาะถนนการรีดน้ำอาจทำได้น้อยกว่า เพราะว่าเป็นส่วนของเรื่องสูตรเนื้อยางมาประกอบด้วย

แต่ถามว่าทุกแบรนด์ที่ผลิตในบ้านเราใช้ได้หายห่วงไหม เดี๋ยวนี้แทบจะ 100% แล้วครับตั้งแต่มี มอก. เข้ามาควบคุมการดูแล เพราะไม่ใช่ว่าใครอยากจะเอายางมาขายในบ้านเราได้แล้วครับ ยางทุกเส้นต้องมีมาตราฐานที่ดี 

เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ ไม่ต้องงงนะครับ เวลาจะเลือกยาง ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นรถบ้านทั่วไป เข้าตามจุดบริการใกล้บ้านหาแบรนด์ชั้นนำยังไงก็เจอแล้ว เราค่อยมาลงรายละเอียดว่าเน้นใช้งานแบบนุ่มเงียบ สปอร์ต บรรทุก อะไรก็ว่าไป แล้วมาดูที่ราคาครับ ต้องบอกว่าราคาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยชี้วัดได้ในระดับหนึ่งสำหรับยางครับ แต่ถ้าหากเพื่อนๆมีข้อสงสัยสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ทางไทร์บิดได้ที่ Line official : @tiresbid หรืออ่านบทความรู้ยางรถยนต์ฟรี และหากต้องการข้อมูลเรื่องยางเช็กเปรียบเทียบข้อมูลได้เลยที่ www.tiresbid.com ครับข้อมูลครบถ้วนครับผม

Toyota-Mega-Cruiser

ขึ้นชื่อว่า Toyota (โตโยต้า) ผู้ผลิตรถรายใหญ่ของโลกแล้ว ไม่มีอะไรที่ Toyota ทำไม่ได้! นับตั้งแต่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์แทบจะทุกประเภทที่ในโลกมีขาย Toyota ก็สามารถสร้างสรรค์ออกมาจำหน่ายได้หมด นับตั้งแต่รถยนต์ขนาดเล็ก ไปจนถึงรถยนต์ในรูปแบบ SUV ขนาด Full-Size ชื่อดังอย่าง Land Cruiser (แลนด์ ครุยเซอร์) ก็ตาม …

แต่รถยนต์ที่ใช้งานในทางการทหาร นี่สิ! ที่ทาง Toyota ยังไม่เคยได้ผลิตออกมาเลย ช่วงต้นยุค 90 พอดีทาง Toyota ก็เล็งเห็นอยู่ว่าฝั่งอเมริกัน ได้ผลิตรถยนต์ Hummer (ฮัมเมอร์) ในรูปแบบที่สำหรับใช้งานด้านการทหารโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีจำหน่ายสำหรับเวอร์ชั่นพลเรือนด้วยในชื่อ Hummer H1 (ฮัมเมอร์ เอชวัน)

Toyota-Mega-Cruiser-BXD10

ด้วยเหตุฉะนี้ Toyota ก็เลยขอทำ Mega Cruiser (เมก้า ครุยเซอร์) ออกมาเพื่อกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น รวมไปถึงจำหน่ายให้พลเรือน ด้วยบ้างละกัน! จะว่าเป็น Hummer เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวาก็ได้ (แต่ก็มีผลิตแบบพวงมาลัยซ้าย ตาม Order ไป 12 คัน) เดี๋ยว MR.CARRO จะมาเล่าประวัติรถรุ่นนี้ให้ฟัง …

Toyota Mega Cruiser Video Catalog ของญี่ปุ่น

Toyota Mega Cruiser นับว่าเป็นรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ที่สุดที่ผลิตออกมาเพื่อใช้งานด้านการทหาร โดยผลิตที่โรงงาน Gifu Auto Body Industry ของ Toyota ใน Gifu และพร้อมนำรถต้นแบบออกโชว์สู่สาธารณชนในงาน Tokyo Auto Show เมื่อปี 1993

Toyota-Mega-Cruiser-BXD10

เป้าหมายหลักๆ ของ Toyota Mega Cruiser รหัสรุ่น BXD10 เวอร์ชั่นทหาร คือการให้ “กองกําลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น” หรือ Japan Self Defense Forces (JSDF), กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น Japan Ground Self-Defense Force (JGSDF), กองกําลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น หรือ Japan Maritime Self-Defense Force (JMSDF) และ กองกําลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น หรือ Japan Air Self-Defense Force (JASDF) ใช้งานในด้านภารกิจทางทหาร

Toyota-Mega-Cruiser-BXD20-JAF

นอกจากนั้น ยังมีใช้ในหน่วยงานตำรวจ หรือ National Police Agency (NPA), สหพันธ์รถยนต์ประเทศญี่ปุ่น หรือ Japan Automobile Federation (JAF) และหน่วยงานดับเพลิง เป็นต้น

ในปี 2020 ทาง Toyota ได้สรุปถึงยอดจำนวนการผลิต Toyota Mega Cruiser ว่ามีอยู่ประมาณ 3,000 คันได้ นับตั้งแต่การผลิตในปี 1995 – 2001

Toyota-Mega-Cruiser-BXD20

ตอนหลังจึงพัฒนาในเวอร์ชั่นพลเรือนขึ้นมาด้วย ในรหัส BXD20 ซึ่งเปิดจำหน่ายกันจริงๆ ในวันที่ 9 มกราคม 1996 ผ่านทาง Toyota Store ซึ่งก็มีบุคคลทั่วไป ซื้อรถรุ่นนี้ไปใช้งานจริงๆ เพียงแค่ 132 คัน

Toyota-Mega-Cruiser-BXD20

ด้วยรูปทรงรถภายนอกบึกบึน ถอดแบบมาจาก Hummer H1 ก็ว่าได้ พร้อมลุยได้ทุกอุปสรรค ไม่ว่าจะน้ำท่วม เลนโคลน หรือหิมะหนาจัดก็ตาม ในราคา 9.62 ล้านเยน

Toyota-Mega-Cruiser-BXD20

เอา Toyota Crown (S150) มาเทียบกับ Toyota Mega Cruiser (BXD20) หน่อย

มิติตัวรถยาว 5,090 มม. กว้าง 2,170 มม. สูง 2,075 มม. ระยะฐานล้อ 3,395 มม. น้ำหนักตัวรถ 2,850 กิโลกรัม ตัวรถสูงจากพื้น 420 มม. มุมไต่ด้านหน้ารถ 49 องศา และมุมจากด้านหลัง 45 องศา

Toyota-Mega-Cruiser-BXD20

Toyota-Mega-Cruiser-BXD20

ห้องโดยสารภายใน ต้องถือว่ามีความใหญ่โตมาก นั่งได้ 6 คน! มาพร้อมแอร์ วิทยุ เทป กระจกไฟฟ้า กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้า เป็นต้น

Toyota-Mega-Cruiser-BXD20

ขุมพลังใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 4.1 ลิตร (4,104 ซีซี) รหัส 15B-FT แบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 3,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 39.0 กก.-ม. ที่ 1,800 รอบ/นาที

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ECT ของ Aisin A443F พร้อมทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ส่งกำลังลงบนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ นอกจากนี้ยังมีระบบ Differential Lock ที่เฟืองท้ายกลาง 2 สปีด และเฟืองท้าย Differential แยกที่แต่ละเพลา พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ 4 Wheel Steering (4WS) ให้รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.6 เมตร

ระบบช่วงล่าง ใช้แบบปีกนกคู่ดับเบิลวิชโบน 4 ล้อ ส่วนระบบเบรก ดิสก์เบรก 4 ล้อ แบบมีครีบระบายความร้อน มาพร้อมระบบเพิ่ม-ลดลมยางได้เองอีกด้วย บนยางขนาด 37X12.50R17.5 8PR LT

Toyota-Mega-Cruiser-BXD20

ล่วงมาจนถึงเดือนพฤษภาคม 1999 Toyota ได้ปรับปรุง Mega Cruiser อีกครั้ง กับการติดตั้งระบบ Intercooler เพิ่มในเครื่องยนต์ดีเซลบล็อคนี้ ทำให้แรงม้าสูงสุดเพิ่มขึ้นมาเป็น 170 แรงม้า ที่ 3,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 43.0 กก.-ม. ที่ 1,600 รอบ/นาที (เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 15%) ในราคาเริ่มต้นที่ 9.8 ล้านเยน

มีให้เลือกเพียง 2 สี ได้แก่ สีขาว และ สีน้ำเงิน ก่อนจะยุติการผลิตในเดือนสิงหาคม 2001 และยุติการขายในเดือนธันวาคม 2001 ด้วยยอดขายเพียง 132 คัน

แล้วนี่ก็เป็นประวัติโดยสังเขปของ Toyota Mega Cruiser นะครับ ซึ่งในไทยเองก็มีคนนำเข้ามาใช้งานด้วย เท่าที่ผมเคยเห็น ก็มีทั้งแบบรถทหาร BXD10 และรถแบบพลเรือน BXD20 เลยครับ

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

How-To-Buy-A-Car-With-Bad-Credit

อีกหนึ่งปัญหามากที่สุดของคนอยากมีรถ ที่ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่า “ติดบูโร” นั่นเอง! ซึ่งอาจจะเป็นความผิดพลาดในอดีต ที่เคยไปขอสินเชื่อซื้อสินค้าอะไรสักอย่าง หรือซื้อรถยนต์ แล้วขาดส่ง จนกลายเป็นหนี้เสีย หนี้เน่า ทำให้นอกจากจะถูกยึดของไปแล้ว เผลอๆ ยังต้องชดใช้เงินส่วนต่างให้ไปอีก

เมื่อใดก็ตามที่คุณจะไปขอสินเชื่อกับทางสถาบันการเงิน ต่างก็ต้องขอให้คุณเซ็น “แบบฟอร์มยินยอมเปิดเผยข้อมูลเครดิต” เพื่อตรวจสอบประวัติค้างชำระ หรือผิดนัดชำระหนี้กับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ National Credit Bureau (NCB) ซึ่งเป็นบริษัทที่เก็บข้อมูลสินเชื่อของลูกหนี้ทั้งประเทศ หรือ เครดิตบูโร นั่นเอง

โดยสถาบันการเงินต่างๆ จะใช้ข้อมูลส่วนนี้ ประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อให้กับลูกค้าแต่ละราย ซึ่งจะได้หรือไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆ อย่าง

แต่การติดเครดิตบูโร ไม่ใช่ว่าโอกาสในการซื้อของชิ้นใหญ่ของคุณ จะหมดไปเสียทีเดียว MR.CARRO ขอจัดถาม-ตอบให้อ่านกัน …

How-To-Buy-A-Car-With-Bad-Credit

ถาม : เครดิตบูโร เมื่อติดแล้ว มีวันหมดอายุหรือไม่?

ตอบ : ถ้าคุณติดเครดิตบูโร ภายใน 36 เดือน หรือ 3 ปี โอกาสที่จะไปซื้ออะไรสักอย่าง แทบไม่มีเลย เพราะไฟแนนซ์ไม่ยอมอนุมัติ

แต่ว่า … บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (หรือ เครดิตบูโร) จะเก็บข้อมูลลูกหนี้แต่ละราย ไว้สูงสุดเพียง 3 ปีเท่านั้น ซึ่งหากคุณพยายามใช้หนี้เดิมที่คงค้างอยู่กับสถาบันการเงินจนหมดแล้ว ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี ประวัติค้างชำระเดิมถึงจะหายไปจากระบบโดยอัตโนมัติ ซึ่งเครดิตของคุณก็จะกลับมาใสสะอาด และโอกาสที่จะได้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อง่ายขึ้น

เช่น ถ้าคุณมีค้างชำระบัตรเครดิตที่ค้างชำระในเดือนมีนาคม ต่อมาใช้หนี้จนหมดในเดือนพฤษภาคม ข้อมูลเครดิตของเดือนพฤษภาคม จะแสดงยอดหนี้เป็น “0” มีสถานะบัญชีเป็น “ปิดบัญชี” และแสดงข้อมูลอยู่ในเครดิตบูโรอีกไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ได้รับรายงานข้อมูลการปิดบัญชีจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกหลังจากนั้น ซึ่งแม้ว่าคุณจะใช้หนี้หมดก่อน 3 ปีแล้ว แต่เครดิตบูโร ไม่สามารถลบข้อมูลบัญชีบัตรเครดิตได้ในทันที

หมายเหตุ* เงื่อนไขในการปล่อยสินเชื่อของแต่ละธนาคาร อาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป โปรดตรวจสอบกับทางธนาคาร ที่คุณขอสินเชื่ออีกครั้ง

How-To-Buy-A-Car-With-Bad-Credit

ถาม : ถ้าซื้อรถมือสอง ติดเครดิตบูโร ซื้อรถเลยได้หรือไม่?

ตอบ : ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับทางสถาบันการเงิน หรือไฟแนนซ์ผู้อนุมัติสินเชื่อเป็นหลัก ซึ่งส่วนมากแล้วจะเข้มงวดกับลูกค้าที่เคยติดแบล็คลิสไม่ต่างจากตอนซื้อรถป้ายแดง

แต่สถาบันการเงินบางแห่ง อาจอนุมัติให้สินเชื่อคุณผ่านได้ แต่ก็อาจต้องแลกกับดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติ หรือต้องวางเงินดาวน์ก้อนหนึ่งก่อน จึงจะได้รับการอนุมัติ

แต่ถ้ามีคุณสมบัติอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ต้องเป็นเจ้าของบ้าน, ที่ดิน หรือมีข้าราชการ มีคนค้ำประกันที่น่าเชื่อถือ เป็นต้น ก็มีโอกาสขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

How-To-Buy-A-Car-With-Bad-Credit

ถาม : ถ้าสงสัยว่า เรายังติดเครดิตบูโรหรือไม่ จะเช็คได้ที่ไหน?

ตอบ : ในกรณีที่คุณติดเครดิตบูโร แต่อาจลืม หรือไม่ทราบว่าพ้นเครดิตบูโรไปแล้วหรือยัง สามารถไปตรวจสอบข้อมูล “เครดิตบูโร” ก่อนทำธุรกรรมการเงินต่างๆ ได้ เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าว ไปที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ที่มีสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด ใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็รอรับผลได้เลย หลังยื่นเอกสารเสร็จเรียบร้อย โดยมีค่าบริการ 100 บาท

อ่านเพิ่มเติม >> เช็กเครดิตบูโร เช็กแบล็คลิส ด้วยตัวเอง ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน (Update ล่าสุด! ปี 2564)

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน หรือผ่อนรถต่อไม่ไหว และไม่อยากติดเครดิตบูโร สามารถนำอยากขายรถกับ CARRO ได้เลย รับเงินสดทันทีหลังปิดการขาย สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ฮ่า ถ้าจะให้ผมพูดถึงชื่อ Wuling (วู่หลิง) หลายคนอาจจะงง แบรนด์นี้ คือสินค้าอะไรของจีน!?! ขนม? กระเป๋า? รองเท้า? ไม้ตียุง? หรือไฟ LED? … ไม่ใช่เลยครับ เพราะแบรนด์นี้ ผลิตรถยนต์ขายครับ!

Wuling ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ 3 ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ SAIC Motor, General Motors (GM) และ Liuzhou Wuling Motors

ถ้าใครที่ติดตามข่าวสารยานยนต์มานานสักหน่อย อาจจะพอนึกว่าบ้างว่า รถจากค่ายนี้ บริษัท พี วี เอ มอเตอร์ 2056 จำกัด เคยนำเข้ารถรุ่น Wuling Scorpian (วู่หลิง สกอร์เปี้ยน) ซึ่งเป็นรถในรูปแบบกระบะขนาดเล็ก (หรือรถกระป๊อนั่นเอง) และรุ่นอื่นๆ มาขายในไทยได้สักพัก แล้วก็หายไป …

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

เอาล่ะ เข้าประเด็นที่เราจะนำเสนอกันดีกว่า … สำหรับ Wuling Hongguang Mini EV (วู่หลิง ฮงกวง มินิ อีวี) หรือ 五菱宏光 ในภาษาจีน เริ่มจำหน่ายในจีนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2020 ที่ผ่านมา คิดเป็นเงินไทยราคาอยู่ที่แสนกว่าบาท จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กพร้อมห้องโดยสารนั่งได้ 4 ที่นั่ง ดีไซน์เรียบง่าย ออกแบบมาสำหรับใช้งานในเมืองโดยเฉพาะ มีมีน้ำหนักเบาเพียง 665 – 705 กิโลกรัม

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ด้วยมิติตัวรถยาว 2,917 มม. ความกว้าง 1,493 มม. ความสูง 1,621 มม. และระยะฐานล้อ 1,940 มม.

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบได้เรียบง่าย ช่องแอร์มีขนาดยาว พร้อมเบาะผ้า มีอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ เช่น แอร์ วิทยุ กระจกไฟฟ้า เกียร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้หมุนไป-มา ในการเปลี่ยน

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ชูจุดเด่นด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 741 ลิตร เมื่อพับเบาะนั่งแถวหลังลง สามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาด 26 ลิตร จำนวน 2 ใบ หรือรถเข็นเด็กได้อย่างสบาย โดยมีจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX บริเวณเบาะนั่งแถวที่ 2 มาให้

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ส่วนระบบขับเคลื่อน มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 17 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง ขณะที่แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์มีขนาด 9.3 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6.5 ชั่วโมง) สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 13.9 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 9 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 170 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ให้เลือก

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ส่วนระบบเบรก มาพร้อมระบบเบรก ABS และ EBD เป็นมาตรฐาน และเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง ติดตั้งมาให้พร้อม

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ไม่ใช่เรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์แต่ประการใด เพราะตลาดจีนนี่ถือว่ามีความต้องการสูงมาก เพราะพบเมืองมีมากที่สุดในโลก ถ้าสินค้าชิ้นไหนที่ทำออกมาถูกและดี (แบบเดียวกับสโลแกนร้านฟู้ดแลนด์!) ก็สามารถทำยอดจำหน่ายพุ่งกระฉูดในจีนได้ไม่ยากเลย

สำหรับราคาจำหน่าย เริ่มต้นที่ 28,800 หยวน (ประมาณ 130,000 บาท) ถึง 38,800 หยวน (ประมาณ 180,000 บาท)

โดย Wuling Hongguang Mini EV ในเดือนมกราคม 2021 สร้างยอดขายได้สูงถึง 25,778 คัน เมื่อเทียบกับ Tesla Model 3 ที่ทำยอดขายในจีนได้เพียง 13,843 คันเท่านั้น!

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021-EVTG

ภาพจาก EVTG : EVeryThing’s Good

สำหรับในไทยเองนั้น Wuling Hongguang Mini EV ตอนนี้ได้มีผู้จำหน่ายอิสระ ÖKO Automobile สั่งนำเข้ารุ่นพวงมาลัยซ้าย เข้ามาขายในบ้านเราแล้ว สนนราคาเริ่มต้นที่ 369,000 บาท! (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% และ ยังไม่รวมค่าจดทะเบียน 3,000 – 5,000 บาท)

มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ สีขาว, ฟ้า, ชมพู และสีทอง อีกทั้งยังพร้อมรับซื้อรถคืนภายใน 5 ปี ด้วย! แต่ทั้งนี้ ราคาขึ้นอยู่กับสภาพรถ

และยังได้มอบรถให้กับ EVTG : EVeryThing’s Good ของทาง อตก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) ในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้เป็น Smart Mobile Market สำหรับนำส่งผลไม้พรีเมี่ยมจากตลาด อตก. ถึงมือผู้บริโภคด้วยครับ

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021-EVTG

ภาพจาก EVTG : EVeryThing’s Good

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall