Carro-Honda-Accord-CB

ยุคที่ “Honda” (ฮอนด้า) เริ่มเข้ามารุกตลาดรถยนต์ในบ้านเราเมื่อปี 2526 นั้น หลายคนยังงงๆ อยู่ ว่า Honda มีผลิตรถยนต์ด้วยรึ? เพราะ “ฮอนด้า” ในเวลานั้นที่เป็นรู้จักกันดี เฉพาะแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่ หรือแบรนด์สินค้าอย่าง รถตัดหญ้า ที่ฮอนด้าผลิตขายมานมนานแล้ว

Honda เวลานั้น ได้ตัดสินใจผลิตและเปิดตัว Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) ในปี 2527 และตามมาติดๆ ด้วย Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) แต่นั่นก็ยังทำให้คนไทย ยังไม่รู้จัก Honda เป็นที่มากพอ …

จนกระทั่งการเปิดตัว “Honda Accord (CB)” เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2533 นับถึงวันนี้ก็ครบ 30 ปี พอดี! นี่ล่ะ นับเป็นรถรุ่นที่คนไทยเริ่มรู้จัก Honda กันอย่างกว้างขวาง และธุรกิจการขายใบจองรถยนต์ ใบละ 10,000 บาท ที่หลายคนยังจำได้ไม่ลืม

MR.CARRO จะมานำเสนอข้อมูลรถมือสองของ “Honda Accord ตาเพชร” กันครับ ว่าจะมีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง สำหรับคนที่กำลังมองหารถรุ่นนี้มาใช้อยู่

Honda-Accord-CB-JDM

Honda Accord เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

Honda-Ascot-CB

Honda Accord เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปในวันที่ 13 กันยายน 1989 Honda ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ในตระกูล “Accord” พร้อมกันถึง 4 รุ่นเลยทีเดียว โดยแย่งออกได้เป็น Accord รุ่น 4 ประตู Sedan, Ascot (ชื่อรุ่นมาจาก เมืองเล็กๆ ใน East Berkshire ประเทศอังกฤษ ที่มีการจัดการแข่งม้าสุดยิ่งใหญ่ มีมายาวนานกว่า 300 ปี) 4 ประตู Sedan

Honda-Accord-Inspire-CB

Honda Accord Inspire เวอร์ชั่นญี่ปุ่น (ในไทย รถรุ่นนี้ก็มีของจริงให้เห็นอยู่ 1 คัน)

Honda-Vigor-CB

Honda Vigor เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

และรุ่นเวอร์ชั่น Hardtop ที่วางคลาสให้สูงกว่า Accord ชูความโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า แต่ใช้เครื่องยนต์แบบวางตามแนวยาว 5 สูบ แบบเดียวกับรถขับเคลื่อนล้อหลัง (ซึ่งน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากรถ Audi ในยุคนั้น) ได้แก่รุ่น Accord Inspire ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโฉมนี้ และ Vigor (ชื่อรุ่นแปลว่า พลัง) เจเนอเรชั่นที่ 3 วางขายผ่านเครือข่ายจำหน่าย Honda Verno

ก่อนที่ Honda จะนำพาเจ้า Accord ตาเพชร คันนี้ ไปเปิดตัวที่งาน Frankfurt Motor Show หรือ IAA ช่วงปลายปี 1989

รูปโฉมภายนอกของ Accord ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและความสปอร์ต … นำทีมออกแบบโดย Mr.Tateomi Miyoshi หัวหน้าวิศวกรผู้ออกแบบจาก Honda R&D ด้วยรูปทรงโค้งมนกลมกลืน ชุดไฟหน้าแบบ Diamond Eye แบบมัลติรีเฟล็คเตอร์ ที่เวลาต่อมาค่ารถทุกค่ายจึงใช้กันจนเป็นของธรรมดาไปแล้วในยุคปัจจุบัน ฝากระโปรงหน้าลาดต่ำ กระจกบานกว้าง ให้ทัศนวิสัยดี

Honda-Accord-Interior

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ชุดมาตรวัดต่างๆ ออกแบบให้ใช้งานง่าย นั่งกันได้สบายๆ 5 คน พร้อมกับเก็บเสียงได้เงียบ ด้วยโครงสร้างประตูที่ออกแบบเป็นพิเศษ และอุปกรณ์มาตรฐานเพียบ

ชุดช่วงล่างระบบดับเบิลวิชโบน อิสระทั้ง 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวล เกาะถนน มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และระบบขับเคลื่อนแบบเลี้ยว 4 ล้อ 4WS

และครั้งแรกของเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบ PGM-Fi ในการจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดติดตั้งโปรแกรมอัตโนมัติ บนเครื่องยนต์พัฒนาใหม่ ตระกูล “F” ผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอยด์ ลูกสูบเป็นแบบ Under-Square ช่วงชักยาวขึ้น เพื่อให้กำลังที่ราบเรียบ และแรงบิดที่รอบต่ำ บวกกับใช้วาล์วไอดี/ไอเสีย ขนาดโตขึ้น ให้เครื่องยนต์หายใจสะดวกขึ้น แรงม้าจึงมากขึ้นตามไปด้วย

มีให้เลือกทั้งขนาด 1.8 ลิตร รหัส F18A 105 แรงม้า ขนาด 2.0 ลิตร F20A ในแบบ SOHC คาร์บูเรเตอร์ 110 แรงม้า หัวฉีด 130 แรงม้า และแบบ DOHC 150 แรงม้า รวมไปถึงเครื่องยนต์ตัวใหญ่สุดอย่างขนาด 2.2 ลิตร รหัส F22A 140 แรงม้า

Honda-Accord-CB-TH

และเครื่องยนต์ตระกูล F นี้ ยังได้พัฒนาระบบแกนบาลานเซอร์ใหม่ เพื่อลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ เมื่อใช้รอบปานกลาง และรอบสูง ช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบตลอดเวลาของการขับขี่ แต่ถ้ารอบต่ำ ฮอนด้าจะเลือกออกแบบใช้ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น

เรียกได้ว่า การออกแบบของ Honda Accord ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงออพชั่นต่างๆ ทิ้งขาดคู่แข่งในรุ่นเดียวกันอย่าง Toyota Corona, Nissan Bluebird, Mazda 626 หรือ Mitsubishi Galant เป็นต้น และก็ยังมีราคาแพงเป็นหมายเลข 1 อีกด้วย …..

ซึ่งหลังจากเปิดตัวและจำหน่ายไปในหลายประเทศทั่วโลก Honda Accord รุ่นนี้ ก็คว้ารางวัลมาได้มากมายเลย อาทิ รางวัลพวงมาลัยทองคำจากนิตยสาร Bild Am Sonntag จากประเทศเยอรมนีตะวันตก และติดอันดับ 3 ใน 10 รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 1989 จากนิตยสาร Car & Driver ประเทศสหรัฐอเมริกา และคว้ารางวัล 1 ใน 5 รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2533 ของยุโรป!

Honda-Accord-Coupe-CB

1 เมษายน 1990 Honda เปิดตัว Accord Coupe ซึ่งเป็นโฉมเดียวกันกับที่ขายในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำเข้ามาขายในประเทศญี่ปุ่น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส F20A ซึ่งในไทยก็เคยมีคนนำเข้ามาใช้งาน

Honda-Accord-Wagon-CB

4 เมษายน 1991 Honda เปิดตัว Accord Wagon ก็เป็นรุ่นที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา เพื่อมาขายในญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส F22A เท่านั้น

ก่อนจะปรับโฉม Minorchange เป็นตัวไฟท้ายสั้น ในเดือนกรกฎาคม 1991 ปรับปรุงชุดกันชนใหม่ ไฟท้ายใหม่ พร้อมติดตั้งถุงลมนิรภัย SRS เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และเพิ่มระบบ Navigator ให้เลือกเป็นออพชั่นอีกด้วย

Honda-Ascot-Innova

Honda Ascot Innova ผู้มีพื้นฐานร่วมกับ Accord ตาเพชร แต่เน้นบุกคลาดยุโรปมากกว่า

เดือนมิถุนายน 1992 นำเข้า Accord เครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร จาก USA เข้าไปขายในญี่ปุ่น

Honda-Accord-CB-TH

ในส่วนของเวอร์ชั่นไทยนั้น Honda Accord ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2533 ในยุคที่ยังเป็น บริษัท ฮอนด้าคาร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บ้านเรามีเฉพาะแบบ 4 ประตู ซีดาน

Honda-Accord-CB-TH

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 5,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และเครื่องยนต์ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-Fi (Programed Fuel Injection) ให้แรงม้าสูงสุด 135 แรงม้า ที่ 5,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที มีให้เฉพาะทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด (ตามมาในปีถัดมา)

ซึ่งระบบการจ่ายน้ำมันแบบนี้ เป็นระบบเดียวกับที่ฮอนด้าใช้ในการแข่งขันรถสูตร 1 ฟอร์มูล่า วัน ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างงดงาม

Honda-Accord-CB-TH

Honda Accord 1990 มีทั้งหมดด้วยกัน 3 รุ่น

1. Honda Accord รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด LX เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ ราคา 798,000 บาท พร้อมแอร์ พวงมาลัยเพาเวอร์ เบาะหนังแบบไวนิล กระจกไฟฟ้า 4 บาน เซ็ลทรัลล็อค เสาอากาศไฟฟ้า วิทยุ-เทป พร้อมลำโพง 2 ตัว และฝาครอบล้อขนาด 14 นิ้ว

2. Honda Accord รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด EX เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ ราคา 838,000 บาท เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่น LX ได้แก่ ไฟบอกตำแหน่งเกียร์ที่มาตรวัดความเร็ว และกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

3. Honda Accord รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด LXi เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-Fi ราคา 898,000 บาท เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่น EX ได้แก่ ไฟเบรกดวงที่ 3 พวงมาลัยหนังแท้ เบาะนั่งแบบผ้าสักหลาด วิทยุ-เทป Hi-Power พร้อมลำโพง 4 ตัว และล้อแม็กขอบ 15 นิ้ว

Honda-Accord-CB-TH

ในเดือนเมษายน 2534 จึงเพิ่มรุ่น Top สุด เกียร์อัตโนมัติ

Honda-Accord-CB-JDM-MC

ในเดือนเมษายน 2535 ปรับโฉม Minorchange เป็นรุ่น “ไฟท้ายสั้น” หรือ “แอคคอร์ด 92-24” โฉมนี้ได้รับอานิสงส์จากการปรับลดกำแพงภาษีรถยนต์ ราคาขายจึงถูกลงกว่าเดิม โดยรุ่น LX ราคา 672,000 บาท, รุ่น EX ราคา 707,000 บาท, รุ่น LXi ราคา 757,000 บาท และรุ่น Top สุด ราคา 797,000 บาท!

หลังจากนั้นก็ขายกันไปแบบเรื่อยๆ จนถึงประมาณปลายปี 2537 จึงต้องหลีกทางให้กับ Accord เจเนอเรชั่นที่ 5 ไป …

Honda-Accord-MotorShow-1990

Honda Accord ในงาน Motor Show 1990 (ภาพจาก Grand Prix Photolike)

บทสรุป

Honda Accord รหัสตัวถัง CB โฉมนี้ในอดีต ตั้งใจออกมาเพื่อให้เป็นได้ทั้งรถครอบครัว และรถหรู เราจึงเห็นรถรุ่นนี้จำนวนมาก ที่ผู้ใช้มักจะเป็นคนทำงานระดับบริหาร หรือเจ้าของบริษัท ซื้อไว้ใช้งานกับครอบครัว แม้ว่าในปัจจุบัน จะกลายเป็นรถยอดนิยมของคนชอบรถแต่งซิ่งในยุค 90 ไปอีกรุ่นก็ตาม

Honda-Accord-MotorShow-1992

Honda Accord ในงาน Motor Show 1992 (ภาพจาก Grand Prix Photolike)

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

แม้ว่าจะเป็นรถแนวครอบครัว และรถหรูสำหรับผู้จัดการบริษัท หรือผู้บริหารขับ แต่จะหารถรุ่นนี้แบบสภาพเดิมๆ ก็ถือว่าไม่ง่ายนัก ถ้าเป็นรถแต่งซิ่ง ส่วนใหญ่สภาพจะช้ำเยอะ หลายคันเปลี่ยนเครื่องมาแล้ว ควรเลือกบอดี้รถที่ยังสวยๆ ภายในเดิมๆ ระบบไฟ ระบบความร้อนต้องดี ไม่งั้นจ่ายกันเยอะ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่ช่วงล่างดีอีกหนึ่งรุ่น วิ่งนิ่ม นุ่ม เกาะถนน แต่ช่วงล่างต้องดี หลายคันนิยมไปเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ VTEC เพราะได้แรงม้าที่มากขึ้น และการดูแลรักษาที่ง่ายขึ้น ถ้าจะเอาประหยัดก็ติดแก๊ส LPG ได้

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานใช้ได้ แต่ก็มีจุกจิกเหมือนกัน (โดยเฉพาะช่วงล่าง) ต้องซ่อมแบบลงทุนใหญ่ หรือเปลี่ยนอะไหล่ให้จบทั้งหมด เพราะถ้ารอใกล้พังค่อยเปลี่ยน ก็จะซ่อมกันแบบไม่จบ หาที่ซ่อมได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอู่ซ่อมรถที่เคยมีช่างจาก Honda ในยุค 90 ออกมาเปิดอู่เอง เตรียมงบไว้ดูแลปีละ 10,000 – 20,000 บาท ส่วนอะไหล่เก่าของรุ่นนี้ ตามเชียงกงยังพอมี แต่ราคาก็ปั่นขึ้นไปสูงพอสมควร

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 25,000-60,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*