Carro-แนะนำรถมือสอง-Honda-Civic-FD

Honda Civic FD มือสอง รูปทรงสวย สมรรถนะดี ถูกใจขาซิ่ง เป็นเจ้าของได้

Honda-Civic
Honda-Civic

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ที่จำหน่ายในบ้านเราและได้รับความนิยมจากผู้ใช้ ก็มีอยู่หลายเจเนอเรชั่น แต่สำหรับเวอร์ชั่นที่ได้ชื่อว่า สร้างความฮือฮาให้กับวงการรถยนต์บ้านเรา รวมไปถึงยอดจำหน่ายที่น่าพึงพอใจ และมีกลุ่มคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก และประสบความสำเร็จด้านยอดขายมากที่สุดในบรรดา Civic ทุกรุ่นที่เคยประกอบขายในเมืองไทย คงต้องยกให้ “Honda Civic” โฉม “FD” ครับผม

Honda-Civic

Honda-Civic-TypeR

Honda-Civic-TypeR

Honda Civic Type R ปฐมบทของความแรง รุ่นสุดท้ายในเวอร์ชั่น 4 ประตู

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2005 เป็นวันที่ Honda Civic และ Civic Hybrid ได้ทำการเปิดตัวในญี่ปุ่น ก่อนจะเผยโฉมในงาน Tokyo Motor Show เดือนตุลาคมปีนั้น และก็สร้างความนิยมจากผู้ใช้ได้อย่างมากมาย ขายดีมากทั้งในญี่ปุ่น และในสหรัฐอเมริกา โดยมาพร้อมโฉมที่เรียกว่า “ใหม่หมดจด” ไม่มีกลิ่นอายเดิมๆ หลงเหลืออยู่เลย มีออกมาให้เลือกทั้งรุ่นซีดาน, ไฮบริด, คูเป้, แฮทช์แบ็ค และรุ่นพลังแรงอย่าง “Type R”

Honda-Civic-2006-US

Civic FD เวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกา และเวอร์ชั่นจีน หน้าตาประมาณนี้ครับ

ในรุ่นซีดาน ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันญี่ปุ่นหรือสหรัฐอเมริกา โครงสร้างตัวถังหลักเหมือนกัน แตกต่างกันตรงที่ไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า รวมถึงชุดไฟท้าย และฝากระโปรงท้าย ซึ่งออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับรสนิยมของคนที่นั่น

CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน

Honda Civic (FD) ถึงขนาดที่ทำให้คู่แข่งที่สำคัญอย่าง Toyota Corolla ต้องชลอการเปิดตัว Corolla เวอร์ชั่นตลาดโลก (หรือ Corolla Altis เวอร์ชั่นบ้านเรา) พร้อมกับต้องออกแบบตัวรถมาใหม่ ทั้งภายนอกและภายในอีกครั้งเลยทีเดียว

โฆษณา Honda Civic เวอร์ชั่นไทย

ในบ้านเรา Honda Civic โฉม FD เปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2548 ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก สร้างความฮือฮาให้กับวงการรถยนต์บ้านเราเช่นกัน มาพร้อมสโลแกน “Rising Spirit” … ได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถในประเทศไทยจำนวนมาก รวมไปถึงขาซิ่งหลายๆ ท่าน ด้วยรูปทรงที่ล้ำสมัยโดดเด่นเหนือคู่แข่งในเวลานั้น อีกทั้งยังมีทำชุดแต่ง Modulo ออกมาให้ขาซิ่งได้ซื้อไปใส่อีกด้วย

Civic-Design

แนวทางการออกแบบ แบบ “Sensuous Quality”

Honda-Civic-Dimensional

มิติตัวรถยาว 4,540 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,440 มม. ระยะฐานล้อ 2,700 มม.

Honda-Civic-2005

ห้องโดยสารภายในของรุ่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการออกแบบได้ดีที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง ดูล้ำยุค แม้จะผ่านไปหลายปีแล้วแต่ก็ยังดูทันสมัย กระจกบังลมบานใหญ่ คอนโซลหน้าขนาดใหญ่ มาตรวัดเรืองแสงแบบ Multiplex Meter ออกแบบให้เป็นแบบ 2 ชั้น โดยมาตรวัดความเร็วอยู่ด้านบน ส่วนมาตรวัดรอบอยู่ด้านล่าง รวมไปถึงเบาะนั่งขนาดใหญ่โอบกระชับ วิทยุแบบ Built-In กับชุดคันเกียร์และคันเบรกมือที่ดูโดดเด่นสะดุดตา ขับสนุกไปกับระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)

Multiplex-Meter

มาตรวัดเรืองแสงแบบ Multiplex Meter ออกแบบให้เป็นแบบ 2 ชั้น

Honda Civic ในโฉม FD ผลิตที่โรงงานฮอนด้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีกำลังผลิต 4,000 คัน/เดือน แบ่งเป็นสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศ 60% ที่เหลือ 40% จะเป็นการส่งออก

Honda Civic (FD) ในบ้านเราใช้เครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC เจเนอเรชั่นใหม่ พร้อมระบบลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า DBW (Drive By Wire) ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.7 กก.-ม. (174 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

ราคาจำหน่ายในช่วงเปิดตัวนั้น แบ่งออกเป็นรุ่นย่อยต่างๆ ได้ดังนี้

1.8 S i-VTEC M/T ราคา 799,000 บาท
1.8 S i-VTEC A/T ราคา 845,000 บาท
1.8 S i-VTEC A/T (AS) ราคา 863,000 บาท
1.8 E i-VTEC M/T ราคา 894,000 บาท
1.8 E i-VTEC A/T ราคา 930,000 บาท

และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส K20Z2 ปรับปรุงใหม่ แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.2 กก.-ม. (188 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เท่านั้น

ราคาจำหน่ายในช่วงเปิดตัวนั้น แบ่งออกเป็นรุ่นย่อยต่างๆ ได้ดังนี้

2.0 E i-VTEC A/T ราคา 1,020,000 บาท
2.0 EL i-VTEC A/T ราคา 1,068,000 บาท

หลังจากวางตลาด ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ในช่วงปลายปี 2548 ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในเวลานั้น โดย 6 เดือนแรกของปี 2549 สามารถทำยอดขายได้ถึง 14,350 คัน ทั้งยังครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 41.8%!

Honda-Civic-2008

พอมาถึงปี 2551 ก็ถึงเวลาปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ … ปรับโฉมภายนอกนิดหน่อย เปลี่ยนกระจังหน้า กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ Smoked Chrome ไฟท้ายทรง 8 เหลี่ยม ส่วนห้องโดยสารภายใน เพิ่มเครื่องเล่น DVD รวมถึง Navigator แบบหน้าจอสัมผัส ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบนี้ในรถยนต์นั่งขนาด Compact

Honda Civic ไมเนอร์เชนจ์ มีให้เลือกสามรุ่นย่อยหลัก คือ S, E และ EL โดยรุ่น S และ E มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ในขณะที่รุ่น EL ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ทั้งสามรุ่นสามารถใช้ได้กับแก๊สโซฮอล์ E20 เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด โดย Honda Civic S รุ่นเดียว ที่มีทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

สำหรับ Civic 1.8 S รุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 749,000 บาท (เดิม 732,000 บาท) และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ราคา 789,000 บาท (เดิม 768,000 บาท) รุ่นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมถุงลมคู่หน้า ราคา 831,000 บาท (เดิม 814,000 บาท)

สำหรับ Civic 1.8 E เพิ่มเติมกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว และ Civic 1.8 E Navi ราคา 964,000 บาท ติดตั้งระบบนำทาง Navigator แบบหน้าจอสัมผัส + DVD โดยทั้ง 2 รุ่น มีระบบ Cruise Control และสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

และในส่วนของ Civic 2.0 EL ราคา 1,046,000 บาท (เดิม 1,026,000 บาท) มีสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดา ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยและล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รุ่นสูงสุด ซีวิค 2.0 EL Navi ราคา 1,101,000 บาท มีระบบนำทางแบบสัมผัสหน้าจอ เครื่องเล่นดีวีดีและสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง

พอช่วงเดือนมิถุนายน 2552 ฮอนด้า ได้นำเสนอรถรุ่นพิเศษ “Wise Edition” ให้กับรถทุกโมเดล ซึ่งรวมไปถึง Civic รุ่นนี้ด้วย ผลิตออกมาจำนวนจำกัด

มาพร้อมสีขาว Taffeta White และภายในห้องโดยสารเบาะหนังสีดำใหม่ กับชุดสเกิร์ตรอบคันและสปอยเลอร์หลัง หม้อพักไอเสียแบบท่อคู่ และแป้นวางเท้าแบบสปอร์ต มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 1.8E AT AS ราคาในตอนนั้น 958,000 บาท และรุ่น 1.8E AT AS (Navi) ราคาในตอนนั้น 1,013,000 บาท

Honda-Civic-2009

สำหรับ Honda Civic (FD) ช่วงปี 2552 ได้เพิ่มสีน้ำเงิน Dyno Blue Pearl ออกมาให้เลือกอีกหนึ่งแบบ

Honda-Civic-Modulo

ใกล้เข้าสู่ช่วงปลายอายุตลาด ในเดือน สิงหาคม 2553 ฮอนด้า ได้เผยโฉม Civic “Modulo” มีให้เลือก 2 สี คือ สีขาวทาฟเฟต้า (ภายในสีดำ) และสีดำคริสตัล (มุก) (ภายในสีเบจ) มาพร้อมชุดตกแต่งสปอร์ต Modulo รอบคัน ด้วยกระจังหน้า สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้างและสเกิร์ตหลังดีไซน์ใหม่แบบสปอร์ต เพิ่มสปอยเลอร์หลัง และล้ออัลแม็ก Modulo ขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ที่มีให้เลือก 2 สีตามสีของตัวรถ พร้อมป้ายสัญลักษณ์ “Modulo” ด้านท้ายรถ

ภายในห้องโดยสาร แต่งเติมด้วย แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต พร้อมพรมปูพื้น และป้ายสัญลักษณ์ “Modulo” ระบุรหัสเฉพาะคัน (Serial Number) ไว้ที่บริเวณแผงคันเกียร์

Honda Civic Modulo มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.8 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แบ่งขายเป็น 2 รุ่นย่อย คือ E AT AS ในราคาตอนนั้น 956,600 บาท และรุ่น E AT AS (Navi) ในราคาตอนนั้น 1,011,600 บาท (ราคาเพิ่มขึ้นแต่ละรุ่นประมาณ 42,000 บาท)

Honda-Civic-Sport-Pearl

และรุ่นพิเศษท้ายสุดจริงๆ สำหรับ Honda Civic Sport Pearl ผลิตจำนวนจำกัด ออกมาในวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน พร้อมสีพิเศษใหม่ ขาวบริลเลียนท์ (มุก) และสัญลักษณ์ Sport Pearl ส่วนภายในตกแต่งด้วยคิ้วบันไดสแตนเลสดีไซน์ใหม่ แป้นวางเท้าแบบสปอร์ตสี Gun Metallic ใหม่ โดย Modulo และ พรมปูพื้นดีไซน์สีแดง แนว Civic Type R พร้อมสัญลักษณ์ Sport Pearl

โดยจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกเฉพาะรุ่น 1.8 ลิตร เท่านั้น ในราคาตอนนั้นที่ 949,000 บาท

จุดสังเกต ว่า Honda Civic FD ตัวไหนมาก่อน มาหลัง แบบง้ายง่าย สำหรับคนไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถ …

Honda-Civic-FD-Taillight

โฉมแรก ไฟท้ายจะเป็นแบบ “วงกลม”

Honda-Civic-FD-Taillight

โฉมไมเนอร์เชนจ์ ส่วนหลักๆ ที่สังเกตได้ คือ จะมีการเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ ชุดกันชนหน้าใหม่ ล้อแม็กลายใหม่ รวมไปถึงเลนส์ชุดไฟท้ายแบบ “8 เหลี่ยม”

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

ปัจจุบัน Honda Civic FD มือสอง ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม รูปทรงสวยถูกใจ สมรรถนะดี คุณภาพคับแก้ว อะไหล่หาง่าย ยังมีคนใช้งานกันอยู่เยอะ ถ้าเน้นขับรถต่างจังหวัด และขับรถเร็วพอสมควร ไม่ซีเรียสว่ารถตกรุ่นมา 2 รุ่นแล้ว ถือว่า OK น่าใช้ครับ ถ้าเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ เติมแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ด้วย ประหยัดขึ้นเยอะ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ด้วยรูปทรงที่ยังดูสวย สปอร์ต ภายในห้องโดยสาร ดูโปร่ง โล่ง แผงคอนโซลดูล้ำยุค เบาะนั่งกระชับ พวงมาลัยควบคุมง่าย รถวิ่งนิ่ง เกาะถนน ช่วงล่างหลังแข็งกระด้างสไตล์ฮอนด้า เล่นรอบเครื่องได้มันส์ ทำความเร็วขึ้นระดับ 200 กม./ชม. ได้สบายๆ

แต่ก็มีข้อด้อยอยู่บ้าง เช่น การประกอบไม่เรียบร้อยในบางจุด การเก็บเสียงไม่ดี มีเสียงเครื่องยนต์ชอบดังต๊อกๆ กระจกไฟฟ้าด้านคนขับชอบตกร่อง กดไม่ค่อยขึ้น ลูกปีนล้อหลังแตกไว หรือยางแท่นเครื่องบางจุดชอบทรุด (ในรุ่นที่ผลิตออกมาปีแรกๆ ถ้าเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ปัญหาส่วนใหญ่ถูกแก้ไปแล้ว) เป็นต้น

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เรื่องอะไหล่ไม่ต้องกังวล เพราะมีเพียบ จะเข้าศูนย์บริการ หรือซ่อมอู่ข้างนอกก็ย่อมได้ มีทั้งของใหม่และของเก่าเซียงกง เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 20,000 – 30,000 บาท ก็เพียงพอแล้ว

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

สำหรับราคามือสองในตลาดรถปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 180,000 – 350,000 บาท ขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย และสภาพของตัวรถ ครับ

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Civic (FD) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Civic ได้เลยครับผม

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(สงวนลิขสิทธิ์)

ร้อนเงิน! อยากขายรถ จบด่วน! CARRO ช่วยคุณได้ รับซื้อทุกรุ่นทุกยี่ห้อ