Honda-CR-V-RD-G2

นับตั้งแต่ Honda (ฮอนด้า) ได้เริ่มกระโดดลงมาเล่นรถในกลุ่ม SUV อย่างเต็มตัวตั้งแต่ Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) โฉมแรก หรือ “G1” ที่คุ้นหูในบ้านเราเมื่อปี 1995 และเริ่มขายในไทยเมื่อปี 2539

อ่านเพิ่มเติม : CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda CR-V (RD) แนวคิดรองเท้าเดินป่า สู่รถ SUV ยอดนิยมของโลก!

ก็ทำให้ทาง Honda เอง เริ่มเล็งเห็นแล้วว่า ถ้าเราจะพัฒนารถในกลุ่ม SUV อย่างจริงจัง น่าจะเป็นผลดีต่อทาง Honda เองแน่นอน เพราะอย่าง CR-V โฉม G1 มียอดขายมากกว่า 1 ล้านคัน ตามหลังยอดขายของ Civic และ Accord มามากขนาดนี้

ร้อนเงิน! อยากขายรถ จบด่วน! CARRO ช่วยคุณได้ รับซื้อทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

ด้วยเหตุนี้ Honda CR-V ในรุ่น G2 ทีมวิศวกรจึงต้องถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก ต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ประโยชน์ใช้สอย และความคุ้มค่าด้านต่างๆ เช่น การบำรุงรักษา ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อครองความเป็นอันดับ 1 ของรถ SUV ในไทยอย่างต่อเนื่อง

และในวันนี้ MR.CARRO จะมาแนะนำถึง Honda CR-V มือสอง ในรุ่น G2 กันต่อครับ ว่าเวลานี้ยังน่าใช้มากน้อยแค่ไหน

Honda-CR-V-2001-Concept

แนวคิดในการพัฒนา Honda CR-V รุ่นที่สอง (G2)

Honda CR-V รุ่นนี้พัฒนาโดยใช้พื้นฐานจาก Honda Civic (ES) หรือ Small Global Platform ด้วยแนวคิดในการพัฒนา ที่เริ่มต้นจากการใช้จุดเด่น และความคาดหมายของลูกค้าที่มีต่อรุ่นแรกมาเป็นรากฐาน ผนวกกับแนวคิด “DQR” คือ

  • Durability ความทนทาน
  • Quality คุณภาพ
  • Reliability ประสิทธิภาพการใช้งาน

Honda-CR-V-2001-Concept

ทุกองค์ประกอบได้รับการปรับปรุง ให้ใหญ่โตขึ้นในทุกมิติ นับตั้งแต่ความกว้างตัวรถที่เพิ่มขึ้น 30 มม. ระยะฐานล้อยาวขึ้น 65 มม. ยกเว้นความยาวของตัวรถลดลง 25 มม. รวมถึงมิติของเบาะนั่ง และพื้นที่เก็บสัมภาระ ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

Honda-CR-V-2001

เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2001 ภายใต้ Concept การออกแบบ “Active Utility ‘More’ CR-V” ต้องให้ความรู้สึก “อิสระ” เวลาไหนก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ออกแบบโดยแผนกดีไซน์ของ Honda เช่นเคย ภายใต้การนำของ Takahiro Hachigo Senior Researcher ของ Honda R&D และ Mitsuhiro Honda ด้วยการปรับรูปโฉมใหม่ทั้งคัน ภายนอกใหม่ หัวใจใหม่

Honda-CR-V-2001

รุ่นฝาท้ายไม่ติดยางอะไหล่ ในหลายเราก็นิยมเปลี่ยนกันหลายคัน

ร้อนเงิน! อยากขายรถ จบด่วน! CARRO ช่วยคุณได้ รับซื้อทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

ปรับปรุงตัวรถให้ใหญ่ขึ้น ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งคงเอกลักษณ์ของรุ่นเดิมเอาไว้ พร้อมชุดไฟท้ายแบบสี่เหลี่ยมแนวตั้งขนาดยาวขึ้น ฝาท้ายยังเปิดได้เฉพาะกระจก หรือจะเปิดฝาท้ายทั้งบานขึ้นก็ได้

มิติตัวรถยาว 4,535 มม. กว้าง 1,780 มม. สูง 1,710 มม. ระยะฐานล้อ 2,620 มม. ส่วนน้ำหนักรถ (เวอร์ชั่นไทย) อยู่ที่ 1,505-1,525 กิโลกรัม

Honda-CR-V-2002-Thai

เพิ่มเนื้อที่ห้องโดยสารให้โปร่งและกว้างขึ้น และถาดวางของ กับที่วางแก้วน้ำที่สามารถพับเก็บได้ ทำให้ผู้โดยสารเดินจากด้านหลัง ไปเบาะหน้า หรือจากเบาะหน้า ไปเบาะหลังได้ เป็นที่ถูกใจโดยเฉพาะเด็กๆ และเบรกมือซ่อนไว้บริเวณคอนโซลกลาง กับคันเกียร์อัตโนมัติ ปรับปรุงใหม่ไว้บริเวณด้านข้างแผงหน้าปัด และปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัยคู่ กับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ กับกันขโมยแบบ Immobilizer

และในรุ่น G2 นี้ โต๊ะปิกนิกแบบพับเก็บได้ ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่มีมาให้! พร้อมปลั๊กไฟพิเศษ 12V บริเวณที่เก็บของด้านท้าย เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น

Honda-CR-V-2002-Thai

เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายเพิ่มจากรุ่น G1 374 ลิตร มาเป็นขนาด 527 ลิตร และสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 948 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงและเลื่อนไปชิดกับเบาะหน้า (ซึ่งในรุ่นนี้ เวลาพับเบาะแถวที่สอง สามารถพับได้ในรูปแบบ 60:40 และไม่ต้องถอดพนักพิงศีรษะแล้ว คล้ายกับรถแบบ MPV) หรือจะบรรทุกจักรยานเสือภูเขา ขนาด 26 นิ้ว ก็ได้ถึง 2 คัน โดยที่ไม่ต้องถอดล้อออก

เปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบ Toe Control Link แม็กเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วยประหยัดเนื้อที่ และเกาะถนนได้ดี ซึ่งขยับตัวของชุดช่วงล่างใกล้เคียงกับรุ่นเดิมซึ่งใช้ระบบปีกนกคู่ ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น ด้านหลังเป็นแบบ Reactive Link ปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง ขนาดกะทัดรัด ช่วยให้เนื้อที่พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมากขึ้น พร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ กับระบบเบรก ABS, EBD และ BA …

Honda-CR-V-2002-Thai

สำหรับ Honda CR-V รุ่นนี้ในเวอร์ชั่นไทย ประกอบในไทย เปิดตัวในวันที่ 29 มกราคม 2545 นำเสนอในรูปแบบ SUV 5 ที่นั่ง มีเฉพาะแบบเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร i-VTEC S ราคา 1,146,000 บาท และรุ่น 2.0 ลิตร i-VTEC E ราคา 1,196,000 บาท ซึ่งแพงกว่ารุ่นเดิมเพียง 50,000 บาท เท่านั้น

เครื่องยนต์เบนซินถูกเปลี่ยนมาใช้รหัส K มีระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC (Variable Valve Timing and Lift Electronic Control) เป็นครั้งแรกของ Honda ในไทย กับเครื่องยนต์รหัส K20A4 ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิด 19.4 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที

ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 18.53 กม./ลิตร ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. (จากการทดสอบโดยวิศวกรของฮอนด้า)

ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติแบบ Real Time

แค่นี้ก็ขายดิบขายดี ซะจนผลิตไม่ทัน!

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล ไม่มีในไทยก็จริง แต่ในเวอร์ชั่นยุโรป Honda CR-V รุ่นนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกในปี 2004 กับขุมพลังเครื่องยนต์รหัส N22A ขนาด 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-CDTi ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 34.6 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา 5 สปีด และ 6 สปีด พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ 5 สปีด

Honda-CR-V-2003-Thai

ในมีนาคม 2546 ปรับปรุงเพิ่มเติม ภายในห้องโดยสารเพิ่มโทนสีน้ำตาล Saddle Brown ให้เลือก (มีเฉพาะรุ่นสีภายนอก สีแดง สีเทา สีทอง และสีดำ) และมีรุ่น 7 ที่นั่งให้เลือก ในรุ่นย่อย SF และ EF แต่ขอบอกไว้ก่อน ว่าเบาะนั่งแถวที่ 2 นั้น ปรับเลื่อนไม่ได้ และเหมาะสำหรับให้เด็กๆ นั่งมากกว่า เพราะมีขนาดเล็ก

Honda-CR-V-2003-Thai

Honda-CR-V-2003-Thai

และในปี 2546 Honda ได้เพิ่มรุ่น “Stylish Package” เพิ่มเติม กับชุดกันชนหน้าสปอร์ต, แผงใต้กันชน, บันไดข้าง, กระจกส่องหลัง และ สติ๊กเกอร์ฝาครอบยางอะไหล่สติ๊กเกอร์รูปคนกำลังปีนเขา ที่ได้แบบมาจากการประกวดชิงรางวัลออกแบบฝาครอบยางอะไหล่ของ Honda

Honda-CR-V-Prestige-2004

เดือนมีนาคม 2547 Honda ประเทศไทย ได้แนะนำ “CR-V Prestige” โดดเด่นด้วยสีขาวมุก, เครื่องเล่น DVD พร้อมกล้องมองหลัง และสัญลักษณ์ Prestige ติดด้านท้ายฝาครอบยางอะไหล่

Honda-CR-V-2004

ในรุ่น Minorchange เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2547 Honda ได้เพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร รหัส K24A มาเสริมความต้องการของลูกค้า แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 22.4 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที

มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ระบบควบคุมสายคันเร่งแบบอิเล็กทรอนิกส์ ECT (Electronic Throttle Control System) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) และระบบ Grade Logic Control

และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติใหม่ (Real Time 4WD) ให้การตอบสนองในทุกสภาวะของการขับขี่ ให้ความนุ่มนวลต่อเนื่องทั้งการขับขี่แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ส่วนรุ่นย่อยยังมีทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง (แบบ ELF) เหมือนเดิม

ทุบรถ-Honda-CR-V

ภาพจาก Login นายอู @ Pantip.com

แต่ในวันที่ 27 มกราคม 2548 Honda CR-V รุ่นนี้ก็มีเรื่องที่ทำให้สะดุดขึ้น จนกระทบไปถึงความเชื่อมั่นของผู้ใช้รถ เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ เมื่อคุณเดือนเพ็ญ ศิลาเกษ ได้ทำการ “ทุบรถ” Honda CR-V ป้ายแดง หน้าอาคารชินวัตร 3 เนื่องจากรถมีปัญหาตั้งแต่ซื้อมาใหม่ๆ ตั้งแต่เสียงดังที่เฟืองท้าย แบตเตอรี่เสื่อม สตาร์ทไม่ติด มีอาการกินซ้ายตลอด และยังมีเสียงดังออกมาจากบริเวณท้ายรถ

เข้าศูนย์ซ่อมมาหลายครั้งหลายหนแล้วก็ไม่หาย ทางศูนย์ฯ บอกว่ารถ 100 คัน จะมีปัญหาเพียง 1 คัน เขาบอกว่าลูกค้าคาดหวังเกินไป

จากนั้นจึงมีการเจรจากับทางผู้บริหารของฮอนด้าฯ แต่ได้คำตอบว่า บริษัทไม่มีนโยบายเปลี่ยนรถใหม่ให้ลูกค้า และประโยคที่ว่า “เสียใจ เขาจะไม่ให้ลูกค้ามามีอิทธิพลเหนือบริษัทฯ”

จึงต้องการร้องเรียนขอความเป็นธรรม และประกาศจะทุบรถคันนี้ทิ้งเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ โดยใช้ค้อนปอนด์ ทุบที่กระจกหน้ารถกว่า 10 ครั้ง จนกระจกรถแตก และได้ใช้พลั่วตีที่กระโปรงหน้ารถอีกนับ 10 ครั้ง จนกระโปรงหน้ารถบุบเสียหาย

วันรุ่งขึ้น ฝั่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ต้องนัด 2 ฝ่ายเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ทั้ง 2 ฝ่ายจึงสามารถตกลงกันได้ โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับซื้อรถยนต์คันดังกล่าวคืนในราคาเต็ม

เรื่องนี้ก็เป็นอันว่าจบซะที …

และในกรณี “Honda CR-V ย้อมแมว” เหตุจากดีลเลอร์ที่จังหวัดนครสวรรค์ ตัวแทนจำหน่ายฮอนด้าที่เปลี่ยนอุปกรณ์ภายในจากรุ่น Top ที่ต้องเป็นเบาะหนังแท้เป็นเบาะปลอม จนผู้บริโภคออกมาเรียกร้อง ซึ่งทำให้ Honda ต้องแก้ปัญหา ด้วยการเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในให้ และมีผลสรุปมาว่าการกระทำดังกล่าวนั้นไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ แต่เป็นการกระทำของตัวแทนจำหน่ายเอง

รวมไปถึงการที่ Honda ออกมาโฆษณาถึงการประหยัดน้ำมันของรุ่น CR-V แต่ไม่เป็นความจริง จนมีการร้องเรียนไปทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.

ซึ่งก็ทำให้ยอดขาย Honda CR-V โฉมนี้ในเวลานั้น เป๋ไปเลยเหมือนกัน!

Honda-CR-V-Sports-2005

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Honda CR-V “Sports” มาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ต ของรุ่นเครื่องยนต์ 2.0i-VTEC E และรุ่นเครื่องยนต์ 2.4i-VTEC EL ด้วยกันชนแบบสปอร์ต แผงกันกระแทกใต้กันชนหน้าและหลัง ฝาครอบไฟตัดหมอก คิ้วขอบล้อ บันไดข้าง สปอยเลอร์หน้า สัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง และสัญลักษณ์ “Sports”

แล้วก็ขายไปเรื่อยๆ จนเปลี่ยนเป็นโฉม G3 ในปี 2550

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda CR-V จัดเป็นรถแนวๆ Off-Road ที่พอจะลุยๆ ได้ และก็วิ่งใช้งานในเมืองได้อย่างไม่ขัดเขิน เป็นรถที่ใช้งานทุกวันได้ เวลาฝนตก ถนนลื่น ก็มั่นใจกับระบบ 4WD แบบ Real Time ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยความอเนกประสงค์เช่นเดียวกับในโฉม G1 แต่ในตัว G2 คุณจะได้ความกว้างสบายขึ้นในทุกมิติ และเครื่องยนต์ใหม่ ที่ใช้ระบบ i-VTEC ช่วยให้ขับสนุกมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัวและมีลูกเล็กๆ 1-2 คน กับงบประมาณแสนต้นๆ ก็ถอยออกมาขับได้แล้ว

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ตัวรถที่ออกได้ดูลงตัวมากขึ้น (แต่บางคนก็บอกว่าโฉม G1 ดูสวยสปอร์ตกว่า) อีกทั้งเครื่องยนต์ที่ให้อัตราเร่งที่ดีกว่า ทั้งในตัว 2.0 ลิตร แรงม้าเยอะ แรงบิดสูง รวมไปถึงช่วงล่าง ที่เกาะถนนมากขึ้นกว่าเดิม ทนทาน ไม่จุกจิก ขับไกลๆ ก็สบาย แต่เครื่องยนต์กลับกินน้ำมันมากขึ้น (ในขณะที่ถังน้ำมันลดขนาดลง เหลือเพียงความจุ 50 ลิตร) ตามอายุของเครื่องยนต์ที่มากขึ้น พร้อมทั้งติดแก๊สก็ได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องเนื้อที่เก็บยางอะไหล่

แต่ในรุ่น 2.0 ลิตร เครื่องยนต์จะไม่ทนแก๊สนัก ส่วนในรุ่น 2.4 ลิตร จะประหยัดขึ้นมาหน่อย เนื่องจากเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด ช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้น (นิดหน่อย)

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ อะไหล่มีทั้งแบบแท้ แบบเทียบ หรือแบบเทียม เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 10,000 – 15,000 บาท ก็เพียงพอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 130,000-  230,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

ร้อนเงิน! อยากขายรถ จบด่วน! CARRO ช่วยคุณได้ รับซื้อทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*