Carro-Thairung-Transformer

จากเหตุการณ์ที่มีข่าวจ่าทหารคลั่ง ขโมยรถฮัมวี่ของทหารพร้อมอาวุธสงคราม ออกไปก่อเหตุยิงผู้บริสุทธิ์ที่สัญจรผ่านไปมาและภายในห้าง Terminal21 มีผู้บาดเจ็บล้มตายหลายสิบคน ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญของคนไทยและคนทั่วโลก เทียบเท่าการก่อการร้าย

ทาง MR.CARRO ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้บาดเจ็บและผู้สูญเสียมา ณ ที่นี้ด้วยครับ และขอเปลี่ยนบรรยากาศในการนำเสนอเรื่องที่เบาลง เพื่อผ่อนคลายวิตกกังวลให้กับทุกท่าน ที่ในวันนี้ ล้วนมีคำถามที่มากมายเกี่ยวกับทหาร และกองทัพบกอย่างมากมาย

รวมไปถึงคำถามเกี่ยวกับรถยนต์ประจำการในกองทัพ ที่พัฒนามาจนเป็นรถสำหรับพลเรือนอย่าง Thairung Transformer (ไทยรุ่ง ทรานฟอร์เมอร์) ซึ่ง MR.CARRO จะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง และรู้จักกัน …

MUV4-Military-Utility-Vehicle-Motortrivia

ภาพจาก Motortrivia.com

แนวคิดของรถทหาร MUV4

รถทหารของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศไทย ในอดีตก็จะนิยมใช้รถยนต์ที่เป็นรถทหารจากต่างประเทศหลากหลายแบบ อาทิ รถ Jeep, รถ HMMWV หรือ High Mobility Multipurpose Wheeled Vehicle (ภาษาปาก = Humvee) (ฮัมวี่) (สำหรับพลเรือนขายในชื่อ Hummer), รถ GMC, รถ Unimog รถของชัยเสรี หรือรถหุ้มเกราะอัศวิน ที่ดัดแปลงมาจาก Mitsubishi L200 Strada 4X4 เป็นต้น

MUV4

MUV4

ต่อมาทางกองทัพบก ได้มีแนวคิดริเริ่มคิดค้น และพัฒนาการใช้งานรถยนต์ตรวจการณ์ภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อลดการสั่งซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งทางไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ ที่เป็นผู้ผลิตและประกอบรถยนต์ของคนไทย จึงได้ทำการออกแบบและผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ รถต้นแบบ “MUV4 (Military Utility Vehicle)” ซึ่งเป็นรถตรวจการณ์ลาดตระเวนทางการทหาร 4 ที่นั่ง ออกแบบพิเศษ สำหรับทหารใช้งานโดยเฉพาะเป็นครั้งแรกในเมืองไทย และนำไปโชว์ในงาน Defense & Security 2009 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552

เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่น ไม่ได้สนใจพัฒนารถยนต์เพื่อทางทหาร เพราะมีความต้องการไม่มาก และติดเงื่อนไขทางกฎหมายในการห้ามผลิตยุทธภัณฑ์ จึงเป็นโอกาสของทาง บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) เข้ามาผลิตในจุดนี้ บนโครงสร้างของรถกระบะ (Pick Up) ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร ที่มีการผลิตขายในประเทศ

MUV4-Military-Utility-Vehicle-Motortrivia

ภาพจาก Motortrivia.com

จุดประสงค์ในการออกแบบ เพื่อให้เป็นรถยนต์ประเภท รยบ. ขนาดเบา แบบ 4 X 4 แบบ 50 (หรือ M50) และแบบ 51 (หรือ M51) ของกองทัพบก ตามที่กรมสรรพาวุธทหารบก มีความประสงค์จะใช้งาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตำรวจตระเวนชายแดน หรือหน่วยทหารในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น

ตัวรถออกแบบโดยระบบคอมพิวเตอร์ CAD, CAE, CAM มาตรฐานสากล และมีการวิเคราะห์ความแข็งแรงของโครงสร้าง (Simulates) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การผลิตชิ้นส่วนด้วยโลหะขึ้นรูป ตัวถังรถทั้งคันผ่านระบบชุบสีกันสนิม โดยประจุไฟฟ้า (EDP) และขบวนการพ่นสีมาตรฐานเดียวกับกับผู้ผลิตรถยนต์

มีการทดสอบในรูปแบบการใช้งานบนถนนจริง และบนอุปสรรคต่างๆ ซึ่งสามารถลุยน้ำได้สูงถึง 50 ซม. สามารถไต่ทางลาดชันได้ 40 องศา และไต่ทางลาดเอียงได้ 30 องศา

รถตรวจการณ์ลาดตระเวน MUV4 ที่ไทยรุ่งฯ ในเวลานั้นพัฒนาขึ้น มี 3 รุ่น ได้แก่

MUV4-Military-Utility-Vehicle-Motortrivia

MUV4-Military-Utility-Vehicle-Motortrivia

ภาพจาก Motortrivia.com

  • รุ่นหลังคาเหล็ก (Hard Top)

MUV4-Military-Utility-Vehicle-Motortrivia

MUV4-Military-Utility-Vehicle-Motortrivia

ภาพจาก Motortrivia.com

  • รุ่นหลังคาผ้าใบ (Soft Top)

TR-Transformer

  • รุ่น Station Wagon หลังคาเหล็ก 5-11 ที่นั่ง (ภายหลังมาเป็น TR Transformer)

โดยรถทุกรุ่น มีคุณลักษณะเฉพาะในการใช้งานครบครัน อาทิเช่น

  • บรรทุกกำลังพลรวมทั้งพลขับ ได้ไม่น้อยกว่า 4 นาย พร้อมสัมภาระพร้อมรบ
  • สามารถติดตั้งอาวุธประจำหน่วยวิถีราบ แผ่นเสริมความแข็งแรงที่พื้นรถ
  • ติดตั้งเครื่องมือสื่อสารได้ โดยไม่เป็นขีดจำกัดในการบรรทุกกำลังพล และสัมภาระพร้อมรบ
  • เคลื่อนย้ายด้วย เฮลิคอปเตอร์ 47D ได้
  • มีห่วงยึดตรึง สามารถบรรทุกกับขบวนรถไฟ หรือส่งทางอากาศได้
  • สามารถปรับเปลี่ยน (Converted) ให้เหมาะสมกับการใช้งานทางด้านยุทธการอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เช่น รถบังคับการ, ลาดตระเวน, บรรทุกสัมภาระ, รถพยาบาล ฯลฯ
  • คล่องตัวในการเคลื่อนที่ทั้งในเส้นทางบนถนนและในภูมิประเทศที่ทุรกันดาร
  • สามารถเปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อ โดยไม่ต้องหยุดรถแบบ Shift On The Fly
  • ภายในห้องโดยสาร ยกชุดแผงคอนโซลและเบาะนั่งมาจาก Toyota Hilux Vigo รวมไปถึงเครื่องยนต์และช่วงล่าง ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน และการซ่อมบำรุง

TR-Transformer

ทำไม Thairung ถึงลงมาเล่นรถตลาดนี้?

เนื่องจากตลาดรถ PPV ที่ทาง Thairung ผลิตอยู่เดิมนั้น ได้ถูกทางผู้ผลิตรถ ไม่ส่งรถให้ผลิตจำหน่ายแบบแต่ก่อน และผลิตรถยนต์ออกมาขายเอง ทางไทยรุ่งฯ จึงต้องหาทางรอดในการทำธุรกิจรถยนต์ ด้วยการจำหน่ายรถยนต์ให้หน่วยงานราชการ และทำตลาดรถที่แตกต่างออกไป ในราคาที่เทียบกับคู่แข่งได้

TR-Transformer-Brochure

กำเนิดของ TR Transformer, Transformer Plus และ Transformer Max

ในเดือนมีนาคม 2554 ไทยรุ่งฯ ก็ถึงเวลาเผยตัวรถต้นแบบ TR Transformer ก่อนจะออกขายในเวลาต่อมา และ Transformer Plus แบบกระบะ 4 ประตู ในเดือนมีนาคม 2556 ให้คนทั่วไปได้รู้จักกันจริงๆ สักที

TR-Transformer-Brochure

รถยนต์ TR Transformer ได้ถูกออกแบบขึ้นให้มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทรงเหลี่ยม ดูแข็งแรง บึกบึน ในสไตล์คล้าย Hummer หรือ Land Rover Defender ซึ่งไม่เหมือนใคร เพิ่มบันไดข้าง กล้องมองภาพด้านหลัง อีกทั้งมีขนาดห้องโดยสารที่กว้างขวาง เบาะหุ้มหนังใหม่โทนสีดำ มีอุปกรณ์มาตรฐานเช่นเดียวกับใน Vigo ครบ

TR-Transformer-Brochure

ไทยรุ่งฯ ได้นำเอาแชสซีส์และระบบเครื่องยนต์ของ Toyota Hilux Vigo มาใช้ นั่นคือรหัส 1KD-FTV (I/C) ขนาด 3.0 ลิตร แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Turbo Intercooler คอมมอนเรล ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 -3,200 รอบ/นาที ผ่านระบบส่งกำลังแบบธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด

TR-Transformer-Brochure

สำหรับ TR Transformer และ TR Transformer Plus มาพร้อมกับขุมพลังรหัส 1KD-FTV ขนาด 3.0 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler คอมมอนเรล ให้แรงม้าสูงสุด 171 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 -3,200 รอบ/นาที พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 5 สปีด

TR-Transformer-Plus

TR-Transformer-Plus

ราคาอาจดูสูงไปสักนิดนึง แต่เนื่องจากต้นทุนมาสูง เพราะไทยรุ่งฯ ต้องซื้อรถจากทาง Toyota มาแล้วถอดออกเป็นชิ้นๆ แล้วเอาโครงรถของ TR Transformer และ TR Transformer Plus ครอบลงไปอีกที

TR-Transformer-Max

ในเดือนมีนาคม 2558 ไทยรุ่ง จึงได้เปิดตัว TR Transformer MAX ทำหลังคาให้สูงขึ้นกว่าเดิม แบบ 11 ที่นั่ง สามารถรองรับผู้โดยสารที่มีความสูงถึง 175 ซม. ได้ทุกที่นั่ง

TR-Transformer-Max

มาพร้อมกับขุมพลังรหัส 2KD-FTV (VNT) ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler คอมมอนเรล ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 -2,800 รอบ/นาที พร้อมระบบส่งกำลังแบบธรรมดา 5 สปีด

และรหัส 1KD-FTV ขนาด 3.0 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler คอมมอนเรล ให้แรงม้าสูงสุด 171 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 -3,200 รอบ/นาที พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 5 สปีด

ต่อมาทาง Toyota ได้เปิดตัว Toyota Hilux Revo ออกมาจำหน่ายในปี 2558 ได้สักพัก ทาง Thairung จึงได้เปิดตัว TR Transformer II ออกมาจำหน่ายด้วเช่นกัน สำหรับรายละเอียดของรถรุ่นนี้ MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังในครั้งต่อไปครับ

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

TR Transformer ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองที่มีคนนิยมเฉพาะกลุ่ม อาจจะเป็นคนที่ชอบแนวทหาร แนวแข็งแกร่ดุดัน ชอบการใช้ชีวิตผจญภัย เข้าป่าฝ่าดง ชอบความไม่เหมือนใคร

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

TR Transformer มือสอง มีความได้เปรียบตรงที่ใช้แชสซีส์ ช่วงล่าง เครื่องยนต์ และภายในแบบเดียวกับ Toyota Hilux Vigo ที่ไทยรุ่งฯ นำรถรุ่นนี้มาดัดแปลง ง่ายในเรื่องการบำรุงรักษา หาอะไหล่ หรือเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆ ยกเว้นตัว Parts ภายนอก ที่หาเปลี่ยนได้จากในศูนย์ของไทยรุ่งฯ เท่านั้น

แต่ตัวรถต้องแบกน้ำหนักถึง 2 ตันกว่า (หากรวมผู้โดยสาร) เหล็กตัวถังค่อนข้างหนา ทำให้อัตราเร่งตีนปลายอาจจะไม่ปรู๊ดปร๊าดเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อืด และตัวรถที่เป็นเหลี่ยมสัน อาจรู้สึกเสียงลมปะทะดังหน่อย เมื่อใช้ความเร็วสูง

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทาน ไม่จุกจิก เพราะองค์ประกอบหลักๆ ยังคงเป็น Toyota ค่าบำรุงรักษาไม่ถูกไม่แพง ศูนย์บริการเข้าได้ทั้ง Toyota และ Thairung เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็พอเพียง

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 830,000 – 950,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ มาขายรถกับ CARRO สิ เรารับซื้อรถมือสอง ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*