เจาะลึก-NewYaris

เจาะลึก! Toyota Yaris Hatchback ใหม่ มีเพิ่มอะไรให้บ้าง ในแต่ละรุ่นย่อย?

Toyota-Yaris-Head

หลังจากที่ Toyota ได้เปิดตัว Yaris Hatchback Minorchange (ยาริส แฮทช์แบ็ค ไมเนอร์เชนจ์) ไปแล้วเมื่อวานที่ผ่านมา เชื่อได้ว่าแฟนๆ โตโยต้า ที่กำลังสนใจและอยากซื้อรถใหม่ หรือกำลังต้องการศึกษาข้อมูลของ Yaris Hatchback ในตอนนี้ คงอยากรู้เป็นแน่แท้ว่า มีอะไรจัดมาให้ หรือเพิ่มขึ้นมาในแต่ละรุ่นย่อยบ้าง?

ทาง Carro ขอรวบรวมข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานของ Yaris ทุกรุ่นย่อย มาให้ทุกท่านได้พิจารณากันครับ

Toyota Yaris Hatchback มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แกรุ่น J ECO, J, E และ G มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 86 แรงม้า 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.0 กก.-ม. (108 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

มิติตัวรถยาว 4,145 มม. กว้าง 1,730 มม. สูง 1,475 มม. (รุ่น G 1,500 มม.) ระยะฐานล้อ 2,550 มม.

Toyota-Yaris-Safety

และสีใหม่! Citrus Mica Metallic (มาแทนสี Frozen Blue Metallic)

รุ่น J ECO ราคา 479,000 บาท

Toyota-Yaris-J-Eco-Grade

Toyota-Yaris-J-Eco-Grade-Interiorอุปกรณ์มาตรฐานรุ่น J ECO

– ล้อกระทะเหล็กแบบ 14 นิ้ว
– ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ ฮาโลเจน
– ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding
– เสาอากาศแบบสั้น
– ที่ปัดน้ำฝนแบบธรรมดา
– กระจกมองข้างสีดำ
– มือจับประตูสีดำ
– พวงมาลัยแบบยูรีเทน ปรับสูง-ต่ำ ได้
– เบาะนั่งหุ้มวัสดุผ้า
– กระจกไฟฟ้าคู่หน้า (ด้านหลังแบบมือหมุน)
– เบาะนั่งด้านหลังพับได้
– ไฟอ่านแผนที่
– Eco Meter
– กุญแจรีโมท
– ลำโพง 2 ตำแหน่ง (ไม่มีเครื่องเสียง)
– กระจกมองข้างแบบธรรมดา
– ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านนิรภัยด้านข้าง และ หัวเข่าฝั่งคนขับ)
– ระบบเบรก ABS/EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA
– ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
– ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC

รุ่น J ราคา 529,000 บาท

Toyota-Yaris-J-Grade

Toyota-Yaris-J-Grade-Interior

อุปกรณ์มาตรฐาน (ที่เพิ่มมาจากรุ่น J ECO)

– ล้อกระทะเหล็กแบบ 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ
– กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
– มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ
– กระจกไฟฟ้า 4 บาน
– เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้
– กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
– เครื่องเสียง AM/ FM / CD / MP3 / WMA พร้อม USB / AUX

รุ่น E ราคา 559,000 บาท
Toyota-Yaris-E-Grade

Toyota-Yaris-E-Grade-Interior

อุปกรณ์มาตรฐาน (ที่เพิ่มมาจากรุ่น J)

– ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว
– แผ่นกันความร้อนใต้ฝากระโปรง
– ที่ปัดน้ำฝนหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้
– กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
– กระจกบังลมหน้า Acoustic Glass
– กระจกแต่งหน้าบริเวณที่บังแดดคู่หน้า
– เบาะหลังปรับพับแยก 60:40
– แผงปิดห้องสัมภาระท้ายรถ
– มาตรวัดเรืองแสง
– จอแสดงข้อมูลการขับขี่ (MID)
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– Bluetooth
– ลำโพง 4 ตำแหน่ง
– สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
– กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า
– สัญญาณกะระยะท้าย
– กุญแจ Immobilizer
– สัญญาณกันขโมย TDS

รุ่น G ราคา 609,000 บาท

Toyota-Yaris-G-Grade

Toyota-Yaris-G-Grade-Interior

อุปกรณ์มาตรฐาน (ที่เพิ่มมาจากรุ่น E)

– ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อม LED Light Guiding
– ไฟหน้าเปิด-ปิด อัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home
– ไฟส่องสว่างแบบ LED Daytime Running Lights
– ไฟตัดหมอกหน้า
– กระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม ด้านล่างสีดำเงา
– เสาอากาศแบบครีบฉลาม
– มือจับประตูโครเมียม
– พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยแถบเมทัลลิก
– ระบบ Smart Entry และ Push Start

หากคุณกำลังตัดสินใจซื้อรถรุ่นนี้อยู่ ขอให้คำนึงว่า เรามีความต้องการใช้งานแบบไหน งบประมาณมีอยู่เท่าไหร่ เพราะออพชั่นบางอย่าง ก็อาจไม่ได้จำเป็นใช้งานเสมอไป ลองตัดสินใจหรือพิจารณาเลือกซื้อดู …

แต่ถ้าติดเรื่องงบประมาณ แนะนำให้ลองดู Yaris Hatchback มือสองสภาพดีๆ สักคัน หรืออยากได้ Yaris Hatchback รุ่นท็อปสุด ในราคาที่ถูกกว่ารถป้ายแดง ก็ลองเข้าไปเลือกค้นหาได้ที่ https://th.carro.co/ ครับผม!

ผ่อนรถไม่ไหว-ทำอย่างไรดี

ผ่อนรถอย่างไร ให้สบายใจและผ่อนหมดเร็วที่สุด ต้องอ่าน

Toyota-Sienta

รถยนต์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายคนต้องการ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป อาทิเช่น ความจำเป็นในการเดินทางแทนการใช้ระบบขนส่งมวลชน ใช้ประกอบอาชีพ ทำมาหากิน หรือใช้งานในครอบครัว เป็นต้น ทำให้รถยนต์เป็นพาหนะที่คนส่วนใหญ่ต้องการไว้เป็นเจ้าของ และมีการเปลี่ยนใหม่อยู่เสมอ

แน่นอนว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์ ย่อมมีรายจ่ายตามมาอยู่เสนอ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอตรวจเช็คต่างๆ ค่าภาษีรถยนต์ประจำปี ค่า พรบ. ค่าประกันภัย ค่าชนเขา ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งผู้ซื้อหลายคนมักมองข้ามค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ถ้าคุณพิจารณาอย่างรอบคอบว่าพร้อมซื้อรถจริงๆ ปัญหา เช่น ผ่อนรถต่อไม่ไหว ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ก็ต้องหาทางแก้ไข

Toyota-Aqua

ความต้องการซื้อรถ มีทั้งความจำเป็นในการใช้งาน ส่วนใหญ่มักมีรถเพียงคันเดียว และซื้อด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์ การตัดสินใจซื้อมักขึ้นอยู่กับงบประมาณเป็นอันดับแรก ซึ่งอาจจะเลือกได้ทั้งรถยนต์ใหม่ป้ายแดง และรถมือสอง ส่วนปัจจัยรองลงมา ก็อาจจะเป็นที่คุณสมบัติการใช้งานของรถ ยี่ห้อ บริการหลังการขาย และความชอบรูปตัวรถรุ่นนั้นๆ เป็นต้น

แต่เมื่อคุณมีเงินสดที่จะซื้อรถไม่พอ ทางออกในการเป็นเจ้าของรถก็มีอยู่หลายแบบ อาทิเช่น …

Toyota-Tank

การเช่าซื้อ

ทางออกสำหรับคนที่เงินไม่พอ แต่อยากเป็นเจ้าของรถยนต์ สถาบันการเงินต่างๆ มีบริการให้เช่าซื้อรถทั้งสำหรับรถใหม่และรถใช้แล้ว ซึ่งผู้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินเป็นงวดๆ ตามจำนวนเงิน พร้อมดอกเบี้ย และระยะเวลาที่กำหนด และมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลรักษาตัวรถ กรรมสิทธิ์ของรถยนต์ จะยังไม่เป็นของผู้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระเงินครบตามสัญญา จึงจะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหลังจากชำระครบ ไม่จำเป็นต้องรอการโอนและรับมอบใบคู่มือจดทะเบียนจากผู้ให้ผู้เช่าซื้อ

ส่วนวงเงินเช่าซื้อรถ​​ สำหรับรถใหม่ วงเงินส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 75-80% ของราคารถยนต์ ส่วนที่เหลือผู้ซื้อจะต้องวางเงินดาวน์ และรถมือสอง วงเงินจะขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง อายุการใช้งาน และสภาวะเศรษฐกิจ โดยอัตราดอกเบี้ยของรถมือสองจะสูงกว่ารถใหม่ เพราะเมื่อเทียบกับรถใหม่แล้ว เพราะสถาบันการเงินที่ให้เช่าซื้อรถใช้แล้ว มีความเสี่ยงสูงกว่าหากต้องนำรถมือสองมาขายทอดตลาด เพราะขายยากกว่า

การคิดดอกเบี้ยส่วนใหญ่จะคิดแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) คำนวณจากเงินต้นทั้งจำนวนและระยะเวลาการผ่อนชำระทั้งหมด เพื่อกำหนดว่าในแต่ละเดือนจะต้องจ่ายดอกเบี้ยและผ่อนชำระเดือนละเท่าไร และหากทำการสำรวจเงื่อนไขการเช่าซื้อแล้วพบว่ามีผู้ให้เช่าซื้อบางรายเสนออัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) แต่ผู้ให้เช่าซื้อรายอื่นใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) เราก็สามารถเปรียบเทียบได้ว่าใครถูกหรือแพงด้วยการเปลี่ยน Flat Rate เป็น Effective Rate ​

แต่ถ้ามีเหตุไม่สามารถผ่อนชำระต่อได้ โดยเฉพาะหลายงวดติดต่อกัน อาจโดนยึดรถและฟ้องจากผู้ให้เช่าซื้อ (ปัจจุบันผู้ให้เช่าซื้อจะยึดรถได้ก็ต่อเมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดต่อกัน โดยผู้ให้เช่าซื้อยังต้องมีหนังสือบอกกล่าวผู้เช่าซื้อให้ใช้เงินรายงวดที่ค้างชำระ ภายในเวลาอย่างน้อยอีก 30 วัน นับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือ พอครบกำหนดแล้วผู้เช่าซื้อยังไม่ชำระเงิน ผู้ให้เช่าซื้อจึงจะยึดรถได้)*

(*ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2555 ในราชกิจจานุเบกษา)

ยกตัวอย่างเช่น ยอดเงินกู้ซื้อรถยนต์ 240,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.75% ผู้กู้ตกลงผ่อนจ่ายเดือนละ 10,600 บาท (แบ่งเป็นเงินต้น 10,000 บาท ดอกเบี้ย 600 บาท) จำนวน 24 งวด

ต่อมา ขึ้นปีที่ 2 ผู้กู้ต้องการปิดบัญชี ซึ่งผู้กู้ได้จ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยไปแล้ว 12 เดือน ยังคงเหลืออีก 12 เดือนที่ยังค้างชำระ ซึ่งจะมีวิธีการคำนวณ ดังนี้

– เงินต้นของงวดที่เหลือ (10,000 x 12 เดือน) 120,000 บาท
– ดอกเบี้ยของงวดที่เหลือ (600 x 12 เดือน) 7,200 บาท

หักส่วนลดแก่ผู้เช่า 50% ของดอกเบี้ยงวดที่เหลือ (7200 x 50%) (3,600) บาท ดังนั้น คงเหลือเงินที่ต้องชำระคืน 123,600 บาท

Toyota-Passo

ในแง่ของการจ่ายค่างวด ก็มีข้อควรคำนึงถึง ดังนี้

1. อย่าจ่ายน้อยๆ แต่นานๆ เพราะการเพิ่มเงินผ่อนต่อเดือนอีกเล็กน้อย โดยไม่กระทบกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและการออมเผื่อฉุกเฉิน จะช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้น​

2. อยากจ่ายดอกเบี้ยและผ่อนต่องวดน้อย ๆ วางเงินดาวน์มากๆ ช่วยได้ ถ้ายังไม่จำเป็นต้องรีบซื้อรถ ควรเก็บสะสมเงินดาวน์ไปเรื่อยๆ ดีกว่า เพราะยิ่งมีเงินดาวน์มาก (เช่น วางเงินดาวน์ 30% ของราคาตัวรถ) ก็จะช่วยให้เราจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง

เมื่อผ่อนไม่ไหวจริงๆ ทางออกที่มี นั่นคือ

1. ขายดาวน์ เป็นการขายรถเพื่อให้ผู้เช่าซื้อใหม่มารับช่วงผ่อนต่อ โดยการเปลี่ยนชื่อสัญญา บางทีอาจต้องยอมเพิ่มเงินส่วนต่างให้กับผู้เช่าซื้อรายใหม่ คุณอาจจะขายในเกณฑ์เท่ากับที่คุณผ่อนมา แล้วลดราคาให้เจ้าของใหม่อีกนิดหน่อย แต่ข้อเสียก็มี เช่น มีค่าเปลี่ยนสัญญา และต้องมีคนค้ำประกัน รถบางรุ่นที่ดาวน์น้อย ราคาตกมากๆ ก็ยิ่งปล่อยออกยาก

2. ปล่อยให้สถาบันการเงินยึดรถ ก็มักจะนำไปขายต่อทั้งคัน ซึ่งมักต่ำกว่าราคาซื้อขาย จึงทำให้คุณต้องจ่ายส่วนต่างมากกว่ากรณีขายดาวน์แน่นอน และยังมีดอกเบี้ยจากการผิดสัญญา ฯลฯ แถมเสียประวัติเครดิตบูโรอีกครับ

3. ยืมเงิน (คนรอบข้าง) เพื่อมาปิดสัญญาเช่าซื้อ และขายต่อ เพื่อนำส่วนต่างมาใช้คืน เมื่อนำเงินไปปิดสัญญาแล้วนำรถไปขายต่อ ซึ่งอาจจะได้ส่วนต่างเป็นเงินเพิ่มก็นับว่าโชคดี แต่ส่วนใหญ่แล้วจะได้น้อยกว่าที่จ่ายไป เพราะรถราคาตกไปตามปีและสภาพการใช้งานแล้ว

Toyota-Passo

หากท่านสนใจต้องการที่จะซื้อรถมือสอง ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ซื้อ ขาย รีไฟแนนซ์ รถยนต์อย่างมืออาชีพกับ Carro Thailand” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ใน Fanpage “Carro Thailand” ครับผม

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ศศง. และ ธปท.

ขับรถหน้าฝน อย่าลืมใส่ใจปัดน้ำฝน

ขับรถหน้าฝน อย่าลืมใส่ใจปัดน้ำฝน

             ในช่วงที่ฝนตกกันเป็นประจำอยู่แทบทุกวันนั้น สิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งและช่วยให้การขับรถตอนฝนตกของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นนั่นคือ “ใบปัดน้ำฝน” อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ แต่มีความสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ของรถยนต์ ทาง Carro ขอแนะนำเคล็ดลับ ในการใช้งานและเลือกใช้ใบปัดน้ำฝนครับ

Wiper-ปัดน้ำฝนขอขอบคุณภาพจาก Gazoo

การเลือกซื้อใบปัดน้ำฝน

การเลือกซื้อใบปัดน้ำฝนที่ดี ควรเลือกขนาดตามแบบมาตรฐานที่ติดรถยนต์มาจึงจะดีที่สุด เพราะตรงตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์เลือกใช้ หากนำใบปัดน้ำฝนขนาดเล็กกว่าที่ติดอยู่เดิม อาจทำให้รัศมีในการ
ปัดน้ำฝนบนหน้ากระจกน้อยลง หากใบปัดน้ำฝนมีขนาดใหญ่มากไป ใบปัดจะเลยขอบกระจก ทำให้มีอายุการใช้งานสั้นลง

Wiper-ปัดน้ำฝน

ที่สำคัญ ยางใบปัดน้ำฝนต้องผลิตจากวัสดุและเนื้อยาง (หรือซิลิโคน) ที่มีคุณภาพ ทนทานต่อสภาพอากาศร้อน โครงของใบปัดน้ำฝนทำจากโลหะ เพื่อป้องกันการกระพือจากแรงลมในขณะขับรถด้วยความเร็วสูง และช่วยเพิ่มน้ำหนักในการรีดน้ำจากกระจก แนบสนิทกับกระบังลมหน้า-หลัง

Wiper-ปัดน้ำฝน

เช็คใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ

ใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพแล้วเป็นอย่างไร? สังเกตได้จาก เนื้อยางเริ่มแข็งกรอบและมีรอยแตกฉีกขาด เวลาปัด มีเสียงปัดน้ำฝนเสียดสีกับกระจกเสียงดังครืดคราด ปัดแล้วรีดน้ำออกจากกระจกไม่หมด มีคราบน้ำ ละอองน้ำ เป็นม่านบนกระจก

Wiper-ปัดน้ำฝน

วิธีดูแลใบปัดน้ำฝน

วิธีดูแลใบปัดน้ำฝน หากเป็นไปได้ หมั่นจอดรถในที่ร่ม เพื่อป้องกันแสงแดด ที่ทำให้ยางใบปัดน้ำฝนแข็งกรอบ เพราะยางต้องแนบกับกระจกที่รับความร้อน ควรยกก้านใบปัดน้ำฝนขึ้น และ
ใช้ผ้าชุบน้ำ เช็ดตามแนวยาวของใบปัดน้ำฝน ถ้าเป็นไปได้ ควรใช้น้ำยาเช็ดกระจกให้ลื่นและเงา เพื่อเสริมให้ปัดน้ำฝนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Wiper-ปัดน้ำฝน

ในส่วนของหัวฉีดปัดน้ำฝนก็สำคัญ หากเกิดการอุดตัน ให้นำเข็มหมุดแหย่บริเวณรูฉีดน้ำ เพราะอาจจะเศษฝุ่นอุดตันอยู่ ทำให้น้ำไม่พุ่งออกมาเต็มที่ อีกทั้งหมั่นเติมน้ำแชมพูสำหรับไว้ฉีดล้างกระจกให้พร้อม เพื่อขจัดคราบสกปรกเวลาใช้งานปัดน้ำฝน

ถือเป็นเคล็ดลับที่คุณควรรู้ไว้ สำหรับในการดูแลรักษารถยนต์ของคุณ Carro ขอแนะนำให้คุณควรเปลี่ยนปัดน้ำฝน ทุกๆ 1 ปี เพื่อให้คุณขับขี่รถลุยฝนได้อย่างมั่นใจครับ

ข้อควรเช็คก่อน-ซื้อ-ขาย

10 ข้อควรเช็คก่อนซื้อ-ขายรถมือสอง
รับรองได้ราคาดีแน่นอน !!

          เคยสงสัยไหม? ทำไมรถบางรุ่นราคาแพงแสนแพง บางรุ่นราคาถูกจนงง รถบางคันเป็นรุ่นยอดนิยมที่เห็นขับกันเต็มถนน แต่ไม่รู้ทำไมขายออกยากเหลือเกิน เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เชื่อไหมว่าสิ่งที่ Carro เกริ่นมานี้เป็นสิ่งที่คนขายรถมือสองหลายคนก็สงสัย คนซื้อรถมือสองจำนวนมากก็ยังงงงวย แต่ไม่ต้องกังวลไปจ้า! ในบทความนี้ Carro ได้รวบรวม 10 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถมีราคาถูก-แพงต่างกันมาให้คุณอย่างคร่าวๆ แล้ว! รับรองอ่านแล้วเก็ท เข้าใจตรงกันทั้งคนซื้อคนขายแน่นอน!

  1. รถตลาดมักขายง่ายและได้ราคาดี

          ข้อนี้พูดถึงแบรนด์ล้วนๆ ขอให้ตัดเรื่อง สภาพ ราคา และปัจจัยอื่นๆ ออกไปก่อนเลย เป็นที่รู้กันดีว่า ในวงการรถยนต์มือสอง รถตลาด (อย่าง Toyota Honda) นั้นจะราคาตกน้อยกว่าหากเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ต่อให้เป็นแบรนด์ที่ดังระดับโลก แต่หากไม่ค่อยมีชื่อเสียงในไทย รถก็มีโอกาสที่จะราคาดิ่งลงเหว เพราะไม่ตรงกับความนิยมของผู้ซื้อส่วนใหญ่

 

  1. รถยิ่งใหม่ ยิ่งราคาสูง

          อายุของรถมีผลต่อราคามาก ขึ้นชื่อว่าเป็นรถมือสองนั้นราคาก็ต้องถูกกว่าป้ายแดงอยู่แล้ว แต่จะถูกกว่าแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าผ่านการใช้งานนานแค่ไหนด้วย หากเป็นรถที่ใช้มาไม่เท่าไหร่ แล้วเจ้าของนำมาขายต่อในสภาพสุดนิ้ง รถก็ย่อมมีราคาสูงเป็นธรรมดา

 

          นอกจากนี้ อายุของรถยังมีผลต่อการขอจัดไฟแนนซ์ ด้วยเพราะรถที่อายุเกิน 7 – 8 ปีขึ้นไปก็จะเริ่มขอจัดไฟแนนซ์ยากแล้ว อีกทั้งรถแต่ละคันก็ย่อมมีการเสื่อมสภาพไปตามเวลา ฉะนั้นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกันที่รถอายุมากหน่อยมักจะมีราคาตก

 

  1. ยิ่งสภาพดี ยิ่งราคาดี

          สภาพรถนั้นสำคัญมากสำหรับคนซื้อ เพราะไม่มีใครอยากได้รถที่ผ่านอุบัติเหตุหนักมา หรือเสียหายที่โครงสร้างสำคัญอยู่แล้ว ต่อให้เป็นรถที่เพิ่งถอยป้ายแดงออกมาใหม่ๆ ก็ตาม ในทางกลับกัน หากเป็นรถที่อายุการใช้งานมากหน่อย แต่เจ้าของเดิมดูแลอย่างดี มีประวัติการซ่อมบำรุงที่เชื่อถือได้ รถก็มีโอกาสที่จะได้ราคาดีตามไปด้วยหากอยากทราบรายละเอียดเรื่องราคารถต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 096-463-3298 หรือช่องทางการติดต่อ Facebook : carrothailand / Line : carrothailand

 

  1. ไมล์ยิ่งน้อยยิ่งดี

          แม้ว่าไมล์จะกรอได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังชมชอบรถที่ไมล์น้อยๆ เพราะเชื่อว่ารถที่ไมล์น้อยกว่า แปลว่าผ่านการใช้งานมาน้อยกว่า การเสื่อมสภาพย่อมจะน้อยกว่า มาตรฐานที่ใช้เป็นเกณฑ์กันทั่วไปคือประมาณ 10,000 กม./ปี หากเกินกว่านี้คนซื้อบางคนก็จะรู้สึกไม่โอเคแล้ว

 

  1. รถที่มีประวัติจะขายยากและราคาตกมาก

          ประวัติในที่นี้มีตั้งแต่ประวัติอาชญากรรม ไปจนถึงเรื่องหลอนๆ ลี้ลับ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนซื้อส่วนใหญ่เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง เพราะฉะนั้นรถจึงขายยาก และราคาตกมาก

 

  1. รุ่นย่อยดี ราคาก็ดีตาม

          คนซื้อมือสองมักไม่ค่อยมองหารถรุ่นพื้นฐาน เพราะรู้สึกว่าออพชั่นมาไม่ค่อยครบ และเพิ่มงบขึ้นมาอีกนิดก็ได้รถที่ดีกว่าแล้ว อีกทั้งรุ่นย่อยที่สูงๆ ขึ้นหน่อยมักมาพร้อมกับของสมนาคุณจากเซลส์ เป็นสิ่งที่คนซื้อบางคนนิยมชมชอบเช่นกัน

 

  1. รถแต่งมาดี ราคาขายต่ออาจไม่ดีตาม

           หลายคนชื่นชอบการแต่งรถ และอาจลงทุนกับอุปกรณ์ตกแต่งไปจนถึงหลักแสนหลักล้าน แต่ Carro ขอแนะนำว่ารถที่จะขายได้ราคาดีที่สุดก็คือรถที่ใกล้เคียงกับสภาพตอนถอยป้ายแดงออกมามากที่สุด ฉะนั้น หากใครอยากจะขายรถแต่ง แนะนำให้ควรถอดของแต่งออกแล้วใส่ชิ้นส่วนเดิมกลับคืน ส่วนพวกอุปกรณ์ตกแต่งนั้นเอาไปขายต่อให้ถูกแหล่งอาจจะทำเงินคุ้มค่ามากกว่า

  1. ติดแก๊สมา ราคาตกชัวร์

           คนซื้อหลายคนมักมีความกลัวว่ารถที่ติดแก๊สมาจะทำให้เครื่องยนต์เสื่อมเร็ว อีกทั้ง โดยมากแล้วรถที่ติดแก๊สมักจะผ่านการใช้งานมาค่อนข้างมาก ฉะนั้นหากคุณมีรถอยู่ และคิดว่าวันหนึ่งอาจส่งต่อ อย่าเพิ่งติดแก๊สมาจะดีกว่า เพราะรถจะได้ราคาดีกว่า

 

  1. สีพื้นๆ ปลอดภัยกว่า

          สีรถยอดนิยมของคนไทย คือ ขาว ดำ บรอนซ์ และเทา หากจะขายต่อรถสีเหลือง แดง เขียว ชมพู ฯลฯ ทำใจไว้ก่อนเลยว่ารถจะขายต่อยาก และราคาจะตกลงอย่างแน่นอน เว้นแต่ว่าบังเอิญเจอคนรสนิยมเดียวกัน

 

  1. ประวัติการซ่อมบำรุง มีไว้อุ่นใจกว่า!

          หลายคนให้ความสำคัญกับ Book Service เพราะแสดงถึงการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอของเจ้าของรถ ซึ่งเป็นข้อหนึ่งที่ส่งผลให้รถมีราคาสูงขึ้นเช่นกัน

 

         วันที่ซื้อรถมา หลายคนอาจจะไม่ทันคิดว่าวันหนึ่งอาจจะต้องส่งต่อ หลายข้อที่ Carro ลิสต์มานี้เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างยิ่งหากคุณกำลังจะซื้อหรือขายรถ เพราะเป็นปัจจัยที่จะช่วยบอกว่ารถที่คุณซื้อ/ขาย ควรจะมีราคาสูงต่ำได้แค่ไหน และหากรถคันนั้นราคาตกมาก เหตุผลคืออะไร? รู้ไว้ก่อนจะได้เข้าใจตรงกันทั้งคนซื้อและคนขาย และไม่ถูกใครเอาเปรียบด้วย!