Carro-Roojai-5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

หากพื้นที่จอดรถไม่มีหลังคาที่จอดรถ หลายคนมักจะคิดว่าขอจอดรถใต้ต้นไม้เพราะได้จอดรถในร่ม ยังไงก็ดีกว่า แต่นั่นอาจไม่จริงเสมอไปเพราะมันอาจมีภัยที่ทำร้ายกับรถของคุณมากกว่าข้อดีที่แค่ช่วยให้รถไม่ต้องตากแดดร้อน ๆ

Roojai.com จึงอยากพาผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนได้ “เบิกเนตร” เห็นความจริงของภัยร้ายข้อเสียเมื่อคุณเลือกจอดรถใต้ต้นไม้ ยิ่งจอดทิ้งไว้นาน ๆ ก็จะยิ่งส่งผลเสียกับรถของคุณโดยเฉพาะเรื่องของความเงางามของสีรถ และมากกว่านั้น ต่อไปนี้คือ 5 เหตุผลที่เราไม่อยากให้คุณนำรถไปทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ ไม่ว่าจะต้นไหนที่ไหน จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

เมื่อจอดรถใต้ต้นไม้ ไม่ได้ปกป้องสีรถของคุณ

จะเรียกว่าเป็น “ความเชื่อ การทำตาม หรือสัญชาตญาณ” ของผู้ใช้รถที่มักนิยมว่าการจอดรถใต้ต้นไม้นั้นเหมือนเป็นการช่วยปกป้องรถ ทั้งสีรถก็ดี ชิ้นส่วนภายในของรถก็ดีที่ไม่ต้องจอดกลางแดดร้อน ๆ จอดใต้ต้นไม้ยังไงก็ดีกว่า จอดรถตากแดด ปล่อยให้ต้องร้อน ข้อนั้นดีแน่นอนถ้ารถได้จอดไว้ในที่จอดซึ่งมีหลังคาที่จอดรถคลุมเป็นกิจจะลักษณะ นั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับรถของคุณ แต่การที่อาศัย จอดรถในร่ม ด้วยร่มไม้จากต้นไม้อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีในการช่วยรักษารถของคุณได้มากเท่าไร

ข้อเสียมากมายของร่มไม้ที่เมื่อคุณจอดรถ หลายคนอาจไม่รู้หรือลืมสังเกต มารู้อีกทีร่มไม้ที่คุณว่าช่วยให้รถของคุณไม่ต้องทนกับการตากแดดร้อน ๆ ก็กลับทำร้ายรถของคุณให้เสียหายจนเกินเยียวยาอย่างไม่คาดคิดแล้ว และต่อไปนี้คือเหตุผลที่เราไม่อยากให้คุณจอดรถไว้ใต้ต้นไม้

1. ยางต้นไม้ ทำลายสีรถของคุณมากกว่าที่คิด

เมื่อคุณหวังให้ต้นไม้บังแดดสำหรับการจอดรถของคุณ แน่นอนว่าทุกคนคงไม่เดินไปดูหรอกใช่มั้ยว่าต้นไม้ที่รถไปจอดนั้นเป็นต้นอะไร จะมียางต้นไม้ มีอะไรจะหยดใส่รถหรือเปล่า และนี่คือความจริงที่ต้องรู้ว่าภัยจากยางไม้คือศัตรูร้ายตัวฉกาจของสีรถ หยดใส่รถทีถ้าไม่ล้างให้ดีให้สะอาดแล้วปล่อยทิ้งไว้พาแต่จะกลายเป็นคราบฝังลึกขัดออกยาก หรือแย่กว่านั้น! คือขัดไม่ออก จนกลายเป็นตราบาปที่ติดรถของคุณไปตลอด และวิธีขัดสีรถ วิธีเดียวที่จะทำให้รถดูดีได้เหมือนเดิมก็คือการทำสีเป็นทางออกสุดท้าย

5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

2. ขี้นกก็ร้ายต่อสีรถไม่น้อย

“นี่ก็ร้าย” พอกัน สำหรับคราบขี้นก หยดใส่หัวยังล้างได้ แต่ถ้าใส่สีรถแล้วคุณไม่รีบล้าง มันคือฝันร้ายของสีรถอย่างแท้จริง นี่ยังเป็นกรณีที่คุณสังเกตเห็นนะ ถ้าดันมาหยดมาขี้ใส่ในส่วนที่คุณไม่ทันสังเกตแล้วปล่อยทิ้งไว้นาน มันก็อาจทำให้คุณต้องกุมขมับกันได้เลยถ้าจะขัดให้ออกที

5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

3. เศษกิ่งไม้ หล่นใส่รถจนกลายเป็นลักยิ้ม

นี่เราไม่ได้หมายถึงกิ่งใหญ่ ๆ นะ เป็นแค่เศษกิ่งเล็ก ๆ หรือตัวเมล็ด แค่นี้ก็ร้ายพอที่จะทำให้รถของคุณ “บุบ” เป็นริ้วรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะส่วนของหลังคา ส่วนของฝากระโปรงซึ่งเป็นพื้นที่รองรับแรงตกกระแทกเต็ม ๆ เมื่อนำรถไปจอด ซึ่งมันอาจทำให้รถของคุณเป็นรอยบุบลักยิ้มเล็ก ๆ ที่แก้ได้ยาก วิธีขัดสีรถต่าง ๆ ก็อาจช่วยไม่ได้และอาจเป็น “งานใหญ่” จนถึงขั้นทำสีรถในส่วนนั้น ๆ ใหม่ได้เลย

4. น้ำฝน ที่นำมาสู่คราบฝังลึก

เรารู้ว่าพื้นที่จอดรถอย่าง ต้นไม้ หรือ ลานจอดรถ ไม่สามารถช่วยบังน้ำฝันได้เต็ม ๆ ยังไงรถก็เปียกอยู่ดี แต่ข่าวร้ายก็คือการจอดรถใต้ต้นไม้ในตอนที่ฝนตก น้ำฝนจะชะล้างคราบยางของต้นไม้ลงมาโดนสีรถคุณด้วย จนกลายเป็นคราบเมื่อรถแห้งและล้างออกยาก ซึ่งจะว่าไปจอดรถที่โล่ง ๆ กลางฝนยังดีกว่าซะอีก

5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

5. สัตว์เลื้อยคลาน

จอดรถใต้ต้นไม้นาน ๆ คุณกลับมาใช้รถทีอาจมีเพื่อนร่วมทางไม่รู้ตัว พวกสัตว์เลื้อยคลานอาจอาศัยรถของคุณเป็นที่พักหลบฝน จะงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตะขาบ หนู หรือแม้กระทั่ง มด อาจนัดกันไปรวมตัวทำรังอยู่ที่รถคุณก็เป็นได้ มีต้นไม้ก็ต้องมีดินอยู่รอบ ๆ และพื้นที่เป็นดินซึ่งคุณใช้เป็นที่จอดรถ ก็คือเส้นทางให้พวกสัตว์เหล่านั้นไปหารถคุณ

พื้นที่จอดรถ และวิธีที่จะช่วยดูแลรถคุณได้อย่างแท้จริง

  • จอดรถในร่ม ในที่สำหรับจอดซึ่งเป็นหลังคาที่จอดรถที่บังแดด ไม่ใช่ร่มไม้
  • เลี่ยงการจอดรถบนพื้นที่เป็นดิน เพื่อช่วยป้องกันรถเป็นที่พักอาศัยของพวกสัตว์ทั้งหลาย
  • ถ้าต้องจอดรถตากแดดนาน ๆ ใช้ม่านบังแดดเพื่อลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร
  • ถ้าสังเกตเจอคราบยางไม้หรือขี้นกให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
  • ถ้าต้องจอดรถกลางแดดเป็นประจำ ควรเลือกใช้ฟิล์มกันแดดที่มีคุณภาพ สามารถกันความร้อนได้จริง

เพียงเท่านี้การใช้รถของคุณเมื่อต้องจอดรถที่ไหนก็จะเหมือนเป็นการดูแลรถได้ ด้วยเทคนิคและสิ่งที่ควรเลี่ยงที่เรานำมาฝาก จะช่วยป้องกันการทำร้ายรถของคุณในทางอ้อมได้เป็นอย่างดี และถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่รักรถ ก็ย่อมต้องการการคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์คุณภาพใช่มั้ยล่ะ? เลือกประกันรถยนต์ออนไลน์จาก Roojai.com ที่มาพร้อมกับตัวเลือกในการคุ้มครองมากมายซึ่งคุณสามารถปรับแต่งแผนได้เอง เลือกได้ตามที่เหมาะกับการใช้งานรถของคุณ รู้ใจกว่า ประหยัดกว่า ที่สำคัญผ่อนได้ ไม่ง้อบัตรเครดิต ถูกใจคนรักรถทุกคนอย่างแน่นอน คลิกเช็คราคาประกันรถยนต์ออนไลน์ที่นี่ได้เลย

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ปัญหาการหาที่จอดรถไม่ได้สักที ยอมรับเลยว่าเป็นปัญหาที่คอยกวนใจให้กับเราได้ตลอดเวลาเลย จนบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะพึ่งพาไสยศาสตร์ให้ช่วยเราหาที่จอดรถให้ได้สักที แต่ก็ใช่ว่าทุกที่จอดรถที่เราจะเจอจะสร้างความสบายใจให้แก่เรา บางทีรถป้ายแดง หรือรถมือสอง ก็ต้องการความปลอดภัย หากเจอที่ที่ดูไม่เหมาะกับการจอดรถ ก็ขอเลือกไม่จอดดีกว่า รวมไปถึงอันตราย และการเสี่ยงต่อรถหายด้วย

ดังนั้นวันนี้ masii เลยมีเคล็ดลับมาบอกว่าที่จอดรถแบบไหนที่เราควรหลีกเลี่ยงบ้าง

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ใต้ต้นไม้ใหญ่

หากอากาศร้อนระอุ หลายคนมักจะมองหาที่จอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะต้นไม้สามารถให้ร่มเงากับรถของเราได้ แต่เพื่อนๆ ทราบกันไหมครับว่า การจอดรถใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่นั้น ต้องแลกกับความเสี่ยงที่กิ่งไม้ต่างๆ จะโค่นหักใส่รถของเราได้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ และในช่วงหน้าฝนแบบนี้ หากเลี่ยงได้ทาง มาสิ แนะนำให้เลี่ยงไปก่อนเลยครับ

ที่มืดและเปลี่ยว

การเลือกจอดรถในที่มืดและเปลี่ยวนั้น รวมไปถึงการจอดรถห่างไกล และลับสายตานั้น ปฎิเสธไม่ได้ว่าเลยว่าการกระทำนี้เป็นการง่ายต่อการที่รถของเราจะหายจากการถูกโจรกรรมแน่ๆ และสิ่งของในรถอาจจะโดนขโมย หรืออาจจะโดนทุบกระจกก็เป็นไปได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่ในการเลือกจอดรถ ควรหาที่จอดที่เหมาะสม มีแสงสว่างพอเพียง อีกทั้งยังมีผู้คนพลุกพล่าน

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ทางลาดชัน

มือใหม่ต้องฟังเลย เวลาเดินทางออกต่างจังหวัด อาจจะเห็นว่าไม่ค่อยจะมีรถวิ่งสักเท่าไรนั้น และมีเหตุจำเป็นต้องจอดข้างทาง สิ่งที่เพื่อนๆ ควรหลีกเลี่ยงไปก่อน คือ การจอดรถบนลาดชัด หรือบนเนินเขา ครับ เพราะว่านอกจากจะส่งผลต่อระบบเบรกรถของเราแล้ว ยังเสี่ยงต่อการรถไหลอีกด้วย สร้างความเสียหายให้กับรถของเรา และคนอื่นด้วย

และเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้งมีคู่กรณี หรือไม่มีคู่กรณี การเลือกทำประกันรถยนต์ไว้จะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่าย และค่ารักษาพยาบาลให้เราได้ เรียกได้ว่าสร้างความอุ่นใจ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ หากใครสนใจประกันรถยนต์ คลิกที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ทันที มีข้อมูลสงสัยโทร 02 710 3100 เรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำครับ

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Carro-Not-Forget-If-Double-Parking

อะไรเอ่ย หายากกว่าค่าผ่อนรถ คำตอบก็คือ “ที่จอดรถ” นั่นเองครับ ค่าผ่อนรถถ้าเรามีการวางแผนการเงินที่ดี ไม่สุรุ่ยสุร่าย ยังไงก็มีเงินผ่อนรถแน่ๆ

แต่ที่จอดรถนี่สิครับ บางทีวนแล้ววนอีก วนจนตาลาย ก็ยังหาที่จอดรถไม่เจอซักที ทางเลือกที่เหลืออยู่ก็คือต้อง “จอดซ้อนคัน” แต่การจอดรถซ้อนคันนั้นมีอะไรต้องคำนึงและห้ามลืมบ้าง วันนี้เพนกวิน Frank ได้นำมาเสนอคุณแล้ว

Not-Forget-If-Double-Parking

1. คำนึงถึงระยะห่าง

ถ้าเราจอดรถในซองที่มีเส้นแบ่งชัดเจนก็คงไม่เป็นปัญหา แต่การจอดซ้อนคันมันไม่มีเส้นแบ่งเป็นสัญลักษณ์ให้เรา แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าใครกังวล แฟรงค์ขอแนะนำให้คุณ “เว้นระยะห่างให้มากกว่าปกติ” โดยแฟรงค์แนะนำให้มีพื้นที่ว่างอย่างน้อยหนึ่งช่วงรถ ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกกรณีต้องมีการเคลื่อนย้ายรถด้วย

2. ดูทำเลที่จอดรถซ้อนคันของเราด้วย

การจอดรถซ้อนคัน ใช่ว่าจะจอดที่ไหนก็ได้นะครับ เพราะถ้าเราจอดไม่ดูทำเลอาจกลายเป็นว่าไปขวางทางเข้าออกของคนอื่น หรือดันไปจอดในที่ที่มีความลาดชันมากจนอาจเกิดอุบัติเหตุรถไหลไปชนคันอื่นได้ ดังนั้น เราต้องดูทำเลที่จอดให้ดีๆ นะครับ ห้ามลาดชัน ห้ามขวางทาง จำให้มั่น

Not-Forget-If-Double-Parking

3. จอดรถให้สามารถเคลื่อนย้ายได้

เพราะการจอดรถซ้อนคัน เราต้องคำนึงถึงรถคันที่เราไปซ้อนด้วยครับ ดังนั้น เราต้องจอดรถให้ดี เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายรถได้สะดวก โดยแฟรงค์แนะนำให้คุณทำตามดังนี้ครับ

1. ตั้งล้อให้เป็นแนวตรง ก่อนที่จะดับเครื่องและลงจากรถ ให้เราหมุนพวงมาลัยให้เป็นแนวตรงก่อนครับ เพื่อที่เวลาคนจะมาเคลื่อนย้ายรถเราจะได้เข็นเป็นเส้นตรง ไม่เบี้ยวไปชนรถคันอืนๆ
2. เข้าเกียร์ N หรือเกียร์ว่าง เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนย้ายได้ ห้ามใส่เกียร์ P เด็ดขาดนะครับ
3. เอาเบรกมือลง หลายคนเคยชินกับการจอดรถโดยยกเบรกมือขึ้น แต่ถ้าเราจอดรถซ้อนคัน ต้องห้ามเอาเบรกมือขึ้นเด็ดขาดครับ

4. ทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ซักหน่อย

สุดท้ายแล้วเผื่อไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน ให้เราลองเขียนข้อความชื่อ พร้อมเบอร์ติดต่อแนบไว้หน้ากระจกรถของคุณ หากเกิดปัญหาอะไรขึ้น ก็จะมีคนติดต่อคุณได้นั่นเองครับ

และนี่ก็คือสิ่งที่ห้ามลืมเมื่อจอดรถซ้อนคัน ที่จะช่วยให้การจอดรถซ้อนคันของคุณปลอดภัยขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่ไม่ว่าจะปลอดภัยแค่ไหน เปอร์เซนต์การเกิดอุบัติเหตุก็ยังคงไม่เป็นศูนย์อยู่ดี ดังนั้น อย่าลืมทำประกันรถยนต์จาก www.frank.co.th ไว้ดูแลคุณนะครับ

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

หลายต่อหลายครั้ง ที่คนเรามักจะมีเรื่องให้ขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตัวอย่างเช่น  ต้นไม้รุกล้ำ เสียงดัง รวมไปถึงการจอดรถขวางหน้าบ้าน ทำให้เกิดความหงุดหงิด กวนใจ ทั้งที่ต้องตักเตือนกันอยู่บ่อยครั้ง และอาจก่อให้กลายเรื่องใหญ่ถึงขั้นฟ้องร้องกัน 

แต่ถ้าคุณมีรถหลายคัน จนไม่อยากเอาไปจอดเกะกะเพื่อนบ้าน มาขายรถกับ CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

CARRO จึงรวบรวมข้อพิพาทการจอดรถขวางหน้าบ้าน ที่กฏหมายจะช่วยคลายปมนี้ได้ ดังนี้

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

ถ้าใครคิดว่า ถนนเป็นที่สาธารณะ กำลังเข้าใจผิด !!

ถนน คือ ทางสัญจร
ทาง หมายความรวมถึง ทางเดินรถ ทางเท้า สะพาน ลานการจราจร

สัญจร คือ การผ่านไปมา
ดังนั้น ถนน คือ ทางสำหรับการผ่านไปมา ไม่ใช่ที่จอดรถ สามารถหยุดรถเพื่อรับส่งคน หรือสัมภาระได้ แต่ไม่ใช่ใช้เป็นลานจอดรถ ถึงแม้ว่าจะจอดรถไว้หน้าบ้านของตัวเองก็ตาม คุณเองก็ผิดถ้าผูใช้รถใช้ถนนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

การจอดรถขวางประตูเข้าออกบ้านของผู้อื่น เป็นการกระทําให้ผู้อื่นเดือดร้อน รําคาญ เพราะไม่สามารถนํารถเข้าหรือออกจากบ้าน จะมาอ้างว่าถนนหน้าบ้านเป็นที่สาธารณะนั้นทําไม่ได้ เนื่องจากหากเจ้าของรถใช้สิทธิไปก่อความเดือดร้อนของผู้อื่นทั้งที่รู้แก่ใจถึงความเสียหาย จะถือว่า กระทําความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรําคาญใจตามมาตรา 397 หมวดลหุโทษ

สรุปว่า การจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น (ประตูทางเข้าออก) เป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 พันบาท

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

วิธีการแก้ปัญหา คือ

1. เขียนป้ายเตือนไว้
2. ถ้ายังมีรถมาจอดขวางทาง แนะนำให้คุยกันก่อน
3. แต่ถ้าตกลงไม่ได้ก็ต้องพึ่งคนกลางอย่าง ตำรวจ, นิติบุคคล

ทั้งนี้ เมื่อเป็นความผิดกฎหมายอาญาแล้ว ตํารวจจะปัดไม่รับแจ้งความร้องทุกข์ไม่ได้ ถ้าปฏิเสธ อาจมีโทษฐานละเว้นหน้าที่โดยทุจริต เพราะความผิดฐานนี้ไม่จําเป็นต้องมีความเสียหายเกิดขึ้น แค่เกิดพฤติกรรมที่ทําให้ผู้อื่นเดือดร้อนรําคาญใจ ก็เป็นความผิดอาญาฐานนี้แล้ว

เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าตัวเจ้าของบ้าน และเพื่อนบ้านสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้นะคะ

ที่มา : TerraBKK

Parking-Fee-In-Bangkok

อีกหนึ่งข้อสงสัยที่คนเมืองกรุงโดยเฉพาะสาวๆ ต้องคิดคำนวณกันแบบไม่ตก ในระหว่างการเดินทางไปทำธุระบางอย่าง หรือเลือกช้อปสินค้าต่างๆ ที่ห้างสรรพสินค้า ว่าการคิดค่าที่จอดรถของแต่ละที่นั้น มีอัตราเท่าไร มีค่าธรรมเนียมต่างหากหรือไม่ จอดห้างไหนที่ใกล้ๆ กัน แต่มีอัตราค่าจอดที่ถูกกว่า

ซึ่งแค่สำหรับการวนหาที่จอดรถนั้นเหมือนดั่งหาขุมทรัพย์แล้ว เราต้องช้อปให้ถึงเท่าไร หรือใช้บริการอะไร ถึงจะได้จอดฟรี!

วันนี้ CARRO จึงได้รวบรวมมาให้คุณที่นี้แล้ว สำหรับ 5 ย่านดัง กับค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้ายอดนิยมในกรุงเทพฯ จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกัน

5 ย่านดังกับค่าที่จอดรถห้างฯ ยอดนิยมในกรุงเทพ

1. ลาดพร้าว

มาเริ่มกันที่ย่านแรกอย่าง ‘ลาดพร้าว’ ซึ่งย่านนี้มีห้างสรรพสินค้าดังคือ CentralPlaza Lardprao, Union Mall มีอัตราอัตราค่าที่จอดรถ ดังนี้

  • CentralPlaza Lardprao เรทสตาร์ท 1 ชั่วโมงแรกฟรี 3 ชั่วโมงต่อมาคิด 20 บาท, 4 ชั่วโมงคิด 40 บาท, 5 ชั่วโมงขึ้นไปชั่วโมงละ 50 บาท แต่คุณสามารถแสตมป์บัตรได้ โดยนำใบเสร็จสินค้าราคา 3,000 บาท จอดฟรีได้อีก 2 ชั่วโมง, ใบเสร็จสินค้าราคา 4,000 บาท ฟรี 3 ชั่วโมง, ใบเสร็จสินค้าราคา 7,000 บาท ฟรี 6 ชั่วโมง
  • Union Mall สตาร์ทที่ 10 บาทจอดได้ 3 ชั่วโมง และชั่วโมงที่ 4-5 คิดเพิ่มอีก 10 บาท, ชั่วโมงที่ 6 คิดเพิ่ม 20 บาท, ชั่วโมงที่ 7 ขึ้นไป ชั่วโมงละ 40 บาท หากจอดรถค้างคืน 300 บาท

สยาม Siam

2. สยาม

ส่วนย่านที่สองคือ สยาม เป็นอีกหนึ่งย่านที่ใครหลายคนคงคิดว่ามีราคาอัตราค่าที่จอดรถที่ค่อนข้างแพง แต่ทว่าหากคุณลองเทียบกันดูแล้ว ก็จะพบว่ามันไม่ได้แพงอย่างที่คุณคิดสักเท่าไร

  • Siam Paragon เริ่มต้นด้วยการให้จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก ถัดไปชั่วโมงละ 30 บาท แต่หากจอดเกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป คิดชั่วโมงละ 60 บาท ซึ่งคุณสามารถนำบัตรจอดรถไปแสตมป์ได้ โดยนำใบเสร็จราคา 800 บาท ฟรี 2 ชั่วโมง, ใบเสร็จราคา 3,000 บาท ฟรี 4 ชั่วโมง, ใบเสร็จราคา 8,000 บาท ฟรี 6 ชั่วโมง หรือหากคุณได้ใช้บริการของ Cinema, Sealife, Fitness ฟรีเพิ่ม 3 ชั่วโมง
  • Siam Center ,Siam Discovery จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 30 บาท แต่หากจอดเกิน 6 ชั่วโมงคิดชั่วโมงละ 60 บาท ซึ่งคุณสามารถลดค่าจอดด้วยการซื้อสินค้าครบตามกำหนดดังนี้ 800 บาท ฟรี 2 ชั่วโมง, 3,000 บาท ฟรี 4 ชั่วโมง
  • Siam Square One ฟรีแค่ 15 นาทีแรก ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 20 บาท ไม่มีการแสตมป์ส่วนลดของบัตรจอดรถ
  • Siam Square หรือฝั่งตึกสยามสแควร์ เริ่มจอดฟรี 15 นาที ชั่วโมงแรก 10 บาท ส่วนชั่วโมงที่ 2-6 ชั่วโมงละ 20 บาท  และชั่วโมงที่ 7 เป็นต้นไปชั่วโมงละ 40 บาท
  • MBK Center 4 ชั่วโมงแรก เหมาจ่าย 40 บาท หลังจากนั้นชั่วโมงละ 20 บาท
  • หอศิลป์กรุงเทพฯ 15 นาทีแรกจอดฟรี 15 นาที ถึง 2 ชั่วโมง 20 บาท หากชั่วโมงที่ 3-4 ชั่วโมงละ 30 บาท และ 5 ชั่วโมงขึ้นไป ชั่วโมงละ 40 บาท หากชมนิทรรศการ สาารถประทับตราบัตรจอดรถฟรี 2 ชั่วโมง
  • สามย่าน มิตรทาวน์ จอดรถฟรี 4 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 5-8 ชั่วโมงละ 20 บาท ชั่วโมงที่ 9 ขึ้นไป คิดชั่วโมงละ 50 บาท

ปิ่นเกล้า Pinklao

3. ปิ่นเกล้า

มาสู่ย่านเมืองเก่าอย่าง ย่านปิ่นเกล้า ที่รวมแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญต่างๆ ไว้โดยรอบ

  • CentralPlaza Pinklao จอดฟรีตลอดทั้งวัน
  • The Sense Pinklao จอดฟรี 1 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 2-5 ชั่วโมงละ 20 บาท ชั่โมงที่ 6-8 ชั่วโมงละ 40 บาท ชั่วโมงที่ 9 เป็นต้นไป ชั่วโมงละ 100 บาท
  • พาต้า ปิ่นเกล้า จอดฟรีตลอดวัน
  • Major Cineplex Pinklao จอดฟรี 1 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 2-4 คิดเหมารวม 20 บาท แต่หากจอดนานเกิน 4 ชั่วโมงขึ้นไปคิดชั่วโมงละ 20 บาท

Esplanade

4. รัชดา-พระรามเก้า

ย่านที่ 4 รัชดา-พระรามเก้า เป็นอีกย่านที่คึกคักทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ด้วยมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ตลาดนัดทั้งเล็กและใหญ่ รวมไปถึงห้างสรรพค้าหลากหลายรูปแบบที่ให้คุณได้เลือกช้อปสินค้าได้อย่างจุใจ จะมีค่าที่จอดในอัตราเท่าไรมาดูกัน

  • Esplanade Ratchadaphisek จอดฟรีใน 30 นาทีแรก ชั่วโมงต่อไปคิดเป็นชั่วโมงละ 70 บาท หากคุณซื้อสินค้าหรือบริการครบ 500 บาท ให้นำใบเสร็จไปประทับตรา ใช้เป็นส่วนลดค่าจอดรถ 4 ชั่วโมงแรก 20 บาท ถ้าซื้อสินค้าหรือบริการครบ 1,500 บาท ให้นำใบเสร็จไปประทับตรา ใช้เป็นส่วนลดค่าจอดรถ 5 ชั่วโมงแรก 20 บาท ส่วนลูกค้าที่ใช้บริการโรงภาพยนตร์ หรือ Blu-O ประทับตราจอดรถได้ 5 ชั่วโมงแรก 20 บาท
  • Big C Extra Ratchadaphisek จอดฟรี 3 ชั่วโมง ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 50 บาท
  • The Street Ratchada รถยนต์ จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 3 ชั่วโมงละ 20 บาท ส่วนชั่วโมงที่ 4 ชั่วโมงละ 30 บาท มีใบเสร็จมูลค่า 500 บาทขึ้นไป จอดฟรีเพิ่ม 2 ชั่วโมง ส่วนรถจักรยานยนต์ ฟรี 3 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 20 บาท
  • CentralPlaza Grand Rama IX จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก ทุกชั่วโมงถัดไป 20 บาท/ชั่วโมง หากซื้อสินค้า หรือบริการจากร้านค้าในศูนย์การค้า (และจากอาคาร G Tower เฉพาะวันหยุด, เสาร์ และอาทิตย์) 500 บาท ขึ้นไป เพิ่มเวลาจอดรถฟรี อีก 2 ชั่วโมง และ 1,500 บาท ขึ้นไป เพื่อเพิ่มเวลาจอดรถฟรี อีก 4 ชั่วโมง
  • Fortune Town วันจันทร์-ศุกร์ คิดค่าที่จอดรถเริ่มต้นที่ จอดรถฟรี 1 ชั่วโมง ส่วนในชั่วโมงที่ 2-4 คิดค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท เศษของชั่วโมงคิดเป็น 1 ชั่วโมง และในวันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จอดรถฟรี 3 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไปคิดค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท เศษของชั่วโมงคิดเป็น 1 ชั่วโมง

รังสิต Future-Park

5. รังสิต

จบท้ายด้วย ย่านที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองกรุงเทพฯ เท่าไหร่ แต่ด้วยความเจริญทำให้เราไม่พูดถึงคงไม่ได้อย่างย่าน รังสิต ที่มีห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่อย่าง Future Park Rangsit และ Zpell อีกทั้งยังมี Big C , Tesco lotus และ Zeer Rangsit

  • Future Park Rangsit + Zpell จอดรถฟรี 4 ชั่วโมง ชั่วโมงถัดไป ชั่วโมงละ 10 บาท ซื้อสินค้าภายในศูนย์การค้าครบ 500 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์จอดฟรี เพิ่มอีก 4 ชั่วโมง ส่วนลูกค้ากลุ่มโรงเรียน ให้ Stamp จอดฟรีเพิ่ม 8 ชั่วโมง ในวันที่มีเรียนได้ *สิทธิ์บัตร Member / บัตรสมาชิก และสิทธิพิเศษอื่นๆ สอบถามได้ที่ เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ หากจอดก่อน 7.00 สามารถจอดชั้น B (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
  • Big C Rangsit จอดฟรีตลอดทั้งวัน
  • Tesco lotus Rangsit จอดฟรี 3 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 50 บาท
  • Zeer Rangsit จอดรถฟรี 3 ชั่วโมง ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 20 บาท

โดยรวมแล้วระบบการคิดอัตราค่าที่จอดรถของแต่ละห้างสรรพสินค้ายอดนิยมในย่านดังต่างๆ ในกรุงเทพฯ ค่อนข้างที่จะหลากหลายพอสมควร ซึ่งหากคุณลองบวกลบกันดูนั้นจะพบว่า หากไม่จอดแช่เกิน 5-6 ชั่วโมง ก็คุ้มค่าพอที่จะเสียเงิน โดยที่ไม่ประทับตราหรือสแตมป์บัตรอะไร

ซึ่งนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับธุระของคุณอีกด้วย เพราะหากมีการซื้อสินค้าและใช้บริการอะไรบ้าง ตามกำหนดของแต่ละห้างสรรพสินค้า คุณก็ได้จอดฟรีแบบไม่ต้องเสียเงิน ทำให้คุ้มค่าโดยไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนค่ะ

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ค่ะ —> เพิ่มเพื่อน

Hog-Parking-On-The-Road

ปัญหาเรื่อง “ที่จอดรถ” ในบ้านเรานี่ก็จัดเป็นปัญหาโลกแตก เป็นปัญหาที่แก้ไม่มีวันจบซะที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตามหมู่บ้านจัดสรร หรือตามถนนสายต่างๆ ที่อาจจะมีร้านอาหารยอดนิยม สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หรือบรรดาสถานเริงรมย์ต่างๆ

มักสังเกตเห็นได้ว่า ริมถนนบางที่มักจะมีสิ่งกีดขวาง มาวางเกะกะบนถนนเพื่อ “กั๊กที่จอดรถ” ไว้ให้ลูกค้าตัวเอง หรือบ้านตัวเองบ้างล่ะ ใช้ถนนเป็นที่จอดรถส่วนตัวซะงั้น

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ในทางกฎหมายนั้น ผิดเต็มๆ เลยนะครับ แต่จะผิดด้วยข้อหาอะไรบ้าง Mr.Carro จะมาเล่าให้ฟัง …

Hog-Parking-On-The-Road

กั๊กที่จอดรถ ถือเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 19 กล่าวคือ “ห้ามมิให้ผู้ใดตั้ง วาง หรือกองวัตถุใด ๆ บนถนน เว้นแต่เป็นการกระทำในบริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร”

สำหรับคำว่า “ถนน” ใน พ.ร.บ. นี้ ครอบคลุมถึงทางเดินรถ ทางเท้า ขอบทาง ไหล่ทาง ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ตรอก ซอย สะพาน หรือ “ถนนส่วนบุคคล” ซึ่งเจ้าของที่ดิน ยินยอมให้ประชาชนใช้ผ่านเป็นทางสัญจรได้

และในมาตรา 57 ยังกล่าวอีกว่า ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 19 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท นั่นหมายความว่า หากมีผู้ไปแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใครที่กระทำการใดๆ เพื่อกั๊กที่จอดรถ จะมีโทษปรับ (ซึ่งปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท)
นอกจากนี้ ผู้แจ้ง จะได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของค่าปรับ ตามมาตรา 48 อีกด้วยนะครับ โดยค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบ ให้แบ่งแก่ผู้แจ้งกึ่งหนึ่ง และพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานจราจร หรือตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมจราจร ผู้จับกุมอีกกึ่งหนึ่ง

Hog-Parking-On-The-Road

ภาพจาก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02

ส่วนใครที่พบเจอปัญหาเหล่านี้ ก็สามารถแจ้งไปได้ตามส่วนงานที่รับผิดในเรื่องดังกล่าวได้ ตามรายละเอียดด้านล่าง

– ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร
– ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขต และผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร

– ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
– ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายอำเภอ สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด

– นายกเทศมนตรี สำหรับในเขตเทศบาล
– ปลัดเทศบาลและรองปลัดเทศบาล สำหรับในเขตเทศบาล

– ประธานกรรมการสุขาภิบาล สำหรับในเขตสุขาภิบาล
– ปลัดสุขาภิบาล สำหรับในเขตสุขาภิบาล

– หัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นขององค์การปกครองท้องถิ่นอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่น สำหรับในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ

– ปลัดเมืองพัทยา สำหรับในเขตเมืองพัทยา (เขตปกครองพิเศษ)
– รองปลัดเมืองพัทยา สำหรับในเขตเมืองพัทยา (เขตปกครองพิเศษ)

ถ้าเป็นหมู่บ้านจัดสรร ก็ให้ไปแจ้งที่นิติบุคคลของหมู่บ้าน แต่ถ้าหมู่บ้านเก่าๆ ไม่มีนิติบุคคลแล้ว ก็คงต้องพึ่งโซเชียลมีเดีย ครับ …

Hog-Parking-On-The-Road

ภาพจาก สน.หลักสอง

แต่ที่นี่คือประเทศไทย ก็อย่างที่รู้ๆ กันน่ะครับ ว่า กฎหมายบ้านเราค่อนข้างจะหย่อนยาน ตำรวจหรือเทศกิจ อาจจะฟิตจับปรับในช่วงแรกๆ ที่เป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา พอหลังจากนั้น สถานการณ์ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ กั๊กที่จอดกันตามสะดวกเหมือนเดิม …..

แม้ว่ากฏหมายจะออกมาบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ซึ่งก็ถือว่าเกือบๆ 30 ปีแล้ว แต่การกระทำดังกล่าว ยังถือว่าทันสมัยมาก เพราะมีให้เห็นได้ทุกวัน!

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Songkran-Free-Travel-Expense

เดินทางปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่าย กับที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี

ในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์แบบนี้ หลายๆ ท่าน เริ่มวางแผนที่จะไปเที่ยว เดินทางกลับบ้าน พบปะสังสรรค์กับญาติพี่น้องเฉกเช่นทุกปี ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนเดินทางกันจำนวนมาก

ทำให้บรรดาหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ต้องหาทางบรรเทาความแออัดจากการเดินทาง อีกนัยหนึ่งคือมอบ “ของขวัญ” (ที่มาจากภาษีประชาชน …) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง ให้กับประชาชนที่ใช้บริการ … ที่สำคัญ เมาไม่ขับ ระกว่างเดินทางกลับบ้านนะครับ

Carro ขอรวบรวมจุดพักรถ จุดช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี ในสถานที่ต่างๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ให้ทุกท่านได้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และท่องเที่ยวสงกรานต์กันอย่างมีความสุขครับ.

จุดพักรถ

Maintenance

กรมการขนส่งทางบก โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศสนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกประชาชน เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ในโครงการ “อาชีวะอาสา เทศกาลสงกรานต์ 2562” บริการฟรี จำนวน 255 ศูนย์

เริ่มบริการตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2562 บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น สถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการเช็กสภาพรถและซ่อมรถเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งเป็นหน่วยบริการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้พักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง

จุดสังเกตในการเข้าใช้บริการศูนย์ฯ เป็นเต็นท์สีม่วง 2 หลัง มีป้ายแบรนเนอร์ ป้ายบอกทาง เริ่มจาก 1 กม. / 500 ม. / ถึงแล้ว “อาชีวะอาสา” … โดยสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน อาชีวะอาสา ได้ทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ใน Play Store และระบบปฏิบัติการไอโอเอสใน App Store หรือสอบถามข้อมูลที่ โทร. 1156 หรือเข้าดูได้ที่ www.vec.go.th

เดินทางด้วยรถเมล์

BMTA-Free-Songkran-2019

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดแผนการเดินรถเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 11-18 เม.ย. 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ในเส้นทางปกติ จัดรถออกวิ่งเฉลี่ยวันละ 2,686 คัน จำนวน 20,263 เที่ยว และเพิ่มการเปลี่ยนกะของพนักงานประจำรถ ทั้งกะเช้า กะบ่าย และกะสว่าง จำนวน 117 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 11 – 18 เม.ย. 2562

2. จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่ง จำนวน 4 สถานี รวม 36 เส้นทาง ดังนี้

– สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) จำนวน 12 เส้นทาง ได้แก่ สาย 3, 16, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517 และ 536

– สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 66, 79, 511, 515, 516 และ 556

– สถานีขนส่งกรุงเทพ (เอกมัย) จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508 และ 511

– สถานีรถไฟหัวลำโพง จำนวน 10 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4, 7, 21, 25, 29, 34, 73, 73 ก ,75 และ 501

3. จัดเดินรถ Airport Bus เชื่อมต่อท่าอากาศยานกรุงเทพ จำนวน 5 เส้นทาง ได้แก่

– สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร เฉลี่ยวันละ 16 – 20 คัน

– สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยฯ เฉลี่ยวันละ 6 – 9 คัน

– สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนลุมพินี เฉลี่ยวันละ 6 – 10 คัน

– สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 6 – 10 คัน

– สาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 6 – 8 คัน
สำหรับวันที่ 13 – 15 เม.ย. 2562 จะปรับการเดินรถให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการ

4. จัดรถ Shuttle Bus จำนวน 2 เส้นทาง (ให้บริการเฉพาะวันที่ 12 และ 18 เม.ย. 2562) ดังนี้

– เส้นทางวงกลมอู่หมอชิต 2 – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร วันละ 3 – 5 คัน

– เส้นทางอู่หมอชิต 2 – อนุสาวรีย์ชัยฯ วันละ 8 – 10 คัน

5. จัดเดินรถปรับอากาศร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด เส้นทางกรุงเทพฯ – สระบุรี จำนวน 15 คัน ตั้งแต่วันที่ 10 – 18 เม.ย. 2562 โดยจอดรับ – ส่ง ในช่องทางเดินรถของ บขส. ทั้งต้นทางและปลายทาง โดยใช้อัตราค่าโดยสารของกรมการขนส่งทางบก

6. จัดเดินรถให้บริการ “ฟรี” วันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เม.ย. 2562 สำหรับผู้ใช้บริการที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป โดยให้บริการฟรีตลอดวัน ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามเส้นทางรถเมล์ www.bmta.co.th , Facebook [email protected] หรือ ศูนย์ Call Center 1348 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 – 22.00 น. เฉพาะวันที่ 15 -16 เม.ย. 2562 ให้บริการตลอด 24 ชม.

เดินทางด้วยรถไฟ

Railway

การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมแผนอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 โดยได้เพิ่มขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2562

สายเหนือ
กรุงเทพ – เชียงใหม่ – กรุงเทพ (รถนอน)
กรุงเทพ – ศิลาอาสน์ – กรุงเทพ

สายอีสาน
กรุงเทพ – อุบลราชธานี – กรุงเทพ
กรุงเทพ – อุดรธานี – กรุงเทพ
กรุงเทพ – ศรีสะเกษ – กรุงเทพ (เฉพาะช่วงท้ายเทศกาล)

ส่วนสายใต้ จะเป็นการเพิ่มตู้โดยสารเข้าไปแทน

ทั้งนี้ ได้มีการจัดเตรียมความพร้อมด้วยการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มจนเต็มหน่วยลากจูง ในขบวนรถที่วิ่งให้บริการปกติทุกสายทั่วประเทศ 242 ขบวน และยังได้เตรียมเปิดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมจากขบวนประจำอีก 18 ขบวน ในระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2561 (เที่ยวไป 8 ขบวน) และวันที่ 15-17 เมษายน 2561 (เที่ยวกลับ 10 ขบวน) ทำให้สามารถรองรับการเดินทางของผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 100,000 คนต่อวัน

ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

เดินทางด้วยรถไฟฟ้า

BTS-Free-Songkran-2019

บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส จัดกิจกรรม “สงกรานต์หรรษา สายน้ำเย็นฉ่ำ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสฟรี” เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว ให้บุตรหลานได้พาผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้าไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ในเส้นทางรถไฟฟ้า ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2562 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น. รวมทั้งรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที

เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนแก่พนักงานสถานี เพื่อขอรับคูปองโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วในทุกสถานี รวมทั้งสถานีส่วนต่อขยายทั้งในสายสุขุมวิท และสายสีลม 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวตามเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่บุตรหลานสามารถพาผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้าท่องเที่ยวได้นั้น เช่น พาเที่ยวที่เมืองโบราณ เป็นการท่องเที่ยวสงกรานต์วิถีไทย โดยลงรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีเคหะฯ หรือจะพาท่องเที่ยวใจกลางเมือง ในงานสงกรานต์กรุงเทพมหานคร สาดสุข เพื่อทุกคน รื่นรมย์วิถีไทย บริเวณสวนลุมพินี โดยลงที่สถานีศาลาแดง เป็นต้น และบริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้โดยสาร ที่ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ หลีกเลี่ยงการนำน้ำ และแป้งเข้าในขบวนรถ โดยบริษัทฯ ได้จัดเตรียมภาชนะรองรับไว้ให้ ณ ชั้นจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง 

ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในช่วงเทศกาลฯ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบข้อมูลการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แบบ Real Time ได้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “BTS SkyTrain” ทาง App Store และ Google Play Store

MRT-Free-Songkran-2019

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เชิญชวนผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยสารรถไฟฟ้า MRT ฟรี ระหว่างวันที่ 13 – 15  เมษายน 2562 ตลอดระยะเวลาให้บริการ

ผู้สูงอายุสามารถติดต่อที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทั้ง 2 สาย สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) เพื่อรับคูปองโดยสารรถไฟฟ้าฟรี พร้อมเชิญร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลในวันที่ 10 – 16 เมษายน 2562  ณ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน 9 สถานี ได้แก่ หัวลำโพง สีลม สุขุมวิท พระราม9 ศูนย์วัฒนธรรมฯ ลาดพร้าว พหลโยธิน สวนจตุจักร บางซื่อ และรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ทั้ง 16 สถานี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลโทร. 02-624-5200 หรือติดตามทางช่องทางต่างๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก: MRT Bangkok Metro / ทวิตเตอร์: MRT Bangkok Metro / อินสตาแกรม : mrt_bangkok และโมบายแอปพลิเคชัน : Bangkok MRT “เดินทางปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า MRT”

จอดรถฟรี

Suvarnabhumi-Airport-Free-Parking-Songkran-2019

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ให้แก่ผู้โดยสารที่นำรถมาจอดที่ลานจอดรถระยะยาว (Long Term Parking) โซน C ซึ่งสามารถจอดรถได้จำนวน 718 คัน ในระหว่างวันที่ 5-9 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชยวันจักรี ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน โดยจะยกเว้นค่าบริการจอดรถตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอังคารที่ 9 เมษายน 2562

และยกเว้นค่าบริการจอดรถที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C อีกช่วงในระหว่างวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2562 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันพุธที่ 17 เมษายน 2562

ทั้งนี้ ในช่วงดังกล่าวได้จัดเตรียมรถ Shuttle Bus สายพิเศษสำหรับวิ่งให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างลานจอดรถระยะยาว โซน C กับอาคารผู้โดยสารทุกๆ 15 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะรับผู้โดยสารไปส่งยังอาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 5 และวนลงไปที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 ประตู 5 แล้วกลับไปที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C

นอกจากนี้ ยังมีรถ Shuttle Bus สาย A (สายปกติ) ที่วิ่งให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารจากศูนย์ขนส่งสาธารณะ (Bus Terminal) ไปยังลานจอดรถระยะยาว โซน C เพื่อรับผู้โดยสารไปส่งยังอาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 3 และประตู 8 และวนขึ้นไปที่ชั้น 2 ประตู 5 แล้วกลับไปที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรถ Shuttle Bus ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

การยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C ในครั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ประสงค์จะนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดเพื่อเดินทางในช่วงวันหยุดยาวติดต่อดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมาถึงสนามบินล่วงหน้า 3 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และล่วงหน้า 2 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และหากผู้โดยสารต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการในด้านต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่ AOT Contact Center หมายเลข 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเดินทางฟรี

Highway-Free-Songkran-2019

เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน และทำให้การจราจรมีความคล่องตัว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2562 กรมทางหลวง ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และหมายเลข 9 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 10 เม.ย. 2562 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 18 เม.ย. 2562

โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 เป็นเส้นทางสายกรุงเทพฯ – บ้านฉาง ตอนกรุงเทพฯ – เมืองพัทยา รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 บางวัว ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้าพัทยา และบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี

ค่าทางด่วนฟรี

EXAT-Free-Songkran-2019

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) เป็นของขวัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน โดยเริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 10 เมษายน 2562 เวลา 00.01 น. ถึงวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 เวลา 24.00 น. รวม 9 วัน พร้อมกันนี้ กทพ. ยังได้เตรียมจัดตั้งหน่วยบริการประชาชนบนทางพิเศษ เพื่อรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 6 จุด ดังนี้

???? ขาออก ตั้งแต่วันที่ 9 – 14 เมษายน 2562 ที่ด่านฯ บางแก้ว 1 ด่านฯ ฉิมพลี และด่านฯ บางปะอิน (ขาออก)

???? ขาเข้า ตั้งแต่วันที่ 15 – 18 เมษายน 2562 ที่ด่านฯ ดาวคะนอง ด่านฯ จตุโชติ และ ด่านฯ บางปะอิน (ขาเข้า)

ทั้งนี้ กทพ. ขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎจราจร และป้ายสัญญาณต่างๆ อย่างเคร่งครัดและมุ่งเน้น 3 มาตรการความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคม “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิรภัย” เพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ร่วมเดินทาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ตรวจสภาพการจราจรและแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือบนทางพิเศษ ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (EXAT Call Center) หมายเลขโทรศัพท์ 1543 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่จอดรถ-อุ่นไอรัก

รวมที่จอดรถ ณ งาน “อุ่นไอรัก” ครั้งที่ 2

เมื่อปีก่อนได้มีงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ทำให้คนไทยจูงลูกจูงหลานกันมาเที่ยวรับลมเย็น และหันกลับมาแต่งตัวชุดไทยย้อนยุคกลับไปในสมัยก่อน ซึ่งในปีนี้ งานอุ่นไอรักได้กลับมาอีกครั้ง มาในธีม “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” และจัดบนพื้นที่บริเวณสนามเสือป่าเหมือนเดิม

จึงทำให้หลายคนอาจกัลวลเรื่องที่จอดรถ วันนี้ Carro ได้รวบรวมมาให้คุณแล้วกับ 7 ที่จอดรถภายในงาน “อุ่นไอรัก” และต่อด้วย Shuttle Bus เฉพาะกิจ ตามจุดให้บริการต่างๆ ไปดูกันเลย!

งานอุ่นไอรัก

สำหรับที่จอดรถภายในงาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร รวมถึงจิตอาสาจราจร ได้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่สนใจมาร่วมงาน ได้แก่

  1. สวนสัตว์ดุสิต รถยนต์ 500 คัน
  2. สนามหลวงฝั่งทิศเหนือรถยนต์ 800 คัน
  3. สนามม้านางเลิ้งรถยนต์ 4,600 คัน
  4. สนามศุภชลาศัยรถยนต์ 350 คัน
  5. ถนนนครปฐม แยกวัดเบญจฯรถ จยย.300 คัน
  6. กองสลากเก่า รถบัส 20 คัน
  7. สวนสันติพร อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรม รถยนต์ 100 คัน รวมทั้งหมด รถยนต์ 6,350 คัน

นอกจากนี้ยังได้จัดรถ Shuttle Bus เพื่อบริการจากจุดจอดรถเข้าสู่งาน รวมทั้งจุดรับส่งแท๊กซี่ รอบบริเวณงานจำนวน 6 จุด และจุดรถช่างอำนวยความสะดวกโดยรอบจำนวน 10 จุด สำหรับเส้นทางปิดการจราจร ในระหว่างการจัดงาน 9 ธ.ค. 61- 19 ม.ค. 62 แบ่งเป็น 3 ระดับ

1.1 จัดรถเฉพาะกิจให้บริการฟรี (จอดรับ-ส่งทุกป้าย) จำนวน 4 เส้นทาง ได้แก่

– เส้นทางที่ 1 สถานีขนส่งจตุจักร จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 10 คัน
– เส้นทางที่ 2 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 10 คัน
– เส้นทางที่ 3 สถานีรถไฟหัวลำโพง จอดส่งที่สะพานขาว ให้บริการ จำนวน 10 คัน
– เส้นทางที่ 4 สนามศุภชลาศัย จอดส่งที่แยกยมราช ให้บริการ จำนวน 10 คัน

1.2 จัดรถ Shuttle Bus ให้บริการฟรี (รับจากจุดจอดรถ-จุดส่ง) จำนวน 11 เส้นทาง ได้แก่

– เส้นทางที่ 1 เซ็นทรัลเวสต์เกต จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 5 คัน
– เส้นทางที่ 2 รฟม.(พระราม 9) สำนักงานใหญ่ จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 15 คัน
– เส้นทางที่ 3 อาคารจอดรถไฟฟ้าใต้ดิน (แยกรัชดา-ลาดพร้าว) จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 15 คัน
– เส้นทางที่ 4 ศาลอาญา (ถนนรัชดาฯ) จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 10 คัน
– เส้นทางที่ 5 เซ็นทรัลพระราม 2 จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 4 คัน
– เส้นทางที่ 6 พุทธมณฑล สาย 4 จอดส่งที่แยกอู่ทองใน ให้บริการ จำนวน 10 คัน
– เส้นทางที่ 7 เมืองทองธานี จอดส่งที่บ้านมนังคสิลา ให้บริการ จำนวน 10 คัน
– เส้นทางที่ 8 สนามกีฬาธูปะเตมีย์ จอดส่งที่บ้านมนังคสิลา ให้บริการ จำนวน 5 คัน
– เส้นทางที่ 9 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จอดส่งที่บ้านมนังคสิลา ให้บริการ จำนวน 10 คัน
– เส้นทางที่ 10 เมกา บางนา จอดส่งที่บ้านมนังคสิลา ให้บริการ จำนวน 5 คัน
– เส้นทางที่ 11 ไบเทค บางนา จอดส่งที่บ้านมนังคสิลา ให้บริการ จำนวน 10 คัน

ขอบคุณรูปภาพจาก prachachat.net

Bangkok-Starts- Collecting- Parking-fees-On-66 Roads

มอเตอร์ไซค์ ชั่วโมงละ 5 บาท รถยนต์ ชั่วโมงละ 10 บาท เริ่มแล้ววันนี้

Bangkok-Starts--Collecting--Parking-fees-On-66-Roads

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกรุงเทพมหานคร ลงนามโดย พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดที่จอดยานยนตร์และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนตร์ มีรายละเอียดระบุว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการกำหนดที่จอดยานยนต์ และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนตร์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 5 และข้อ 11 แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดระเบียบ การจอดยานยนตร์ พ.ศ. 2536 จึงกำหนดที่จอดยานยนตร์และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนตร์ไว้

คลิกดูประกาศฉบับเต็มที่นี่

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ประชาชาติ

Supercar

ส่อง 10 อันดับแบรนด์รถหรู ที่สามารถจอดในชั้น Supercar ได้ ขนมาครบ จัดเต็มทุกแบรนด์ !!

ในปัจจุบัน การหาที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ก็ไม่ต่างกับการงมเข็มในมหาสมุทร! ยิ่งในวันหยุด หรือวันนักขัตฤกษ์ บางคนถึงกับต้องขับรถวนหาที่จอด ไม่ต่ำกว่า 2 รอบเลยทีเดียว แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นกับคุณเด็ดขาด ถ้าคุณขับ Supercar!

Supercar คืออะไร? แปลง่ายๆก็คือ รถยนต์ระดับ luxury brand มีราคาสูง(มากกกก) เพราะมีสมรรถนะทางเครื่องยนต์ที่เป็นเลิศ รูปทรงมีการออกแบบโดยเฉพาะและมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน supercar แต่ละรุ่นต้องมีเทคโนโลยียนตร์กรรมเป็นของตนเอง และได้รับการยอมรับจากมาตรฐานสากลโลก

ซึ่งในประเทศไทย ห้างสรรพสินค้าในเครือ Central และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น Siam Paragon ก็จะเตรียมที่จอดรถไว้สำหรับ Supercar โดยเฉพาะ เพราะถือเป็นการอำนวยความสะดวกสบาย แก่ลูกค้าที่มีกำลังซื้อเยอะเป็นพิเศษ ส่วนรถยนต์ที่เข้าข่าย Supercar จะมีแบรนด์ไหน รุ่นอะไรบ้าง มาเช็คกัน!

10 brands list of Supercar

1. BMW

อ่านว่า บีเอ็มดับเบิลยู (BMW ย่อจาก ภาษาเยอรมัน: Bayerische Motoren Werke; อังกฤษ: Bavarian Motor Works) เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของเยอรมนี ตั้งอยู่ที่เมืองมิวนิก ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2459 (ค.ศ. 1916) และเป็นบริษัทแม่ของมินิ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูซื้อมาจากโรเวอร์ 

ส่วนรุ่นที่สามารถจอดในชั้น Supercar ของห้างได้ คือ รุ่น M2-M6, X5M, X6M, i8, X5M, X6M ซึ่งราคาเริ่มต้น 3.3 – 12.5 ล้านบาท

BMWBMW

 

2.MASERATI 

เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ของอิตาลี มีต้นกำเนิดที่เมืองโบโลญญา ปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมืองโมเดนา

ส่วนรุ่นที่สามารถจอดในชั้น Supercar ของห้างได้ คือ รุ่น Maserati Ghibli, Quattroporte, Grand Turismo ซึ่งราคาเริ่มต้น 6.9 – 11.3 ล้านบาท

MASERATI

MASERATI

 

3.MERCEDES BENZ

เป็นบริษัทยานยนต์เยอรมนีในเครือเดมเลอร์ ผลิตทั้งรถยนต์ รถบัส รถบรรทุก ก่อตั้งโดยก็อตต์ลีบ เดมเลอร์ และคาร์ล เบนซ์ ในปีพ.ศ. 2469 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองชตุทท์การ์ท

ส่วนรุ่นที่สามารถจอดในชั้น Supercar ของห้างได้ คือ รุ่น SL, SLR, SLS, S63/65, CL, CLS, E63, C63, GT S, Maybach และสนนราคาเริ่มต้นที่ 2.4 – 17.4 ล้านบาท

MERCEDES BENZ

MERCEDES BENZ

4.ASTON MARTIN

อ่านว่า แอสตันมาร์ติน (ชื่อเต็มของบริษัทคือ Aston Martin Lagonda Limited) เป็นชื่อบริษัทผลิตรถยนต์สปอร์ตหรูของสหราชอาณาจักร มีฐานการผลิตที่เมืองเกย์ดอน (Gaydon) ในอังกฤษ

ชื่อยี่ห้อแอสตันมาร์ตินนี้ ตั้งชื่อตามนามสกุลของลีโอเนล มาร์ติน (Lionel Martin) ผู้ก่อตั้งบริษัท และตามชื่อสถานที่ เนินแอสตัน (Aston Hill) ใกล้กับหมู่บ้านแอสตันคลินตัน (Aston Clinton) ในเมืองบักกิงแฮมเชอร์ (Buckinghamshire) นอกจากนี้ แอสตันมาร์ติน ยังเป็นที่รู้จักในฐานะรถยนต์ของเจมส์ บอนด์ ในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ หลายๆ เรื่อง

และรุ่นที่สามารถจอดในชั้น Supercar ของห้างได้ คือรุ่น DB7, DB8, DBS, Vantage, Vanquish มีราคาเริ่มต้นที่ 5.2 – 25.9 ล้านบาท

ASTON MARTIN ASTON MARTIN

 

5.FERRARI (อิตาลี : Ferrari)

เป็นบริษัทผลิตรถสปอร์ตจากเมืองมาราเนลโล ประเทศอิตาลี ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1929 มีเอ็นโซ เฟอร์รารี่ เป็นผู้ก่อตั้ง โดยจุดเริ่มต้นจากการเป็นทีมแข่งรถของอัลฟาโรเมโอ โดยใช้ชื่อว่า “สคูเดอเรีย เฟอร์รารี่” (Scuderia Ferrari) ซึ่งในตอนที่ทำงานอยู่กับอัลฟาโรเมโอนั้น เอ็นโซเองก็เป็นทั้งวิศวกรและนักแข่งรถด้วย

จนมาในปี ค.ศ. 1947 รถยนต์ในนามของเฟอร์รารี่รุ่นแรกจึงถือกำเนิดขึ้น คือรุ่น 125 เอส เฟอร์รารี่ได้เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชื่อดังที่ประสบความสำเร็จ และมีการจำหน่ายไปทั่วโลก มีสีที่เป็นเอกลักษณ์ คือสีแดง (Rosso Corsa) ซึ่งเป็นของรถแข่งอิตาลี เฟอร์รารี่ ถือเป็นค่ายรถที่ประสบความสำเร็จในกีฬาฟอร์มูล่าวันมากที่สุด

ในปัจจุบัน เฟอร์รารี่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความเร็ว ความหรูหรา และความรวย รถเฟอร์รารี่มีฉายาที่คนไทยรู้จักกันดีอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าลำพอง” ดังนั้น ทุกรุ่นของรถแบรนด์นี้สามารถจอดในชั้น Supercar ของห้างได้ และราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 23.3 – 35 ล้านบาท

FERRARI FERRARI

 

6.ROLLS-ROYCE

อ่านว่า โรลส์-รอยซ์ เป็นรถยนต์สุดหรูจากประเทศอังกฤษ บริษัทก่อตั้งโดย เฟดริก เฮนรี่ รอยซ์ และ ชาร์ล โรลส์ รถยนต์ของโรลส์-รอยซ์มีลักษณะเป็นรถยนต์หรูหราขนาดใหญ่ นอกจากนี้รถยนต์แล้ว ยังได้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับอากาศยาน ให้แก่เรือเหาะ (Zeppelin) ปัจจุบันบีเอ็มดับเบิลยูเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าของโรลส์รอยซ์

ด้วยความแพง และความหรูหรานี้ทำให้รถทุกรุ่นของ Rolls-Royce สามารถจอดในชั้น Supercar ของห้างได้ และราคาเริ่มต้นที่ 29.9 – 59 ล้านบาท

ROLLS-ROYCE ROLLS-ROYCE

 

7.LAMBORGHINI

(ในภาษาอังกฤษบางครั้งเรียก แลมบอร์กินี) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอิตาลีอย่าง Automobili Lamborghini S.p.A ได้ก่อตั้งโดย Ferruccio Lamborghini ในปี ค.ศ. 1963 เน้นเจาะตลาดตลาดไปที่การผลิตรถสปอร์ต มีคู่แข่งทางตลาดที่สำคัญ คือ เฟอร์รารี ซึ่งเป็นรถสัญชาติเดียวกัน ต่อมา ลัมโบร์กีนี อยู่ในการครอบครองของเอาดี้ เอจี ในเครือโฟล์กสวาเกนกรุ๊ป

ลัมโบร์กีนี นั้นเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งสำหรับ ความเร็ว และความหรู เช่นเดียวกับ เฟอร์รารี ส่วนการออกแบบตราสัญลักษณ์ของลัมโบร์กินีนั้นได้รับแรงบัลดาลใจมาจากการแข่งขันสู้วัวกระทิงในประเทศสเปน

ปัจจุบัน Lamborghini ได้ตั้งทีมแข่งรถที่ชื่อว่า Squadra Corse ในการแข่งขัน Super Trofeo, GT3 และเพื่อจัดโปรแกรมการทดสอบรถสำหรับลูกค้า

ซึ่งทุกรุ่นของลัมโบร์กินีเป็นรถที่สามารถจอดในชั้น Supercar ของห้างได้ ส่วนราคาเริ่มต้น 22.8 – 40.5 ล้านบาท

LAMBORGHINI LAMBORGHINI

 

8.PORSCHE (เยอรมัน: Porsche พอร์เชอ)

เป็นยี่ห้อรถยนต์ของเยอรมนี ผลิตโดยบริษัท Dr. Ing. h.c. F. Porsche AG ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1931 โดย ดร. แฟร์ดีนันด์ พอร์เชอ (Ferdinand Porsche) วิศวกรชาวออสเตรีย ก่อตั้งบริษัท DR.ING.H.V. PORSCHE AG และผลิตรถยนต์จำหน่ายเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1948 และใช้ตราประจำเมืองชตุทท์การ์ท (Stuttgart) อันเป็นที่ตั้งโรงงานเป็นสัญลักษณ์

ปัจจุบันได้ผลิตรถยนต์ เช่น ปอร์เช่ 911 (991), ปอร์เช่ บ็อกซเตอร์, ปอร์เช่ คาเยนน์, ปอร์เช่ เคย์แมน ล่าสุดคือ ปอร์เช่ เคย์แมน จีที4 ที่เปิดตัวไปเมื่อค.ศ. 2015

ด้วยเป็นรถแบรนด์สุดหรูทำให้ทุกรุ่นของปอร์เช่สามารถจอดได้ในชั้น Supercar ของห้าง และมีราคาเริ่มต้น 6.3 – 21.9 ล้านบาท

PORSCHE

 

9.AUDI

(เยอรมัน: เอาดี้ ;บางครั้งเรียก ออดี้ ในภาษาอังกฤษ) เป็นชื่อบริษัทผลิตรถยนต์ของประเทศเยอรมนี มีสำนักงานอยู่ที่เมืองอิงโกล์ชตัดช์ ใกล้เมืองมิวนิก ในแคว้นบาวาเรีย ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1899

จัดว่าเป็นรถที่มีคุณภาพทัดเทียมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ บีเอ็มดับเบิลยู ปัจจุบันอยู่ในเครือโฟล์กสวาเกน บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในเยอรมนี ซึ่งเอาดี้ก็มีบริษัทในเครือคือลัมโบร์กีนี รถยนต์สปอร์ตจากประเทศอิตาลี

รถรุ่น Audi ที่สามารถจอดในชั้น Supercar ของห้าง ได้แก่ รุ่น R8, RS4, RS5, RS6, RS7 และราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.1 – 7.9 ล้านบาท

AUDI AUDI

 

10.LEXUS 

เป็นชื่อบริษัทผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นอยู่ในเครือโตโยต้า ผลิตรถประเภทพรีเมี่ยม ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2532 รถยนต์รุ่นแรก คือ แอลเอส 400 และ อีเอส 250 

เล็กซัส เริ่มทำการตลาดครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก และขายดีที่สุดเป็นอันดับ 4 ในสหรัฐอเมริกา ต่อมาก็ได้ทำการตลาดที่อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย

ฮันเตอร์คอมมิวนิเคชัน ผู้ออกแบบสัญลักษณ์ของเล็กซัสได้อธิบายถึงโลโก้ของเล็กซัสว่า เป็นรูปตัวอักษร L ตัวเอียง อยู่ในกรอบวงกลม โดยคำว่า เล็กซัส (Lexus) ย่อมาจาก “Luxury Edition for the United States”

ด้วยความที่เป็นระดับพรีเมี่ยม เล็กซัสจึงถูกจัดให้ในระดับเดียวกับ ออดี้ บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์ซิเดส-เบนซ์ และอื่นๆ

ส่วนรถรุ่น Lexus สามารถจอดได้ในชั้น Supercar ของห้าง คือ รุ่น LFA ซึ่งมีราคา 24.5 ล้านบาทเลยทีเดียว

LEXUS LEXUS