ข้อมูลความรู้คลังความรู้

เลือกที่จอดรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ดีที่สุด

วิถีชีวิตของคนเรา เมื่อมีเงินสักก้อน นอกจากจะซื้อรถป้ายแดง หรือรถมือสองมาใช้กันแล้ว แทบทุกคนย่อมอยากมีบ้านตามไปด้วย ซึ่งในการซื้อบ้านของเรา ปัจจัยหลักๆ ก็จะอยู่ที่ราคาเหมาะกับความสามารถในการผ่อนจ่ายของเรา

รวมไปถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อาทิ ทำเลที่ตั้ง โครงการหมู่บ้าน จำนวนยูนิต ค่าส่วนกลาง ระบบสาธารณูปโภค ระบบขนส่งมวลชน การรักษาความปลอดภัย น้ำท่วมมั้ย ฯลฯ ที่ต้องวิเคราะห์ให้ละเอียด ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหลังที่ต้องการ

เลือกโรงรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ใช้งานได้ดีสุด

ซึ่งในแต่ทำเล แต่ละหมู่บ้าน ก็มีที่อยู่อาศัยให้เลือกกันหลากหลายแบบ เช่น บ้านทาวน์เฮ้าส์, บ้านทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยว หลายคนอาจจะเลือกบ้านทาวน์เฮ้าส์ (หรือทาวน์โฮม) เพราะมีราคาไม่แพงมาก (รวมไปถึงเนื้อที่ตัวบ้านก็ไม่มาก ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 16 – 25 ตร.วา) ดูแลง่าย มีนิติบุคคลคอยจัดการสิ่งต่างๆ หรือถ้าจะเลือกซื้อบ้านมือสองก็ได้เช่นกัน

แน่นอนว่าถ้าคนซื้อบ้านมีรถแล้ว ก็ย่อมอยากออกแบบโรงรถให้สวยงาม และปลอดภัยต่อคนทุกวัย Mr.Carro จะมาเล่าให้ฟังว่า เลือกโรงรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ใช้งานได้ดีที่สุด

เลือกโรงรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ใช้งานได้ดีสุด

ตามปกติแล้ว โครงการหมู่บ้านส่วนใหญ่ มักจะออกแบบโรงรถให้เป็นบริเวณที่เปิดโล่ง หรือมีชานจากตัวบ้านบังตัวรถได้นิดหน่อย เพื่อให้เจ้าของบ้านตกแต่งเองเพิ่มเติม (เว้นเสียแต่ว่า คุณซื้อบ้านมือสองมาแล้วเจ้าของเดิมต่อเติม ตกแต่งไว้ให้แล้ว)

CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน

บ้านทาวน์เฮ้าส์ที่มีอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน มีหน้ากว้างที่ค่อนข้างหลากหลายตามการออกแบบ จัดวางพื้นที่ และราคาที่จะตั้งขาย มีตั้งแต่ความกว้างขั้นต่ำ (วัดจากเขตที่ดินบ้าน ที่กินเนื้อที่เข้าไปกำแพงบ้านประมาณ 20 ซม.) ตามกฎหมาย 4 เมตร ไปจนถึง 10 เมตร ก็มี ซึ่ง พรบ. ควบคุมอาคาร ปี 2522 ฉบับปรับปรุงปี 2558 ระบุว่า ช่องจอดรถขั้นต่ำ ต้องมีขนาดอย่างน้อย 2.4 X 5 เมตร)

เมื่อเทียบกับขนาดรถยนต์ที่ขายในบ้านเราส่วนใหญ่ ตัวรถจะมีความยาวอยู่ที่ประมาณตั้งแต่เกือบๆ 4 เมตร ไปจนถึงไม่เกิน 5 เมตรครึ่ง รวมไปถึงความกว้างของตัวรถ มักอยู่ที่ประมาณ 1.7 เมตร ไปจนถึงเกือบๆ 2 เมตร (กรณีรถคันใหญ่มาก) ซึ่งถ้าใครใช้รถหรูๆ หรือรถกระบะ รถ SUV คันใหญ่ๆ ก็ต้องหาบ้านที่หน้ากว้างๆ หน่อยละกัน เวลาเข้า-ออก รถ จะได้ไม่ลำบาก

เลือกโรงรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ใช้งานได้ดีสุด

บ้านทาวน์เฮ้าส์หน้ากว้าง มีพื้นที่ใช้สอยเท่าไหร่ จอดรถได้กี่คัน …

  • ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 4 เมตร : จอดรถได้ 1 คันเท่านั้น พอเหลือพื้นที่ด้านข้างนิดหน่อย สำหรับเปิดประตูรถ เดิน หรือใช้วางสิ่งของที่เกี่ยวกับการดูแลรถ เช่น อุปกรณ์ เครื่องมือ หรือน้ำยาต่างๆ หรือจะใช้จอดมอเตอร์ไซค์ได้อีกคัน
  • ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 – 5.7 เมตร : หมู่บ้านยุคใหม่หลายโครงการ นิยมออกแบบหน้ากว้างประมาณนี้มาก เพราะสามารถจอดรถได้ตั้งแต่ 1 หรือ 2 คัน แต่ถ้าคุณจอดรถเพียง 1 คัน ก็จะมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น เปิดประตูรถได้กว้างขึ้น
  • ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 6 – 7 เมตร : พื้นที่ขนาดนี้ ออกแบบมาให้จอดรถได้ 2 คัน หรือใช้จอดจักรยาน จอดมอเตอร์ไซค์เพิ่มเติมได้ แต่ถ้าจะเปิดประตูรถที่จอดติดกัน อาจจะเปิดได้ไม่กว้างนัก
  • ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 8 – 10 เมตร : เป็นระยะความกว้างที่สุด จอดรถได้ 3 คัน พร้อมพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อิสระมากขึ้น สำหรับสมาชิกหลายๆ คนในบ้าน ถ้าจอดรถเพียงแค่คันเดียว ก็เปิดประตูรถได้กว้างสุดๆ

เลือกโรงรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ใช้งานได้ดีสุด

ที่สำคัญ ต้องเลือกเนื้อที่ความลึกของที่จอดรถให้มากกว่าความยาวของรถคุณด้วย เพราะถ้าขับรถเข้าไปจอดในบ้านเรา ไม่มีพื้นที่เว้นระยะห่างหน้า-หลัง ของรถเลย ก็อาจใช้งานไม่สะดวกได้เช่นกันครับ เช่น การเปิดฝากระโปรงหน้ารถ หรือเปิดท้ายรถเพื่อหยิบของ

เลือกโรงรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ใช้งานได้ดีสุด

ภาพจาก Tai Phimjai

พื้นโรงรถ

กรณีที่คุณซื้อบ้านมาแล้ว หรือซื้อบ้านมือสองมา อยากตกแต่งโรงรถเพิ่มเติม ก็สามารถทำได้ การทำทางลาด (Slope) สำหรับโรงรถนั้นจำเป็น ในกรณีที่คุณอาจต้องล้างรถในบ้าน หรือพื้นที่ถนนส่วนกลางภายนอกเท่ากันหรือสูงกว่าตัวพื้นบ้าน จนน้ำสามารถเข้ามาท่วมในบ้านได้เมื่อฝนตกหนัก ก็ควรทำทางลาดให้สูงหน่อย

แต่ก็อาจพบปัญหาได้ ในส่วนบริเวณรอยต่อพื้นดินหน้าบ้าน หรือหน้าถนนที่ทางลาด เมื่อเวลาผ่านไป ถ้าทำไม่ดี หรือรับน้ำหนักเยอะๆ บ่อยๆ มักเกิดการทรุดตัว ปูนแตกร้าว เวลาเดินอาจสะดุดหรืออันตรายได้

แต่ก็ไม่ควรทำที่จอดรถชันจนเกินไป เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุขณะตอนเคลื่อนรถเข้าไปจอดในบ้าน หรือระหว่างถอยเข้าไปจอดในบ้านได้ (เพราะขับรถขึ้นทางลาด รถต้องมีแรงส่งในการนำเข้าไปจอด อาจหรือเผลอเหยียบคันเร่งมากเกินไป จนพุ่งเข้าไปชนกำแพงบ้านได้นั่นเอง)

เลือกโรงรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ใช้งานได้ดีสุด

ภาพจาก Bank HomeNow

พื้นปูโรงรถ

สำหรับพื้นที่ปูโรงรถในบ้านทาวน์เฮ้าส์ ถ้าเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ จะบ้านใหม่หรือบ้านมือสอง ก็มีให้เลือกด้วยกันหลายแบบด้วยกัน เช่น

  • ที่จอดรถคอนกรีตทั่วไป นับได้ว่าเป็นมาตรฐานของหมู่บ้านทั่วไทยก็ว่าได้ เพราะถูกและแข็งแรง บางโครงการอาจมีทั้งแบบผิวหยาบ แบบขัดมัน ดูแลรักษาง่าย แค่ผสมหิน ปูน ทราย ให้ได้มาตรฐาน สามารถไปตกแต่งเองเพิ่มเติมทีหลังได้ ไม่ว่าจะใช้ปูกระเบื้อง ปูหินอ่อน ปูกรวดล้าง ทรายล้าง ที่มีให้เลือกกันหลายเบอร์ เป็นต้น
  • ที่จอดรถคอนกรีตพิมพ์ลาย หรือแสตมป์คอนกรีต หลายคนอาจจะชอบความสวยงาม พื้นโรงรถมีลวดลาย ก็อาจจ้างช่างให้มาทำคอนกรีตพิมพ์ลาย ตกแต่งผิวหน้าคอนกรีต โดยช่างจะโรยผงสี (กรณีต้องการมีสีสัน) บนผิวหน้าคอนกรีตก่อนทำการพิมพ์ลาย จากนั้นนำแม่แบบมาพิมพ์ลาย ต่อกันจนครบทั้งหมด ให้เป็นลวดลายที่ดูเสมอกัน และมีลวดลายที่ช่วยกันลื่นเวลาเจอน้ำด้วย
  • ที่จอดรถปูกระเบื้องเซรามิก การเลือกกระเบื้องเซรามิกมาปูพื้นโรงรถ ควรเลือกกระเบื้องปูพื้นประเภทแกรนิตโต้ ที่มีผิวหยาบ มีลวดลาย เพราะกันลื่นได้ แถมแข็งแรง ทนทาน
  • ที่จอดรถปูกรวดล้างทรายล้าง ข้อดีคือ เหมาะสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ และเด็กๆ เพราะมีพื้นผิวขรุขระ ป้องกันการลื่นได้ แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน คือทำความสะอาดและซ่อมแซมยาก และตะไคร่ชอบขึ้น (ขัดกันเหนื่อยเลยแต่ละที) ที่สำคัญต้องเคลือบน้ำยาป้องกันการสะสมตะไคร่ ตามซอกเม็ดหินอย่างสม่ำเสมอ
  • ที่จอดรถปูหินแกรนิต มีราคาสูงและเป็นที่นิยม ด้วยความแข็งแรงสุดๆ ทนทาน ดูแลรักษาง่าย ผิวหยาบเรียบ เดินแล้วไม่ลื่น ควรเลือกหินแกรนิตที่มีความหยาบ และหนากว่าหินแกรนิตโดยทั่วไปประมาณ 3-4 นิ้ว เพื่อรองรับน้ำหนักของตัวรถได้มาก

ส่วนวัสดุแบบอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมลงไปก็มีอย่างเช่น บล็อกหญ้า, บล็อกตัวหนอน, พื้นยางปูพื้น, ลาดยางมะตอย หรือ อีพ๊อกซี่ เป็นต้น

เลือกโรงรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ใช้งานได้ดีสุด

ภาพจาก บ้านมือสอง-สมุทรปราการ

หลังคา / กันสาด

การเลือกหลังคาโรงรถ โดยมากแล้ว บ้านทาวน์เฮ้าส์จะเลือกหลังคาโรงรถแบบทรงเรียบ หรือทรงโค้ง ให้เทลาดมาด้านหน้าถึงรั้วบ้าน หรือเลยออกไปบริเวณทางลาดหน้าบ้าน เพราะเวลาฝนตกน้ำจะได้ไหลมาลงไปที่รางระบายน้ำข้างหน้า หรือด้านหน้าบ้านตัวเอง ไม่ไปไหลลงที่ข้างบ้าน ซึ่งบางบ้านอาจจะติดตั้งผ้าใบกันฝนได้อีกด้วย

วัสดุปูหลังคาก็มีอยู่หลายแบบ ทั้งแบบสังกะสี แบบกระเบื้อง แบบสแตนเลส แบบเมทัลชีท แบบไวนิล แบบโพลีคาร์บอเนต ซึ่งมีข้อดีข้อเสียอย่างไร เรามาดูกัน …

  • หลังคาสังกะสี มีคุณสมบัติพื้นผิวมันเรียบ น้ำหนักเบา ราคาถูกจำหน่ายเป็นฟุต ราคาต่อฟุตแตกต่างกันตามสี และชั้นคุณภาพของสังกะสี ข้อดีคือราคาถูก ทนทาน สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือยังนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ เช่น ใช้ทำฝาผนัง หรือทำรั้ว
    ส่วนข้อเสียของหลังคาสังกะสี คือ เมื่อใช้ไปนานๆ เจอแดดเจอฝนนานๆ มักขึ้นสนิม ผุ ไม่ทนต่อแรงลม เจอพายุมาทีปลิวไปหมดเลยก็มี และโรงรถร้อน เพราะหลังคาสังกะสีอมความร้อน กระจายความร้อนได้รวดเร็ว (วิธีแก้คือ รองด้วยฉนวนกันความร้อน หรือโฟมบุหลังคา) และเสียงดังมากเมื่อฝนตกหนัก
  • หลังคาเหล็กเมทัลชีท คือหลังคาที่เป็นแผ่นเหล็กเคลือบด้วย Aluzinc (อลูซิงค์) มีส่วนประกอบของ อะลูมิเนียม 55% และสังกะสี 45% เพื่อป้องกันการเกิดสนิม รีบจนเป็นแผ่นลอนบาง ข้อดี คือ กันสนิมได้ ติดตั้งได้ง่าย แข็งแรง ทำหลังคาโค้งได้ กันน้ำซึมได้เพราะเป็นแผ่นยาวไร้รอยต่อ มีหลายสีให้เลือก ราคาไม่แพง
    แต่ข้อเสียคือ อมความร้อน (วิธีแก้คือ รองด้วยฉนวนกันความร้อน หรือโฟมบุหลังคา) น้ำหนักมากกว่าหลังคาสังกะสี และเสียงดังเมื่อฝนตกหนัก
  • หลังคาสแตนเลส คือ เหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนน้อยกว่า หรือต่ำกว่า 2% ของน้ำหนัก และมีส่วนผสมของโครเมียมอย่างน้อยที่สุด 5% ขึ้นไป หรือเรียกว่าเหล็กกล้าไร้สนิม ข้อดี คือ น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย ง่ายต่อการติดตั้ง ปลอดสนิม น้ำหนักเบา ทนความร้อน ส่วนข้อเสีย คือ ราคาสูง และไม่ทนทานเท่าหลังคาเหล็ก
  • หลังคากระเบื้อง เป็นหลังคาที่ทำมาจากไฟเบอร์ซีเมนต์ แข็งแรง อายุการใช้งานยาวนานกว่าวัสดุประเภทอื่นๆ รับแรงกระแทกดี (เช่น มีของหล่นใส่ ไม่บุบหรือแตก) ทนทาน เสียงไม่ดังเวลาฝนตกหนัก ซ่อมแซมง่าย แผ่นไหนรั่วแตกก็ถอดเปลี่ยนได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนยกแผงแบบประเภทอื่น
    แต่ข้อเสียก็มี คือ น้ำหนักมาก ต้องทำโครงสร้างโรงรถให้รับน้ำหนักได้ และปัญหารั่วซึมตามรอยต่อกระเบื้อง ต้องอัดกาวหรือเปลี่ยนเพื่อซ่อมแซมใหม่
  • หลังคาไวนิล เป็นหลังคาที่ทำมาจาก UPVC หรือ Unplasticised Poly Vinyl Chloride ข้อดี คือ ทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี ยืดหยุ่น ป้องกันความร้อนได้ดี เก็บความเย็น น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ฝนตกหนักเสียงไม่ดัง และติดไฟยาก ส่วนข้อเสีย คือ เมื่อใช้งานไปนานๆ หลังคาสีจะซีด และมีราคาสูง
  • หลังคาโพลีคาร์บอเนต เป็นหลังคาที่ทำมาจากพลาสติกแข็ง มีทั้งแบบแผ่นตันและแผ่นลูกฟูก ข้อดีคือ โปร่งแสง ทำให้บริเวณโรงรถไม่มืด มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศ ดัดรูปทรงตามต้องการได้ และเวลาฝนตกเสียงไม่ดัง ส่วนข้อเสียคือราคาสูง เป็นรอยขีดข่วนง่าย ติดไฟได้เนื่องจากวัสดุพลาสติกค่อนข้างไวไฟ

เลือกโรงรถบ้านทาวน์เฮ้าส์อย่างไร ให้ใช้งานได้ดีสุด

ภาพจาก สืบพงษ์ เครือน้อย

บางคนก็ไม่อยากได้หลังคาแบบทึบแสง อยากให้มีแสงส่องเข้ามาในโรงรถบ้าง ก็อาจจะเลือกหลังคาที่ใช้วัสดุแบบโปร่งแสงชนิดอื่นๆ เช่น ไฟเบอร์กลาส หรือโพลีคาร์บอเนต เป็นต้น

สำหรับใครที่กำลังเลือกตกแต่งโรงรถให้กับบ้านหลังใหม่ หรือบ้านหลังเดิมของคุณอยู่ ก็ลองนำไปพิจารณาดู ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายด้าน ทั้งความชื่นชอบ ฟังก์ชั่นการใช้งาน กับงบประมาณที่ตั้งไว้ครับ

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์คันใหม่ให้เหมาะกับโรงรถบ้านคุณ มาขายรถกับทาง Carro Express สิ! คลิกเลยที่ https://th.carro.co/sell-car/express รับรองได้เงินเร็ว ไว ทันใจแน่นอน!

CARRO Automall

ส่วนใครสนใจจะซื้อรถมือสอง Carro แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่ง Carro เรามีรถให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพโดย Carro Certified อย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด, การันตีคืนเงินภายใน 5 วัน, รับประกันเครื่องยนต์และเกียร์ 1 ปี, รับประกันไม่กรอไมล์ และไม่ประสบอุบัติเหตุหนัก ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม พร้อมรับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์ ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ Carro สิ!

หรือถ้าหากคุณสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงกรอกชื่อ-เบอร์โทรศัพท์ และรถที่คุณสนใจ ไว้ที่ “รับการแจ้งเตือน” เมื่อมีรถที่คุณต้องการ Carro จะรีบติดต่อไปยังคุณทันที สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> Carro Thailand โทร. 02-460-9380 หรือทาง Line @carrothai

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Related Articles

Back to top button