ในช่วงที่เศรษฐกิจของไทย ย่ำแย่ติดต่อกันมาในช่วงหลายปีก่อนหน้า หรือการ Disruption ในหลายวงการอาชีพ หรือจะผลกระทบจากโควิด-19 กำลังระบาดหนักในไทยนับตั้งแต่ปีที่ผ่านมานี้ ทำให้อาชีพการงานแบบเดิมๆ ที่เคยทำกันมานาน ทั้งบริษัทเล็กๆ แบบ SMEs หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ ได้รับผลกระทบกันมหาศาล ทั้งด้านการท่องเที่ยว สายการบิน การศึกษา ร้านนวด สปา ผับ บาร์ หรือร้านอาหารทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ สตรีทฟู้ด ต้องปิดตัวกันไปนับแสนราย

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

ทำให้หลายคนต้องหาทางเอาตัวรอด หาทางสร้างรายได้ สร้างอาชีพใหม่ๆ กันเป็นแถว บางคน อาจจะมีทุนมาก ก็มีสายป่านยาวหน่อย ส่วนคนที่ทุนน้อย ก็อาจต้องลงแรงมากหน่อย เพื่อให้การเริ่มต้นเป็น “นายตัวเอง” ไปต่อได้ ในยุคที่ต้องปรับตัวในการหาเงิน และสู้กับโควิดไปด้วย อย่าง “รถเร่ขายของ” ก็เช่นกัน มีผู้เริ่มมาทำกันมาก ในหลากหลายอาชีพ ทำเลไหนดีก็ขับไปขายทุกวัน ทำเลไหนไม่ดี ก็เปลี่ยนที่ไปได้เรื่อยๆ ไม่ต้องเช่าห้องแถว เช่าที่ให้วุ่นวาย

แถมยังใช้สื่อออนไลน์อย่าง Facebook, IG, YouTube หรือ Twitter เรียกลูกค้ามาพิสูจน์ได้เพียบอีกด้วย! และสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ในแต่ละวันได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่งในวิกฤตช่วงนี้ ก็ยังไม่สิ้นโอกาสทีเดียว ใครที่มีรถกระบะ CARRO จะมาแนะนำ 10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ ใครมีรถ มาเปิดท้ายขายของ ทำได้ทันทีครับ!

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

ภาพจาก ออนิว ผักซิ่ง

1. รถพุ่มพวง

รถพุ่มพวง เป็นอะไรที่ชาวกรุงคงต้องเห็นกันคุ้นหูคุ้นตาอยู่แล้ว กับรถเร่ขายของไปตามซอย ตามหมู่บ้านต่างๆ พร้อมเปิดเสียงออกลำโพงเรียกลูกค้า ขายผัก ขายกับข้าว บ้างล่ะ

ชื่อของรถพุ่มพวง นั้น ก็มาจากการห้อยสินค้าเป็นห้อยถุงๆ โตงเตงไว้รอบท้ายกระบะ ซึ่งก็ยังไปพ้องกับไปกับชื่อนักร้องลูกทุ่งหญิงในตำนาน พุ่มพวง ดวงจันทร์ อีกต่างหาก ซึ่งรถพุ่มพวงส่วนหนึ่ง มาจากหาบเร่แผงลอย ที่มักจะถูกเทศกิจไล่บ่อยๆ หรือทำเลที่เคยอยู่ค่าเช่าแพง หรือขายไม่ดี จึงเปลี่ยนรูปแบบการขายมาเป็นการขับรถขายของแทน ซึ่งเริ่มเห็นมากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540

ส่วนใหญ่สินค้ามักเป็นของกิน หรือสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก เน้นขับเข้าไปตามซอยลึกๆ ไปตามหมู่บ้านต่างๆ หรือไซต์งานก่อสร้าง ที่ร้านสะดวกซื้อ อาจจะยังเข้าไม่ถึง เอาใจแม่บ้านถึงที่นั่นล่ะ

แต่รถพุ่มพวง อาจจะไม่จำเป็นต้องขายกับข้าวอย่างเดียวเสมอไป อาจจะขายผัก ขายรองเท้า ขายของกินเล่น ก็มี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อมาเป็นแพ็คๆ หรือเป็นกิโล แล้วมาขายปลีก ให้ได้กำไรมากขึ้นครับ

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

ภาพจาก ร้านบุญมีรับซื้อของเก่า-ข้างรพ.โคกสำโรง

2. รับซื้อของเก่า

อาชีพรับซื้อของเก่า อาจจะเป็นอาชีพที่บางคนดูถูกดูแคลน เพราะต้องอยู่กับของสกปรกทั้งวัน และยังเสี่ยงอันตรายจากสารเคมี เชื้อโรคต่างๆ แต่ก็เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำได้อยู่ ทั้งการนำของเก่าไปรีไซเคิลขาย แถมยังช่วยลดขยะตามบ้านอย่างได้ผลอีกด้วย

บางคนอาจจะยึดอาชีพรับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ นำไปซ่อมแล้วขายใหม่ แต่บางคนก็อาจจะเน้นรับซื้อพวกกล่องกระดาษเก่า ขวดพลาสติก ขวดเบียร์ เศษเหล็ก กระป๋องอะลูมิเนียม หรือหนังสือเก่า ตามความถนัด ซึ่งถ้ามีประสบการณ์มากขึ้น สามารถผันตัวมาเปิดร้าน หรือเปิดพื้นที่รับซื้อของเก่าได้เลย

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

ภาพจาก Nongying Siwaporn

3. ขายกาแฟ

ในยุค Work From Home ต้องทำงานอยู่บ้านแบบนี้ มนุษย์เงินเดือนที่เคยติดกาแฟ ต้องสั่งกาแฟแก้วละเป็นร้อยมากิน จะสั่งออนไลน์ก็เจอค่าส่งเยอะ อาจจะไม่ได้ดื่มกาแฟบ่อยเหมือนแต่ก่อน ถ้าคุณมีฝืมือ หรือเคยเรียนชงกาแฟ จะแบบมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพมาบ้าง อาจจะนำรถกระบะที่ตัวเองมี วางเครื่องชงกาแฟ ตกแต่งรถอีกหน่อย พร้อมชงกาแฟสดๆ ทำเป็นร้านกาแฟเคลื่อนที่ได้เลย

บางคนอาจจะหารายได้เพิ่ม นอกจากจะขายกาแฟเพียงอย่างเดียวแล้ว ก็อาจจะนำเมล็ดกาแฟให้ขายให้ตามร้านต่างๆ ได้ด้วย เรียกว่ารับรายได้สองทางเลย

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

ภาพจาก สวนประภัสราพันธุ์ไม้-คลอง15

4. ขายต้นไม้

เป็นที่รู้กันว่าเหล่าบรรดาแม่บ้าน หรือพ่อบ้าน มักนิยมปลูกต้นไม้ไว้รอบๆ บ้าน การเอารถกระบะมาดัดแปลงเป็นรถขายต้นไม้ ไปรับต้นไม้จากสวนมาขายก็น่าจะไปได้สวย ในช่วงเวลาที่คนอยู่บ้าน Work From Home กันเยอะ

ถ้าหากใครอยากรวยเร็วหน่อย ก็อาจจะหาต้นไม้ หรือสมุนไพร ที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19 มาขายในขณะนี้ เช่น ฟ้าทะลายโจร, กระชายขาว, ขมิ้นชัน, ขิง, มะขามป้อม, กระเทียม, สันพร้าหอม หรือต้นสายน้ำผึ้งมาขาย รับรองขายดีจนหามาขายไม่ทันทีเดียว

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

5. ขายข้าว

ถ้าใครมีอาชีพขายข้าวอยู่ มีหน้าร้านข้าว หรือรู้จักกับคนที่ทำงานโรงสีข้าว ก็ลองเอารถกระบะที่มี หาข้าวหลายๆ ชนิด หรือข้าวสารเป็นถุงๆ ใส่รถกระบะไปแบ่งขายตามหมู่บ้านต่างๆ ก็ได้ เพราะอย่างไรทุกคนก็ต้องกินข้าว

 

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

ภาพจาก Tee Motor

6. ขายผลไม้

นี่ก็จัดว่าเป็นอาชีพยอดฮิตของรถเร่ขายของเลยทีเดียว ซึ่งบางส่วนอาจมีสวนของตนเอง หรือมีแหล่งรับผลไม้จากสวน จากตลาดไท หรือตลาดสี่มุมเมือง ทางที่ดีคุณควรรับผลไม้จากสวน ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เน้นอย่าขายแพง แต่ขายให้หมดไวๆ จะได้ไม่ต้องเสี่ยงขาดทุน เนื่องจากผลไม้สุก งอม หรือเน่าซะก่อน

สำหรับผลไม้ที่นิยมนำใส่รถกระบะมาขาย ก็มีอยู่หลากหลายประเภท โดยมากมักเป็นผลไม้ตามฤดูกาล อาทิ ส้ม, กล้วย, มังคุด, สัปปะรด, เงาะ, ขนุน, มะขาม, ทุเรียน, ลิ้นจี่, ลองกอง, ลางสาด, มะม่วง, ฝรั่ง, มะพร้าว, มะละกอ เป็นต้น ซึ่งผลไม้ที่เหลือจากขาย บางอย่างนำมาแปรรูป เช่น กวน เชื่อม เป็นสินค้าใหม่ขายได้อีก

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

ภาพจาก ซูซูกิ101โปรดีby_yu

7. ขายก๋วยเตี๋ยว

บางคนอาจจะเคยเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว หรือเคยเป็นลูกมืออยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว เอารถกระบะที่มีมาดัดแปลงทำเป็นรถ Food Truck (ฟู้ดทรัค) ขายก๋วยเตี๋ยวก็น่าสนใจ อาจจะต้องลงทุนมาหน่อยในการเตรียมเครื่องครัว วัตถุดิบต่างๆ หาที่จอดขายตามหมู่บ้าน หรือตามซอยก็ได้

ซึ่งก็สามารถทำได้หลากหลายประเภท ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวไก่ ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ, ก๋วยเตี๋ยวหมู, ก๋วยเตี๋ยวเป็ด, เย็นตาโฟ, บะหมี่น้ำ, บะหมี่หมูแดง, บะหมี่เป็ดย่าง, บะหมี่ไก่ตุ๋น, บะหมี่เป็ดตุ๋น หรือก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ เป็นต้น เหมาะสำหรับคนมีฝืมือด้านการทำอาหารเลย

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

ภาพจาก Cut In Car Barbertruck

8. ทำร้านตัดผม

ช่วงโควิด-19 ระบาด ทำให้หลายคนออกไปนอกบ้านเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แถมร้านตัดผมก็ปิด จนผมยาวรุงรังกันไปหมด ถ้าใครเคยเรียนทำผม เรียนตัดผมมา นี่จัดว่าเป็นทางออกที่เหมาะเหม็งมากในยุคนี้ คือการดัดแปลงรถกระบะ ติดแอร์ ทำเป็น “บาร์เบอร์ทรัค” ร้านตัดผมเคลื่อนที่

สะดวกนัดเจอคนตัดเมื่อไหร่ ก็ไปบริการถึงที่ได้เลย พอหลังจากตัดผมคนแรกเสร็จ ก็จะทำความสะอาดภายในก่อน ที่จะให้ลูกค้าคนต่อไปขึ้นมาต่อ ถือเป็นการตอบโจทย์ให้กับลูกค้าในช่วงสถานการณ์โควิด เพราะให้บริการถึงที่ ไม่ต้องเสียค่าเช่าร้านด้วย

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

9. ขายของเบ็ดเตล็ด

ขายของเบ็ดเตล็ด อย่างอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน ไม้กวาด ไม้ถูพื้น เสื้อผ้ารองเท้า ขันน้ำ กะละมัง ฯลฯ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ขายตามหมู่บ้านในยุคนี้อาจรายได้ไม่เยอะนัก เพราะส่วนใหญ่ผู้คนมักนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์กันเป็นหลัก อาจจะลองขายตามไซต์งานก่อสร้าง หรือโซนที่เป็นชุมชน มีตลาด มีแม่บ้านอยู่เยอะๆ น่าจะขายได้หน่อย

สำหรับข้อดีของการขายของเบ็ดเตล็ด คือของเก็บไว้ได้นาน ไม่ต้องกังวลในเรื่องของเน่าบูด หมดอายุ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงหน่อย

10 อาชีพ ขายของบนรถกระบะ รถพุ่มพวง รถเร่ขายของ

ภาพจาก Nattapon Yoowattana

10. รถรับจ้าง

สำหรับใครที่ไม่ได้มีทุนรอนมากมายในการลงทุนซื้อของมาขาย หรือทำอาหารขาย ก็ลองเอารถกระบะที่มีมาเป็นรถรับจ้างก็ได้ ตามป้ายประกาศที่ติดตามเสาไฟฟ้าเยอะๆ นั่นล่ะ ตั้งแต่ไปขนของ ส่งของ ย้ายบ้าน ย้ายหอพัก เป็นต้น

เพียงแต่รถกระบะที่จะนำมาทำเป็นรถรับจ้าง ควรเป็นรถกระบะตอนเดียว ที่มีคอกด้านหลังสูงๆ หน่อยนะ เพราะงานนี้เน้นขนกันจริงๆ

นี่ก็จัดว่าเป็นแนวทางให้คุณลองนำไปใช้ดูนะครับ ซึ่งการดัดแปลงรถ อาจต้องใช้งบประมาณตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสน ในช่วงเริ่มแรก และต้องคำนวณต้นทุนกำไรในแต่ละวัน โดยรถเร่บางอาชีพ รายได้อาจดีกว่างานประจำ แต่ใช่ว่าทุกคนที่ขายจะมีรายได้แบบนี้ บางวันเกิดฝนตก ขายไม่ได้เลยก็มี ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับทำเลขาย เวลาออกขายในแต่ละวัน ซึ่งคุณอาจคว้าโอกาสรายได้เดือนละครึ่งแสนก็เป็นได้นะ จะบอกให้

CARRO Automall Pick-Up Festival 2021

สำหรับลูกค้าที่กำลังอยากได้รถกระบะคันใหม่ มาใช้ลงทุนทำมาหากินช่วงนี้ ขอเชิญพบกับ CARRO Pick-Up Festival ที่ทาง CARRO Automall ขนทัพรถกระบะหลายหลายรุ่นมาให้เลือกชมกันในราคาสุดพิเศษ ตั้งแต่ 19 ก.ค. – 19 ส.ค. 2564 พร้อมกับลุ้นรับส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท! ที่ CARRO Automall สาขาดอนเมือง ดูรายละเอียดรถกระบะได้ที่นี่ >> รายละเอียดเพิ่มเติม

สนใจเข้าชมงานออนไลน์ สามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อนัดเวลาได้เลยครับ [คลิกเลย] >> https://bit.ly/36GxxrW (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

ส่วนท่านใดที่อยากมาดูรถตัวจริงที่ CARRO Automall สาขาดอนเมือง สามารถเดินทางมาตามแผนที่ด้านล่างได้ครับ

CARRO Automall สาขาดอนเมือง ตั้งอยู่ ณ 292 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทร. 02-508-8690

Toyota-Car-Price-List-2020

รวมราคารถใหม่ Toyota (โตโยต้า) Update 24/6/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 ราคารถยนต์ Toyota (โตโยต้า) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน เช็คราคาได้ที่นี่

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

 

New-Toyota-Yaris-2020

New Yaris 2020

  • 1.2 Entry ราคา 549,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 609,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 679,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium with Black Roof ราคา 684,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport ราคา 634,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport Premium with Black Roof ราคา ราคา 709,000 บาท

New-Toyota-Yaris-ATIV-2020

Yaris ATIV 2020

  • 1.2 Entry ราคา 539,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 599,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 674,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport ราคา 624,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport Premium ราคา ราคา 699,000 บาท

Toyota-GR-Yaris-2021

GR Yaris

  • ราคา 2,690,000 บาท

Toyota-Vios

Vios

  • 1.5 Entry ราคา 609,000 บาท
  • 1.5 Mid ราคา 699,000 บาท
  • 1.5 High ราคา 789,000 บาท

Toyota-Corolla-Altis-Hybrid

Corolla Altis / Hybrid 2020

  • Limo ราคา 839,000 บาท
  • 1.6 G ราคา 879,000 บาท
  • 1.8 GR-Sport ราคา 999,000 บาท
  • Hybrid Entry ราคา 939,000 บาท
  • Hybrid Mid ราคา 989,000 บาท
  • Hybrid High ราคา 1,099,000 บาท

(*สำหรับสีพิเศษ White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid และเครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

Corolla Altis / Hybrid 2021

  • Limo ราคา 839,000 บาท*
  • 1.6 G ราคา 879,000 บาท*
  • 1.8 Sport ราคา 964,000 บาท
  • 1.8 GR-Sport ราคา 1,009,000 บาท**
  • Hybrid Smart ราคา 939,000 บาท
  • Hybrid Premium ราคา 994,000 บาท
  • Hybrid Premium Safety ราคา 1,099,000 บาท

*สำหรับสีพิเศษ Super White II มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6L และ รุ่น Limo เท่านั้น

**รุ่น 1.8 GR-Sport มี 3 สี ได้แก่ Platinum White Pearl, Red Mica Metallic และ Attitude Black Mica

(*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid, เครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport และ 1.8 Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

All-New-Corolla-Cross-2020

All-New Corolla Cross 2020

  • 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท
  • Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท
  • Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท
  • Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท

หมายเหตุ:

  • สำหรับภายในสี Terra Rossa มีเฉพาะสี Celestite Gray Metallic, Platinum White Pearl และ Attitude Black Mica ในรุ่น Hybrid Premium Safety และ Hybrid Premium
  • สำหรับรุ่น Hybrid Smart และ 1.8 Sport ภายในสีดำสำหรับภายนอกทุกสี
  • สำหรับสี Platinum White Pearl ราคาเพิ่มขึ้น 10,000 บาท

Toyota-C-HR-2019

C-HR

  • 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท
  • 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท
  • HV Mid ราคา 1,069,000 บาท
  • HV Hi ราคา 1,159,000 บาท
  • By Karl Lagerfeld ราคา 1,219,000 บาท

New Toyota C-HR 2021

C-HR 2021

  • HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

Toyota-Camry

Camry

  • 2.0 G ราคา 1,455,000 บาท
  • 2.5 G CNG ราคา 1,599,000 บาท
  • 2.5 HV ราคา 1,649,000 บาท
  • 2.5 HV Premium ราคา 1,809,000 บาท

Toyota-GR-Supra

GR Supra

  • GR Supra 2020 Edition ราคา 5,199,000 บาท

* สำหรับรุ่นพิเศษ สี Horizon Blue เท่านั้น

Toyota-Avanza-2019

Avanza

  • 1.5 E ราคา 649,000 บาท
  • 1.5 G ราคา 699,000 บาท

Toyota-Sienta-2019

Sienta

  • 1.5 G ราคา 765,000 บาท
  • 1.5 V ราคา 875,000 บาท

Toyota-Innova-Crysta

Innova Crysta

  • 2.0 E M/T ราคา 1,129,000 บาท
  • 2.8 G ราคา 1,235,000 บาท
  • 2.8 V ราคา 1,413,000 บาท

Toyota-Innova-Crysta-2021

Innova Crysta 2021

  • 2.0 Entry ราคา 1,199,000 บาท
  • 2.8 Crysta ราคา 1,279,000 บาท**
  • 2.8 Crysta Premium ราคา 1,429,000 บาท**

*สี White Pearl Crystal (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium และ 2.8 Crysta) ราคาเพิ่ม 10,000 บาท จากราคาที่แสดงข้างบน

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน และรวมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ พร้อมค่าติดตั้งโดยบริษัท TAC จำกัด (รุ่น 2.8 Crysta Premium มูลค่า 39,500 และ 2.8 Crysta มูลค่า 30,500 บาท)

Toyota-Fortuner

Fortuner

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,309,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,429,000 บาท
  • 2.8 V 2WD ราคา 1,603,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,509,000 บาท
  • 2.8 V 4WD ราคา 1,673,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 2WD ราคา 1,662,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 47,000 บาท ราคารวม 1,709,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 2WD Black Top ราคา 1,668,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 60,500 บาท ราคารวม 1,729,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 4WD ราคา 1,732,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 47,000 บาท ราคารวม 1,779,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 4WD Black Top ราคา 1,738,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 60,500 บาท ราคารวม 1,799,000 บาท

New-Toyota-Fortuner-Legender-2020

Fortuner 2020

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,454,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,524,000 บาท
  • 2.4 Legender 2WD ราคา 1,557,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,564,000 บาท
  • 2.4 Legender 4WD ราคา 1,627,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,634,000 บาท
  • 2.8 Legender 2WD ราคา 1,762,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,769,000 บาท
  • 2.8 Legender 4WD ราคา 1,832,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,839,000 บาท

หมายเหตุ

1. สำหรับรุ่นธรรมดา สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 12,000 บาท
2. สำหรับรุ่น Legender สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 20,000 บาท

Toyota-Alphard

Alphard

  • 2.5 Hybrid ราคา 3,968,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 4,019,000 บาท
  • 3.5 VIP ราคา 5,458,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 5,509,000 บาท

Toyota-Vellfire

Vellfire

  • 2.5 ราคา 3,838,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 3,889,000 บาท

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition-2019

Hilux Revo

Standard Cab

  • 2.4 J แค็บ และแชสซีส์ ราคา 533,000 บาท
  • 2.4 J แค็บ และแชสซีส์ A/T ราคา 588,000 บาท
  • 2.4 J ราคา 566,000 บาท
  • 2.4 J A/T ราคา 621,000 บาท
  • 2.7 J ราคา 574,000 บาท
  • 2.4 J Plus ช่วงล้อสั้น ราคา 587,000 บาท
  • 2.8 J Plus ราคา 607,000 บาท
  • 2.8 J 4X4 ราคา 676,000 บาท

Smart Cab

  • 2.4 J Plus Z-Edition M/T ราคา 600,000 บาท
  • 2.4 J Plus Z-Edition A/T ราคา 699,000 บาท
  • 2.4 E Z-Edition M/T ราคา 690,000 บาท
  • Prerunner 2.4 J Plus ราคา 672,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E ราคา 721,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus ราคา 751,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E A/T ราคา 770,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus A/T ราคา 800,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G Rocco ราคา 830,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T Rocco ราคา 879,000 บาท
  • 2.8 G Rocco 4X4 ราคา 953,000 บาท
  • 2.4 E Plus 4X4 ราคา 830,000 บาท
  • 2.8 G 4X4 ราคา 909,000 บาท

Double Cab

  • 2.4 J Plus Z-Edition ราคา 690,000 บาท
  • 2.4 J Plus Z-Edition A/T ราคา 740,000 บาท
  • 2.4 E Z-Edition ราคา 783,000 บาท
  • Prerunner 2.4 J Plus ราคา 770,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E ราคา 810,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E A/T ราคา 859,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus ราคา 840,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus A/T ราคา 889,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G ราคา 909,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T ราคา 958,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G Rocco ราคา 939,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T Rocco ราคา 988,000 บาท
  • Prerunner 2.8 G A/T Rocco ราคา 1,130,000 บาท
  • 2.8 G A/T Rocco 4X4 ราคารถ 1,199,000 บาท
  • 2.4 E Plus 4X4 ราคา 935,000 บาท
  • 2.8 G 4X4 ราคา 1,081,000 บาท
  • 2.8 G A/T 4X4 ราคา 1,150,000 บาท

New-Toyota-Hilux-Revo-Rocco-2020

Hilux Revo 2020

Standard Cab

  • 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) ราคา 544,000 บาท
  • 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) AT ราคา 594,000 บาท
  • 2.4 Entry ช่วงล้อสั้น ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 634,000 บาท
  • 2.8 Entry ราคา 604,000 บาท
  • 2.8 Entry 4X4 ราคา 704,000 บาท

Smart Cab

  • Z Edition 4×2 2.4 Entry STD ราคา 609,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry ราคา 624,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ราคา 684,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid ราคา 699,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ATราคา 734,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid AT ราคา 749,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry STD ราคา 689,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry ราคา 704,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ราคา 754,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid ราคา 769,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD AT ราคา 794,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid AT ราคา 809,000 บาท

Prerunner & 4X4

  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry ราคา 707,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry AT ราคา 757,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid ราคา 787,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid AT ราคา 837,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 High ราคา 864,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 High AT ราคา 914,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.4 Mid ราคา 862,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.8 High ราคา 959,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry ราคา 807,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry AT ราคา 857,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid ราคา 872,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid AT ราคา 922,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 High ราคา 959,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 High AT ราคา 1,009,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.4 Mid ราคา 957,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 High ราคา 1,109,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 High AT ราคา 1,159,000 บาท

Rocco

  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Rocco AT ราคา 919,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 30,000 บาท ราคารวม 949,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.8 Rocco AT ราคา 1,049,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 30,000 บาท ราคารวม 1,079,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Rocco AT ราคา 1,050,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 28,500 บาท ราคารวม 1,079,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 Rocco AT ราคา 1,210,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 28,500 บาท ราคารวม 1,239,000 บาท

Toyota-Hiace

Hiace

  • Eco Panel Van ราคา 999,000 บาท
  • GL Van สีขาว ราคา 1,079,000 บาท
  • GL Van สีเงิน ราคา 1,085,000 บาท

Toyota-Commuter

Commuter

  • 2.8 M/T สีขาว ราคา 1,269,000 บาท
  • 2.8 M/T สีเงิน ราคา 1,275,000 บาท
  • 2.8 A/T สีขาว ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.8 A/T สีเงิน ราคา 1,305,000 บาท

Toyota-Majesty

Majesty

  • Standard ราคา 1,709,000 บาท
  • Premium ราคา 1,899,000 บาท
  • Grande ราคา 2,199,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Toyota ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/toyota-car-price-list/

ราคารถใหม่ Ford (ฟอร์ด) ทุกรุ่น

รวมราคารถใหม่ Ford (ฟอร์ด) ทุกรุ่น Update 21/6/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 ราคารถยนต์ Ford (ฟอร์ด) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน เช็คราคาได้ที่นี่

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Ford-Ranger-2021

Ranger

  • Standard Chassis Cab 2.2L XL 6MT ราคา 531,000 บาท
  • Standard Cab 2.2L XL 6MT ราคา 562,000 บาท
  • Standard Cab 2.2L XL 4WD 6MT ราคา 652,000 บาท
  • Open Cab 2.2L XL ราคา 632,000 บาท
  • Open Cab 2.2L XL Street 6MT ราคา 672,000 บาท
  • Open Cab 2.2L XL+ Sport Hi-Rider 6MT ราคา 692,000 บาท
  • Open Cab 2.2L XLT Hi-Rider 6MT ราคา 757,000 บาท
  • Open Cab 2.2L XLT 4X4 6AT ราคา 797,000 บาท
  • Open Cab 2.2L XLT 4X4 6MT ราคา 807,000 บาท
  • Double Cab 2.2L XL 6MT ราคา 692,000 บาท
  • Double Cab 2.2L XL+ Hi-Rider 6MT ราคา 752,000 บาท
  • Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 6MT ราคา 857,000 บาท
  • Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 6AT ราคา 902,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Turbo Limited 4X4 10AT ราคา 1,042,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Turbo Wildtrak Hi-Rider 10AT ราคา 1,032,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Turbo Wildtrak (Roller) Hi-Rider 10AT ราคา 1,062,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Turbo FX4 MAX 10AT ราคา 1,189,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Turbo Wildtrak Hi-Rider 6MT ราคา 982,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Bi-Turbo Wildtrak 4X4 10AT ราคา 1,268,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Bi-Turbo Wildtrak (Roller) 4X4 10AT ราคา 1,298,000 บาท

Ford-Ranger-Raptor-2020

Ranger Raptor

  • Double Cab 2.0L Bi-Turbo Raptor 4X4 10AT ราคา 1,699,000 บาท
  • Double Cab 2.0L Bi-Turbo Raptor X 4X4 10AT ราคา 1,729,000 บาท

Ford-Everest-2021

Everest

  • Trend 2.0L Turbo 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • Titanium 2.0L Turbo 2WD ราคา 1,399,000 บาท
  • Titanium (Sport) 2.0L Turbo 2WD ราคา 1,429,000 บาท
  • Titanium+ 2.0L Turbo 2WD ราคา 1,599,000 บาท
  • Titanium+ 2.0L Bi-Turbo 4WD ราคา 1,799,000 บาท

Ford-Mustang

Mustang

  • 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3,699,000 บาท
  • 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4,899,000 บาท

ถ้าจะให้พูดถึง “รถกระบะ” แล้ว ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถที่สามารถใช้ขนของได้เยอะๆ คุ้มค่าในการทำธุรกิจ ใช้ในการเกษตร ขนผลไม้ ขนผลผลิตไปขาย หรือใช้ขนคน ไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว หรือจะไว้แต่งซิ่งก็ตาม

รถกระบะในตลาดรถ ก็มีให้เลือกในหลายประเภท อาทิ แบบตอนเดียว, แบบตอนเดียวยกสูง, แบบมีแค็บ, แบบ 4 ประตู หรือจะเป็นแบบ 2 ประตู กับ 4 ประตู ยกสูง หรือขับ 4X4 เป็นต้น

ราคารถกระบะก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถกระบะที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถกระบะถูกสุดในไทย ประจำปี 2021 เราเช็คราคาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

TATA-Xenon-Single-Cab-Giant-Heavy-Duty-CNG-Plus

1. TATA Xenon Single Cab Giant Heavy Duty CNG Plus ราคา 369,000 บาท

TATA Xenon (ทาทา ซีนอน) รถกระบะเรือธงจาก “TATA” ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากแดนภารตะ ที่เพิ่งประกาศเลิกผลิตรถยนต์ในไทยไปเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา “ซีนอน” เป็นรถกระบะที่ทาทาขายในไทยมานานนับสิบกว่าปี ชูจุดเด่นด้วยกระบะพื้นเรียบ เพลาท้ายแบบ Heavy Duty สามารถบรรทุกได้เต็มพื้นที่

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.1 ลิตร 101 แรงม้า CNG Plus แท้ ทั้งระบบ ประหยัดเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง และมีความทนทาน พร้อมถังก๊าซขนาดใหญ่ 3 ถัง ความจุ 230 ลิตร อยู่ใต้พื้นกระบะ และส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

Isuzu-D-MAX-Spark-Cab-Chassis

2. Isuzu D-MAX Spark 1.9 Ddi Cab-Chassis ราคา 510,000 บาท

All-New Isuzu D-Max (ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์) พลานุภาพ…พลิกโลก! “Infinite Potential” “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทั้งภายนอกภายใน ปรับปรุงขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แรงสะใจ พร้อม แพลตฟอร์มใหม่ ระบบความปลอดภัยใหม่ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่น

ใช้เครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าสุด ขนาด 1.9 ลิตร บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ให้พลังแรงสูงสุด 150 แรงม้า ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ทำให้ได้รับความนิยมและการตอบรับอย่างสูงจากผู้ใช้รถ

โดยในรุ่น Cab-Chassis สำหรับให้ผู้ประกอบการซื้อไปใส่ตู้แช่เย็น ตู้คนของ ใส่กระบะแบบพื้นเรียบได้ หรือจะไปดัดแปลงเป็นรถขายอาหารก็ได้เช่นกัน

*สำหรับรุ่น Cab Chassis (มีตู้เย็นท้าย) ราคา 515,000 บาท และ Cab Chassis เกียร์อัตโนมัติ ราคา 545,000 บาท

Ford Ranger Standard Chassis Cab 2019

3. Ford Ranger Standard Chassis Cab 2.2 XL 6MT ราคา 531,000 บาท

Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) กระบะ “เกิดมาแกร่ง”รถกระบะสมรรถนะสูง พร้อมรับมือกับงานสุดหนักหน่วง การลากจูง การบรรทุก และออฟโรด เหมาะสำหรับการขนส่งสินค้า และสามารถดัดแปลงเป็นตู้เก็บของเย็น หรือร้อนได้

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TDCI เทอร์โบ 2.2 ลิตร 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

Mitsubishi-Triton-Single-Cab

4. Mitsubishi Triton Single Cab 2.5D GL 5MT ราคา 539,000 บาท

Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) แกร่งเต็มพิกัด ทนจัด บรรทุกจุใจ ผนังกระบะแบบสองชั้น เพื่อติดตั้งรั้วกระบะอย่างมั่นคงและแข็งแรง ซุ้มล้อขนาดเล็กได้เพิ่มพื้นที่บรรทุกสินค้าได้มากเป็นพิเศษ คุ้มค่าทุกการเดินทางและงานบรรทุก ภายในห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย ดีไซน์หรูมีระดับ

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร 128 แรงม้า สะดวกสบายด้วยกระจกไฟฟ้า และเซ็นทรัลล็อก

Toyota-Hilux-Revo-Standard-Cab-Chassis

5. Toyota Revo Standard Cab 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) ราคา 544,000 บาท

Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) รุ่นมาตรฐาน ภายใต้แนวคิด TOUGHNESS FOR EVERYONE แข็งแกร่ง ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น มาพร้อมแบบหัวเดี่ยว (Cab & Chassis) ที่รองรับการติดตั้งเพิ่มเติม เช่น ต่อเติมตู้แห้ง-ตู้เย็น ต่อคอก และติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่าย T-Connect และ Fleet Telematics Service ระบบบริหารยานพาหนะและการขนส่งครบวงจร ช่วยให้การจัดการ และการทำธุรกิจขนส่ง มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อีกทั้ง “พลังแกร่งเหนือนิยาม” หรือ “The Unbeatable” ถึงสมรรถนะพลังของเครื่อง GD Super Power ใหม่ ขนาด 2.4 ลิตร ออกแบบมาเพื่อการบรรทุกอย่างแท้จริง ด้วยเครื่องยนต์ที่มีแรงม้าสูงถึง 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด และประหยัดน้ำมัน รวมถึงระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่งรองรับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างดีเยี่ยม

All-New-Isuzu-D-Max-Spark-2019

6. Isuzu D-MAX Spark 1.9 Ddi B ราคา 547,000 บาท

All-New Isuzu D-Max (ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์)พลานุภาพ…พลิกโลก! “Infinite Potential” “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทั้งภายนอกภายใน รองรับงานหนักได้อย่างสมบูรณ์แบบ กระบะท้ายขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกได้มากขึ้น ปรับปรุงขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แรงสะใจ พร้อม แพลตฟอร์มใหม่ ระบบความปลอดภัยใหม่ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่น

ใช้เครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าสุด ขนาด 1.9 ลิตร บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ให้พลังแรงสูงสุด 150 แรงม้า ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ทำให้ได้รับความนิยมและการตอบรับอย่างสูงจากผู้ใช้รถ

All-New-Mazda-BT-50-2021

7. Mazda BT-50 Standard Cab 1.9 E ราคา 553,000 บาท

Mazda BT-50 (มาสด้า บีที-50) ฉีกทุกการออกแบบปิกอัพสไตล์เดิมๆ ด้วยแนวคิด “พร้อม…กับทุกด้านของชีวิต” เติมเต็มทุกมิติของชีวิตดุจ Life-Partner สัมผัสแห่งดีไซน์อันสง่างามจาก “โคโดะ ดีไซน์” เน้นความเรียบง่าย แต่งดงาม ตามคอนเซ็ปต์ “Less is More” ผสานรูปลักษณ์อันทรงพลังสไตล์ปิกอัพ

โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย ติดตั้งระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้า มอบความสะดวกสบายเสมือนรถ SUV

สมรรถนะแกร่ง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ ขนาด 1.9 ลิตร 150 แรงม้า ใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีด รองรับน้ำมันได้ถึง B20 คุ้มค่าด้วยอัตราประหยัดน้ำมันมากที่สุดในคลาสกับตัวเลข 16.1 กม./ลิตร!

Nissan Navara Single Cab 2021

8. Nissan Navara Single Cab 2.5 S 6MT ราคา 559,000 บาท

Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) โฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ที่สุดของรถปิคอัพ เพื่องานบรรทุกหนัก สุดยอดของความคุ้มค่า โดดเด่นด้วย “ที่เหยียบขึ้นกระบะด้านข้าง” ที่เพิ่มความสะดวกในการขนของที่ออกแบบอย่างลงตัว ช่วยให้คุณขนของง่าย สะดวกสบายยิ่งขึ้น หนักแค่ไหนก็เอาอยู่ กระบะท้ายบรรทุกหนักได้สูงสุด 1,090 กก.

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.5 ลิตร 163 แรงม้า เพื่อให้คุณพร้อมลุยไปข้างหน้าได้ทุกสถานการณ์

New MG Extender Giant Cab 2021

*ภาพแทน

9. MG Extender 2.0 GC C 6 MT ราคา 559,000 บาท

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” สมาร์ทปิกอัพที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดุดัน ทรงพลัง พร้อมเทคโนโลยีครบครัน ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่ กระบะท้ายใหญ่ เครื่องยนต์แรงเต็มพิกัด ประหยัดน้ำมัน ดีไซน์สวย เท่ พร้อมลุยได้ทุกสภาพถนน ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของชีวิต

นอกจากนี้ยังเป็นรถกระบะอัจฉริยะ หรือ Smart Pickup คันแรกของประเทศไทย จากการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART สามารถสั่งการ ด้วยเสียงภาษาไทย

แรงเต็มสูบ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบ 2.0 ลิตร 161 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด อีกทั้งยังให้ความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัย Advanced Synchronized Protection System ครบครัน

Ford-Ranger-XL-Standard

10. Ford Ranger Standard Cab 2.2 XL 6MT ราคา 562,000 บาท

Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) กระบะ “เกิดมาแกร่ง” แกร่งเพื่อลูกเมีย ที่มามาดแข็งแกร่งแบบรุ่นพี่อย่าง “Ranger Raptor” จะขับลุยน้ำ บรรทุกของหนัก หรือขับบนพื้นทรายสูงชันก็ไม่หวั่น

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TDCI เทอร์โบ 2.2 ลิตร 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถกระบะถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check การันตีคุณภาพ รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมิถุนายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ เราจัดอันดับเพียงยี่ห้อละ 1 แบบ หากเป็นรถกระบะรุ่นที่เป็นแบบ Chassis Cab (แบบไม่มีกระบะหลัง) ทางเราจะจัดอันดับเป็นอันดับแรก และลำดับต่อมาจะเป็นรถกระบะรุ่นที่มีกระบะหลัง ที่ราคาถูกสุด

***กรณีตัวรถที่มีราคาเท่ากัน เราจะนำรถที่เปิดตัวล่าสุดขึ้นก่อนเป็นอันดับแรก

New-Car-Booking-Motorshow-2021

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยยอดจองรถยนต์หลังการจัดงาน Motor Show 2021 ที่แม้ว่าผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีอยู่แต่ก็เริ่มบรรเทาลง ผู้คนมีกำลังใจในการจับจ่ายใช้สอย ซื้อรถใหม่ๆ มากขึ้น จึงสร้างยอดจองรถในงานได้ถึง 27,868 คัน คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 30,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 51.5% จากปี 2563 ที่ผ่านมา อีกทั้งค่ายรถส่วนใหญ่ ได้ทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด

ขณะที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นในมาตรฐานการป้องกันโควิด-19 ของผู้จัดงาน ทำให้ตัวเลขผู้เข้าชมงานสูงถึง 1.34 ล้านคน จากเดิม 1.049 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28.6%

Motorshow-2021-Sightseeing

ในส่วนพฤติกรรมของผู้บริโภคเองปีนี้ ต่างให้การตอบรับกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวก่อนหน้างาน และเปิดจองภายในงานมอเตอร์โชว์เป็นครั้งแรก เห็นได้จากบรรยากาศการเจรจาที่หนาแน่นดังเช่นทุกปี โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่มียอดจองเป็นสองเท่าของวันธรรมดา แต่ช่วงนี้หลายคนยังต้องต้องรัดเข็มขัด จึงหันมาซื้อหารถใหม่ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่ามากขึ้น ขณะที่ตลาดรถหรูยังคงเติบโตตามเป้า ด้วยสาเหตุที่ค่ายรถเองชิงเปิดตัวสินค้าใหม่แทบทุกรุ่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย

ด้านเทคโนโลยีต้องบอกว่า ปีนี้เป็นปีของยานยนต์ไฟฟ้า ผู้บริโภคต่างให้ความสนใจพร้อมเปิดรับความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อค่ายรถหันมาทำตลาดรถยนต์ Hybrid (ไฮบริด) หรือรถ Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) มากขั้น ส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าต่อจากนี้ คงต้องจับตาเมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่หันมาชิงตลาดนี้ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 29 มี.ค. – 9 เม.ย. 2560 รวม 36,093 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561 รวม 36,587 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 27 มี.ค. – 7 เม.ย. 2562 รวม 49,278 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 15 ก.ค. – 26 ก.ค. 2563 รวม 22,791 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 24 มี.ค. – 4 เม.ย. 2564 รวม 27,868 คัน

ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมาเราต้องเจอผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ยอดจองลดลงจากช่วงปรกติ แต่ด้วยตัวเลขยอดจองในปีนี้ แสดงว่ามีการเติบโตขึ้นจากปีก่อนถึง 51.5% เชื่อว่ากำลังซื้อของคนไทย ที่อยากได้รถยนต์คันใหม่ไม่ได้หายไปไหน แค่รอเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ในการออกแคมเปญ และโปรโมชั่นของค่ายรถ ด้วยเงื่อนไขที่หลากหลาย เลือกให้เหมาะสมกับความต้องการได้

ยอดจองรถยนต์ในงาน-Motor-Show-2021

ตารางยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2021

ยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน-Motor-Show-2021

ตารางยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน Motor Show 2021

ยอดจองรถยนต์ 10 อันดับของ Motor Show 2021 วันที่ 24 มี.ค. – 4 เม.ย. 2564

1. Toyota 4,406 คัน

Toyota-Corolla-Cross-2021

2. Mazda 3,454 คัน

Mazda-BT-50-2021

3. Honda 3,305 คัน

Honda-City-eHEV-2021

4. Isuzu 2,829 คัน

Isuzu-D-Max-V-Cross-2021

5. Suzuki 2,689 คัน

Suzuki-Swift-2021

6. Mercedes-Benz 1,863 คัน

Mercedes-Benz-E-200-Coupé-AMG-Dynamic-2021

7. MG 1,629 คัน

MG-ZS-2021

8. Mitsubishi 1,462 คัน

Mitsubishi-Pajero-Sport-2021

9. Ford 1,212 คัน

Ford-Ranger-FX4-Max-2021

10. Nissan 1,144 คัน

Nissan-Kicks-e-Power-2021

พบกันใหม่ในปีหน้ากับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43″ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – เมษายน 256ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี 

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Pickup-In-Motorshow-2021

รถกระบะ ถือเป็นรถที่ยอดนิยมอย่างยิ่งของชาวไทยมานานนับหลายสิบปี ในปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ที่สมรรถนะดีมากกว่าในอดีตมาก และออพชั่นติดรถสุดทันสมัย ไม่แพ้รถยนต์นั่งเลยทีเดียว ซึ่งคาวมนิยมในบ้านเรากับความเป็นรถสารพัดประโยชน์ ทั้งในเชิงพาณิชย์ การใช้งานที่อเนกประสงค์ ขนของได้ ลุยน้ำได้ ไปกันได้หลายคน ใช้ทำเป็นรถรับจ้างหาเงินได้อีกด้วย

ในงาน Motor Show 2021 นี้ ผู้ผลิตรถกระบะหลายเจ้าอย่าง โตโยต้า, อีซูซุ, นิสสัน, มิตซูบิชิ, ฟอร์ด หรือ เอ็มจี ต่างส่งรถกระบะโฉมใหม่ หรือรุ่นพิเศษของตัวเองออกมาเพื่อกระตุ้นตลาด ช่วงชิงยอดจองและยอดขาย โดนใจผู้บริโภคที่อยากเปลี่ยนรถกระบะคันใหม่

โดยในงาน Motor Show 2021 จะมีรถกระบะรุ่นใดที่น่าซื้อนั้น CARRO ขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกท่านดูกันครับ …

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition-2021

Toyota Hilux Revo

Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) แม้ว่ากระแสจะดูไม่เปรี้ยงปร้างเลย นับตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อปีที่แล้ว ในงาน Motor Show 2021 ครั้งนี้ ยังชูจุดขายอย่างรุ่น Z-Edition Wild Body กระบะตัวเตี้ย “หน้าหล่อแต่งซิ่ง กระบะตัวจริงที่ใครก็มอง” ปรับดีไซน์ภายนอกใหม่ ให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น และแนะนำชุดแต่งพิเศษ สำหรับกระบะรุ่นตัวเตี้ย “Razer Package” ที่ปรับโป่งล้อดีไซน์ใหม่ และล้ออัลลอย 16 นิ้ว สามารถตกแต่งเพิ่มได้ตามความต้องการจากร้านประดับยนต์หรือร้านรถแต่งชั้นนำ

และชุดแต่งสำหรับกระบะรุ่นยกสูง “Modellista Black Prime” ด้วยสปอยเลอร์หน้า ชุดตกแต่งกระจังหน้า แต่งไฟตัดหมอกและคิ้วซุ้มล้อ ด้วยสไตล์เรียบหรูแต่ดุดัน

และสำหรับรุ่นพิเศษ Rocco นอกจากจะมีชุดตกแต่งพิเศษ อาทิ สปอร์ตบาร์ ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ พร้อมยางแบบ White Letters และยังเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense อีกด้วย

ส่วนภายในห้องโดยสาร มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay พ่วงด้วย T-Connect และมาตรวัดดีไซน์ใหม่ ปรับปรุงสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ในรุ่น 2.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดถึง 204 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดที่ 500 นิวตันเมตร (Nm) ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่กว้างตั้งแต่ 1,600-2,800 รอบ/นาที

และสำหรับรุ่น Off-Road เครื่องยนต์ได้ปรับลดความเร็วรอบเดินเบา (จาก 850 รอบ/นาที เป็น 680 รอบ/นาที) เพื่อให้ลุยเส้นทาง Off-Road ได้อย่างมั่นคง

ราคาของ Toyota Hilux Revo มีดังนี้

  • Hilux Revo Z-Edition มี 12 รุ่น ราคา 609,000 – 809,000 บาท
  • Hilux Revo ยกสูง แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ Pre-Runner มี 12 รุ่น ราคา 707,000 – 1,009,000 บาท
  • Hilux Revo แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มี 5 รุ่น ราคา 862,000 – 1,159,000 บาท
  • Hilux Revo Rocco มี 4 รุ่น ราคา 949,000 – 1,239,000 บาท

Isuzu-D-Max-V-Cross-2021

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแมคซ์) โฉมใหม่! ครั้งแรกของโลก! ผลงานความสมบูรณ์แบบล่าสุดจาก DNA ของ Isuzu ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติ ทั้งภายนอกภายใน มิติตัวรถใหญ่ บึกบึนยิ่งขึ้น ดูทรงพลัง และแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ยังมีเส้นสายพริ้วไหว ช่วยให้ตัวรถดูปราดเปรียว และสปอร์ต แรงสะใจ กับแพลตฟอร์มใหม่ ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่น

ห้องโดยสารภายใน เน้นเส้นสายที่เฉียบคม คอนโซลหน้าเล่นระดับแบบ Sharp Horizontal Layers ใช้วัสดุพรีเมี่ยมหลากหลาย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ใช้งานง่ายตามหลัก Usability Design พร้อมระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว คมชัดระดับ HD รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเสียงรอบทิศทาง Dynamic Surround Sound 8 ลำโพง

มีให้เลือกครอบคลุมทั้งรุ่น 4 ประตู และ 2 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร 150 แรงม้า และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 190 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีดพัฒนาใหม่สไตล์สปอร์ต ขับสนุก แม่นยำยิ่งขึ้น และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล พร้อมโหมดขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic

ราคาของ Isuzu D-Max อยู่ที่ 510,000 – 1,157,000 บาท

Nissan-Navara-PRO-4X-2021

Nissan Navara

Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) รถกระบะที่ กล้า… เพื่อคนแกร่ง ดีไซน์คอนเซ็ปต์ “Unbreakable Design” คำนึงถึงการใช้งาน และความชื่นชอบของลูกค้า โดดเด่นด้วยด้วยดีไซน์ใหม่ดุดัน และเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะเต็มรูปแบบจาก Nissan Intelligent Mobility

นาวารา ใหม่ มีเครื่องยนต์ 3 แบบได้แก่

  • เครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ Twin Turbo เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร
  • เครื่องยนต์ YS23DDT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผันแบบ VGS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร
  • เครื่องยนต์ YD25DDTTi ขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันแบบ VGS ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร

นอกจากนี้ ยังคงความสมบูรณ์แบบที่สามารถลุยได้ทุกที่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และเทคโนโลยีที่เสริมความมั่นใจในทุกสภาวะของเส้นทาง อาทิ ระบบป้องกันการลื่นไถล (Brake Limited Slip Differential: B-LSD) และ ระบบล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (Electronic Rear Locking Differential)  รวมถึงเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) ที่เสริมฟังก์ชัน Off-Road Meter เมื่ออยู่ในโหมด 4L

นอกจากนี้ นาวารา ใหม่ ยังนำรุ่นพิเศษ PRO-4X และ PRO-2X ใหม่ ถ่ายทอดดีเอ็นเอมาจาก Nissan Titan สำหรับลูกค้าที่ชอบการเดินทางแบบผจญภัยพร้อมลุยไปในเส้นทางแปลกใหม่ ที่เสริมความดุดันของดีไซน์ภายนอก จากกระจังหน้า และอุปกรณ์ตกแต่งโทนสีดำ ปรับแต่งช่วงล่างใหม่ให้สามารถลุยไปได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ ด้วยล้ออัลลอยพร้อมยางแบบ All-Terrain

โดยทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมสีพิเศษ สเตลท์ เกรย์ (Stealth Gray) เสริมด้วยชุดแต่งที่มีแอคเซนท์สีส้มแดง ภายในห้องโดยสารเสริมด้วยเบาะนั่งสีดำดีไซน์สปอร์ต ในราคาเริ่มต้นที่ 999,000 บาท สำหรับรุ่น PRO-2X และ 1,149,000 บาท สำหรับรุ่น PRO-4X

ราคาของ Nissan Navara อยู่ที่ 599,000 – 1,149,000 บาท

Mitsubishi-Triton-Double-Cab-2021

Mitsubishi Triton

Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) โฉมไมเนอร์เชนจ์ มาในแนวคิด “Engineered Beyond Tough” หน้าตาภายนอกใช้ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น และกระจังหน้าแบบ Dynamic Shield มาพร้อมไฟท้ายแบบ LED Tube กับกันชนดีไซน์ใหม่ ลงตัวกับล้อแม็กลาย 6 ก้านคู่ และด้วยระยะความสูงจากพื้นถึง 700 มม. ช่วยลดความเสี่ยงที่ไฟหน้าและไฟตัดหมอกจะได้รับความเสียหายขับรถลุยน้ำท่วม หรือถูกหินกระเด็นใส่ตัวรถ

ส่วนออพชั่นภายใน และดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ปรับเปลี่ยนเยอะพอสมควร ช่องแอร์แบบใหม่ ใช้วัสดุภายในดูโดดเด่นขึ้น และยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบครันที่สุดในระดับเดียวกัน รวมไปถึงกล้องมองภาพรอบคัน ที่ใช้กล้อง 4 ตัวจับภาพรอบคันพร้อมภาพมุมสูงที่แสดงสิ่งกีดขวางรอบคัน และเซ็นเซอร์กะระยะจอด เพื่ออำนวยความสะดวกในการจอดรถ

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 4N15 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VG Turbo Clean Diesel ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด แบบใหม่พร้อม Sport Mode

ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II พร้อมฝ่าอุปสรรคในทุกสภาพเส้นทาง ด้วย 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และโหมด 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control พ่วงด้วยโหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง

ราคาของ Mitsubishi Triton อยู่ที่ 659,000 – 1,109,000 บาท

Mazda-BT-50-2021

Mazda BT-50

All-New Mazda BT-50 (มาสด้า บีที-50) เจเนอเรชั่นใหม่ ผนวกคุณสมบัติของรถปิกอัพที่ดีที่สุดในโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ดีไซน์ที่ถูกออกแบบอย่างสง่างามที่สุดในโลก คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม ประหยัดน้ำมันมากที่สุด มีความทนทานสูงสุด รวมทั้งค่าดูแลรักษาต่ำสุด

การออกแบบที่สง่างาม สไตล์ปิกอัพยุคใหม่ การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ให้ความสะดวกสบายเทียบเท่ารถเอสยูวี ยังตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกโอกาส หรือ “Built for Dress and Jeans” ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าที่ออกแบบด้วย Signature Wing ขนาดใหญ่ รูปทรงด้านหน้าที่สง่างามในสไตล์รถเอสยูวี ดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้ายทรงสปอร์ต โฉบเฉี่ยว

ภายในห้องโดยสาร ประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด ใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูง คอนโซลหน้าถูกตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เสาภายในและเพดานเลือกใช้โทนสีดำตัดกับหนังสีน้ำตาลเข้มของเบาะนั่ง ให้นั่งสบายในทุกตำแหน่ง และแผงประตูดูหรูหรา ด้วยการตกแต่งสไตล์เดียวกับรถ SUV

การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์โดยให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางตามหลักการ Human Machine Interface ทุกฟังก์ชันง่ายต่อการใช้งาน การรับรู้ข้อมูลการขับขี่รวมถึงสายเรียกเข้าหรือชื่อเพลงบนหน้าจอแบบสี MID (Multi-Information Display) ขนาด 4.2 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลได้หลายรูปแบบ อ่านง่าย มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบ TFT (Thin-film Transistor Technology)

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ซึ่งประหยัดน้ำมันมากที่สุดในคลาส กับตัวเลข 16.1 กม./ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร มีทั้งแบบส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แถมรองรับน้ำมันดีเซลได้ถึง B20

ราคาของ Mazda BT-50 อยู่ที่ 569,000 – 1,153,000 บาท

Ford-Ranger-FX4-Max-2021

Ford Ranger FX4 Max / Ranger Raptor

Ford Ranger FX4 Max (ฟอร์ด เรนเจอร์ เอฟเอ็กซ์ 4 แม็กซ์) ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2021 มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่เหนือไปอีกขั้น อัดแน่นด้วยฟีเจอร์อันโดดเด่น ตั้งแต่ระบบช่วงล่างและโช๊คอัพของ FOX Shocks และยาง All-Terrain รวมทั้งการออกแบบภายในที่รองรับทุกการรูปแบบเดินทาง ไปจนถึงช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด Upfitter Switch ที่มีช่องต่อ AUX 6 ตำแหน่ง

ได้รับแรงบันดาลใจในด้านความโดดเด่น และดีไซน์ภายนอกจาก Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์) รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ทั้งกระจังหน้าสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ F-O-R-D บันไดข้างโลหะผิวกันลื่นสีดำ ล้ออัลลอยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ และโรลบาร์ขนาดเต็ม

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turbo ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 981 กก. และลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กก.

พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ภาษาไทย รองรับ Apple CarPlay ให้ผู้ขับขี่ก้าวข้ามทุกความท้าทาย ออกไปใช้ชีวิตให้สนุกพิชิตทุกเป้าหมายอย่างมีความสุข ตามนิยามการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ “Live The Ranger Life”

มาในราคา 1,189,000 บาท!

Ford-Ranger-Raptor-2021

Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเตอร์ แรพเตอร์) ถูกสร้างมาไม่ซ้ำใคร เพราะนี่คือรถกระบะออฟโรดคันแรกของเอเชีย ที่ตั้งใจสร้างมาแบบไร้ข้อจำกัด สร้างและพัฒนายนตรกรรมออฟโรดทั้งคัน ทำใหม่หมด! ส่งตรงจากโรงงานของฟอร์ด นี่แหละกระบะพันธุ์โหดออฟโรดตัวจริงที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

โครงสร้างทั้งหมดประกอบไปด้วยเหล็ก High-strength Low-alloy (HSLA) หลายเกรด เพื่อให้พร้อมรับทุกความโหด และเข้าถึงสมรรถนะขั้นสุด แชสซีส์ถูกปรับโครงสร้างใหม่หมด มาพร้อมโช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Racing Shox ที่มาพร้อมระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass) และระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และคอยล์โอเวอร์ช็อค ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่บนทางออฟโรดเป็นพิเศษ

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร (1,996 ซีซี) Twin Turbo (ทำงานร่วมกันระหว่าง High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ควบคุมด้วยวาล์ว Bypass) ให้แรงม้าสูงสุด 213 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift มาพร้อมระบบ Terrain Management System (TMS) สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 6 แบบ รวมถึงโหมดการขับขี่บาฮาสำหรับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง

ราคาของ Ford Ranger ทั้งหมด อยู่ที่ 569,000 – 1,295,000 บาท

ราคาของ Ford Ranger Raptor อยู่ที่ 1,699,000 บาท

MG-Extender-2021

MG Extender

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) เปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ล่าสุดในงาน Motor Show 2021 นี้ ใน Concept “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าใหม่ ตั้งแต่การจัดวาง Daytime Running Light ไว้ด้านบน

พร้อมชุดไฟส่องสว่างเป็นแบบ LED Projector จัดวางเรียงเป็น 3 ระดับ ตามแนวตั้งด้านข้างของกันชนหน้า โดยไฟส่องสว่างลดระดับต่ำลงกว่าเดิม ทำให้ไม่รบกวนรถที่สวนทางมา พร้อมล้ออัลลอยด์แบบ Bi-Colour ขนาด 18 นิ้ว

ห้องโดยสารภายใน เสริมความพรีเมี่ยมด้วยสีทูโทน สีน้ำตาลสลับสีดำ คอนโซล และแผงประตูตกแต่งพิเศษ ด้วยวัสดุแบบ Soft Touch พร้อมเบาะนั่งคู่หน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้าเอนได้ถึง 150 องศา และตกแต่งเบาะด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์

ตอกย้ำความเป็นสมาร์ทปิกอัพ ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปที่ครบครันถึง 9 ระบบ มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมมอบความคุ้มค่าที่เหนือกว่า

วางสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซล Commonrail Turbo ขนาด 2.0 ลิตร 161 แรงม้า ให้ทั้งพละกำลังโดดเด่น การประหยัดน้ำมัน และมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ มั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อในเกือบทุกรุ่น พร้อม Option ต่างๆ ที่ให้มากกว่ารถทุกรุ่นเมื่อเทียบในระดับราคาเดียวกัน

สำหรับ MG Extender ใหม่ ราคาอยูที่ 559,000 – 1,039,000 บาท

… ถูกใจรุ่นไหน ไปสัมผัสตัวจริงได้ที่งาน Motor Show 2021 กันได้เลยนะครับ …

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Motorshow-Car-2021

“Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021)” หรือ The 42th Bangkok International Motor Show 2021 ภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข” หรือ “Shaping The Next Chapter” ค่ายรถยนต์-จักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานกันพอสมควร ซึ่งแต่ละแบรนด์ ต่างก็เตรียม “วัคซีน” พร้อมฉีดยาแรงให้ผู้บริโภค ให้ผ่อนรถกันไหวถ้วนหน้า และคนที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า บอกได้เลยว่างานนี้มาโชว์กันอย่างเต็มที่!

ในส่วนของ CARRO ก็ขอนำเสนอรถเด่นรุ่นใหม่ และรถใหม่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Motor Show 2021 โดยบริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ CARRO ขอนำภาพสวยๆ มาให้ดูกันอย่างจุใจ

สำหรับบริษัทรถยนต์ ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 มาด้วย 34 แบรนด์ ประกอบไปด้วย Ford, BMW, MINI, Suzuki, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Peugeot, Mazda, Hyundai, Mercedes-Benz, Great Wall Motors, Nissan, Toyota, Lexus, Honda, Audi, MG, Isuzu, Mitsubishi, Porsche , Bentley, Volvo, Kia, Subaru, Hyundai Truck & Bus และ Takano เป็นต้น

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาโอกาสไปเดินเที่ยวกันจริงๆ ครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Show 2021 กันได้เลย

ORA-Black-Cat-2021

ORA Black Cat

ORA-Good-Cat-2021

ORA Good Cat

ORA-Good-Cat-Racing-2021

ORA Good Cat Racing

POER-EV-2021

POER EV

Haval-Concept-H-2021

Haval Concecpt H

Haval-H6-Hybrid-SUV-2021

Haval H6 Hybrid SUV

MG-Extender-2021

MG Extender

Hyundai-Palisade-2021

Hyundai Palisade

Ford-Ranger-FX4-Max-2021

Ford Ranger FX4 Max

Ford-Mustang-2021

Ford Mustang

Audi-RS-e-Tron-GT-2021

Audi RS e-tron GT

Audi-Q5-45-TFSI-quattro-S-line-Black-Edition-2021

Audi Q5 45 TFSI quattro S line Black Edition

Mercedes-AMG-GLA-35-2021

Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC

Mercedes-Benz-E-200-Coupé-AMG-Dynamic-2021

Mercedes-Benz E 200 Coupé AMG Dynamic

Mercedes-Benz-E-200-Cabriolet-AMG-Dynamic-2021

Mercedes-Benz E 200 Cabriolet AMG Dynamic

Mercedes-Benz-E-220-d-AMG-Sport-2021

Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport

Mercedes-Benz-GLE-350-de-4MATIC-Exclusive-2021

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive

BMW-M4-Competition-Coupe-2021

BMW M4 Competition Coupe

BMW-330Li-M-Sport-2021

BMW 330Li M Sport

BMW-X4-xDrive20d-M-Performance-2021

BMW X4 xDrive20d M Performance

Mini-Cooper-S-Countryman-2021

Mini Cooper S Countryman

Rolls-Royce-Ghost-2021

Rolls-Royce Ghost

Maserati-MC20-2021

Maserati MC20

Techart-Porsche Panamera-4-e-hybrid-2021

Porsche Panamera 4 e-hybrid

Toyota-Yaris-ATIV-Play-2021

Toyota Yaris ATIV Play

Mitsubishi-Pajero-Sport-2021

Mitsubishi Pajero Sport

Mazda-BT-50-2021

Mazda BT-50

Subaru-Outback-2021

Subaru Outback

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

New-Car-In-Motorshow-2021

“Motor Show 2021” (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42) หรือ The 42th Bangkok International Motor Show 2021 ภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข” หรือ “Shaping The Next Chapter” พร้อมนำรถรุ่นใหม่มาโชว์ให้ดูกันอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศการจัดงานตามรูปแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal ปลอดภัยไร้กังวลจากโควิด-19 แน่นอน และในปีนี้ พิเศษ! ด้วยโซน Smart EV City ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่

โดยงานมอเตอร์โชว์ 2021 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ รถรุ่นเด่นๆ ที่เปิดตัวกันตั้งแต่ก่อนงาน และในงาน Motor Show 2021 แม้ว่าในปีนี้ บริษัทรถยนต์หลายค่าย อาจจะมีรถใหม่มาเปิดตัวกันไม่มากนัก และก็เป็นรถจากแบรนด์จีน และยุโรปเป็นหลัก … เอาละ CARRO ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ กันเลยครับ …

All-New-Mazda-BT-50-2021

Mazda BT-50

All-New Mazda BT-50 (มาสด้า บีที-50) เจเนอเรชั่นใหม่ เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคม 2564 ผนวกคุณสมบัติของรถปิกอัพที่ดีที่สุดในโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว กับแนวคิด “พร้อม…กับทุกด้านของชีวิต” ประกอบด้วย ดีไซน์ออกแบบอย่างสง่างาม คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม ประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.1 กม./ลิตร ทนทานสูงสุด รวมทั้งค่าดูแลรักษาต่ำสุด (เพราะว่าตัวรถใช้แบบเดียวกับ Isuzu D-Max นั่นเอง!)

ปิกอัพสายพันธุ์ใหม่ของมาสด้า กระจังหน้าออกแบบด้วย Signature Wing ขนาดใหญ่ รูปทรงด้านหน้าสไตล์รถ SUV สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ส่วนภายในห้องโดยสาร เน้นความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด ใช้วัสดุคุณภาพสูง

คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เสาภายในและเพดาน เลือกใช้โทนสีดำตัดกับหนังสีน้ำตาลเข้ม มีเบาะไฟฟ้าปรับได้ 8 ทิศทางและระบบดันหลัง ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone สามารถแยกปรับด้านซ้าย-ขวาได้อิสระ พร้อมแอร์หลัง รวมถึงระบบ Infotainment ที่มาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 9 นิ้ว

มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ซึ่งเครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาด รองรับน้ำมันได้ถึง B20

All-New Mazda BT-50 4 มีให้เลือก 14 รุ่นย่อย ในราคา 553,000 – 1,153,000 บาท

New-MG-Extender-2021

MG Extender

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) กระบะพันธุ์ยักษ์ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมราคาในงาน Motor Show 2021 ด้วยรูปโฉมปรับปรุงใหม่หมด กับกระจังหน้าขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น ด้านบนเป็น Daytime Running Light พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ส่วนชุดไฟหน้าแบบ LED Projector ถูกย้ายไปติดตั้งที่กันชนหน้า คู่กับไฟตัดหมอก

ด้านข้างมาพร้อมบันไดข้างใหม่ คู่ไปกับล้ออัลลอยสี Bi-Colour ขนาด 18 นิ้ว ส่วนด้านท้าย ใช้ไฟท้ายรูปตัว C Curve ตกแต่งฝากระบะท้ายด้วยแผงสีดำ พร้อมแถบสีแดงเชื่อมไฟท้ายทั้งสองเข้าด้วยกัน

ภายในห้องโดยสารของ MG Extender ใหม่ ใช้เบาะนั่งสีทูโทนน้ำตาล-ดำ เสริมด้วยลายเคฟลาร์ มีหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว เชื่อมต่อระบบ i-SMART ได้ พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ๆ อาทิ กล้องมองภาพรอบทิศทาง, ระบบเตือนออกนอกเลน LDW หรือระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง TPMS เป็นต้น

ส่วนขุมพลัง ยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผันจาก Garrett เช่นเดิม

สำหรับราคาของ MG Extender ใหม่ รอดูกันได้ในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ที่งาน Motor Show 2021

ORA-Good-Cat

ORA Good Cat

ORA Good Cat (โอร่า กู๊ดแคท) นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ในแบรนด์ ORA ที่ผลิตออกมาเพื่อจำหน่าย บนแพลทฟอร์มที่ชื่อ L.E.M.O.N. (Lightweight Electrification Multi-purpose Omni-protection Network) เทคโนโลยีสุดล้ำของแพลตฟอร์มแบบ Modular แบบ 5 ประตู Hatchback โดยจำหน่ายในประเทศจีนเมื่อเดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา

ตัวรถภายนอก มาด้วยดีไซน์แบบ Retro Futurism กลมมนสุดคลาสสิก และด้านท้ายที่ดูแปลกตา ด้วยตำแหน่งไฟเบรกที่ไว้บริเวณกันชนท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ขนาดยาว ฝังในกระจกบานหลัง พร้อมล้อแม็กแบบ 17 นิ้ว และ 18 นิ้ว ให้เลือก

ภายในยังคงเน้นรูปแบบความคลาสสิค เรียบง่าย มากับเบาะหนังแท้ พวงมาลัยหุ้มหนัง ขับสนุกไปกับ ORA-Enjoyment ปรับเปลี่ยนสภาวะในห้องโดยสารได้ตามต้องการ และระบบ Smart Quick Start แค่เสียบเข็มขัดนิรภัยและเหยียบเบรก ก็สตาร์ทรถได้ทันที

ผนวกกับ Infotainment หรือ ORA Smart-Café ผนวกกับ OS Coffee Intelligent Car Control System ที่ใช้ระบบ AI ในการประมวลผล ทำงานผ่านหน้าจอขนาด 17.25 นิ้ว จำนวน 2 จอ มีระบบจดจำเสียงและใบหน้า และผู้ช่วยอย่าง ORA CAT Avatar ที่แสดงผลเป็นรูปแมวบนหน้าจออีกด้วย

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที จำกัดความเร็วไว้สูงสุดที่ 150 กม./ชม. ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ ORA-Goddess Easy Drive พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ

กับแบตเตอรี่แบบ CTP ขนาดความจุ 47.8 kWh และ 59.1 kWh ซึ่งสามารถชาร์จได้กว่า 80% (จากแบตเตอรี่คงเหลือ 30%) ภายในเวลาเพียง 30 นาที ให้ระยะทางวิ่ง 401 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และ 501 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

เตรียมโชว์ตัวจริงในไทย ที่งาน Motor Show 2021 นี้!

ORA-R1

ORA Black Cat

ORA Good Cat (โอร่า กู๊ด แคท) หรือที่ขายในเมืองจีนชื่อ “ORA R1” รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ A-Segment พัฒนาขึ้นภายใต้ ME Platform ใช้เวลาพัฒนามากกว่า 10 ปี กับ 500 ผู้เชี่ยวชาญในการ R&D ด้วยรูปทรงแบบย้อนยุค แต่ก็ดูเรียบง่าย มีล้อแม็กให้เลือกทั้งแบบ 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว ใช้โครงสร้างตัวรถด้วยเหล็ก High Tensile Steel

ภายในในเรียบหรู เน้นระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการช่วยขับรถ ส่วนระบบขับเคลื่อน ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet แม่เหล็กถาวร สำหรับหมุนล้อคู่หน้า ออกแบบการจัดวางมอเตอร์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ Lithium-ion Polymer หรือ LMP ความจุ 30.7 kWh และระบบประมวลผลไว้ใกล้กัน

มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 35 กิโลวัตต์ (49 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 125 นิวตัน-เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 102 กม./ชม. และให้ระยะทางวิ่ง 301 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และยังมีรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 45 กิโลวัตต์ ให้เลือกอีกด้วย

เตรียมโชว์ตัวจริงในไทย ที่งาน Motor Show 2021 นี้!

Great-Wall-Poer-2021

POER EV

POER EV (โพ อีวี) รถกระบะไฟฟ้าจากแดนมังกรที่เตรียมมาโชว์ในงาน Motor Show 2021 อีกรุ่น เป็นรถที่มีชื่อแบรนด์มาจากคำว่า 炮 (Pao) ที่แปลว่า ความทรงพลัง ที่ทาง Great Wall เลือกชื่อนี้ในการทำตลาดโลก เปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางปี 2020 ที่ผ่านมา ช่วยสะท้อนคอนเซปต์ Power, Peak และ Perfect โดยรุ่นมีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้น และช่วงยาว

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร Turbo 166 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 190 แรงม้า

นอกจากนี้ยังมีรุ่น EV ให้เลือก โดยวางมอเตอร์ไฟฟ้าพิกัดกำลังขนาด 150 กิโลวัตต์ (201 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร สามารถวิ่งได้ในระยะทางมาดถึง 405 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ถือว่าเป็นรถกระบะไฟฟ้าที่วิ่งได้ระยะมากที่สุดที่มีขายในจีน

เตรียมโชว์ตัวจริงในไทย ที่งาน Motor Show 2021 นี้!

Haval-H6-2021

HAVAL H6 Hybrid SUV

HAVAL H6 Hybrid SUV (ฮาวาล เอช6 ไฮบริด เอสยูวี) รถยนต์เอสยูวียอดนิยมระดับโลก ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 3 ไปเมื่อปี 2020 เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผสานกับดีไซน์อันโดดเด่น ที่แอบมาวิ่งทดสอบกลางเมืองกรุงกันได้สักพักแล้ว

ในรุ่นที่ขายในเมืองจีน เป็นแบบเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร GDiT EVO Turbo 160 แรงม้า และแบบ 2.0 ลิตร GDiT EVO 187 แรงม้า ซึ่งทั้ง 2 แบบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด DCT

สำหรับรถ SUV รุ่นนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำหน้า เช่น ระบบช่วยถอยอัตโนมัติ (Automated Reversing Assist), ระบบรักษาระยะห่างและความเร็ว (Intelligent Cornering), ระบบรักษาระยะห่างระหว่างรถ (Intelligent Dodge) และระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (Lane Center Keeping)

เตรียมเปิดตัวรุ่น Hybrid ที่แรกของโลกในไทย ณ งาน Motor Show 2021

Rolls-Royce-Ghost-2021

Rolls-Royce Ghost

Rolls-Royce Ghost (โรลส์-รอยซ์ โกสต์) เปิดตัวในไทยไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา กับรถยนต์รุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์ 117 ปี ของ Rolls-Royce โดย Ghost รุ่นใหม่นี้ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 5 ปี ให้ออกมาได้อย่างหรูหรา แต่เรียบง่าย ใช้งานได้อเนกประสงค์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั่วโลก

Rolls-Royce Ghost ใช้โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม เรียกว่า “สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา” (Architecture of Luxury) เช่นเดียวกับ Rolls-Royce รุ่นใหม่ทุกรุ่น ทั้งเบา ยืดหยุ่น แต่แข็งแกร่ง มีอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมดุล 50:50

ขณะที่สัญลักษณ์นางฟ้า หรือ “Spirit Of Ecstacy” เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ถูกล้อมกรอบบริเวณฐาน แต่อยู่บนฝากระโปรง ดุจกำลังลอยอยู่กลางทะเลสาบ และที่สุดของเทคโนโลยีต่างๆ อัดแน่นทั้งคัน ผนวกกับความนุ่มนวลของช่วงล่างดุจพรมวิเศษ (Magic Carpet Ride) พัฒนาไปอีกขั้น กับเทคโนโลยี “Planar Suspension System”

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ Twin Turbo V12 ขนาด 6.75 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ช่วยให้ยนตรกรรมพิกัดกว่า 2 ตัน มีอัตราเร่งทันใจ แรงบิดสูงสุดมีให้ใช้ตั้งแต่ 1,600 รอบ/นาที ซึ่งสูงกว่ารอบเดินเบาประมาณ 600 รอบ/นาที เท่านั้น รวมถึงมีการปรับแต่งท่อไอดีใหม่ เพื่อลดเสียงรบกวน

สำหรับ All-New Rolls-Royce Ghost ราคาเริ่มต้น 32,700,000 บาท ส่วน All-New Rolls-Royce Ghost Extended ราคาเริ่มต้น 36,800,000 บาท!!!

Maserati-MC20-2021

Maserati MC20

Maserati MC20 (มาเซราติ เอ็มซี20) ซูเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดจากค่ายตรีศูล ต่อยอดจากรุ่น MC12 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย นับเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของ มาเซราติ ผลิตจากโรงงานในเมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี 100% มาพร้อมรางวัล “Most Beautiful Supercar of the Year 2021” จากฝรั่งเศส และ “Super Sports Car of the Year” จากอังกฤษ

อักษร MC ย่อจาก Maserati Corse ขณะที่ตัวเลข 20 มาจากปีที่เปิดตัว (2020) ใช้เวลาในการรังสรรค์ประมาณ 2 ปี ด้วยความร่วมมือตั้งแต่ต้นของวิศวกรจาก Maserati Innovation Lab, ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจาก Maserati Engine Lab และบรรดานักออกแบบจาก Maserati Style Centre

ระบบอากาศพลศาสตร์ ผ่านการออกแบบและปรับแต่งในอุโมงค์ลมที่ Dallara Wind Tunnel โดยใช้เวลาทั้งหมดกว่า 2,000 ชั่วโมง และการทดสอบ CFD (Computational Fluid Dynamics) กว่า 1,000 ครั้ง ส่งผลให้รถมีบุคลิกโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ประตูเปิดขึ้นแบบปีกผีเสื้อ

ขุมพลังยุคใหม่ ใส่เทคโนโลยีเอฟวัน “Nettuno” เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 Twin Turbo 630 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่มีเทคโนโลยีโดดเด่นจนได้รับสิทธิบัตรจากสถาบันนานาชาติ เรียกว่า MTC (Maserati Twin Combustion) ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุดกว่า 325 กม./ชม. และเป็นเครื่องยนต์ที่ Maserati ผลิตเองอีกครั้ง หลังจากหยุดไปนาน 20 ปี

สนนราคาเริ่มต้น ที่ 21,500,000 บาท!!!

Mercedes-AMG-GLA-35-4MATIC-2021

Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC

Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC (เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีแอลเอ 35) ยนตรกรรมคอมแพ็คเอสยูวีสายพันธุ์แรงที่มาพร้อมความอเนกประสงค์และดีไซน์สปอร์ตตามปรัชญาของ Mercedes-AMG ในทุกรายละเอียด

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์ของ Mercedes-AMG ตลอดทั้งคัน เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าแบบ AMG Specific Radiator Grille, ไฟหน้าใหม่แบบ LED high-performance แบบ Full LED พร้อมไฟแบบ Daytime Running Light และเฉียบคมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่จาก AMG แบบ 5-Twin Spoke ขนาด 19 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารตกแต่งในแบบ AMG Interior ด้วยพวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้านท้ายตัด ตกแต่งด้วยหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch control เบาะนั่ง AMG Sport Seat แบบสปอร์ต ด้วยหนังชนิด ARTICO สลับกับ DINAMICA Micro-Fibre ตัดเย็บด้วยด้ายสีแดงและเข็มขัดนิรภัยสีแดงตลอดทั้งคัน โดยมีไฟล้อมรอบห้องโดยสารแบบ Ambient Light ที่สามารถเลือกปรับได้มากถึง 64 เฉดสี

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อม Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดถึง 306 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที จึงมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.1 วินาที

วางจำหน่ายในราคา 3,190,000 บาท!!!

Mercedes-Benz-GLE-350-de-4MATIC-Exclusive-2021

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive (เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี 350 ดีอี) ผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดและความแข็งแกร่งในแบบฉบับของเครื่องยนต์ดีเซลเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก

การออกแบบภายนอก ให้อารมณ์สปอร์ตในทุกมิติด้วยดีไซน์แบบ Exclusive Body Styling พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่มีความโดดเด่นในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ LED High-Performance ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 20 นิ้ว ตลอดจนความแข็งแกร่งของส่วนท้าย ที่บ่งบอกถึงความโดดเด่น

กับครั้งแรกของระบบมัลติมีเดีย MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่เชื่อมโยงคุณเข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว โดยพัฒนามาจากนวัตกรรม AI และยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน

พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อม Turbocharger และ Intercooler ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 พร้อมแรงม้าสูงสุดถึง 320 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

แนะนำให้ผู้ใช้รถยนต์ไทย ได้สัมผัสแบบ Executive ในราคาเริ่มต้น 4,699,000 บาท!!!

Mercedes-Benz-E-300-e-AMG-Dynamic-2021

Mercedes-Benz E-Class

Mercedes-Benz E-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส) รุ่นใหม่ ดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวอย่างเป็นทางการของรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยยอดขายสะสมมากถึง 14 ล้านคันทั่วโลก เฉพาะตัวถัง W213 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2559 ก็สามารถทำยอดขายสะสมทั่วโลกรวมกว่า 1.2 ล้านคัน

มีให้เลือกในไทย 3 แบบใหม่ ได้แก่ E 300 e Avantgarde, E 220 d AMG Sport และ E 300 e AMG Dynamic ที่มีให้เลือกทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี แบบ Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลพลังแรง และชุดแต่ง AMG Body Styling ที่ปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูล้ำสมัยยิ่งขึ้น

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.7 วินาที

อีกหนึ่งทางเลือก คือ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Turbo ให้พละกำลัง 194 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาที ส่วนระบบส่งกำลัง แบบ 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 6.5%

Mercedes-Benz The new E-Class มีวางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่

  • Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde ราคา 3,190,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport ราคา 3,540,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท

BMW-330Li-M-Sport-2021

BMW 330Li M Sport

BMW 330Li M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู 330แอลไอ เอ็ม สปอร์ต) ครั้งแรกของรุ่นฐานล้อยาวในประเทศไทย ที่ยังคงลุคสปอร์ตโฉบเฉี่ยวและสมรรถนะที่เฉียบคมไว้เช่นเคย ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นปกติถึง 110 มม. ส่งให้ตัวรถมีมิติความยาวรวม 4,819 มม. ความกว้างยังคงเดิมที่ 1,827 มม. ขณะที่ความสูงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1,441 มม.

ความยาว 110 มม. ที่เพิ่มขึ้นบริเวณประตูหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารเบาะหลัง เข้า-ออกจากรถ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น และยังสบายกว่าขณะเดินทางด้วยพื้นที่ห้องโดยสารแถวหลังที่ยาวขึ้นอีก 43 มม.

ตัวรถมาพร้อมกับล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้้ว ลาย Double-spoke แบบสลับสี สอดรับกับขอบหน้าต่าง ช่องดักอากาศ และซี่บริเวณกระจังหน้าไตคู่สีดำเงา ภายในโฉบเฉี่ยวด้วยพวงมาลัย M Sport คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec และตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Tetragon

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ส่งกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้าที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550 – 4,400 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 6.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กม.ชม. ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ และรองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO

มาในราคา 2,899,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW-530e-M-Sport-2021

BMW Series-5

BMW Series-5 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5) เปิดตัวรถรุ่นใหม่ในตำนาน เจเนอเรชั่นที่ 7 ต้อนรับปี 2564 ด้วย ในสามรุ่นย่อย ได้แก่ BMW 520d M Sport, BMW 530e Elite และ BMW 530e M Sport กับรูปโฉมที่ทรงพลังยิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน เสริมความล้ำอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ใหม่ล่าสุด

โดย BMW Series-5 โฉมนี้ Concept เปิดตัวที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง Change the way you lead. Lead the way you change. ซึ่งต้องการเน้นย้ำถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เหนือกว่า เพียงแค่ด้านยนตรกรรม

มาพร้อมกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 20% ในรูปทรงแปดเหลี่ยมแบบใหม่ สอดรับกับไฟหน้า Adaptive LED รูปตัว L สอดรับกับไฟหน้า Adaptive LED รูปตัว L ส่วนไฟท้าย LED มาในรูปแบบสามมิติทรงตัว L รับกับไฟหน้า โฉบเฉี่ยวด้วยกรอบสีดำ มาพร้อมชุดแต่ง M Aerodynamics

มอบประสิทธิภาพเต็มพิกัด ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน และระบบ Plug-In Hybrid พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ใหม่ล่าสุด โดยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบใน BMW 520d M Sport ส่งแรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.5 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.

ขณะที่ BMW 530e Elite และ 530e M Sport มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ที่มอบกำลัง 184 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,350 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด ส่งกำลังรวมสูงสุดถึง 215 กิโลวัตต์ / 292 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร

และสามารถเพิ่มกำลังส่งในการเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นด้วยระบบ XtraBoost ซึ่งปลดปล่อยพละกำลังเสริมมากถึง 40 แรงม้า ภายในเวลาเพียง 10 วินาทีเมื่อขับขี่ในโหมด SPORT จึงสามารถโลดแล่นจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 235 กม./ชม.

ผู้สนใจสามารถครอบครอง BMW 520d M Sport ได้ในราคา 3,539,000 บาท, BMW 530e Elite ในราคา 2,999,000 บาท และ BMW 530e M Sport ในราคา 3,739,000 บาท

BMW-M4-Competition-Coupe-2021

BMW M4 Competition Coupe

BMW M4 Competition Coupe (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม4 คอมเพติชั่น คูเป้) หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งความทรงพลัง ความคล่องตัว และความเร้าใจจากวิศวกรรมขั้นสูงของบีเอ็มดับเบิลยู M มาพร้อมสมรรถนะอันโดดเด่นตามแบบฉบับรถแข่งพันธุ์แท้ ปราดเปรียว คล่องตัว และการควบคุมที่เฉียบคม

โครงสร้างตัวถังและแชสซีอันแข็งแกร่ง เสริมประสิทธิภาพด้วยระบบช่วงล่าง Adaptive M พร้อมโช้คอัพที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพลาหน้าและเพลาท้ายยืดหยุ่นด้วยการตั้งค่าตามหลักจลนศาสตร์ของ รุ่น M และยังมาพร้อมระบบ M Servotronic ช่วยปรับกำลังพวงมาลัยให้เหมาะสมกับความเร็ว ระบบเบรก M compound ตอบสนองอย่างทันใจ สร้างประสบการณ์ขับขี่สไตล์สปอร์ตอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ M Dynamic Mode ช่วยให้ดริฟท์รถได้อย่างถึงใจยิ่งขึ้น

หัวใจหลักของบีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition Coupé ใหม่ ผสานพลังจากเครื่องยนต์เบนซินรอบสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ในตระกูล M เข้ากับสมรรถนะจากเทคโนโลยี M TwinPower Turbo รุ่นใหม่ล่าสุด มาในขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง มอบแรงบิดเต็มสูบสูงถึง 650 นิวตันเมตร ที่ 2,750 – 5,500 รอบ/นาที ส่งพละกำลังเร้าใจที่ 510 แรงม้า ที่ 6,250 รอบ/นาที

พร้อมพุ่งทะยานจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ M Steptronic Sport พร้อม Drivelogic ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดการสูญเสียกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมผ่านคันเกียร์ M หรือแป้นเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัย

ราคาจำหน่าย 9,999,000 บาท! (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

Mini-Cooper-S-Countryman-2021

Mini Cooper S Countryman

Mini Cooper S Countryman (มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน) ใหม่ เน้นย้ำเสน่ห์อันแข็งแกร่งของรุ่นรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของมินิ ตัวรถมีรูปลักษณ์ที่หมดจดและหรูหรายิ่งกว่าเคย ส่วนกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ มีแผงใต้กันชนที่เสริมให้มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ใหม่ ดูทรงพลังและทันสมัยเป็นพิเศษ ฟังก์ชั่นไฟหน้าและท้ายทั้งหมดมาพร้อมกับเทคโนโลยี LED คุณภาพสูงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในขณะที่ไฟท้ายโดดเด่นด้วยดวงไฟในลวดลายของธงยูเนียนแจ็ค

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ใหม่ ผสานสมรรถนะที่รองรับการขับขี่หลากหลายรูปแบบเข้ากับการออกแบบห้องโดยสารเพื่อการใช้งานที่หลากหลายไม่แพ้กัน โดยมาพร้อมกับเบาะหลังที่กว้างเต็ม 3 ที่นั่ง นอกจากนี้ เบาะนั่งแถว 2 ยังสามารถปรับพับในแบบ 40 : 20 : 40 เพื่อขยายปริมาตรความจุสัมภาระจาก 450 ลิตร เป็นสูงสุดถึง 1,390 ลิตร

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร มอบแรงม้าสูงสุดถึง 192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบ/นาที ขับขี่สนุกตามสไตล์มินิด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ Steptronic 7 จังหวะ และแบบ Paddle Shift ในรุ่นไฮทริม

ราคาในรุ่น Entry อยู่ที่ 1,999,000 บาท และในรุ่น Hightrim ราคา 2,529,000 บาท

Audi-RS-e-tron-GT-2021

Audi RS e-tron GT

Audi RS e-tron GT (อาวดี้ อาร์เอส อีทรอน จีที) Shaping the Future of Mobility อีกก้าวสำคัญที่จะมาเขย่าวงการยานยนต์ด้วยรถไฟฟ้า 100% ที่มี Performance ดีที่สุดของอาวดี้

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Mazda-BT-50-2021

หลายคนที่กำลังรอคอยคู่แฝดของ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแมคซ์) มานาน วันนี้มาถึงแล้ว! กับ All-New Mazda BT-50 (มาสด้า บีที-50) เจเนอเรชั่นใหม่ ผนวกคุณสมบัติของรถปิกอัพที่ดีที่สุดในโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ดีไซน์ที่ถูกออกแบบอย่างสง่างามที่สุดในโลก คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม ประหยัดน้ำมันมากที่สุด มีความทนทานสูงสุด รวมทั้งค่าดูแลรักษาต่ำสุด วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 5.5 แสนบาท

ด้วยแนวคิด “พร้อม…กับทุกด้านของชีวิต” เติมเต็มทุกมิติของชีวิตดุจ Life-Partner สัมผัสแห่งดีไซน์อันสง่างามจาก “โคโดะ ดีไซน์” เน้นความเรียบง่าย แต่งดงาม ตามคอนเซ็ปต์ “Less is More” ผสานรูปลักษณ์อันทรงพลังสไตล์ปิกอัพ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย มอบความสะดวกสบายเสมือนรถเอสยูวี คุ้มค่าด้วยอัตราประหยัดน้ำมันมากที่สุดในคลาสกับตัวเลข 16.1 กม./ลิตร!

รับข้อเสนอพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว กับดอกเบี้ยต่ำสุด 1.99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร3 พร้อมเปิดรับจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ พร้อมส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าทันที!

All-New-Mazda-BT-50-2021

แม้ว่าปี 2563 ที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนต่างเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 จนส่งผลให้ยอดขายรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลงกว่า 20% แต่เมื่อเจาะลึกข้อมูลรายละเอียดของยอดขายรถยนต์ในแต่ละประเภท พบว่าสัดส่วนการขายรถปิกอัพในปี 2563 อยู่ที่ 45% เติบโตขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 43%

ดังนั้นการเปิดตัว All-New Mazda BT-50 จึงเป็นตัวแปรที่จะเข้ามาเปลี่ยนทุกมุมมองเกี่ยวกับรถปิกอัพโดยสิ้นเชิง Revolutionary Change

หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปี ที่ผ่านมา Mazda ได้สร้างโรงงานเพื่อขึ้นไลน์ผลิตปิกอัพในประเทศไทย ณ โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง โดยผลิต Mazda Fighter (มาสด้า ไฟเตอร์) ซึ่งเป็นกระบะฝีมือคนไทยรุ่นแรก ที่เริ่มผลิตและจำหน่ายในปี 2541 มียอดขายเฉพาะในไทยกว่า 50,000 คัน

ต่อด้วยรุ่นที่สอง Mazda BT-50 (มาสด้า บีที-50) มียอดขายสะสมกว่า 52,000 คัน และ Mazda BT-50 PRO (มาสด้า บีที-50 โปร) มียอดขายสะสม 120,000 คัน ส่งผลให้มีรถปิกอัพพันธุ์แกร่งของมาสด้าอยู่ในการครอบครองของแฟนมาสด้ากว่า 222,000 คัน

All-New-Mazda-BT50

สำหรับ All-New Mazda BT-50 ถูกวางให้เป็นรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรกในปี 2564 โดยใส่ความโดดเด่นของ “โคโดะ ดีไซน์” (KODO Design) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มุ่งเน้นให้เกิดความเรียบง่าย แต่งดงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งและรถเอสยูวีตระกูล CX Series เจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า

การออกแบบที่สง่างามสไตล์ปิกอัพยุคใหม่ การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ให้ความสะดวกสบายที่เทียบเท่ากับรถเอสยูวี อีกทั้งยังเป็นปิกอัพที่มีความอเนกประสงค์ ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกโอกาส หรือ “Built for Dress and Jeans”

All-New-Mazda-BT-50-2021

ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าที่ออกแบบด้วย Signature Wing ขนาดใหญ่ รูปทรงด้านหน้าที่สง่างามในสไตล์รถเอสยูวี ดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้ายทรงสปอร์ต โฉบเฉี่ยว

โครงสร้างตัวถังที่ผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าที่ทนต่อแรงดึงสูง (High Tensile Steel) แข็งแกร่งกว่าเหล็กธรรมดา เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น กับคอยล์สปริงที่ช่วยเพิ่มความนุ่มสบาย พร้อมเหล็กกันโคลงหน้าช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว ชุดแหนบด้านหลังที่เพิ่มความสามารถในการบรรทุก

All-New-Mazda-BT-50-2021

All-New-Mazda-BT-50-2021

ภายนอก-ภายในของรุ่น Standard Cab

ภายในห้องโดยสารที่เน้นความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด และการคัดสรรเลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูงเท่านั้น ผสมผสานกับโทนสีภายในรวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ อย่างลงตัว คอนโซลหน้าถูกตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เสาภายในและเพดานเลือกใช้โทนสีดำตัดกับหนังสีน้ำตาลเข้มของเบาะนั่งที่ออกแบบให้นั่งสบายในทุกตำแหน่ง และแผงประตูที่เพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งสไตล์เดียวกับรถเอสยูวี

การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์โดยให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางตามหลักการ Human Machine Interface ทุกฟังก์ชันจึงง่ายต่อการใช้งาน การรับรู้ข้อมูลการขับขี่รวมถึงสายเรียกเข้าหรือชื่อเพลงบนหน้าจอแบบสี MID (Multi-Information Display) ขนาด 4.2 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลได้หลายรูปแบบ อ่านง่าย มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบ TFT (Thin-film Transistor Technology)

All-New-Mazda-BT-50-2021

All-New-Mazda-BT-50-2021

ภายนอก-ภายในของรุ่น Freestyle Cab

ผู้ขับขี่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยปรับได้มากถึง 4 ทิศทาง มาพร้อมกับเบาะไฟฟ้าปรับได้ 8 ทิศทางและระบบดันหลัง ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารได้ดียิ่งขึ้นด้วยระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone ที่สามารถแยกปรับด้านซ้ายและขวาได้อย่างอิสระพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

ยกระดับความสุนทรีย์ด้วยห้องโดยสารที่เงียบยิ่งขึ้น และลำโพงที่มากถึง 8 ตำแหน่ง นับรวมถึงลำโพงที่ติดตั้งบนหลังคา ผู้โดยสารสะดวกสบายตลอดการเดินทางด้วยที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง และช่องเสียบ USB มีช่องเก็บของภายในห้องโดยสารสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกตำแหน่ง

All-New-Mazda-BT-50-2021

All-New-Mazda-BT-50-2021

ภายนอก-ภายในของรุ่น Double Cab

All-New Mazda BT-50 มาพร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ด้วยรีโมท เปิดระบบปรับอากาศก่อนขึ้นรถ และมีระบบไฟในห้องโดยสารส่องสว่างอัตโนมัติในทันทีเมื่อจับสัญญาณจากกุญแจรีโมท

อีกทั้งตอบโจทย์รูปแบบการเชื่อมต่อการสื่อสารในยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น ด้วยระบบ Infotainment ที่มาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 9 นิ้ว ที่สามารถตั้งค่า Home Screen ได้หลายรูปแบบ รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay® แบบไร้สาย และ Android Auto™* ซึ่งสามารถใช้งาน Miracast แบบไร้สายผ่าน Wifi และรองรับการเชื่อมต่อแบบ MirrorLink อีกทั้งยังมีระบบนำทางที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

*เชื่อมต่อในทันทีสำหรับ Android เวอร์ชั่น 10

All-New-Mazda-BT-50-2021

All-New Mazda BT-50 มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์

  • เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ ให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดในคลาสกับตัวเลข 16.1 กม./ลิตร* จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถูกวางอยู่ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งเครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาด รองรับน้ำมันได้ถึง B20
  • เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันแรงดันสูง 250 MPa ให้ละอองน้ำมันละเอียด และการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ถูกวางอยู่ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถปรับเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ

*ผลการทดสอบตามมาตรฐานยุโรป UN R101 Combine Mode

ระบบส่งกำลังของ All-New Mazda BT-50 มีให้ 2 ทางเลือก กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่อง จังหวะการเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล และสามารถเลือกเปลี่ยนเป็นโหมดแมนนวลได้เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ขับสนุก และตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีก 1 ทางเลือกกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ที่ออกตัวได้แรง ให้กำลังฉุดลากสูงในทุกช่วงความเร็ว เข้าเกียร์ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ผสานการทำงานกับระบบขับเคลื่อนที่มี 2 ทางเลือก ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง ซึ่งเป็นรุ่น Hi-Racer ตอบโจทย์การขับขี่ได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง อีกหนึ่งทางเลือกกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รองรับการขับขี่ใบรูปแบบออฟโรดด้วยระบบ Electronic Diff-lock ที่เฟืองท้าย อีกทั้งรุ่น Hi-Racer และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถลุยน้ำได้สูงถึง 800 มิลลิเมตร

All-New-Mazda-BT-50-2021

เพื่อให้ All-New Mazda BT-50 ตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบ จึงมีให้เลือก 3 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ รุ่น Standard Cab (STD) หรือกระบะตอนเดียว รุ่น Freestyle Cab (FSC) หรือกระบะตอนครึ่งรุ่นแค็ปเปิดได้ และรุ่น Double Cab (DBL) หรือรุ่น 4 ประตู ที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย

ซึ่งได้ติดตั้งระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

อีกทั้งในรุ่น Hi-Racer และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS ระบบช่วยการออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC และติดตั้งถุงลมนิรภัยสูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง เพิ่มความมั่นใจในการเข้าจอด ด้วยระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง รวมสูงสุด 8 ตำแหน่ง พร้อมกล้องมองหลัง

สำหรับรุ่น DBL Hi-Racer และรุ่น DBL ขับเคลื่อน 4 ล้อ ใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้า กับ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)

สีภายนอกมีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน กันบลู (Gunblue) สีเทา คอนกรีต เกรย์ (Concrete Gray) สีแดง เรด โวคาโน (Red Volcano) สีดำ ทรู แบล็ก (True Black) สีขาว ไอซ์ ไวท์ (Ice White) และสีเงิน อิงกอท ซิลเวอร์ (Ingot Silver)

เพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มาสด้า พบกับข้อเสนอสุดพิเศษช่วงเปิดตัวแนะนำกับดอกเบี้ยต่ำสุด 1.99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร3 All-New Mazda BT-50 พร้อมให้ทุกท่านได้ทดลองขับขี่และเปิดรับจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

All-New-Mazda-BT-50-2021

ราคาจำหน่าย All-New Mazda BT-50 ทั้ง 14 รุ่น / All-New Mazda BT-50 Price, Shown in Thai Baht.

  • Standard Cab 1.9 E ราคา 553,000 บาท
  • Freestyle Cab 1.9 C ราคา 679,000 บาท
  • Freestyle Cab 1.9 C Hi-Racer ราคา 714,000 บาท
  • Freestyle Cab 1.9 C Hi-Racer 6AT ราคา 768,000 บาท
  • Freestyle Cab 1.9 S Hi-Racer ราคา 787,000 บาท
  • Freestyle Cab 1.9 S Hi-Racer 6AT ราคา 812,000 บาท
  • Double Cab 1.9 C ราคา 771,000 บาท
  • Double Cab 1.9 S ราคา 847,000 บาท
  • Double Cab 1.9 S Hi-racer ราคา 891,000 บาท
  • Double Cab 1.9 S Hi-Racer 6AT ราคา 936,000 บาท
  • Double Cab 1.9 SP Hi-Racer ราคา 1,012,000 บาท
  • Double Cab 1.9 SP Hi-Racer 6AT  ราคา 1,070,000 บาท
  • Double Cab 4×4 3.0 SP ราคา 1,118,000 บาท
  • Double Cab 4×4 3.0 SP ราคา 1,153,000 บาท

หมายเหตุ :

1ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน

2บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์

3ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กิโลเมตร ตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กิโลเมตร

เงื่อนไขเพิ่มเติม :

• เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ บมจ. ธนาคารธนชาต เท่านั้น

• ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ.ธนาคารทิสโก้ และ บมจ.ธนาคารธนชาต ที่จองและออกรถ ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2564 เท่านั้น

ส่วนใครที่อยากได้ All-New Mazda BT-50 ใหม่ แต่เงินสดมีไม่เพียงพอ ถ้าใช้รถคันเดิมอยู่ สามารถนำมาขายกับทาง CARRO ได้ แม้ว่ารถจะติดไฟแนนซ์ เราก็พร้อมปิดไฟแนนซ์ให้ และยินดีรับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Motor-Expo-2020-Booking

บริษัท สื่อสากล จำกัด เผยยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2020 ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซาในวิกฤตโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก แต่การจำหน่ายรถภายในงานยังเป็นไปอย่างน่าพอใจ เนื่องจากมีเปิดตัวรถใหม่หลายรุ่น พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ สวนกระแสเศรษฐกิจปัจจุบัน เรียกได้ว่า สุขใจทั้งคนซื้อรถ ได้รถใหม่ไปขับ แต่หลายคนก็อาจทุกข์ใจตอนหาเงินผ่อนรถ กับโดนไฟแนนซ์ยึด

โดยยอดจองรถยนต์ทั้ง 31 แบรนด์ ตอนแรกคาดว่ายอดจองประมาณ 25,000-30,000 คัน รถจักรยานยนต์ 5,000 คัน

แต่ตัวเลขยอดจองในปีนี้ ทำได้รวม 38,699 คัน! (หากนับรวมยอดจองรถยนต์อย่างเดียว จะมียอดจองทั้งหมดอยู่ที่ 33,753 คัน) ลดลงจากปีก่อนเพียง 9.9% ส่วนจักรยานยนต์ ลดลง 31.7%

จากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Honda, Toyota, MG, Mazda และ BMW ปีนี้รถเก๋งยังคงได้รับความสนใจสูงสุด มีสัดส่วนยอดขาย 40.9% ลดลงจากปีก่อน (45.5%) แบ่งเป็นเก๋งซีดาน 23.9% แฮทช์แบค 15.6% และเก๋งประเภทอื่น 1.4%

รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) มีสัดส่วน 40.4% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (33.4%) 5 อันดับแรก ได้แก่ MG ZS, Isuzu MU-X, Toyota Corolla Cross, Mazda CX-30 และ Mitsubishi Pajero Sport

รถกระบะมีสัดส่วน 12.2% ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (14.5%) 5 อันดับแรก ได้แก่ Isuzu D-Max, Ford Ranger, Toyota Revo, Mitsubishi Triton และ Nissan Navara

ส่วนรถหรู มียอดขายรวม 3,783 คัน โดย 5 แบรนด์ ที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ BMW, Mercedes-Benz, Volvo, Porsche และ Audi

รถจักรยานยนต์ 21 แบรนด์ มียอดจองรวม 4,946 คัน ลดลงจากปีก่อน 31.7 % จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิ๊กไบค์” พบว่า รถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Honda, GPX, Yamaha, Kawasaki และ Triumph

Nissan-Almera-N-Sport-Package

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงาน 1,424,811 บาท และราคาเฉลี่ยของรถจักรยานยนต์ 230,140 บาท เงินหมุนเวียนภายในงานราว 4.9 หมื่นล้านบาท ผู้เข้าชมงานจำนวน 1,186,387 คน

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถป้ายแดง หรือรับเงินก้อนไปใช้ในช่วงสิ้นปี สามารถนำรถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สรุป

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 1 – 13 ธ.ค. 2563 33,753 คัน (หากรวมยอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เป็น 38,699 คัน)

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2562 37,489 คัน (หากรวมยอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เป็น 44,740 คัน)

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2561 44,189 คัน (หากรวมยอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เป็น 53,358 คัน)

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 29 พ.ย. – 11 ธ.ค. 2560 39,832 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 30 พ.ย. – 12 ธ.ค. 2559 32,422 คัน

ยอดจองรถยนต์ 10 อันดับแรกของ Motor Expo 2020 วันที่ 2 – 13 ธ.ค. 2563 (CARRO Update ยอด ณ วันที่ 13 ธ.ค. 2563)

Toyota-GR-Yaris

1. Toyota 5,445 คัน

Honda-City-Hatchback-2021

2. Honda 4,508 คัน

Mazda-100th-Anniversary-Motor-Expo-2020

3. Mazda 4,018 คัน

Isuzu-MU-X-Motor-Expo-2020

4. Isuzu 3,076 คัน

Nissan-Navara-PRO4X-2021

5. Nissan 2,666 คัน

Suzuki-Celerio-Motor-Expo-2020

6. Suzuki 2,652 คัน

MG-ZS-EV-Motor-Expo-2020

7. MG 2,330 คัน

Mercedes-Benz-GLA-200-AMG-Dynamic

8. Mercedes-Benz 1,886 คัน

Mitsubishi-Outlander-PHEV

9. Mitsubishi 1,637 คัน

BMW-X1-2021

10. BMW 1,299 คัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Motor Expo

ดูสรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2019 ได้ที่นี่ >> https://th.carro.co/blog/motor-expo-2019-booking/

ดูสรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2018 ได้ที่นี่ >> https://th.carro.co/blog/motor-expo-2018-booking/

ดูสรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2017 ได้ที่นี่ >> https://th.carro.co/blog/motor-expo-2017-booking/

1 2 3 8