Taximeter-Extended-Lifetime

กรมการขนส่งทางบก รับลูก ครม. อนุมัติขยายอายุการใช้งานรถแท็กซี่จากเดิม 9 ปี เป็น 12 ปี โดยต้องเป็นรถที่จดทะเบียน “ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563” และผ่านการตรวจสภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัยต่อการให้บริการ

ที่สำคัญ ต้องผ่านเกณฑ์การตรวจสภาพ ที่กรมการขนส่งทางบก และกรมควบคุมมลพิษร่วมกันกำหนดขึ้น เพื่อให้มีมาตรฐานสมรรถนะ ความมั่นคงแข็งแรง และความปลอดภัยในการใช้งาน มีคุณภาพและความเรียบร้อยในการรับจ้างจนสิ้นอายุการใช้งาน

ทั้งนี้ รถแท็กซี่ที่ได้รับการขยายอายุการใช้งานต้องผ่านการตรวจสภาพและเกณฑ์การวินิจฉัยการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียนกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการตรวจสภาพรถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกินเจ็ดคนเพื่อขยายอายุการใช้งานจาก 9 ปี เป็น 12 ปี ในปี 2564 จะมีรายการที่ต้องตรวจสภาพเพิ่มเติม ดังนี้

1. ตรวจก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอนจากท่อไอเสีย โดยใช้เครื่องวิเคราะห์ก๊าซในขณะที่เครื่องยนต์อยู่ในรอบเดินเบาและไม่มีภาระ และให้ตรวจทุกชนิดเชื้อเพลิงในกรณีมีการใช้เชื้อเพลิงมากกว่า 1 ชนิด โดยค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ต้องไม่เกินร้อยละ 0.5 โดยปริมาตร และค่าก๊าซไฮโดรคาร์บอนต้องไม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน

2. โครงสร้างและตัวถังรถ ต้องมีความมั่นคงแข็งแรงสามารถรองรับการทำงานของรถขณะมีน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ในทุกสภาพการใช้งาน ไม่ชำรุด ผุกร่อน จนมีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของรถ เป็นต้น

3. ประตูและพื้นรถ ต้องไม่ชำรุด ผุกร่อน จนมีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของรถและความปลอดภัยในการใช้งาน สะอาด ไม่มีคราบเปื้อน คราบสกปรก หรือขยะ

4. ที่นั่งผู้ขับรถ ที่นั่งคนโดยสารและพนักพิงศีรษะ ไม่ชำรุดทรุดโทรมหรือเสียหาย ที่นั่งต้องยึดติดกับโครงสร้างรถและตัวถังรถอย่างมั่นคงแข็งแรง

5. ตรวจเข็มขัดนิรภัยและจุดยึดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงตรวจการล็อกและปลดล็อกของเข็มขัดนิรภัยโดยการกระตุกหรือกระชากต้องทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. สีรถ ภายนอกตัวรถ ไม่มีรอยแตกร้าว รอยด่าง คราบสนิม หรือรอยหลุดลอกชำรุดจำนวนมากหรือขนาดใหญ่ และสีรถถูกต้องตามเอกสารหลักฐานหรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด

7. เครื่องปรับอากาศ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถปรับอากาศภายในรถและภายในห้องโดยสารได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส ปรับทิศทางและแรงลมได้ ไม่มีน้ำรั่วซึมออกจากระบบปรับอากาศภายในรถหรือภายในห้องโดยสาร ไม่มีเสียงดังรบกวน มีกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นอับชื้น

8. ที่เก็บสัมภาระท้ายรถสำหรับผู้โดยสารต้องมีสภาพดี ไม่ชำรุดหรือเสียหาย ผนังทุกด้านปิดทึบมั่นคงแข็งแรงและถาวร รวมถึงมีความสะอาด เรียบร้อย ไม่มีสิ่งของที่จะเป็นอุปสรรคในการวางสัมภาระของผู้โดยสาร

https://dlt.go.th/web-upload/m_news/172/2810/file_photo/a96a53a8d171efa4a5f342fc8cb2109f.jpg

เจ้าของรถที่มีความประสงค์จะขยายอายุการใช้งานรถแท็กซี่สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ส่วนรถที่จดทะเบียนต่างจังหวัดยื่นความประสงค์ได้ที่กลุ่มวิชาการ สำนักงานขนส่งแต่ละจังหวัด

หลักฐานประกอบการดำเนินการ ได้แก่ใบคู่มือจดทะเบียนหรือภาพถ่าย หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ใบอนุญาตขับรถสาธารณะหรือใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายในประเภทที่ใช้แทนกันได้ที่ยังไม่สิ้นอายุ หลักฐานการจัดให้มีประกันภัยคุ้มครองบุคคลที่ 3 และประกันภัยเพิ่มเติมที่ให้การคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายต่อคนในแต่ละครั้ง และความเสียหายต่อทรัพย์สินในวงเงินไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายในแต่ละครั้ง

รถแท็กซี่ที่ได้รับการขยายอายุการใช้งานจาก 9 ปี เป็น 12 ปี จะต้องเข้ารับการตรวจสภาพระหว่างการใช้งานปีละ 4 ครั้ง เพื่อให้รถมีสภาพมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยเพียงต่อการให้บริการ

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบรายเดือนแทนการใช้วิทยุสื่อสารได้ โดยต้องแสดงหมายเลขโทรศัพท์ไว้ภายในห้องโดยสารที่ผู้โดยสารสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และบริเวณประตูตอนหลังด้านนอกทั้งสองด้าน และด้านบนของกระจกบังลมหน้ารถด้วย

แหล่งที่มา :

Taximeter-Baggage-Fees

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการอื่น กรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษสำหรับรถแท็กซี่มิเตอร์ (Taxi-Meter) ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2563 โดยที่เป็นการแก้ไขปรับปรุงอัตราค่าบริการอื่น ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ซึ่งมีการปรับค่าบริการอื่นกรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษดังนี้

1. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดความกว้าง ความยาว หรือความสูงด้านใดด้านหนึ่งเกินกว่า 26 นิ้ว ขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราชิ้นละไม่เกิน 20 บาท

2. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดความกว้าง ความยาว หรือความสูงด้านใด ด้านหนึ่งไม่เกิน 26 นิ้ว เกินกว่าสองชิ้น ให้เรียกเก็บค่าบริการตั้งแต่ชิ้นที่สามขึ้นไป ในอัตราชิ้นละไม่เกิน 20 บาท ทั้งนี้ ไม่นับรวมกับสัมภาระตามข้อ 1

3. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระเป็นอุปกรณ์การกีฬาจำพวก ถุงกอล์ฟ รถจักรยาน วินด์เซิร์ฟ หรือเครื่องดนตรี ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 50 นิ้ว ขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราชิ้นละไม่เกิน 100 บาท

4. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระเป็นสินค้า สิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่บรรจุกล่อง และที่มิได้มีการบรรจุกล่อง แต่มีการมัดรวมหรือหีบห่อรวมกันไว้ ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 50 นิ้ว ขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราที่บรรจุกล่อง มัดรวมหรือหีบห่อชิ้นละไม่เกิน 100 บาท

*สัมภาระ ในที่นี้หมายถึง สิ่งของหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่นำติดตัวมาด้วย แต่มิได้หมายความรวมถึงรถวีลแชร์ ไม้เท้า หรืออุปกรณ์สำหรับคนพิการ

แหล่งที่มาจาก:

5-Things-To-Remember-While-Taking-A-Taxi

หากใครที่มีโอกาสได้เปิดฟังคลื่นวิทยุที่เกี่ยวกับการรายงานสภาพจราจร จะสังเกตได้ว่า ในวันๆ หนึ่ง มีผู้คนที่โทรเข้ามาแจ้งเรื่องลืมของในรถแท็กซี่กันเยอะมาก โดยสิ่งของที่ยอดฮิตของคนขี้ลืม ได้แก่ กระเป๋าสตางค์, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, กระเป๋าต่างๆ, กล้องถ่ายรูป, ซองเอกสาร หรือกุญแจต่างๆ เป็นต้น

10-อันดับ-ลืมของบนรถแท็กซี่-สวพ.91

ภาพจาก สวพ.91

ซึ่งบางคน อาจจะจำได้แค่บางอย่าง แต่บางคน ก็จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง (เพราะอาจจะขึ้นแท็กซี่ ตอนเมาด้วยล่ะ) ทำให้ยากต่อการติดตาม ของหายแล้วได้คืนยาก

Carro ขอแนะนำ 5 สิ่งที่ควรจำ เมื่อขึ้นแท็กซี่ เวลาลืมของ จะได้ตามได้ ครับ …

เวลา และสถานที่ขึ้น-ลง

Taxi

อันนี้ถือว่าสำคัญ หากคุณไม่ได้เรียกรถแท็กซี่จากในโรงแรม หรือบางสถานที่ ที่มีการจดเลขทะเบียน หรือมีภาพจากในกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ การจดจำเวลา และสถานที่ขึ้น-ลง ถือว่าสำคัญ เพราะรถแท็กซี่ส่วนใหญ่ มักแบ่งกันขับกันเป็นกะ จะได้ตามตัวคนขับได้ถูก

สีรถ

Toyota-Camry-Taxi

อันนี้ก็ถือว่าสำคัญ เพราะปัจจุบันนี้ แท็กซี่บ้านเรามีสารพัดสีมาก จนได้ชื่อว่า “รถสีลูกกวาด” เลยทีเดียว ซึ่งก็มีตั้งแต่รถส่วนบุคคล เขียว-เหลือง, รถแท็กซี่รุ่นเก่า เหลือง-ดำ ส่วนรถสหกรณ์ก็มีหลากหลายสี ตั้งแต่สีเหลืองทั้งคัน สีเขียวทั้งคัน สีฟ้า สีชมพู โดยบางคันอาจจะมี 2 สี ซึ่งคาดแถบสีขาวไว้ด้านข้างตัวรถด้วย ต้องสังเกตดีๆ

ป้ายทะเบียนรถ

ป้ายทะเบียนรถ-ในรถ

ทะเบียนรถ ถือว่าสำคัญที่สุดในการตามหาตัวรถ นอกจากดูนอกตัวรถแล้ว บริเวณภายในประตูรถทั้งเบาะหน้า และเบาะหลัง ก็มีเลขทะเบียนติดเอาไว้ และมีอักษรเทียบระหว่างภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ เช่น ถ้าเป็นทะเบียน มฎ1234 ภายในจะเป็น AA1234 เพื่อให้ชาวต่างชาติจำได้ง่ายขึ้น

ชื่อ-สกุล รหัส ของคนขับ / รูปพรรณของคนขับ

บัตรประจำตัวคนขับแท็กซี่

ชื่อ-สกุล รหัส ของคนขับบริเวณด้านหน้ารถ ควรสังเกตให้ละเอียด รวมถึงสังเกตดูว่า คนขับ มีรูปร่างอย่างไร อ้วน ผอม หนุ่ม แก่ หัวล้าน ผมยาว ใส่แว่น มีไฝ รอยสัก เพราะบางครั้ง บัตรประจำตัวคนขับที่แสดงไว้ อาจะเป็นคนละคนกับคนขับ

คนขับฟังรายการวิทยุอะไรอยู่ตอนนั้น

คนขับแท็กซี่

นี่ก็สำคัญ! หากขณะนั่งในรถ คนขับแท็กซี่ เปิดฟังรายการวิทยุอะไร คลื่นไหน หากนึกขึ้นได้ ให้ลองรีบโทรเข้าไปในราการนั้นๆ ดูทันที หากรายการนั้นเป็นรายการสด เผื่อคนขับรถได้ยินได้ฟังแล้ว โอกาสที่คุณจะได้ของคืน มีมากขึ้นครับ

แต่ถ้าคนขับ เปิดเพลงจาก CD/USB หรือ ปิดวิทยุอยู่ … ก็ตัดข้อนี้ไปได้ครับ

ของหายได้คืน

ทางที่ดี ก่อนลงแท็กซี่ ควรตรวจสอบให้เรียบร้อย ว่าลืมสิ่งของอะไรไว้บนเบาะ หรือในฝากระโปรงท้ายหรือไม่ เพราะโอกาสที่จะได้คืนนั้น บอกได้เลยว่าน้อย … ฉะนั้น ต้องรอบคอบก่อน กันไว้ดีกว่าแก้ครับ

ภาพหน้าปกจาก – https://www.js100.com/en/site/lost_found/view/69890

10 รถแท็กซี่ยอดนิยมในไทย จะมียี่ห้อไหน รุ่นใดบ้าง มาดูกัน!

Toyota-Prius-Taxi

ย้อนกลับไปในปี 2535 วงการแท็กซี่ เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่แต่เดิม รถแท็กซี่นั้น ใช้ระบบการต่อรองราคา พลิกโฉมมาเป็น “Taxi-Meter” (แท็กซี่มิเตอร์) ที่คิดค่าโดยสารตามระยะทาง และกำหนดให้ใช้สี “เขียว-เหลือง” เป็นรถส่วนบุคคล พร้อมทั้งจำกัดอายุของรถแท็กซี่ไว้มิให้เกิน 12 ปี (ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ 9 ปี) และไม่จำกัดจำนวนการจดทะเบียน ส่วนบุคคล หรือนิติบุคคล จะจดทะเบียนกี่คันก็ได้ ซึ่งต่างจากในอดีตก่อนหน้า

นี่จึงเป็นที่มาของ “แท็กซี่มิเตอร์” ที่วิ่งกันเกลื่อนถนนกรุงเทพฯ ในตอนนี้

สำหรับรถที่แท็กซี่นิยมนั้น ก็ต้องเป็นรถที่ทนทาน (ย้ำ) ต้องวิ่งได้วันละหลายร้อยกิโลเมตร ไม่จุกจิก เครื่องยนต์กลไกต้องไม่ซับซ้อน ซ่อมง่าย อู่ข้างทางก็ซ่อมได้ อะไหล่แท้ เทียบ เทียม ต้องหาง่าย และใช้ด้วยกันได้

Carro ขอนำเสนอ 10 รถแท็กซี่ยอดนิยมในไทย มาดูกันครับว่า จะมีรุ่นไหนยี่ห้อใดบ้าง ที่เป็นที่นิยมของคนขับแท็กซี่ และเจ้าของอู่แท็กซี่ในขณะนี้ …

Toyota Corolla Altis

Toyota-Corolla-Altis-Taxi

ขอขอบคุณภาพจาก Taxithainewcar

Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) เรียกได้ว่าต้องยกให้เป็นรถยอดนิยมตลอดกาล ของชาวแท็กซี่เลยทีเดียว ที่ทุกสหกรณ์มีรถรุ่นนี้หมด ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน อะไหล่แท้ เทียบ เทียม หาง่าย เวลาเสีย ช่างอู่ทั่วไปก็ซ่อมได้ รถทนทาน ไม่จุกจิก ใช้หาเงินกันคุ้ม

จึงมีคนนำรถรุ่นนี้ไปทำแท็กซี่ กันตั้งแต่รุ่นถูกสุดอย่าง 1.6J, 1.6E CNG, 1.6G, 1.8 E หรือแม้กระทั่งรุ่น ESport ก็ตาม

Toyota Innova

Toyota-Innova-Crysta-Taxi

ขอขอบคุณภาพจาก Easy Taxi Innova

Toyota Innova (โตโยต้า อินโนว่า) เรียกได้ว่า เป็นรถยอดนิยมมากพอสมควร สำหรับเหล่าแท็กซี่ที่วิ่งตามสนามบิน หรือรอรับลูกค้าตามหน้าโรงแรมต่างๆ เพราะสามารถขนคนได้เยอะ ขนของได้แยะ ทนทาน อะไหล่แท้ เทียบ เทียม ก็หาง่าย เวลาเสีย ช่างอู่ทั่วไปก็ซ่อมได้ นิยมกันมาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่ออกมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

แต่อะไหล่ตัวถัง อาจจะหาของมือสองลำบากนิดๆ เพราะเป็นรถที่ผลิตในอินโดนีเซีย

Toyota Prius

Toyota-Prius-Taxi

ขอขอบคุณภาพจาก All Thai Taxi

เป็นรถแท็กซี่แนวรักษ์โลก สำหรับ Toyota Prius (โตโยต้า พรีอุส) รถยนต์ไฮบริด เป็นรถแท็กซี่ที่ทาง บริษัท ออลไทย แท็กซี่ จำกัด ทำออกมา 500 คัน ลงทุนกว่า 700 ล้านบาท เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่แท็กซี่ไทย ใช้สีเหลือง สีเดียวกันกับ นิวยอร์ค แท็กซี่ โดดเด่นสะดุดตา เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 และให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2558

โดย Prius ที่นำมาทำแท็กซี่ จะไม่ดัดแปลงหรือติดแก๊ส พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV ในรถ ติดตั้งระบบ GPS Tracking และระบบติดตามควบคุมรถหรือ “กล่องดำ” ไม่ว่าจะขับรถเร็วเกินกำหนด ขับกระชาก หรือเหยียบเบรก แม้แต่การทำผิดระเบียบ ด้วยการรับผู้โดยสารแล้วไม่กดมิเตอร์ ทางศูนย์ฯ จะทราบได้ทันที สามารถเรียกผ่าน Application หรือ Call Center 1624 ได้ และจ่ายค่าบริการได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิต/เดบิต หรือบัตรเติมเงิน และออกใบเสร็จรับเงินได้

ต้นทุนเฉลี่ยรถแท็กซี่ต่อคัน หักลบจากส่วนลดราคารถ และค่าติดตั้งอุปกรณ์ไอทีเพิ่มเติม ตกคันละประมาณ 1.3 ล้านบาท โดยรถแต่ละคัน จะสามารถทำรายได้ให้บริษัทตกปีละ 1 ล้านบาท (ยอดในปี 2559)

Toyota Fortuner

Toyota-Fortuner-Taxi

ขอขอบคุณภาพจาก Sukeetaxithai

อันนี้เหมาะสำหรับผู้โดยสารสายลุย Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) แท็กซี่ที่สามารถลุยได้ ไม่ว่าจะเป็นทางลูกรัง หรือน้ำท่วม สามารถไปรับ-ส่ง คุณ ถึงประตูบ้านได้สบายๆ

แท็กซี่รุ่นนี้ เน้นวิ่งรับลูกค้าตามสนามบิน เหมานักท่องเที่ยว หรือรอรับลูกค้าตามหน้าโรงแรมต่างๆ เพราะคุ้มค่ากว่าวิ่งรับผู้โดยสารตามท้องถนนทั่วไป

Toyota Vios

Toyota-Vios-Taxi

ไม่ต้องงง! สำหรับ Toyota Vios (โตโยต้า วีออส) ที่วิ่งผ่านไปไหน มาไหน พอมีคนเห็น Toyota Vios รุ่นปัจจุบันเป็นแท็กซี่ ก็ยังมีคำถามที่ว่า “เฮ้ย! Vios ทำแท็กซี่ได้ด้วยหรอ” อยู่อีก!

สำหรับ Toyota Vios ทำแท็กซี่ได้ครับ มีตั้งแต่โฉมแรก (Soluna Vios) ยันรุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นรถที่ใช้ป้ายทะเบียนแบบเก่า (1ท-2ท, ทก หรือ ทข) สามารถนำรถที่มีจำนวนซีซีต่ำกว่า 1500 ซีซี มาทำแท็กซี่ได้ แต่ห้ามติดมิเตอร์ แต่โป๊ะไฟ “Taxi-Meter” กันทั้งนั้น …

เรื่องมันยาว อ่านเพิ่มเติมที่นี่ >> Toyota Vios เอามาทำแท็กซี่ได้ยังไง?

Nissan Sylphy

Nissan-Sylphy-Taxi

ขอขอบคุณภาพจาก ง้วน ออโต้ เซอร์วิส

หนึ่งเดียวของนิสสัน ที่แท็กซี่นิยมมากที่สุด นั่นคือ Nissan Sylphy (นิสสัน ซิลฟี่) ก็มีให้เห็นอยู่พอสมควร ภายในดูสวยหรู น่านั่ง

ส่วน Nissan อาจจะลำบากนิดนึงในเรื่องของชิ้นส่วนตัวถังมือสอง

Honda Civic

Honda-Civic-FC-Taxi

ด้วยแนวคิด (ของใครหลายๆ คน) ที่ยังเชื่อกันว่า Honda ห้ามนำรถมาทำเป็นแท็กซี่ (ได้ยินมาตั้งแต่ 20 กว่าปีที่แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังมีคนพูดกันเหมือนเดิม) …

แต่ก็มี Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ตั้งแต่โฉม EG, ES, FD, FB มาจนถึงรุ่นล่าสุด FC ออกมาเป็นแท็กซี่เห็นกันเรื่อยๆ แม้ว่าจำนวนจะน้อยนิด เพราะค่าบำรุงรักษา ค่าอะไหล่ที่สูง ทำให้หา “Honda” เป็นแท็กซี่ได้ลำบากหน่อย

เรื่องนี้ยาว อ่านต่อที่นี่ >> Honda ห้ามเอารถมาทำ Taxi-Meter จริงหรือ?

Isuzu MU-X

Isuzu-MU-X-Taxi

ขอขอบคุณภาพจาก ร้านขวัญใจมิเตอร์แท็กซี่

นี่ก็จัดเป็นแท็กซี่สำหรับผู้โดยสารสายลุย Isuzu MU-X (อีซูซุ มิวเอ็กซ์) แท็กซี่ที่สามารถลุยได้ ไม่ว่าจะเป็นทางลูกรัง หรือน้ำท่วม สามารถไปรับ-ส่ง คุณ ได้ แบบไม่เหนื่อยยาก

ไว้เน้นวิ่งรับลูกค้าตามสนามบิน เหมานักท่องเที่ยว หรือรอรับลูกค้าตามหน้าโรงแรมต่างๆ มากกว่า

Mitsubishi Pajero Sport

Mitsubishi-Pajero-Sport-Taxi

ขอขอบคุณภาพจาก ร้านขวัญใจมิเตอร์แท็กซี่

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต) นี่ก็เป็นรถประเภทเดียวกับแท็กซี่สายลุย ที่อยู่ใน 2 อัน ด้านบนครับ เพราะถ้าวิ่งหาคนขึ้นแล้ว ไม่คุ้มค่าแก๊สแน่นอน!

Mercedes-Benz C 350 e Avantgarde (VIP Taxi)

Mercedes-Benz-C350-e-Hybrid-Taxi

เมื่อ All Thai Taxi ตัดสินใจทำ “Taxi VIP” (แท็กซี่ วีไอพี) ด้วย Mercedes-Benz C 350 e Avantgarde (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี 350 อี อาวองการ์ด) ราคาคันละ 2,640,000 บาท 100 คันแรก เพื่อยกระดับรถแท็กซี่ให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล รองรับผู้โดยสาร เช่น ลูกค้าองค์กรธุรกิจ, ธุรกิจโรงแรม, นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ที่ต้องการความหรูหรา สะดวกสบาย

สำหรับอัตราค่าบริการ TAXI VIP เริ่มต้น 2 กิโลเมตรแรก 150 บาท กิโลเมตรต่อไป กิโลเมตรละ 12-16 บาท กรณีรถติดนาทีละ 6 บาท กรณีเรียกรถผ่านศูนย์บริการสื่อสารครั้งละไม่เกิน 50 บาท การจองล่วงหน้าและการจ้างจากท่าอากาศยานครั้งละไม่เกิน 100 บาท และให้บริการมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร ตลอดการเดินทาง อาทิ น้ำดื่มฟรี, หนังสือพิมพ์, ผ้าเย็น, บริการฟรี WI-FI, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ

ดูรถแท็กซี่แต่ละคันกันไปแล้ว หากใครที่อยากถอยแท็กซี่ออกมาขับบ้าง ก็ลองขายรถคันเดิมกับทาง Carro เพื่อนำเงินไปซื้อรถแท็กซี่มาหาเงินดูสิ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

ขอขอบคุณ แหล่งที่มาบางส่วนจาก :

Carro-Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

ปัจจุบันแท็กซี่บ้านเรา ภาครัฐกำหนดอายุการใช้งานไว้ที่ 9 ปี นับตั้งแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก หากป้ายทะเบียนหมดอายุเมื่อไหร่ รถก็หมดสภาพหาเงินได้ไปโดยปริยาย ไม่สามารถนำมาใช้เป็นรถสาธารณะต่อได้อีก แล้วก็ต่อภาษีประจำปีไม่ได้

แต่ที่ผ่านมาก็เคยมีข่าว แท็กซี่หมดอายุ ออกมาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร แล้วก่อเรื่อง จนกรมการขนส่งทางบกก็ต้องออกมาเชือดที แล้วก็หายไปในสายลม … ซึ่งส่วนมากแล้ว รถแท็กซี่ที่หมดอายุ เรามักจะเห็นออกมาวิ่งในช่วงเวลากลางคืน (เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ขนส่งฯ ออกทำงานหรือตั้งด่านตรวจ) และจอดตามห้างสรรพสินค้าบางแห่ง

MR.CARRO ขอแนะนำวิธีปลดป้ายแท็กซี่ เพื่อเอาไปทำเป็นรถบ้าน เดินเรื่องได้ด้วยตัวเอง ไม่เสียเวลามากอย่างที่คิดครับ.

รถแท็กซี่เขียว-เหลือง ควรทำสีให้เสร็จ (ซึ่งจะทำเป็นแบบสีแท็กซี่เดิมก็ได้) ถอดอุปกรณ์ติดตั้งที่แสดงว่าเป็นรถแท็กซี่ออกทั้งหมดก่อน เพราะต้องนำรถไปตรวจสภาพด้วย (แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะปลดป้ายแท็กซี่ เขาจะจัดเอกสารมาให้)

อ่านเพิ่มเติม : อยากซื้อ “รถแท็กซี่ปลดป้าย” คุ้มค่าหรือไม่ ต้องอ่าน!

กรณีที่ใบคู่มือจดทะเบียนรถ เป็นชื่อสหกรณ์ สหกรณ์ต้องมีหนังสือมอบให้คุณดำเนินการเท่านั้น (คนซื้อรถ ต้องไปสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ แล้วก็ไปเปลี่ยนสัญญากับสหกรณ์จากเจ้าเดิม เป็นเจ้าของใหม่) แต่ถ้าสมุดคู่มือจดทะเบียนเป็นชื่อของคุณ สามารถดำเนินการได้เลย

Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

ใบคู่มือจดทะเบียน ของ รถแท็กซี่ปลดป้ายแล้ว (กรณีที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเล่มใหม่) สังเกตได้จากทะเบียนที่เปลี่ยนใหม่ และเมื่อเปิดดูรายการจดทะเบียน จะมีประทับตรา “ครบกำหนด 9 ปี หมดสภาพเป็นรถรับจ้าง”

หลักฐานที่ใช้ ปลดป้ายรถแท็กซี่

1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
2. สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล ใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
3. แผ่นป้ายทะเบียนรถ
4. แบบคำขอแจ้งไม่ใช้รถ ซึ่งกรอกรายการและลงลายมือชื่อเจ้าของรถเรียบร้อยแล้ว
5. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจมาแสดงด้วย
6. ใบตรวจสภาพระบบแก๊ส LPG หรือ NGV

อ่านเพิ่มเติม : Review : วิธีโอนรถติดแก๊ส รวดเร็ว ง่าย ภายในวันเดียวเสร็จ

Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

รถแท็กซี่ปลดป้ายแล้ว จะมีสลักหลังระบุไว้ในเล่ม ต้องสังเกตให้ดี

กรณีมาเดินเรื่องที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร

  • ไปยกเลิกประกอบการ ที่อาคาร 3 ชั้น 3
  • ไปที่อาคาร 2 ชั้น 5 ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ตรวจเอกสาร รอเอกสาร (ใบเสร็จทำสีรถ ต้องมีจด VAT 7% ด้วย ยื่นที่นี่)
  • ลงไปชั้น 1 ซื้อ พรบ. (600 บาท) แล้วขึ้นไปชั้น 2 ยื่นเอกสารให้ประชาสัมพันธ์ เซ็นเอกสาร รับบัตรคิว นั่งรอชั้นเดียวกัน
  • จ่ายเงินค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรถใหม่ 315 บาท ค่าป้ายทะเบียนใหม่ (ป้ายดำ) ป้ายละ 100 บาท ค่าธรรมเนียมอัตราภาษีประจำปีของรถแต่ละประเภท และค่าตรวจสภาพ รถยนต์ 50 บาท
  • เอาใบเสร็จลงไปรับป้ายทะเบียนใหม่ที่ชั้น 1 (ด้านซ้ายสุด) พร้อมคืนป้ายทะเบียนเก่า (ป้ายเหลือง) ที่นี่ เสร็จเรียบร้อย

Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

โดยป้ายทะเบียนรถแท็กซี่ กรณีรถแท็กซี่นิติบุคคล หมวดที่ครบอายุการใช้งานแล้ว (ในปี 2563) ประกอบด้วย ทฉ, ทต, ทท, ทธ, ทน, ทพ, ทม, ทย, ทร, ทล, ทว และ ทศ 1 – 6498 กรณีรถแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลือง หมวดที่ครบอายุการใช้งานแล้ว ประกอบด้วย ทจ, มก, มข, มค, มง, มจ และ มฉ 1 – 9439

จะเห็นได้ว่า มีขั้นตอนไม่มาก เสียเวลาอย่างมากประมาณครึ่งวัน ก็สามารถจดทะเบียนรถปลดป้ายแท็กซี่ ให้คุณเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ได้แล้วครับ

Disuse-Taxi-Meter-Registration-Plate

ส่วนอันนี้ถ้าใครอยากขายรถ เพื่อรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียด (เฉพาะการขายรถเท่านั้น) ได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก:

  • กรมการขนส่งทางบก
  • กลุ่ม Facebook ซื้อขายแท็กซี่เท่านั้น
  • กลุ่ม Facebook แท็กซี่ปลดป้ายราคาถูกๆ
  • กลุ่ม Facebook ซื้อขายรถแท็กซี่ปลดป้ายรุ่นอัสติส04-08ราคาไม่แพง
Purchase-Old-Taxi-Meter

“รถแท็กซี่” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นรถที่ไว้รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ไปยังจุดต่างๆ ที่ต้องการ เป็นรถที่ไว้ใช้หาเงิน ก็ย่อมถูกใช้งานหนักมากในแต่ละวัน ปัจจุบันแท็กซี่บ้านเรา ภาครัฐกำหนดอายุการใช้งานไว้ที่ 9 ปี โดยรถแท็กซี่วันๆ หนึ่ง วิ่งกันอย่างน้อย 200-300 กิโลเมตรได้ ต่อให้มีการดูแลรักษาที่ดีขนาดไหน ทุกส่วนของรถ ก็ย่อมเสื่อมสภาพเร็วกว่ารถบ้าน

รถแท็กซี่ที่ปลดระวางแล้ว โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง Toyota Limo (โตโยต้า ลิโม่) หรือ Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) ที่มีออกมาขายกันเป็นจำนวนมาก มีทั้งแบบยังไม่ปลดป้ายทะเบียน สภาพรถเดิมๆ และแบบปลดป้ายทะเบียนแล้ว ทำสี ตกแต่งภายในใหม่หมด ซึ่งรถทั้งหมดวิ่งกันมานับล้านกิโลเมตร จนไมล์กลับรอบมาแล้ว ราคามือสองที่ค่อนข้างถูก โดยเฉลี่ยคันละ 2-7 หมื่นบาท ก็มีให้เลือกมากมายนับไม่ถ้วน

MR.CARRO ขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อ “รถแท็กซี่ปลดป้าย” ให้คุ้มค่าเงินในกระเป๋าคุณครับ.

Purchase-Old-Taxi-Meter

แน่นอนว่า ซื้อรถแพง ก็ซ่อมถูก ซื้อรถถูก ก็ซ่อมแพง มันเป็นเรื่องธรรมดาโลก ซึ่งคนที่ขาย ก็มีทั้งรถที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว กับรถที่ต้องไปปลดป้ายทะเบียนแท็กซี่เอง (ซึ่งจะยุ่งยากหน่อย และต้องเสียค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาทได้) …

หากคุณมีความรู้ด้านเชิงช่าง รถแท็กซี่ปลดป้าย ก็น่าเล่นครับ ได้รถปีไม่เก่ามาก (แต่สภาพช้ำเยอะ) เราขอแนะนำให้เลือกรถแท็กซี่เขียว-เหลือง มากกว่ารถแท็กซี่สหกรณ์ครับ เพราะรถแท็กซี่ส่วนบุคคล หลายคันเป็นรถบ้าน เจ้าของขับเองคนเดียวหรือสองคน มีการบำรุงรักษาที่พอจะเช็คจากเจ้าของรถได้

ต่างจากรถสหกรณ์ สารพัดสีลูกกวาด ซึ่งขับกันไม่รู้กี่มือ แต่ละคนก็ขับรถไม่เหมือนกัน บางคันก็ยำมาจนเละ หรือขับจนพังคาเท้าก็มี

Purchase-Old-Taxi-Meter

หากเลือกรถปลดป้าย เราขอแนะนำให้เลือกรถที่หาอะไหล่ได้ง่าย และซ่อมได้ง่าย เช่น Toyota Altis (โตโยต้า อัลติส) ซึ่งต่างจากรถปลดป้ายรุ่นอื่นๆ ที่มักจะขายไม่ได้ราคา หรือซ่อมปรับสภาพไม่คุ้มค่าทำ จนต้องแยกชิ้นส่วนขายกันเป็นอะไหล่กันมากกว่า เลือกอัลติสมือสองมาใช้งาน คุ้มค่าสุดในเวลานี้

กรณีซื้อรถมาทำเอง ต้องลงทุนจ่าย “ค่าแรกเข้า” หนักหน่อย (หลายหมื่นบาทได้ อาจจะมากกว่าราคาตัวรถด้วยซ้ำไป) แต่ได้รถใช้งานไปได้อีกหลายปี ราคาถูกกว่ารถบ้านมือสองปีเดียวกัน ก็ถือว่าคุ้ม

อ่านเพิ่มเติม : ขั้นตอนปลดป้ายแท็กซี่ ง่ายๆ ที่คุณก็ทำเองได้! (Update ล่าสุด ปี 2563)

การดูสภาพรถ ก็หลักการเดียวกับดูรถมือสองทั่วไป อาทิเช่น ดูตามรอยตะเข็บต่างๆ เม็ดอาร์ค เส้นสายรอบคัน โครงสร้างตัวรถ มีชนหนักเบาหรือไม่ ดูหลังคามีน้ำรั่วหรือเปล่า ช่วงล่าง ใต้ท้องรถ ฯลฯ แต่เชื่อเถอะ รถแท็กซี่ ต้องมีรอยเฉี่ยวชนมาบ้างทุกคันอยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย หลายคันที่ขาย “ถ้า” วางเครื่องใหม่ เกียร์ใหม่ ทำช่วงล่างมาใหม่ ตีอาบทำสีมาใหม่ ตกแต่งภายในใหม่ เปลี่ยนยางใหม่ โครงรถยังดี ก็ถือว่าน่าสนใจ

Purchase-Old-Taxi-Meter

ส่วนสีไม่ต้องพูดถึง ต้องทำใหม่อยู่แล้ว เลขไมล์ หมุนจนกลับรอบมาแล้วมั้ง สภาพเครื่องยนต์ หลวมหรือมีเสียงวาล์วเขก รั่ว เดินไม่เต็มสูบหรือยัง ซีลตามจุดต่างๆ ท่อยางต่างๆ มีรั่วซึมหรือไม่ แต่เชื่อเถอะครับ แท็กซี่หลายคัน ใช้งานยังไม่ทันหมดอายุ เครื่องยนต์หมดอายุไปซะก่อน เพราะใช้งานกันโหมกระหน่ำทั้งนั้น

สภาพถังแก๊ส LPG/NGV หมดอายุหรือยัง ห้องโดยสารภายใน สภาพเบาะ เพดาน สายเข็มขัดนิรภัย เปื่อยมากน้อยแค่ไหน

Purchase-Old-Taxi-Meter

ขั้นตอนต่อไปก็คือการทดลองขับ ฟังเสียงดู ตรงไหนมีเอี้ยดอ๊าด กุกกักหรือเปล่า สภาพช่วงล่าง ขับไปแล้วมีส่าย สะบัด เป๋ กินไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือพวงมาลัยสั่นหรือเปล่า เพราะรถแท็กซี่ ส่วนใหญ่ก็ซ่อมแบบให้พอใช้งานได้ ไม่ได้เน้นความสมบูรณ์นัก

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณแล้วล่ะครับ ว่าอยากได้หรือไม่ คำนวณงบประมาณที่มีแล้วคุ้มค่าแค่ไหน เพราะบางคัน ทำแล้วจบ เก็บงานน้อย ก็ถือว่าดีไป แต่บางคัน เก็บแล้วไม่จบ ต้องซ่อมนู่นนี่นั่นอยู่เรื่อยๆ จนบางทีอดคิดไม่ได้ว่า เพิ่มเงินอีกหน่อย แล้วไปซื้อรถบ้านดีกว่า …

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ได้ รับรองราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Honda-Civic-Taxi

Honda-Civic-EG-Taxi

Honda Civic (EG) Taxi-Meter ในอดีต (ภาพจากนิตยสารไทยไดรฟ์เวอร์)

เป็นเรื่องความเชื่อผิดๆ ที่ถกเถียงกันมา 20 กว่าปีได้แล้ว สำหรับ “Honda” (ฮอนด้า) ที่ห้ามนำรถมาทำแท็กซี่ ใครเอารถมาทำแท็กซี่ บริษัทแม่จะขอรับซื้อคืน!

Honda-Civic-ES-Taxi

Honda Civic (ES) Taxi-Meter ในอดีต

ถ้ามันจริงอย่างที่ว่า ก็ดีเลยสิครับ จะได้ทำธุรกิจใหม่ ซื้อรถ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) มา ใช้ไปสักพัก (ไม่เกิน 2 ปี) แล้วไปทำสีใหม่ เขียว-เหลือง จดทะเบียนเป็นรถแท็กซี่ แล้วก็รอเวลาบริษัทแม่มาขอซื้อรถคืนกลับ ตั้งราคาขายกลับไว้สูงๆ หน่อย ได้กำไรเห็นๆ! ซื้อคืน ทำบ่อยๆ ซื้อขายวนเวียนกันไป ก็ได้กำไรสบายๆ เพราะเจ้าของรถย่อมเหนือกว่า จะขายคืนหรือไม่ก็ได้

Honda-Civic-FD-Taxi-China

Honda-Civic-FB-Taxi-USA

ในต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่รถ Honda จะเป็นแท็กซี่

ทั้งนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโต้โมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ก็ไม่เคยมีออกนโยบายใดๆ ว่าห้ามลูกค้าซื้อรถไปแล้ว นำรถไปทำแท็กซี่ มีเพียงแต่การนำรถไปทำเป็นรถรับจ้าง หรือติดอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติม เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการรับประกันคุณภาพของรถ (3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร)

Honda-Civic-ES-Taxi

Honda Civic (ES) Taxi-Meter ในอดีต

ทางกรมขนส่งทางบก ที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียน และต่อทะเบียนรถแท็กซี่ ก็ไม่มีการห้ามนำรถยนต์ยี่ห้อใดๆ ไปจดทะเบียนเป็นแท็กซี่ โดยมีแค่เงื่อนไขว่า ต้องเป็นรถยนต์ที่เครื่องยนต์ มีความจุกระบอกสูบ 1,500 ซีซี ขึ้นไป และเป็นรถที่อายุไม่เกิน 2 ปี หรือผ่านการใช้งานมาไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร พร้อมกับติดตั้งวิทยุสื่อสาร ทำสีมาตามกำหนด

Honda-Civic-FD-Taxi

Honda-Civic-FD-Taxi

Honda-Civic-FD-Taxi

Honda-Civic-FD-Taxi

Honda Civic (FD) Taxi-Meter

ถ้าเป็นรถยนต์ญี่ปุ่น ที่เห็นเป็นแท็กซี่น้อยๆ ก็มี Honda Civic (แต่ในอดีต Isuzu Vertex คู่แฝดของ Honda Civic (EK) ก็เคยมีสหกรณ์แท็กซี่แห่งหนึ่ง นำรถรุ่นนี้มาทำแท็กซี่หลายคัน พ่นสีฟ้า-แดง) ส่วน Subaru ก็เป็นรถนำเข้าที่มีราคาสูง เลยไม่มีใครเอามาทำแท็กซี่เลยตั้งแต่ในอดีต …

BMW-Series-3-Taxi

BMW-Series-3-Taxi

BMW Series 3 Taxi-Meter (แบบประชด) ในอดีต

ส่วนรถยนต์จากฝั่งยุโรป ปัจจุบันคงไม่มีใครกล้าเอามาทำแท็กซี่แบบในอดีตแล้ว (ในอดีตมีรถยุโรปเป็น Taxi ในบ้านเราหลายยี่ห้อ อาทิ Peugeot 305, 309, 405, Renault R9, R19 หรือ Opel Astra เป็นต้น) เนื่องจากราคาตัวรถที่ขยับขึ้นไปสูงมากถึง 2 ล้านบาทขึ้นไป … ยกเว้นลูกเศรษฐี อยากขับแท็กซี่ หรือทำเป็นแท็กซี่ เพื่อประชดที่รถมีปัญหา (แบบที่เคยมี BMW Series 3 ทำเป็นแท็กซี่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน)

Honda-Civic-FB-Taxi

Honda Civic (FB) Taxi-Meter (ภาพจากคุณ Darin Keawken)

การที่รถยนต์บางยี่ห้อบางรุ่น ไม่นิยมนำไปทำแท็กซี่ เนื่องจากมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม อาจจะอะไหล่แพงหรือหายาก ไม่คุ้มค่าต่อการนำมาใช้ และรถแท็กซี่ต้องถูกใช้งานอย่างหนักแทบทั้งวัน มากกว่ารถยนต์ทั่วไป ดังนั้น ความทนทานของเครื่องยนต์ ไม่จุกจิก ประหยัดน้ำมัน รวมไปถึงการหาอะไหล่ ที่ต้องใช้ได้ทั้งของแท้ เทียบ เทียม และซ่อมง่าย เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถแท็กซี่ คำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ ในการเลือกซื้อรถมาทำแท็กซี่

Honda-Civic-FC-Taxi

การใช้รถยนต์รุ่นเดียวกับความนิยมในหมู่แท็กซี่ นอกจากจะไม่เสียภาพพจน์ใดๆ แล้ว ยังมีอีกข้อดีอีกเพียบ ทั้งในด้านการซ่อมแซม ความทนทาน และหาอะไหล่ได้ง่ายกว่าด้วย … จริงไหมครับ

ถ้าคุณเกิดเบื่อซ่อมรถคันเดิม คิดอยากจะขายรถเมื่อไหร่ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Thai-Taxi-In-Japan

ช่วงนี้ผมเห็นหลายๆ คน มักนิยมในความเป็นญี่ปุ่นกันอย่างมากมาย เช่น นักร้อง อาหารการกิน คอสเพลย์ ท่องเที่ยว หรือวัฒนธรรมญี่ปุ่นต่างๆ เป็นต้น

แต่หารู้ไม่ว่า คนญี่ปุ่นหลายคน ก็นิยมอะไรที่เป็นไทยๆ ด้วยเช่นกัน! เช่น รถตุ๊กตุ๊กของไทย หรือรถแท็กซี่ของไทย ก็ยังมีคนญี่ปุ่นนิยมไทย เอารถมาแต่งเลียนแบบซะเหมือนเลย

Thai-Taxi-In-Tokyo

หากย้อนไปสักเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงยังจำกันได้ คุณ Tosaku Kai Panyasiri ได้โพสต์ภาพรถยนต์ Toyota Corolla (AE101) ที่ทำสีเป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล เขียว-เหลือง แบบในประเทศไทย แต่วิ่งอยู่ย่านชิบูยา เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ลงใน Facebook จนกลายเป็นภาพ Viral หลายคนสงสัยกันใหญ่ แท็กซี่ของไทย ไปอยู่ในญี่ปุ่นได้ไง?

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

Toyota Corolla (AE101) แท็กซี่แบบไทยๆ ในญี่ปุ่น

Thai-Festival-In-Japan

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

รถกระป๊อก็มีคนญี่ปุ่นทำเลียนแบบด้วยนะครับ

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

จอดหน้าสถานีรถไฟ

สำหรับ Toyota Corolla (AE101) คันนี้ ในอดีตเป็นรถยอดฮิตของแท็กซี่ในบ้านเราเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้งานในญี่ปุ่น ทำสีเขียว-เหลือง ติดโป๊ะไฟ “Taxi-Meter” รวมถึงป้ายไฟ “ว่าง” และติดมิเตอร์ เพื่อให้ดูสมจริง เหมือนแท็กซี่ของไทย

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

ถ้าติดแก๊สด้วยก็เหมือนจริงเลย

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-JapanToyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

ติดมิเตอร์เพื่อความสมจริงสุดๆ

แถมยังมี Toyota Corolla (AE110) ที่มีคนญี่ปุ่นนำรถส่วนบุคคล มาเลียนแบบเป็นแท็กซี่ของไทยด้วยครับ ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนของไทยมากๆ

Nissan-NV-Taxi

และ Nissan AD Van (Y10) ในญี่ปุ่น (หรือ Nissan NV Van ในไทย) ก็ยังมีคนเอามาทำแท็กซี่เลียนแบบด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าใครไปญี่ปุ่นแล้วไปเจอแท็กซี่เหล่านี้ ก็อย่าเผลอโบกเรียกกันนะครับ!

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณภาพจาก http://mitoken.asia/http://www.goo-net.com/