CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner

ในสังเวียนของรถยนต์แบบ SUV ที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับรถกระบะ หรือมีแชสซีส์เป็นพื้นฐานที่บ้านเรามักเรียกว่า รถ PPV (หรือ Pick-Up Passenger Vehicle = รถอเนกประสงค์ที่มีพื้นฐานมาจากรถกระบะ) นับได้ว่าเป็นสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด มีให้เลือกหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะในตลาดรถใหม่ หรือในตลาดรถมือสองก็ตาม

สำหรับรถยนต์ประเภทนี้ ถือได้ว่ามีบทบาทสำหรับคนใช้รถในไทยมานาน ทั้งตอบโจทย์ความอเนกประสงค์ในการใช้งาน การบรรทุกสัมภาระ ยิ่งคนมีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ใช้รถเดินทางไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติได้ลงตัว โดยรถรุ่นใหม่ๆ ต่างออกแบบมาใช้ขับง่าย ใช้งานง่าย ออฟชั่นเพียบ และเพิ่มความหรูหรามากกว่าในอดีตเป็นเท่าตัว

และในวันนี้ CARRO Automall จะขอพาทุกท่านมารู้จักกับ รถอเนกประสงค์ยอดฮิตที่สุดในไทยอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นรถที่ซื้อง่ายขายคล่อง ราคาตกน้อย และการดูแลรักษา อะไหล่หาง่าย นั่นก็คือ Toyota Fortuner มือสอง (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มือสอง) ในเจเนอเรชั่นที่ 2 นั่นเองครับ

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner 2015

สำหรับ รถอเนกประสงค์ Toyota Fortuner โฉมนี้ มาพร้อมสโลแกน “New Legend of the Pride” หรือ “เหนือนิยามแห่งศักดิ์ศรี” เปิดตัวเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 ภายใต้โครงการ IMV (Innovative International Multi-Purpose Vehicle) ที่ Toyota เคลมว่าเป็นผู้นำในตลาดรถอเนกประสงค์ประเภท PPV ในไทย และในต่างประเทศ

สำหรับ Toyota Fortuner 2015 มาพร้อมนิยามใหม่ของ “ความแกร่ง” ขยายเฟรมให้ใหญ่ขึ้น และพัฒนาช่วงล่างแบบ 4 ลิงค์ เครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงนิยามใหม่แห่ง “ดีไซน์” ที่หรูหรา ล้ำสมัย ทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะ 3 เส้นสายแห่งดีไซน์ (3 Iconic Lines) ออกแบบได้สวยทั้งหน้าและหลัง

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner 2015

ห้องโดยสารภายใน มีฟังก์ชั่นเด่นๆ อย่าง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, ระบบนำทาง (Navigator) พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ T-Connect และการเชื่อมต่อ Bluetooth, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติสามารถควบคุมแรงลมอัตโนมัติ, กล้องมองภาพด้านหลัง, ระบบไฟหน้า เปิด-ปิด อัตโนมัติ, ระบบ Cruise Control หรือช่องเก็บของแบบ Cool Box เป็นต้น

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner 2015

นิยามใหม่แห่งสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เจเนอเรชั่นใหม่ (GD Efficient Boost) ทั้งในแบบ 2.4 ลิตร รหัส 2GD-FTV (High) แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบ/นาที

ขนาด 2.8 ลิตร รหัส 1GD-FTV แบบ 4 สูบ VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที แรงม้าและแรงบิดเพิ่มขึ้นกว่าเครื่องยนต์ตระกูล KD รุ่นเดิม แถมกินน้ำมันลดลง 10%

เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ ให้แรงบิดสูงในช่วงรอบกว้าง (Flat torque) แต่ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ผสานกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (เฉพาะรุ่นดีเซล 2.4) และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift กับระบบ Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

และเบนซินขนาด 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และสัมผัสใหม่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “Sigma 4” ที่สามารถตอบสนองการขับขี่ในทุกสภาพถนน

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner 2015

ส่วนระบบความปลอดภัยมาอย่างครบครัน เช่น ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, กล้องมองหลัง (ยกเว้นรุ่น 2.4G MT), เซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง (เฉพาะรุ่น 2.4G MT), ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุด หรือระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS เป็นต้น

รุ่นย่อยที่มีให้เลือก ได้แก่ 2.4G MT 2WD, 2.4V 2WD, 2.7V 2WD, 2.8V 2WD, 2.4V 4WD AT และ 2.8V 4WD

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner TRD Sportivo 2016

ส่วน Toyota Fortuner TRD Sportivo ตามมาในวันที่ 8 มีนาคม 2559 ดีไซน์เด่นๆ กับกระจังหน้าแบบรมดำพร้อมกันชนหน้าดีไซน์ใหม่, ล้ออัลลอย TRD 20 นิ้ว ใหม่, หลังคาแบบสปอร์ต Black Top, สคัพเพลทพร้อมไฟเรืองแสงสัญลักษณ์ TRD, กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ พร้อมแถบโครเมียมประตูท้ายรมดำ, ท่อไอเสียสเตนเลส TRD และประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟสัญลักษณ์ TRD

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner TRD Sportivo 2016

ภายในสีดำแดงสไตล์สปอร์ต ด้วยวัสดุหนังสีดำสลับแดง พร้อมชุดแต่งลายเคฟลาร์ และแถบโครเมียมรมดำ, เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง พร้อมเดินด้ายแดง มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron ลายเคฟลาร์ และไฟแสดงผลสีแดง, ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง ระบบนำทาง รองรับ T-Connect พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อ Bluetooth และกล้องมองหลัง, ปุ่ม Push Start พร้อมสัญลักษณ์ TRD, กุญแจ Smart Key พร้อมสัญลักษณ์ TRD และดิสก์เบรก 4 ล้อ ขนาดใหญ่

มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ เท่านั้น

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner 2017

พอถึงเดือนสิงหาคม 2560 Toyota แนะนำ Fortuner รุ่นปรับปรุงใหม่ พร้อมเพิ่มรุ่นย่อย 2.4V Sigma4 ขับ 4 ล้อ ปรับปรุงทุกรุ่นด้วยบันไดข้าง กระจกไฟเลี้ยว และไฟเบรค ออกแบบใหม่ ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED*, เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง* และดิสก์เบรก 4 ล้อ (หมายเหตุ *ยกเว้นรุ่น 2.4G MT)

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner TRD Sportivo 2018

9 พฤศจิกายน 2561 Toyota ก็ได้ออก Fortuner TRD Sportivo รุ่น 2.8 ขับเคลื่อนสี่ล้อ และรุ่น 2.8 ขับเคลื่อนสองล้อ กันอีกรอบ ด้วยกันชนหน้า-หลังใหม่ กระจังหน้า-กระจกมองข้างสีดำเมทัลลิก พร้อมสเกิร์ตรอบคัน กรอบไฟตัดหมอก และล้ออัลลอย TRD 20 นิ้ว สีทูโทน

ภายในใช้วัสดุหนังและหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง ชุดแต่งลาย Carbon Kevlar กับแถบโครเมียมรมดำ และมาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron สีแดงลาย Carbon Kevlar พร้อมสัญลักษณ์ TRD และชุดแต่งช่วงล่างเฉพาะรุ่น TRD Sportivo

ครั้งนี้มาพร้อม 2 สีภายนอก ได้แก่ สีขาวมุก White Pearl Crystal พร้อมหลังคาแบบสปอร์ตสีดำ Black Top และสีดำ Attitude Black Mica

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner 2019

10 พฤษภาคม 2562 Toyota แนะนำ Toyota Fortuner รุ่นปรับปรุงใหม่ 2.4G เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Sequential Shift บวกกับรองรับน้ำมันไบโอดีเซล บี20 ทุกรุ่น

ภายนอกเพิ่มไฟส่องสว่างแบบ LED Bi-Beam Projector, ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED และกล้องมองภาพขณะถอยหลัง พร้อม Back Guide Monitor ภายในหรูหราล้ำสมัย ด้วยเบาะหนังสีน้ำตาล ติดตั้งเครื่องเสียง DVD หน้าจอสัมผัส เป็นต้น

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner 2020

4 มิถุนายน 2563 Toyota เปิดตัว Fortuner โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ และรุ่นใหม่อย่าง Legender ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Link นี้ >> เจาะจุดเด่น Toyota Hilux Revo 2020 และ Fortuner 2020 ใหม่ มีอะไรน่าสนบ้าง! พร้อมราคาและโปรโมชั่น

CARRO Automall แนะนำ Toyota Fortuner 2021

และในวันที่ 26 สิงหาคม 2564 Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จีอาร์ สปอร์ต) ครั้งแรกของโลกที่ไทย พร้อมแนะนำ ชุดแต่ง Modellista และรุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Link นี้ >> Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport ครั้งแรกในโลกที่ไทย พร้อม Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 – 1,879,000 บาท

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนพฤศจิกายน 2564 เรามี Toyota Fortuner รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 2 คันครับ ได้แก่ …..

TOYOTA FORTUNER 2.8 V 2WD 2017 ดำ

TOYOTA FORTUNER 2.8 V 2WD 2017 ดำ

1. Toyota Fortuner 2.8 V 2WD ปี 2017 เลขไมล์ 136,161 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 889,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-fortuner-2017-EN1QXN.html

TOYOTA FORTUNER 2.4 V 2016 เทา

TOYOTA FORTUNER 2.4 V 2016 เทา

2. Toyota Fortuner 2.4 V ปี 2016 เลขไมล์ 149,752 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 829,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-fortuner-2016-GV2P12.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Toyota Fortuner มือสอง (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Toyota Fortuner ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

ซื้อมั้ย! CARRO Automall ภูมิใจเสนอ Toyota Corolla Cross คุณภาพดี ราคาโดน!

ทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะครับว่า รถ SUV และรถ Crossover หลากหลายรุ่น จัดเป็นรถขายดีทุกฤดูไปแล้วก็ว่าได้ เพราะได้ทั้งความอเนกประสงค์ในการใช้งาน การบรรทุกสัมภาระ ตอบโจทย์คนมีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ใช้รถเดินทางไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติ ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ ล้วนออกแบบมาใช้ขับง่าย ใช้งานง่าย และดูหรูหรามากขึ้นกว่าในอดีตเป็นเท่าตัว

ทาง CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) เอง ก็มีรถแบบ Crossover ที่หลายคนกำลังมองหามาไว้ใช้งาน กับความสารพัดประโยชน์ที่ได้รับจากรถแนวนี้ มีที่เก็บของจุกจิกเพียบ เบาะพับได้หลายรูปแบบ เครื่องยนต์พลังแรง แถมราคาขายต่อดี ไม่ตก แถมยังเป็นแบรนด์เจ้าตลาด ขับไปไหนก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของศูนย์บริการ และการหาอะไหล่ และยังมีรุ่นไฮบริดให้เลือกด้วย

ไปรู้จักกับ Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) รถขายดีนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2563 ซึ่งทาง CARRO Automall ภูมิใจเสนอ และอยากให้คุณได้เป็นเจ้าของกันครับ …

All-New-Corolla-Cross-2020

สำหรับ Toyota Corolla Cross เป็นรถที่พัฒนาจากโครงสร้างใหม่อย่าง TNGA (Toyota New Global Architecture) แข็งแกร่งทนทาน ขับรถได้มั่นใจยิ่งขึ้น เฉกเช่นเดียวกับรถหลายๆ รุ่นของโตโยต้า โดยเป็นการนำ DNA ของรถ Corolla มาพัฒนาให้เป็นรถอเนกประสงค์

ตัวรถภายนอกออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยว สปอร์ต หรูหราแต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง ชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ราวหลังคา ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และอีกจุดเด่นกับหลังคามูนรูฟไฟฟ้า กับประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า

All-New-Corolla-Cross-2020

ห้องโดยสารภายใน หรูหรา ดูดีมีระดับ ลงตัวด้วยสีภายในสีแดง (Terra Rossa) หลากหลายจุดเด่น เช่น หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ T-Connect, จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone, เบาะคนขับปรับไฟฟ้า, พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา, และมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

All-New-Corolla-Cross-2020

ขุมพลังมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมทั้งหมดต่อได้ที่ >> รวมทุกจุดเด่น Toyota Corolla Cross 2020 ใหม่! เปิดตัวในไทยที่แรกในโลก ในราคา 989,000 – 1,199,000 บาท

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนพฤศจิกายน 2564 เรามี Toyota Corolla Cross รถคุณภาพดี ราคาโดน มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 1 คัน ได้แก่ …..

TOYOTA COROLLA CROSS 1.8 HYBRID PREMIUM 2020 เทา

TOYOTA COROLLA CROSS 1.8 HYBRID PREMIUM 2020 เทา

TOYOTA COROLLA CROSS 1.8 HYBRID PREMIUM 2020 เทา

TOYOTA COROLLA CROSS 1.8 HYBRID PREMIUM 2020 เทา

TOYOTA COROLLA CROSS 1.8 HYBRID PREMIUM 2020 เทา

TOYOTA COROLLA CROSS 1.8 HYBRID PREMIUM 2020 เทา

TOYOTA COROLLA CROSS 1.8 HYBRID PREMIUM 2020 เทา

TOYOTA COROLLA CROSS 1.8 HYBRID PREMIUM 2020 เทา

1. Toyota Corolla Cross 1.8 HV Premium ปี 2020 เลขไมล์ 15,581 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 919,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-corolla-2020-D8N554.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Toyota Corolla Cross มือสอง (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Toyota Corolla Cross ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนาน 1 ปี หรือสูงสุด 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

ในประเทศไทย รถ SUV และรถ Crossover หลากหลายรุ่น นับว่าเป็นรถขายดีประจำทุกฤดูเลยก็ว่าได้ เพราะได้ทั้งความอเนกประสงค์ในการใช้งาน การบรรทุกสัมภาระ ตอบโจทย์คนมีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ใช้รถเดินทางไปเที่ยว หรือไปเยี่ยมญาติลุยร้อน ลุยฝน ลุยหนาวได้ ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ ล้วนออกแบบมาใช้ขับง่าย ใช้งานง่าย และหรูหรา ดูดีมากขึ้นกว่าในอดีตเป็นเท่าตัว

ทาง CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) เรามีรถแบบ Crossover ที่หลายคนกำลังมองหามาไว้ใช้งาน กับความสารพัดประโยชน์ที่ได้รับจากรถแนวนี้ มีที่เก็บของจุกจิกเพียบ รูปทรงสวยสไตล์รถ Coupe เครื่องยนต์พลังแรง แถมราคาขายต่อดี แถมยัง เป็นแบรนด์เจ้าตลาด ขับไปไหนก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของศูนย์บริการ และการหาอะไหล่

ไปรู้จักกับ Toyota C-HR (โตโยต้า ซีเอชอาร์) ที่ทาง CARRO Automall ภูมิใจเสนอ และอยากให้คุณได้เป็นเจ้าของกันครับ มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

สำหรับ Toyota C-HR Toyota C-HR จัดเป็นรถแบบ Sub-Compact Crossover SUV ซึ่งที่มาของชื่อ C-HR นั้น ย่อมาจากคำว่า Compact High Rider, Cross Hatch Runabout หรือ Coupé High–Rider (ซึ่งในไทย จะใช้นิยามในความหมายนี้มากที่สุด)

เปิดตัวครั้งแรกในตลาดญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2016 ก่อนจะเปิดตัวตามมาในยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ ในปี 2017 และเปิดตัวในไทยในงาน Motor Expo 2017 ก่อนจะเผยราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 มกราคม 2561

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

ตัวรถออกแบบมาให้แสดงถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของรถยนต์นั่งภายใต้แนวคิด “LIVE ALIVE…ออกไปใช้ชีวิต” ด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของเพชร ซึ่งเต็มไปด้วยความโดดเด่นสะดุดตา อีกทั้งการออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำ สะท้อนถึงรูปแบบพื้นผิวของอัญมณีที่มีความประณีตในการเจียระไน นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วย 4 เทคโนโลยีใหม่ อันได้แก่

  • New Generation of Hybrid – ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ทนทานและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ซึ่งประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม./ลิตร และการย้ายตำแหน่งของแบตเตอรี่ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น

สำหรับขุมพลังที่ใช้ แบบเบนซินเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตร (17.8 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock

และในแบบไฮบริด เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 96 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร (14.5 กก.-ม.) ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 53 กิโลวัตต์ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

  • โครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) – นวัตกรรมโครงสร้างใหม่ TNGA ถูกพัฒนาขึ้นโดยการออกแบบโครงสร้างตัวถังใหม่ให้แข็งแกร่ง (Body Rigidity) และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง (Low Center of Gravity) ลดการโคลงตัวของตัวถัง เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ โดดเด่นเรื่องประสิทธิภาพการเกาะถนน (STABILITY) คล่องตัวทุกจังหวะการขับขี่ (AGILITY) รวมถึงการออกแบบห้องโดยสาร เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ให้กว้างขึ้นโดยลดจุดอับสายตา (VISIBILITY) นอกจากนี้ Toyota C-HR มาพร้อมกับช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนแล้วยังเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่
  • Toyota Safety Sense ระบบความปลอดภัยใหม่ของรถโตโยต้ามาตรฐานระดับโลก ซึ่งรวมเอาระบบความปลอดภัยขั้นสูงไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

  • Toyota T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถยนต์ ผ่าน Smartphone และ Apple Watch พร้อมทั้งเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง T-Connect Telematics บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์และช่วยค้นหาพิกัดในกรณีที่รถถูกโจรกรรม สัญญาณ Wi-Fi ในรถยนต์ และการลดเบี้ยประกันด้วยโปรแกรม Pay As You Drive insurance เป็นต้น

โดย โตโยต้า ซีเอชอาร์ ในโฉมแรกมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย นั่นคือ 1.8 Entry, 1.8 Mid และโฉมไฮบริด HV Mid กับรุ่น Top สุด HV Hi

มี 6 สีให้เลือก สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด อาทิ Premium Red/Black Roof, Blue Metallic/Black Roof, Radiant Green Metallic/Black Roof, White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic และ Attitude Black Mica

กับ 3 สี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน อาทิ White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic และ Attitude Black Mica

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR ADIDAS

ล่วงมาจนถึงในเดือนตุลาคม 2561 Toyota ร่วมกับ ADIDAS (อาดิอาส) ประเทศญี่ปุ่น ออกรุ่นพิเศษ Toyota C-HR l ADIDAS ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษ (ADIDAS Inspired Design) นำชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของโตโยต้า มาแต่งเเละออกแบบลวดลายลงบนรถ

พร้อมของที่ระลึกสุดพิเศษ C-HR I ADIDAS Set Japan Limited Edition จัดทำพิเศษเพื่อ C-HR โดยเฉพาะ จำนวนจำกัด 1,200 ชุด ประกอบไปด้วยรองเท้ารุ่น ADIZERO JAPAN 1 คู่, เสื้อแจ็คเกต Climalite 1 ตัว และกระเป๋าเป้ ขนาด 30 ลิตร 1 ใบ

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR 2019

4 กุมภาพันธ์ 2562 Toyota เปิดตัว Toyota C-HR เพิ่มสีขาวมุกหลังคาดำ (White Pearl Crystal/ Black Roof) และดีไซน์ล้ออัลลอยใหม่ ขนาด 17 นิ้ว และปรับวัสดุ หุ้มเบาะมาตรฐานเป็นเบาะหนังในทุกรุ่น

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR By Karl Lagerfeld 2020

2 เมษายน 2563 Toyota เปิดตัวรุ่นพิเศษ Toyota C-HR By Karl Lagerfeld (เฉพาะรุ่น HV Hi) ผสมผสานอย่างลงตัวของสีขาวและสีดำ กับการออกแบบสไตล์ปารีส (Parisian Rock Chic) ด้วยวัสดุเกรดพรีเมี่ยม

กับการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน ได้แก่ หลังคาสีขาวมุกพร้อมชุดตกแต่งหลังคาสีดำ, กระจกมองข้างสีขาวมุก, ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED, ชุดสเกิร์ตข้างสีขาวมุก, ชุดสปอยเลอร์กันชนหน้า-หลัง สีขาวมุกพร้อมชุดตกแต่งกันชนหน้าสีดำ, ล้ออัลลอย 17 นิ้วสีดำเงา ภายในตกแต่งสีทูโทน พร้อมสัญลักษณ์ Karl Lagerfeld, เบาะหนังสีทูโทนเกรดพรีเมียมพร้อมสัญลักษณ์ Karl Lagerfeld และสคัฟเพลท C-HR by Karl Lagerfeld

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR 2021

ล่าสุดมาจนถึงในวันที่ 23 มิถุนายน 2564 Toyota ปรับโฉม Minorchange เจ้า Toyota C-HR อีกรอบ ตัดรุ่นเบนซินออกไป เหลือเฉพาะไฮบริดเท่านั้น เพิ่มสีภายนอกใหม่ สี Platinum White Pearl และ สี Nebula Blue โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นกับ 2 ทางเลือกสีหลังคาใหม่ Black Roof หรือ Silver Roof

เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย Toyota Safety Sense ด้วยระบบ All-speed Dynamic Radar Cruise Control ระบบควบคุมและปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กม./ชม. และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน รองรับเทคโนโลยีสุดล้ำ Apple Play และ T-Connect by TOYOTA สำหรับรถทุกคัน

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ปลายฝนต้นหนาว เรามี Toyota C-HR รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 1 คันครับ ได้แก่ …..

TOYOTA CHR 1.8 HV MID 2018 เทา

TOYOTA CHR 1.8 HV MID 2018 เทา

1. Toyota C-HR 1.8 HV Mid ปี 2018 เลขไมล์ 101,279 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 679,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-E7M81N.html

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ถ้าใครที่กำลังมองหา Toyota C-HR มือสอง (โตโยต้า ซีเอชอาร์ มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Toyota C-HR ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

โปรโมชั่นรถใหม่ Toyota (โตโยต้า) 2021-2022 ทุกรุ่น Update ล่าสุด!

รวม Promotion รถใหม่ 2021 – 2022 Toyota (โตโยต้า) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ประจำเดือนพฤศจิกายน 2564

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม มาที่นี่เลย CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยีจากระบบ AI ช่วยประเมินสภาพรถก่อนขาย

รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่คุณต้องการ ก็ได้เช่นกัน มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

โตโยต้า ส่งต่อความสุขทั่วกัน Happy Together

ทางบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายส่งท้ายปีกับกิจกรรม “โตโยต้า ส่งต่อความสุขทั่วกัน Happy Together” พิเศษสำหรับลูกค้าที่ออกรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่นและลูกค้าที่เข้ามารับบริการหลังการขายที่มีความประสงค์จะซื้อรถใหม่ หรือต้องการแนะนำเพื่อน คนรู้จักให้ซื้อรถยนต์โตโยต้า จะได้รับสิทธิพิเศษลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 10,000,000 บาท รวมทั้งสิ้น 1,000 รางวัล ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. เงื่อนไขการลุ้นรับรางวัลกิจกรรม “โตโยต้า ส่งต่อความสุขทั่วกัน Happy Together” สำหรับผู้ซื้อรถโตโยต้าทุกท่าน

  • ผู้มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลคือผู้ที่จองและออกรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น และลูกค้าเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการซ่อมทั่วไปตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป พร้อมแนะนำเพื่อนให้ออกรถ ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2564
  • รายละเอียดรางวัล มีดังนี้รางวัลที่ 1 โทรศัพท์มือถือรุ่น Apple ไอโฟน 13 Pro Max ความจุ 128GB มูลค่า 42,900 บาท (จำนวน 80 รางวัล)
    รางวัลที่ 2 แท็บเลต รุ่น Apple iPad ความจุ 256GB Wifi มูลค่า 16,900 บาท (จำนวน 100 รางวัล)
    รางวัลที่ 3 บัตรกำนัลเพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับแลกซื้อรถยนต์โตโยต้า หรือสินค้าหรือบริการอื่นๆ ณ โชว์รูมโตโยต้ามูลค่า 10,000 บาท (จำนวน 170 รางวัล)
    รางวัลที่ 4 บัตรกำนัลเพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับแลกซื้อรถยนต์โตโยต้า หรือสินค้าหรือบริการอื่นๆ ณ โชว์รูมโตโยต้ามูลค่า 5,000 บาท (จำนวน 650 รางวัล)
    รวมทั้งสิ้น 1,000 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 10,072,000 บาท
  • รางวัลข้างต้นผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลมีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียวเท่านั้น โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสด หรือเปลี่ยนเป็นของรางวัลอื่นได้
  • คณะกรรมการจับสลากรางวัลผู้โชคดีในวันที่ 11 มกราคม 2565 เวลา 15.00 น. ณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สาขาตั้งอยู่เลขที่ 753 ถนนเทพรัตน แขวงบางนา เขตบางนา จังหวัดกรุงเทพมหานคร (Toyota Driving Experience Park – TDEX) และประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 15 มกราคม 2565 เวลา 13.00 น. ทาง www.toyota.co.th และ ช่องทาง Facebook Toyota Motor Thailand)
  • ผู้ที่มีสิทธิ์รับรางวัลกรณีที่เป็นลูกค้าจองจะต้องเป็นผู้มีชื่อ นามสกุล ตรงกับใบจองและใบแจ้งจำหน่าย และแจ้งขายผ่านระบบจัดการข้อมูลการขายของโตโยต้าและผู้แทนจำหน่ายฯ กรณีเป็นลูกค้าเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการโตโยต้าจะต้องแสดงใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีเพื่อยืนยันการเข้ารับบริการ
  • ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล จะต้องชำระภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าของรางวัล
  • บัตรกำนัลรางวัล ใช้เป็นส่วนลดสำหรับแลกซื้อรถยนต์โตโยต้า หรือสินค้าหรือบริการ ณ โชว์รูมโตโยต้าเท่านั้น รางวัลบัตรกำนัลสามารถใช้ได้เต็มมูลค่าของบัตรกำนัลและสามารถใช้ได้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายที่ลูกค้าออกรถตามที่ระบุอยู่บนบัตรกำนัลเท่านั้น และใช้ได้จนถึง 31 ธันวาคม 2565
  • บัตรกำนัลรางวัลไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้แก่ผู้อื่นได้ หรือแลก เปลี่ยน ทอนเป็นเงินสดได้
  • ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล จะต้องชำระภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าของรางวัล
  • ผู้โชคดีจะได้รับการติดต่อเพื่อขอเอกสารยืนยันการเป็นผู้โชคดี โดยส่งเอกสารประกอบการรับรางวัลข้างต้นให้กับผู้แทนจำหน่ายที่ลูกค้าออกรถ (สิ้นสุดการรับเอกสารในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565) มิฉะนั้นถือว่าสละสิทธิ์การรับของรางวัล○ เอกสารยืนยันสิทธิ์รับรางวัล (เอกสารฉบับตัวจริง)
    ○ สำเนาบัตรประชาชนเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วยปากกาน้ำเงิน 1 ชุด
    ○ สำเนาทะเบียนบ้านเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วยปากกาน้ำเงิน 1 ชุด
    ○ สำเนาหลักฐานการชำระเงินค่าภาษี ณ ที่จ่าย มูลค่าร้อยละ 5 ของมูลค่ารางวัล (กรณีลูกค้าในนามนิติบุคคล จะต้องยื่นเอกสารมอบอำนาจ / แต่งตั้งตัวแทนรับรางวัลในนามบุคคลเท่านั้น)
    ○ สำเนาสมุดจดทะเบียนหรือตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ 1 ชุด ซึ่งเป็นคันที่จองตามเงื่อนไขในระยะเวลาแคมเปญที่ผู้โชคดีเป็นเจ้าของ (ไม่ใช่ พ.ร.บ.)
    ○ หากเป็นชาวต่างชาติต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมคือ สำเนาใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร
  • สำหรับลูกค้าผู้ที่ถอนจองหรือไม่ได้ออกรถภายในเวลาที่กำหนดให้ถือว่าไม่มีสิทธิ์ในการรับรางวัล
  • พนักงานของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พนักงานของผู้แทนจำหน่ายฯ บริษัทตัวแทนโฆษณา และคณะกรรมการดำเนินงานพร้อมครอบครัวไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายนี้
  • สิทธิ์ตามกิจกรรมนี้ไม่รวมถึงรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

ATIV & YARIS URBAN ADDICT

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

1. ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care
พร้อม ช่วยผ่อนเดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน

2. ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท

1 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2564 ​​ข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo 2021

VIOS ALL IS POSSIBLE

ซื้อ VIOS วันนี้ รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง TOYOTA Care

1 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2564 ​​ข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo 2021

SIENTA CHIC CLICKS คลิกให้ชีวิตสุดชิค

ซื้อ SIENTA วันนี้ รับดอกเบี้ยพิเศษ 2.19% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป

1 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2564 ​​ข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo 2021

COROLLA CROSS MODELLISTA รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด

หมายเหตุ

  • รุ่นพิเศษ Corolla Cross Modellista เฉพาะรุ่น Hybrid Premium Safety และ Hybrid Premium เท่านั้น จำนวนจำกัด 250 คัน
  • อุปกรณ์ตกแต่ง Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง และล้อแม็ก 18 นิ้ว) มูลค่า 41,500 บาท มีเฉพาะสี Celestite Gray Metallic, Platinum White Pearl และ Metal Stream Metallic ประกอบและติดตั้งโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด
  • อุปกรณ์ตกแต่งรับประกันสูงสุดในระยะเวลา 36 เดือน หรือระยะ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน) ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด
  • ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าทำสีหลังคาดำ

ชุดแต่งใหม่กับสไตล์สุดชิค ผ่อนเพิ่มเพียง 850 บาท/เดือน*

เป็นเจ้าของ โคโรล่า ครอส พร้อมชุดแต่งใหม่ URBAN SPORT ราคา 51,900 บาท*

*ราคาดังกล่าว ไม่รวมค่าติดตั้ง และค่าทำสีหลังคาดำ – ราคาเงินผ่อนที่เพิ่มคำนวณจากโปรแกรมเช่าซื้อปกติ ดาวน์ 25% ระยะเวลา 72 เดือน สำหรับรุ่น Hybrid Premium Safety และ Hybrid Premium โดยอ้างอิงดอกเบี้ยเดือน ม.ค. 2564 บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง  (ประเทศไทย) จำกัด

  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบและอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ติดตั้งกับรถรุ่นใหม่ (ต้องติดตั้ง จากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าเท่านั้น) ระยะเวลารับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน อ้างอิงจากคู่มือ รับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ล้อ Lenso รับประกันโครงสร้างล้อ 10 ปี ตามเงื่อนไขการรับประกัน บริษัท เลนโซ่ วีล จำกัด

ชุดแต่งใหม่กับสไตล์สุดลุย ผ่อนเพิ่มเพียง 960 บาท/เดือน*

เป็นเจ้าของ โคโรลล่า ครอส พร้อม ชุดแต่งใหม่ ADVENTURE ราคา 58,900 บาท*

*ราคาดังกล่าว ไม่รวมค่าติดตั้ง – ราคาเงินผ่อนที่เพิ่มคำนวณจากโปรแกรมเช่าซื้อปกติ ดาวน์ 25% ระยะเวลา 72 เดือน สำหรับรุ่น Hybrid Premium โดยอ้างอิงดอกเบี้ยเดือน ม.ค. 2564 บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบและอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • แร็คหลังคา ไม่สามารถติดตั้งในรุ่น Hybrid Premium Safety
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ติดตั้งกับรถรุ่นใหม่ (ต้องติดตั้ง จากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าเท่านั้น) ระยะเวลารับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน อ้างอิงจากคู่มือ รับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ล้อ Lenso รับประกันโครงสร้างล้อ 10 ปี ตามเงื่อนไขการรับประกัน บริษัท เลนโซ่ วีล จำกัด
  • แร็คหลังคา รับประกัน 6 เดือน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีเคที ไฟเบอร์ จำกัด

เป็นเจ้าของ C-HR รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2564 วันนี้ รับเลย ฟรี!!! ประกันภัยชั้น 1 พร้อมเลือกรับแคมเปญพิเศษ!!

ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%*

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป)

ทางเลือกที่ 2: ผ่อนเริ่มต้นเพียง 11,590 บาทต่อเดือน

  • รุ่น HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 11,590 บาท ที่ดาวน์ 25.44% นาน 84 เดือน
  • คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยของ บริษัท ลีสซิ่ง ไอซีบีซี (ไทย) จำกัด

พร้อมรับแพ็กเกจรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี

1 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2564 ​​ข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo 2021

เป็นเจ้าของ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่วันนี้!

รับดอกเบี้ยพิเศษ  1.89%
พร้อมขับฟรี 90 วัน
ขยายระยะรับประกันคุณภาพ 5 ปี และฟรีค่าแรงเช็กระยะ มูลค่า 30,000.-

1 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2564 ​​ข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo 2021

เป็นเจ้าของ FORTUNER รุ่นมาตรฐาน รับฟรี ชุดแต่ง MODELLISTA มูลค่า 57,620 บาท*

พร้อมรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีค่าแรงเช็กระยะ 100,000 กม.**

26 สิงหาคม – 30 พฤศจิกายน 2564

หมายเหตุ

1) เฉพาะ Fortuner รุ่นมาตรฐาน (2.4G, 2.4V, 2.4V ขับเคลื่อน 4 ล้อ) สี White Pearl CS และ Attitude Black Mica รับฟรีชุดอุปกรณ์แต่ง Modellista มูลค่า 57,620 บาท ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564

2) รับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีค่าแรงเช็คระยะตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

ดู Promotion Toyota เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.toyota.co.th/promotion

ราคารถใหม่ Toyota (โตโยต้า) ปี 2021-2022 ทุกรุ่น

รวมราคารถใหม่ Toyota (โตโยต้า) Update 3/11/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 – 2022 ราคารถยนต์ Toyota (โตโยต้า) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน เช็คราคาได้ที่นี่

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

New-Toyota-Yaris-2020

New Yaris 2020

  • 1.2 Entry ราคา 549,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 609,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 679,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium with Black Roof ราคา 684,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport ราคา 634,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport Premium with Black Roof ราคา ราคา 709,000 บาท

New-Toyota-Yaris-ATIV-2020

Yaris ATIV 2020

  • 1.2 Entry ราคา 539,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 599,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 674,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport ราคา 624,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport Premium ราคา ราคา 699,000 บาท

New Toyota Yaris X Urban 2022

New Yaris 2022

  • 1.2 Entry ราคา 549,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 609,000 บาท
  • 1.2 Sport X (Two-Tone) ราคา 614,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 679,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium X (Two-Tone) ราคา 684,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium (Two-Tone) ราคา 684,000 บาท

New Toyota Yaris Ativ Urban Addict 2022

Yaris ATIV 2022

  • 1.2 Entry ราคา 539,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 599,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 674,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium (Two-Tone) ราคา 684,000 บาท

Toyota-GR-Yaris-2021

GR Yaris

  • ราคา 2,690,000 บาท

Toyota-Vios

Vios

  • 1.5 Entry ราคา 609,000 บาท
  • 1.5 Mid ราคา 699,000 บาท
  • 1.5 High ราคา 789,000 บาท

Toyota-Corolla-Altis-Hybrid

Corolla Altis / Hybrid 2020

  • Limo ราคา 839,000 บาท
  • 1.6 G ราคา 879,000 บาท
  • 1.8 GR-Sport ราคา 999,000 บาท
  • Hybrid Entry ราคา 939,000 บาท
  • Hybrid Mid ราคา 989,000 บาท
  • Hybrid High ราคา 1,099,000 บาท

(*สำหรับสีพิเศษ White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid และเครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

Corolla Altis / Hybrid 2021

  • Limo ราคา 839,000 บาท*
  • 1.6 G ราคา 879,000 บาท*
  • 1.8 Sport ราคา 964,000 บาท
  • 1.8 GR-Sport ราคา 1,009,000 บาท**
  • Hybrid Smart ราคา 939,000 บาท
  • Hybrid Premium ราคา 994,000 บาท
  • Hybrid Premium Safety ราคา 1,099,000 บาท

*สำหรับสีพิเศษ Super White II มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6L และ รุ่น Limo เท่านั้น

**รุ่น 1.8 GR-Sport มี 3 สี ได้แก่ Platinum White Pearl, Red Mica Metallic และ Attitude Black Mica

(*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid, เครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport และ 1.8 Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

All-New-Corolla-Cross-2020

All-New Corolla Cross 2020

  • 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท
  • Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท
  • Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท
  • Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท
  • Hybrid Premium ชุดแต่ง Modellista ราคา 1,130,500 บาท**
  • Hybrid Premium Safety ชุดแต่ง Modellista ราคา 1,240,500 บาท**

หมายเหตุ:

  • สำหรับภายในสี Terra Rossa มีเฉพาะสี Celestite Gray Metallic, Platinum White Pearl และ Attitude Black Mica ในรุ่น Hybrid Premium Safety และ Hybrid Premium
  • สำหรับรุ่น Hybrid Smart และ 1.8 Sport ภายในสีดำสำหรับภายนอกทุกสี
  • สำหรับสี Platinum White Pearl ราคาเพิ่มขึ้น 10,000 บาท
  • **ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม และรวมอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษและค่าติดตั้ง โดยบริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด โดยไม่รวมค่าทำสีหลังคาดำ
    ***สำหรับการทำสีหลังคาดำ ลูกค้าสามารถติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

Toyota-C-HR-2019

C-HR

  • 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท
  • 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท
  • HV Mid ราคา 1,069,000 บาท
  • HV Hi ราคา 1,159,000 บาท
  • By Karl Lagerfeld ราคา 1,219,000 บาท

New Toyota C-HR 2021

C-HR 2021

  • HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

Toyota-Camry

Camry

  • 2.0 G ราคา 1,455,000 บาท
  • 2.5 G ราคา 1,599,000 บาท
  • 2.5 HV ราคา 1,649,000 บาท
  • 2.5 HV Premium ราคา 1,809,000 บาท

New Toyota Camry 2022

New Camry 2022

  • 2.5 Sport ราคา 1,475,000 บาท
  • 2.5 Premium ราคา 1,599,000 บาท
  • 2.5 HEV Premium ราคา 1,659,000 บาท
  • 2.5 HEV Premium Luxury ราคา 1,809,000 บาท

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท

Toyota-GR-Supra

GR Supra

  • GR Supra 2020 Edition ราคา 5,199,000 บาท

* สำหรับรุ่นพิเศษ สี Horizon Blue เท่านั้น

Toyota-Avanza-2019

Avanza

  • 1.5 E ราคา 649,000 บาท
  • 1.5 G ราคา 699,000 บาท

Toyota-Sienta-2019

Sienta

  • 1.5 G ราคา 765,000 บาท
  • 1.5 V ราคา 875,000 บาท

Toyota-Innova-Crysta

Innova Crysta

  • 2.0 E M/T ราคา 1,129,000 บาท
  • 2.8 G ราคา 1,235,000 บาท
  • 2.8 V ราคา 1,413,000 บาท

Toyota-Innova-Crysta-2021

Innova Crysta 2021

  • 2.0 Entry ราคา 1,199,000 บาท
  • 2.8 Crysta ราคา 1,279,000 บาท**
  • 2.8 Crysta Premium ราคา 1,429,000 บาท**

*สี White Pearl Crystal (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium และ 2.8 Crysta) ราคาเพิ่ม 10,000 บาท จากราคาที่แสดงข้างบน

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน และรวมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ พร้อมค่าติดตั้งโดยบริษัท TAC จำกัด (รุ่น 2.8 Crysta Premium มูลค่า 39,500 และ 2.8 Crysta มูลค่า 30,500 บาท)

Toyota-Fortuner

Fortuner

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,309,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,429,000 บาท
  • 2.8 V 2WD ราคา 1,603,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,509,000 บาท
  • 2.8 V 4WD ราคา 1,673,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 2WD ราคา 1,662,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 47,000 บาท ราคารวม 1,709,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 2WD Black Top ราคา 1,668,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 60,500 บาท ราคารวม 1,729,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 4WD ราคา 1,732,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 47,000 บาท ราคารวม 1,779,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 4WD Black Top ราคา 1,738,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 60,500 บาท ราคารวม 1,799,000 บาท

New-Toyota-Fortuner-Legender-2020

Fortuner 2020

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,454,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,524,000 บาท
  • 2.4 Legender 2WD ราคา 1,557,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,564,000 บาท
  • 2.4 Legender 4WD ราคา 1,627,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,634,000 บาท
  • 2.8 Legender 2WD ราคา 1,762,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,769,000 บาท
  • 2.8 Legender 4WD ราคา 1,832,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,839,000 บาท

หมายเหตุ

1. สำหรับรุ่นธรรมดา สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 12,000 บาท
2. สำหรับรุ่น Legender สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 20,000 บาท

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

Fortuner 2021

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,351,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,466,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,536,000 บาท
  • 2.4 Legender 2WD ราคา 1,566,000 บาท
  • 2.4 Legender 4WD ราคา 1,636,000 บาท
  • 2.8 Legender 2WD ราคา 1,775,000 บาท
  • 2.8 Legender 4WD ราคา 1,839,000 บาท
  • 2.8 GR Sport 2WD ราคา 1,879,000 บาท

หมายเหตุ

1. สำหรับรุ่นธรรมดา สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 12,000 บาท
2. สำหรับรุ่น Legender / GR Sport สีพิเศษ White Pearl CS Black Top และ Emotional Red Black Top เพิ่ม 20,000 บาท

Toyota-Alphard

Alphard

  • 2.5 Hybrid ราคา 3,968,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 4,019,000 บาท
  • 3.5 VIP ราคา 5,458,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 5,509,000 บาท

Toyota-Vellfire

Vellfire

  • 2.5 ราคา 3,838,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 3,889,000 บาท

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition-2019

Hilux Revo

Standard Cab

  • 2.4 J แค็บ และแชสซีส์ ราคา 533,000 บาท
  • 2.4 J แค็บ และแชสซีส์ A/T ราคา 588,000 บาท
  • 2.4 J ราคา 566,000 บาท
  • 2.4 J A/T ราคา 621,000 บาท
  • 2.7 J ราคา 574,000 บาท
  • 2.4 J Plus ช่วงล้อสั้น ราคา 587,000 บาท
  • 2.8 J Plus ราคา 607,000 บาท
  • 2.8 J 4X4 ราคา 676,000 บาท

Smart Cab

  • 2.4 J Plus Z-Edition M/T ราคา 600,000 บาท
  • 2.4 J Plus Z-Edition A/T ราคา 699,000 บาท
  • 2.4 E Z-Edition M/T ราคา 690,000 บาท
  • Prerunner 2.4 J Plus ราคา 672,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E ราคา 721,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus ราคา 751,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E A/T ราคา 770,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus A/T ราคา 800,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G Rocco ราคา 830,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T Rocco ราคา 879,000 บาท
  • 2.8 G Rocco 4X4 ราคา 953,000 บาท
  • 2.4 E Plus 4X4 ราคา 830,000 บาท
  • 2.8 G 4X4 ราคา 909,000 บาท

Double Cab

  • 2.4 J Plus Z-Edition ราคา 690,000 บาท
  • 2.4 J Plus Z-Edition A/T ราคา 740,000 บาท
  • 2.4 E Z-Edition ราคา 783,000 บาท
  • Prerunner 2.4 J Plus ราคา 770,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E ราคา 810,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E A/T ราคา 859,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus ราคา 840,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus A/T ราคา 889,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G ราคา 909,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T ราคา 958,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G Rocco ราคา 939,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T Rocco ราคา 988,000 บาท
  • Prerunner 2.8 G A/T Rocco ราคา 1,130,000 บาท
  • 2.8 G A/T Rocco 4X4 ราคารถ 1,199,000 บาท
  • 2.4 E Plus 4X4 ราคา 935,000 บาท
  • 2.8 G 4X4 ราคา 1,081,000 บาท
  • 2.8 G A/T 4X4 ราคา 1,150,000 บาท

New-Toyota-Hilux-Revo-Rocco-2020

Hilux Revo 2020

Standard Cab

  • 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) ราคา 544,000 บาท
  • 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) AT ราคา 594,000 บาท
  • 2.4 Entry ช่วงล้อสั้น ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 634,000 บาท
  • 2.8 Entry ราคา 604,000 บาท
  • 2.8 Entry 4X4 ราคา 704,000 บาท

Smart Cab

  • Z Edition 4×2 2.4 Entry STD ราคา 609,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry ราคา 624,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ราคา 684,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid ราคา 699,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ATราคา 734,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid AT ราคา 749,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry STD ราคา 689,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry ราคา 704,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ราคา 754,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid ราคา 769,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD AT ราคา 794,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid AT ราคา 809,000 บาท

Prerunner & 4X4

  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry ราคา 707,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry AT ราคา 757,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid ราคา 787,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid AT ราคา 837,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 High ราคา 864,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 High AT ราคา 914,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.4 Mid ราคา 862,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.8 High ราคา 959,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry ราคา 807,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry AT ราคา 857,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid ราคา 872,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid AT ราคา 922,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 High ราคา 959,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 High AT ราคา 1,009,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.4 Mid ราคา 957,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 High ราคา 1,109,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 High AT ราคา 1,159,000 บาท

Rocco

  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Rocco AT ราคา 919,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 30,000 บาท ราคารวม 949,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.8 Rocco AT ราคา 1,049,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 30,000 บาท ราคารวม 1,079,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Rocco AT ราคา 1,050,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 28,500 บาท ราคารวม 1,079,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 Rocco AT ราคา 1,210,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 28,500 บาท ราคารวม 1,239,000 บาท

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

Hilux Revo 2021

Standard Cab & Cab Chassis

  • 2.4 Entry C&C ราคา 544,000 บาท
  • 2.4 Entry C&C AT ราคา 594,000 บาท
  • 2.4 Entry ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry SWB ราคา 584,000 บาท
  • 2.8 Entry ราคา 604,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 634,000 บาท
  • 2.8 Entry 4WD ราคา 704,000 บาท

Toyota Hilux Revo Z Edition

Smart Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Entry MT ราคา 619,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 669,000 บาท
  • 2.4 Mid MT ราคา 695,000 บาท
  • 2.4 Mid AT ราคา 745,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.4 Entry MT ราคา 699,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 739,000 บาท
  • 2.4 Mid MT ราคา 765,000 บาท
  • 2.4 Mid AT ราคา 805,000 บาท

Toyota Hilux Prerunner

Smart Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Entry MT ราคา 724,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 774,000 บาท
  • 2.4 Mid MT ราคา 799,000 บาท
  • 2.4 Mid AT ราคา 849,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Entry MT ราคา 824,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 874,000 บาท
  • 2.4 Mid MT ราคา 885,000 บาท
  • 2.4 Mid AT ราคา 935,000 บาท
  • 2.4 High MT ราคา 976,000 บาท
  • 2.4 High AT ราคา 1,026,000 บาท

Toyota Hilux Revo 4×4

Smart Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.4 Mid MT ราคา 879,000 บาท
  • 2.4 High MT ราคา 976,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.4 Mid MT ราคา 974,000 บาท
  • 2.8 High MT ราคา 1,126,000 บาท
  • 2.8 High AT ราคา 1,176,000 บาท

Toyota Hilux Revo Rocco

Smart Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Rocco AT ราคา 966,000 บาท

Smart Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.8 Rocco AT ราคา 1,096,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Rocco AT ราคา 1,096,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.8 Rocco AT ราคา 1,256,000 บาท

Toyota Hilux Revo GR Sport

GR Sport Double Cab

  • 2.8 AT ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 889,000 บาท
  • 2.8 AT ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,299,000 บาท

Toyota-Hiace

Hiace

  • Eco Panel Van ราคา 999,000 บาท
  • GL Van สีขาว ราคา 1,079,000 บาท
  • GL Van สีเงิน ราคา 1,085,000 บาท

Toyota-Commuter

Commuter

  • 2.8 M/T สีขาว ราคา 1,269,000 บาท
  • 2.8 M/T สีเงิน ราคา 1,275,000 บาท
  • 2.8 A/T สีขาว ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.8 A/T สีเงิน ราคา 1,305,000 บาท

Toyota-Majesty

Majesty

  • Standard ราคา 1,709,000 บาท
  • Premium ราคา 1,899,000 บาท
  • Grande ราคา 2,199,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Toyota ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/toyota-car-price-list/

สถิติการขายรถยนต์ ยอดขายรถ ตลาดรถยนต์ไทย ปี 2564

สถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2564 ชะลอตัวทุก Segment ในช่วง Low Season โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น 42,176 คัน ลดลง 38.8%ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 13,845 คัน ลดลง 35% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 28,331 คัน ลดลง 40.5% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 21,875 คัน ลดลง 40.9%

ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม 2564 มีปริมาณการขาย 42,176 คัน ลดลง 38.8% โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 35% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 40.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

New Toyota Yaris X Urban 2022

สืบเนื่องจากการระบาดของไวรัส COVID-19 สายพันธุ์ Delta ที่แพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม โดยผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การโควิด-19 (ศบค.) ขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และภาคธุรกิจต่างๆ ประกอบกับช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วง Low Season ที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการขายรถยนต์อีกด้วย

ตลาดรถยนต์ในเดือนกันยายนมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากการประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 รวมทั้งมาตรการทางเศรษฐกิจ ที่จะช่วยสร้างกำลังซื้อของผู้บริโภคให้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนสิงหาคม 2564

  1.   ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 42,176 คัน ลดลง 38.8%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,364 คัน ลดลง 42.8% ส่วนแบ่งตลาด 29.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 11,035 คัน ลดลง 33.4%  ส่วนแบ่งตลาด 26.2%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 5,345 คัน ลดลง 37.9% ส่วนแบ่งตลาด 12.7%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 13,845 คัน ลดลง 35%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 4,906 คัน ลดลง 30.9% ส่วนแบ่งตลาด 35.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 3,694 คัน ลดลง 30.0% ส่วนแบ่งตลาด 26.7%
อันดับที่ 3 มาสด้า 1,061 คัน ลดลง 49.6% ส่วนแบ่งตลาด 7.7%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 28,331 คัน ลดลง 40.5%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 11,035 คัน ลดลง 33.4% ส่วนแบ่งตลาด 39.0%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 8,670 คัน ลดลง 46.9% ส่วนแบ่งตลาด 30.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,012 คัน ลดลง 23.3% ส่วนแบ่งตลาด 7.1%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 21,875 คัน ลดลง 40.9%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 9,638 คัน ลดลง 36.9% ส่วนแบ่งตลาด 44.1%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 7,754 คัน ลดลง 42.8% ส่วนแบ่งตลาด 35.4%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,012 คัน ลดลง 23.3% ส่วนแบ่งตลาด 9.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 2,487 คัน
โตโยต้า 1,114 คัน – อีซูซุ 687 คัน – มิตซูบิชิ 278 คัน – ฟอร์ด 250  คัน – นิสสัน 158 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 19,388 คัน ลดลง 41.7%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 8,951 คัน ลดลง 39.8% ส่วนแบ่งตลาด 46.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 6,640 คัน ลดลง 43.8% ส่วนแบ่งตลาด 34.2%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 1,762 คัน ลดลง 15.7% ส่วนแบ่งตลาด 9.1%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – สิงหาคม 2564

  1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 467,809 คัน เพิ่มขึ้น 2.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า
146,589 คัน เพิ่มขึ้น 9.9% ส่วนแบ่งตลาด 31.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 117,880 คัน เพิ่มขึ้น 9.1% ส่วนแบ่งตลาด 25.2%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
55,018 คัน ลดลง 1.7% ส่วนแบ่งตลาด 11.8%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 150,885 คัน ลดลง 5.4%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 47,557 คัน เพิ่มขึ้น 1.5% ส่วนแบ่งตลาด 31.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
37,864 คัน ลดลง 5.9% ส่วนแบ่งตลาด 25.1%
อันดับที่ 3 นิสสัน 13,235 คัน ลดลง 9.4% ส่วนแบ่งตลาด 8.8%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 316,924 คัน เพิ่มขึ้น 6.6%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 117,880 คัน เพิ่มขึ้น 9.1% ส่วนแบ่งตลาด 37.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
108,725 คัน เพิ่มขึ้น 16.7% ส่วนแบ่งตลาด 34.3%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 20,429 คัน เพิ่มขึ้น 24.1% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 246,625 คัน เพิ่มขึ้น 4.4%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
107,060 คัน เพิ่มขึ้น 6.9% ส่วนแบ่งตลาด 43.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
92,458 คัน เพิ่มขึ้น 15.2% ส่วนแบ่งตลาด 37.5%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 20,429 คัน เพิ่มขึ้น 24.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.3%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 33,123 คัน
โตโยต้า 14,525 คัน – อีซูซุ 11,022 คัน – มิตซูบิชิ 4,204 คัน – ฟอร์ด 3,015 คัน – นิสสัน 357 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 213,502 คัน เพิ่มขึ้น 0.5%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
96,038 คัน ลดลง 0.3% ส่วนแบ่งตลาด 45.0%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
77,933 คัน เพิ่มขึ้น 9.9% ส่วนแบ่งตลาด 36.5%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 17,414 คัน เพิ่มขึ้น 30.0% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาจาก:

10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ปี 2021

ในยุคสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เมื่อคุณจะตัดสินใจออกรถใหม่ 2022 ไม่ว่าจะเพื่อมาใช้ในการเดินทาง ใช้ทำงาน หรือไว้ใช้งานในครอบครัว ให้ลูกขับไปมหาวิทยาลัย หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไปมากที่สุด

โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป และต้องเป็นรถที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงเป็นรถขายดี อะไหล่หาง่าย ซื้อง่ายขายคล่อง ขายต่อเป็นรถมือสองก็ง่ายด้วย

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปออกรถใหม่มาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

ด้วยเหตุนี้ MR.CARRO จึงรวบรวมข้อมูลรถยนต์ใหม่ป้ายแดง รถใหม่ 2021 – 2022 ที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน หลากหลายรูปแบบ 10 อันดับ ถูกที่สุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio ราคา 328,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย แม้ว่าจะขายมาหลายปี แต่ก็ยังได้รับความนิยม อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร อีกทั้้งยังเป็นมาตรฐานใหม่ ของรถยนต์นั่งมาตรฐานโลก ส่งออกไปขายในเอเชียและยุโรปด้วย

TATA-Super-Ace-Mint

2. TATA Super ACE Mint ราคา 375,000 บาท

TATA Super ACE Mint (ทาทา ซูเปอร์ เอซ มินท์) รถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ขนาดไม่เกิน 1 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร 70 แรงม้า รายแรกและรายเดียว ทรงพลังให้แรงบิดสูงสุด ในรอบเครื่องต่ำ ถือเป็นรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง

กระบะท้ายพื้นเรียบขนาดใหญ่ พร้อมเปิดได้ 3 ด้าน และวางเครื่องยนต์อยู่ใต้ที่นั่งคนขับ ทำให้พื้นที่กระบะท้ายยาวขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

All-New-Suzuki-Carry

3. Suzuki Carry ราคา 385,000 บาท

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) รถบรรทุกเล็กจอมพลัง เจเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้แนวคิด Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ปรับโฉมใหม่หมดครั้งที่ 2 ตั้งแต่ผลิตรถรุ่นนี้นับตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2549 กว่า 50,000 คัน เป็นรถขายดีในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มรถ Food Truck

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส K15B 95 แรงม้า ประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีระบบเบรก ABS ห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบใหม่ ใหญ่ขึ้น ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงหมุนพวงมาลัยอีกด้วย และรับน้ำหนักได้มากถึง 945 กิโลกรัม

Nissan-March

4. Nissan March ราคา 420,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน มียอดขายสะสมรวมได้หลายแสนคัน มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย อะไหล่หาง่าย ซื้อง่ายขายคล่อง

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร ขับขี่ก็ง่าย จอดรถก็คล่องตัว ราคาอะไหล่ไม่แพง คุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง

Mitsubishi-Mirage-2020

5. Mitsubishi Mirage ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ และอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

6. Mitsubishi Attrage ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

All-New-Nissan-Almera-2020

7. Nissan Almera ราคา 509,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

MG3

8. MG3 ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี 3) รถแฮทช์แบ็คหลากสีสันสดใส มิติใหม่ของความสนุกด้วยเอกลักษณ์ของ All-New MG3 ที่มาพร้อมนิยามใหม่ “WE ARE FUN” : มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถรองรับการสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมกับการอัพเดทฟังก์ชันใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พัก พร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode และยังจัดเต็มระบบความปลอดภัยอีกด้วย

New Toyota Yaris Ativ Urban Addict 2022

9. Toyota Yaris ATIV ราคา 539,000 บาท

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car Sedan ที่เป็นรถขายดีในบ้านเราอีกรุ่น นับตั้งแต่ปี 2560 และปรับโฉมครั้งล่าสุดในเดือนกันยายน 2564 นี่เอง โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว กว้างขวาง ขับง่าย นั่งสบาย พร้อมฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ Super CVT-i ใหม่ พร้อม Shift Lock ขับขี่คล่องตัว ให้ความรู้สึกสนุกสนานในทุกการขับขี่ “Fun-To-Drive” พร้อมรองรับแก๊สโซฮอล์ E20

Mazda2 Sedan Sports 2021

10. Mazda2 Sedan / Hatchback ราคา 546,000 บาท

Mazda2 (มาสด้า2) นับเป็นรถยนต์ Hatchback 5 ประตู และ Sedan 4 ประตู ที่จำหน่ายในบ้านเรามาหลายปีอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่ปี 2558 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาในเดือนมกราคม 2564 ซึ่งยังติดอันดับรถขายดีในปัจจุบัน

ในรุ่นเริ่มต้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร Skyactiv-G 93 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Skyactiv-Drive ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และรองรับแก๊สโซฮอล์ E20

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ลองเลือกซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall ซึ่งรถของเราคัดมาแล้วทุกคัน ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

สำหรับใครที่อยากขายรถ เพราะอยากเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถไฟฟ้า มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนกันยายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

10 อันดับ รถอเนกประสงค์ SUV - PPV และ Crossover ถูกสุดในไทย ปี 2021

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ SUV” (Sport Utility Vehicle) แล้ว ในบ้านเราก็มีอยู่หลากหลายประเภท เริ่มต้นตั้งแต่แบบ Crossover ซึ่งมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันทั้งคัน ดูคล้ายกับรถเก๋งยกสูง รูปร่างหน้าตาสวย เน้นความอเนกประสงค์ ตัวรถไม่ใหญ่มากนัก เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรืออาจจะลุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับแบบ SUV แท้ๆ

สำหรับรถ SUV นั้น ก็ยังมีอีก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SUV แบบที่มีลักษณะเดียวกันกับรถแนว Crossover แต่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ดูลุยกว่า มีที่นั่งทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

และรถ SUV ที่มีพื้นฐานตัวรถเป็นแชสซีส์ แบบเดียวกับรถกระบะ หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า “รถ PPV” หรือ Pick-up Passenger Vehicle แต่ปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ด้วยการใช้คอยล์สปริง ตัวรถมีขนาดใหญ่ นั่งได้ 7 ที่นั่ง สามารถวิ่งในเมือง หรือลุยในทางฝุ่น เข้าป่าฝ่าดงได้

ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลากหลาย ขับไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว ฝนตกก็พอลุยน้ำท่วมได้ หรือเข้าทางลูกรังก็พอลุยได้ มีให้เลือกกันทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งยังแบ่งออกไปได้อีกเป็นแบบ Part-Time หรือแบบ Full-Time เป็นต้น

CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ SUV – PPV และ Crossover ราคาถูกสุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

New-MG-ZS-2020

1. MG ZS 1.5 C ราคา 689,000 บาท

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) เป็นรถที่พวกลื้ออาจจะถามว่า กี่ล้านนนนน แต่ตอนพวกลื้อจะขาย ก็อาจจะถามว่า เหลือกี่แสนนนนน …..

โดย MG ZS จัดเป็นรถในระดับ B-SUV รุ่นไมเนอรเชนจ์ล่าสุด ตามประสารถใหม่ 2020 เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยความเป็น Smart SUV ที่ชูจุดเด่นอย่างระบบ i-Smart ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และยังดูสถานะและสั่งงานระบบต่างๆ ของตัวรถผ่านแอพพลิเคชั่น MG iSMART บนโทรศัพท์มือถือ ได้อีกทั้งยังตั้งราคาในแบบที่ว่า “จับต้องได้” จนหลายต่อหลายคนต้องลองซื้อไปใช้กัน ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง หรูหรา ใช้งานได้อเนกประสงค์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ตัวเดียวกับที่ใช้ใน MG3 และ MG5 แต่ปรับแรงม้าให้มากขึ้นมาเป็น 114 แรงม้า พร้อมกับปรับปรุงชิ้นส่วนภายใน และช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension ส่งกำลังผ่านระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT ใหม่

Honda-BR-V-2019

2. Honda BR-V 1.5 V ราคา 765,000 บาท

Honda BR-V (ฮอนด้า บีอาร์วี) เป็นรถแนว Active Sport Crossover มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่และไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟตัดหมอกใหม่ เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว แถมยังสีภายนอกเพิ่มสีใหม่ แดงมุก Passion Red

ชูจุดเด่นด้วยภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ-แดงสไตล์สปอร์ต มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 หรือพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) ปรับเลื่อนหน้า-หลัง เพื่อให้ผู้โดยสาร แถวที่ 3 เข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น และพนักพิงปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ โดยเบาะนั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง พนักพิงสามารถพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย และแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับใน Honda City (รุ่นเก่า) ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT โดยทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85

Mazda-CX-3-2021-Collection

3. Mazda CX-3 2.0 Base 2021 Collection ราคา 769,000 บาท

Mazda CX-3 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-3) ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์โฉมใหม่ 2021 Collection ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถอเนกประสงค์ Compact SUV โดยเปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ตัวรถดูเรียบหรู ภายใต้ Concept “Less is More”

ใส่อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเข้าไปจนล้นคัน อาทิ ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ กล้องมองหลังไฟ รองรับระบบ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบ Android Auto ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start Button) เป็นต้น

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ให้กำลังเครื่องยนต์มากที่สุดและประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.4 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Nissan-Kicks-e-Power-Motor-Expo-2020

4. Nissan Kicks e-POWER S ราคา 889,000 บาท

Nissan Kicks e-POWER (นิสสัน คิกส์) เป็นรถครอสโอเวอร์ไฮบริด ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าให้ขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เหมาะกับการขับรถทางไกล

ขุมพลังหลักคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ขนาด 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 79 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) หากรวมพลังทั้งหมด ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า

DFSK Glory i-Auto

5. DFSK Glory i-Auto ราคา 899,000 บาท

การกลับมาใหม่อีกครั้ง สำหร้บ DFSK (ดีเอฟเอสเค) ที่เคยผลิตและนำเข้ารถบรรทุกเล็กกับรถตู้มาขายในไทย ก่อนจะเลิกไป งวดนี้ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ ได้นำเข้า DFSK Glory i-Auto (ดีเอฟเอสเค กลอรี่ ไอ-ออโต้) รถ Crossover SUV สัญชาติจีนแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งในตลาดจีนเองใช้ชื่อว่า Dongfeng Fengguang 580 (ตงฟง เฟิงกวง 580) เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงปี 2016 มาขายในไทย

ภายนอกมาพร้อมกระจังหน้าแบบ Infinite Starlight Design ชุดไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ส่วนไฟท้ายแบบ Full LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential, หลังคาแบบ Panoramic Sunroof ที่สั่งการเปิดได้ด้วยเสียง, ประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์เท้า, กล้อง 360 องศารอบคัน และล้อแม็กแบบสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว

ส่วนภายในห้องโดยสาร ตกแต่งหรูหราพร้อมลายไม้ มาพร้อมหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว กับปุ่มสั่งงานบริเวณแผงคอนโซล, ระบบสั่งการด้วยเสียง i-Talk, เบาะหนังแท้ 7 ที่นั่ง พร้อมกล้องบันทึกภาพขณะรถวิ่ง และระบบความปลอดภัยมากมาย

ขุมพลังมีขนาด 1.5 ลิตร ที่เสริมความแรงไว้ด้วย Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT บนน้ำหนักตัวรถ 1,510 กิโลกรัม

New-MG-HS-2019

6. MG HS 1.5 T 2WD C ราคา 919,000 บาท

New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้โค้งมนโอบรับสรีระ พร้อมเล่นระดับ และตกแต่งด้วยวัสดุภายในให้สัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ทั้งบริเวณคอนโซลหน้า แผงประตูหน้า-หลัง และเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara พร้อมหน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function Display ขนาด 7 นิ้ว ส่วนหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

Honda-HR-V-2019

7. Honda HR-V E ราคา 949,000 บาท

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) จัดว่าเป็นรถ Crossover ที่ขายดีมากเมื่อหลายปีก่อน ช่วงตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2556 กวาดยอดขายไปกว่า 83,000 คัน (ยอดขายถึงเดือนมิถุนายน 2562) ด้วยตัวรถที่โดดเด่น ภายในห้องโดยสารอเนกประสงค์ โดนเด่นด้วยออพชั่นต่างๆ เช่น เบรกมือไฟฟ้า หรือระบบ Honda LaneWatch และเบาะหลังปรับพับได้ 3 รูปแบบ Long Mode, Tall Mode และ Utility Mode

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 141 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams และยังรองรับน้ำมัน E85 อีกด้วย

Mazda-CX-30-2020

8. Mazda CX-30 2.0 C ราคา 979,000 บาท

Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion เป็นรถที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mazda3 เพิ่มทางเลือกระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 โดย CX-30 ยังเป็นรถที่ได้รางวัล 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกปี 2020 มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและการชับขี่ ภายในนั่งกันได้ 4 คนสบายๆ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง หรือชอบที่ชื่นชอบรถ SUV แนวสปอร์ต

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร และสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

Toyota-Corolla-Cross-2020

9. Toyota Corolla Cross 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท

Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) นับได้ว่าเป็นรถ SUV Crossover ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue)

ตัวรถภายนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว หรูหราแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ส่วนห้องโดยสารภายในใช้โทนสีแดงใหม่ Terra Rossa มีจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

เครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่นเบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

Subaru-Forester-2019

10. Subaru Forester 2.0 i-L AWD ราคา 1,030,000 บาท

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ SUV ที่ประกอบในไทย ด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกับญี่ปุ่น มีราคาเริ่มต้นเร้าใจมากๆ ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด นั่นคือ Subaru Global Platform เพิ่มการดูดซับแรงกระแทกมากขึ้นถึง 40% ลดการสั่นโคลงได้มากขึ้น 50% อีกทั้งตัวรถ ยังมีหน้าตาที่ดูทะมัดทะแมง บึกบึนขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ห้องโดยสารสไตล์รถครอบครัว นั่งสบายทั้ง 5 ที่นั่ง ส่วนในรุ่น Top สุด ยังมีระบบ Eyesight กล้องคู่ ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน, ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน, ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่, ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนและเมื่อรถส่าย ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกด้วย และพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นในห้องโดยสารด้านหลัง พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ใหญ่ขึ้น ช่องเปิดท้ายรถที่กว้างขึ้น มีประตูพาวเวอร์ด้านหลัง ช่วยให้เปิด-ปิด และล็อคประตูทุกด้านของรถ ได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ Boxer DOHC 16 วาล์ว Di 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic แบบแปรผันอัตราทดต่อเนื่อง CVT 7 สปีด บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive ส่งพลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่แบบตลอดเวลา ช่วยให้รถเกาะถนน และช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยสูงสุด และฟังก์ชั่น X-MODE ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย

อันนี้แถมให้ …

All-New-Isuzu-MU-X-2020

10. Isuzu MU-X 4X2 1.9 Ddi Active A/T ราคา 1,109,000 บาท

“All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์)” ใหม่ เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมดระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power 190 แรงม้า และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 150 แรงม้า พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L

New Toyota C-HR 2021

10. Toyota C-HR HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) โฉมไมเนอร์เชนจ์ ชื่อรุ่น C-HR นั้นย่อมาจากคำว่า Coupe High Rider จัดเป็นรถประเภท Compact SUV เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 กับดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด บนโครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) และปลอดภัยสูงสุดกับ Toyota Safety Sense

มีเครื่องยนต์ ช่วงก่อนหน้านี้มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า แต่ตอนนี้เลิกผลิตไปแล้ว

เหลือเพียงแต่ในรุ่น Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังขับรวมมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า ที่พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ SUV – PPV และ Crossover ถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี!

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนกันยายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ หากเป็นรถ SUV รุ่นที่มีราคาเท่ากันในหลายยี่ห้อนั้น ทางเราจะจัดอันดับเรียงตามการเปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุด หรือการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ขึ้นเป็นอันดับแรก

สถิติการขายรถยนต์ ยอดขายรถ ตลาดรถยนต์ไทย ปี 2564

สถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกรกฎาคม 2564 ชะลอตัวทุก Segment โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น 52,442 คัน ลดลง 11.6% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 16,689 คัน ลดลง 9.8% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 35,753 คัน ลดลง 12.4% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 27,816 คัน ลดลง 15%

ตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2564 มีปริมาณการขาย 52,442 คัน ลดลง 11.6% โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 9.8% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 12.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากความวิตกกังวลต่อภาวะการระบาดของไวรัส COVID-19 ระลอกที่ 3 และ 4 อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

และการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ Delta ที่แพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ภาครัฐจึงมีมาตรการขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจากเดิมจาก 10 จังหวัด เป็น 13 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การดำเนินธุรกิจของประชาชน และมีส่วนทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ ชะลอการตัดสินใจซื้อสิ้นค้าทุกประเภทที่ยังไม่ความจำเป็น

ตลาดรถยนต์ในเดือนสิงหาคมมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากความกังวลต่อการระบาดของไวรัส COVID-19 ในระลอกที่ 4 รวมทั้งการออกมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในช่วงเวลา 21.00 – 04.00 น. เป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อเศรษฐกิจให้ต้องชะลอ หรือเลื่อนกำหนดการออกไป รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่มีเสถียรภาพน้อยลง และการฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่ล่าช้า ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ด้วยเช่นกัน

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนกรกฎาคม 2564

  1.   ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย  52,442 คัน ลดลง 11.6%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 17,040 คัน ลดลง 2.9% ส่วนแบ่งตลาด 32.5%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 13,680 คัน ลดลง 11.6% ส่วนแบ่งตลาด 26.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 6,958 คัน เพิ่มขึ้น 15.3% ส่วนแบ่งตลาด 13.3%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 16,689 คัน ลดลง 9.8%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 6,065 คัน เพิ่มขึ้น 16.3% ส่วนแบ่งตลาด 36.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 4,467 คัน ลดลง 11.4% ส่วนแบ่งตลาด 26.8%
อันดับที่ 3 มาสด้า 1,278 คัน ลดลง 32.9% ส่วนแบ่งตลาด 7.7%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 35,753 คัน ลดลง 12.4%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 13,680 คัน ลดลง 11.6% ส่วนแบ่งตลาด 38.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 12,565 คัน เพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนแบ่งตลาด 35.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,121 คัน ลดลง 8.4% ส่วนแบ่งตลาด 5.9%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 27,816 คัน ลดลง 15%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 12,401 คัน ลดลง 13.4% ส่วนแบ่งตลาด 44.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 10,563 คัน เพิ่มขึ้น 1.3% ส่วนแบ่งตลาด 38.0%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,121 คัน ลดลง 8.4% ส่วนแบ่งตลาด 7.6%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 2,695 คัน
โตโยต้า 1,103 คัน – อีซูซุ 943 คัน – มิตซูบิชิ 394 คัน – ฟอร์ด 229  คัน – นิสสัน 26 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 25,121 คัน ลดลง 15.5%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 11,458 คัน ลดลง 17.0% ส่วนแบ่งตลาด 45.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 9,460 คัน ลดลง 0.2% ส่วนแบ่งตลาด 37.7%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 1,892 คัน เพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนแบ่งตลาด 7.5%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2564

  1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 425,633 คัน เพิ่มขึ้น 9.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า
134,225 คัน เพิ่มขึ้น 20.1% ส่วนแบ่งตลาด 31.5%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 106,845 คัน เพิ่มขึ้น 16.7% ส่วนแบ่งตลาด 25.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
49,673 คัน เพิ่มขึ้น 4.9% ส่วนแบ่งตลาด 11.7%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 137,040 คัน ลดลง 0.9%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 42,651 คัน เพิ่มขึ้น 7.3% ส่วนแบ่งตลาด 31.1%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
34,170 คัน ลดลง 2.3% ส่วนแบ่งตลาด 24.9%
อันดับที่ 3 นิสสัน 12,546 คัน ลดลง 15.1% ส่วนแบ่งตลาด 9.2%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 288,593 คัน เพิ่มขึ้น 15.6%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 106,845 คัน เพิ่มขึ้น 16.7% ส่วนแบ่งตลาด 37.0%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
99,981 คัน เพิ่มขึ้น 30.2% ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 18,417 คัน เพิ่มขึ้น 33.1% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 224,750 คัน เพิ่มขึ้น 12.9%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
97,422 คัน เพิ่มขึ้น 31.3% ส่วนแบ่งตลาด 43.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
84,704 คัน เพิ่มขึ้น 22.0% ส่วนแบ่งตลาด 37.7%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 18,417 คัน เพิ่มขึ้น 38.6% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 30,637 คัน
โตโยต้า 13,411 คัน – อีซูซุ 10,335 คัน – มิตซูบิชิ 3,926 คัน – ฟอร์ด 3,926 คัน – นิสสัน 199 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 194,114 คัน เพิ่มขึ้น 8.4%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
87,087 คัน เพิ่มขึ้น 7.0% ส่วนแบ่งตลาด 44.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
71,293 คัน เพิ่มขึ้น 20.6% ส่วนแบ่งตลาด 36.7%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 15,652 คัน เพิ่มขึ้น 38.4% ส่วนแบ่งตลาด 8.1%

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาจาก:

ตลาดรถยนต์ไทยครึ่งแรกปี 2564 ทำได้ 373,191 คัน

Toyota (โตโยต้า) เผยสถิติการจำหน่ายรถยนต์ครึ่งแรกของปี 2564 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2564 ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ระบาดในระลอกล่าสุดที่มีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมาก แต่บรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลาย ก็พยายามจัดแคมเปญ และโปรโมชั่นส่งเสริมการขายต่างๆ ในเชิงรุก เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายรถยนต์จากงาน Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021) ที่ผ่านมา ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ

ซึ่งช่วยให้ตัวเลขยอดขายรถในช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ 373,191 คัน เพิ่มขึ้น 13.6% จากยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

Toyota Alphard / โตโยต้า อัลฟาร์ด

สถิติการขายรถยนต์ในประเทศ

 ม.ค. – มิ.ย. 2564

ยอดขายปี 2564 เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2563
 ปริมาณการขายรวม 373,191 คัน     +13.6 %
 รถยนต์นั่ง 120,351 คัน     + 0.5 %
 รถเพื่อการพาณิชย์ 252,840 คัน     + 21.0 %
 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 196,934 คัน     + 18.3 %
 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 168,993 คัน    + 13.1%

สำหรับผลการดำเนินงานของ Toyota ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 มียอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 24.4% หรือ คิดเป็นจำนวน 117,185 คัน ซึ่งถือได้ว่าดีกว่าอัตราการฟื้นตัวของตลาด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Toyota จะเผชิญกับความยากลำบากมากมายในปีที่ผ่านมา แต่ยังคงส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือเท่ากับ 31.4% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวเลข 28.7% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สืบเนื่องจากกลยุทธ์การขายแบบใหม่ ช่วงโควิด-19 เน้นขายรถบนช่องทางออนไลน์ และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ในช่วงแรกของปี 2564

แต่ในส่วนของรถยนต์นั่ง มี Honda (ฮอนด้า) สามารถทำยอดขายขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง และในส่วนของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ ที่มี Isuzu (อีซูซุ) ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้า

 ม.ค. – มิ.ย. 2564

ยอดขายปี 2564 เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2563 ส่วนแบ่งตลาด
 ปริมาณการขายรวม 117,185 คัน    + 24.4 % 31.4 %
 รถยนต์นั่ง 29,703 คัน    – 0.7 % 24.7 %
 รถเพื่อการพาณิชย์ 87,482 คัน    + 36.1 % 34.6 %
 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 74,141 คัน    + 31.8 % 37.6 %
 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 61,833 คัน    + 24.6 % 36.6 %

สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2564 คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะสามารถฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เราจึงคาดการณ์ว่ายอดขายจะอยู่ที่ 800,000 คัน เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยยังมีหลายปัจจัย ที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดรถยนต์ในปีนี้ อาทิ ระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุด การเข้าถึงวัคซีนของประชาชน รวมถึงแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ และองค์กรเอกชนที่ผนึกกำลังกันร่วมคลี่คลายสถานการณ์

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2564 ยอดขาย
ประมาณการปี 2564
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2563
 ปริมาณการขายรวม 800,000 คัน     +  1 %
 รถยนต์นั่ง 271,000 คัน     – 1.4 %
 รถเพื่อการพาณิชย์ 529,000 คัน     + 2.3 %

สำหรับโตโยต้า มีเป้าหมายการขายในปี 2564 อยู่ที่ 260,000 คัน หรือคิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น 6.4% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 32.5% แม้ว่าเราจะเผชิญปัญหาจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ Toyota เชื่อมั่นว่า จากความพยายามของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขายบนช่องทางออนไลน์ แพ็คเกจการให้บริการที่ทำให้ลูกค้าสามารถ “เป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น” 

และมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าในเรื่องการดูแลสุขอนามัย ทั้งในโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งการให้บริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในรถยนต์ ตลอดจนความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ จะช่วยให้เราได้รับความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากลูกค้า เพื่อบรรลุสู่เป้าหมายได้เป็นผลสำเร็จ”

ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2564 ยอดขาย
ประมาณการปี 2564
เปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2563 ส่วนแบ่งตลาด
 ปริมาณการขายรวม 260,000 คัน      + 6.4 % 32.5 %
 รถยนต์นั่ง   67,000 คัน      -1.7% % 24.7 %
 รถเพื่อการพาณิชย์ 193,000 คัน      + 9.6 % 36.5 %
 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 166,800 คัน      + 11.5 % 40.2 %
 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 142,000 คัน      + 9.3 % 39.6 %

สำหรับปริมาณการส่งออกของโตโยต้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 บริษัทฯ ได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 141,909 คัน เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมียอดการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศ และการส่งออก จำนวนรวมทั้งสิ้น 258,365 คัน เพิ่มขึ้น 50% จากปีที่แล้ว

ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

และการผลิตของโตโยต้า ม.ค. – มิ.ย. ปี 2564

ปริมาณปี 2564 เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2563
 ปริมาณการส่งออก 141,909 คัน     + 46%
 ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ 258,365 คัน + 50%

ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 322,000 คัน เพิ่มขึ้น 50% จากปีที่แล้ว จากสัญญาณการฟื้นตัวในตลาดต่างประเทศ ด้วยปัจจัยต่างๆ อาทิ เช่น อัตราการลดลงของผู้ป่วยโควิด-19 ความคืบหน้าของแผนการฉีดวัคซีน และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในประเทศต่างๆ

ส่วนในด้านการผลิตนั้น มองว่ามีแนวโน้มดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า จากความต้องการของลูกค้าในตลาดต่างประเทศซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น ดังนั้นปริมาณการผลิตรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 580,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 31% จากปีที่แล้ว ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการขายของทั้งในประเทศและส่งออก

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

และการผลิตของโตโยต้าปี 2564

ปริมาณปี 2564  เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2563
 ปริมาณการส่งออก 322,000 คัน      + 50 %
 ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ 580,000 คัน + 31 %

All-New Toyota Land Cruiser 2022

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมิถุนายน 2564

  1.   ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 64,974 คัน เพิ่มขึ้น 11.9%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 22,337 คัน เพิ่มขึ้น 67.1% ส่วนแบ่งตลาด 34.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,098 คัน ลดลง 15.4% ส่วนแบ่งตลาด 21.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 7,339 คัน เพิ่มขึ้น 26.1% ส่วนแบ่งตลาด 11.3%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 22,538 คัน เพิ่มขึ้น 8.3%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 6,422 คัน เพิ่มขึ้น 33.3% ส่วนแบ่งตลาด 28.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 5,414 คัน ลดลง 12.7% ส่วนแบ่งตลาด 24.0%
อันดับที่ 3 มาสด้า 1,821 คัน เพิ่มขึ้น 30.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.1%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 42,436 คัน เพิ่มขึ้น 13.8%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 16,923 คัน เพิ่มขึ้น 97.6% ส่วนแบ่งตลาด 39.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,098 คัน ลดลง 15.4% ส่วนแบ่งตลาด 33.2%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,721 คัน เพิ่มขึ้น 57.6% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 33,169 คัน เพิ่มขึ้น 12.1%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 14,472 คัน เพิ่มขึ้น 96.2% ส่วนแบ่งตลาด 43.6%
อันดับที่ 2 อีซูซุ  12,564 คัน ลดลง 18.2% ส่วนแบ่งตลาด 37.9%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,721 คัน เพิ่มขึ้น 57.6% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 3,811 คัน
โตโยต้า 1,768 คัน, อีซูซุ 1,142 คัน, มิตซูบิชิ 453 คัน, ฟอร์ด 391 คัน, นิสสัน 57 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 29,358 คัน เพิ่มขึ้น 10.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,704 คัน เพิ่มขึ้น 107.8% ส่วนแบ่งตลาด 43.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 11,422 คัน ลดลง 23.2% ส่วนแบ่งตลาด 38.9%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,330 คัน เพิ่มขึ้น 64.8% ส่วนแบ่งตลาด 7.9%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – มิถุนายน 2564

  1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 373,191 คัน เพิ่มขึ้น 13.6%
อันดับที่ 1 โตโยต้า
117,185 คัน เพิ่มขึ้น 24.4% ส่วนแบ่งตลาด 31.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 93,165 คัน เพิ่มขึ้น 22.5% ส่วนแบ่งตลาด 25.0%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
42,715 คัน เพิ่มขึ้น 3.4% ส่วนแบ่งตลาด 11.4%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 120,351 คัน เพิ่มขึ้น 0.5%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 36,586 คัน เพิ่มขึ้น 6.0% ส่วนแบ่งตลาด 30.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
29,703 คัน ลดลง 0.7% ส่วนแบ่งตลาด 24.7%
อันดับที่ 3 นิสสัน 11,294 คัน ลดลง 10.7% ส่วนแบ่งตลาด 9.4%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 252,840 คัน เพิ่มขึ้น 21.0%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 93,165 คัน เพิ่มขึ้น 22.5% ส่วนแบ่งตลาด 36.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
87,482 คัน เพิ่มขึ้น 36.1% ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 16,296 คัน เพิ่มขึ้น 41.5% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 196,934 คัน เพิ่มขึ้น 18.3%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
85,021 คัน เพิ่มขึ้น 20.5% ส่วนแบ่งตลาด 43.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
74,141 คัน เพิ่มขึ้น 31.8% ส่วนแบ่งตลาด 37.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 16,296 คัน เพิ่มขึ้น 41.5% ส่วนแบ่งตลาด 8.3%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน : 27,941 คัน
โตโยต้า 12,308 คัน, อีซูซุ 9,392 คัน, มิตซูบิชิ 3,532 คัน, ฟอร์ด 2,536 คัน, นิสสัน 173 คัน 

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 168,993 คัน เพิ่มขึ้น 13.1%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
75,629 คัน เพิ่มขึ้น 11.8% ส่วนแบ่งตลาด 44.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
61,833 คัน เพิ่มขึ้น 24.6% ส่วนแบ่งตลาด 36.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 13,760 คัน เพิ่มขึ้น 46.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.1%

All-New Toyota Land Cruiser 2022

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาจาก: