Toyota-Car-Nickname

“โดเรม่อน” “สามห่วง” “หน้าหมู” “หน้ายิ้ม” ทำไมรถ Toyota ถึงมีฉายาแบบนี้!

         ตลาดรถยนต์มือสองโดยทั่วไปนั้น มักจะมีรถหลากหลายรุ่นที่วนเวียนมาขายกันอยู่มากมาย มีบรรดาคนในวงการเต็นท์รถมือสองตั้งแต่ยุคในอดีต จะให้เรียกชื่อรุ่นรถยาวๆ บางทีก็จำไม่ได้ จึงตั้ง “ฉายา” หรือ “ชื่อเล่น” สั้นๆ เฉพาะรถรุ่นนั้นๆ ขึ้นมา จนกระจายออกไปกลายเป็นชื่อที่ฮิตติดปาก โดยส่วนใหญ่มักจะตั้งฉายารถ จากส่วนต่างๆ ของรถว่าคล้ายกับสิ่งใด ที่บางทีได้ยินแล้วก็ต้องอุทานว่า … “คิดไปได้นะ!”

Carro ขอนำเสนอฉายารถสุดแปลกแหวกแนว สำหรับตอนที่ 1 ขอเสนอฉายาของรถ “โตโยต้า” (Toyota) ซึ่งได้ชื่อว่า มีฉายารถอยู่มากที่สุดเป็นอันดับแรก และมีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน ให้ทุกท่านได้รับชมครับ

Toyota Corolla (KE70) “DX”, “กะเทย” และ “หน้าเท”

Toyota-Corolla-DX

Toyota-Corolla-กะเทย

Toyota Corolla รุ่น 2 ประตู ซีดาน … นี่ละครับ ที่ได้ชื่อว่า “กะเทย”

สำหรับ Toyota Corolla (KE70) ถือเป็น Toyota Corolla รุ่นสุดท้ายที่ทุกโมเดลออกมาในเวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลัง สำหรับตลาดประเทศไทย เปิดตัวจำหน่ายเมื่อต้นปี 2523 เริ่มแรกเป็นรุ่นไฟกลม 4 ดวง, ไฟเหลี่ยมเล็ก-เหลี่ยมใหญ่ จนถึงโฉมสุดท้ายโฉมหน้าเท โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร มีให้เลือกทั้งในแบบ 2 ประตูซีดาน, 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูแวน, 4 ประตูแวน (รถนำเข้า) รวมไปถึงรุ่น 1.6 DX Liftback (TE71) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร

Toyota-Corolla-หน้าเท

ฉายา “DX” นั้นได้มาจากรุ่นถูกสุดของ Corolla โฉมนี้ ใช้ชื่อรุ่นย่อยว่า “DX” (ย่อมาจาก “Deluxe”) รวมไปถึงฉายา “กะเทย” ที่ไว้เรียก Corolla 2 ประตูซีดาน เท่านั้น (ซึ่งมาจากรูปร่างรถ จะเป็นคูเป้ก็ไม่ใช่ ซีดานก็ไม่เชิง) และสุดท้ายอย่าง “หน้าเท” คือชุดไฟหน้าและกระจังหน้าในโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งสุดท้าย (ยกหน้าตามาจากรุ่น Sprinter ที่ขายในตลาดญี่ปุ่น)

Toyota Corolla (AE80/EE80) “ท้ายตัด”

Toyota-Corolla-ท้ายตัด

Corolla เวอร์ชั่นขับหน้ารุ่นแรก เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2527 มีให้เลือกใน 2 รูปแบบ นั่นคือ ซีดาน 4 ประตู, ลิฟท์แบค 5 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “ATOP” 2 แบบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2A และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A พอปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น 1.3 ลิตร ก็ได้จัดแจงเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรหัส 2E แบบ 12 วาล์ว

Toyota-Corolla-ท้ายตัด

ฉายา “ท้ายตัด” นั้น ได้มาจากส่วนท้ายรถของรุ่น 4 ประตู ที่สั้นมาก จนดูเหมือนท้ายตัดไปนั่นเอง

Toyota Corolla (EE90/AE92) “โดเรมอน”

Toyota-Corolla-โดเรมอน

สำหรับ Corolla รุ่นที่ถือได้ว่า มีอุปกรณ์มาตรฐานมากมายราวกับของวิเศษของ “โดเรมอน” ต่างกับรถในคลาสเดียวกัน จึงเป็นที่มาของฉายานี้ (แต่ชาวต่างประเทศได้ยินแล้ว งงน่าดู) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2530 มาหรือบางคนก็บอกว่ากระจกมองข้างโค้งๆ เหมือนมือของโดเรม่อนพร้อมสโลแกน “เร้าใจทุกเส้นทาง ยุคหน้า TOYOTA” (คล้ายกับของญี่ปุ่น “Fun To Drive”)

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, รหัส 4A-F คาร์บูเรเตอร์คู่ ในรุ่น Sporty รวมไปถึงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร พลังแรงอย่างรหัส 4A-GE 130.5 แรงม้า ที่มาตอนไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น GTi

Toyota Corolla (EE100/AE101) “สามห่วง”

Toyota-Corolla-สามห่วง

Corolla รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ Logo “Toyota” แบบใหม่ที่เป็นสามห่วง หลังจากที่ทางโตโยต้าเริ่มใช้ตั้งแต่ทั่วโลกในปี 1989 (ยกเว้นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในมุมกระจังหน้า ที่ยังคงใช้สัญลักษณ์ของ Corollla ไว้เช่นเดิมแบบในรูป) โดยเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E (และ 4E-FE ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์) และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE

ที่มาของคำว่า “สามห่วง” คือ Logo Toyota แบบใหม่นี่ล่ะครับ

Toyota Corolla (AE110/AE111/AE112) “ตองหนึ่ง”, “ตูดเป็ด” และ “Hi-Torq”

Toyota-Corolla-ตองหนึ่ง

Corolla ในยุคที่พัฒนาไปอีกหนึ่งขั้น เปิดตัวในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2539 โดยยกเลิกเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แล้วหันมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5A-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE ยอดฮิตเหมือนเดิม ต่อมาในช่วงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2541 จึงเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร พร้อมคำต่อท้ายว่า “Altis” และชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่ “Hi-Torq” ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 7A-FE

ที่มาของฉายา “ตองหนึ่ง” นั้น มาจากรหัสรุ่นของแบบเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร “AE111” ซึ่งเป็นเลขตองพอดี สามารถจำได้ง่าย และ “ตูดเป็ด” เป็นที่มาของโฉมแรก ที่ชุดฝาประโปรงท้ายมีมุมยกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลาดเอียงลงไป

Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) “หน้าหมู”

หน้าหมู

Corolla โฉมนี้ออกแบบใหม่ทั้งหมดและตัวรถที่มีความกลมป่องขึ้นมาก ต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด จัดเต็มทั้งอุปกรณ์มาตรฐานและความปลอดภัย เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 มาพร้อมเครื่องยนต์ตระกูลใหม่ “ZZ-Series” ในรูปแบบ VVT-i ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2ZZ-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE ก่อนจะมีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์และเพิ่มรุ่นพิเศษไปอีกหลายรอบ

“หน้าหมู” ได้ชื่อมาจากกระจังหน้าด้านหน้าของรุ่นนี้ เมื่อดูไกลๆ คล้ายกับจมูกหมูและหน้าหมูมาก จึงเป็นที่มาของฉายานี้

Toyota Corona (RT100/RT104) “หน้าเบนซ์”

Toyota-Corona-หน้าเบนซ์

Toyota Corona รุ่นยอดฮิตในยุค 70 ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แข็งแกร่ง ในบ้านเรามีประกอบขายเฉพาะรุ่น 4 ประตูซีดาน แต่ก็มีโฉม 2 ประตูฮาร์ดท็อป และ 4 ประตูแวน นำเข้ามาด้วยเช่นกัน มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 12R และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 18R ที่ตามมาในภายหลัง

ที่มาของ “หน้าเบนซ์” มาจากกระจังหน้าในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ดูคล้ายกับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในยุคนั้น

Toyota Corona (TT140/TT141) “หน้าแหลม”

Toyota-Corona-หน้าแหลม

เป็น Toyota Corona ขับหลังรุ่นสุดท้าย มาพร้อมความหรูหราและเครื่องยนต์แบบเดิมอันทนทาน เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2525 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 3T

ที่มาของชื่อ “หน้าแหลม” นั้น ได้มาจากตรงกันชนหน้าของรุ่น 1.6 และ 1.8 ที่มุมตรงกลางเป็นแหลมยื่นออกมา รับกับกระจังหน้า และเส้นสายบนฝากระโปรงหน้า

Toyota Corona (ST150/AT151) “ตู้เย็น”

Toyota-Corona-ตู้เย็น

เป็น Toyota Corona ขับหน้ารุ่นแรก ที่มาพร้อมขนาดตัวรถที่เล็กลง ดูกะทัดรัดขึ้น พร้อมนำเสนอตัวถังแบบ 5 ประตูลิฟท์แบคให้เลือก เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2528 ชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่หมด ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A และขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1S

ที่มาของชื่อ “ตู้เย็น” นั้น ได้มาจากกล่อง “Cool Box” บริเวณคอนโซลกลาง ที่มีการต่อท่อแอร์เพิ่มเข้าไป สำหรับไว้เก็บเครื่องดื่ม (พวกน้ำอัดลมกระป๋อง) ได้

Toyota Corona (AT171) “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม”

Toyota-Corona-หน้ายิ้ม

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยตั้งแต่ปี 2531 โดยโคโรน่ารุ่นนี้ ถือเป็นรถญี่ปุ่นรุ่นแรกในประเทศไทย (เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร) ที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด EFI (Electronic Fuel Injection) แบบเดียวกับรถยุโรป ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-F คาร์บูเรเตอร์เดี่ยว 113 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE หัวฉีด EFi 128 แรงม้า

Toyota-Corona-หน้ายักษ์

ที่มาของชื่อ “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม” นั้น มาจากชุดกระจังหน้า ไฟหน้า และกันชนหน้า โดย “หน้ายักษ์” คือโฉมแรก และ “หน้ายิ้ม” คือโฉมไมเนอร์เชนจ์

Toyota Corona (AT190/AT191) “ท้ายโด่ง”

Toyota-Corona-ท้ายโด่ง

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2536 โดยช่วงวันแถลงข่าวเปิดตัวนั้น เป็นรถรุ่นแรกที่ลงทุนถ่ายทอดสดออก TV ช่อง 3 ด้วย! มาพร้อมรูปทรงอ้วนกลมน่ารัก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE ก่อนจะปรับโฉมกันอีกครั้ง ในภายหลังเพิ่มรุ่น Exsior ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัย พร้อมกับเปลี่ยนชุดแผงคอนโซลภายในใหม่

ที่มาของคำว่า “ท้ายโด่ง” “ท้ายแยก” มาจากด้านท้ายรถที่มีขนาดใหญ่ และดูยกขึ้นเล็กน้อย รับกับชุดไฟท้ายและแผงทับทิมที่ดูเรียบ ทำให้พ่อค้ารถมือสองขนานนามว่า “ท้ายโด่ง” และในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ย้ายจุดติดตั้งป้ายทะเบียนจากบริเวณกันชนมาอยู่บริเวณฝากระโปรงท้าย ก็ได้ชื่อว่า “ท้ายแยก”

Toyota Camry (XV10) “ท้ายหงส์”

Toyota-Camry-ท้ายหงส์

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2536 โดยเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลีย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE อีกทั้งยังมีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดด้วย แต่ Camry โฉมนี้ อะไหล่ตัวถังจะหายากหน่อย

ที่มาของคำว่า “ท้ายหงส์” มาจากในรุ่นโฉมไมเนอร์เชนจ์ บริเวณแผงทับทิมด้านหลัง จากของเดิมที่มีคำว่า “Camry” แบบเรียบๆ เมื่อไมเนอร์เชนจ์จึงเป็นแบบมีเส้นลดระดับเป็น 2 ชั้น พร้อมไฟถอยหลัง รับกับคำว่า “Camry” ด้านบน บรรดาเจ้าของเต็นท์รถมือสอง ไม่รู้คิดไง เอาไปเทียบกับรูปทรงของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เลยเป็นที่มาของคำนี้ …

Toyota Camry (XV20) “ไฟท้ายตรง / ไฟท้ายไม้บรรทัด / ไฟท้ายย้อย”

Toyota-Camry-ไฟท้ายตรง

Toyota-Camry-ไฟท้ายย้อย

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2541 โดยโฉมแรกยังเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลียเหมือนเดิม โดดเด่นด้วยการเล่นสีตัวรถแบบทูโทน เป็นโฉมเดียวของ Camry ที่ทำสีแบบนี้ ต่อมาเมื่อไมเนอร์เชนจ์ในปี 2542 จึงเริ่มประกอบในประเทศไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE และก็มีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดเหมือนเดิม

ที่มาของคำว่า “ไฟท้ายตรง” “ไฟท้ายไม้บรรทัด” และ “ไฟท้ายย้อย” ก็ตรงตัวตามรูปแบบไฟท้ายด้านหลังเลยครับ

Toyota Crown (S60/S70) “ปลากระโห้”

Toyota-Crown-ปลากระโห้

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) เจนเนอเรชั่นที่ 4 ในประเทศไทยเปิดตัวเมื่อประมาณปี 2515 โดยมีทั้งในรูปแบบ 4 ประตูซีดาน, 4 ประตูแวกอน รวมไปถึงแบบ 2 ประตูฮาร์ดท็อปที่หายากนัก เป็นรถที่หรูหรา แข็งแรงทนทาน เป็นที่นิยมของผู้ใหญ่ ผู้บริหาร และแท็กซี่ที่วิ่งรับ-ส่ง ในต่างจังหวัดอย่างมาก

ที่มาของคำว่า “ปลากระโห้” ก็ตรงหน้าตาที่ดูดุดัน เหมือนรถอเมริกันในยุคนั้นครับ

Toyota Celica (TA22/TA23/RA23) “หน้าโหนก” หรือ “สาลิกา”

Toyota-Celica-หน้าโหนก

Toyota-Celica-หน้าโหนก

Toyota Celica ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูราคาประหยัด รูปทรงสไตล์ Hardtop แนวอเมริกันแบบย่อส่วน เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยประมาณปี 2514 มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 1.4 ลิตร รหัส T, ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T รวมไปถึงรุ่นพลังแรงอย่างตัว GT ที่ใช้เครื่องยนต์รหัส 2T-G และ Celica รุ่นนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เยอะมาก ทั้งรุ่นธรรมดา และในรุ่น Lift Back (LB)

ที่มาของคำว่า “หน้าโหนก” นั้นมาจากในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ฝากระโปรงหน้ามีโหนก กระจังหน้ารึงผึ้ง หรือ “สาลิกา” ที่แผลงมาจากชื่อรุ่น “Celica” (เซลิก้า) นั่นเอง

Toyota Celica (ST185) “ปลาคาร์ฟ”

Toyota-Celica-ปลาคาร์ฟ

Toyota Celica เจเนอเรชั่นที่ 5 กลับมาพร้อมกับการเปิดเสรีนำเข้ารถยนต์ ช่วงปี 2534 ซึ่งในบ้านเรานั้น Toyota นำเข้าจากออสเตรเลีย แต่ก็มี Grey Market หลายเจ้า นำเข้ารถรุ่นนี้มาจากญี่ปุ่นด้วย โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Pop-Up มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE 135 แรงม้า ด้วยยอดขายที่ไม่มากนัก เพราะนำมาจำหน่ายช่วงปลายอายุของโฉมนี้ในตลาดโลกแล้ว

ที่มาของคำว่า “ปลาคาร์ฟ” (ซึ่งก็ไม่รู้ใครเป็นคนคิด) เข้าใจว่าคงจะเป็นที่รูปทรงแบนๆ และหน้าตาตัวรถ บวกกับรุ่นนี้เคยเป็นรถที่เข้าแข่งในรายการ World Rally Championship (WRC) มาก่อน ตัวรถติดสติ๊กเกอร์ลวดลายเขียวแดง แลดูคล้ายกับปลาคาร์ฟก็เป็นไปได้ …

เอาล่ะครับ สำหรับบทความ “รวมฉายารถ Toyota สุดแปลกแหวกแนว” ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ก่อน สำหรับในตอนต่อไปนั้น จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับฉายารถอะไรบ้าง ติดตามต่อได้ใน Carro Blog เร็วๆ นี้ครับ

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Carro Blog)

4 Replies to “รวมฉายารถ Toyota สุดแปลกแหวกแนว”

  1. ธราวุฒ says: January 3, 2019 at 4:02 AM

    ปลาคาร์ฟมาจากลวดลายของcerica ที่ใช้แข่ง WRC. แรลี่โลกครับ ปี 1992

    1. Mr.Carro says: January 3, 2019 at 3:18 PM

      ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับผม

  2. chankijc says: January 17, 2019 at 1:17 PM

    Celica TA-22 โฉมแรก เซียนรถบางท่านจะเรียกว่ารุ่นตากบ เพราะไฟหน้าเหมือนตากบครับ

    1. Mr.Carro says: February 15, 2019 at 10:25 AM

      ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับผม

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*