ต่อทะเบียนออนไลน์

การต่อทะเบียนรถยนต์ออนไลน์ง่ายๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต

การต่อทะเบียนรถยนต์ เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีรถยนต์ต้องรับรู้และปฏิบัติตาม เพราะกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องต่อทะเบียนทุกปี ซึ่งคุณสามารถต่อก่อนล่วงหน้าได้ แต่ไม่เกิน 3 เดือน โดยจัดเตรียมเอกสารให้พร้อม และไปต่อทะเบียนรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด

แต่ถ้าหากคุณลืมหรือต่อทะเบียนล่าช้า ก็จะถูกปรับ 1% ต่อเดือนของค่าต่อทะเบียน และถ้าขาดต่อทะเบียนเกิน 3 ปี รถก็จะถูกระงับการใช้งาน (ดูวิธีต่อทะเบียน กรณีที่ขาดจ่ายเกิด 3 ปี คลิก) ต้องเสียค่าปรับย้อนหลังและทำเรื่องจดทะเบียนรถใหม่ ซึ่งไม่คุ้มค่าเงินและเวลาแน่นอน 

แต่ในปัจจุบัน การต่อทะเบียนรถยนต์เป็นเรื่องง่ายมากๆ แค่มีเน็ตก็ทำได้แล้ว  เพราะทางกรมการขนส่งทางบก ได้ให้บริการ “การต่อภาษีรถยนต์แบบออนไลน์” โดยการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ให้คุณต่อทะเบียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งง่ายและประหยัดแบบของจริง! โดยมีขั้นตอนปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้

 

1. ตรวจสอบรถที่สามารถใช้บริการออนไลน์ได้

  • ต้องเป็นรถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
  • รถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ จดทะเบียนไม่เกิน 7 ปี
  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จดทะเบียนไม่เกิน 5 ปี

เป็นรถจดทะเบียนจังหวัดใดก็ได้ และรถที่ค้างชำระภาษีไม่เกิน 1 ปี สมัครเข้าใช้บริการออนไลน์ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ www.dlte-serv.in.th หรือ www.dlt.go.th เพื่อลงทะเบียนขอรับรหัสผ่าน

DLT-1

2. กรอกรายละเอียด

เมื่อได้รับรหัสผ่านแล้ว ให้ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับรถ, หลักฐานการเอาประกัน ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 (กรณียังไม่มี สามารถเลือกซื้อบนเว็บไซด์จากบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการได้) รวมถึงกรอกหลักฐานหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบฯ กรณีเป็นรถใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG)

 

3. เลือกวิธีชำระเงิน

มีให้เลือกหลายช่องทาง เช่น หักบัญชีเงินฝาก โดยจะต้องมีบัญชีเงินฝากและเป็นสมาชิกใช้บริการโอนเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ตกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ หรือชำระด้วยบัตรเครดิต/บัตรเดบิต ต้องเป็นผู้ถือบัตรเครดิต/บัตรเดบิต ที่มีสัญลักษณ์ VISA, MASTER พิมพ์ใบแจ้งชำระภาษีรถแล้วนำไปชำระ ณ เคาน์เตอร์หรือตู้ ATM ของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ (เช็กช่องทางการชำระเงิน คลิก)

 

4. ผู้ใช้บริการตรวจสอบธนาคาร หรือเคาเตอร์ที่เข้าร่วมโครงการได้ที่หน้าเว็บไซต์

โดยทางกรมการขนส่งทางบก จะบวกค่าบริการเป็นค่าจัดส่งเอกสาร รายการละ 40 บาท ค่าธรรมเนียมธนาคาร รายการละ 20 บาท ค่าธรรมเนียมการใช้บัตร (กรณีชำระด้วยบัตรเครดิต) ร้อยละ 2 รวม Vat 7% ของค่าธรรมเนียม

หลังจากนั้นก็รอแค่ทาง กรมการขนส่งทางบกส่งใบเสร็จรับเงิน, เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และกรมธรรม์ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มาให้ทางไปรษณีย์ จากนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของรถสามารถนำใบคู่มือจดทะเบียนรถไปบันทึก ณ หน่วยงานทะเบียนกรมการขนส่งทางบกได้ทั่วประเทศค่ะ

ต่อภาษีออนไลน์

พ.ร.บ. รถยนต์, ประกัน รถยนต์, ประกันภัย, ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 2, ประกันรถยนต์ชั้น 3

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์

คงจะมีหลายๆคน ที่ยังไม่รู้ว่า พ.ร.บ. คืออะไร หรือย่อมาจากอะไร และก็ยังไม่รู้ด้วยว่าเรามีความจำเป็นต้องจ่ายเงินค่า พ.ร.บ. ร่วมกับประกันรถยนต์หรือไม่? หรือเราสามารถซื้อแค่ พ.ร.บ. หรือประกันชั้น 1 อย่างใดอย่างหนึ่งได้ไหม?

ในบทความนี้ Carro จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ในรูปแบบต่างๆ กันอย่างมากขึ้นค่ะ

พ.ร.บ. ย่อมาจาก พระราชบัญญัติ ซึ่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

เป็นกฎหมายที่บังคับให้รถทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจะ “ต้องทำ” และมีไว้เป็นหลักประกันให้กับคนในรถทุกคัน หรือผู้ที่ใช้รถใช้ถนนว่าจะได้รับสิทธิความคุ้มครองจากเงินกองกลางที่รถทุกคันได้ทำ พ.ร.บ. ว่า จะได้รับความคุ้มครอง/เงินค่ารักษาพยาบาลจากการเกิดอุบัติเหตุ หรือการประสบภัยจากรถในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

พ.ร.บ.-รถยนต์,-ประกัน-รถยนต์

ในด้านวงเงินคุ้มครองที่ผู้ประสบภัยจะได้รับ มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าจะมีความคุ้มครองในรูปแบบใด ๆ บ้าง ซึ่งการฝ่าฝืนไม่ทำ พ.ร.บ. นี้ จะทำให้มีปัญหาในการต่อภาษีรถ และยังผิดกฎหมายอีกด้วย เพราะกฎหมายได้บังคับให้ทำ พ.ร.บ. ไว้เป็นขั้นพื้นฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบภัยจากรถที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้อย่างทันท่วงที และเป็นหลักประกันให้กับโรงพยาบาลที่รับผู้ประสบภัยเข้าดูแล ว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลด้วยเช่นกัน

ส่วนประกันชั้น 1, 2, 3, 2+ หรือ 3+ จะเรียกว่า “ประกันภาคสมัครใจ” เพราะเป็นการซื้อประกันเพิ่มเติมจากความคุ้มครองที่ได้รับจาก พ.ร.บ. ในกรณีที่เราเป็นต้นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน พ.ร.บ. จะช่วยคุ้มครองเท่าที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้าความเสียหายมีมาก ผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายจะเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งประกันภาคสมัครใจ จะเข้ามาช่วยรับผิดชอบในส่วนนี้นั่นเอง

 

ประกันภาคสมัครใจ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

พ.ร.บ.-รถยนต์,-ประกัน-รถยนต์

 

  • ประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด คือ จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลในรถ และบุคคลภายนอก รวมถึงความเสียภายที่เกิดขึ้นต่อรถยนต์ที่เอาประกันภัย รวมถึงกรณีเกิดไฟไหม้และการสูญหายด้วย
  • ประกันชั้น 2 จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลในรถ และบุคคลภายนอก รวมถึงความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์จากการเกิดไฟไหม้และการสูญหาย
  • ประกันชั้น 2+ จะรับผิดชอบต่อความเสียหายในกรณีเดียวกับประกันชั้น 2 แต่เพิ่มความรับผิดต่อในส่วนของความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย แต่เฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และจำเป็นต้องมีคู่กรณีด้วย
  • ประกันชั้น 3 จะรับผิดชอบต่อความเสียหายทีเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก และความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์จากการเกิดไฟไหม้และการสูญหาย
  • ประกันชั้น 3+ จะรับผิดชอบต่อความเสียหายในกรณีเดียวกับประกันชั้น 3 แต่คุ้มครองรถยนต์คันเอาประกันภัยในวงเงินจำกัด และเฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น

 

จะเห็นได้ว่า ประกันภาคสมัครใจมีหลายรูปแบบรวมทั้งค่าบริการที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของความคุ้มครองว่าจะคุ้มครองความเสียหายมากน้อยแค่ไหนนั่นเอง  

ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์จากบริษัทใดก็ตาม ทั้งการทำประกันภาคบังคับ ก็คือ พ.ร.บ. และการทำประกันภาคสมัครใจ สิ่งสำคัญก็คือ คุณต้องทำความเข้าใจเรื่อง “สิทธิประโยชน์และหน้าที่ของเรา” ตามสัญญาประกันภัยให้ละเอียด เพื่อจะได้ทราบเงื่อนไขและความคุ้มครองที่คุณจะได้รับว่าคุ้มค่าหรือไม่ และป้องกันปัญหายุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในภายหลังค่ะ

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

รวมรถมือสอง 6 รุ่น ราคาถูกน่าซื้อ

หากคุณมีงบประมาณก้อนหนึ่งแล้วอยากได้รถสักคันที่ราคาคุ้มค่า โดยไม่เกี่ยงว่าจะต้องเป็นรถใหม่ “รถมือสอง” จะเป็นคำตอบสำหรับคุณ เพราะมีรถที่น่าใช้ให้คุณเลือกมากมายโดยที่ราคาก็ไม่เกินงบที่คุณตั้งไว้ แต่จะมีรถมือสองรุ่นไหนบ้างที่น่าซื้อ?

Carro จึงรวบรวมรถมือสองนอกกระแส 6 รุ่น ที่ราคาถูก รุ่นไม่เก่าจนเกินไป มาเป็นตัวเลือกให้คุณได้ชมกันค่ะ

1. Toyota Prius รุ่นปี 2013-2014

รวม 6 รุ่นรถมือสองนอกกระแส ราคาคุ้มค่า น่าซื้อ-01

ราคาโดยประมาณ 450,000 – 650,000 บาท

Toyota Prius รถไฮบริดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ออพชั่นแน่น เหนือกว่า C-Segment ทั่วไป มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งทางด้านเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัย เช่น มีระบบ Solar Ventilation System หรือระบบระบายอากาศอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีการทำงานโดยใช้แผงโซลาร์รับพลังงานแสงอาทิตย์ แล้วจึงทำการเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อนำไปใช้ในการทำงานของพัดลม ซึ่งจะทำให้การจอดรถกลางแดดจะไม่ร้อนจนเกินไปสำหรับตัวรถ และมีการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกตามหลักอากาศพลศาสตร์ ที่ช่วยในเรื่องการประหยัดน้ำมัน รวมถึงภายในห้องโดยสารที่มีขนาดกว้างขวาง รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ แถมปัจจุบันรถส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่อีกด้วย

 

2. Subaru XV รุ่นปี 2013-2015

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 550,000 – 750,000 บาท

Subaru XV เป็นทางเลือกที่น่าสนสำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของรถ SUV เพราะ Subaru รุ่นนี้ ถือเป็นรถ Crossover  SUV ที่มีขนาดคล่องตัว ไม่เทอะทะเกินไป โดดเด่นในด้านสมรรถนะการขับขี่เพราะเครื่องยนต์มีความเสถียรมาก และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร (หรือ Symmetrical All-Wheel Drive) กระจายกำลังทุกล้อเท่าๆ กัน เป็นรถที่สมรรถนะดี เหมาะกับผู้ที่รักในการขับขี่มากกว่าความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ซึ่งเมื่อเทียบราคากับสมรรถนะของตัวรถก็ถือว่าคุ้มค่าแน่นอน บวกกับชื่อเสียงในระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออันเลื่องชื่อของซูบารุ ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

3. Ford Focus รุ่นปี 2013-2015

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 320,000 – 430,000 บาท

Ford Focus รุ่นนี้ถูกดีไซน์ให้มีรูปทรงสปอร์ตด้วยโครงสร้าง Z shape เพื่อให้การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งกว่า ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีระบบช่วยจอดอัจฉริยะ Active Park Assist เพียงแค่กดปุ่มเดียว แถมตัวรถยังสร้างด้วยเหล็กกล้าโบรอน จึงมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งมากกว่าเหล็กกล้ามาตรฐานถึง 4 เท่า สามารถปกป้องผู้โดยสารและผู้ขับขี่ได้อย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีน้ำหนักที่เบา จึงช่วยประหยัดน้ำมัน มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงเพิ่มความปลอดภัย หากคุณสนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ซื้อรุ่นเครื่องยนต์เบนซินหัวฉีดตรง 2.0 GDi เพราะมีปัญหาจุกจิกน้อยกว่าเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร

 

4. Mazda3 รุ่นปี 2011-2013

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 380,000 – 430,000 บาท

Mazda3 ได้รับการออกแบบภายใต้ DNA ของมาสด้าอย่างแท้จริง มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวให้ความเป็นสปอร์ตแต่ขับสนุก รวมถึงเครื่องยนต์ 2000 ซีซี. และเครื่องยนต์ 1600 ซีซี. ที่ได้ปรับแต่งให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 147 แรงม้า มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด, ระบบ Sports Paddle Shift และระบบควบคุมเกียร์ AAS (Active Adaptive Shift) ที่สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะโดยอัตโนมัติตามสไตล์ของผู้ขับขี่ (สำหรับเครื่องยนต์ 2.0L) Mazda3 รุ่นนี้มีดีในด้านรูปลักษณ์, ช่วงล่าง และสมรรถนะที่ไม่แพ้รถเจ้าตลาด รูปทรงสวยร่วมสมัย มีให้เลือกทั้งรุ่นซีดาน 4 ประตู และแฮทช์แบ็ค 5 ประตู

 

5. Chevrolet Cruze รุ่นปี 2011-2013

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 270,000 – 420,000 บาท

สำหรับ Chevrolet Cruze 2013 รูปลักษณ์ภายนอกมีความสปอร์ตนิดๆ เสริมความเด่นด้วยล้ออัลลอย 5 ก้านที่ดูสปอร์ตกว่าเดิม ปุ่มสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ถูกเปลี่ยนเป็นทรงกลม อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับด้วยระบบ Passive Entry Passive Start เข้าและออกห้องโดยสารโดยไม่ต้องใช้กุญแจ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามารถควบคุมระบบ Cruise Control ในส่วนของระบบความปลอดภัย รุ่นนี้ได้เพิ่มระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรกอิเลคทรอนิก EDB ระบบ ESP รักษาเสภียรภาพการทรงตัว ระบบ Traction Control ป้องกันการลื่นไถล และระบบกุญแจนิรภัย Key Immobilizer หากสนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ซื้อรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ที่ให้พละกำลังดีกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ในขณะที่ราคาป้ายแดงเกือบ 1.25 ล้านบาท แต่ราคามือสองอยู่แค่ 4 แสนกว่าๆ ถูกกว่าตั้งเกือบ 3 เท่า!

 

6. MG6 รุ่นปี 2015-2016

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 390,000 – 510,000 บาท

รถรุ่นสุดท้ายที่เราจะแนะนำ ก็คือ MG6 รถจากค่ายสัญชาติอังกฤษที่มาเปิดตลาดในไทย MG6 รุ่นนี้ ประกอบเครื่องยนต์เทอร์โบ ขนาด 1.8 ลิตร ให้พละกำลัง 161 แรงม้ารองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด DCT (Dual Clutch Transmission) ทรงตัวดีเยี่ยมด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันและด้านหลังแบบ Z-type มัลติลิ้งค์ ข้อดีของรถรุ่นนี้เน้นไปที่สมรรถนะช่วงล่าง ที่หนึบไม่แพ้รถยุโรปเลยทีเดียว และรุ่นนี้เกือบจะกลายเป็นแรร์ไอเท่ม! ด้วยราคาเปิดตัวที่สูงมาก ส่งผลให้ยอดจำหน่ายน้อยมากเพราะราคาแรง แต่สมรรถนะของรถก็ถือว่าค่อนข้างดี ไม่ได้ตกเหมือนราคาแน่นอน

การตัดสินใจซื้อรถยนต์คือเรื่องใหญ่ มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคิด อย่างแรกก็คือเรื่องการเงิน หากคุณมีงบจำกัด คุณก็ไม่ควรซื้ออะไรที่แพงเกินไป หรือรถที่มีค่าใช้จ่ายตามมาเยอะๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งหากซื้อรถราคาถูกมากๆ เก่ามากๆ แต่ไม่ปลอดภัยเลยก็ไม่ดี อันตรายแน่นอน

และสิ่งสำคัญที่หลายๆ คนควรทำแต่มองข้ามไป ก็คือ ศึกษารถยนต์แต่ละรุ่นให้ดีก่อนซื้อ อย่างเช่น ศึกษาเกี่ยวกับปัญหาเฉพาะตัวของรถรุ่นนั้นๆ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาหรือการซ่อมอย่างไม่รู้จบในภายหลัง ถ้ารู้ไว้ก่อนและเลี่ยงได้จะดีกว่า เพื่อความสบายใจและสบายกระเป๋าเงินของคุณเองค่ะ สามารถเลือกดูรถมือสองได้ที่ลิงค์นี้ > https://th.carro.co/taladrod

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

สุดท้าย ถ้าคุณต้องการซื้อรถใหม่ อย่าลืม! นำรถคันเดิมของคุณมาลงขายที่คาร์โร ได้ที่ลิงค์นี้เลย > https://th.carro.co/sell-car/express หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Fanpage : Carro Thailand ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ

กฏหมาย จราจร, ป้ายจราจร, อุบัติเหตุบนถนน, รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เมาแล้วขับ

รวมปัญหาสังคมบนท้องถนนที่คุณควรรู้ และควรเลี่ยง

ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนถนนสูงสุดระดับโลก สาเหตุก็มาจากหลายๆ ปัญหาของผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งการไม่เคารพกฎหมาย ความประมาท ความใจร้อนจนเกิดการทะเลาะวิวาท, อุบัติเหตุ ฯลฯ ซึ่งปัญหาพวกนี้แก้ไขได้ หากคุณมีสติในการขับรถ เคารพกฎจราจร มีน้ำใจแก่ผู้ร่วมทาง

ในบทความนี้ Carro จึงรวมสาเหตุหลักๆ ที่เป็นปัญหาบนท้องถนนบ้านเรามาให้ผู้อ่านทราบ เพื่อที่จะได้รับรู้และรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องค่ะ

 

1.ไม่เคารพกฎจราจร

นี่เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้รถติดหรือเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดบนท้องถนน อย่างเช่น การขับรถฝ่าไฟแดงที่พบเห็นกันอยู่บ่อยๆ และการละเลยป้ายเตือนข้างทาง รวมถึงคนที่ขับรถโดยไม่รู้กฎจราจรอีกด้วย

ซึ่งตามหลักกฎหมาย คุณจะไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่รู้กฎหมาย ดังนั้น หากไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลด หรือต้องเสียค่าปรับ ก็ควรศึกษาเกี่ยวกับกฎจราจรให้ดี และขับขี่รถอย่างถูกกฎ

กฏหมาย-จราจร,-ป้ายจราจร,-อุบัติเหตุบนถนน,-รถยนต์,-รถจักรยานยนต์,-เมาแล้วขับ-1

2.ขับรถเร็วและชอบแซง

คนไทยชอบใจร้อนตามอากาศ และมีนิสัยชอบขับรถเร็วและขับแซงรถคันอื่นๆ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์รถชนหรือแหกโค้งพลิกคว่ำบนถนนบ่อยๆ ซึ่งในแต่ละปีนั้น มีการสูญเสียที่เกิดจากการขับรถด้วยความใจร้อนและประมาทแบบนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว และถ้าคุณไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ควรขับรถด้วยความใจเย็น มีสติ หรือไม่ขับแซงรถคันอื่นๆ เป็นอันขาด

กฏหมาย จราจร, ป้ายจราจร, อุบัติเหตุบนถนน, รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เมาแล้วขับ

3.จอดล้ำเส้นทางม้าลาย

เป็นปัญหาที่พบเห็นได้ทุกวัน นั่นก็คือ รถจักรยานยนต์จอดล้ำและกีดขวางทางม้าลาย เกิดจากการขับรถมาจอดเป็นคันแรก เพื่อให้สามารถออกตัวก่อน ซึ่งทำให้ล้ำเส้นหยุด แต่ขณะเดียวกันรถยนต์ก็ไปจอดช่องรถจักรยานยนต์ ทำให้รถจักรยานยนต์ต้องจอดเลยเส้น นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดรถติดและปัญหาอื่นตามมา ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่เป็นอันตราย และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ด้วยค่ะ

กฏหมาย จราจร, ป้ายจราจร, อุบัติเหตุบนถนน, รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เมาแล้วขับ

4.ไม่ยอมหลีกทางให้รถกู้ภัย

อีกปัญหาของสังคมไทยที่เป็นประเด็นข่าวอยู่บ่อยๆ นั่นคือ การขวางหรือไม่หลีกทางให้กับรถกู้ชีพ, กู้ภัยของมูลนิธิและรถฉุกเฉินโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุไม่หลีกทางให้นั้น อาจมองกว้างๆ ได้ 2 ประเด็น คือ

  • บางคนอาจขับรถโดยเหม่อลอย ขับไปเรื่อยๆ ไม่ตั้งใจขับ หรืออาจเล่นโทรศัพท์ จนไม่ได้ยินเสียงสัญญาณไฟ
  • บางคนมีปมกับรถฉุกเฉิน เพราะเมืองไทยมีรถฉุกเฉินเยอะเกินไป ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของสัญญาณไฟหายไป คนไม่เชื่อว่ารถจะไปกู้ภัยจริงๆ จึงไม่หลีกทางให้ ซึ่งหลายๆ ครั้งก็ทำให้เกิดการสูญเสียแบบที่ไม่น่าเกิด

กฏหมาย จราจร, ป้ายจราจร, อุบัติเหตุบนถนน, รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เมาแล้วขับ

5.คุยโทรศัพท์ในขณะขับรถ

แม้จะมีกฎหมายห้ามออกมา แต่ก็ยังมีคนที่ฝืนกฎและคุยโทรศัพท์ในขณะขับรถอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหารถติดและอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากคุยโทรศัพท์จนเสียสมาธิในการขับรถ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน ทุกครั้งที่ขับรถคุณต้องไม่คุยโทรศัพท์อย่างเด็ดขาด หากจำเป็นก็แนะนำให้จอดรถข้างทาง คุยธุระให้เสร็จแล้วค่อยขับรถต่อไป

กฏหมาย จราจร, ป้ายจราจร, อุบัติเหตุบนถนน, รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เมาแล้วขับ

6.เมาแล้วขับ

เป็นปัญหาโลกแตกที่หาทางแก้ไขกันมานาน แม้จะมีการรณรงค์ห้ามคนเมาแล้วขับอยู่เสมอ แต่ทุกวันนี้ ก็ยังมีคนที่เมาแล้วขับอยู่จำนวนมาก และปัญหาที่ตามมาก็คือ การเกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิดจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเช่นกัน เพราะฉะนั้นคุณควรพึงระลึกไว้เสมอว่า ไม่ควรขับขี่ในขณะที่กำลังเมาเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ก็ตาม อย่างน้อยก็เซฟเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง และจะได้ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นบนท้องถนนค่ะ

กฏหมาย จราจร, ป้ายจราจร, อุบัติเหตุบนถนน, รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เมาแล้วขับ

7.ขับขี่รถย้อนศร

พฤติกรรมการขับขี่รถย้อนศรอาจพบเห็นไม่บ่อยนักสำหรับคนขับรถยนต์ แต่คนขี่รถมอเตอร์ไซค์มักมีพฤติกรรมที่มักง่ายเช่นนี้ และพบเห็นได้ค่อนข้างบ่อยในถนนเส้นใหญ่ที่มีทางกลับรถในระยะไกล จึงเป็นสาเหตุที่ไม่อยากไปกลับรถและเลือกที่จะขี่รถย้อนศร ทำให้ในบางครั้งคนที่ใช้ท้องถนนในเลนที่ถูกต้องกลับต้องหักหลบ หรือมองไม่เห็นรถที่ย้อนศรมา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

 

ฟิล์มกรองแสง,-ผ้าคลุมรถ,-ขัดเคลือบสี,-เคลือบแก้ว,-น้ำยากันน้ำ

การดูแลรักษาสีรถยนต์อย่างถูกต้อง

พูดถึงเรื่องการดูแลรักษารถยนต์ คนส่วนมากก็คงจะเน้นไปที่การดูแลเครื่องยนต์ส่วนต่างๆ หรือชิ้นส่วนจำพวกอะไหล่ ที่อยู่ภายในรถซะมากกว่า แต่จริงๆ แล้ว การดูแลรักษาสีรถยนต์ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

การดูแลรักษาสีรถยนต์ ไม่ใช่แค่การล้างทำความสะอาด ลงแว็กซ์ หรือเคลือบเงาเท่านั้น แต่การดูแลรักษาสีรถยนต์ มีกรรมวิธีมากกว่าที่คุณคิด วันนี้ Carro จึงมีข้อมูลมาอัพเดทให้คุณได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การดูแลรักษาสีรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง เพื่อการดูแลสีรถของคุณให้ดูใหม่ สะอาด สดใส ไปอีกนานค่ะ

 

การจอดรถกลางแจ้ง

จะทำให้แสง UV ทำลายสีรถโดยตรง กรณีที่คุณไม่มีโรงรถหรือหลังคาที่กันน้ำกันแดดได้ ควรติดกันสาดที่ขอบกระจกทุกบาน เพราะจะช่วยกันฝนเข้าไปในห้องโดยสารตอนคุณแง้มกระจกไว้ การแง้มกระจกไว้สักหนึ่งนิ้วจะช่วยระบายไอร้อนในรถ ลดอุณหภูมิในห้องโดยสารได้ เมื่อในห้องโดยสารระบายความร้อนได้ดี ก็จะช่วยให้หลังคารถอุณหภูมิไม่สะสมสูงนัก สีหลังคาก็จะไม่โดนทำร้าย

กรณีต้องจอดรถได้ต้นไม้ สามารถเอาผ้าคลุมรถมาใช้เพื่อป้องกันยางไม้และขี้แมลงได้ แต่ถ้ามีที่จอดประจำแต่ไม่มีหลังคา ก็มีหลังคาโรงรถแบบพับได้หรือเต็นท์ราคา 3,000-4,000 บาท ซึ่งช่วยได้ กรณีที่ไม่สามารถทำอะไรเพื่อให้ร่มเงาได้ การเคลือบแก้วหรือการเคลือบสีเป็นประจำสามารถช่วยให้สีทนต่อแดดได้มากขึ้น

ฟิล์มกรองแสง, ผ้าคลุมรถ, ขัดเคลือบสี, เคลือบแก้ว, น้ำยากันน้ำ

ผ้าคลุมรถ

ไม่ว่าผ้าคลุมจะคุณภาพดีแค่ไหน คุณก็ไม่ควรคลุมแล้วจอดกลางแจ้ง เพราะไอร้อนที่เกิดขึ้นใต้ผ้าคลุมรถนั้นสะสมสูงมาก สูงจนอาจจะทำให้ผ้าหรือสารเคมีที่เคลือบอยู่  ละลายติดกับสีรถได้เลย การใช้ผ้าคลุมรถที่ดีควรใช้ในที่ร่มเท่านั้น และควรเลือกผ้าคลุมที่มีคุณภาพระบายความร้อนและความชื้นได้ดี

 

ขัดเคลือบสี

หลายคนจะเห็นคำนี้บ่อย ๆ ตาม Car wash หรือคาร์แคร์ และมักจะเข้าใจว่า “การขัด” กับ “การเคลือบสี” เป็นขั้นตอนเดียวกัน แต่ความจริงแล้วมันแยกเป็น 2 ขั้นตอน เหตุผลที่ต้อง “ขัด” ก่อนเคลือบสีรถ เนื่องจากรถที่ใช้งานมานาน จะมีรอยขนแมวเกิดขึ้นจากการล้างและเช็ดที่ไม่สะอาด ดังนั้นจึงต้องขัดสีเพื่อลบรอยขนแมวออกก่อน

“การขัดสี” ก็คือ การขัดผิวหน้าของสีหรือแล็กเกอร์ออกไป เพื่อให้สีเรียบเนียนและเงางาม และทำให้ชั้นสีที่เคลือบอยู่บางลง เมื่อขัดสีเสร็จ ก็ต่อด้วยขั้นตอน “เคลือบสี” เพื่อให้ผิวรถมีความเงางาม และเป็นตัวเคลือบเพื่อปกป้องชั้นสีที่ถูกขัดออกไปให้ทนทานต่อรอยขีดข่วน เมื่อขัดและเคลือบสีแล้ว ควรจะไปเคลือบสีซ้ำตามระยะเวลาของผู้ผลิตน้ำยาเคลือบกำหนด เพื่อให้ผิวรถที่ขัดแล้วมีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น

 

ขัดหยาบ ขัดละเอียด

การขัดสีนั้นจะแบ่งเป็น 2 แบบขึ้นอยู่กับสารเคมีหรือน้ำยาขัด โดยปกติจะมีน้ำยาแบบ “ขัดหยาบ” และ “ขัดละเอียด” กรณีที่ผิวของแล็กเกอร์เป็นรอยลึก ต้องใช้น้ำยาแบบขัดหยาบก่อนเพื่อให้ผิวของแล็กเกอร์บางลง จากนั้นตามด้วยน้ำยาขัดละเอียดเพื่อที่จะให้ผิวที่ถูกขัดชั้นแรกเรียบเนียน จากนั้นจึงตามด้วยน้ำยาเคลือบและชักเงา

โปรแกรมการเคลือบดูแลรักษาสีรถยนต์ปัจจุบันมีมากมายหลายยี่ห้อ แต่ถ้าเป็นแพ็คเกจก็มีราคาตั้งแต่ 3,000 – 4,000 บาทขึ้นไป จนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว

ฟิล์มกรองแสง, ผ้าคลุมรถ, ขัดเคลือบสี, เคลือบแก้ว, น้ำยากันน้ำ

GLASS COATING

หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า การเคลือบแก้ว ซึ่งการทำแต่ละครั้งนั้นมีราคาสูง แต่ก็จะช่วยให้รถเงางามและผิวรถจะดูฉ่ำขึ้น สีสดขึ้น แถมยังช่วยลดเวลาในการเข้าไปใช้บริการได้มจาก

ข้อดีอีกอย่างคือ การเคลือบจะทำให้ผิวของสีมีความแข็งขึ้น ทนต่อรอยการขีดข่วนและคราบสกปรกอื่น ๆ เกาะติดได้ยาก การทำความสะอาดก็ง่าย แต่ราคาค่อนข้างสูง ส่วนสาเหตุที่ทำให้สีรถหมอง ไม่เงางาม นั่นก็คือ แสง UV ดังนั้นสารเคมีที่ผสมลงไปในน้ำยาเคลือบ จะต้องมีคุณสมบัติป้องกันและสะท้อนแสง UV ได้ด้วย เพราะเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้สีเสื่อมสภาพ

 

เคลือบภายในห้องโดยสาร

สำหรับรถที่เป็นเบาะผ้า เมื่อออกรถมาใหม่ควรเข้าไปพ่นน้ำยากันน้ำและปกป้องเนื้อผ้า น้ำยาเคมีที่ฉีดพ่นลงไปนั้น จะช่วยให้เบาะผ้าไม่เป็นรอยด่าง เพราะน้ำจะซึมเข้าเนื้อผ้าได้ยากขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้เบาะนั่งดำหรือเป็นคราบไคลติดแน่น ส่วนเบาะหนัง ถ้าเป็นโทนสีอ่อนก็ต้องเคลือบน้ำยาเช่นกัน เพราะเบาะนั่งสีอ่อนนั้นแค่ช่วงเวลาไม่กี่เดือน ก็จะเป็นคราบดำด่าง น้ำยาที่เคลือบจะช่วยไม่ให้เบาะหนังเสื่อมสภาพเร็ว และป้องกันไม่ให้เลอะง่าย

การดูแลภายในห้องโดย อีกทางหนึ่งนอกเหนือจากการทำความสะอาด ก็คือ การเลือกฟิล์มกรองแสง ที่มีคุณภาพสามารถสะท้อนแสง UV และสะท้อนความร้อนได้ดี เพราะจะช่วยยืดอายุชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารด้วย

ทั้งหมดนี้ ก็คือการดูแลรักษาสีรถยนต์ที่ Carro นำมาฝาก ซึ่งจะดีต่อรถยนต์ของคุณอย่างแน่นอน ถ้าคุณปฏิบัติตาม เพราะเป็นการดูแลรักษาสีรถยนต์ที่ถูกต้อง และจะทำให้รถยนต์ของคุณดูสดใส ดูใหม่อยู่เสมอ

หรือถ้าในอนาคตคุณอยากจะขายรถ รถก็จะราคาดี ราคาไม่ตก เพราะยังมีสภาพดีอยู่ และจะดียิ่งกว่าถ้าคุณมาขายรถกับเรา เพราะทาง Carro ให้ราคาดี มีบริการที่รวดเร็วทันใจ ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง แถมยังรับเงินสดหลังจบการขายได้ทันทีเลยละค่ะ คลิกที่ Link นี้เลย > https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook > Carro Thailand จ้า

2019-chevrolet-silverado-new-engine-tech

กลับมาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของป้าย Silverado

2019-chevrolet-silverado-new-engine-tech-2

กลับมาอีกครั้ง สำหรับรถกระบะค่าย Chevrolet ในปี 2019 มาพร้อมกับชุดเครื่องยนต์เพิ่มเทอร์โบ 2.7 ลิตร 4 สูบใหม่ ชุดเกียร์ 6 ชุด เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 310 แรงม้ารุ่นใหม่ แทนที่ V6 ขนาด 4.3 ลิตร ที่เป็นชุดขับเคลื่อนมาตรฐานสำหรับรุ่น LT และสเปกใหม่ของ RST มีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22% จึงประหยัดน้ำมันมากขึ้น พร้อมระบบจัดการเชื้อเพลิงที่ดียิ่งขึ้น

2019-chevrolet-silverado-new-engine-tech-2

อัพเดตสำหรับระบบส่งกำลัง ประกอบด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.7 ลิตร และยังมีการปรับปรุงเครื่องยนต์ขนาด 5.3 ลิตร และ 6.2 ลิตร ที่ติดตั้งระบบจัดการเชื้อเพลิงแบบไดนามิค หากใครที่ต้องการความพรีเมี่ยมมากขึ้น สามารถเจาะจงไปที่รุ่น LTZ (รุ่นท้อป)  และ High country trims (รถสไตล์คันทรี่ยกสูง) เพราะสามารถติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.3 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตรที่กำลังจะมาถึง หรือ V8 6.2 ลิตร ที่เป็น V8 ขนาด 420 แรงม้า

2019-chevrolet-silverado-new-engine-tech-2

ในขณะเดียวกัน รถรุ่น LT, RST และ LT Trail Boss คุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 5.3 ลิตร (มาตรฐาน LT Trail Boss, อุปกรณ์เสริม LT / RST), เทอร์โบ 2.7 ลิตรใหม่ที่มีกำลัง 310 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 472 นิวตันเมตร (LT / RST มาตรฐาน) หรือแบบใหม่ทั้งหมดอย่าง Duramax 3.0 ลิตร ใน turbodiesel (มีอยู่บน LT / RST) ด้วยเทคโนโลยี Start/Stop และระบบปรับความเร็ว 10 ระดับโดยอัตโนมัติ (เทคโนโลยีที่เครื่องยนต์จะดับลงโดยอัตโนมัติ เมื่อรถถึงจุดหยุดนิ่งระหว่างรอสัญญาณไฟแดง ขณะที่อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงพัดลมแอร์ยังคงทำงานอยู่ และจะติดเครื่องให้อัตโนมัติเมื่อปล่อยเท้าออกจากเบรก หรือขยับพวงมาลัย เป็นต้น) ซึ่งเทคโนโลยีนี้ จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ราว 8-15 เปอร์เซ็นต์จะออกวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2019

2019-chevrolet-silverado-new-engine-tech-7

ด้วยน้ำหนักที่น้อยลง เนื่องจากรถรุ่นนี้ตัวรถปรับโครงสร้างใหม่ และทำจากเหล็กประเภท High Tensile Steel ทำให้ความต้านทานต่อลมต่ำ และไม่ทำให้การขับขี่เสียประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง Silverado รุ่นนี้ จึงเป็นรถกระบะที่บรรทุกได้มากกว่า แต่ตอบสนองดีและเร่งความเร็วได้มากขึ้น ซึ่งทางทีมงานวิศวกรที่สร้างรถรุ่นนี้ ขอยืนยันว่า นี่เป็นรถบรรทุกที่ดีที่สุดที่ Chevrolet เคยสร้างขึ้นมา

2019-chevrolet-silverado-new-engine-tech-7 2019-chevrolet-silverado-new-engine-tech-7

สำหรับการผลิตรถกระบะแค็บรุ่น V8 จะเริ่มขึ้นในไตรมาสที่สามของปี 2018 ในขณะที่ในไตรมาสที่ 4 จะมีการผลิตรถรุ่นปกติ และรถสองล้อรวมถึงเครื่องยนต์เทอร์โบ V6 และ 2.7 ลิตร

ตรวจสภาพรถ, ยางรถยนต์, ผ้าเบรค, พรบ รถยนต์

เทคนิคในการขับขี่อย่างปลอดภัย ทุกสภาวะถนน

ประเทศไทยของเรานั้น ประกอบไปด้วย 3 ฤดู คือ หน้าร้อน หน้าฝน และหน้าหนาว แต่ในปัจจุบัน สภาพอากาศเริ่มแปรปรวนมากขึ้นจนไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะในบางวัน ก็ทั้งอากาศร้อนและฝนตกในวันเดียวกัน! ด้วยเหตุนี้ Carro จึงขอแนะนำ เคล็ด(ไม่)ลับในการขับขี่อย่างปลอดภัย ในทุกสภาพอากาศมาฝากผู้อ่านกันค่ะ

1.ตรวจเช็คสภาพรถเสมอ

คุณควรตรวจเช็คทุกๆ ส่วน โดยเฉพาะดอกยางรถ ยางใบปัดน้ำฝน ระดับน้ำหม้อพักฉีดกระจก ไฟหน้า ไฟตัดหมอก ไฟเลี้ยว และผ้าเบรก ว่าสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ เพื่อเตรียมรถให้พร้อมใช้งานแม้ในวันที่ฝนตก และทุกสภาวะถนน

2.ลดความเร็วในการขับขี่

โดยปกติเราไม่ควรขับรถเกินความเร็วมาตรฐานอยู่แล้ว และควรลดความเร็วลงอีกในขณะที่ฝนตก เนื่องจากจะช่วยให้ระยะในการเบรกยาวขึ้น เพราะพื้นถนนที่เปียกจะทำให้ลื่นและอันตราย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเหินน้ำได้อีกด้วย

3.หลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วม

การที่ฝนตกหนักหรือตกเป็นเวลานาน อาจทำให้น้ำท่วมถนนได้ และเมื่อน้ำท่วมถนน คุณก็จะคาดเดาไม่ได้ว่าน้ำท่วมสูงแค่ไหน ซึ่งอันตรายต่อรถ เพราะเราไม่ทราบว่าสภาพพื้นถนนที่เรากำลังขับขี่อยู่เป็นอย่างไร และหากน้ำเข้าท่อไอเสียและเครื่องยนต์ ก็จะทำให้รถยนต์ของคุณดับกลางคันด้วย

4.ขับช้าๆ แม้ฝนหยุดตกแล้ว

หลังจากฝนตก จะมีคราบน้ำมันที่ตกค้างบนพื้นถนนก่อตัวขึ้นมาใหม่ ทำให้พื้นถนนลื่นยิ่งขึ้น ซึ่งคราบน้ำมันจากรถยนต์จะมีมากบริเวณสี่แยกหรือไฟจราจร เพราะฉะนั้น คุณยังคงต้องขับรถอย่างระมัดระวังแม้ฝนหยุดตกแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการลื่นไถลบนพื้นถนนนั่นเอง

5.อย่าลืมเปิดไฟหน้ารถ

เมื่อต้องขับรถในช่วงกลางคืน การเปิดไฟหน้ารถคือสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้คุณมองเห็นได้ชัดเจน และรถคันอื่นๆ จะได้มองเห็นรถคุณด้วย และหากต้องขับขี่บนถนนลูกรังหรือเส้นทางเปลี่ยว อย่าลืมเปิดไฟสูงขณะขับขี่และลดไฟต่ำลงเมื่อมีรถขับสวนมา

6.ไม่ขับขี่เมื่อมีอาการง่วงหรือมึนเมา

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การขับขี่ในช่วงกลางคืนอันตรายกว่ากลางวัน คือ ผู้ขับขี่มีอาการง่วงหรือมึนเมา ซึ่งผู้ขับขี่เหล่านี้มักจะละเมิดกฏจราจร บางครั้งถึงขั้นเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดสัญญาณไฟ! ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากอุบัติเหตุในช่วงกลางคืนได้ ก็คือ หากเห็นรถยนต์คันอื่นมีท่าทีการขับขี่ที่อันตราย คุณควรเว้นระยะห่างจากรถยนต์คันดังกล่าวและขับให้ช้าลง

และที่สำคัญก็คือ คุณไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในขณะขับขี่ซะเอง ถ้าหากมีอาการง่วงหรืองัวเงีย ก็ควรจอดแวะพักที่ปั๊ม ล้างหน้าล้างตาหรือนอนพักสักหน่อย แล้วตั้งสติก่อนสตาร์ท หากปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ ก็จะปลอดภัยทั้งคนทั้งรถอย่างแน่นอนค่ะ

ฮวงจุ้ย

เคล็ดลับปรับฮวงจุ้ยรถยนต์ เสริมมงคลให้กับชีวิต

แม้ในปัจจุบันประเทศไทยจะปรับประเทศไปเป็นสังคมยุค 4.0 แล้ว แต่เรื่อง “ฮวงจุ้ย” ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่หลายๆ คนให้ความสนใจ เพราะเชื่อว่า ฮวงจุ้ย สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเสริมมงคลให้แก่ชีวิต นอกจากฮวงจุ้ยเรื่องบ้านและคอนโดที่เราเห็นกันบ่อยๆ แล้ว ยังมีการปรับ “ฮวงจุ้ยรถยนต์” ที่สามารถช่วยเสริมให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้

วันนี้ Carro มีเคล็ดลับการปรับแต่งรถ และการเสริมฮวงจุ้ยให้รถ เพื่อเพิ่มสิริมงคลในทุกการขับขี่ของคุณ

ฮวงจุ้ย, รถยนต์, เสริมมงคล, เช็กดวง, ดวง, สิริมงคล

1. สีของรถ

ในการเลือกสีรถ คนส่วนใหญ่จะเลือกสีที่ชอบ ยิ่งถ้าตรงตามหลักฮวงจุ้ย ก็จะยิ่งหนุนดวงชะตาในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องโชคลาภ, งาน, ค้าขาย ส่วนรถสีอะไร จะถูกโฉลกกับคนเกิดวันไหน มีดังนี้

คนเกิดวันอาทิตย์ สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก สีแดง เสริมราศี มีโชค คนรักใคร่ มีอำนาจวาสนา สีดำ เสริมความน่าเคารพนับถือ การเงินคล่อง สีขาว แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ

คนเกิดวันจันทร์ สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก สีส้ม สีเหลือง ช่วยเสริมดวงเรื่องการเงิน ทรัพย์สิน ความมั่นคง หากใครที่ค้าขาย ควรเลือก สีเปลือกมังคุด ส่งเสริมการค้า สีเขียว  เสริมพลัง เกียรติยศ ชื่อเสียง เจริญในหน้าที่การงาน

คนเกิดวันอังคาร สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมวาสนา บารมี มีโชคลาภ ต้องสีน้ำเงิน ขณะที่ สีดำ เพิ่มพลังอำนาจ  เกียรติยศ ชื่อเสียงให้คนยำเกรง

คนเกิดวันพุธ สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก คือ สีเปลือกมังคุด จะได้รับการอุปถัมภ์จากผู้ใหญ่ หรืออยากไร้คู่แข่งในการทำงาน ควรเลือก สีน้ำเงิน

คนเกิดวันพฤหัสบดี สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก คือ สีขาว เสริมดวงให้คนเคารพนับถือ สีแดง  เสริมดวงด้านความปลอดภัย

คนเกิดวันศุกร์ สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก สีแดง สีบรอนซ์ทอง  เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน หรืออยากมีคนอุปถัมภ์ค้ำชู เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน ควรเลือก สีเหลือง

คนเกิดวันเสาร์ สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก สีแดง เสริมเรื่องเครดิตดี คนยอมรับเชื่อถือ ค้าขายคล่อง กำไรดี  สีชมพู  ประสบผลสำเร็จเรื่องการค้า ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเจ้านาย

 

2. กลิ่น “น้ำหอม” รถยนต์

ก็เสริมพลังชีวิตได้เช่นกัน เพราะกลิ่นนั้นสามารถช่วยกระตุ้นพลังแห่งความสดชื่นได้ เพียงแค่เลือกกลิ่นให้ตรงกับคุณ เริ่มจาก

ราศีเมษ เหมาะกับกลิ่นคาร์เนชั่น ช่วยให้มีความรู้สึกสงบ ใจเย็น ดับนิสัยของคุณที่เป็นคนใจร้อน ช่วยให้คนที่นั่งรถมาด้วยรู้สึกปลอดภัย

ราศีพฤษภ เหมาะกับน้ำหอมกลิ่นธรรมชาติอย่างดอกไม้ ใบไม้ ทุ่งหญ้าจะเวิร์คที่สุด เพราะชาวพฤษภมักจะเป็นคนเจ้าระเบียบ และดื้อรั้น จึงต้องหากลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ แถมชาวพฤษภยังจมูกไวต่อกลิ่นมาก จึงไม่เหมาะกับน้ำหอมกลิ่นฉุนๆ อย่างแนวกำยานหรืออำพัน

ราศีเมถุน เหมาะกับกลิ่นดอกไม้นำแล้วตามด้วยซิตรัสหรือผลไม้เบาๆ ให้ความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

ราศีกรกฎ เป็นราศีที่หงุดหงิดง่าย แนะนำให้หาน้ำหอมที่ทำให้จิตใจเบิกบานและใจเย็นเข้าไว้  บอกเลยว่าน้ำหอมกลิ่นผู้หญิงจ๋าๆ จะเริดที่สุด ประเภทที่มีส่วนผสมของกุหลาบ พีโอนี มะลิ หรือดอกไม้หวานๆ จะเวิร์คมาก

ราศีสิงห์ ด้วยความเนี้ยบและลุคแบบผู้นำ จึงทำให้คนไม่ค่อยกล้าเข้าหา แนะนำกลิ่นเซ็กซี่นิดๆ อมหวานหน่อยๆ ให้คนอยู่ใกล้ผ่อนคลายมากขึ้น เหมาะกับกลิ่นแนวดอกไม้และเปลือกไม้ เช่น กลิ่นกระดังงา แพชชูลี่

ราศีกันย์ เหมาะกับน้ำหอมแนวกลิ่นเย็นๆ หรือบางเบาสบายๆ ที่สำคัญต้อง “ไม่มี” ส่วนผสมของซิตรัสที่มาคอยกระตุ้นความตื่นตัว จะช่วยปรับเรื่องอารมณ์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ให้ดีขึ้น เช่น กลิ่นแอลมอนด์ กลิ่นวานิลลา กลิ่นแอมเบอร์และวู้ด

ราศีตุลย์ น้ำหอมที่เหมาะเป็นกลิ่นลึกลับน่าค้นหา ประเภทกลิ่นสมุนไพร กำยาน ไม้ หรืออำพันเพราะจะช่วยให้คุณจิตใจสงบขึ้น เช่น กลิ่นวู้ดดี้ แอมเบอร์ กลิ่นดอกลิลลี่

ราศีพิจิก โบกมือลากลิ่นหวานๆ หรือกลิ่นอ่อนๆ ไร้เดียงสาไปได้เลย กลิ่นน้ำหอมตามราศีนี้ ควรเป็นแนวอบอุ่นและเซ็กซี่ ช่วยเติมเสน่ห์ให้คนอยากค้นหามากขึ้น เช่น กลิ้มส้ม เกรปฟรุต ซิตรัส

ราศีธนู เหมาะกับกลิ่นดอกไม้ที่ช่วยอัพความสดใสให้ตัวเองและคนข้างๆ จะเพอร์เฟ็กต์ที่สุด เช่น กลิ่นกุหลาบ มะลิ ทับทิม ราสเบอร์รี่

ราศีมังกร ชาวราศรีมังกรเป็นคนเรียบง่าย สบายๆ ไม่ต้องการความหวือหวา เหมาะกับกลิ่นผลไม้จำพวก ลูกแพร์ ลิลลี่ ส้ม มะกรูด เพิ่มความสดชื่นสักเล็กน้อยก็เพียงพอ

ราศีกุมภ์ กลิ่นหอมแนวสปอร์ตถูกใจชาวราศีนี้ที่สุด! เนื่องจากใช้แล้วจะรู้สึกสบายใจ ใจเย็นลง หรือจะแนวกลิ่นที่ผสมผสานกับซีตรัสให้อมเปรี้ยวนิดๆ หรือกลิ่นชาเขียว ก็เรียกความสดชื่นยามเหนื่อยล้าได้ดี

ราศีมีน กลิ่นน้ำหอมออกแนวหวานๆ ได้นิดหน่อย แต่อย่ามากจนเลี่ยน อาจจะเป็นแนวฟรุตตี้เบาๆก็โอเค เพราะจะช่วยให้จิตใจเบิกบาน อารมณ์จะได้ไม่เปลี่ยนไว จนคนข้างๆ ตามไม่ทัน

 

3. พระวัดดังและเครื่องรางต่างๆ

ความเชื่อเป็นสิ่งที่อยู่ควบคู่กับคนไทยมาช้านาน จึงไม่แปลกที่หลายคนนิยมนำทั้งพระ เทพ เทวาต่างๆ และเครื่องรางของขลังมาไว้ที่หน้ารถ  ซึ่งก็ควรจะวางไว้ที่ “ตำแหน่ง” ที่เหมาะสม ไม่รกจนบดบังทัศนียภาพการขับขี่ จึงจะเป็นการเสริมฮวงจุ้ยได้อย่างถูกต้อง

 

4. เลขทะเบียนรถ

เนื่องจากโหราศาสตร์ ถือว่าเป็นศาสตร์การพยากรณ์เก่าแก่ โดยการพยากรณ์ทั้งหลาย ต้องอาศัยตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับตัวของเรา ทั้งตัวเลข วัน เดือน ปีเกิด ไปจนถึงเรื่องของเลขทะเบียนรถด้วย และด้วยความเชื่อนี้เองที่ทำให้เจ้าของรถหลายคนพยายามหาเลขทะเบียนรถยนต์เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต เช่น

คนเกิดปีชวดและกุน ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 1 7 3 และ 4

คนเกิดปีขาลและเถาะ ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 3 4 1 และ 9

คนเกิดปีมะเส็งและมะเมีย ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 9 3 4 2 5  และ 8

คนเกิดปีวอกและระกา ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 6 7 2 5 8 และ 1

คนเกิดปีฉลู มะโรง มะแม และจอ ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 2 5 8 9 6  และ 7

แต่หากใครอยากรู้ลึก รู้จริง ก็ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จึงจะช่วยให้เข้าใจหลักฮวงจุ้ยรถยนต์และปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

ฮวงจุ้ย, รถยนต์, เสริมมงคล, เช็กดวง, ดวง, สิริมงคล

และนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการปรับ “ฮวงจุ้ย” ให้รถยนต์ของคุณ ซึ่งหากคุณทำถูกหลักก็จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมพลังด้านบวกให้แก่รถของคุณได้ แต่คุณก็อย่าลืมที่จะมีสติ ไม่ประมาทในการขับขี่ควบคู่ไปด้วย แล้ว “ฮวงจุ้ย” จึงจะช่วยเสริมให้ชีวิตของคุณดีขึ้นในทุกๆ ด้าน และปลอดภัยทุกการเดินทางค่ะ

ดับกลิ่น “ทุเรียน” ในรถอย่างไรให้ได้ผล?

ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลของทุเรียน เราจึงเริ่มเห็นทุเรียนตามท้องตลาด ตามสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ซึ่งทำให้ทุเรียนเลิฟเวอร์หลายคนทนไม่ไหว ต้องขับรถออกไปซื้อกันเลยทีเดียว แต่หลายคนก็เกิดอาการเซ็งเพราะไม่ชอบ “กลิ่น” ของทุเรียนที่รุนแรงและกำจัดได้ยาก ยิ่งถ้ากลิ่นติดอยู่ในรถยิ่งพาให้ปวดหัว ในวันนี้ Carro จึงมีวิธีที่จะช่วยดับกลิ่นทุเรียนในมาฝากผู้อ่านกัน


1. กาแฟ

ไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรือสำเร็จรูป หรือเป็นกากกาแฟยิ่งดี (ขอได้ตามร้านกาแฟสดทั่วไป)  นำมาใส่ในกล่อง ไม่ต้องปิดฝา แล้วใส่ไว้ในรถ ประมาณ 2-3 วัน กาแฟจะช่วยดูดกลิ่นให้จางหายไป



2. ถ่านหุงข้าว

ทุเรียน-2-100

ถ่านหุงข้าว นับว่าเป็นวัตถุดิบที่ให้ประสิทธิภาพในการดับกลิ่นได้ดี เพียงนำถ่านสัก 3-4 ก้อน นำใส่กระป๋องแล้วใส่ไว้ในรถ ในตู้เย็น หรือในบ้านก็ได้ ถ่านจะช่วยลดกลิ่นทุเรียนได้ภายใน 2-3 วัน

 

3. ใบชา, ถุงชา

ทุเรียน3-100

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีฤทธิ์ช่วยสะกดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้ดีมาก เพียงใส่ใบชาลงไปในซองหรือกล่องพลาสติกเจาะรู หรือใช้ถุงชาที่ใช้แล้วก็ได้ ยิ่งใช้หลายๆ ซองยิ่งได้ผลไวขึ้น นำไปวางไว้ในรถ ทิ้งไว้สักพักหรือสัก 1 วัน จะช่วยบรรเทากลิ่นทุเรียนได้อย่างดี


4. ใบเตย

ทุเรียน4-100

คุณสามารถไปซื้อใบเตยที่พับเป็นดอกให้แล้วจากตลาด หรือถ้าที่บ้านมีต้นใบเตยก็เด็ดมาล้าง แล้วเอาพับหรือม้วนเป็นช่อ แล้ววางไว้ในรถ เพียง 1-2 วัน ก็จะไม่มีกลิ่นกวนใจในรถหลงเหลืออยู่

 

และนี่ก็คือวิธีดับกลิ่นทุเรียนอย่างง่ายๆ ที่ปลอดภัยต่อรถและสุขภาพ เพราะใช้แต่วัตถุดิบจากธรรมชาติมาช่วยดับกลิ่น ไร้สารเคมีตกค้างในรถอย่างแน่นอน หรือถ้าหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก่อนนำทุเรียนขึ้นรถ ควรนำทุเรียนใส่กล่องมีฝาปิดมิดชิด หรือใส่ถุง 2 ชั้น แล้วปิดปากถุงอย่างแน่นหนา ก็จะช่วยไม่ให้กลิ่นกระจายไปทั่วรถได้ในระดับนึงค่ะ

นอนในรถ

นอนในรถ อาจตายได้อันตรายจากก๊าซพิษ!
ควรดับเครื่องยนต์ก่อนนอน

สำหรับคนที่ขับรถอยู่ทุกวัน คงจะมีบางครั้งที่คุณรู้สึกง่วงจนต้องแวะเข้าปั้มเพื่อล้างหน้าล้างตาและหากาแฟดื่ม หรือบางคนที่ง่วงจริงๆ ก็ถึงขั้นนอนในรถกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรที่คุณจะนอนในรถ เพราะถ้าคุณง่วงมากๆ แล้วฝืนขับรถต่อไป ก็อาจจะ “หลับใน” จนเกิดอันตรายได้

นอนในรถเครดิตรูป : www.trthaber.com

แต่ “การนอนในรถ” ถ้านอนผิดวิธี ก็อันตรายไม่แพ้หลับในเช่นกัน! เนื่องจากการสตาร์ตเครื่องยนต์และเปิดแอร์ทิ้งไว้ เครื่องยนต์จะปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษออกมาในขณะที่รถยนต์จอดอยู่กับที่ และระบบแอร์ก็จะดูดอากาศจากด้านนอกเข้ามาในรถตอนเราหลับ เท่ากับว่าตอนนั้นเรากำลังสูดควันพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไป

แรกเริ่มจะทำให้มีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย อาเจียน เมื่อได้รับปริมาณมาก ก็จะไม่รู้สึกตัว ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด เพราะร่างกายขาดออกซิเจนนั่นเอง เห็นหรือยังว่า “การนอนในรถ” ถ้านอนสุ่มสี่สุ่มห้ามันอันตรายกว่าที่คุณคิด

ด้วยความเป็นห่วงจาก Carro ในบทความนี้ เราจึงรวบรวมวิธี “การนอนในรถ” อย่างถูกต้อง เมื่อคุณจำเป็นต้องพักหรือนอนในรถจริงๆ เท่านั้น (รู้แล้วบอกต่อจะดีมาก)

 

1.เลือกทำเลที่จอด : เลือกที่จอดรถที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางทางจราจร ไม่อันตราย มีพื้นที่จอดอย่างเหมาะสม ไม่ติดร่องน้ำหรือคูคลองมากเกินไป ตรงนั้นต้องไม่มีเครื่องจักรทำงาน โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่จอดต้องไม่เปลี่ยว มีแสงสว่างเพียงพอ

 

2.ห้ามเปิดแอร์ : เพราะก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จะเข้าไปแทนที่ก๊าซออกซิเจนในรถ ทำให้เราเสียชีวิตได้ แต่ถ้าเป็นตอนรถวิ่งเปิดแอร์ได้ปกติ เพราะมีอากาศหมุนเวียนตลอดเวลา

 

3.ลดกระจกลง : ลดกระจกลงเล็กน้อย ถ้าอยู่ในที่ไม่คุ้นเคย แต่ถ้าบริเวณนั้นปลอดภัยก็เปิดกระจกได้เต็มที่ หรือเปิดประตูให้ลมผ่านเข้าตลอดเลยก็ยังได้

 

4.ล็อครถให้ดี : สำหรับที่ที่ไม่ปลอดภัย หรือไม่คุ้นเคย ก่อนที่คุณจะนอน คุณจะต้องตรวจสอบความปลอดภัยว่าล็อกรถดีหรือยัง เพราะอาจถูกชิงทรัพย์หรือขโมยทรัพย์สินได้

5.เปิดพัดลม แต่ไม่ต้องเปิดแอร์ : พัดลมจากแอร์สามารถเปิดได้ แม้ไม่เปิดแอร์ แค่คุณบิดกุญแจเพื่อเปิดระบบไฟ เพื่อช่วยให้มีอากาศถ่ายเทในรถตลอดเวลา

 

ทั้งหมดนี้ ก็คือ 5 วิธีปฎิบัติง่ายๆ ที่คุณควรทำ “ก่อนจะนอนในรถ” เพื่อจะได้นอนพักอย่างปลอดภัย และขับขี่ต่อได้โดยไม่หลับใน และไม่เสี่ยงอันตรายกับก๊าซพิษค่ะ