CarroxGobear อ่านหนังสือในรถอย่างไร ให้ไม่เมารถ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เชื่อว่าหลายคนที่กำลังอ่านบทความอยู่ ณ ตอนนี้ คงรู้สึกเสียดายเวลาไปนั่งรถเที่ยวกับคนอื่นแล้วต้องนั่งเบื่ออยู่ในรถ เพราะไม่สามารถจะอ่านหนังสือในรถได้เลยเนื่องจากเป็นคนเมารถง่าย

หรือถ้าเพื่อนๆเป็นหนอนหนังสือตัวยงอยู่แล้ว ก็คงเสียดายเสียดายเวลาที่อยู่บนรถเอาอย่างมากเลยใช่ไหมล่ะค่ะ แทนที่จะได้อ่านหนังสือดีๆ หรือแม้แต่นักเรียนนักศึกษาที่กำลังต้องเข้าสอบ ก็อดใช้เวลาตรงนี้ไปให้คุ้มค่าเพราะกลัวว่าจะเมารถ

เพื่อนๆทราบไหมค่ะว่า ปัญหาการอ่านหนังสือในรถที่ทำให้เพื่อนๆเมารถนั้น เกิดจากการที่การทำงานของประสาทรับรู้การมองเห็นและสมองไม่ไปในทางเดียวกัน เพราะดวงตาของเพื่อนๆจะส่งสัญญาณบอกสมองเสมอว่าเพื่อนๆไม่ได้เคลื่อนไหว ซึ่งขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงที่ประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ ทั้งหูชั้นใน กล้ามเนื้อ และข้อต่อ ล้วนบอกว่าเพื่อนๆกำลังเคลื่อนไหวอยู่บนรถ ทำให้สมองเกิดอาการสับสนและคลื่นไส้จนเกิดเป็นอาการเมารถขึ้น

แต่ถ้าหากเพื่อนๆยังคงอยากอ่านหนังสือในรถ วันนี้เราได้พี่หมีจาก GoBear มาบอก 7 วิธีดีๆกันไม่ให้เพื่อนๆเมารถมาฝากกันค่ะ ไปดูกันเลย

 

1) อย่าจมกับหนังสือนานๆ

ถ้าหากเพื่อนๆอยากอ่านหนังสือในรถได้ ก็อย่าพยายามพุ่งสายตาหรือใช้สายตามากเกินไปเป็นระยะเวลานาน แต่ให้เพื่อนๆลองละสายตา จากหนังสือออกมาดูวิวข้างนอกบ้างทุกๆ 10-30 วินาที แล้วให้มองโฟกัสไปที่วัตถุนิ่งๆชิ้นใดชิ้นหนึ่งบนถนน จะช่วยปรับลักษณะการมองเห็นให้เข้ากับสิ่งที่ร่างกายรู้สึกได้

โดยเพื่อนๆสามารถถือหนังสือให้สูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับสายตา ก็จะช่วยลดอาการเมารถได้เช่นกัน หรือถ้าหากเริ่มรู้สึกเมารถระหว่างอ่านหนังสือในรถ ก็ให้จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างหลายๆนาทีเลย หรือจะหลับตาลงแล้วเอามือปิดตาเอาไว้ก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ

 

2) ลดความรู้สึกสั่นสะเทือนลง

หากเพื่อนๆอยากอ่านหนังสือในรถได้ ก็ให้ลองหาวิธีที่จะทำให้ร่างกายของเพื่อนๆรู้สึกไม่สั่นสะเทือนมาก เช่น การนั่งที่เบาะหน้าที่จะสั่นน้อยกว่าการนั่งที่เบาะหลัง เป็นการป้องกันอาการเมารถได้ดี การพิงศีรษะไปที่พนักของเบาะ เพื่อให้ศีรษะไม่เคลื่อนไหวมากนัก หรือการละสายตาไม่อ่านหนังสือเมื่อเพื่อนๆกำลังลงจากทางด่วนหรือจากสะพานที่รถเคลื่อนเร็วแบบวูบ

 

3) เปิดหน้าต่าง

หากเพื่อนๆอยากจะอ่านหนังสือในรถโดยไม่เมารถ ให้ลองเปิดหน้าต่างที่จะช่วยนำเอาอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกเข้ามาถ่ายเทและทำให้เพื่อนๆสดชื่นขึ้น แต่เพื่อนๆก็ต้องถือหนังสือดีๆหน่อยนะคะ ไม่งั้นหน้าที่อ่านอยู่ก็อาจจะปลิวไปหมดได้

CarroxGobear อ่านหนังสือในรถอย่างไร ให้ไม่เมารถ

4) ทานอาหารเพียงเบาๆก่อนขึ้นรถ

ถ้าเพื่อนๆอยากอ่านหนังสือในรถได้แบบไม่มีปัญหา ก็พยายามอย่าทานอะไรหนักๆก่อนขึ้นรถ โดยเฉพาะอาหารมัน อาหารเผ็ด หรือแอลกอฮอล์ เพราะการที่เพื่อนๆรู้สึกอิ่มมากจะยิ่งทำให้รู้สึกคลื่นไส้และอยากอาเจียนได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ หากเพื่อนๆไม่ยอมทานอะไรเลยก็ไม่ควรเช่นกันนะคะ ทำให้เมาได้เช่นกัน จึงควรทานแต่พอดีให้ไม่อิ่มจนเกินไป

 

5) ทานของขบเคี้ยว

เพื่อนๆสามารถทานของขบเคี้ยวที่ช่วยลดอาการเมารถระหว่างอ่านหนังสือในรถได้ เช่น แครกเกอร์แบบแห้ง ที่จะช่วยดูดซับกรดในกระเพาะบางส่วน ลูกอมแบบแข็งโดยเฉพาะลูกอมมินต์ และเครื่องดื่มประเภทคาร์บอเนตที่จะทำให้กระเพาะรู้สึกดีขึ้น และมีเกลือแร่ช่วยให้รู้สึกมึนงงน้อยลง

 

6) อยู่ให้ไกลบุหรี่

เพราะรถที่มีกลิ่นบุหรี่หรือหากมีผู้โดยสารสูบบุหรี่บนรถ กลิ่นนั้นๆจะยิ่งทำให้เพื่อนๆเมารถระหว่างอ่านหนังสือในรถ เพราะเมื่อเพื่อนๆเกิดอาการเมาขึ้นมา จะยิ่ง sensitive กับกลิ่นต่างๆมากขึ้นและยิ่งทำให้เพื่อนๆรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่นั่นเองค่ะ นอกจากบุหรี่แล้ว กลิ่นเหล่านี้ยังรวมไปถึงน้ำหอมปรับอากาศในรถด้วยนะคะ

CarroxGobear อ่านหนังสือในรถอย่างไร ให้ไม่เมารถ

7) ทานขิง

เป็นอีกวิธีธรรมชาติหนึ่งที่พี่หมีอยากให้ลอง นั่นก็คือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการรักษาอาการเมารถ นั่นคือขิง ที่มีฤทธิ์ช่วยขับลมและทำให้กระเพาะอาหารทำงานได้เป็นปกติ แม้จะยังไม่มีผลการวิจัยใดออกมาพิสูจน์ได้ว่าขิงจะช่วยลดอาการได้ แต่ก็คุ้มที่จะลองอยู่นะคะ โดยเพื่อนๆสามารถดื่มน้ำขิง, เต้าฮวย ขนมคุกกี้ขิง หรือของขบเคี้ยวที่มีขิงเป็นส่วนประกอบค่ะ

 

หวังว่าเคล็ดลับที่พี่หมีเอามาฝากจะช่วยให้เพื่อนๆลดอาการเมารถระหว่างอ่านหนังสือในรถกันได้บ้างนะคะ และนอกจากการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยระหว่างขับขี่แล้ว ก็อย่าลืมดูแลรถยนต์ของเพื่อนๆด้วยการทำประกันรถยนต์ติดเอาไว้ด้วยนะคะ โดยเพื่อนๆสามารถเข้ามาเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ได้ที่ GoBear.com/th เลยนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*