10-Japanese-Name-Cars-Long-Time

ในตลาดมีรถยนต์อยู่มากมายหลายรุ่น บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ต่างก็ระดมสมองกันคิดชื่อรุ่นรถใหม่ๆ ที่กำลังจะลงขายสู่ตลาดนั้นๆ โดยมากแล้ว มีความหมายมาจากภาษาลาตินบ้าง ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสบ้าง หรือภาษาญี่ปุ่น (แต่ออกเสียงเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษ) หรือเป็นการนำคำย่อของคำหลายๆ คำ มารวมกันก็มี

Toyota-LandCruiser-Head

บางรุ่น อาจใช้ชื่อเดียวกันทั่วโลก แต่บางรุ่น ก็เป็นชื่อใช้เฉพาะแค่ในประเทศนั้น หรือในย่านภูมิภาคนั้นเท่านั้น แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนโฉมตัวรถมาหลายครั้ง ในรอบหลายสิบปี โดยที่ชื่อรุ่นเดิม ก็ยังคงขายได้อยู่ …

ในวาระปี 2020 นี้ MR.CARRO ขอนำเสนอ 10 ชื่อรุ่นของรถญี่ปุ่น ที่ผลิตขายกันมานานแสนนานครับ

Toyota-Land-Cruiser-200

1. Toyota Land Cruiser : 1951 – ปัจจุบัน

Toyota Land Cruiser (โตโยต้า แลนด์ ครุยเซอร์) ถือเป็นชื่อรุ่นรถของ Toyota ที่มีอายุยาวนานที่สุดในตลาดและในบรรดารถญี่ปุ่นทั้งหมด โดนชื่อรุ่นนั้นมีความหมายตรงตัวจากภาษาอังกฤษ นั่นคือ “รถลาดตระเวนภาคพื้น” หรือ “นักเดินทางภาคพื้นดิน” เป็นรถที่ถือกำเนิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด เพื่อใช้ในกิจการทหาร และใช้ในหน่วยงานรัฐต่างๆ เพื่อฟื้นฟูประเทศจากภายหลังสงคราม ก่อนจะผลิตขายแบบเชิงพาณิชย์

จากความคิดรถยนต์เพื่อการทหารใช้ ในปี 1950 ก้าวสู่รถของจริงในปี 1951 มีชื่อว่า “Toyota BJ” จนมาใช้ชื่อ “Land Cruiser” เมื่อปี 1954 ตามความเห็นของ Hanji Umehara และถูกส่งเข้าไปขายในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในปี 1957 และถือเป็นชื่อรุ่นรถยนต์ที่ใช้ในการทำตลาดต่อเนื่องนานที่สุดของ Toyota และสร้างชื่อเสียงให้กับโตโยต้ามานาน โดยอยู่ในตลาดมานานถึง 69 ปี

Toyota-ToyoAce

2. Toyota ToyoAce : 1954 – ปัจจุบัน

Toyota ToyoAce (โตโยต้า โตโยเอช) ถือเป็นรถบรรทุกรุ่นเก่าแก่ที่สุดของโตโยต้า และเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของรถ Toyota ทุกรุ่น รวมถึงเป็นรถบรรทุกรุ่นแรก ที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด (โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในปัจจุบัน) นำเข้ามาขายในไทย

ToyoAce ออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน 1954 ในชื่อ “Toyopet Light Truck SKB” โดยคำว่า “ToyoAce” มาจากการประกวดในปี 1956 และเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น “ToyoAce” (ความหมายประมาณว่า “รถบรรทุกคันเก่ง ของโตโยต้า”) ในเดือนกรกฎาคม 1956 ผลิตออกจำหน่ายมาแล้วมากถึง 8 เจเนอเรชั่น

โดยในปัจจุบัน มีให้เลือกทั้งแบบ 4 ล้อ และ 6 ล้อ (1 ตัน และ 2 ตัน) และรุ่นแวน, รุ่น 2 ประตู, รุ่น 4 ประตู, รุ่น Hybrid รวมถึงเป็นคู่แฝดกับ Daihatsu Delta (เลิกผลิตไปแล้ว) และ Hino Dutro อีกด้วย ใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 66 ปี

Toyota-Crown

3. Toyota Crown : 1955 – ปัจจุบัน

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) ชื่อรุ่นมาจากภาษาอังกฤษที่แปลว่า “มงกุฏ” ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นรถยนต์ขนาดกลาง ในรุ่นแรกเปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 1955 และถูกส่งเข้าไปขายในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในปี 1957 พอตั้งแต่รุ่นที่ 2 มา จึงขยับตัวขึ้นมาเป็นรถขนาดใหญ่ และแตกไลน์ออกมาอีกหลายรุ่นย่อย อาทิ Crown Comfort, Crown Royal Series, Crown Hybrid, Crown Athlete หรือ Crown Majesta เป็นต้น

แต่ต่อมา Crown ก็ปรับภาพลักษณ์ตัวเอง ฉีกความอนุรักษ์นิยมทิ้งหมด นับตั้งแต่เจนเนอเรชั่นที่ 15 ในรูปแบบรถสปอร์ตหรู บนโครงสร้าง Toyota New Global Architecture (TNGA) ในตอนนี้

ซึ่งในอดีต Toyota Crown ในไทยก็มีทั้งประกอบขายและนำเข้ามาจำหน่าย แม้ว่าในปัจจุบัน จะไม่ได้นำเข้ามาขายแล้ว (โดยมีรถยนต์ในแบรนด์ Lexus ส่งออกไปทั่วโลกทำตลาดแทน) Toyota Crown จึงมีขายแค่ในญี่ปุ่น กับแถบเอเชียบางประเทศเท่านั้น โดยใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 65 ปี

Nissan-Skyline

4. Nissan Skyline : 1957 – ปัจจุบัน

Nissan Skyline (นิสสัน สกายไลน์) เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับ “เส้นขอบฟ้า” อันโด่งดังจากค่ายนิสสัน เดิมนั้นคือ “Prince Skyline” ถือกำเนิดโดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อ “Prince” (ภายหลังในปี 1966 ถูกควบรวมกิจการกับ นิสสัน มอเตอร์) เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่

ช่วงหนึ่ง (ตั้งแต่รุ่น S50 มาถึงจนถึง R34) เริ่มใส่เครื่องยนต์พลังแรงจนเป็นที่ชื่นชอบหรือเหล่านักซิ่งมากๆ และรุ่นแรงพิเศษในรหัส “GT-R” ก่อนจะปรับรูปแบบไปเป็นรถหรูขนาดกลาง พร้อมพ่วงแบรนด์ “Infiniti” (อินฟินิตี้) เพื่อขายในต่างประเทศ ตั้งแต่โฉมรหัส V35 เป็นต้นมา โดยนิสสัน ใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 63 ปี

Toyota-Dyna

5. Toyota Dyna : 1959 – ปัจจุบัน

Toyota Dyna (โตโยต้า ไดน่า) ถือเป็นรถบรรทุกรุ่นเก่าแก่ที่สุดของโตโยต้า รองลงมาจาก ToyoAce เริ่มแรกใช้ชื่อ “Toyopet Route Truck” มาตั้งแต่ปี 1956 ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Dyna ในปี 1959 ซึ่งคำว่า “Dyna” เป็นคำย่อจากคำเต็ม “Dynamic” ที่แปลว่า พลวัต, เคลื่อนที่ หรือ มีพลัง ผลิตออกจำหน่ายมาแล้วมากถึง 8 เจเนอเรชั่น มีรูปแบบตัวรถที่เหมือนกันกับ ToyoAce เพียงแต่ใช้ชื่อให้แตกต่าง หรือจำหน่ายกันคนละเครือข่ายจำหน่าย

โดยในปัจจุบัน มีให้เลือกทั้งแบบ 4 ล้อ และ 6 ล้อ (1 ตัน และ 2 ตัน) และรุ่นแวน, รุ่น 2 ประตู, รุ่น 4 ประตู, รุ่น Hybrid รวมถึงเป็นคู่แฝดกับ Daihatsu Delta (เลิกผลิตไปแล้ว) และ Hino Dutro อีกด้วย ใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 61 ปี

Daihatsu-Hijet

6. Daihatsu Hijet : 1960 – ปัจจุบัน

Daihatsu Hijet (ไดฮัทสุ ไฮเจ็ท) รถบรรทุกขนาดเล็กแบบ K-Car ที่เก่าแก่ที่สุดในตลาดญี่ปุ่น ผลงานจาก ไดฮัทสุ สำหรับการตั้งชื่อ “Hijet” นั้น ใช้หลักการตั้งชื่อรถแบบเดียวกับของโตโยต้า ที่มี “-Jet” ต่อท้ายนั่นเอง ผลิตขายออกมากันจนถึง 10 เจเนอเรชั่น (ซึ่งแตกไลน์ออกไปเป็น Hijet Truck สำหรับรุ่นกระบะขนของ และ Hijet Cargo สำหรับรุ่นรถตู้ขนของ) ในบ้านเรามีพบเห็นได้มากมาย ไม่ว่าจะทั้งรถกระป๊อที่รับ-ส่ง คน ตามซอยหรือถนนต่างๆ รวมไปถึงรถจดประกอบ ที่นำเข้ามาภายหลัง

ซึ่งเป็นรถอีกรุ่นหนึ่งของ Daihatsu ที่ประสบความสำเร็จและรู้จักไปทั่วโลก โดยในญี่ปุ่นนั้นใช้เครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี ตามกฎของรถ K-Car แต่ถ้าหากเป็นรุ่นที่ส่งออกไปต่างประเทศ ในอดีตมักใช้เครื่องยนต์ขนาด 850 ซีซี หรือ 1,000 ซีซี ตามลำดับ ไดฮัทสุ ใช้ชื่อรุ่นนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 60 ปี

Suzuki-Carry-JDM

7. Suzuki Carry : 1961 – ปัจจุบัน

Suzuki Carry (ซูซูกิ แคร์รี่) รถบรรทุกขนาดเล็กแบบ K-Car ที่เก่าแก่เป็นอันดับที่ 2 ในตลาดญี่ปุ่น ผลิตขายออกมากันจนถึง 11 เจเนอเรชั่น ตั้งแต่ในชื่อ “Suzulight” ในบ้านเรามีพบเห็นได้มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะทั้งรถกระป๊อที่รับ-ส่ง คน ตามซอยหรือถนนต่างๆ รวมไปถึงรถจดประกอบ ที่นำเข้ามาภายหลัง ซึ่งต่างไปจาก Suzuki Carry ที่ผลิตขายในบ้านเรามาหลายปีแล้ว ที่เป็นรถขนาดใหญ่กว่า (เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร) แต่ชื่อเดียวกัน และตอนนี้กำลังรุกตลาดรถฟู้ดทรัคอยู่ในขณะนี้

ซูซูกิ แครรี่ ปัจจุบันมีเพียงเวอร์ชั่นกระบะบรรทุกอย่างเดียว ในส่วนของรุ่นแวนขนของ ได้แยกออกไปชื่อรุ่นว่า Every แทน โดยซูซูกิ ใช้ชื่อรุ่นนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 59 ปี

Mazda-Familia-Van

8. Mazda Familia : 1963 – ปัจจุบัน

Mazda Familia (มาสด้า แฟมิเลีย) รถเก๋งรุ่นแรกของมาสด้า เปิดตัวรุ่นแรกเมื่อเดือน ตุลาคม 1963 ชื่อรุ่นมาจากคำว่า “Family” (หรือ “Familia” ในภาษาสเปน) แปลว่า “ครอบครัว” (ในส่วนของเวอร์ชั่นส่งออก เริ่มใช้ชื่อว่า “Mazda 323” ตั้งแต่ในรุ่นที่ 3) สมัยก่อน บริษัท กมลสุโกศล จำกัด (ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประเทศไทย ในอดีต) มีทั้งนำเข้าและประกอบรถรถรุ่นนี้ขาย ที่โด่งดังสุดเห็นทีจะหนีไม่พ้น “มาสด้า แฟมิเลีย กระบะ” ที่ขายกันมาอย่างยาวนานถึง 20 กว่าปีได้

ผลิตขายมาแล้วถึง 8 เจเนอเรชั่น จนในที่สุด มาสด้า ก็เปลี่ยนชื่อรุ่นจาก Mazda Familia ไปเป็น Mazda Axela (หรือ Mazda3 ในเวอร์ชั่นตลาดโลก) ในปี 2004

แต่ทว่า … รถรุ่นนี้ มาสด้ายังมีใช้ชื่อ “Familia” ขายอยู่ครับ (หลายท่านอย่าเพิ่งคิดว่า ชื่อรุ่นนี้ มาสด้าไม่มีผลิตขายแล้ว) โดยเหลือแค่เพียง “Familia Van” เวอร์ชั่นรถแวนสำหรับใช้เชิงพาณิชย์ จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น (โดยตัวรถนั้น แชร์ร่วมกันระหว่าง Toyota Succeed/Probox) โดยชื่อนี้ใช้ในตลาดมานานถึง 57 ปี

Mazda-Bongo-Van

9. Mazda Bongo : 1966 – ปัจจุบัน

Mazda Bongo (มาสด้า บองโก้) ถือเป็นรถตู้ของมาสด้า ที่ใชชื่อนี้ในตลาดมายาวนานที่สุด นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือน พฤษภาคม 1966 รวมถึงสมัยที่บริษัท กมลสุโกศล จำกัด (ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประเทศไทย ในอดีต) เคยสั่งรถตู้รุ่นนี้เข้ามาขายด้วย

ผลิตขายมาแล้วถึง 4 เจเนอเรชั่น โดยที่แต่ละเจเนอเรชั่นนั้น ก็มีอายุในตลาดยาวนานไม่ใช่ย่อย โดย Bongo ปัจจุบันเป็นชื่อที่ใช้แค่ในญี่ปุ่น และขายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น (รุ่นส่งออกในอดีต ใช้ชื่อว่า “E-Series”) โดยชื่อนี้ใช้มานานถึง 54 ปี

Toyota-Corolla-Altis-Hybrid

10. Toyota Corolla : 1966 – ปัจจุบัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) รุ่นที่ขายดีที่สุดของโตโยต้า นับตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในเดือนตุลาคม 1966 คำว่า “Corolla” แปลว่า กลีบดอกไม้ เป็นรถโตโยต้ารุ่นที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านการขายและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

ในบ้านเรานำเข้ามาขายกันตั้งแต่รุ่นแรก และภายหลังจึงประกอบขายในประเทศจวบจนปัจจุบัน ในชื่อ Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) ที่ปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะแท็กซี่ และความทนทาน อึด ซ่อมง่าย ราคาขายต่อดีกว่ารถรุ่นอื่น ใช้ชื่อนี้อยู่ในตลาดมานานถึง 54 ปี

2 อันนี้แถมให้ …

Toyota-Hiace

11. Toyota Hiace : 1967 – ปัจจุบัน

Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) รถตู้ที่ได้ชื่อว่า ขายดีที่สุดของโตโยต้า ในยุคแรกๆ ที่ออกมา ใช้ชื่อว่า “Hi-Ace” (สังเกตนะครับว่า สมัยก่อนยังมีขีดตรงกลางอยู่) เปิดตัวกันครั้งแรกในเดือนตุลาคม 1967 ผลิตและจำหน่ายส่งออกไปทั่วโลก พร้อมขายลิขสิทธิ์ในบริษัทรถในประเทศจีนไปผลิตด้วย และแตกไลน์ออกไปเป็นอีกหลายรุ่น ตั้งแต่ในอดีต (อาทิเช่น Commuter, Vertury หรือ RegiusAce เป็นต้น)

มีให้เลือกทั้งแบบรถตู้ทึบขนของ รถตู้นั่ง รถตู้นั่งแบบหรู หรือรถเพื่อการใช้งานเฉพาะ เช่น รถพยาบาล รถตำรวจ เป็นต้น (อ่อ ยุคแรกมีแบบกระบะบรรทุกด้วยครับ) ผลิตขายมาแล้วถึง 5 เจเนอเรชั่น โดยที่แต่ละเจเนอเรชั่นนั้น ก็มีอายุในตลาดยาวนานไม่ใช่ย่อย โดยชื่อนี้ใช้มานานถึง 53 ปี

Toyota-Century

12. Toyota Century : 1967 – ปัจจุบัน

Toyota Century (โตโยต้า เซ็นจูรี่) ถือเป็นรถเรือธงของโตโยต้า นับตั้งแต่ปี 1967 – ปัจจุบัน ที่สุดของความหรูหราในแบบฉบับญี่ปุ่น และถือเป็นสัญลักษณ์ของรถสุดหรูของญี่ปุ่นอีกหนึ่งรุ่น ชื่อรุ่นมาจากภาษาอังกฤษ ที่แปลว่า “ศตวรรษ” (100 ปี ของ Sakichi Toyoda ผู้ก่อตั้งบริษัท Toyota) และประกอบรถรุ่นนี้ด้วยมือ

ออกจำหน่ายครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 1967 ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมกับปรับโฉมเล็กน้อยอีกหลายครั้ง และเปลี่ยนเครื่องยนต์ V8 เป็นขนาด 3.4 ลิตร และ 4.0 ลิตร กระทั่งในเดือนเมษายน 1997 จึงออกเจเนอเรชั่นที่ 2 มา อัดเทคโนโลยีอันทันสมัยอย่างเต็มที่ พร้อมใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.0 ลิตร และคงหน้าตาโบราณไว้เช่นเดิม

และในปัจจุบัน เจเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีความหรูหราใหญ่โตมากกว่าเดิม พร้อมใช้เครื่องยนต์ V8 แบบ Hybrid ขนาด 5.0 ลิตร 381 แรงม้า โดยชื่อนี้ใช้มานานถึง 53 ปี

และถ้าหากคุณคิดอยากจะขายรถด่วนๆ อย่าลืมเอารถมาขายกับ CARRO สิ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(สงวนลิขสิทธิ์)

Promotion-YarisAtiv

ติดตามโปรโมชั่นรถใหม่ ประจำเดือนกันยายน 2560 กับ CARRO Blog ได้ที่นี่

หลังจากผ่านงานของ BIG Motor Sale 2017 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา มีรถยนต์เปิดตัวใหม่ในงานหลายรุ่น อาทิเช่น Toyota Yaris Ativ ที่เปิดตัวครั้งแรกของโลก รวมไปถึง Chevrolet Trailblazer Z71 รุ่นท็อปใหม่ล่าสุด อีกทั้งยังมี Range Rover Velar ที่เอาใจเศรษฐีผู้ชอบรถ SUV สุดหรูราคาย่อมเยาว์จากอังกฤษ เป็นต้น

สำหรับในเดือนกันยายน เตรียมพบกับ Toyota Yaris Hatchback โฉมไมเนอร์เชนจ์ ในวันที่ 14 กันยายน

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ประจำเดือนกันยายน 2560 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Hilux-Revo-Promotion-8-2017

เครื่องยนต์ GD จาก ไฮลักซ์ รีโว่ ยิ่งใช้…ยิ่งใช่

1. กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่น สแตนดาร์ด แค็บ 2.4J ราคา 552,000 บาท
– มีรถยนต์โตโยต้าหรือรถยนต์ยี่ห้ออื่น กรณีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ สำเนาทะเบียนรถต้องตรงกับผู้เช่าซื้อ หากยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ ต้องผ่อนชำระแล้ว 3 ปี ขึ้นไป
– ประวัติผ่อนชำระดี
– ยกเว้นรุ่นไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บขับเคลื่อน 4 ล้อ
– ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน
2. ผ่อนสบายเริ่มต้น 3,999 บาท คำนวนจากโปรแกรม Sabuy:D รุ่น สแตนดาร์ด แค็บ 2.4J ราคา 552,000 บาท ดาวน์ 159,970 บาท (ดาวน์ 28.98%) ผ่อน 60 เดือน ดอกเบี้ย (3.30%) ผ่อน 3,999 บาท งวดที่ 1-59 และ 220,800 บาท งวดที่ 60
3. ประกันภัยชั้น 1 Exclusive Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
4. ต้องแจ้งผ่าน บจก. โตโยต้า อินชัวรันซ์โบรกเกอร์เท่านั้น
5. สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
6. สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2560 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
7. เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
8. ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Nissan

Nissan-Promotion-9-2017

จะกี่ฝนก็แฮปปี้เพราะโปรดีจากนิสสัน ข้อเสนอพิเศษ

ฟรี ประกันภัย 1 (3)

Note

ผ่อนสบาย 4,150 บาท (1)
ราคาเริ่มต้น 568,000 บาท (6)

Almera

ดาวน์ต่ำ 19,999 บาท (4)
ราคาเริ่มต้น 445,000 บาท (8)

X-Trail

ดอกเบี้ย 0% 48 เดือน (2)
ราคาเริ่มต้น 1,239,000 บาท (7)

Navara (Single Cab / King Cab)

ข้อเสนอมูลค่ารวม 80,000 บาท (5)

Navara (Sportech / BE)

ดอกเบี้ย 0% (2)
เพิ่มมูลค่ารถเก่า 10,000 บาท (10)

Sylphy (E85 Icon)

ดอกเบี้ย 0% 1 (2)

Teana

ดอกเบี้ย 0% 1 (2)

March (20 กม./ลิตร)

ดาวน์ต่ำ 4,999 บาท (4)
ราคาเริ่มต้น 400,000 บาท (9)

(1) สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถผ่านโปรแกรม “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,150 บาท/เดือน (สำหรับงวดที่ 1-60) เงินดาวน์ 30% คำนวณจากรุ่น 1.2V CVT ราคา 568,000 บาท
(2) ดอกเบี้ย 0% March ดาวน์ 15% ผ่อน 48 เดือน, Teana, Navara D/Cab Sportech, Navara Black Edition ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน, Sylphy, X-Trail และ Almera ดาวน์ 30% ผ่อน 48 เดือน (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ)
(3) ฟรีประกันภัยชั้น 1 Nissan Premium Protection 1 ปี ไม่รวม พ.ร.บ. ทุนประกันภัย 80% ของมูลค่ารถ (เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นที่ 15,577 บาท) ขึ้นกับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ ยกเว้น Teana
(4) ไม่สามารถใช้ร่วมกับข้อเสนอ “ดอกเบี้ย 0%” March ดาวน์ต่ำสุด 4,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 35,001 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 S MT ราคา 400,000 บาท) Almera ดาวน์ต่ำสุด 19,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 33,701 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2E Sportech ราคา 537,000 บาท) เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ
(5) เฉพาะรุ่น KC Sportech
(6) รุ่น 1.2V CVT
(7) รุ่น 2.0S
(8) รุ่น 1.2S MT
(9) รุ่น 1.2S MT
(10) เพิ่มมูลค่ารถเก่าเมื่อแลกซื้อรถใหม่ (Trade-in Bonus) 10,000 บาท

– เงื่อนไขพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับ บ. นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จก.
– สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายในวันที่ 1-30 กันยายน 2560

Nissan-X-Trail-Promotion-8-2017

นิสสัน ชวนคุณไปล่าแสงใต้ที่นิวซีแลนด์ กับแคมเปญ “Start the Journey of Life with Nissan X-Trail” เพียงลงทะเบียนทดลองขับและออกรถนิสสันเอ็กซ์เทรล ก็ได้ลุ้นเดินทางไปล่าแสงใต้ที่ประเทศนิวซีแลนด์ทันที พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ทดลองขับและออกรถนิสสันเอ็กซ์เทรล รับทันทีสิทธิพิเศษมูลค่า 5,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% ถึง 30 กันยายนนี้เท่านั้น!

Nissan-Navara-Promotion-9-2017

นาวารา 190 แรงม้าให้โชค มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท

รายละเอียดข้อเสนอ นาวารา 190 แรงม้าให้โชค จำนวน 191 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 5,045,500 บาท

– ลุ้นรับสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 190 รางวัล
– ลุ้นรับกระบะ นาวารา Sportech ฟรี 1 คัน
– มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท
– ข้อเสนอพิเศษสูงสุด 80,000 บาท
– ฟรี ประกันภัยชั้น 1
– อุปกรณ์ตกแต่งราคาพิเศษ รุ่น ดับเบิ้ลแค็บ แพ็คเกจสุดคุ้ม 5,320.-(4) และ คิงแค็บ แพ็คเกจสุดคุ้ม 5,040.-

ระยะเวลา 1-30 กันยายน 2560

Honda

Honda-Promotion-9-2017

ให้คุณพาแม่เที่ยวได้ทุกที่ แฮปปี้กว่าที่เคย เพราะออกรถ Honda รุ่นใดก็ได้วันนี้ รับฟรี! บัตรน้ำมัน 4,000 บาท (ได้รับทันทีหรือไม่เกิน 60 วันหลังจากรับรถยนต์ ใช้เฉพาะปั้มน้ำมัน ปตท. เท่านั้น) พร้อมข้อเสนออื่นๆมากมาย พิเศษ! เมื่อทดลองขับรถยนต์ฮอนด้า รับฟรีหมอนรองคอ 2 in 1 ถึง 30 ก.ย. 2560

Honda-Promotion-9-2017

จองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ด้วยบัตรเครดิตที่รวมรายการ 5,000 บาท รับบัตรของขวัญฮอนด้า มูลค่า 1,000 บาท
พิเศษ สำหรับรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่, ฮอนด้า แอคคอร์ด และฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด รับบัตรของขวัญฮอนด้า มูลค่า 3,000 บาท

เมื่อรับรถยนต์ วันนี้ – 30 กันยายน นี้ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

Mazda

Mazda-Promotion-9-2017

Mazda Skyactiv Day วันพิเศษแห่งปี เพื่อยนตรกรรมสกายแอคทีฟ

จองรถมาสด้าทุกรุ่น รับ Active Camera มูลค่า 3,900 บาท*
พิเศษ! ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% พร้อมรับ Mazda Care และ Mazda Premium Insurance

9-17 กันยายน นี้ เท่านั้น ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

*ของมีจำนวนจำกัด
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Mitsubishi

Mitsubishi-Mirage-Attrage-Promotion-9-2017

ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับมิตซูบิชิ มิราจ

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 3 ปี พร้อมกล้อง Action Camera รวมมูลค่าสูงสุด 51,000 บาท*
ฟรี รับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)**
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)**
ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี*
1 – 30 ก.ย. 2560

เงื่อนไข:

*สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ และมิตซูบิชิมิราจทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2560 รับฟรีเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลานาน 3 ปี มูลค่าสูงสุด 48,669 บาท สำหรับมิตซูบิชิแอททราจ และมูลค่าสูงสุด 47,238 บาท สำหรับมิตซูบิชิมิราจ ตามเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยที่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด และ รับฟรีกล้อง Action Camera ระบบ 4K มูลค่า 3,990 บาท โดยเงื่อนไขการรับประกันกล้องดังกล่าวเป็นไปตามที่ บริษัท แบรนด์ ไอเดนติตี้ แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด กำหนด อนึ่ง ลูกค้าควรศึกษาวิธีการใช้งาน และข้อควรระวัง ที่ระบุไว้ในคู่มือการใช้งานกล้อง

**การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ และรายการฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่า 7,650 บาท อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็คระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็คระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

Mitsubishi-Promotion-9-10-2017

เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความพึงพอใจของลูกค้าของ มิตซูบิชิ เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ1 สามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของ มิตซูบิชิ มากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ เช็ครถยนต์ฟรี 21 รายการ พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 10%1 สำหรับค่าอะไหล่ที่ร่วมรายการ รวมไปถึงเบรก โช๊คอัพ และเคมีภัณฑ์ เมื่อลูกค้านำรถยนต์เข้ารับบริการเช็คระยะ1 ทั้งนี้ ลูกค้าที่เข้ารับบริการตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับของที่ระลึกฟรีเป็น ไฟฉายฉุกเฉินอเนกประสงค์ มูลค่า 400 บาท โดยข้อเสนอพิเศษทั้งหมด มีผลตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมอบแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้าใหม่ของ มิตซูบิชิ ฟรีกล้องแอคชั่น คาเมร่า พร้อม แพคเกจ 35531 ประกอบไปด้วย ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 3 ปี และฟรีการรับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี2 พร้อมฟรีค่าแรงการเช็คระยะนาน 5 ปี2 ทั้งยังมีบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลานาน 3 ปี สำหรับผู้ซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นใหม่ ทุกรุ่นทั้ง ปาเจโร สปอร์ต, ไทรทัน, แอททราจ และ มิราจ

1 เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด
2 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

Isuzu

Isuzu-D-Max-Promotion-9-2017

อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ ซื้อง่าย… ทุกข้อเสนอ

(1) กรณีดาวน์ 5% / คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา (2) ผ่อนเพียง 4,990 บาทต่อเดือน โดยคำนวณค่างวดต่อเดือนจากงวดที่ 1-59 สำหรับกรณีดาวน์ 28% ผ่อน 60 เดือน / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือน กันยายน 2560 / คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา (3) ช่วยผ่อนในงวดแรก 5,000 บาท เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน ที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมถึงรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ / ของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

Isuzu-D-Max-Promotion-9-2017

ลุยเหนือชั้น เต็มพลังออฟโรด ตั้งแต่ 1-30 ก.ย. 2560

(*) เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน (บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด) ที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมถึงรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / สำหรับผู้ที่ซื้อรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ทุกรุ่น /อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกันยายน 2560 / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ / ของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

Isuzu-MU-X-Promotion-9-2017

เอกสิทธิ์พิเศษ เมื่อซื้อ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์สุดพิเศษดอกเบี้ยเพียง… 1.30% และเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ วันนี้ – 31 ต.ค. 2560

*อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.30% เมื่อซื้อรถ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนดอ้างอิงดอกเบี้ยเดือน กันยายน-ตุลาคม 2560

Suzuki

Suzuki-Promotion-9-2017

โปรโมชั่นสุดเร้าใจกับ Suzuki Hot Deal ลดร้อนแรง แซงทุกดีล พิเศษเฉพาะลูกค้าที่ทำการจองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2560 นี้ รับบัตรเติมน้ำมัน 5,000 บาท ฟรี

MG

MG-Promotion-9-2017

MG Mega Bonus โปรโมชั่นสุดคุ้มค่าที่ทำให้คุณเป็นเจ้าของรถ MG ได้ง่ายขึ้น พบกับข้อเสนอสุดพิเศษ รถยนต์ MG ทุกรุ่น ที่โชว์รูม MG พร้อมกันทั่วประเทศ วันนี้ – 30 ก.ย. 2560

Chevrolet

Chevrolet-Promotion-9-2017

เชฟโรเลต… ฝนนี้มีเซอร์ไพรส์ ดอกเบี้ย 0.99% พิเศษ ฟรีประกันชั้น 1 ทุกรุ่น อย่าพลาด ข้อเสนอเฉพาะคุณ ที่โชว์รูมเชฟโรเลต ทั่วประเทศ 1-30 ก.ย. 2560

Ford

Ford-Ranger-Promotion-8-2017

สุดคุ้ม! Ford Ranger Wildtrak ดาวน์เพียง 89,999 บาท หรือผ่อนเพียง 8,999 บาท/เดือน เริ่มผ่อนปีหน้า พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง คุ้มได้อีก! จองรถฟอร์ดทุกรุ่นลุ้นส่วนลด 500,000 บาท วันนี้-17 ก.ย. ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ

BMW

BMW-5-Series-Promotion-8-2017

The All-New BMW 5 Series มาพร้อมโหมดการขับขี่แบบ Adaptive และเทคโนโลยี Gesture Control ราคารวมแพคเกจ BSI STANDARD* เริ่มต้น 3.439 ล้านบาท

Toyota Yaris Hatchback โฉมไมเนอร์เชนจ์ เตรียมเปิดตัว 14 กันยายนนี้

หลังจากที่ Toyota เปิดตัว Toyota Yaris Ativ (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) ใหม่ ไปเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ล่าสุด โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เตรียมแถลงข่าวเปิดตัว Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส แฮทช์แบค) ตามมาในเดือนนี้ทันที

พร้อมเผยคลิป VDO Treser เพื่อกระตุ้นตลาดรถอีโคคาร์ให้คึกคักมากขึ้น และเตรียมตัวรับมือกับยี่ห้อคู่แข่ง ที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่เช่นกันในปลายปีนี้

Toyota-Yaris-Hatchback-Thai

Toyota-Yaris-Hatchback-Thai

Toyota Yaris Hatchback เวอร์ชั่นไทย ชุดไฟท้ายแตกต่างไปจากเวอร์ชั่นจีน

Toyota-Yaris-L

Toyota-Yaris-L

Toyota Yaris L เวอร์ชั่นจีน

Yaris Hatchback ไมเนอร์เชนจ์ มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอกที่ดูใกล้เคียงกับ Yaris ATIV ขณะที่ช่วงท้ายของตัวรถออกแบบประตูคู่หลังใหม่ พร้อมไฟท้ายใหม่แบบ 2 ก้อน มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานทุกรุ่นย่อย เช่น ระบบ VSC, TRC, ถุงลมนิรภัยรอบคัน รวมไปถึงระบบเบรก ABS และ EBD เป็นต้น

Toyota-Vios-FS

Toyota Vios FS เวอร์ชั่นจีน อีกแบบหนึ่งของ Vios 5 ประตู

สำหรับ Toyota Yaris Hatchback ไมเนอร์เชนจ์ คาดว่าใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.0 กก.-ม. (108 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ทุกรุ่นย่อยเช่นเดิม

Toyota-Yaris-L

รายละเอียดเพิ่มเติมและราคาจำหน่าย Toyota Yaris Hatchback โฉมไมเนอร์เชนจ์ … ติดตามเพิ่มเติมได้ในวันที่ 14 กันยายนนี้

Toyota-Corolla-Hatchback

Toyota Corolla Hatchback โฉมใหม่ วางแผนเปิดตัวในปี 2019 นี้

          หากจะกล่าวถึง Toyota Corolla Hatchback (หรือ Toyota Auris ในตลาดยุโรป) ที่ในบ้านเราไม่มีโอกาสได้ผลิตและนำเข้ามาขายเลย ในโฉมปัจจุบันที่ออกมาตั้งแต่ปี 2012 เริ่มเข้าสู่ปลายอายุตลาดแล้ว

Toyota-Corolla-Hatchback-CG

ทาง Toyota จึงต้องพัฒนาและส่งรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งต้องออกแบบให้ดูสปอร์ต และเส้นสายเฉียบคมมากขึ้น ให้เป็นแนวเดียวกับรถโตโยต้ารุ่นอื่นๆ ล่าสุด ทาง Spyder7 ได้ทำภาพ CG ขึ้นมาให้ดู (โดยดัดแปลงรูปภาพจากรถ Hatchback ของเยอรมนียี่ห้อ “A” รุ่นหนึ่ง) ล้อกับตัวภาพรถสปายช็อตของ Corolla 4 ประตู ที่เห็นกันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

New-Toyota-Corolla-2018 New-Toyota-Corolla-2018

Toyota Corolla 4 ประตู ใหม่ ที่ทดสอบในยุโรปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา (ภาพจาก Response.jp)

สำหรับ Toyota Corolla Hatchback จะใช้ Platform TAGA C (Toyota’s New Global Architecture) เช่นเดียวกับ Toyota C-HR และ Toyota Prius โดยใช้ร่วมกันทั้งกับ Corolla เวอร์ชั่น 4 ประตู รวมถึง Corolla เวอร์ชั่นแวกอน

8NR-FTS

ในส่วนของเครื่องยนต์ Toyota ยังคงมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และ ดีเซล ให้เลือกตามความต้องการของแต่ละภูมิภาค รวมถึงเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ยกชุดจากรุ่น C-HR ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 8NR-FTS ให้แรงม้าสูงสุดถึง 115 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT และยังมีเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid ให้เลือก

ที่น่า Surprise เพราะอาจจะมีรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid พลังแรงขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Turbo VVT-iW รหัส 8AR-FTS บล็อคเดียวกับที่นิยมใช้ใน Lexus หลายรุ่น มาให้เลือก โดยแรงม้าสูงสุดอาจจะมากถึง 260 แรงม้าเลยทีเดียว พร้อมทั้งราคาขายก็อาจจะสูงถึง 3.5-3.7 ล้านเยนเลยทีเดียว

Corolla Group

Toyota Corolla Hatchback รุ่นที่ขายอยู่ในปัจจุบัน

โดย Toyota Corolla Hatchback ใหม่ จากแหล่งข่าวแจ้งว่าวางแผนเปิดตัวในปี 2019 นี้ หลังจากที่รุ่น 4 ประตู เปิดตัวออกก่อนในปี 2018

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://response.jp

5-Secondhand-Cars-Not-Over-300000-Baht

5 รถมือสองราคาไม่เกิน 300,000 บาท ที่น่าเล่น

เมื่อคุณคิดจะตัดสินใจซื้อรถมือสองสักคันหนึ่ง ในวงเงิน 300,000 บาท ซึ่งก็มีตัวเลือกอยู่มากมายหลายรุ่น ทั้งรถแบรนด์ญี่ปุ่น รถยุโรป ให้เลือกมากมาย เป็นธรรมดาที่ผู้บริโภคจะหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ทั้งจำนวนเงินในกระเป๋า ความคุ้มค่าต่อราคา และความชอบส่วนตัว

ราคาขายต่อในแต่ละรุ่นก็ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าความนิยม กระแสของคนเล่นรถรุ่นนั้น ศูนย์บริการของรถรุ่นนั้นๆ หรือปัญหายอดฮิตของรถรุ่นนั้น ว่าชอบเสียจุดไหนบ้าง รวมไปถึงความยากง่ายในการหาอะไหล่ เป็นต้น

Carro ขอแนะนำรถยนต์มือสอง 5 รุ่น ในราคาไม่เกิน 300,000 บาท ที่น่าซื้อมาใช้ ให้ทุกท่านได้พิจารณากันครับ

1.Toyota Corolla Altis

Toyota-Corolla-Altis

สำหรับ Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) ในโฉม “หน้าแบน” นี้ เป็นถือเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากมายจากแท็กซี่ หรือมวลชน เพราะขึ้นชื่อถึงเรื่องความทนทาน อะไหล่หาง่าย ช่างที่ไหนก็ซ่อมได้ เช่นเคย โดยย้อนกลับไปวันที่ 29 มกราคม 2551 เป็นวันที่เปิดตัว Corolla Altis รุ่นนี้ ภายใต้แนวคิด “Be Your Own Star” ที่พัฒนาใหม่หมดอย่างเป็นทางการ ห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา ทันสมัย สะดวกสบายยิ่งกว่า พร้อมใช้พรีเซนเตอร์คนดังอย่าง “ออรัลโด บลูม”

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 3ZZ-FE 109 แรงม้า, เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE 132 แรงม้า และขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FE 145 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 รวมไปถึงมีรุ่นใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG ให้เลือก

พอไมเนอร์เชนจ์ ปี 2553 เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 1ZR-FE 109 แรงม้า, เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE 139 แรงม้า และขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FE 145 แรงม้า มีให้เลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด, เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ส่วนรุ่นใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG ยังใช้เครื่องเดิม รหัส 3ZZ-FE

อีกทั้งยังมีรุ่นพิเศษต่างๆ ออกมาสร้างสีสันในตลาดตามมาตลอดของอายุรถรุ่นนี้ ที่ขายมาจนถึงต้นปี 2557 … ขณะนี้มีราคาจำหน่ายในตลาดรถมือสอง อยู่ประมาณ 150,000 – 430,000 บาท

2.Toyota Wish

Toyota-Wish

Toyota Wish (โตโยต้า วิช) นี่ก็ถือว่าเป็นรถที่น่าใช้อีกรุ่น เหมาะสำหรับคนมีครอบครัวแล้ว เพราะมีเบาะนั่งถึง 6-7 ที่นั่ง เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546 รูปทรงดูทันสมัย สไตล์สปอร์ตหรู มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 1AZ-FE 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT + Sport Sequential

มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2548 แต่เนื่องจากกลุ่มตลาดที่ซ้ำซ้อนกับ Toyota Innova และยอดขายที่ตกมาก Wish จึงขายในไทยแค่โฉมนี้โฉมเดียวเท่านั้น …

โดย Wish ในตลาดรถมือสอง อยู่ที่ประมาณ 260,000 – 550,000 บาท

3. Honda Civic (FD)

Honda-Civic-FD

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) โฉม “FD” เจเนอเรชั่นที่ 8 เป็นรุ่นที่เรียกได้ว่า แต่งซิ่งแต่งสวยได้เลย เพราะรูปทรงช่างสวยและทันสมัยไม่เคยเปลี่ยน เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ ระบบกันสะเทือนใหม่ เครื่องยนต์และระบบเกียร์พัฒนาใหม่ และห้องโดยสารกว้างขึ้น และระบบความปลอดภัยระดับแนวหน้า

มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ 1.8 ลิตร i-VTEC 140 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC 155 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 5 สปีด

ขณะนี้มีราคาจำหน่ายในตลาดรถมือสอง (โฉมแรก ก่อนรุ่นไมเนอร์เชนจ์) อยู่ประมาณ 250,000 – 390,000 บาท

4. Ford Focus

Ford-Focus

สำหรับคนที่ชื่นชอบรถแนวยุโรป สำหรับ Ford Focus (ฟอร์ด โฟกัส) ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2548 สำหรับแบบ 4 ประตูซีดาน และ 5 ประตูแฮทช์แบค ในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 ยนตรกรรมระดับยุโรป ซึ่งตอนนั้นฟอร์ดคุยว่าออกแบบพัฒนาทางด้านวิศวกรรมจากเยอรมันเลยทีเดียว

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร Duratec 125 แรงม้า และขนาด 2.0 ลิตร Duratec 145 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แบบ Sequential Sports Shift (SSS) รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 และในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นรายแรกในไทยอีกด้วย

Ford Focus มีราคาจำหน่ายในตลาดรถมือสอง อยู่ประมาณ 140,000 – 300,000 บาท

5. BMW Series 3 (E46)

BMW-Series-3

อันนี้เหมาะสำหรับคนชื่นชอบรถเยอรมนีโดยเฉพาะ สำหรับ BMW Series 3 (E46) (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3) โฉม “ไฟตก” (ปี 2000-2003) และ “ไฟยก” (ปี 2003-2007) เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2543 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปลายปี 2545 แม้ว่าจะเป็นรถสิบกว่าปี ไปจนเกือบๆ 20 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงความน่าใช้ เอาไว้อยู่อย่างเต็มเปี่ยม เป็นรถที่สวย ช่วงล่างดี ตัวถังเบา ปลอดภัย จะหรูก็ได้ สปอร์ตก็ลงตัว

ในไทย E46 มีให้เลือกหลายหลายมากจริงๆ ตั้งแต่แบบ 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูคูเป้ รวมไปถึงรุ่นเปิดประทุน (จำได้ว่า รุ่นแวกอน ในบ้านเราก็มี) รวมไปถึงรุ่นพลังแรงอย่าง M3 ก็มี แต่คงไม่มีในราคาไม่เกินสามแสนแน่ๆ โดยราคานี้ จะมีเฉพาะรุ่น 318i, 318iA SE, 323i, 323iA SE, 325i หรือ 330i มากกว่าครับ

เครื่องยนต์มีให้เลือกทั้งรหัส M43 4 สูบ 8 วาล์ว, N42 4สูบ 16 วาล์ว (จะมีในรุ่นไฟยก), N46 4สูบ 16 วาล์ว (มาในโฉมไมเนอร์เชนจ์) , M52TU 6 สูบ และ M54 6 สูบ

โดย BMW Series 3 (E46) ในตลาดรถมือสอง อยู่ที่ประมาณ 210,000 – 500,000 บาท

Carro หวังว่า รถ 5 รุ่นที่เรานำเสนอ คงจะถูกใจท่านไม่มากก็น้อยครับ …

7-11-Fuel-Cell-Truck

เซเว่น อีเลฟเว่น ญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันดีในนาม “7-11” ร้านสะดวกซื่อที่มีสาขามากที่สุดในญี่ปุ่น (มากถึง 19,638 สาขาทั่วประเทศ) และมีสาขาอยู่ไปทั่วโลก และมีอยู่แทบทุกซอยในบ้านเรา

ได้จับมือกับ โตโยต้า ในการใช้รถบรรทุกแบบ Fuel Cell Truck ที่ใช้พลังไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน ขนส่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในอนาคต เพื่อต้อนรับสู่สังคม Low Carbon Society โดยลงนามในสัญญาไปแล้วเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา

7-11-Toyota-Full-Cell-Truck

7-Eleven และ Toyota Full Cell Truck

ทั้งนี้ ทางโตโยต้า ได้นำเสนอรถบรรทุก ฮีโน่ เอฟซี (Hino FC = Fuel Cell) พื้นฐานจาก Hino Dutro พร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจน (FC Generators) ขนาด 600 ลิตร (3 ถัง) น้ำหนักรวม 7 กิโลกรัม และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 200 กิโลเมตร ต่อการเติมหนึ่งครั้ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

7-11-Toyota-Full-Cell-Truck-Energy

แหล่งที่มาของพลังงาน

พร้อมใช้พลังงานจาก Power Supply ในการจ่ายกระแสไฟให้ระบบทำความเย็น และตู้แช่แข็งภายในรถ สำหรับขนส่งของสดและอาหาร พร้อมพัฒนาระบบแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ และสามารถใช้เป็นแบตเตอรี่ฉุกเฉินได้ กรณีเกิดภัยพิบัติ

7-11-Delivery-Hijet-Truck

รถขายของเคลื่อนที่ ของ 7-11 ในญี่ปุ่น

จากแหล่งข่าวของ Nihon Keizai ได้รายงานว่า ทางเซเว่นฯ มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการสร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำรถบรรทุกที่ใช้ระบบ Hybrid มาใช้งานในการขนส่งของบริษัทฯ มากขึ้น จากในปัจจุบันที่ 15% เป็น 20% ในปี 2020

7-11-EV-Car-Delivery
“COMS” by Toyota Auto Body รถพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ 7-11 นำมาใช้ก่อนหน้า

สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เป็นการสรรสร้างสังคมของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกรูปแบบ หรือในกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดจากการดำรงชีวิตปกติของมนุษย์ จากกระบวนการผลิตของโรงงานหรือภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันในสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี

โดยเน้นให้ผู้คนในสังคมมีการเลือกใช้เทคโนโลยีหรือการพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

แหล่งที่มา :

Toyota เปิดตัว Yaris ATIV ใหม่ ครั้งแรกในโลก ในราคา 469,000-619,000 บาท

Toyota Yaris ATIV

Toyota แนะนำรถยนต์ Sub-Compact Sedan รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกของโลกกับ “Yaris ATIV…Life Activated” ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ตลอดทั้งคัน ภายนอกดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ภายในสวยสะดุดตา กว้างขวางสะดวกสบาย รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว พร้อมเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดน้ำมัน มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานเหนือรถระดับเดียวกัน

Toyota Yaris ATIV

หลังจากที่โตโยต้า แนะนำ Yaris (ยาริส) เข้าสู่ตลาดโลกครั้งแรกในปี 2542 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในยุโรปรวมทั้งในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้แนะนำเข้าสู่ตลาดประเทศไทยในเดือนมกราคม 2549 และในเดือนตุลาคมปี 2556 โตโยต้าได้เปิดตัวยาริส เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ด้วยคุณลักษณะที่โดดเด่น สามารถครองใจลูกค้าชาวไทยด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 150,000 คัน*

*(ข้อมูลยอดขายสะสมของยาริส รุ่น 1.2 ลิตร ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 – กรกฎาคม 2560)

Toyota Yaris ATIV

Toyota Yaris ATIV

สำหรับชื่อของ Yaris ATIV มีที่มาจากคำว่า “Smart” และ “Active” เป็นการผสมผสานระหว่างองค์ประกอบสำคัญสองประการ ได้แก่ ความล้ำสมัยและความคล่องแคล่วปราดเปรียว และยังสะท้อนถึงนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ทำให้เรามั่นใจว่า ATIV จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมทางการตลาดรถยนต์นั่ง ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่น ความสะดวกสบายในการขับขี่ ความเงียบภายในห้องโดยสาร ตลอดจนระบบความปลอดภัยเหนือรถระดับเดียวกัน โดยมาพร้อมกับราคาที่ทุกคนสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

Toyota Yaris ATIV

มร.ทาคาโทโมะ สึซึกิ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เผยว่า “ทีมวิศวกรโตโยต้าได้สร้างสรรค์ Yaris ATIV ภายใต้แนวคิด “ผู้ริเริ่มคุณค่าใหม่” มุ่งเน้นให้เป็นรถยนต์ที่คุ้มค่าเหนือราคา ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ตลอดคันทั้งภายนอกและภายใน พร้อมประกอบด้วยวัสดุตกแต่งคุณภาพสูงและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน กว้างขวางสะดวกสบาย ตลอดจนสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ขับสนุกแต่ยังคงความประหยัดน้ำมัน รวมถึงมาตรฐานระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบ”

Toyota Yaris ATIV

Toyota Yaris ATIV

เริ่มต้น สู่โลกที่กว้างกว่ากับ All New Yaris ATIV

ภายใต้แนวคิด Life Activated … เริ่มต้น สู่โลกที่กว้างกว่า ด้วยจุดเด่น 4 จุดหลัก ดังนี้

– ภายนอกดีไซน์ล้ำสมัย โดดเด่นกว่าที่เคยสัมผัส…โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายที่มีความต่อเนื่องรอบคัน เน้นความสปอร์ตด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์เชื่อมต่อกับกระจังหน้าโครเมียมรมดำ สะท้อนถึงความหรูหรา ทันสมัยอย่างลงตัว
– ภายในตอบรับทุกความต้องการ กับไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า…ห้องโดยสารดีไซน์ล้ำสมัยกับการออกแบบที่เน้นความกว้างขวางสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอยประโยชน์สูงสุด พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพิ่มวัสดุซับเสียงรบกวนรอบคัน
– สมรรถนะเหนือชั้น ขับสนุกควบคุมได้ดั่งใจ…ด้วยเครื่องยนต์ DUAL VVT-i ขนาด 1.2 ลิตร ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ที่มีการปรับจูนเกียร์ให้ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ดีมากขึ้น และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
– มั่นใจด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ที่ครบครันและเหนือชั้น มีถุงลมเสริมความปลอดภัยระบบ SRS 7 ตำแหน่ง ทุกรุ่น

Toyota Yaris ATIV

ทั้งนี้ โตโยต้าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้กับลูกค้าและผู้ที่สนใจได้ร่วมสัมผัส Yaris ATIV ภายในงาน BIG Motor Sale ระหว่างวันที่ 19-27 สิงหาคม ที่ BITEC บางนา นอกจากนี้เราจะจัดกิจกรรมที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศในวันที่ 25-27 สิงหาคม เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่อย่างทั่วถึง พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ

Toyota Yaris ATIV

โตโยต้า ยังแนะนำข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ในรูปแบบการเช่าซื้อพร้อมประกันภัย และการขยายระยะรับประกันคุณภาพ นอกจากนี้ ราคาพิเศษในช่วงแนะนำ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2560 โดย Yaris ATIV มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น 7 สี พร้อมสีภายในให้เลือก 2 สี และมีเป้าหมายการขายในปี 2560 ที่ 4,700 คัน/เดือน

พร้อมเลือกเป็นเจ้าของ Yaris ATIV 5 รุ่น และ 7 สี ในราคาช่วงแนะนำ วันนี้ – 31 ตุลาคม 2560

1.สีน้ำเงิน 2.สีเทาดำ 3.สีบรอนซ์เงิน 4.สีน้ำตาล 5.สีขาว 6.สีดำ 7.สีแดง

Toyota Yaris ATIV

สีภายในให้เลือกสองสี (สีดำในทุกรุ่น และสีเบจเฉพาะในรุ่น G และ E)

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น J ECO เกียร์อัตโนมัติ ราคา 469,000 บาท**

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น J เกียร์อัตโนมัติ ราคา 519,000 บาท**

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น E เกียร์อัตโนมัติ ราคา 549,000 บาท**

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 599,000 บาท**

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น S เกียร์อัตโนมัติ ราคา 619,000 บาท**

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

Toyota-Car-Nickname

“โดเรม่อน” “สามห่วง” “หน้าหมู” “หน้ายิ้ม” ทำไมรถ Toyota ถึงมีฉายาแบบนี้!

ตลาดรถยนต์มือสองโดยทั่วไปนั้น มักจะมีรถหลากหลายรุ่นที่วนเวียนมาขายกันอยู่มากมาย มีบรรดาคนในวงการเต็นท์รถมือสองตั้งแต่ยุคในอดีต จะให้เรียกชื่อรุ่นรถยาวๆ บางทีก็จำไม่ได้ จึงตั้ง “ฉายา” หรือ “ชื่อเล่น” สั้นๆ เฉพาะรถรุ่นนั้นๆ ขึ้นมา จนกระจายออกไปกลายเป็นชื่อที่ฮิตติดปาก โดยส่วนใหญ่มักจะตั้งฉายารถ จากส่วนต่างๆ ของรถว่าคล้ายกับสิ่งใด ที่บางทีได้ยินแล้วก็ต้องอุทานว่า … “คิดไปได้นะ!”

MR.CARRO ขอนำเสนอฉายารถสุดแปลกแหวกแนว สำหรับตอนที่ 1 ขอเสนอฉายาของรถ “โตโยต้า” (Toyota) ซึ่งได้ชื่อว่า มีฉายารถอยู่มากที่สุดเป็นอันดับแรก และมีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน ให้ทุกท่านได้รับชมครับ

Toyota-Corolla-KE70-JDM

Toyota Corolla รุ่น 2 ประตู ซีดาน … นี่ละครับ ที่ได้ชื่อว่า “กะเทย”

1. Toyota Corolla (KE70) “DX”, “กะเทย” และ “หน้าเท”

สำหรับ Toyota Corolla (KE70) ถือเป็น Toyota Corolla รุ่นสุดท้ายที่ทุกโมเดลออกมาในเวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลัง สำหรับตลาดประเทศไทย เปิดตัวจำหน่ายเมื่อต้นปี 2523 เริ่มแรกเป็นรุ่นไฟกลม 4 ดวง, ไฟเหลี่ยมเล็ก-เหลี่ยมใหญ่ จนถึงโฉมสุดท้ายโฉมหน้าเท

โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร มีให้เลือกทั้งในแบบ 2 ประตูซีดาน, 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูแวน, 4 ประตูแวน (รถนำเข้า) รวมไปถึงรุ่น 1.6 DX Liftback (TE71) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร

ฉายา “DX” นั้นได้มาจากรุ่นถูกสุดของ Corolla โฉมนี้ ใช้ชื่อรุ่นย่อยว่า “DX” (ย่อมาจาก “Deluxe”) รวมไปถึงฉายา “กะเทย” ที่ไว้เรียก Corolla 2 ประตูซีดาน เท่านั้น (ซึ่งมาจากรูปร่างรถ จะเป็นคูเป้ก็ไม่ใช่ ซีดานก็ไม่เชิง)

Toyota-Sprinter-TE71-JDM

และสุดท้ายอย่าง “หน้าเท” คือชุดไฟหน้าและกระจังหน้าในโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งสุดท้าย (ยกหน้าตามาจากรุ่น Sprinter ที่ขายในตลาดญี่ปุ่น)

Toyota-Corolla-AE82-JDM

2. Toyota Corolla (AE80/EE80) “ท้ายตัด”

Corolla เวอร์ชั่นขับหน้ารุ่นแรก เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2527 มีให้เลือกใน 2 รูปแบบ นั่นคือ ซีดาน 4 ประตู, ลิฟท์แบค 5 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “ATOP” 2 แบบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2A และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A พอปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น 1.3 ลิตร ก็ได้จัดแจงเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรหัส 2E แบบ 12 วาล์ว

Toyota-Corolla-AE81-JDM

ฉายา “ท้ายตัด” นั้น ได้มาจากส่วนท้ายรถของรุ่น 4 ประตู ที่สั้นมาก จนดูเหมือนท้ายตัดไปนั่นเอง

Toyota-Corolla-AE90-JDM

3. Toyota Corolla (EE90/AE92) “โดเรมอน”

สำหรับ Corolla รุ่นที่ถือได้ว่า มีอุปกรณ์มาตรฐานมากมายราวกับของวิเศษของ “โดเรมอน” ต่างกับรถในคลาสเดียวกัน จึงเป็นที่มาของฉายานี้ (แต่ชาวต่างประเทศได้ยินแล้ว งงน่าดู) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2530 มาหรือบางคนก็บอกว่ากระจกมองข้างโค้งๆ เหมือนมือของโดเรม่อนพร้อมสโลแกน “เร้าใจทุกเส้นทาง ยุคหน้า TOYOTA” (คล้ายกับของญี่ปุ่น “Fun To Drive”)

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, รหัส 4A-F คาร์บูเรเตอร์คู่ ในรุ่น Sporty รวมไปถึงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร พลังแรงอย่างรหัส 4A-GE 130.5 แรงม้า ที่มาตอนไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น GTi

Toyota-Corolla-AE101-JDM

4. Toyota Corolla (EE100/AE101) “สามห่วง”

Corolla รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ Logo “Toyota” แบบใหม่ที่เป็นสามห่วง หลังจากที่ทางโตโยต้าเริ่มใช้ตั้งแต่ทั่วโลกในปี 1989 (ยกเว้นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในมุมกระจังหน้า ที่ยังคงใช้สัญลักษณ์ของ Corollla ไว้เช่นเดิมแบบในรูป) โดยเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E (และ 4E-FE ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์) และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE

ที่มาของคำว่า “สามห่วง” คือ Logo Toyota แบบใหม่นี่ล่ะครับ

Toyota-Corolla-AE111-JDM

5. Toyota Corolla (AE110/AE111/AE112) “ตองหนึ่ง”, “ตูดเป็ด” และ “Hi-Torq”

Corolla ในยุคที่พัฒนาไปอีกหนึ่งขั้น เปิดตัวในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2539 โดยยกเลิกเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แล้วหันมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5A-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE ยอดฮิตเหมือนเดิม ต่อมาในช่วงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2541 จึงเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร พร้อมคำต่อท้ายว่า “Altis” และชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่ “Hi-Torq” ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 7A-FE

ที่มาของฉายา “ตองหนึ่ง” นั้น มาจากรหัสรุ่นของแบบเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร “AE111” ซึ่งเป็นเลขตองพอดี สามารถจำได้ง่าย และ “ตูดเป็ด” เป็นที่มาของโฉมแรก ที่ชุดฝาประโปรงท้ายมีมุมยกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลาดเอียงลงไป

Toyota-Corolla-Altis-ZZE122

6. Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) “หน้าหมู”

Corolla โฉมนี้ออกแบบใหม่ทั้งหมดและตัวรถที่มีความกลมป่องขึ้นมาก ต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด จัดเต็มทั้งอุปกรณ์มาตรฐานและความปลอดภัย เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 มาพร้อมเครื่องยนต์ตระกูลใหม่ “ZZ-Series” ในรูปแบบ VVT-i ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2ZZ-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE ก่อนจะมีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์และเพิ่มรุ่นพิเศษไปอีกหลายรอบ

“หน้าหมู” ได้ชื่อมาจากกระจังหน้าด้านหน้าของรุ่นนี้ เมื่อดูไกลๆ คล้ายกับจมูกหมูและหน้าหมูมาก จึงเป็นที่มาของฉายานี้

Toyota-Corona-RT100-EU

7. Toyota Corona (RT100/RT104) “หน้าเบนซ์”

Toyota Corona รุ่นยอดฮิตในยุค 70 ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แข็งแกร่ง ในบ้านเรามีประกอบขายเฉพาะรุ่น 4 ประตูซีดาน แต่ก็มีโฉม 2 ประตูฮาร์ดท็อป และ 4 ประตูแวน นำเข้ามาด้วยเช่นกัน มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 12R และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 18R ที่ตามมาในภายหลัง

ที่มาของ “หน้าเบนซ์” มาจากกระจังหน้าในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ดูคล้ายกับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในยุคนั้น

Toyota-Corona-ST140-JDM

8. Toyota Corona (TT140/TT141) “หน้าแหลม”

เป็น Toyota Corona ขับหลังรุ่นสุดท้าย มาพร้อมความหรูหราและเครื่องยนต์แบบเดิมอันทนทาน เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2525 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 3T

ที่มาของชื่อ “หน้าแหลม” นั้น ได้มาจากตรงกันชนหน้าของรุ่น 1.6 และ 1.8 ที่มุมตรงกลางเป็นแหลมยื่นออกมา รับกับกระจังหน้า และเส้นสายบนฝากระโปรงหน้า

Toyota-Corona-ST150-JDM

9. Toyota Corona (ST150/AT151) “ตู้เย็น”

เป็น Toyota Corona ขับหน้ารุ่นแรก ที่มาพร้อมขนาดตัวรถที่เล็กลง ดูกะทัดรัดขึ้น พร้อมนำเสนอตัวถังแบบ 5 ประตูลิฟท์แบคให้เลือก เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2528 ชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่หมด ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A และขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1S

ที่มาของชื่อ “ตู้เย็น” นั้น ได้มาจากกล่อง “Cool Box” บริเวณคอนโซลกลาง ที่มีการต่อท่อแอร์เพิ่มเข้าไป สำหรับไว้เก็บเครื่องดื่ม (พวกน้ำอัดลมกระป๋อง) ได้

Toyota-Corona-ST171-JDM

10. Toyota Corona (AT171) “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม”

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยตั้งแต่ปี 2531 โดยโคโรน่ารุ่นนี้ ถือเป็นรถญี่ปุ่นรุ่นแรกในประเทศไทย (เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร) ที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด EFI (Electronic Fuel Injection) แบบเดียวกับรถยุโรป ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-F คาร์บูเรเตอร์เดี่ยว 113 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE หัวฉีด EFi 128 แรงม้า

ที่มาของชื่อ “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม” นั้น มาจากชุดกระจังหน้า ไฟหน้า และกันชนหน้า โดย “หน้ายักษ์” คือโฉมแรก (แบบในภาพด้านบน) และ “หน้ายิ้ม” คือโฉมไมเนอร์เชนจ์

Toyota-Corona-ST191-JDM

11. Toyota Corona (AT190/AT191) “ท้ายโด่ง”

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2536 โดยช่วงวันแถลงข่าวเปิดตัวนั้น เป็นรถรุ่นแรกที่ลงทุนถ่ายทอดสดออก TV ช่อง 3 ด้วย! มาพร้อมรูปทรงอ้วนกลมน่ารัก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE ก่อนจะปรับโฉมกันอีกครั้ง ในภายหลังเพิ่มรุ่น Exsior ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัย พร้อมกับเปลี่ยนชุดแผงคอนโซลภายในใหม่

ที่มาของคำว่า “ท้ายโด่ง” “ท้ายแยก” มาจากด้านท้ายรถที่มีขนาดใหญ่ และดูยกขึ้นเล็กน้อย รับกับชุดไฟท้ายและแผงทับทิมที่ดูเรียบ ทำให้พ่อค้ารถมือสองขนานนามว่า “ท้ายโด่ง” และในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ย้ายจุดติดตั้งป้ายทะเบียนจากบริเวณกันชนมาอยู่บริเวณฝากระโปรงท้าย ก็ได้ชื่อว่า “ท้ายแยก”

Toyota-Camry-SXV10-AU

12. Toyota Camry (XV10) “ท้ายหงส์”

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2536 โดยเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลีย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE อีกทั้งยังมีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดด้วย แต่ Camry โฉมนี้ อะไหล่ตัวถังจะหายากหน่อย

ที่มาของคำว่า “ท้ายหงส์” มาจากในรุ่นโฉมไมเนอร์เชนจ์ บริเวณแผงทับทิมด้านหลัง จากของเดิมที่มีคำว่า “Camry” แบบเรียบๆ เมื่อไมเนอร์เชนจ์จึงเป็นแบบมีเส้นลดระดับเป็น 2 ชั้น พร้อมไฟถอยหลัง รับกับคำว่า “Camry” ด้านบน บรรดาเจ้าของเต็นท์รถมือสอง ไม่รู้คิดไง เอาไปเทียบกับรูปทรงของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เลยเป็นที่มาของคำนี้ …

Toyota-Camry-SXV20-AU

13. Toyota Camry (XV20) “ไฟท้ายตรง / ไฟท้ายไม้บรรทัด / ไฟท้ายย้อย”

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2541 โดยโฉมแรกยังเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลียเหมือนเดิม โดดเด่นด้วยการเล่นสีตัวรถแบบทูโทน เป็นโฉมเดียวของ Camry ที่ทำสีแบบนี้ ต่อมาเมื่อไมเนอร์เชนจ์ในปี 2542 จึงเริ่มประกอบในประเทศไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE และก็มีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดเหมือนเดิม

Toyota-Camry-SXV20-AU

ที่มาของคำว่า “ไฟท้ายตรง” “ไฟท้ายไม้บรรทัด” และ “ไฟท้ายย้อย” ก็ตรงตัวตามรูปแบบไฟท้ายด้านหลังเลยครับ

Toyota-Crown-MS60-JDM

14. Toyota Crown (S60/S70) “ปลากระโห้”

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) เจนเนอเรชั่นที่ 4 ในประเทศไทยเปิดตัวเมื่อประมาณปี 2515 โดยมีทั้งในรูปแบบ 4 ประตูซีดาน, 4 ประตูแวกอน รวมไปถึงแบบ 2 ประตูฮาร์ดท็อปที่หายากนัก เป็นรถที่หรูหรา แข็งแรงทนทาน เป็นที่นิยมของผู้ใหญ่ ผู้บริหาร และแท็กซี่ที่วิ่งรับ-ส่ง ในต่างจังหวัดอย่างมาก

ที่มาของคำว่า “ปลากระโห้” ก็ตรงหน้าตาที่ดูดุดัน เหมือนรถอเมริกันในยุคนั้นครับ

Toyota-Celica-TA22-JDM

15. Toyota Celica (TA22/TA23/RA23) “หน้าโหนก” หรือ “สาลิกา”

Toyota Celica ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูราคาประหยัด รูปทรงสไตล์ Hardtop แนวอเมริกันแบบย่อส่วน เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยประมาณปี 2514 มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 1.4 ลิตร รหัส T, ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T รวมไปถึงรุ่นพลังแรงอย่างตัว GT ที่ใช้เครื่องยนต์รหัส 2T-G และ Celica รุ่นนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เยอะมาก ทั้งรุ่นธรรมดา และในรุ่น Lift Back (LB)

ที่มาของคำว่า “หน้าโหนก” นั้นมาจากในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ฝากระโปรงหน้ามีโหนก กระจังหน้ารึงผึ้ง หรือ “สาลิกา” ที่แผลงมาจากชื่อรุ่น “Celica” (เซลิก้า) นั่นเอง

Toyota-Celica-ST185-JDM

16. Toyota Celica (ST185) “ปลาคาร์ฟ”

Toyota Celica เจเนอเรชั่นที่ 5 กลับมาพร้อมกับการเปิดเสรีนำเข้ารถยนต์ ช่วงปี 2534 ซึ่งในบ้านเรานั้น Toyota นำเข้าจากออสเตรเลีย แต่ก็มี Grey Market หลายเจ้า นำเข้ารถรุ่นนี้มาจากญี่ปุ่นด้วย โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Pop-Up มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE 135 แรงม้า ด้วยยอดขายที่ไม่มากนัก เพราะนำมาจำหน่ายช่วงปลายอายุของโฉมนี้ในตลาดโลกแล้ว

ที่มาของคำว่า “ปลาคาร์ฟ” (ซึ่งก็ไม่รู้ใครเป็นคนคิด) เข้าใจว่าคงจะเป็นที่รถรุ่นนี้ เคยเป็นรถที่เข้าแข่งในรายการ World Rally Championship (WRC) มาก่อน ตัวรถติดสติ๊กเกอร์ลวดลายเขียวแดง แลดูคล้ายกับปลาคาร์ฟก็เป็นไปได้ …

เอาล่ะครับ สำหรับบทความ “รวมฉายารถ Toyota สุดแปลกแหวกแนว” ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ก่อน สำหรับในตอนต่อไปนั้น จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับฉายารถอะไรบ้าง ติดตามต่อได้ใน CARRO Blog เร็วๆ นี้ครับ

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

แต่ถ้าใครจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ก็เอารถที่ไม่ขับแล้ว มาขายรถที่ CARRO สิ! เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย CARRO Blog)

8-Popular-Secondhand-Eco-Car

ในปัจจุบัน “รถมือสอง” นั้นจะมีตัวเลือกในท้องตลาดอย่างมหาศาล และมีรถหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สภาพเก่าๆ ราคาเพียงหลักหมื่นต้นๆ ไปจนถึงราคาหลายล้านบาท ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่ใช้แล้วไม่ถูกใจ ใช้แล้วเบื่อ อยากขายแล้วซื้อใหม่ หรือครอบครัวขยายขึ้น ต้องเปลี่ยนรถใหญ่ขึ้นก็มี

แต่อีกหนึ่งในรถที่ให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน ในยุคเศรษฐกิจขาขึ้นก่ายหน้าผากแบบนี้ นั่นคือรถยนต์ “Eco-Car” ที่เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ แม่บ้าน หรือนักศึกษา เป็นต้น อยากได้รถมือสองประหยัดน้ำมัน หาที่จอดง่าย ไว้ใช้งานในเมือง ไปจ่ายตลาด หรือขับไปมหาวิทยาลัย ในงบประมาณจำกัด และมีราคารถมือสองที่ไม่แพงมาก ซื้อขายง่าย

ตัวเลือกอย่างรถยนต์ Eco-Car (อีโคคาร์) ถือได้ว่าเหมาะสมกับงบประมาณและสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ … CARRO ขอแนะนำ 8 รถมือสอง Eco-Car สุดคุ้มน่าใช้ มีรุ่นที่น่าสนใจกันไหนบ้าง รับชมกันได้เลยครับ

Toyota-Yaris-2014

1. Toyota Yaris 

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) ในอดีตถือเป็นรถ Sub-Compact ที่ยอดนิยมที่สุดอีกหนึ่งรุ่นในท้องตลาด ซึ่งรุ่นแรกก่อนหน้านั้น ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แต่ในเจเนอเรชั่นที่เป็น Eco-Car ตอนนี้ เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2556 ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ เน้นกลุ่มวัยรุ่น ความปลอดภัยครบครัน และผ่านการปรับโฉมมาสองครั้ง แถมยังมีรถใหม่ป้ายแดงขายในตอนนี้อยู่ด้วย เป็นรถที่ดูแลง่าย ทนทาน ค่าซ่อมไม่แพง

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i 86 แรงม้า ปัจจุบัน Yaris มีราคาอยู่ในตลาดรถมือสองประมาณ 260,000 – 460,000 บาท ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพตัวรถ

Toyota-Yaris-ATIV-2017

2. Yaris ATIV

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) จัดเป็นรถ Sedan ในรูปแบบ Eco-Car รุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นในท้องตลาด ที่ทาง Toyota ตั้งใจออกมาขายเพื่อชนกับ Eco-Car ซีดานค่ายอื่นๆ โดยเฉพาะ เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ต เจาะกลุ่มวัยรุ่น ความปลอดภัยครบครัน แถมยังมีรถใหม่ป้ายแดงขายอยู่ด้วย เป็นรถที่ดูแลง่าย ทนทาน ค่าซ่อมไม่แพง ใช้อะไหล่ร่วมกับ Yaris โฉม Hatchback ได้พอสมควร

โดยทั้ง Yaris และ Yaris ATIV ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i 86 แรงม้า ปัจจุบัน Yaris มีราคาอยู่ในตลาดรถมือสองประมาณ 345,000 – 480,000 บาท ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพตัวรถ

Nissan-March-2010

3. Nissan March

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือเป็นรถ Eco-Car รุ่นแรกที่ทำตลาดในโครงการนี้ ซึ่งในยุคของสยามกลการ เคยทำรุ่นนี้ขายเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เปิดตัวเมื่อ 12 มีนาคม 2553 มีราคาจำหน่ายที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย ได้รับความนิยมอย่างมากและมียอดขายสะสมรวมหลายแสนคัน แถมยังส่งออกไปขายในญี่ปุ่นอีกด้วย และปัจจุบันยังมีแบบรถป้ายแดงขาย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอะไหล่นัก

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร HR12DE ขนาด 3 สูบ 12 วาล์ว CVTC 79 แรงม้า ประหยัดนํ้ามันได้มากถึง 20 กม./ลิตร ปัจจุบันมีราคาอยู่ในตลาดรถมือสองประมาณ 140,000 – 340,000 บาท ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพตัวรถ

Nissan-Almera-2011

4. Nissan Almera

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) เป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู รุ่นแรกที่ผลิตออกมาในตลาดประเทศไทย เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 พร้อมทั้งมีรุ่นพิเศษออกมาหลายครั้ง รวมไปถึงการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ และเวอร์ชั่นใส่ชุดแต่ง NISMO ด้วย มีความโดดเด่นด้วยขนาดห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่ารถรุ่นเดียวกันมาก

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร HR12DE ขนาด 3 สูบ 12 วาล์ว CVTC 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 20 กม./ลิตร ปัจจุบันมีราคาอยู่ในตลาดรถมือสองประมาณ 160,000 – 400,000 บาท ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพตัวรถ

Suzuki-Swift-2012

5. Suzuki Swift

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) สำหรับโฉมนี้ เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2555 เป็นรุ่นที่ประกอบในบ้านเรา ด้วยรูปแบบ Eco-Car ที่ขายดีของซูซูกิ นำเสนอด้วยรูปทรงน่ารักเหมือนรถ Hatchback จากฝั่งยุโรป ออพชั่นแพรวพราว แต่งสวย ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 20 กม./ลิตร และมีรุ่นพิเศษออกมากระตุ้นตลาดอยู่เรื่อยๆ

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส K12B ขนาด 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT 91 แรงม้า ปัจจุบันมีราคาอยู่ในตลาดรถมือสองประมาณ 220,000 – 380,000 บาท ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพตัวรถ

Suzuki-Ciaz-2015

6. Suzuki Ciaz

Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) (ชื่อรุ่น มาจากคำว่า “City A-Z”) เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2558 เป็นรถซีดาน 4 ประตู ที่มีอะไรร่วมกันกับ Swift หลายๆ อย่าง แต่งสวย สปอร์ต ภายในมีพื้นที่กว้างขวาง ประหยัดน้ำมันมากถึง 20 กม./ลิตร และตอนนี้ก็ยังมีรถป้ายแดงขายอยู่

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส K12B ขนาด 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT 91 แรงม้า ปัจจุบันมีราคาอยู่ในตลาดรถมือสองประมาณ 225,000 – 380,000 บาท ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพตัวรถ

Mitsubishi-Mirage-2012

7. Mitsubishi Mirage

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) ชื่อที่คนรุ่นก่อนคุ้นเคยตั้งแต่ 30 กว่าปีที่แล้ว ในรูปแบบของรถ 4 ประตู และ 5 ประตู ก่อนจะกลับมาเป็นรถ Eco-Car ขายในตลาดบ้านเราอีกครั้ง เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 ชูรูปทรงขนาดเล็กน่ารัก แล้วก็ยังมีในรูปแบบรถป้ายแดงให้เลือกเช่นกัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร MIVEC 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้ถึง 20 กม./ลิตร ปัจจุบันมีราคาอยู่ในตลาดรถมือสองประมาณ 160,000 – 370,000 บาท ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพตัวรถ

Mitsubishi-Attrage-2013

8. Mitsubishi Attrage

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวที่แรกในโลกในไทย อีกหนึ่งในรถ Eco­-Car แบบ 4 ประตู แบรนด์ที่สอง ที่ออกแนะนำสู่ท้องตลาดในวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ชูจุดเด่นด้วยการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับรถ อีโคคาร์ ซีดาน จากเทคโนโลยีการออกแบบชั้นสูง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มีให้ครบครัน แล้วก็ยังมีในรูปแบบรถป้ายแดงให้เลือกเช่นกัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 3 สูบ 12 วาล์ว MIVEC 78 แรงม้า รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร ปัจจุบันมีราคาอยู่ในตลาดรถมือสองประมาณ 215,000 – 400,000 บาท ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพตัวรถ

หวังว่ารถที่เรานำมาเสนอนี้ น่าจะถูกใจคุณผู้อ่านนะครับ …

สำหรับใครมีแพลนอยากขายรถคันเดิม สามารถขายรถกับทาง CARRO ได้ง่ายๆ เพียงแค่ลงประกาศขายรถฟรี เราพร้อมรับซื้อรถมือสอง โดยให้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน