Threadbare-Tires-From-Quality

สวัสดีครับ เพื่อนชาวไทร์บิดทุกท่าน กลับมาอีกครั้งมีช่วงนี้เพื่อนๆหลายท่านชอบทักมาถามว่า ทำไมยางรุ่นนี้ไม่ค่อยดี รุ่นโน้นไม่ค่อยดี ยางสึกแปลกๆเป็นลูกคลื่น สึกด้านในบ้าง ทำไมยางรุ่นเก่าที่เคยใช้ไม่เคยเป็นเลย หรือบางท่านโทษว่ายางเป็นยางเก่า ไม่ใช่มาตรฐานโรงงานรึเปล่า

ซึ่งคำถามต่างๆ เหล่านี้ เป็นคำถามทีจอร์จ อยากจะพยายามทำความเข้าใจกับเพื่อนๆทุกท่านว่า โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ข้างต้นถามว่ามีโอกาสไหมก็ต้องบอกว่ามีบ้างแต่น้อยมากๆที่สาเหตุเกิดจากการผลิตที่ทำให้ยางสึกผิดปกติ เพราะฉะนั้นเรามาดูสาเหตุใหญ่ๆ กันดีกว่าว่า ยางที่สึกผิดปกตินั้นมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง เพื่อให้เพื่อนๆ จะได้รู้เหตุผลที่แท้จริงและทำไปดูแลรถและยางของเพื่อนๆ ครับ

Threadbare-Tires-From-Quality

ข้อแรกเลย เป็นเรื่องของการสึกร่องดอกยางด้านในหรือสึกร่องดอกยางด้านนอกโดยสึกเหมือนกันทั้งด้านซ้ายและขวาโดยจะพบเจออาการนี้ที่ยางคู่หน้าเป็นหลักอาจมีคู่หลังบ้าง ซึ่งอาการแบบนี้มีสาเหตุหลักๆ มาจากเรื่องของศูนย์ล้อ ซึ่งศูนย์ล้อนั้นจะสามารถตั้งได้สองแบบ ทั้งมุมโท กับ มุมแคมเบอร์ ซึ่งอาการที่เป็นข้อแรกนี้หลักๆ จะมาจากมุมโท ซึ่งมุมโทจะเป็นการที่หน้ายางนั้นกางออกมากเกินไป (เหมือนเป็ดเดินขาอ้าๆ) หรือ หุบมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ยางถูกใช้งานมากด้านใดด้านหนึ่งและสึกผิดปกติสึกร่องดอกยางในหรือนอกด้านเดียวซึ่งการตั้งศูนย์จะทำให้ศูนย์โทนั้นพอดีกับการใช้งานของรถนั้นๆ

แต่ว่าก็มีอีกสองอย่างที่อยากจะบอกเพื่อนไว้ก็คือ รถยุโรป อาทิ รถเบนซ์ และ บีเอ็ม ส่วนมากจะมีปัญหานี้และยากที่จะแก้ไขเพราะว่ามุมล้อของรถประเภทนี้จะถูกให้การใช้งานที่เกาะถนนมากกว่าปกติเล็กน้อยโดยการทำมุมองศาทำให้อาการกินยางด้านในนั้นแก้ไขลำบาก และ อีกอย่างที่อยากจะบอกก็คือ เวลาเปลี่ยนยางใหม่จริงๆ แล้วไม่ได้กระทบกับศูนย์ล้อเดิมครับบางทีศูนย์ล้อเราไม่ได้เพี้ยน พอไปเปลี่ยนยางใหม่แล้วตั้งศูนย์ใหม่กลับเพี้ยนทำให้อาการกินยางเกิดขึ้นได้ครับ

ส่วนอีกมุมหนึ่งที่เรียกว่ามุมแคมเบอร์ครับ วิ่งเป็นอาการที่ล้อนั้นแบะออกมาเกินไป ซึ่งจะทำให้ยางสึกด้านในทั้งล้อซ้ายและล้อขวาเหมือนกัน และ อาจจะส่งผลทำให้การขับขี่เอียงไปด้านในด้านหนึ่งได้ด้วย ซึ่งอาการตั้งศูนย์จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ครับ

CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน

Threadbare-Tires-From-Quality

ข้อที่สองคือ ช่วงล่างครับ โดยจะแบ่งเป็นสองประเภทหลักๆ ก็คือประเภทของการที่ทำให้ยางนั้นวิ่งไม่กลมตลอดเวลาซึ่งอาการนี้จะส่งผลให้ดอกยางนั้นสึกเป็นลูกคลื่น และ อีกแบบหนึ่งคือการที่ยางในเส้นนั้นถูกกดทับน้ำหนักมากกว่าปกติครับ โดยอาการสึกแบบนี้จะที่ล้อใดล้อหนึ่งเท่านั้นไม่ได้เกิดเป็นคู่สะเท่าไหร่ (แต่มีโอกาสนะครับกรณีที่ช่วงล่างพังพร้อมกัน)

เรามาเริ่มที่อาการสึกที่เกิดเป็นลูกคลื่นและยางวิ่งไม่กลม ซึ่ง หลักๆแล้วอาการนี้จะมีลักษณะการสึกทั้งแบบทั้งหน้ายาง และ บริเวณไหล่ยางครับซึ่ง อาการจะเกิดจาก 1 โช้คอัพแตก หรือ ใช้งานไม่ได้ ซึ่งจะทำให้จังหวะในการซัพพอร์ตแรงกดทับนั้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้ยางนั้นมีการกดทับไม่สม่ำเสมอเช่นกัน และจะทำให้บางตำแหน่งถูกกดทับเยอะบางจุดกดทับน้อย พอเป็นทั้งรอบวงก็จะทำให้เกิดการสึกเป็นลูกคลื่นได้ โดยการสึกแบบนี้จะสึกแบบเต็มหน้ายาง รวมถึงหากลูกปืนเสียหายก็ส่งผลให้เกิดเป็นอาการลูกคลื่นได้เช่นกันเพราะว่ายางไม่สามารถหมุนได้กลมอย่างเต็มที่ และก็ส่วนสุดท้ายก็อาจจะเกิดจากเรื่องการถ่วงล้อหากถ่วงล้อได้ไม่ดีเกิดการไม่สมดุลของยาง เมื่อใช้งานไปนานๆอาจจะทำให้เกิดการสึกรอบวงที่ไม่เท่ากันโดยจะสึกแบบไม่เท่ากัน และ แต่ละตำแหน่งก็ไม่แน่ครับ

Threadbare-Tires-From-Quality

ประเภทการถูกกดทับซึ่ง อาการหลักๆ จะเกิดจากช่วงล่างของปลีกนกที่ชำรุดและเสียหายครับ ซึ่งอาการเมื่อปีกนกเสียหายยางด้านในจะถูกกดทับมากกว่าปกติจะทำให้ร่องยางด้านในนั้นสึกมากกว่าปกติ อาจจะเป็นที่ข้างใดข้างหนึ่งและถ้าประกอบกับช่วงล่างอื่นๆ อาจจะทำให้ร่องดอกยางด้านในมีอาการสึกและ สึกเป็นลูกคลื่นด้วย

ก็จะเป็นอาการสึกผิดปกติของยางที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องของยางเลย แต่เป็นเรื่องของช่วงล่างและการดูแลศูนย์รถ ซึ่งอาการช่วงล่างจริงๆแล้วถ้าเรามีการหมั่นตรวจเช็คหรือคอยสังเกตอาการของรถก็จะทำให้ไม่ผลเสียหายต่อยางของเราครับ หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยเรื่องยางสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ที่ Line Official : @tiresbid หรือเข้าอ่านบทความยางรถยนต์ฟรี มีบทความมากมายเกี่ยวกับยางที่ให้เพื่อนๆ อ่านครับ หรือช้อปเปรียบเทียบราคายางออนไลน์ใหม่คลิกเลย www.tiresbid.com ที่เดียวจบ กว่า 10 ยี่ห้อยางชั้นนำครับผม

ร้อนเงิน! อยากขายรถ จบด่วน! CARRO ช่วยคุณได้ รับซื้อทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*